ชนชาติใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เข้านั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
Group Blog
 
All Blogs
 

โลกใบนี้...ดนตรีไทย - นักดนตรีไทยรุ่นใหม่ 2

โลกใบนี้...ดนตรีไทย - นักดนตรีไทยรุ่นใหม่ 2


สมัยนี้อะไรๆ ก็เกาหลี เหล่าบรรดาวัยรุ่นยุคนี้มักหลงใหลศิลปินจากประเทศเกาหลี และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้ โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยสันทัดศิลปินเกาหลีเท่าไร

แต่ถ้าบอกว่าหมูกระทะเกาหลี พอจะคุยกันได้หน่อย แต่ก็ช่างมันเถอะ ถึงแม้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้จะลุ่มหลงศิลปินเกาหลี แต่ผมหวังว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ความนิยมศิลปินต่างประเทศอาจจะหมดไปโดยปริยาย และความเป็นไทยจะกลับมาใหม่ด้วยฝีมือของวัยรุ่นอย่างน้องแซก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผมมีความมั่นใจว่า ยุวชนที่อยู่ในวัย 6-10 ขวบ

ในยุคนี้มีความสนใจในดนตรีไทยมากขึ้น ซึ่งผมได้สัมผัสกับเด็กๆ เหล่านี้นับร้อยคนด้วยการไปโรดโชว์การ์ตูนขุนอินระนาดเทวดา หรือแม้แต่ที่มาขอสมัครเป็นลูกศิษย์ถึงบ้าน เช่น น้องแซก หรือขุนน้อยผู้โด่งดังไม่แพ้กับขุนอินและจะว่ากันจริงๆ แล้ว เด็กๆ ที่มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ผมก็ยังมีอีกหลายคนที่มีฝีไม้ลายมือมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนอินน้อย ผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับนักดนตรีไทยรุ่นใหม่ของผม ผมหวังว่าเมื่อพวกเขาเหล่านี้เติบโตเป็นวัยรุ่นเมื่อไร เขาจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้ดนตรีไทยได้รับความนิยมในสังคมไทยมากขึ้นกว่ายุคปัจจุบันนี้

ที่ผมมั่นใจขนาดนี้ เพราะว่านอกจากผมจะมีขุนอินน้อยที่ทำให้สวนจตุจักรเต็มไปด้วยดนตรีเปิดหมวก ก็ยังมีเจ้าหญิงน้อยน้องไพรำ ชุมพล สาวน้อยวัย 7 ขวบ ที่หลงใหลยาหอมมากพอๆ กับระนาดเอก แล้วก็ยังมี น้องกัน หรือ ด.ช.ทรงธรรม จูงสาย ศิษย์เอกของคุณโก้ มิสเตอร์แซกแมน และกำลังหัดตีระนาดแถมยังบอกกับผมว่าตัวเขา คือ ขุนอินรวมกับมิสเตอร์แซกแมน ผมก็เลยตั้งชื่อให้เขาว่า มิสเตอร์ระนาด และอีก 1 คน ที่มักมาวนเวียนอยู่บ้านของผมก็ คือ น้องป๊อบอาย เป็นเด็กที่ชอบการตีระนาดมากที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น คือน้องป๊อบอายจะใส่ขาเทียมข้างขวานั่นเอง ก็หมายถึงน้องป๊อบอายมีขาซ้ายเพียงข้างเดียว แต่สิ่งที่เด็กคนนี้ทำให้ผมประหลาดใจมากที่สุด คือเขาเต้นโขนให้ผมดู และเนื่องจากเป็นตัวลิง น้องป๊อบอายเลยตีลังกาให้ผมดูอีกต่างหาก และไม่ได้แสดงถึงว่าขาข้างขวาเป็นขาเทียม นี่แหละครับยุวชนไทยในยุคนี้ ที่ทำให้ผมมั่นใจว่าอีก 10 ปีข้างหน้า วัฒนธรรมศิลปะแบบไทยจะต้องกลับมาอยู่ในสายเลือดเหล่าบรรดาวัยรุ่นในอนาคต แต่ตรงนี้ย่อมหมายถึงผู้นำหรือผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราจะสนับสนุนเหล่าบรรดายุวชนไทยยุคนี้มากน้อยเพียงใด

อย่างเช่นกระทรวงวัฒนธรรมมอบโล่ให้แก่น้องแซก ถ้าเป็นไปได้ผมว่าควรจะหาที่แสดงสาธารณะที่ดูแล้วสวยงามให้แก่พวกเขา หรือช่วยทำเวทีสำเร็จรูป โดยที่น้องแซกไม่ต้องไปปูเสื่อตีระนาด รวมถึงอีกหลายๆ คนที่สวนจตุจักร ในเมื่อท่านมอบโล่และมอบทุนการศึกษาให้แก่เขาแล้ว ควรจะต้องดูแลในด้านการแสดงของน้องๆ หนูๆ เหล่านี้ด้วยครับ มันถึงจะถูกต้อง แขกไปใครมาจะได้รู้ว่าหน่วยงานของรัฐบาลประเทศนี้ ส่งเสริมเยาวชนให้เป็นนักดนตรีพื้นบ้าน เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ที่เขาส่งเสริมดนตรีพื้นบ้าน จนโด่งดังระดับโลกและเป็นเรื่องยากที่วัฒนธรรมหรือศิลปะของประเทศอื่นจะเข้าไปได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าเป็นประเทศที่มีความแข็งแรงด้านศิลปวัฒนธรรม ในอนาคตประเทศไทยเราก็ทำได้ เพราะยุวชนหลายคนพร้อมที่จะรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่เท่านั้นล่ะครับ ว่าจะจริงจังฉันใดครับท่าน


Credit > Thai KIDS!






Free TextEditor




 

Create Date : 02 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 21:04:36 น.
Counter : 192 Pageviews.  

โลกใบนี้...ดนตรีไทย - นักดนตรีไทยรุ่นใหม่

ยุคนี้ถ้าเอ่ยถึงนักดนตรีไทยในระดับยุวชนไม่ว่าจะเป็นซอกไหน มุมไหน ของเมืองไทย ถ้าบอกชื่อน้องแซก หรือขุนน้อย ทุกคนก็จะร้อง อ๋อ!!! ด้วยความดังของเด็กคนนี้



โดยส่วนตัวของผมเวลาไปแสดงในงานต่างๆก็มักจะถูกถามถึงน้องแซกต่างๆ นานา บางคนก็จะถามว่า วันนี้น้องแซกมาด้วยรึเปล่า บางคนก็จะพูดชมว่าลูกศิษย์เก่งมากและน่ารัก รู้จักใช้เวลาว่างมาเล่นดนตรีไทย หาสตางค์ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่ก็มีเสียงเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกว่า ไม่อยากให้ระนาดที่มีครูมานั่งตีข้างถนนเหมือนขอทาน ซึ่งตรงนี้ผมเองก็พยายามที่จะอธิบายว่า มันไม่ใช่เป็นการขอทาน แต่มันเป็นเวทีสำหรับการแสดงออกของคนที่มีฝีมือ แต่ไม่มีเวที ตรงนี้ถ้าเป็นต่างประเทศเขาคิดว่าเป็นการวัดฝีมือว่าเล่นแล้วจะมีคนดูมากน้อยแค่ไหน ซึ่งที่ แอลเอ เขาเรียกว่าดนตรีเปิดหมวก ตัวผมเองก็ใฝ่ฝันที่จะไปเล่นที่นั่น และเมื่อปลาย พ.ศ. 2549 ผมมีโอกาสไปทัวร์ที่สหรัฐอเมริกาและเมื่อถึง แอลเอ ผมพยายามที่จะตีระนาดที่เขาเรียกว่าเปิดหมวก แต่ก็ไม่สามารถที่จะหาเวลาไปได้ เท่ากับพลาดโอกาสที่ฝันเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปเล่นเปิดหมวกที่ L.A.ให้ได้แต่อย่างไรก็ดีคิดว่า โอกาสยังคงต้องมีอีก เหมือนกับคำพูดที่ว่า วันพระไม่ได้มีหนเดียว และทันทีที่ผมกลับเมืองไทย ก็มีความคิดจะมาเล่นเปิดหมวกที่เมืองไทย แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างจึงทำให้ผมไม่สามารถเล่นข้างถนนแบบเปิดหมวกได้ ดังนั้นผมจึงคิดทำคอนเสิร์ตการกุศลที่เล่นข้างถนนและใช้ชื่อว่า คอนเสิร์ตเปิดบาตรนั่นเองแหละครับ

คราวนี้จะย้อนมาถึงน้องแซกเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วมีครอบครัวพ่อแม่และลูกรวม 5 คนเดินเข้ามาที่บ้านของผมแล้วก็บอกผมว่า ลูกชายเพิ่งหัดเล่นระนาดโดยได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องโหมโรง และหลังจากนั้นได้ฝึกฝีมือจากโรงเรียนสมาคมสตรีไทย จึงตัดสินใจมาฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ของผม จะว่ากันแล้ว เด็กคนนี้ เป็นเด็กที่ฉลาด หัวไว และมีความจำดี และมี สิ่งสำคัญที่ติดตัวมาก็คือใจที่รักจะเล่นดนตรีไทย แถมโชคดี มีคุณพ่อคุณแม่ให้การสนับสนุนอย่างมาก เรียกว่าลูกอยากเรียนดนตรีไทยที่ไหนก็จะพาไป จะใกล้หรือไกลไม่ใช่อุปสรรค และทุกครั้งที่น้องแซกมาเรียนระนาดที่บ้านของผม เขาก็จะมาพร้อมกันทั้งครอบครัว พ่อแม่และน้องสาวอีก 2 คนที่มีชื่อว่าไวโอลินและเปียโน ผมรู้สึกว่า เป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่ก็ไม่เคยมารบกวนเวลาเรียนของลูก โดยคุณพ่อคุณแม่และน้องจะออกไปคอยอยู่ข้างนอกในขณะที่น้องแซกฝึกระนาดอยู่ เขียนไปเขียนมาหมดเนื้อที่อีกแล้ว เอาไว้ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ สวัสดีครับ


เอื้อเฝื้อข้อมูล Thaikids






Free TextEditor




 

Create Date : 02 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 19:29:54 น.
Counter : 115 Pageviews.  

Instrument








Instrument



เครื่องดนตรีไทย โดยทั่วไปก็แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ ดีด สี ตี เป่า ที่ยกมานี้เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นๆ ยังมีเยอะกว่านี้ๆ



1.ดีด





จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องดีด มี 3 สาย เข้าใจว่าได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากพิณ คือ กระจับปี่ซึ่งมี 4 สาย นำมาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก จะเข้ได้นำเข้าร่วมบรรเลงอยู่ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้นิยมเล่นจะเข้กันมาก ทำให้กระจับปี่ค่อย ๆ หายไปในปัจจุบัน เนื่องจากหาผู้เล่นเป็นน้อย



 



 



2.สี





ซอด้วงเป็นซอสองสาย มีเสียงแหลม ก้องกังวาน คันทวนยาวประมาณ 72 ซม คันชักยาวประมาณ 68 ซม ใช้ขนหางม้าประมาณ 120 – 150 เส้น กะโหลกของ ซอด้วงนั้น แต่เดิมใช้กระบอกไม้ไผ่มาทำ ปากกระบอกของซอด้วงกว้างประมาณ 7 ซม ตัวกระบอกยาวประมาณ 13 ซม กะโหลกของซอด้วงนี้ ในปัจจุบันใช้ไม้จริง หรือ งาช้างทำก็ได้



 



3.ตี





ระนาดเอกเป็นเครื่องตีชนิดหนึ่ง ที่วิวัฒนาการมาจากกรับ แต่เดิมคงใช้กรับสองอันตีเป็นจังหวะ ต่อมาก็เกิดความคิดว่า ถ้าเอากรับหลายๆอันวางเรียงราดลงไป แล้วแก้ไขประดิษฐ์ให้มีขนาดลดหลั่นกัน แล้วทำรางรองอุ้มเสียง และใช้เชือกร้อยไม้กรับขนาดต่างๆกันนั้นให้ติดกัน และขึงไว้บนรางใช้ไม้ตีให้เกิดเสียง นำตะกั่วผสมกับขี้ผึ้งมาถ่วงเสียงโดยนำมา ติดหัวท้ายของไม้กรับนั้น ให้เกิดเสียงไพเราะยิ่งขึ้น เรียกไม้กรับที่ประดิษฐ์เป็นขนาดต่างๆกันนั้นว่า “ลูกระนาด” เรียกลูกระนาดที่ผูกติดกันเป็นแผ่นเดียวกันว่า “ผืน”



4.เป่า





ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทย ทำด้วยไม้ไผ่ปล้องยาวๆ ไว้ข้อทางปลายแต่เจาะทะลุข้อย่างไฟให้แห้งแล้วตบแต่งผิวให้ ไหม้เกรียมเป็นลวดลายสวยงาม ด้านหน้าเจาะรูกลมๆเรียงแถวกัน 7 รู สำหรับนิ้วปิดเปิดเสียง ขลุ่ยไม่มีลิ้นเหมือนปี่ แต่เขาใช้ไม้อุดเต็มปล้อง แล้วปาดด้านล่างให้มีช่อง ไม้อุดนี้เรียกว่า ดาก ทำด้วยไม้สักเพราะไม่มีขุยมาบังลม ด้านหลังใต้ดากลงมา เจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ปาดตอนล่างเป็นทางเฉียงไม่เจาะ ทะลุตรงเหมือนรูด้านหน้า รูที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ เรียกว่า รูปากนกแก้ว ใต้รูปากนกแก้วลงมา เจาะรูอีก 1 รู เรียกว่า รูนิ้วค้ำ เพราะเวลาเป่า ผู้เป่าจะใช้หัวแม่มือค้ำปิดเปิดที่รูนี้ เหนือรูนิ้วค้ำด้าน หลัง และเหนือรูบนของรูด้านหน้าทั้งเจ็ดรู แต่อยู่ทางด้านขวา เจาะรูอีกรูหนึ่งเรียกว่า รูเยื่อ เพราะแต่ก่อนจะใช้เยื่อไม้ไผ่ปิดรูนี้ ต่อมาก็ไม่ค่อยได้ใช้ ตรงปลายเลาขลุ่ยจะเจาะรูให้ซ้ายขวา ตรงกันเพื่อร้อยเชื่อก เรียกว่า รูร้อยเชือก ดังนั้น จะสังเกตว่า ขลุ่ย 1 เลา จะมีรูทั้งสิ้น 14 รู







Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 18:17:09 น.
Counter : 93 Pageviews.  


Nextstep125
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชนชาติใดไม่มีดนตรีกาล
ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
เข้านั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

ฤๅอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก
มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
และดวงใจย่อมดำสกปรก
ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี้

ไม่ควรใครไว้ใจมนโลกนี้
เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ
Friends' blogs
[Add Nextstep125's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.