Group Blog
 
All blogs
 

เปลวไฟในฝัน ตอน 29 - อวสาน




เ ป ล ว ไ ฟ ใ น ฝั น


บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กมลชนก ยวดยง เรียบเรียงจากบทโทรทัศน์


ตอนที่ 29


หลังจากลีลาวดีพบหลักฐานข้อมูลกระบวนการยาเสพติดในล็อกเก็ตของพ่อ หล่อนตัดสินใจใช้สิ่งนี้เพื่อช่วยกุหลาบ ในเวลานี้ ชีวิตของกุหลาบสำคัญที่สุด หล่อนไม่เชื่อว่า พวกของเฮียไก่จะไว้ชีวิตกุหลาบ แม้จะอ้างว่าอยากเก็บกุหลาบไว้เป็นมือปืนก็ตาม

ลีลาวดีส่งข้อความไปหาเจษว่าให้พากุหลาบมาแลกกับหลักฐานทั้งหมด หญิงสาวเดินทางไปหาพวกนิกรเพียงลำพัง เธอหารู้ไม่ว่าบัวเห็นเธอขับรถออกมา เขาจึงแอบขับรถตามเธอมาด้วย ระหว่างทาง เขาโทรศัพท์คุยกับมะลิ

“พี่กำลังขับรถตามลีลาวดี ท่าทางเขาไม่ดีเลย มะลิช่วยพี่หน่อย ไปแจ้งสารวัตรอ๊อด ส่งกำลังมาช่วยพี่ด่วน”

มะลิรับคำวางหูจากบัว จะออกไปหาสารวัตร จำปาเดินมาเห็นพอดีเลยเรียกไว้ก่อน
“มะลิ…แกจะไปไหน”

“พาตำรวจตามพี่ลีลาวดีไป แกเคยไปหาแก๊งค์นายไก่ เพื่อช่วยพี่กุหลาบน่ะ พี่บัวกลัวว่าแกจะทำแบบนั้นอีก”

จำปาตกใจ นึกเป็นห่วงลูก ตัดสินใจตามมะลิไปด้วยอีกคน...ทุกคนเดินทางไปที่โกดังร้างที่ลีลาวดีนัดหมายกับไก่ไว้

ลีลาวดีขับรถเข้าไปหาพวกนิกรภายในโกดังเพียงลำพัง เมื่อนิกร ไก่ และลูกสมุนปรากฏตัวขึ้น หญิงสาวก็ก้าวลงจากรถพร้อมหลักฐานในมือ

“มาจนได้นะ คุณหนูคนสวย” นิกรทักน้ำเสียงเยาะหยัน ในที่สุดลีลาวดีก็ต้องเดินมาหาเขาด้วยตัวเองอีกครั้ง

ลีลาวดีหยิบปืนออกมาขู่ “อย่าเข้ามานะ ออกไปห่างๆ”
“โง่หรือฉลาดวะ จะเอาหลักฐานของพ่อมาแลกผู้ชายคนเดียว เธอหลงไอ้กุหลาบมันถึงขนาดนี้เชียวหรือ” ไก่มองลีลาวดีอย่างสมเพช

“ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จับพวกแกได้ เดี๋ยวก็มีคนใหม่ ทำอย่างกับว่ายาเสพติดมันจะหมดไปจากโลกอย่างนั้นแหล่ะ ที่สำคัญถ้าฉันเอาหลักฐานนี่ให้ตำรวจ พวกแกก็จะฆ่ากุหลาบเพราะเขาหมดประโยชน์แล้วใช่ไหมล่ะ”

นิกรฟังลีลาวดีพูดแล้วก็หันไปหัวเราะกับไก่
“เออสรุปว่า อีนี่มันฉลาดจริงว่ะ”

ลีลาวดีมองไป ชายคนหนึ่งถูกผูกมือไพล่หลังมีหมวกไหมพรมปิดหน้าปิดตา มีลูกสมุนของไก่คุมตัวอยู่

“นั่นกุหลาบหรือ ทำไมต้องปิดหน้าปิดตาด้วย” ลีลาวดีมองชายคนนั้นอย่างสงสัย
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ไปเปิดหน้ามันเองสิ” เจษผลักชายคนนั้นลงไปที่พื้นใกล้กับลีลาวดี
“กุหลาบ กุหลาบ”

ลีลาวดีได้แต่ตะโกนเรียกชื่อ ยังไม่กล้าเข้าไปใกล้...ชายคนนั้นไม่ตอบนัยว่าถูกปิดปาก ลีลาวดีตัดสินใจก้มลงเปิดหมวกชายคนนั้น มือก็ยังคงถือปืนอยู่ สักพักชายคนนั้นก็ขยับตัวหมุนกลับมาจับตัวลีลาวดี หญิงสาวกรี๊ดลั่น...ที่แท้ก็เป็นกุหลาบตัวปลอม ลีลาวดีหลงกลคนชั่วอีกครั้ง

“อย่านะ อย่า”
เจษได้จังหวะรีบเข้าไปแย่งซีดีข้อมูลกระบวนการเปิดโปงยาเสพติดของลพมาได้ มันรีบส่งให้ลูกน้องโดยเร็ว “ข้อมูลทั้งหมดอยู่นี่ เช็คดูซิ”

“แกไอ้ชั่ว นี่แกไม่ทำตามสัญญาหรือ แกหลอกฉันมานี่” ลีลาวดีร้องโวยวาย พยายามดิ้นรนหนี แต่ทำยังไงก็ไม่หลุดจากการเกาะกุม

ลูกสมุนของนิกรจัดการเช็คแผ่นซีดีของลีลาวดีอย่างรวดเร็ว “ข้อมูลถูกต้อง… จากการ
ตรวจสอบมีฉบับเดียวมันไม่ได้ก๊อปปี้ให้ใครทั้งนั้น”

นิกรมองลีลาวดีอย่างสมเพช “แกไม่ได้ก๊อปปี้ไว้ ไม่ได้ส่งให้ตำรวจ ไม่ได้เอาใครมาด้วย เออคุณ” นิกรหันไปหาไก่ “ผมว่าเราเปลี่ยนคำพูดใหม่เถอะ … แบบนี้เขาเรียกบรมโง่เลยล่ะ”

ทั้งสองพากันหัวเราะร่วน
“เฮอะผู้หญิงก็แบบนี้”

“ไอ้เจษ จัดการปิดปากนังนี่ซะ” นิกรสั่งเสียงเหี้ยม เจษตรงเข้าไปจับลีลาวดี ปฏิบัติตามคำสั่งนิกรทันที แต่ยังไม่ทันที่เจษจะได้จัดการกับลีลาวดี รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งก็ขับเข้ามาจากด้านหลังวิ่งตรงเข้ามาที่ไก่และนิกร

ไก่และนิกรตกใจยิงออกไป คนขับมอเตอร์ไซด์ไม่กลัวตายกระโดดลอยตัวเข้าใส่นิกร แล้วทิ้งรถ ตรงเข้ามาลากนิกรไปเป็นเครื่องกำบัง โดยใช้ปืนจ่อหลังบังคับนิกร ให้ไปยืนด้วยกัน ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออก

“ไอ้กุหลาบ...” เฮียไก่อุทาน ตกใจ
เฮียไก่จัดการส่งตัวกุหลาบไปทำงานที่อื่นแล้ว แต่กุหลาบก็ยังสืบจนรู้แผนการชั่วของเฮียไก่และนิกร เขาตามมาช่วยลีลาวดีได้ทันเวลา

“ปล่อยตัวผู้หญิงไป ไม่งั้นนายแกตาย !” กุหลาบจ่อปืนกดไปที่หลังนิกร
“โธ่โว้ย ปล่อยมาได้ไงวะ เดือดร้อนมาถึงข้าจนได้ ไอ้ไก่ เอ็งนะเอ็ง !” นิกรโวยวาย

“เอ็งทรยศข้าจนได้ ข้าอุตส่าห์เชื่อมั่นในตัวเอ็ง” ไก่ด่าท่อกุหลาบ ซึ่งเขาก็สวนกลับโดยเร็ว
“เฮียโกหกฉัน ไหนบอกไม่ใช่พวกเดียวกับไอ้นิกรไงล่ะ จะปล่อยผู้หญิงหรือไม่ปล่อย”

“ปล่อยมันไป เราได้ข้อมูลแล้ว ส่วนไอ้สองคนนี้มันอยากไปลงนรกที่ไหนก็ไปเถอะ” นิกรห่วงชีวิตตัวเองมากกว่ามุ่งจะเอาชีวิตลีลาวดี สมุนที่จับลีลาวดีไว้กำลังจะปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระ แต่แล้วรอนก็ใช้ปืนจี้บัวเดินเข้ามาเสียก่อน

“ไม่ต้องหรอก เพราะเรายังมีไพ่อีกใบหนึ่งอยู่นี่”
รอนประกาศกับทุกคน กุหลาบและลีลาวดีหันไปเห็นบัวก็ตกใจมาก

“บัว นี่คุณตามฉันมาหรือ”
บัวมองเห็นกุหลาบก็ยิ้มดีใจ เพราะในที่สุดเขาก็ได้เจอน้องชายสุดที่รักที่ตามหามานาน

“กุหลาบ… พี่ห่วงแกทุกวัน พี่ได้แต่ภาวนาขอให้แกปลอดภัย”
“เงียบ…ไม่ต้องพูดมาก !” รอนตะคอกกดปืนลงบนหลังบัวหนักขึ้น

“คราวนี้จะเอาไงไอ้กุหลาบ…มีสองคนแลกกับคนๆเดียว พี่ชายกับแฟน…เอ็งจะเลือกใคร ข้าไว้ชีวิตได้แค่คนเดียว...พี่ชายคนนี้ไม่ใช่หรือ คนที่ทำให้แกเสียใจ ทำให้แกผิดหวัง ให้ไอ้รอนมันจัดการซะ คราวนี้แกก็จะได้นังลีลาวดีเป็นเมีย แล้วก็ยังได้เป็นมือปืนเต็มตัว”

ไก่พยายามเกลี้ยกล่อมกุหลาบ ชายหนุ่มยืนนิ่งครุ่นคิด บัวได้โอกาส ตะโกนเกลี้ยกล่อมน้องบ้าง
“หมอบอกว่าเวลาของพี่เหลือน้อยแล้ว ต่อให้ได้รับการผ่าตัด ก็ไม่รู้ว่าจะรอดไหม พี่ไม่เคยเสียใจอะไรเลย นอกจากเรื่องแก พี่อยากบอกแค่คำเดียว พี่ขอโทษ ได้พูดคำนี้ พี่ก็ตายตาหลับแล้ว”

“จะบ้าหรือบัว พูดอะไรออกมาน่ะ ถ้าฉันต้องอยู่แล้วเห็นคุณตาย ฉันคงไม่ให้อภัยตัวเองหรอก” ลีลาวดีทนฟังไม่ได้

“ไอ้กุหลาบ ยังไงเอ็งก็ไม่มีทางเลือกหรอก อยากออกไปติดคุกหรือไง ถ้าเอ็งยอม ข้าจะช่วยไม่ให้เอ็งติดคุก สั่งให้ไอ้รอนมันจัดการไอ้บัวซะ”

“แค่เหนี่ยวไกนิดเดียว บอกมาได้เลยเพื่อน”
เสียงคนนู้นคนนี้พยายามโน้มน้าวกุหลาบ แววตากุหลาบนิ่ง หันมาพูดกับบัว

“ผมเคยนึกสงสัย ใครกำหนดชะตาชีวิตของเราสองคน พี่บัวจำตอนเราขึ้นรถไฟมากรุงเทพได้ไหม ลุงสมชายเคยทำนายไว้ว่าผมจะทำลายพี่ แล้วเราก็โตมา คนหนึ่งกำลังจะเป็นอัยการ อีกคนเป็นโจร แถมยังมารักผู้หญิงคนเดียวกัน พี่ว่ามันน่าตลกไหม วันนี้ผมไม่มีทางเลือก เหมือนทุกอย่างในชีวิตของผมไม่เคยมีทางเลือกเลย เกิดมาสามวันแม่ก็เอามาทิ้งถังขยะ จากนั้นทุกอย่างก็บีบเข้ามา ผมไม่มีทางเป็นคนดีได้อีกแล้วพี่บัว ผมลงจากหลังเสือไม่ได้”

กุหลาบพูดตัดพ้อโชคชะตา ยกปืนขึ้นทำราวกับว่าตัดสินใจจะยิงบัว บัวมองกุหลาบนิ่ง ยอมรับการตัดสินใจของน้อง

“พี่เข้าใจ พี่เป็นพี่แกเสมอ ต่อให้พี่ต้องตาย พี่ก็ไม่โกรธ”
“ผมไม่เคยเข้าใจ ทำไมชะตาชีวิตต้องกลั่นแกล้งผมถึงขนาดนี้ แต่ก็อย่างที่พี่เคยบอก .. ถ้าชีวิตมันต้องการการพิสูจน์ ก็จงทำให้มันรู้ …ให้มันรู้ว่า…เราจะไม่มีวันยอมแพ้”

สีหน้าเศร้าของกุหลาบเปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยมอย่างมั่นใจ กุหลาบเบนเป้าหมายจากบัวเปลี่ยนไปทางรอนอย่างรวดเร็วในนาทีสุดท้าย !

“เปร้ยง เปรี้ยง! “
กระสุนจากกระบอกปืนของกุหลาบพุ่งทะยานปลิดชีวิตรอน และนิกรอย่างรวดเร็ว บัวที่หลุดพ้นจากรอน กระโดดเข้าใส่เจษที่จับตัวลีลาวดีอยู่ บัวเข้าต่อสู้จนสามารถปลิดชีพเจษได้

“ไอ้กุหลาบ !”
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน ไก่โกรธมากที่ถูกกุหลาบหักหลัก เขาจ่อยิงเข้าที่กุหลาบทันที
“เปรี้ยง !! “

กุหลาบโดนยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายใกล้หัวใจ ลิ่มเลือดทะลุออกมาดูน่ากลัว กุหลาบล้มลงไปกองกับพื้น ลีลาวดีตกใจอย่างมากที่เห็นกุหลาบถูกยิง

“กุหลาบ !”
ไก่ทำท่าจะยิงลีลาวดีตามไปอีกคนแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็วิ่งกรูเข้ามาเสียก่อน
“เฮ้ยหยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

สารวัตรนำกำลังตำรวจวิ่งมาถึงตรงเข้าสกัดยิงไก่ไว้ได้ทัน ลูกสมุนทั้งหมดแตกฮือ แต่สุดท้ายตำรวจก็สามารถรวบตัวลูกสมุนของนิกรและไก่ได้ทั้งหมด

ส่วนนิกร ไก่ รอน และเจษถูกตำรวจยิงตาย...จับมือกันไปสู่ปรโลก…

จำปาและมะลิที่ตามมาใจหายวาบเมื่อเห็นกุหลาบกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมกอดลีลาวดี
“กุหลาบลูกแม่”

จำปาวิ่งเข้าไปกอดกุหลาบอีกคน กุหลาบลืมตามองหน้าผู้เป็นแม่
“แม่ ผมไม่กล้าสู้หน้าแม่ แม่ยังมาอยู่ที่นี่อีก ผมตายตาไม่หลับกันพอดี ใบหน้าของแม่คงตามหลอกหลอนให้ผมรู้สึกผิดไปถึงชาติหน้า”

จำปาเข้าไปตบตีกุหลาบ ร้องไห้หน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้
“กุหลาบ ไอ้เด็กเก็บจากถังขยะ ฉันทำเพื่อแกขนาดนี้ แกจะมาทิ้งฉันไปแบบนี้ไม่ได้นะ ฮือ…. กุหลาบลูกแม่” จำปาใจสลาย ร้องไห้ฟูมฟาย

กุหลาบปรายตามองลีลาวดี เห็นหญิงสาวร้องไห้ไม่เลิกก็นึกขัน
“คุณก็เป็นแบบนี้ทุกที มาช่วยผมแบบโง่ๆ โง่จนผมขี้เกียจจะด่าแล้ว “

ไม่มีใครสนุกตามกุหลาบไปด้วย บัวเป็นห่วงน้องมากจนโรคหัวใจกำเริบอีกครั้ง เขาหายใจขัด จนหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทรุดลงไปกับพื้นด้วยอาการโรคหัวใจ

จำปามองภาพตรงหน้า ด้านหนึ่งคือกุหลาบ ด้านหนึ่งคือบัว ทั้งสองเกิดในเวลาใกล้กันและกำลังจะตายในเวลาเดียวกัน !

“บัว….กุหลาบ ….” จำปาเป็นห่วงลูกทั้งสอง ตกใจทำอะไรไม่ถูก กุหลาบเองเมื่อรู้ว่าพี่ชายอาการไม่ดีก็ค่อยๆเขยิบคลานไปหนุนตักแม่

“ผมไม่เคยกลัวตายเลยนะแม่” กุหลาบพูดขึ้นอย่างอ่อนแรง “ยิ่งถ้าได้ตายบนตักแม่ ความอบอุ่นอย่างเดียวที่เด็กเก็บจากถังขยะอย่างผมรู้จัก ผมก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว”

กุหลาบยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มของเขาทำให้ทุกคนยิ่งร้องไห้ ...


“แม่ครับ…ผมมีเรื่องจะบอก ผมเอาชนะลุงสมชายได้แล้วนะแม่...ตอนนั้นผมเกลียดเขาอย่างกับอะไรดี แต่ผมก็คิดขึ้นมาได้ ทางที่จะเอาชนะเขามีวิธีเดียว คือให้อภัยเขา ผมจำได้แม่น ผมห้ามใจได้ ผมไม่ได้ยิงเขาทั้งๆที่ผมเกลียดลุงสมชายอย่างที่สุด ตอนเดินออกมาจากเขา ผมมีความสุขมากเลย ทันทีที่ผมเอาชนะอารมณ์ของตนเอง ผมให้อภัยคนที่ทำลายชีวิตผมได้ ผมเป็นเปลวไฟส่องนำทางคนอื่นได้แล้วใช่ไหมแม่”

สำหรับกุหลาบ เวลาแห่งการชนะใจตนเอง ไม่ปล่อยให้ตกเป็นทาสของอารมณ์ชั่ววูบ คือที่สุดในชีวิตของเขา ทั้งหมดเป็นความลับที่เขารู้อยู่คนเดียว เขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาสะกดสัตว์ร้ายในตัวของเขาอยู่หมัด เขาเติบโตขึ้นจากวันนั้น ด้วยคำอธิษฐานตลอดชีวิตของแม่จำปาที่เก็บเขาจากถังขยะ

ที่แท้ เขาแอบแฝงเข้าไปอยู่กับเฮียไก่หลังจากวันนั้น เพื่อช่วยชีวิตลีลาวดีนั่นเอง แต่จิตใจของเขา ไม่ได้เป็นพวกของเฮียไก่และนิกรแต่อย่างใด

จำปายิ้มให้กุหลาบ ภูมิใจในตัวลูก ไม่ผิดหวังที่ให้ความรักกับกุหลาบไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ในที่สุดกุหลาบก็เอาชนะใจตัวเองได้ ขณะเดียวกันบัวที่หน้าซีดหายใจไม่ออก พยายามคลานเข้ามา จับมือกับกุหลาบ

“กุหลาบ”
“พี่บัว”
ทั้งสองจับมือกันยิ้มให้กัน

“แกเป็นเปลวไฟส่องนำทางพี่นะ ไม่ใช่พี่ส่องนำทางแก แกเอาชนะตัวเองในแบบที่พี่ทำไม่ได้ พี่เรียนสูงกว่า แต่พี่ก็ยังอยากเอาชนะแก แต่แกสิ ไม่เคยโกรธพี่ ไม่เคยเกลียดพี่เลย”

กุหลาบกระชับมือกับบัวแน่นขึ้น
“อดทนไว้นะ พี่ต้องรอดเหมือนทุกครั้ง พี่บัวของผมทำได้ทุกทีนี่นา”

“กุหลาบ…” กุหลาบหันไปหาลีลาวดี เอื้อมมือไปจับลีลาวดีไว้ อ่อนแรงลงทุกทีแล้ว
“ลีลาวดี ก้มหน้ามาอีกหน่อย ผมจะจำหน้าคุณไว้ จำดวงตา จำจมูก จำปาก ถ้าเกิดชาติหน้า ผมต้องจำคุณได้ ผมจำได้แน่ๆ”

กุหลาบพูดพลางสัมผัสไปทั่วใบหน้าของลีลาวดี จดจำทุกส่วนของผู้หญิงอันเป็นที่รักประทับไว้ในใจ ลีลาวดีร้องไห้แทบเป็นสายเลือด
“ไม่ … ไม่เอา คุณต้องไม่ตาย หมอ หมออยู่ไหน”

เตียงพยาบาลเข็นมาถึง เอาตัวทั้งบัวและกุหลาบขึ้นเตียง พาขึ้นรถพยาบาลขับออกไปที่โรงพยาบาลทันที...ก่อนเข้าห้องผ่าตัด กุหลาบยังมิวายเรียกหาจำปา

“แม่ แม่ครับ” กุหลาบจับมือจำปาที่ยืนอยู่ข้างเตียง น้ำเสียงแผ่วระโหย
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว แกต้องหาย แกตายไม่ได้นะ แกอยู่ได้ด้วยความรักของแม่และของพี่ แกต้องยึดเหนี่ยวสิ่งนี้เอาไว้ แกต้องกลับมาหาแม่ได้ยินไหม”

“หัวใจของผม ให้พี่บัวนะ ผมอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในตัวของพี่บัว หัวใจของผมผ่าตัดใส่ให้พี่บัวนะ แม่ได้ยินไหม”

“กุหลาบพูดอะไรออกมา พูดแบบนี้ทำไม” จำปาดุลูกอย่างตกใจ
“ไม่ ไม่เอาหัวใจน้อง ไม่เอา… ไม่เอาหัวใจน้อง !”บัวได้ยินที่กุหลาบพูดจึงพยายามกระตุกมือมะลิทั้งที่อ่อนแรงเต็มทน

“อะไรนะพี่บัวพี่บัวพูดอะไร” มะลิพยายามก้มฟัง
“ไม่เอาหัวใจของกุหลาบ…ไม่เอา ไม่เอาหัวใจน้อง !”

กุหลาบเห็นแม่เงียบเฉย เขาจึงย้ำอีกครั้ง “แม่รับปากสิ เอาหัวใจผมให้พี่บัว ชีวิตที่สกปรก จะมีหัวใจที่สะอาดให้พี่บัว เอาให้พี่บัวนะ”

กุหลาบยังคงเป็นห่วงพี่ชาย จำปากับลีลาวดีได้แต่ร้องไห้พูดไม่ออก...ฝ่ายบัวก็ยังจับมือมะลิคะยั้นคะยอ

“มะลิ บอกแม่นะ พี่ไม่เอา ถ้าจะตาย…ก็ปล่อยเราตายไปด้วยกัน แต่ถ้าจะอยู่ก็ต้องอยู่ทั้งสองคน มะลิ บอกแม่นะ บอกแม่ด้วย”
“ได้ยินแล้วจ๊ะได้ยินแล้ว”

“กุหลาบ…แกต้องกลับมาแก้ไขชีวิตของแกด้วยตัวแกเอง แกเลือกชีวิตของแกเองมาตลอด แกต้องทำได้!”

บัวรวบรวมพลังทั้งหมดพูดสั่งกุหลาบเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่บุรุษพยาบาลจะเข็นสองพี่น้องแยกเข้าห้องผ่าตัดไป

หลายวันผ่านไป....
ดวงตาของบัวค่อยๆลืมขึ้น เขามองเห็นสิ่งรอบตัวต่างๆพร่ามัว แต่พอกระพริบตาถี่ขึ้นภาพทั้งหลายก็เริ่มชัดเจน ....เขามองไปรอบๆตัวเห็นว่าตนเองอยู่ในโรงพยาบาล มะลิเปิดประตูห้องเข้ามาเยี่ยมเยียนเขาตามปกติ แล้วหญิงสาวก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อพบว่าบัวได้สติแล้ว

“พี่บัว พี่บัวของมะลิ หมอบอกว่าพี่จะตื่น พี่ก็ตื่นจริงๆ” มะลิรีบกดออดเรียกพยาบาล
“ พยาบาลคะ คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ”
บัวลองจับที่หัวใจตนเอง แล้วเขาก็ต้องแปลกใจที่เขาไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

“ทำไมพี่รู้สึกดีจังเลย หมอรักษาพี่ยังไง” บัวลุกขึ้นนั่ง
“พี่บัว อย่าเพิ่งนั่งสิ”
“โอ๊ย...” บัวกุมหัว วิงเวียนเพราะนอนสลบมาหลายวัน มะลิเข้าไปพยุงบัวให้เอนลง

“ยังเจ็บอยู่เห็นไหม”
บัวนิ่วหน้า เริ่มสงสัย “ข้างในนี้ มีหัวใจของใคร หมอรักษาพี่ยังไง”

มะลินิ่งเงียบจนบัวเอะใจ เขาใจหายวาบเมื่อคิดว่าอาจจะเป็นหัวใจของกุหลาบที่อยู่กับเขา บัวตัดสินใจดึงสายน้ำเกลือขาด พร้อมลุกขึ้นจากเตียงออกไปจากห้อง มะลิเข้าไปห้ามปรามแต่เขาไม่ฟัง บัวเอาแต่เดินมองตามชื่อห้องต่างๆที่อยู่ใกล้กัน หวังจะได้เห็นชื่อของกุหลาบ แล้วเขาก็พบกับห้องๆหนึ่งที่เปิดประตูไว้ และกุหลาบก็นอนพักฟื้นอยู่ที่นั่น

“กุหลาบ...”
จำปาและลีลาวดีเดินออกมาหาบัว ทั้งสองยิ้มให้บัวอย่างอ่อนโยน “แกยังใช้หัวใจของแก และน้องก็ยังใช้หัวใจของน้อง”

“หมอบอกกุหลาบปลอดภัยแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง” ลีลาวดีช่วยเสริม
มะลิยิ้มให้บัว พร้อมกล่าวอย่างอ่อนโยน “ส่วนพี่ หมอผ่าตัดลิ้นหัวใจเทียมใส่ให้”

บัวน้ำตาซึม เขาโผเข้ากอดจำปาแน่น “ขอบคุณครับแม่ ขอบคุณมาก....”
เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆทั้งหมดผ่านพ้น จำปาพาลูกชายทั้งสองที่แข็งแรงดีไปทำบุญ ตักบาตร และรดน้ำมนต์

“หมดทุกข์หมดโศกเสียที พวกเอ็งได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า”คนเหนือคน” เป็นยังไง คนอย่างพวกเอ็ง ร้อยคนทำได้คนเดียวเท่านั้น สมแล้วที่เป็นดอกไม้งามกลางดงดอกหญ้าที่ไม่มีราคา ... จำปา บัว กุหลาบ มะลิ ลีลาวดี ดอกไม้งามแห่งลานดอกหญ้า”

ทุกคนก้มลงกราบพระด้วยสีหน้าสดใจ ครูอารีที่มาด้วยแอบกระซิบคุยกับมะลิ
“แล้วเรื่องคดีของกุหลาบ บัวเขาว่ายังไง”

“ทั้งคดีมียาบ้าเพื่อเสพและคดีปล้นบ้านคนแก่ พี่บัวจะช่วยค่ะ เขาจะช่วยน้องของเขา เขาเชื่อว่าเขาทำได้…โชคดีนะคะที่ยาบ้ามีแค่เม็ดสองเม็ด ส่วนคนแก่นั่นปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ บัวบอกว่า ด้วยฝีมือของเขา อาจจะติดคุกไม่กี่ปี”

แล้วในที่สุดผลการตัดสินโทษของกุหลาบก็ออกมา ตำรวจคุมตัวกุหลาบเข้าสู่เรือนจำ โดยมีจำปาและบัวยืนรอส่ง

“เฮ้อ ติดคุกตั้งสิบปี แม่คงตายก่อน” จำปาหน้าเศร้า
“กฎหมายเปิดโอกาสให้เราแก้ตัวเสมอ ผมคุยกับน้องแล้ว ถ้าเขาประพฤติดี ทำตัวดี โอกาสขอพระราชทานอภัยโทษมีเยอะแยะ โทษอาจจะเหลือแค่ครึ่งเดียวก็เป็นไปได้”
บัวปลอบใจผู้เป็นแม่

“แต่แกโดนใส่ร้ายนี่นา ไม่ยุติธรรมเลย”
“คบคนเลว ก็ผิดไปครึ่งหนึ่งแล้วแม่ บทลงโทษสำหรับการใจอ่อนเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนเลวก็เป็นแบบนี้”

กุหลาบพูดอย่างทำใจได้ บัวยิ้มให้กุหลาบ พี่น้องกลับมารักและเข้าใจกันเหมือนเดิม
“พี่ดีใจที่แกรับสภาพได้”

กุหลาบมองไปข้างหน้า ยิ้มมั่นใจ
“เฮอะ เรือนจำ …ไม่ใช่ผมไม่เคยสักหน่อย ตอนที่ผมติดคุกครั้งแรกพี่เคยบอกว่าอะไรนะ”

“ประตูนั่น เดินเข้าไปเลยน้องรัก อย่าก้มหน้า อย่าเสียใจ ตั้งใจไป เผชิญหน้ากับมัน ถ้าชีวิตมันต้องการการพิสูจน์ ก็แสดงให้มันเห็น ทำให้มันรู้ว่าเราจะไม่มีวันยอมแพ้”

กุหลาบยังจำคำพูดของบัวในตอนนั้นไว้ได้ไม่ลืม และคราวนี้เขาก็จะใช้มันเป็นสิ่งเตือนใจไม่ให้หลงเดินทางผิดไปกับความชั่วร้ายในคุก กุหลาบพยักหน้ากับบัวว่าพร้อมแล้ว บัวดึงน้องเข้ามากอด

“ทองคำแท้ ต่อให้อยู่ในปลักโคลนก็คือทองคำแท้”
กุหลาบพยักหน้า เดินเข้าไปในเรือนจำอย่างไม่หวาดกลัว เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าอย่างกล้าหาญ

ตอนอวสาน

2 ปีผ่านไป...
บัวผ่านการทดสอบเนติบัณฑิต และอีกไม่นานบัวจะได้เป็นอัยการ...ทนายความของแผ่นดินตามที่เขาใฝ่ฝัน

บัวนั่งอ่านจดหมายของกุหลาบที่ส่งถึงเขา ก่อนจะนำไปให้มารดา
“มีจดหมายจากกหุลาบด้วยครับ เขาได้เป็นนักโทษดีเด่นติดต่อกันสองปีแล้วนะฮะ คงได้รับพระราชทานอภัยโทษแน่”

“เหรอๆไหนขอดูหน่อย”
จำปาดีใจเปิดจดหมายดู พอดีกับที่มีขอทานเดินขอเงินเป็นชายขี้เมากลางคน ผ่านมาหน้าร้าน บัวมองตามอย่างอดสะท้อนใจไม่ได้

“มองอะไรน่ะลูก… คิดถึงไอ้คนชั่วคนนั้นล่ะสิ”
บัวรู้ดีว่าแม่พูดถึงใคร เขาพยายามสลัดความคิดเรื่องพ่ออกไปจากหัว

“แม่ทำงานเหนื่อยแล้ว อย่าคุยกันเรื่องนี้เลยฮะ”
บัวขอตัวเดินเข้าบ้าน จำปาเข้าใจหัวอกของลูกชายดี เธอจึงตัดใจบอก

“ไปจัดการเรื่องเขาเถอะ แกกำลังจะได้รับโปรดเกล้าเป็นอัยการปีนี้ ถ้าขืนมีบาปติดตัวเพราะอกตัญญู แกคงไม่เจริญแน่”

จำปาพูดเสร็จก็เดินหนีไป....บัวยิ้ม โล่งใจที่ไม่ต้องรู้สึกผิดว่าเป็นลูกอกตัญญูอีกต่อไป
เขากลับไปตามหาพ่อ ณ สถานที่เดิมที่เคยเจอ แล้วเขาก็ต้องเศร้าใจเมื่อพบว่าสมชายโกรธแค้นกุหลาบมากจนฟั่นเฟือนกลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว

บัวพาสมชายมารักษาที่โรงพยาบาลประสาท ถึงแม้ว่าสมชายจะจำเขาไม่ได้แล้ว แต่บัวก็ตั้งใจจะรักษาเลี้ยงดูพ่อจนกว่าจะตายจากกัน

เย็นวันนั้น...บัวไปเยี่ยมเยียนเด็กๆที่มูลนิธิ แล้วเขาก็ต้องอมยิ้มเมื่อได้เห็นมะลิกำลังถือไม้ขู่ สั่งสอนเด็กคนหนึ่งอยู่

“นี่แน่ะนี่ ทำไมถึงไปขโมยของเขา ที่เราเกเรอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราอยากได้เงินหรอก เราแค่ไม่อยากถูกลืม อยากให้คนอื่นๆรู้ใช่ไหมว่าเรามีตัวตนอยู่ เราจะเรียกร้องความสนใจใช่ไหม”

บัวยิ้มนึกถึงอดีตเขาก็เคยพูดกับมะลิแบบนี้ เขาเดินตรงเข้าไปหามะลิ
“ฮะแอ้ม นั่นมันคำพูดพี่นะ เลียนแบบน่ะ ขออนุญาตหรือยัง”

มะลิหน้าแดงขึ้นมาทันที หญิงสาวในชุดกระโปรงเจ้าหน้าที่มูลนิธิยิ้มให้บัวเจื่อนๆ ไม่อยากจะเห็นหน้าบัวเท่าไหร่นัก

“พี่บัว สบายดีหรือ ไปทานข้าวสิจ๊ะ”
“แล้วเราล่ะ”

“ให้ไอ้เก๋ากับบ๊ะจ่างทำงานอยู่ข้างใน จะไปดูหน่อย” มะลิไม่ตอบคำถาม ได้แต่เดินหนีบัวไปซะอย่างนั้น

บัวแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีเหินห่างของมะลิจึงเดินตามไป แล้วเขาก็ได้เห็นฮะเก๋า บ๊ะจ่าง ฝึกอาชีพ ทำอาหารอยู่มุมหนึ่ง ส่วนแจ๋นแจ๋ จุ้นจ้าน หลิงหลิง ซูซี่ นั่งฝึกงานฝีมืออยู่ด้วยกัน มะลิเข้ามาร่วมวงด้วย ฮะเก๋าวิ่งมาแกล้งซูซี่หลิงหลิง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

บัวแกล้งเดินเข้ามาพูดกับมะลิอย่างตัดพ้อ
“มารวมตัวอยู่ที่นี่เอง มิน่าหมู่นี้ถึงไม่ค่อยไปหาพี่ อยู่กับเพื่อนๆสนุกกว่าอยู่กับพี่สินะ”

“ฉันก็ไปทุกวันนั่นล่ะ ไปช่วยแม่ตอนกลางวัน ก็พี่ไปทำงาน “
มะลิเห็นบัวเข้ามาใกล้จึงเดินหนีอีก หญิงสาวหนีไปเดินเล่นในสวนสวยยามเย็น ซึ่งบัวก็ยังคงเดินตามถามในสิ่งที่เขาข้องใจ

“แต่พี่ว่าเราพยายามทำตัวเหินห่างพี่นะ ถามจริงๆโกรธอะไรพี่หรือ”
“เปล่าซักหน่อย” มะลิยังคงปากแข็ง

บัวนิ่วหน้าเล็กน้อยกับคำตอบของมะลิ และจู่ๆบัวก็ร้องโอดโอย ทำท่าเจ็บหัวใจ ตัวอ่อนลงไปกองกับพื้น “โอ๊ะโอ๊ย”
มะลิตกใจมาก ถลาเข้าไปหาบัว

“พี่บัว นี่พี่ยังมีอาการโรคหัวใจอีกหรือ เป็นไงบ้าง ช่วยด้วย ช่วยด้วย…” มะลิร้องตะโกนเรียกให้คนช่วย
บัวจับมือมะลิมาจับที่หัวใจของตนเอง

“ไม่ใช่เพราะโรคหัวใจ แต่เพราะมะลิไม่สนใจพี่ต่างหาก หัวใจพี่ก็เลยเจ็บ” บัวส่งยิ้มหวานให้มะลิ
“อีตาบ้า”
มะลิทุบบัวพลั่กเข้าทีหนึ่ง เขินอายหน้าแดง บัวเห็นดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ

“ตกลงจะบอกได้หรือยัง ว่าโกรธพี่เรื่องอะไร”
“ไม่ใช่โกรธ ฉันก็แค่ แบบว่า …เอ้อ ฉันก็มีหัวใจ ฉันก็เจ็บเป็นเหมือนกันนั่นล่ะ”

“เจ็บหัวใจ ทำไมต้องเจ็บ” บัวถามอย่างงุนงง
“โฮ้ยจุกจิกจริง...พูดก็ได้ … เอาแบบแมนๆเลยนะ พูดทีเดียวนะ แล้วห้ามมาล้อล่ะ” มะลิทำท่าฮึดฮัดกลบความเขิน

“เออๆ ว่ามา แมนก็แมนวะ” บัวยิ้มขำ
“หันหน้าไปทางโน้นก่อน”

มะลิจับบัวให้หันผลิกไปอีกทางด้วยความเขิน...ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตนรู้สึกออกไป
“ฉันไม่อยากอยู่ใกล้พี่ เพราะฉันทนเห็นพี่รักฉันแบบนั้นไม่ได้”

“พี่รักเธอก็ดีแล้วนี่ ทำไมต้องทนไม่ได้” คิ้วของบัวเริ่มจะขมวดกันด้วยความงุนงง
“ก็รักแบบนั้นมันรักแบบน้องสาว โฮ้ย… ฉันไม่ได้อยากเป็นน้องพี่สักหน่อย…อุ๊ย”

มะลิหลุดพูดความในใจไปแล้วก็ยกมือปิดปากเขินจัด ทำหน้าไม่ถูกเลยวิ่งหนีไป บัววิ่งตามไปคว้าตัวมะลิมากอดไว้
“นี่จะทำอะไรน่ะ”
มะลิแกล้งโวยวาย ทั้งๆที่หน้าแดงเป็นลูกตำลึง

“เขาเรียกกอด พี่ทำกับเราบ่อยไป จำไม่ได้หรือ” บัวพูดยิ้มๆ มองมะลิตาหวาน
“นี่ ไม่ต้องมาสงสารฉันหรอกน่า ฉันไม่ใช่ตัวสำรองของใครนะ ไอ้แบบที่ไม่มีใครแล้วหันมาคว้าฉันน่ะ ไม่เอาโว้ย เสียศักดิ์ศรี”

มะลิทำท่าจะสะบัดตัวหนี บัวเก้าอี้ในสวนว่างอยู่จึงดึงมะลิไปนั่งตัก
“มา....นั่งคุยกัน”

“อะไรเนี่ย ขอนั่งธรรมดาไม่ได้หรือ” มะลิเขินอาย ใจเต้นแรง
“ไม่ได้ นั่งแบบนี้แหล่ะดีแล้ว ….ความจริงพี่เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน แล้วก็ได้คำตอบแล้ว”
“ได้ว่าอะไร”

“พี่ไม่ได้รักเธอแบบน้อง พี่รักเธอเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิง และไม่ใช่เพราะเหตุผลที่พี่ไม่มีใครด้วยนะ…” บัวมองตามะลิ พูดอย่างจริงจัง “มีเหตุผลสองอย่าง อย่างแรก ความทุกข์ของมะลิเป็นความทุกข์หนักของพี่”

มะลิฟังคิดตามแล้วก็นึกออกว่าบัวหมายถึงอะไร
“พี่เคยเข้าโรงพยาบาล เพราะตามหาฉัน เพราะอยากให้ฉันเป็นคนดี ถ้าความรักของแม่ทำให้พี่กุลาบเป็นคนดี ความรักของพี่บัวก็ทำให้ฉันอยากมีชีวิตที่ดีเหมือนกัน”

มะลิบอกกับบัวเช่นนั้น เขาจึงพูดต่อ
“พี่เคยเสียคนเพราะลีลาวดี แต่นั่นเพราะพี่หลง…ไม่ใช่รัก แต่มะลิทำให้พี่รู้สึกอบอุ่นใจ ไม่ใช่ร้อนใจเหมือนอยู่กับลีลาวดี”

มะลิยิ้มกว้าง “ฉันดีใจจัง แล้วข้อที่สองล่ะ”
“ถ้าพี่คิดว่าเธอเป็นน้อง พี่คงไม่อยากทำอะไรบางอย่าง แต่เพราะไม่ได้คิด ก็เลยอยากทำ…อยากทำมาตั้งแต่เด็กๆแล้วด้วย”

“ทำอะไร” มะลิถามอย่างแปลกใจ
บัวยิ้มเขินขึ้นมาบ้าง เมื่อนึกถึงวีรกรรมที่ทำไว้กับมะลิตอนเด็ก ไม่ใช่ตอนที่บุกไปช่วยมะลิในบ้านไฟไหม้ แต่เป็นตอนที่อาจหาญขอหอมแก้มมะลิที่โรงพยาบาลทั้งที่อายุเพียง 8 ขวบ
และความทรงจำนั้นก็ติดอยู่ในใจของมะลิเช่นเดียวกัน

เวลานี้ บัวหอมแก้มมะลิอีกครั้ง ทั้งสองกอดยิ้มให้กันด้วยความรักและความเข้าใจในที่สุด

หลายปีผ่านไป...
ลีลาวดีนั่งวาดรูปดอกกุหลาบดอกหนึ่งอยู่อย่างตั้งใจ แต่สักพัก ไฟในบ้านทรงไทยก็ดับวูบลง
“ไฟดับอีกแล้ว เฮ้อ...”

หญิงสาวถอนใจยาว วางอุปกรณ์ในมือลง ก่อนที่จะหยิบไฟฉายเดินออกไปจากห้อง
“สงสัยฟิวส์จะขาดอีกแล้ว”

ลีลาวดีเดินบ่นเข้าไปในห้องที่มีแผงไฟหลัก เสียงกุกกักบางอย่างดังขึ้นทางด้านหลัง หญิงสาวหันมองอย่างตกใจ
“ใครน่ะ”

กุหลาบเข้ามากอดจากด้านหลัง จูบที่แก้มฟอดใหญ่
“นี่นี่...” ลีลาวดีดิ้นรน ทุบตี แต่พอหันไปเห็นว่าเป็นชายที่เธอรักก็ดีใจมาก “กุหลาบ”
ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง

“ทุกครั้งที่ไฟดับ ผมที่แอบดูอยู่มุมหนึ่งของบ้านต้องมีหน้าที่วิ่งมาซ่อมก่อนที่คุณจะมา แต่ตอนนี้ ผมเป็นคนทำมันดับเอง หลอกให้คุณมา…”

“ทำไมต้องหลอกด้วย”
“ก็อยากให้รู้มั้งว่าต้องแอบเฝ้าคุณ โดยทำอะไรไม่ได้น่ะ ทรมานแค่ไหน” กุหลาบหอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่ทั้งสองข้างจนลีลาวดีดิ้นขลุกขลัก

“นี่ทำอะไรน่ะ”
“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวกัดหูนะ คนเพิ่งออกจากคุกน่ะ ไอ้หื่นกามน่ะรู้จักไหม”
กุหลาบขู่ แววตาเจ้าเล่ห์ ลีลาวดีร้องกรี๊ดทันที ดิ้นจนหลุด

กุหลาบทำท่าหื่นกามน่ากลัว
“ฮื่อ …อ”
“อีตาบ้า ออกไป๊” ลีลาวดีแกล้งผลักไส วิ่งหนี กุหลาบวิ่งตามไปรวบตัวเธอไว้จนได้ ทั้งคู่กอดกันกลมอีกครั้งด้วยความรัก...

“ออกจากที่นั่นเร็วกว่าใครๆ แค่ห้าปีเท่านั้นเก่งจริงๆ พ่อนักโทษชายดีเด่นห้าปีซ้อน” ลีลาวดีกระซิบชื่นชมกุหลาบ

“จบกันเสียที ห้าปีที่น่าเบื่อ”
หญิงสาวคลายอ้อมกอดจากกุหลาบ ส่งสายตามองเขาอย่างตัดพ้อ

“ออกมาตั้งนาน มาหาฉันเป็นคนสุดท้ายเลยนะ นึกว่าลืมเราไปแล้ว”
“ไม่กล้ามาหาน่ะ ถ้าไม่ได้ทำอะไรอย่างหนึ่ง”

กุหลาบพูดอย่างมีเลศนัยให้ลีลาวดีสงสัย แล้วเขาก็ได้พาเธอไปยังตึกแถวเล็กๆหลังหนึ่งที่ ถูกตกแต่งเป็นอู่เล็กๆ

“นี่อู่ของผมเอง เอาเงินเก็บของแม่มาทำ ตอนนี้ยังเป็นอู่เล็กๆ มีผมเป็นช่างคนเดียว แต่อีกไม่นานหรอก อีกไม่นาน คุณเชื่อผมไหมล่ะ”

“คนอย่างคุณทำได้ทุกอย่าง ฉันเชื่อค่ะ” ลีลาวดียิ้มหวาน ถ่ายทอดกำลังใจให้
“คราวนี้คงมือดำ หน้าดำให้คุณแซวได้ทุกวันนั่นล่ะ”

กุหลาบยังจำได้ ตอนไปหลบไปอยู่ที่เกาะลีลาวดีชอบด่าเขาว่าตัวดำ หน้าดำ ตอนนั้นเขาเคยโกรธ แต่ตอนนี้ ไม่ว่าเธอจะว่าเขาดำแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

“ฉันเริ่มชินแล้ว เริ่มใส่เสื้อสีดำ หัดกินเฉาก๊วย ไหว้ราหูแล้วด้วย ก็ของดำบางอย่างน่ารักจะตาย” ลีลาวดีหยิกแก้มกุหลาบ กุหลาบดึงหญิงสาวมาสวมกอด ทั้งสองหัวเราะให้แก่กัน

วันเวลาผ่านไป...กุหลาบตั้งใจทำงาน อู่ของกุหลาบค่อยๆใหญ่ขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น จนกุหลาบซ่อมคนเดียวไม่ไหวต้องหาลูกน้องมาเพิ่ม กิจการอู่ซ่อมรถของกุหลาบดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด กุหลาบก็ทำตามฝันของเขาได้สำเร็จ

รถจีฟเชอโรกีป้ายแดงคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเรือนไทย กุหลาบที่เป็นคนขับลงมาจากรถ บัว จำปา และมะลิทยอยตามลงมา กุหลาบถือช่อดอกไม้ที่มีดอกกุหลาบและดอกลีลาวดีผูกติดกันมาส่งให้ลีลาวดีด้วยแววตาส่องประกายเปี่ยมสุข

“ช่วยนั่งเจิมเป็นสิริมงคลแก่รถใหม่หน่อยสิครับ”
“บ้า...ฉันไม่ใช่พระนะจ๊ะ ใช้สีทาได้ไหมล่ะ เดี๋ยวเจิมให้”

ทุกคนหัวเราะชื่นมื่น ใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ลีลาวดีรู้ดีว่าหัวใจกุหลาบเต็มตื้นเพียงใดที่สามารถทำงานหาเงินซื้อรถคันนี้มาครอบครองได้

“ทำงานสามสี่ปีผ่อนรถระดับนี้ได้แล้ว อัยการอย่างฉันอายไปเลย” บัวกล่าวชื่นชมน้องชาย
“ถามจริงๆ ทำไมต้องเป็นรถด้วย แถมต้องยี่ห้อนี้อีกต่างหาก” มะลิถามขึ้นบ้าง

“ตอนเฮียไก่ชวนพี่ไปเป็นมือปืนครั้งแรก เขาเสนอรถแบบนี้ให้พี่ รุ่นนี้ ยี่ห้อนี้ ตอนนั้นพี่นึกในใจ พี่จะหารถแบบนี้มาให้ได้ด้วยงานสุจริต พี่จะทำให้เขารู้ ....ทำให้เขาเห็น”

ทุกคนพยักหน้าเพิ่งเข้าใจเหตุผลของกุหลาบ จำปามองลูกรักอย่างปลาบปลื้ม ภูมิใจในตัวลูกทั้งสองมาก

“รู้ไหม วันนี้ ... วันที่ลูกสองคนมีความสำเร็จ คนที่ดีใจที่สุดคือแม่ ลูกเป็นเปลวไฟให้คนอื่นแล้ว ยังเป็นหวยรางวัลที่1 ของแม่ทั้งสองคนเลย”

จำปายิ้มกว้าง....หัวใจเธอเต็มตื้นอย่างที่พูดจริงๆ บัวและกุหลาบโผเข้ากอดแม่อย่างรักใคร่ ความรักและความเข้าใจของผู้เป็นแม่ทำให้เขาทั้งสองมีวันนี้ บัวและกุหลาบได้พิสูจน์ให้ใครหลายคนเห็นแล้วว่าถ้าคิดที่จะทำความดีสักอย่าง ไม่ว่าจะมีอุปสรรคสักเพียงไหน หากมีความตั้งใจเราก็สามารถผ่านพ้นมาได้

มะลิและลีลาวดีเข้ามาร่วมกอดด้วย สีหน้าของบุคคลทั้งห้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม เปี่ยมสุข... หนทางข้างหน้า แม้ว่าจะสว่างหรือมืดมัวเพียงใด พวกเขาทุกคนจะเป็นเปลวไฟส่องทางสว่างไสวให้กันและกัน ตลอดไป...

“จบบริบูรณ์”




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2550    
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 22:47:43 น.
Counter : 1946 Pageviews.  

เปลวไฟในฝัน ตอน 27 - 28




เ ป ล ว ไ ฟ ใ น ฝั น


บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กมลชนก ยวดยง เรียบเรียงจากบทโทรทัศน์


ตอนที่ 27


“กลับมาแล้วหรือ บัวลูกพ่อ หายดีแล้วใช่ไหมลูก พ่อสวดขอพรพระทุกวันเลย”
สมชายในสภาพเมาตาปรือ ดีใจอย่างมากที่เห็นบัวออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

“สวดยังไง เหม็นเหล้าขนาดนี้ พระท่านคงฟังเอ็งหรอก” จำปาปรายตามองสภาพเมามายของสมชายอย่างเบื่อหน่าย

“แหมเอ็งก็ หายป่วยทั้งแม่ทั้งลูกแบบนี้ก็ดีเลย ครอบครัวเราจะได้พร้อมหน้าพร้อมตา…มาเลี้ยงฉลองกันดีไหม”

“คำว่าครอบครัวของข้า ต้องมีกุหลาบด้วย ถ้าไม่มี ข้าไม่เรียกว่าครอบครัวหรอก”
ได้ยินจำปาพูดเช่นนั้นสมชายก็เงียบไป จำปามองหน้าสมชายเล็กน้อย

“จริงสิตอนข้าป่วยเอ็งชงอะไรให้ข้ากินนะ”
“เพล้ง !” สมชายทำแก้วเหล้าในมือตกแตกทันที
“ไหนเอ็งบอกว่าจำไม่ได้ไงล่ะ” สมชายถามอย่างตกใจ

“จู่ๆก็นึกออกน่ะ” จำปาพูดเรียบๆด้วยสีหน้าเฉยเมย ดูไม่ออกว่าตกลงจำปาจำได้หรือไม่ได้กันแน่ “ข้าเข้าไปในครัวก่อนนะ”

สมชายมองตามจำปาสีหน้ากังวลใจ บัวหันไปเห็นซองเอกสารใส่ซีดีที่เขียนชื่อหน้าซองเป็นชื่อเขาก็แปลกใจ

“นี่ของผมหรือฮะ อะไรน่ะ” บัวถามผู้เป็นพ่อ สมชายจำได้ว่ามีคนมาฝากจดหมายให้บัวเมื่อหลายวันก่อน “อ้อ มีคนมาส่งให้ เรื่องงานมั้ง”

บัวนำซีดีแผ่นนั้นไปเปิดดูที่ทำงาน แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านที่กุหลาบเข้าไปปล้น ! เฮียไก่ก๊อปปี้ซีดีแผ่นนั้นไว้และนำมันมาให้แก่บัว !!

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่บัวที่สงสัย นิกรเอ็งยังสงสัย
“ทั้งหมดที่คุณทำ ต้องการอะไรเนี่ย” นิกรถามเฮียไก่

“ยุให้ไอ้บัวจับไอ้กุหลาบน่ะสิ ถามได้ ฮะฮะฮ่า พี่ชายจับน้องชายตัวเองเข้าคุก มีอะไรสนุกกว่านี้บ้าง”

“แล้วลีลาวดี...” เจษทำท่าจะเสริมให้แต่เฮียไก่ยกมือให้เจษหยุด และเขาพูดต่อเอง
“เมื่อไหร่มันแตกคอกัน ไม่ใครก็ใครต้องพาเราไปหาลีลาวดีจนได้ เชื่อสิ !”

เฮียไก่บอกกับนิกรอย่างหมายมั่น เขาไม่เพียงแต่ส่งซีดีให้บัวเท่านั้น แต่ยังโทรไปหาสารวัตรอ๊อด ทิ้งประเด็นให้อ๊อดสงสัยว่าถ้าอยากรู้เรื่องปล้นบ้านให้ไปถามเอากับบัว สารวัตรอ๊อดสงสัยในคำพูดของบุคคลลึกลับนี้เป็นอย่างมาก เขาพยายามจับพิรุธบัว แต่บัวยืนกรานปฏิเสธ

“บัว ฟังผมนะ ผู้รักษากฎหมายมีหน้าที่ที่เจ็บปวดอย่างหนึ่ง คือการคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว มีหลายครั้งที่เราต้องเลือกทำเพื่อคนอื่นมากกว่าทำเพื่อตัวเอง”

“ครับ ขอบคุณที่แนะนำ” บัวตอบได้แค่นี้ เขายังไม่ปริปากบอกสารวัตรเรื่องซีดีที่ได้รับมา

“อัยการ คือทนายของแผ่นดิน ตำแหน่งนี้ได้รับโปรดเกล้าจากพระเจ้าแผ่นดิน เชียวนะ มีหน้าที่ต้องรับใช้เบื้องพระยุคลบาทและประชาชนทั้งประเทศ เข้าใจใช่ไหมว่าต้องเสียสละตนเองอย่างไรบ้าง”

“เข้าใจครับ” บัวบอกหน้าเครียดก่อนจะปลีกตัวไป เขาเดินทางไปหาลีลาวดีเพื่อสอบถามถึงกุหลาบ

“คุณรู้ใช่ไหมว่าจะตามตัวกุหลาบได้ที่ไหน” บัวสอบถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
“มีอะไรคะ คุณจะตามตัวกุหลาบไปทำไม”

บัวหยิบซีดีลึกลับที่ได้มาออกจากกระเป๋า
“มีคนส่งซีดีนี่ให้ผม คุณรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นคนที่ยิงชายแก่ในบ้านหลังนั้นจนบาดเจ็บสาหัส”

ลีลาวดีมองอย่างตกใจ “ที่ฉันไปคราวที่แล้วเพราะซีดีแผ่นนี้ กุหลาบเอาไปแล้วนี่นา
มาอยู่กับคุณได้ไง”

บัวสุดจะทนอีกต่อไปที่เห็นลีลาวดียังเข้าข้างกุหลาบไม่เลิก เขาโวยวายออกมา
“คุณรู้จริงๆด้วย ในเมื่อคุณรู้ คุณยังปกป้องเขาอีกหรือ”

“นี่คุณจะทำอะไร อย่าบอกนะว่าคุณจะ…”
ลีลาวดีถามอย่างหวาดหวั่น เธอกลัวใจบัวเหลือเกิน บัวเองก็ได้แต่ครุ่นคิด นึกถึงคำพูดของอ๊อดที่ว่าเขาเป็นอัยการ เป็นทนายของแผ่นดิน ต้องเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ....แล้วในที่สุด บัวก็ตัดสินใจ “ผมจะเอามันให้ตำรวจ”

“บัวอย่านะบัว....”
บัวไม่ฟัง เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ลีลาวดีรีบตามมาขวางไว้

“บัวฟังฉันก่อน กุหลาบเขาถูกใส่ร้ายนะคะ เขาถูกหลอกให้เข้าไปที่บ้านหลังนั้น”
“ถูกใส่ร้ายอีกแล้วหรือ คนอะไรจะถูกใส่ร้ายได้ซ้ำๆซากๆขนาดนั้น”

“บัว…คุณรู้จักเขามากกว่าใครๆ คุณโตมากับเขาคุณต้องรู้สิ ว่าเขาจะทำคนแก่คนนั้นได้ยังไง” ลีลาวดีพยายามเกลี้ยกล่อม แต่บัวยังคงยืนกราน

“ผมเป็นทนายนะคุณ แถมยังเป็นทนายของแผ่นดิน ผมถูกสอนให้เคารพในหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก ต่อให้ผมรักเขาแค่ไหน แต่ในเมื่อหลักฐานมันเห็นอยู่ทนโท่”

“ตกลงคุณจะเอาซีดีนี่ให้ตำรวจจริงๆใช่ไหม”
“ใช่”
“งั้นก็ตามฉันมา”

ลีลาวดีพูดจบก็ดึงมือบัวเข้าไปในห้อง เขามองหน้าเธออย่างแปลกใจ
“พาผมเข้ามาในห้องคุณทำไม”

“แม่คุณบอกว่า ฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณเปลี่ยนไป เพราะความรักที่คุณมีต่อฉัน”
“ไม่เกี่ยวสักหน่อย”

“ถ้าฉันเป็นต้นเหตุจริง ก็แก้ไขที่ต้นเหตุสิ ทำให้มันจบๆไป”
พูดจบ ลีลาวดีก็ตัดสินใจถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแต่สายเดี่ยวข้างใน บัวเห็นดังนั้นก็ตกใจ
“นี่คุณทำอะไร ถอดเสื้อทำไม”

ลีลาวดีเดินเข้าไปกอดบัวแนบแน่น
“คุณรักฉันไม่ใช่หรือ คุณอยากครอบครองตัวฉัน งั้นก็เริ่มสิคะ ทำสิ คุณจะได้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ”

ลีลาวดีตัดสินใจพูดในสิ่งที่เธอเองก็ไม่คิดว่าเธอจะพูดมันออกไปได้ แต่เพื่อกุหลาบแล้ว หญิงสาวยอมทำทุกอย่าง....ลีลาวดีหารู้ไม่ว่าภาพที่เธอกำลังใกล้ชิดกับบัวนั้นกุหลาบได้มาเห็นพอดี !

“ในที่สุดคุณก็ใจอ่อนกับคนดีอย่างเขา มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นถูกต้องแล้ว ถูกต้องแล้วล่ะ”
กุหลาบไม่โกรธเคืองหญิงสาวสักนิด เขาหันหลังให้กับภาพนั้นโดยไว เดินจากไปอย่างผู้แพ้...หากกุหลาบอยู่ต่อ เขาคงได้รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดสักนิด

บัวไม่ได้ทำตามข้อเสนอของลีลาวดี เขาพยายามผลักเธอออก แต่ลีลาวดีไม่ยอมยังคงเข้ากอดพัวพันเขา “นี่จะบ้าหรือ”

“ในเมื่อคุณต้องการสิ่งนี้ คุณก็มาเป็นแฟนกับฉัน เรามาเป็นแฟนกัน แล้วคุณก็ช่วยกุหลาบ ทำลายซีดีนั่นทิ้ง ฉันสัญญานะ สัญญาว่าฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป”

บัวสุดจะทน ผลักลีลาวดีออกอย่างแรง
“นี่ปล่อยผมนะ”
บัวมองลีลาวดีอย่างโกรธมาก น้อยใจเป็นที่สุด

“คุณยอมเป็นของผมเพื่อกุหลาบงั้นหรือ คุณติดสินบนผมด้วยร่างกายของคุณเนี่ยนะ”
“ใช่…ในเมื่อไม่มีทางเลือก คุณกับกุหลาบทะเลาะกันก็เพราะฉัน คุณเข้าโรงพยาบาล
เกือบตายก็เพราะฉัน ฉันก็ควรจะจัดการทุกอย่างให้มันจบสิ้นไป”

ลีลาวดีร้องไห้ออกมา หล่อนกำลังสติแตก เพราะความเครียดที่ถาโถมเข้ามา !
“คุณมันบ้าไปแล้ว คุณทำกับผมแบบนี้ แย่ยิ่งกว่าที่คุณปิดประตูไล่ผมอีก คุณดูถูกผม !”

บัวชี้หน้าด่าลีลาวดีก่อนจะเดินออกไป หัวใจของบัวตอนนี้เต้นแรง...เร็ว..และบีบแน่นอย่างสุดเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่ทรุดลงไปง่ายๆ บัวบอกตัวเองว่าเขาต้องไม่เป็นอะไร และในที่สุดเขาก็พาตัวเองออกมาจากบ้านลีลาวดีได้ บัวเสียใจจนหันไปดื่มเหล้าเพื่อย้อมใจเพราะไม่รู้จะหาวิธีใดมาลดความเจ็บปวดทางใจได้เท่ากับวิธีนี้

“กินเหล้ามาหรือ” นายสมชายถามลูกชายเมื่อเห็นบัวเดินเซกลับเข้าบ้านมา
“นิดหน่อยน่ะครับ” บัวตอบอย่างขอไปที

“แกเป็นโรคหัวใจ กินเหล้าทำไมกัน”
“มันปวดบ่อยขึ้นทุกที แต่ไม่ยอมตาย ผมก็แค่กินเข้าไป เผื่อมันจะตายให้เร็วขึ้นไง”

บัวเดินเซเข้าห้องไป สมชายมองลูกอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรมะลิก็เข้ามาในบ้านเพื่อขอพบบัว “ไอ้บัวมันอยู่ในห้อง มันนอนพัก อย่าไปกวนมันเลย ว่าแต่เอ็งเหอะมีธุระอะไร”

“ธุระของฉันน่ะหรือ....” มะลิชั่งใจเล็กน้อยว่าจะตอบสมชายอย่างไร
ก่อนหน้านี้ลีลาวดีโทรมาบอกมะลิเรื่องแผ่นซีดีของกุหลาบเรียบร้อยแล้ว มะลิตั้งใจจะมาขโมยแผ่นซีดีเพื่อช่วยกุหลาบ แต่เมื่อเจอกับสมชายเสียก่อน มะลิจึงตัดบท

“เอ้อ ไม่มีอะไรหรอก”
แต่มะลิไม่ยอมล่าถอยง่ายๆ หญิงสาวจัดการวางแผนขโมยแผ่นซีดีออกมาจนได้ แต่บัวก็ไหวตัวทัน เขาวิ่งตามมะลิไป จนมะลิวิ่งไปชนกับกุหลาบที่กลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมแม่

“พี่กุหลาบ...” มะลิแปลกใจมากที่เจอกุหลาบที่นี่
“หนีอะไรมา”
มะลิส่งซีดีที่ขโมยมาได้ให้กุหลาบทันที

“ซีดีนี่ พวกนั้นก๊อปปี้แล้วส่งให้พี่บัว นี่ฉันขโมยมานะ”
“ก๊อปปี้ไว้ ส่งให้พี่บัวงั้นหรือ” กุหลาบฟังอย่างตกใจ

“ใช่ พี่บัวเป็นบ้าไปแล้ว พี่บัวจะซีดีส่งให้ตำรวจ”
“อะไรนะ” กุหลาบตกใจ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แล้วเขาก็ได้เจอกับพี่ชายที่วิ่งตามมะลิมาถึงพอดี สองพี่น้องเผชิญหน้ากัน

“กุหลาบ”
“ทำลายเลยพี่กุหลาบ ทำลายทิ้งซะ” มะลิรีบบอกกุหลาบ บัวมองอย่างโกรธกริ้ว
“ซีดีของพี่จริงๆด้วย เอาคืนมานะ”

“นี่พี่คิดจะส่งผมเข้าคุกด้วยมือของพี่เองเลยหรือ” กุหลาบมองบัวอย่างปวดร้าว น้ำตาคลอ อีกครั้งแล้วที่โดนบัวทำร้าย

“ยังจะมาพูดอีก ไปทำเรื่องทุเรศเอาไว้ ยังไม่รู้จักยอมรับผิด ลูกผู้ชายภาษาอะไรวะ ยิงคนแก่บาดเจ็บสาหัส”

“พี่เชื่อตามที่พี่เห็น แต่ไม่เชื่อในยี่สิบปีที่เราโตมาด้วยกัน”
“ฉันเป็นผู้ช่วยอัยการ ฉันมีหน้าที่รักษากฎหมาย แกทำผิดกฎหมาย ทั้งยาบ้า ทั้งปล้นบ้าน แกต้องถูกจับ ส่วนจะถูกหรือผิดไปว่ากันในศาล”

กุหลาบหัวเราะหยันให้กับชะตาชีวิตตนเอง
“เมื่อคราวที่แล้ว…ผมติดคุกเพราะเอาเงินมาให้พี่ผ่าตัด ตอนนี้ผมกำลังจะติดคุกอีกเป็นครั้งที่สองเพราะพี่ไม่เชื่อใจผม ชีวิตผมเกิดได้ก็เพราะพี่ จะพังก็พังเพราะพี่”

บัวหงุดหงิด ไม่อยากได้ยินสิ่งที่กุหลาบพูด เขาตวาดลั่น “อย่าพูดมาก เอาซีดีมาเดี๋ยวนี้”
“ผมให้พี่ไม่ได้ เสียใจด้วย”

กุหลาบเก็บซีดีไว้ในกระเป๋า บัวโมโหมาก ชักปืนออกมาจ่อกุหลาบ
“หยุดนะ เอาซีดีของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”

มะลิตกใจมาก นึกไม่ถึงว่าบัวจะกล้าทำเช่นนี้
“พี่บัว …จะบ้าหรือ นั่นน้องพี่นะ !”

“เอาซีดีของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้” บัวยังคงยืนยันคำพูดเดิม กุหลาบมองบัวอย่างน้อยใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าสัมพันธ์พี่น้องที่เคยรักใคร่กันเหนี่ยวแน่นจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้

“พี่จะยิงผมด้วยหรือ ไม่ผิดคำพูดผมจริงๆ ชีวิตเกิดได้ก็เพราะพี่ จะพังก็พังเพราะพี่ แล้วตอนนี้ถ้าจะตายก็ตายเพราะพี่อีกงั้นสิ”

“พี่บัวอย่านะพี่บัว มีสติหน่อย…อย่าทำบ้าๆนะ”
“ฉันจะพูดครั้งสุดท้าย เอาซีดีมา !”

มะลิพยายามห้าม แต่บัวไม่สนใจยังคงถือปืนขู่กุหลาบต่อไป กุหลาบเองก็ไม่ยอมคืนซีดีให้บัวเช่นกัน

“ไม่ ผมไม่มีทางกลับไปติดคุกเพราะพี่อีก เราสองคนจบกันแค่นี้ ไม่มีอีกแล้วความเป็นพี่เป็นน้อง ทันทีที่พี่ไม่เชื่อผม พี่ก็ไม่ใช่พี่ของผม ผมก็ไม่ใช่น้องของพี่ !”

บัวจ้องกุหลาบอย่างโกรธเคือง
“ไอ้กุหลาบ ตั้งแต่วันที่แกทำผิดกฎหมาย แกก็ไม่ใช่น้องฉันแล้วล่ะ ฉันให้เวลาแกกลับตัวมามากแล้ว พอกันที ฉันจะทำทุกอย่างตามกฎหมาย”

“งั้นพี่ก็มีทางเลือกแค่สองทาง ฆ่าผมซะ กับปล่อยผมไป พี่กับแม่คือเจ้าชีวิตของผม อยากให้อยู่หรือให้ตาย สั่งมาได้เลย! ผมจะหันหลังแล้วนะ ผมจะกลับไปเดินทางของผม ไม่มีพี่หรือแม่อีกต่อไป ไม่มีอีกแล้ว … แต่ถ้าพี่ทนเห็นผมไปไม่ได้ อยากจะยิงก็ยิงเลย แค่เหนี่ยวไกเท่านั้น…”

พูดจบกุหลาบก็หันหลังเดินออกไป และอย่างไม่มีใครคาดคิด กระสุนปืนลูกหนึ่งก็เจาะเข้าที่แขนของกุหลาบ
“เปรี้ยง !”

“พี่กุหลาบ !” มะลิร้องกรี๊ดลั่น
กุหลาบเซล้มลงทันที แต่เพียงไม่นานกุหลาบก็ยันตัวลุกขึ้น เขาหันมามองบัวเสียใจ ...ผิดหวัง ความรู้สึกทุกอย่างประเดประดังเข้ามา น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน หมดแล้วซึ่งความรักความผูกพันใดๆ

บัวเองก็อยู่ในสภาพที่ตกใจมาก ปล่อยปืนตกลงพื้น ช็อคสุดๆ พึมพำกับตัวเอง
“ไม่ ฉันไม่ได้ยิง …”

บัวหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เขาไม่รู้ว่ากระสุนลึกลับที่ยิงกุหลาบนั้นมาจากไหน แต่มันก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องขาดสะบั้น !

เมื่อกุหลาบลุกขึ้นได้ เขาเดินออกไปอย่างช้าๆ ไม่คิดแม้จะเหลียวหลังกลับมามองพี่ชาย รอนที่แอบซุ่มมองอยู่หัวเราะร่าอย่างสะใจที่ทำให้สองพี่น้องแตกคอกันได้สำเร็จ
“กระสุนปริศนาของข้า จะทำลายชีวิตเองไปจนตาย ไอ้กุหลาบ ฮ้าฮ่าฮ่า”

แล้วก็เป็นดังเช่นรอนคาด กุหลาบกลับไปหาเฮียไก่อีกครั้งในมาดใหม่ ใส่ชุดหนังดำ สวมแว่นแบบผู้ร้ายเต็มขั้น

“ไอ้กุหลาบ ดูดีนี่วันนี้” เฮียไก่เข้าไปตบไหล่ทักทาย
“ผมพร้อมจะทำงานที่ใหญ่กว่าเก็บค่าคุ้มครอง” กุหลาบบอกด้วยหน้าตาเฉยชา

“แกคงหมายถึงไอ้นี่…” เฮียไก่หยิบปืนกระบอกหนึ่งขึ้นมา “แน่นอน ไอ้นี่ยังรอแก
อยู่เสมอ” ไก่โยนปืนที่กุหลาบไม่อยากได้ในคราวที่แล้วให้ ซึ่งคราวนี้กุหลาบรับมาอย่างเต็มใจ

“ต่อไปนี้ผมคือกุหลาบคนใหม่ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต เป็นไอ้เด็กที่พ่อแม่ไม่ต้องการ เป็นคนเลวที่ควรเป็นมานานแล้ว !”

กุหลาบยิ้มแล้วหันไปจ่อที่รอน
“เฮ้ยอย่า”

รอนร้องลั่น กุหลาบลั่นไกยิงกระป๋องที่วางอยู่ใกล้รอนสามนัดติด กระป๋องใบนั้นพรุนกระจาย
“เยี่ยมมาก มือปืนของข้า” เฮียไก่ยิ้มชื่นชม

กุหลาบมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ แววตาของเขาตอนนี้แสนจะดุดัน กุหลาบตอนนี้ไม่ใช่กุหลาบคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาเปลี่ยนเป็นคนเลวสมบูรณ์แบบ !

ตอนที่ 28

จำปาโกรธมากเมื่อรู้ว่ากุหลาบถูกบัวยิง ผู้เป็นแม่ตบหน้าบัวเปรี้ยงใหญ่ทีเดียว
“ไอ้บัว แกทำอะไรน้อง แกจะยิงน้อง แกจะฆ่าน้องหรือ แกทำได้ไงหา !”

จำปาอาละวาดตบตีบัว จนครูอารีต้องเข้ามาดึงจำปา
“อย่าครับพี่ อย่าๆ ...มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันครับพี่..อย่า”

จำปาร้องไห้คร่ำครวญ “ครูไม่ต้องมาปกป้องมัน คนที่ฆ่าพี่ฆ่าน้องได้ ไม่สมควรเป็นคน มานี่เลยมานี่ มานี่” จำปากระหน่ำตีบัว ซึ่งบัวก็ได้แต่นั่งนิ่งให้แม่ตี ไม่ตอบโต้ น้ำตาคลอ

อารีกับมะลิพยายามห้าม
“อย่าครับอย่า”

“แม่อย่าใจเย็นๆ แม่ พี่กุหลาบไม่เป็นอะไร แค่ยิงเฉี่ยวแขนไปเท่านั้นฉันเห็นกับตา พี่กุหลาบไม่เป็นอะไรจริงๆนะ”

จำปาหมดแรงจะตีบัว ร้องไห้ตัวโยน “ฮือ กุหลาบลูกแม่ กุหลาบลูกแม่ ทำไมไม่อยู่รอแม่ ทำไม่ยอมให้แม่เจอหน้าเลย”

ครูอารีช่วยปลุกปลอบใจให้จำปาใจเย็นลง และสอบถามบัวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมไม่ได้ยิงใคร ผมไม่ได้ยิงจริงๆนะครับ ตั้งแต่แรก ผมตั้งใจจะแค่ขู่เขาเท่านั้น ครูตรวจสอบปืนผมดูก็ได้ ไม่มีการใช้งานเลยนะครับ”

บัวส่งปืนให้อารี แล้วก็ต้องชะงักมือเมื่อเสียงลีลาวดีดังขึ้น
“ไม่ต้องตรวจสอบหรอกค่ะ ฉันเชื่อว่าบัวไม่ได้ยิง”
ทุกคนหันมองตามเสียง

“พี่ลีลาวดีมาได้ยังไง” มะลิหันไปทักอย่างแปลกใจแกมเป็นห่วง ทุกคนเป็นห่วงลีลาวดีที่เข้ากรุงเทพฯทั้งที่ยังมีพวกนิกรป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

“พี่เป็นห่วงเรื่องนี้แหล่ะ แต่มาไม่ทัน ในที่สุดก็เกิดเรื่องจนได้”
“ทำไมเธอถึงเชื่อว่าบัวไม่ได้ยิง” จำปาถาม สงสัยทำไมลีลาวดีถึงดูมั่นใจนัก

“หนูมาคิดๆดู ทุกอย่างเป็นขบวนการจ้องทำลายของใครคนหนึ่ง พวกนั้นพยายามจะใส่ร้ายกุหลาบกับบัวให้มีเรื่องกัน”

“ใส่ร้ายใคร...ใส่ร้ายใคร...พูดให้ดีนะ” สมชายโวยวายออกมาจากมุมที่แอบอยู่ด้วยความร้อนตัว ทั้งๆที่ลีลาวดีก็ยังไม่ได้เอ่ยชื่อ ทุกคนแปลกใจกับพฤติกรรมของสมชายไม่น้อย

อารีเห็นสมชายเข้ามาก็เอ่ยปากเรียก
“พี่สมชายมาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมต้องแอบอยู่ตรงนั้น จะมาคุยก็ออกมาคุยสิครับ” สมชายจำใจเข็นรถเข็นออกมาร่วมวงสนทนา

“ฉันเห็นด้วยกับพี่เขา ถ้าอยากจะจับพี่กุหลาบ ก็ส่งซีดีให้ตำรวจสิ ส่งซีดีให้พี่บัวทำไม ต้องเป็นพวกไอ้ไก่แน่ มันต้องการปั่นหัวให้พี่กุหลาบไปเป็นพวก” มะลิเห็นด้วยกับลีลาวดี

“ซีดีที่ส่งมาให้พี่น่ะหรือ มาจากคนพวกนั้นเนี่ยนะ” บัวเองก็ไม่ได้เฉลียวใจมาก่อนว่าซีดีแผ่นนั้นถูกส่งมาจากไหน

“ใช่ ถ้ากล่อมบัวหรือกุหลาบสำเร็จ ก็จะจับหนูได้ เชื่อหนูเถอะ ตั้งแต่สมัยกุหลาบถูกยัดยาบ้า ถูกสั่งให้ไปปล้นคนแก่ ทุกอย่างเป็นแผนของพวกมันทั้งนั้น”

“แต่กุหลาบเปลี่ยนไปนะ ช่วงหลังเขาอารมณ์รุนแรงมากเขาเคยพยายามจะฆ่าพ่อด้วย” สมชายแย้ง ยังใส่ร้ายกุหลาบไม่เลิก

“เขาเคยทำแกหรือ เรื่องเป็นไง” จำปาหันมาถามสมชายด้วยดวงตาแหลมคม จำปาพยายามจับผิดสมชาย จนสมชายพูดไม่ค่อยออก

“ก็เคย ถูกมันผลักตกบันไดน่ะ แกก็รู้นี่ ว่ามันเกลียดฉัน นี่ฉันพูดจริงๆนะ อย่ามาหาว่าฉันใส่ร้ายมันอีกคนล่ะ”

จำปามองสมชายครุ่นคิดว่าจะเชื่อดีหรือไม่
จำปายังสงสัยเรื่องยาที่คลับคล้ายคลับคลาว่าสมชายเคยเอาให้กินตอนป่วย แต่ยังไม่มีหลักฐาน
“เอ๊ะนังจำปา มองหน้าข้าทำไม ...นี่เอ็งไม่เชื่อข้าหรือ”

บัวฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วลองคิดตาม เขาหงุดหงิดใจ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ลีลาวดีพูด จะเป็นจริงทุกอย่าง

“นี่มันอะไรกัน พี่ตกเป็นเครื่องมือของนายไก่จริงๆหรือ โธ่โว้ย...”
บัวอารมณ์เสียออกไป ลีลาวดีมองตามอย่างเป็นห่วง
“บัว...”

“ฉันไปดูเอง” มะลิอาสาตามบัวไป หญิงสาวปล่อยให้เขาได้อยู่กับตัวเองสักพักก่อนจะเข้าไปนั่งใกล้ๆ “พี่บัว เป็นอะไรหรือเปล่า”

บัวกำลังกลุ้มใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาย้อนนึกถึงความผูกพันระหว่างเขากับกุหลาบ ทุกครั้งที่กุหลาบมีปัญหาหรือหมดแรงใจ บัวเป็นเพียงผู้เดียวที่ปลุกปลอบให้กำลังใจน้องเสมอ

“พี่เพิ่งเข้าใจ ที่กุหลาบพูดว่า พี่เป็นเจ้าชีวิตของเขา พี่ทำให้เขาเป็นคนดี และผลักเขาให้ลงนรก ด้วยมือพี่ทั้งสองข้างนี่ ทำไม ทำไมโง่แบบนี้”

บัวลุกขึ้นต่อยต้นไม้เปรี้ยงๆ ด้วยความคับแค้น อึดอัดใจ
“โง่โง่... โง่นัก เรียนมาตั้งสูง แต่พอถึงเวลากลับใช้ความรู้ไม่เป็น แทนที่จะเพิ่มปัญญา กลับไปเพิ่มความทะนงตน ยึดแต่ความถูกต้องแบบไม่ลืมหูลืมตา นี่แน่ะนี่นี่”

“พอแล้วพี่บัวพอแล้ว” มะลิรีบเข้าไปห้าม
บัวกระแทกตัวนั่งลง กุมขมับกลุ้มใจ

“ป่านนี้กุหลาบจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เขาคงคิดว่าพี่ยิงเขา เขาคงหมดกำลังใจ หมดสิ้นทุกอย่าง มะลิ ช่วยพี่ด้วย พี่ควรจะทำยังไงดี”

“พี่บัว ตั้งสติ ใจเย็นๆนะ ค่อยๆคิดแก้ปัญหา”
“มะลิคงเหนื่อยกับพี่มามาก พูดกับพี่กี่ครั้งพี่ก็ไม่ยอมเชื่อ ขอโทษนะมะลิ พี่ขอโทษ”

มะลิโอบกอดบัวอย่างปลอบประโลม
“ไม่เป็นไร จำได้ใช่ไหม ถึงยังไง เราก็พี่น้องกัน ขอแค่พี่คิดได้ พี่เชื่อมั่นในตัวพี่กหุลาบ ทุกอย่างก็แก้ไขได้”

มะลิส่งกำลังใจให้บัว จนในที่สุดบัวก็หายโศกเศร้า เขาออกติดตามสืบเรื่องไก่ ด้วยการขอให้เพื่อนที่ทำงานในสำนักงานตำรวจช่วยเหลือ เพื่อนคนนั้นเอาเอกสารมาวางกองหลายแฟ้ม ตรงหน้ามะลิและบัว
นี่แฟ้มทั้งหมดที่เกี่ยวกับนายไก่ คนพวกนี้หาที่อยู่ยากที่สุด ถ้าจะหาให้ได้ว่าตอนนี้ตัวมันอยู่ไหนก็ต้องค่อยปะติดปะต่อเอาจากเอกสารพวกนี้”

“เยอะแยะขนาดนี้ คืนนี้จะดูหมดหรือ”
มะลิมองแฟ้มตรงหน้าอย่างขยาด แต่บัวกลับรู้สึกตรงกันข้าม

“จะกี่เดือนกี่ปีผมก็ต้องหาน้องให้เจอ ขอบคุณมากนะครับ” เพื่อนของบัวเดินออกไป บัวเริ่มเปิดแฟ้มดู มะลิอดเตือนบัวด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“พี่บัวเหนื่อยหรือเปล่าเจ็บหน้าอกไหม พี่สัญญากับฉันแล้วนะว่าจะหยุดทันทีที่เหนื่อยน่ะ”
บัวพยักหน้า หาข้อมูลต่อไป ถึงแม้ว่าร่างกายเขาจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ แต่เขาจะไม่ยอมให้มันเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือน้องชายเด็ดขาด

ไม่เพียงแต่บัวและมะลิที่ออกตามหากุหลาบ ลีลาวดีก็ออกตามหาเขาเช่นกัน เธอไม่รู้เลยสักนิดว่ากุหลาบยังคงวนเวียนอยู่ใกล้เธอเสมอ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะตัดใจจากเธอโดยเด็ดขาด

“ที่รักของผม…ตอนนี้ผมสกปรกจนกลับมาหาคุณไม่ได้อีกแล้ว ลาก่อน”
กุหลาบหายไปจากชีวิตทุกคนอย่างเงียบเชียบ ไร้ร่องรอย สมชายแสนจะสบายใจที่ใครต่อใครก็ไม่สามารถตามตัวกุหลาบได้ แต่เขาก็ยังเล่นละครตบตาใครต่อใคร

“เจ้าประคุ้น ขอให้ไอ้บัวมันตามหากุหลาบเจอทีเถอะ เห็นลูกสองคนทะเลาะกันอย่างนี้ข้าไม่สบายใจเล้ย”

จำปามองสมชายอย่างเฉยชา ก่อนจะเดินเข้าไปหาสมชายช้าๆพร้อมเครื่องดื่มร้อนในมือ
“นี่ข้าชงมาให้”

สมชายรับมากินหมดแก้ว “อะไรน่ะ อร่อยดีนี่หว่า ท่าทางจะของแพงนะ ไอ้บัวซื้อมาให้หรือ”
“ก็เหมือนที่เอ็งชงให้ข้ากิน ตอนไม่สบายไง”

จำปาตอบเสียงเรียบ สมชายสำลักพรวดพ่นเครื่องดื่มออกมาแทบไม่ทัน
“อะไรนะ”

“ก็ของบำรุงไง ของบำรุงเหมือนที่เอ็งชงให้ข้า เหมือนกันนั่นล่ะ” จำปายิ้มเหี้ยม
“นังจำปานี่แก แก” สมชายเริ่มมึนหัว ยานอนหลับขนานรุนแรง ส่งผลให้สมชายวิงเวียนและหลับไปอย่างรวดเร็ว จำปารีบเรียกให้ฮะเก๋าและบ๊ะจ๋างมาช่วยจัดการพาสมชายออกไปทิ้งในย่านที่สมชายเคยอยู่ แต่บัวมาเห็นเข้าพอดี เขารีบเข้าไปห้ามแม่โดยเร็ว

“แม่ แม่ทำอะไรน่ะ พ่อ พ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าตื่นสิตื่น”
บัวเข้าไปเขย่าตัวสมชาย จำปาหงุดหงิด รีบดึงบัวออกมา

“นี่ออกมานะบัว มันไม่ใช่พ่อแกอีกต่อไปแล้ว เมื่อไหร่จะตัดใจเสียที”
“แม่...นี่แม่เอาพ่อมาทิ้งหรือ พ่อพิการนะแม่ แล้วพ่อเขาจะอยู่ยังไง”

“ไอ้บ๊ะจ่างเอาตัวไอ้บัวขึ้นรถ”
บ๊ะจ่าง ฮะเก๋า ทำตามคำสั่ง เอาบัวกลับมาที่บ้าน ทิ้งร่างสมชายไว้ที่ริมถนน ที่สมชายเคยนั่งขอทาน

บัวยังคงโวยวาย
“แม่ครับ เขาเป็นพ่อผมนะ...แล้วเขาก็พิการ”

จำปาหงุดหงิด เอาน้ำแก้วหนึ่งสาดหน้าบัวเปรี้ยง ! เขามองแม่อย่างไม่เข้าใจ
“แม่...เอาน้ำสาดหน้าผมทำไม”

“แกจะได้ตื่นเสียทีไงล่ะ ต้นเหตุที่ทุกคนวุ่นวายปั่นป่วนอยู่นี่ ก็เพราะไอ้ผู้ชายคนนั้น เพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นคนเดียว !”

แล้วมะลิ ฮะเก๋า บ๊ะจ๋างก็เล่าความโหดร้ายต่างๆที่สมชายเคยก่อไว้ แต่บัวดูเหมือนจะไม่เชื่อ จำปาจึงหยิบถุงยานอนหลับให้บัวดู

“นี่ ยานอนหลับ แม่ไปค้นเจออยู่ในครัวโน่น มันแอบใส่ยานอนหลับให้แม่ทีละนิด ไม่ให้แม่ตื่นไปช่วยกุหลาบ ที่แม่ป่วยนอนอยู่เป็นเดือนนั่นน่ะไม่ใช่เพราะกุหลาบนะ แต่เพราะแม่โดนมันวางยา”

“อะไรน่ะครับ พ่อน่ะหรือวางยาแม่ เขาเป็นสามีแม่นะฮะ เขาจะทำแบบนั้นได้ลงคอหรือ”
“พี่บัวน่ะเชื่อคนง่าย เพราะพี่เป็นคนดี พี่เลยคิดว่าคนทุกคนต้องดีเหมือนพี่ พี่รู้ไหมว่าพี่น่ะใจอ่อนเกินไป ถูกชักจูงง่ายเกินไป” มะลิกล่าว และทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมเนี่ยนะ ถูกเขาชักจูง”
“บัว…แกเป็นคนดีที่ซื่อเกินไป ความดีสุดโต่งแบบไม่ยั้งคิด บางทีก็ก่อให้เกิดผลร้าย เลิกคิดว่าเขาเป็นพ่อ เลิกช่วยเหลือเขา เลิกชักจูงงูเห่าเข้าบ้านเสียที”

บัวคิดหนัก ถอนใจ จำปาให้เวลาบัวคิดก่อนจะพากลับไปหาสมชายอีกครั้ง
“พ่อ...”

บัวมองดูสภาพพ่อที่กลายเป็นคนเร่ร่อนอย่างเวทนา
“บัวลูกพ่อ ช่วยพ่อที” สมชายเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากลูกทันที บัวตัดสินใจถามพ่อในสิ่งที่เขาคาใจ

“วันนั้น พ่อแกล้งตกบันไดจริงๆหรือ”
“อะไรนะ” สมชายอึกอักมีพิรุธ ไม่คิดว่าบัวจะสงสัยตนเรื่องนี้

“พ่อใส่ร้ายว่ามะลิชอบกับกุหลาบแล้ววางยาแม่จริงๆหรือ พ่อทำอย่างนั้นทำไม ผมนึกว่าพ่อเป็นพ่อมาตลอด แต่พ่อกลับไม่เคยนึกว่าผมเป็นลูกเลย”

“ไม่ ไม่จริงอย่าไปเชื่อมัน นังจำปามันโกหก”
สมชายทำท่าจะเข้าไปทำร้ายจำปา เมื่อเห็นพ่อเป็นเช่นนั้น บัวก็ตัดใจได้

“ผมขอโทษ ผมถือว่าผมได้พยายามแล้ว ผมพยายามทำหน้าที่ของลูกแล้ว ลาก่อน”

ตอนนี้ ในใจของบัวคิดถึงแต่กุหลาบเท่านั้น
“กุหลาบ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ พี่ใจอ่อนเกินไป พี่เชื่อคนอื่นมากกว่าน้อง...”

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้กุหลาบเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่นิกรหงุดหงิดใจอย่างมากที่เฮียไก่ยังไม่ยอมถามไถ่เรื่องลีลาวดีจากกุหลาบสักที

“ว่าไงคุณ ไอ้กุหลาบมันเปิดปากบอกเรื่องลีลาวดีหรือยัง อย่าลืมนะ นังนั่นเจอหลักฐานที่พ่อมันทิ้งไว้เมื่อไหร่เราตายแน่ แม้แต่คุณก็เถอะ”

“ใจเย็นน่ะ เปลี่ยนหัวใจให้มันเป็นเสือ เสี้ยมหัวใจให้มันเป็นโจรก่อน เดี๋ยวลีลาวดีก็มาเอง”

นิกรไม่เข้าใจคำพูดของไก่นัก มีเพียงไก่คนเดียวที่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับกุหลาบ เพราะเพียงระยะเวลาไม่นาน กุหลาบก็สามารถยิงปืนได้แม่นในระดับที่น่าพอใจ

“แกนี่มันเก่งจริงๆ สอนไม่กี่วัน ยิงปืนแม่นอย่างกับจับวาง ต่อไปนี้ที่เหลือก็คือใจ”
“ใจ ?” กุหลาบมองหน้าเฮียไก่อย่างแปลกใจ

“ใจถึงแค่ไหนไงล่ะ ยิงคนกับยิงกระป๋องน่ะไม่เหมือนกันนะโว้ย”
กุหลาบได้ยินดังนั้นจึงหันปืนไปจ่อที่ไก่แทน

“ไอ้กุหลาบ...” ไก่ชะงักตกใจเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่ากุหลาบคิดอะไรอยู่ในใจ
“เท่าที่ลองเล็งดู สำหรับฉันเวลานี้จะเป็นคนหรือกระป๋องก็เหมือนกันทั้งนั้น อยากให้ไปยิงใคร บอกมาได้เลย !”

กุหลาบลดปืนลง มองไก่ด้วยสายตาเหี้ยมโหด ไก่หัวเราะชอบใจ แล้วคืนนั้น เขาก็พากุหลาบไปที่ป่าละเมาะแห่งหนึ่งเพื่อหัดฆ่าคน

“เหยื่อของแกคนแรก ตามหลักแล้วต้องเป็นคนที่แกอยากฆ่าเขาให้ตายมากที่สุด”
“เหยื่อของฉัน ไม่ใช่ลูกค้าของเฮียหรือ” กุหลาบมองไก่อย่างแปลกใจ

“จัดการไอ้คนที่ฉันว่านี่ก่อน เพาะบ่มความโกรธความเกลียดให้เต็มที่ แล้วข้าจะเอาลูกค้าของข้าให้”
“แล้วไอ้คนที่ว่านี่มันใคร”

กุหลาบพูดยังไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงรถดังเข้ามาใกล้ และแล้วสมุนของไก่สองคนหิ้วสมชายตัวลอย มาทิ้งลงที่พื้นต่อหน้ากุหลาบ
“ลุงสมชาย !”

“ไอ้กุหลาบ !”
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างตกใจ เฮียไก่มองสมชาย ภูมิใจนำเสนอ
“นี่ไง… คู่แค้นตลอดกาลของเอ็ง ข้าจัดให้ถูกใจสินะ”

“ไอ้เด็กเก็บจากถังขยะ ! นี่เอ็งให้คนไปเอาตัวข้ามาที่นี่งั้นหรือ !” น้ำเสียงสมชายเคียดแค้น เกลียดกุหลาบเข้าไส้

“จัดการซะ เดี๋ยวเด็กข้าจะจัดการศพให้เอง ขอทานคนเดียวไม่มีใครสนใจหรอก ข้าให้เวลาเอ็งชั่วโมงเดียว แล้วไปเจอกันที่บ้าน”

เฮียไก่และลูกสมุนพากันออกไป ทิ้งให้สมชายและกุหลาบประจันหน้ากันตามลำพัง
“แก นี่แกกลายเป็นพวกไอ้ไก่ไปแล้วหรือ แล้วนั่น จะยิงข้าหรือไง ไอ้เด็กเก็บจากถังขยะ!” สมชายจ้องกุหลาบอย่างเกลียดชัง กุหลาบเองก็มองสมชายด้วยดวงตาวาวโรจน์

“ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกนะ แต่พอฟังประโยคหลังเนี่ย มันก็น่าอยู่…”
“ไอ้ชั่ว ไอ้เลว นึกว่าข้ากลัวหรือ อย่างมากก็แค่ไปรอเอ็งในนรก อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวเองก็ตามข้ามา คอยดู ! ถึงตอนนั้น ข้าก็ไม่หยุดจองล้างจองผลาญเอ็ง”

กุหลาบมองสมชายอย่างเดือดดาล
“เมื่อก่อนเพราะฉันขาดสติ ฉันเลยผลักลุงตกตึก ชีวิตของฉันพินาศเพราะลุง เพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะคนที่ไม่มีค่าอย่างลุง”

สมชายหัวเราะเหมือนคนบ้า ไม่ได้กลัวกุหลาบสักนิด
“ฮะฮะฮ่า ถ้าเลือกตายได้ ข้าก็อยากตายเพราะเอ็ง ดีจะตาย ตำรวจจะได้จับเอ็ง ทำให้เอ็งเข้าคุกสองครั้ง ทำให้เอ็งหมดโอกาสใช้ชีวิต แบบนี้ตายไปก็คุ้ม…”

สมชายลอยหน้าลอยตาพูดได้น่าหมั่นไส้ที่สุด
“ลุงนี่มันสุดยอดจริงๆ มันน่า”

กุหลาบยกปืนขึ้นจ่อไปที่สมชาย สมชายเห็นท่าทางเอาจริงของกุหลาบก็เริ่มผวา ! กุหลาบทำท่าจะลั่นไก แต่แล้วเสียงอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของใครบางคนจะทำให้กุหลาบชะงักไว้เพียงแค่นั้น
กุหลาบนึกถึงคำอธิษฐานของแม่ ทุกครั้งที่สวดมนต์

“คุณพระคุณเจ้าเจ้าขา ช่วยคุ้มครองกุหลาบด้วยนะคะ ขอให้ความรักของแม่ ตามติดลูกไปทุกๆที่ แม้ในเวลาที่มืดมนที่สุด ก็ขอให้ความรักของแม่เป็นแสงสว่างส่องนำทางชีวิตลูกด้วยเถิด”

ในเวลาเดียวกันนั้น จำปากำลังสวดมนต์อยู่จริงๆ ผู้เป็นแม่ยังคงระลึกถึงลูกรักทุกลมหายใจ !

“คุณพระคุณเจ้าเจ้าขา ลูกต่อสู้เพื่อเด็กที่เก็บจากถังขยะคนนี้มานานเหลือเกิน ขอให้ความรักของลูกจงเป็นเกราะคุ้มครองให้เขาอยู่ห่างไกลความชั่วด้วยนะคะท่าน”

สมชายแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆกุหลาบก็นิ่งไป เขาตัดสินใจส่งสายตาแห่งความเกลียดชังสุดชีวิตพุ่งตรงไปที่กุหลาบ

“เอาเลย จัดการเลย ! ไอ้เด็กเก็บจากถังขยะ ข้าพร้อมแล้ว !” สมชายหลับตา ปากยังพึมพำซ้ำไปซ้ำมา…ราวกับจะให้มันติดตามไปถึงทุกชาติ

“ข้าจะจองเวรจองกรรมเอ็งทุกชาติทุกชาติ ข้าจะจองเวรจองกรรมเอ็งทุกชาติทุกชาติ”

กุหลาบมองสมชายอย่างเกลียดชัง ไม่เคยคิดจะเกลียดใครเท่านี้มาก่อน ปืนในมือของกุหลาบเหนี่ยวไกปืนลั่นออกไปเปรี้ยงๆ หลายนัดติดต่อกัน

สมุนไก่มองหน้ากันหลังจากได้ยินเสียงปืน ก่อนจะเดินออกไป
“เรียบร้อยแล้ว ไปเก็บศพได้”

สมุนไก่เดินเข้าไปหาสมชายหมายจะเก็บศพ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าสมชายยังมีชีวิตอยู่ !
สมชายลืมตามองไปรอบๆ พบว่าตัวเองยังหายใจและไม่บาดเจ็บสักนิด ที่แท้กุหลาบแค่ลั่นไกใส่กองดินข้างๆ ไม่ใช่ที่ตัวเขา

กุหลาบไม่ยิงสมชาย อารมณ์ร้อนชั่ววูบนิสัยประจำตัวของเขา ไม่เกิดผลในเวลานี้ !
มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่า ภายในสีหน้าเรียบเฉย กุหลาบกำลังคิดอะไร ?!

เฮียไก่เองก็โกรธมากที่กุหลาบไม่ยอมยิงสมชาย เขาตบหน้ากุหลาบอย่างรุนแรง
“ไอ้ไก่อ่อน ! มานึกปอดแหกอะไรตอนนี้ กับไอ้ง่อยคนเดียว ยังยิงไม่ได้ แล้วนี่ข้าจะเสียเวลากับเอ็งไปทำไมเนี่ย !”

กุหลาบไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้น เมื่อไก่โวยวายจนสมใจ กุหลาบก็เดินจากไป
“ฉันขอตัว” เขาพูดสั้นจนน่าใจหาย

แล้วกุหลาบก็กลับไปทำงานเป็นเด็กคุมบาร์ เก็บค่าคุ้มครองให้เฮียไก่ตามเดิม ส่วนลีลาวดีก็ยังคงตามหากุหลาบและยังคงหาหลักฐานของผู้เป็นพ่อต่อไป แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ทุกคนดูเหมือนจะหมดหวัง แต่แล้วลีลาวดีก็ต้องพบกับสิ่งน่าประหลาดใจเมื่อมีคนนำพัสดุมาส่งให้

“คุณลีลาวดีใช่ไหมครับ”
ตอนแรกลีลาวดีลังเลเล็กน้อยเพราะกลัวว่าจะเป็นพวกผู้ร้ายปลอมตัวมา

“ไม่ใช่ มาผิดบ้านแล้ว” ลีลาวดีจะปิดประตู
“นี่ครับ มีคนฝากให้คุณ” คนส่งของเอาดอกกหุลาบและดอกลีลาวดีที่ผูกติดกัน จัดใส่ช่อเดียวกันเอามาให้ ลีลาวดีเห็นเข้าก็ตาโต

“กุหลาบ…กุหลาบใช่ไหม เขาอยู่ไหนพาฉันไปหาเขาหน่อย” ลีลาวดีดีใจมาก รู้แน่ว่าต้องเป็นฝีมือกุหลาบส่งมา

“ผมไม่ทราบครับว่าเขาอยู่ไหน เขาเป็นแค่ลูกค้า”
“ลูกค้าของร้านคุณหรือคะ”

“เมื่อหลายวันก่อน เขาไปติดต่อที่ร้านของผม เอานี่ไปซ่อม” คนส่งของยื่นกล่องเล็กๆ มาให้ภายในเป็นล็อกเก็ตที่กุหลาบเคยเอาไปฝากซ่อมไว้ ลีลาวดีรับมาเปิดออกดู จำได้

“ล็อกเก็ตของพ่อฉันเอง”
ล็อกเก็ตถูกซ่อมจนไม่บุบบู้บี้แล้ว ดูเป็นปรกติ
“ใช้เวลานานหน่อยแต่ก็ซ่อมเสร็จแล้ว”

“เขาส่งมาคืนฉัน ... จะบอกลาด้วยวิธีนี้งั้นหรือ” ลีลาวดีรำพึงกับตัวเองอย่างใจเสีย
“ผมลาก่อนนะครับ” คนส่งของเดินออกไปแล้วก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง“อ้อ เกือบลืม ตอนที่เราซ่อมล็อกเก็ตอยู่ เราเจอกระดาษแผ่นเล็กๆ สอดอยู่ในล็อกเก็ตด้วยครับ…นี่ครับ”

คนส่งของหยิบถุงพลาสติกที่ข้างในมีเศษกระดาษบรรจุอยู่ยื่นให้แล้วเดินออกไป
“พ่อสอดเอาไว้ .... ต้องเกี่ยวกับหลักฐานที่จะเอาผิดนิกรแน่ๆ” ลีลาวดีรีบเปิดกระดาษที่ม้วนเป็นก้อนกลมออกอ่าน

“หนังสือรุ่น”......แค่นี้หรือ หมายความว่าไง หนังสือรุ่น”
ลีลาวดีรีบวิ่งออกไปทันที เข้าไปในบ้านตรงไปที่ห้องหนังสือ เปิดตู้ดูชื่อหนังสือที่วางเรียงกัน แล้วหยิบเอาหนังสือรุ่นออกมา แล้วเธอก็ต้องดีใจเมื่อพบกับซีดีแผ่นหนึ่งถูกซ่อนอยู่ในหนังสือ

เมื่อเธอเปิดดูจึงรู้ว่ามันเป็นข้อมูลรายชื่อผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมหลักฐานที่จะส่งฟ้องจับ

ลีลาวดีลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“ไชโย ไชโย ...ฉันทำได้แล้ว เรานี่โง่จริง พ่ออุตส่าห์เอาล็อกเก็ตให้เรา แทนที่จะคิดได้แล้วเปิดออกดู มัวแต่ไปวุ่นวายหาที่อื่นอะไรก็ไม่รู้ ...โทรหาสารวัตรดีกว่า”

ลีลาวดีจะกดมือถือแล้วก็นึกได้ ชะงักมือไว้
“ไม่ดีกว่า....กุหลาบ ฉันจะช่วยเธอเอง ฉันจะทำเพื่อเธอ”

ลีลาวดีครุ่นคิดถึงแผนการบางอย่าง ก่อนจะขับรถออกจากบ้านไปอย่างมุ่งมั่น




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2550 15:19:57 น.
Counter : 322 Pageviews.  

เปลวไฟในฝัน ตอน 25 - 26




เ ป ล ว ไ ฟ ใ น ฝั น


บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กมลชนก ยวดยง เรียบเรียงจากบทโทรทัศน์


ตอนที่ 25


กุหลาบหนีไปใช้ชีวิตนักเลงคุมผับบาร์ของเฮียไก่ที่พัทยาระยะหนึ่ง ในที่สุด เขาทนคิดถึงแม่ไม่ไหวจึงตัดสินใจโทรศัพท์หามะลิ

“พี่หายไปไหนมา คนเขาหากันทั้งเมือง” มะลิอดต่อว่ากุหลาบที่จู่ๆก็หายตัวไปไม่ได้

“อยู่แถวๆนี้ล่ะ แม่เป็นไงบ้าง…แม่คงโกรธพี่มาก ถึงไม่เคยมาหาพี่เลย แต่พี่คิดถึงแม่”

“ไปเอามาจากไหนว่าแม่โกรธพี่ แม่ไม่สบายก่อนที่พี่จะถูกจับเสียอีก ตลอดเวลาแม่เรียกแต่ชื่อพี่ แม่ห่วงพี่มากนะ แล้วตอนนี้แม่ก็อยู่โรงพยาบาล”

มะลิเล่าถึงเหตุการณ์ที่จำปาไม่สบายมาหลายวันจนเธอเห็นถึงความผิดปกติจึงได้ขอร้องให้บัวพาจำปามาหาหมอ

“ผู้ป่วยอ่อนแอมาก น้ำตาลในเลือดต่ำ มีไข้ขึ้นสูง” หมอบอกอาการของจำปากับทุกคนเช่นนั้น “เอ่อ...ไม่ทราบว่าผู้ป่วยทานอาหารได้ปรกติไหม”

สมชายที่เป็นคนแอบวางยานอนหลับจำปาทุกวัน กลัวเหลือเกินว่าหมอจะรู้ความจริง จึงรีบตอบอย่างรวดเร็ว “ได้สิ ฉันเป็นคนให้เองทุกมื้อเลย”

“แม่มีเรื่องไม่สบายใจน่ะครับ” บัวบอกกับหมอเช่นนั้น สมชายรีบเสริมอย่างเร็ว “ใช่ๆ ก็เลยกินไม่ได้นอนไม่หลับก็แค่นั้นแหล่ะ”

“ยังไงผมจะรอผลตรวจเลือดอีกครั้งก่อน แต่ตอนนี้คงต้องให้พักที่โรงพยาบาล นอนให้น้ำเกลือสักวันสองวัน”

คืนนั้น....มะลิอาสานอนเฝ้าจำปาที่โรงพยาบาล พอจะเดาได้ว่ากุหลาบต้องมาเยี่ยมจำปาแน่ๆ และเมื่อบัวเข็นรถพาสมชายกลับบ้าน ชายสวมแว่นดำคนหนึ่งก็เดินสวนเข้าไปในตัวตึกอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ กุหลาบก็มาอยู่ที่หน้าห้องของจำปา

“พี่กุหลาบ...พี่กุหลาบจริงๆด้วย”
กุหลาบถอดแว่นดำออกเพื่อมองจำปาที่นอนหลับใหลอย่างเต็มตา
มะลิยิ้มกว้าง ในที่สุด กุหลาบก็กลับมาจริงๆ...

“แม่พระของลูก ทำไมผอมอย่างนี้....”
กุหลาบแทบจะหมดแรงยืน เมื่อเห็นร่างที่นอนนิ่งของจำปา หน้าตาของแม่ซีดเซียว หม่นหมอง กุหลาบเสียใจเหลือเกินที่เห็นบุคคลอันเป็นที่รัก …เป็นเช่นนี้

“แม่ไม่ได้ผอมเพราะไม่สบาย แต่ผอมเพราะต้องเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้อย่างผมใช่ไหม”
ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามา กุหลาบก้มลงกอดจำปาแน่น ความเข้มแข็งหายไปหมดสิ้น ชีวิตของเขาออกนอกเส้นทางคนดี กลายเป็นสมุนเฮียไก่เต็มตัวมาหลายเดือนแล้ว

“แม่เก็บผมมาจากถังขยะ เลี้ยงผมให้มีข้าวกินทั้งๆที่ตัวแม่แทบจะไม่มีกิน ในที่สุดผมก็ทำให้แม่เสียใจ”

น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน ...มะลิมองอย่างสงสาร อดที่จะเข้ามาปลอบไม่ได้ แต่กุหลาบก็ไม่สนใจ

“แม่ครับ ผมไม่น่าเลย ไม่น่าเล่นกับไฟเลย ไม่มีใครรอดจากวงจรของมันจริงๆด้วย ในที่สุดก็ต้องสกปรกไปกับมัน ผมไม่น่าเลยจริงๆ”

“พี่กุหลาบ…”
“แม่ครับ…ตื่นขึ้นมาที ตื่นขึ้นมาดุ มาด่าลูกชั่วคนนี้ที อย่านอนไม่สบายแบบนี้เลย แม่ยิ่งป่วย ผมก็ยิ่งแย่ ตื่นขึ้นมาสิครับแม่ …ตื่นขึ้นมา แม่ครับ แม่ตื่นขึ้นมาสิครับ ผมอยู่นี่แล้ว แม่ครับ”

กุหลาบกอดจำปาแน่น แต่แล้วเขาก็ถูกกระชากออกจากร่างของจำปาอย่างแรงด้วยน้ำมือของบัว
“นี่อะไรกันน่ะ”

มะลิและกุหลาบหันมองบัวอย่างตกใจ บัวย้อนกลับมาเพราะลืมของไว้
“นายมาทำอะไรที่นี่ เดี๋ยวแม่ตื่นขึ้นมาก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้นเอง”

บัวต่อว่ากุหลาบ มะลิทนไม่ได้ รีบเข้าข้างกุหลาบทันที
“พี่บัว จะบ้าหรือ เขาก็ลูกแม่คนหนึ่งนะ ทำไมเขาจะมาเยี่ยมแม่ไม่ได้”

“แต่มันเป็นลูกอกตัญญู มันติดยา มันเป็นต้นเหตุทำให้แม่ไม่สบาย”
“ติดยา พี่กุหลาบเขาเคยบอกสักคำไหมว่าเขาติดยาน่ะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าเขาถูกใส่ร้าย”

กุหลาบเห็นหน้าตาไม่เชื่อของบัวก็อดที่จะเจ็บปวดใจไม่ได้ เขาต่อว่าบัวกลับอย่างไม่เกรงใจ
“คนที่ทำให้แม่ไม่สบาย น่าจะเป็นลูกเทวดาความรู้สูงอย่างพี่ต่างหาก ดูแลแม่ยังไง แม่ถึงได้เป็นอย่างนี้”

“ไอ้กุหลาบ มากไปแล้วนะ”
บัวโกรธมากที่กุหลาบพูดแทงใจดำ จริงๆแล้วเขาก็รู้ดีแก่ใจว่ากุหลาบพูดถูก เขาให้เวลากับแม่น้อยไป เพราะมัวแต่สนใจเรื่องลีลาวดี

“ไม่มากไปหรอก ในเมื่อพี่ดูแลแม่ไม่ได้ ผมก็จะพาแม่ไปอยู่ด้วยกัน พี่อยากอยู่กับพ่อนักไม่ใช่หรือ ก็อยู่กันไปสองคนแล้วกัน ผมจะเอาแม่ไปอยู่ด้วย”

กุหลาบตรงเข้าไปจะอุ้มจำปา แต่บัวไม่ยอม รีบเข้าไปห้ามไว้
“ไม่ได้นะ ไอ้บ้า ปล่อยมือจากแม่เดี๋ยวนี้ นี่ไอ้กุหลาบ ออกไปนะ ”

ฉับพลัน บัวต่อยกุหลาบลงไปกองกับพื้น !
มะลิตกใจร้องกรี๊ด แต่กุหลาบไม่สะทกสะท้านลุกขึ้นมา

“เดี๋ยวนี้ชกเก่งขึ้นนะ แต่ถึงยังไงก็ห่างจากผมหลายขุม”
กุหลาบประเคนหมัดใส่หน้าบัวจนหงายไป บัวโกรธมาก เมื่อลุกขึ้นได้ก็กระโจนเข้าหากุหลาบ ทั้งสองแลกหมัดกันอย่างรุนแรง มะลิพยายามเข้าไปห้ามดึงบัวบ้าง กุหลาบบ้าง

“อ๊าย….หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ บอกให้หยุดไงเล่า…หยุดๆ”
ทั้งสองไม่ฟังมะลิสักนิด มะลิจนใจไม่รู้จะห้ามยังไง หญิงสาวมองไปทางจำปาแล้วก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ “แม่ !”

เสียงเรียกของมะลิทำให้บัวกับกุหลาบชะงักกึกหันมาทันที สองพี่น้องคิดว่าแม่ฟื้นแล้ว แต่ปรากฏว่าใบหน้าหลับสนิทของจำปามีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม จำปาร้องไห้ทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัว

“แม่ร้องไห้ …จู่ๆน้ำตาไหลได้ยังไง”
“แม่…” กุหลาบมองจำปาอย่างตกใจ บัวเองก็ตกใจเช่นกัน

“แม่คงรับรู้ได้ว่าลูกของแม่สองคนกำลังทะเลาะกันใช่ไหมจ๊ะ ลูกที่เคยกินนมแม่คนเดียวกัน วันนี้มาทะเลาะกันต่อหน้าแม่ แม่จ๋า อย่าร้องไห้เลยนะ”

มะลิพูดพลางเช็ดหน้าให้จำปา บัวกับกุหลาบมองหน้ากันละอายใจ และในที่สุดกุหลาบก็ทำลายความเงียบ

“ผมขอโทษ ผมจะเป็นฝ่ายไปเอง” เขาตัดสินใจเดินออกไปเงียบๆ
กุหลาบเดินผ่านสมชายที่แอบอยู่มุมหนึ่ง เขาหารู้ไม่ว่าสมชายแอบโทรศัพท์แจ้งความกับตำรวจเรื่องของเขาเรียบร้อยแล้ว มะลิตามมาส่งกุหลาบด้วย

“เดี๋ยวพี่กุหลาบ พี่จะไปแล้วหรือ พี่ไม่เห็นบอกเลยว่าตอนนี้พี่ไปอยู่ไหน ไปอยู่กับใคร….”
“อย่ารู้เลย เอาเป็นว่าพี่จะติดต่อมาเอง”

มะลิลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจถามเรื่องภาพคนสเก็ตช์คนร้ายที่หน้าเหมือนกุหลาบเหลือเกิน
“เอ้อ ขอถามหน่อยนะ พี่กับการปล้นที่บ้าน…”

“พี่ไม่รู้เรื่อง” กุหลาบตอบอย่างรวดเร็วแล้วก็เงียบไปสักพัก “อย่าห่วงเลยนะ พี่ยังคงเป็นกุหลาบคนเดิมที่มะลิเคยเชื่อมั่น”

กุหลาบสังเกตเห็นว่ามีตำรวจนายหนึ่งกำลังเดินตรงมา เขาจึงพามะลิไปหลบที่มุมหนึ่งอย่างรวดเร็ว “ถ้าพี่ไม่เกี่ยวกับรูปนั่น พี่จะหลบตำรวจทำไม”

มะลิถามอย่างสงสัย กุหลาบเอาแต่หลบไม่ยอมสบตามะลิ มะลิตัดสินใจตัดบทไม่ถามอะไรอีก เชื่อใจกุหลาบ “ช่างเถอะ พี่เป็นพี่ชายของฉันเหมือนพี่บัว ฉันจะเชื่อมั่นในตัวพี่ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

กุหลาบยิ้มออกมาได้ อย่างน้อย...ก็มีคนเชื่อมั่นว่าเขาไม่ใช่คนเลว กุหลาบกอดอำลามะลิอย่างพี่น้อง ก่อนจะขึ้นรถมอเตอร์ไซด์ขับออกไป เขากลับไปทำงานให้เฮียไก่อย่างเดิม โดยไม่รู้สักนิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความจงใจของเฮียไก่ทั้งสิ้น

“ได้ข่าวว่าไอ้กุหลาบใกล้เป็นบ้าเต็มทีเพราะรูปสเก็ตช์คนร้ายนั่น” เจษถามเฮียไก่อย่างอารมณ์ดีเมื่อนิกรได้มาเจรจาธุรกิจกับเฮียไก่

“น่าแปลกที่พยานเห็นแต่หน้าไอ้กุหลาบคนเดียว เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณใช่ไหม” นิกรทาย
“เก่งมาก เพราะพยานคนนั้นเป็นพยานเท็จ ผมตั้งใจทำให้กุหลาบมันเข้าตาจน” ไก่ยอมรับหน้าชื่นตาบานกับแผนการของตน ทั้งหมดพากันหัวเราะชอบใจ

“ต่อไปนี้ก็ถึงเวลาที่คุณต้องการ คุณต้องการลีลาวดีไม่ใช่หรือ ตาคุณออกโรงได้แล้ว คุณนิกร”
เฮียไก่สบตานิกร รู้กันว่าจะต้องทำยังไงต่อไป...นิกรไม่รอช้าให้คนไปจับตัวกุหลาบมาหา
เขาทันที

“เสี่ยนิกร” กุหลาบจ้องหน้านิกรอย่างหงุดหงิดใจที่จับเขามาเช่นนี้
“สวัสดี ฉันอยากเจอนายมานานแล้ว ได้ข่าวว่าแสบนัก”
“นี่พวกแกต้องการอะไร” กุหลาบถามเสียงเข้ม

“ไม่มีอะไร ก็แค่ชวนแกมาดูหนังเรื่องหนึ่ง พระเอกโง่ๆ ถูกคนร้ายหลอกไปติดกับ หึ นั่งสบายแล้วใช่ไหม จะได้ดูกันเลยน อ้อจริงสิ บังเอิญข้าวโพดกับน้ำอัดลมหมด นั่งดูเฉยๆได้ใช่ไหม ฮะฮะฮ่า”

เจษกดปุ่มเครื่องเล่นวีซีดีทันที ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในบ้านหลังที่ถูกปล้นแสดงขึ้นมาทันที มันรวบรวมภาพเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงภาพที่กุหลาบเป็นผู้ยิงชายแก่เจ้าของบ้านไว้ด้วย

“หยุดๆ ขอหยุดดูภาพพระเอกของเราหน่อย นั่นไง นั่นนั่น เห็นหน้าเต็มๆชัดๆ หล่อเด็ดขาดไปเลยเห็นไหม ฮะฮะฮ่า”

กุหลาบจ้องมองภาพตนเองอย่างหงุดหงิด เขาโกรธมากที่รู้ว่าถูกหลอก
“ไอ้ชาติชั่ว นี่แกติดกล้องเอาไว้ตั้งแต่แรก ทั้งหมดนี่เป็นแผนของแกงั้นหรือ”
“ก็ทำนองนั้น”

“ไอ้ไก่” กุหลาบกัดฟัน เพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอก พวกเฮียไก่เป็นคนจัดฉากเรื่องทั้งหมดขึ้น
“เปล่า….ไอ้ไก่มันชอบแก มันอยากเก็บตัวแกไว้ แต่ฉันต้องการลีลาวดี ก็เลยแกล้งส่งข่าวผิดๆให้ไอ้ไก่ งานนี้ไอ้ไก่ไม่เกี่ยว”

“ต้องการลีลาวดีงั้นหรือ นี่หมายความว่า”
“วีซีดีแผ่นนี้จะถูกส่งไปที่ตำรวจทันที ถ้าแกไม่พาลีลาวดีมาให้ฉัน ไม่เท่านั้นนะ ถ้าฉันได้ลีลาวดีมา นอกจากวีซีดีจะไม่ถูกส่งไปแล้ว ฉันจะจัดแพะไปรับบาปคดีปล้นบ้านอีตาแก่นั่น แกจะพ้นผิดไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนเหมือนแบบนี้อีก”

กุหลาบครุ่นคิดกับข้อเสนอของนิกร นิกรมองหน้ากุหลาบนึกรู้ว่า กุหลาบไม่อยากหักหลังคนรัก
นิกรหัวเราะสมเพช

“ฮึ บูชาความรักนักหรือ เจษ เอาซีดีไปส่งให้ตำรวจ” เจษเดินไปหยิบซีดีมา
“ตกลงตกลง ฉันจะเรียกตัวลีลาวดีออกมาให้”

นิกรยิ้มออก ในที่สุดกุหลาบก็ยอมตกลง เขาบอกกำหนดนัดหมายแลกเปลี่ยนซีดีกับลีลาวดีทันที
“วันอาทิตย์นี้ตอนเที่ยงคืน เราจะนัดกันยื่นหมูยื่นแมว ซีดีแผ่นนี้กับตัวลีลาวดี”

กุหลาบถูกปล่อยตัวออกมา เขากลายเป็นเงียบไม่พูดไม่จา ไม่มีใครสักคนรู้ว่าตอนนี้กุหลาบกำลังคิดอะไร แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะของเขาและลีลาวดีจะไม่สามารถแยกห่างจากกันได้ เพราะจู่ๆลีลาวดีก็เดินทางมาพัทยาเพื่อตามหากุหลาบ เธอรู้ข่าวมาจากมะลิว่าเฮียไก่มีกิจการอยู่ทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ลีลาวดีจึงสุ่มหาไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากที่พัทยาเป็นแห่งแรก

ลีลาวดีออกตามหากุหลาบทั้งวัน แต่ก็ไม่เจอ เธอจึงยกมือขึ้นไหว้ คิดในใจ
“พ่อขา เขาอยู่ไหนของเขา ชาตินี้หนูไม่มีบุญจะได้เจอเขาจริงๆหรือ พ่อช่วยหนูด้วยนะคะ หนูอยากพบเขาจริงๆค่ะพ่อ”

เหมือนลพจะได้ยินสิ่งที่ลีลาวดีขอร้อง เพราะอยู่ดีๆ ก็มีล็อกเก็ตอันหนึ่งกระเด็นมาตกอยู่ที่เท้าของลีลาวดี ลีลาวดีก้มลงมองตกใจมาก เพราะจำได้ทันทีว่าเป็นล็อกเก็ตของตัวเอง ลีลาวดีหยิบล็อกเก็ตขึ้นมา เงยหน้าขึ้นก็เห็นชายหนุ่มที่ตนตามหายืนอยู่ตรงหน้า

“กุหลาบ”
ลีลาวดียิ้มกว้าง ในที่สุดเธอก็หากุหลาบเจอจนได้ กุหลาบใส่ล็อกเก็ตนั้นไว้ และจำเพาะเจาะจงต้องมาขาด เมื่อได้เจอเจ้าของ !

กุหลาบหันหลังเดินหนีไปทันทีที่เห็นลีลาวดี แต่ลีลาวดีก็เดินตามกุหลาบที่หน้าบึ้งตึงอย่างไม่ยอมแพ้

“กุหลาบ…ฉันเดินตามหาคุณมาทั้งวันเลย”
“กลับไปซะ คุณไม่ควรอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็นถิ่นของนายไก่”

“ฉันรู้มาตั้งแต่แรก…และฉันก็ไม่กลัว” กุหลาบโมโหจับตัวลีลาวดีเขย่า
“คุณจะบ้าหรือ คนของเขามีอยู่เต็มไปหมด คุณไม่มีความปลอดภัยเลย แม้แต่ตัวผมก็เถอะ ตัวผมเองก็อาจจะพาคุณไปฆ่าได้ทุกเมื่อ !”

“คุณนั่นหรือจะพาฉันไปฆ่า” ลีลาวดีถามอย่างแปลกใจ
“บ้าที่สุด ผมอุตส่าห์อดใจไม่ยอมไปเจอคุณแล้ว คุณยังมาหาผมอีก ทำไมโชคชะตาชอบเล่นตลกกับเราสองคนนัก”

“ฉันคิดถึงคุณ ฉันบอกเลิกกับบัวแล้ว”
ลีลาวดีบอกอย่างร่าเริง กุหลาบได้ยินดังนั้นก็อึ้งไป

“ปรื้น !!! “ เสียงมอเตอร์ไซด์ของรอนทำให้เขาหลุดจากภวังค์ กุหลาบรีบลากลีลาวดีเข้าไปในโรงแรมที่อยู่ข้างทางทันที เขาจะให้พวกนิกรรู้ว่าลีลาวดีอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด กุหลาบจัดแจงเปิดห้องพักและพาหญิงสาวเข้าไปหลบ

“คุณพาฉันเข้าโรงแรมอีกแล้วนะ เป็นครั้งที่สองแล้ว ถ้าใครรู้เข้าฉันคงอายเขาแย่” ลีลาวดีพูดยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี

“นี่ยังมีอารมณ์พูดเล่นอีกหรือ” กุหลาบหน้าเครียด แต่หญิงสาวไม่สนใจ เขยิบตัวเข้าไปยืนใกล้กุหลาบ

“เสียชื่อเสียงไม่พอ ถ้ายิ่งรู้นะ ว่าคุณไม่เคยแตะต้องฉัน ยิ่งน่าอายเข้าไปใหญ่”
กุหลาบมองลีลาวดีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เขาดุเสียงเข้ม “เข้ามาใกล้ๆทำไม … ออกไปไกลๆเลยไป”

ลีลาวดีทำท่าไม่สนใจ ยิ่งเขาไล่ เธอก็ยิ่งเขยิบเข้าใกล้เขา
“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหล่ะ ฉันแค่อยากรู้ คุณเกลียดฉันจริงหรือเปล่า ต่อไปนี้ ยิ่งคุณไล่ฉัน ฉันก็จะยิ่งเข้ามาใกล้คุณแบบนี้ ดูซิคุณจะทำยังไง”

กุหลาบมองใบหน้าสวยของลีลาวดี สีหน้าเดายากว่าวันนี้เขาจะโกรธหล่อนหรือไม่
“ได้… อยากรู้จริงหรือ”

กุหลาบผลักลีลาวดีไปที่เตียงให้เอนลงไปบนที่นอน แล้วขึ้นไปใกล้ชิด หน้าใกล้หน้า ลีลาวดีใจเต้น
มือของกุหลาบลูบไล้ไปตามร่างกายของหล่อน กุหลาบจับที่มือลีลาวดี และแทนที่จะทำอย่างอื่น

เขากลับเอื้อมมือไปจับนิ้วลีลาวดีมาจ่อที่ปลั๊กไฟข้างเตียง ลีลาวดีหันมาเห็นเข้าร้องกรี๊ดวิ่งหนี ทั้งสองวิ่งไล่กันไปรอบห้อง ลีลาวดีวิ่งหนีกุหลาบเข้าข้างฝา กุหลาบตามมากดไว้ใกล้ชิด

“กุหลาบ อย่านะ ฉันกลัวแล้ว นี่คุณโกรธฉันขนาดนี้เลยหรือนี่” หญิงสาวหน้าเสีย
ในที่สุดดวงหน้าสีเข้ม หัวเราะออกมา ที่แท้เขาแค่แกล้งหล่อนเท่านั้น
“ใช่โกรธ…โกรธมาก ทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งคิดถึง ทั้งรัก ทุกอย่างอยู่ในตัวคนๆเดียว”

“รักหรือ” ลีลาวดีได้ยินคำว่ารักก็ชะงักไป กุหลาบยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา
“ทีคุณแกล้งผม ผมยังไม่ว่าสักคำ ผมแกล้งคุณบ้างไม่ได้หรือ”

ลีลาวดีคลายใจ แววตาเจ้าอารมณ์ของเขานาทีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
กุหลาบก้มลงจูบปากลีลาวดีอย่างอ่อนโยน
“คราวนี้รู้หรือยังว่าผมจะทำอะไรคุณ”

หญิงสาวยิ้มเขิน “แล้วไป …เมื่อกี๊ตกใจหมดเลย นึกว่าคุณเป็นซาดิสต์”
กุหลาบหัวเราะ คว้าตัวลีลาวดีเข้ามากอดด้วยความคิดถึง ทั้งสองโอบกอด ถ่ายเทความรู้สึกคิดถึงแก่กัน

“ที่ฉันตามหาคุณเนี่ยก็แค่อยากจะบอกว่า ต่อให้ชีวิตคุณไม่มีใครเลย คุณก็ยังมีฉัน” ลีลาวดีบอกกุหลาบเช่นนั้น หัวใจคนฟังเต็มตื้น ...แต่เขาก็ยังมิวายเป็นห่วงบัว
“แต่พี่บัวรักคุณมาก”

“เราคุยกันเข้าใจแล้ว”
“แล้วเขาตัดใจได้หรือ”
“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่า ต่อให้คบกันเขาก็ไม่มีทางมีความสุข ฉันจะยิ่งทำร้ายเขา”

กุหลาบดึงลีลาวดีมากอดนอนคุยกันบนเตียง บรรยากาศหวานชื่นกลับมาอีกครั้ง
“ขอบคุณมากที่อยู่ข้างผมเสมอ”

“กุหลาบ ฉันช่วยคุณได้นะ ในภาวะที่ชีวิตไม่มีทางออก ฉันช่วยคุณได้”
“แม้จะเอาชีวิตเข้าแลกงั้นหรือ” กุหลาบแกล้งถามลองใจ แต่ลีลาวดีตอบกลับมาอย่างมั่นคง
“ใช่ แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก”

กุหลาบมีแววตาครุ่นคิด เขามองลีลาวดีชั่งใจ
“งั้นก็ได้ ผมจะใช้ชีวิตคุณ ผมจะใช้คุณ แล้วอย่ามาว่าผมทีหลังแล้วกัน”
ถ้อยคำนั้นทำให้ลีลาวดี หยุดมองหน้าระแวงเขาเล็กน้อย

กุหลาบยิ้มให้หญิงสาว ลีลาวดีตัดใจคิดว่ากุหลาบแค่พูดเล่น เธอโอบกอดเขาแน่นด้วยความรักใคร่...กุหลาบกอดเธอตอบเช่นกัน แววตาของกุหลาบตอนนี้สงบนิ่ง คาดเดาไม่ได้เลยว่ากุหลาบแค่พูดเล่น หรือเขาคิดจะทำอย่างที่พูดจริงๆ...

นั่นคือ ... เอาตัวลีลาวดีไปให้นิกร แลกกับชีวิตอิสระหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งปวง !

ตอนที่ 26

วันรุ่งขึ้น....
กุหลาบพาลีลาวดีไปส่งที่ท่ารถกลับกรุงเทพฯ
“ผมส่งคุณแค่นี้นะ คุณขึ้นรถสาธารณะจะปลอดภัยที่สุด ถ้าผมไปส่งคุณจะเป็นอันตรายมากกว่า”

“ใช่สิ…เพราะคุณกลายเป็นพวกของนายไก่ไปแล้ว”
ลีลาวดีแกล้งพูดเพื่อให้กุหลาบปฏิเสธ แต่เขาได้แต่หลบตา
“กลับไปกรุงเทพ กลับบ้านเถอะนะ ทุกคนเป็นห่วงคุณ”

ลีลาวดีจำใจรับคำ แต่พอกุหลาบแยกไป เธอก็แอบสะกดรอยตาม แล้วก็รู้ว่าที่แท้นิกรมีข้อเสนอที่จะแลกตัวเธอกับซีดีของกุหลาบ ลีลาวดีคิดหนัก ถ้าเธอไปหาพวกของนิกร เธอจะช่วยให้กุหลาบรอดพ้นจากหลักฐานมัดตัว กุหลาบจะเป็นอิสระจากคดีที่กำลังพัวพันตัวเขา

ลีลาวดีรู้ว่ากุหลาบเตรียมแผนการกับมะลิจะชิงซีดีคืน แต่หล่อนยังห่วงว่าจะไม่สำเร็จ
ลีลาวดีตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เธอกลับบ้านไปหัดฝึกซ้อมยิงปืนอย่างตั้งใจ

“กุหลาบ ฉันไม่อยากให้คุณและพวกของมะลิต้องเสี่ยงอันตราย ฉันต้องไปช่วยพวกคุณในวันนั้น ฉันอยู่เฉยไม่ได้เด็ดขาด !”

และเมื่อวันนัดกับนิกรมาถึง กุหลาบและพวกมะลิก็ทำตามแผน กุหลาบไม่ได้ใช้ตัวลีลาวดีตัวจริง แต่ให้มะลิปลอมตัวเป็นลีลาวดี พวกของนิกรเชื่อสนิท หลังการต่อสู้กันเล็กน้อย พวกของกุหลาบสามารถชิงแผ่นซีดีมาได้อย่างง่ายดาย พวกกุหลาบหนีรอดได้แล้ว แต่ลีลาวดีไม่รู้เรื่อง หญิงสาวคิดจะเอาตัวเข้าแลกกับซีดีเพื่อช่วยกุหลาบ หล่อนขับรถเข้าหาดงปืน แล้วโทรหาพวกของเจษ

“บอกนายแก เอาซีดีกุหลาบมาให้ฉัน แล้วฉันจะไปพบกับแก !” หญิงสาวบอกอย่างมาดมั่น
“คุณจะมาจริงๆหรือ” เจษถามอย่างแปลกใจ

“ฉันใกล้ถึงแล้ว อีกสิบนาทีเจอกัน…”
ลีลาวดีตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว เจษหัวเราะร่าอย่างสะใจ “ฮะฮะฮ่า อีโง่ เดินมาหาปากกระบอกปืนแท้ๆ”

เจษตะโกนบอกสมุนที่กำลังจะตามพวกกุหลาบไป “เฮ้ยๆไม่ต้องตามไอ้กุหลาบแล้ว ลีลาวดีกำลังมา….” นิกรหันมองเจษอย่างแปลกใจ
“อะไรนะ แกพูดจริงหรือ มันมาเองเลยหรือ”

เจษพยักหน้า พูดถึงลีลาวดีอย่างสมเพช “เฮอะ มันคิดจะมาช่วยแฟนมัน โง่จริงๆ ฮะฮะฮ่า”
พวกนิกรพากันหัวเราะร่วนกับความไม่รู้ของลีลาวดี เมื่อหญิงสาวมาถึงจุดนัดพบ เจษก็เข้ามาต้อนรับเธออย่างดี

“คุณหนูของผม ใจกล้าจริงๆ”
“ซีดีอยู่ไหน ฉันต้องการซีดี” ลีลาวดีเสียงเข้ม
เจษไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าให้สมุนเดินเข้าไปจับตัวลีลาวดี

“นี่อย่าเข้ามานะ” หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าพวกเจษจะเล่นไม่ซื่อเสียแล้ว เธอเริ่มหาทางหนีทีไล่ แต่แล้ว รถมอร์เตอร์ไซด์คันหนึ่งก็แล่นพุ่งตรงเข้ามากลางวง เจษกับสมุนกระจายกันไปคนละทิศ

“กุหลาบ !”
ลีลาวดีแปลกใจมากที่เห็นกุหลาบ เขาเห็นเธอขับรถสวนเข้ามาจึงกลับเข้ามาช่วย
“คุณมาที่นี่ทำไม ผมได้ซีดีมาแล้ว”
กุหลาบชูซีดีให้ดู ลีลาวดีตกใจเพราะเพิ่งรู้เรื่อง
“มานี่เร็ว ขึ้นรถ”

ลีลาวดีกระโดดขึ้นซ้อนมอร์เตอร์ไซด์ของกุหลาบโดยเร็ว แต่พวกนิกรก็ไม่ยอมปล่อยคนทั้งสองไปง่ายๆ ทั้งสองเกือบจะเพลี้ยงพล้ำ ลีลาวดีเกือบจะถูกนิกรยิง แต่แล้วนิกรก็ต้องล้มลงเสียเองเมื่อถูกตำรวจที่ตามลีลาวดีมา บุกเข้ามาช่วย

บัวนั่นเองที่สะกดรอยตามหญิงสาวมา เมื่อเห็นท่าไม่ดีเขาจึงขอกำลังสนับสนุนจากตำรวจ พวกของนิกรแตกกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง

“นี่มันอะไรกัน...เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณไปที่นั่นทำไมหา คุณลีลาวดี !”
สารวัตรอ๊อดโกรธมากที่รู้ว่าลีลาวดีเสี่ยงอันตรายเช่นนี้

“ดีนะ ที่ผมตามตำรวจไปช่วยทัน ถ้าผมไปไม่ทัน คุณไม่มานั่งอยู่ที่นี่แน่ ทำไมคุณทำแบบนี้ คุณเดินเข้าไปหาพวกของนิกรเพราะอะไร หา ...” บัวเองก็ฉุนขาด ตะโกนถามลั่นห้อง

“ฉันไปเพราะ ...เพราะ”
ลีลาวดีจ๋อยไม่กล้าพูด บัวคาดคั้นอีก จนลีลาวดีตัดสินใจพูดโพล่งออกไป “เพราะกุหลาบ”

“กุหลาบงั้นหรือ” บัวได้ยินดังนั้นก็เงียบไปทันที
“ลีลาวดีรักกุหลาบมากขนาดนี้เชียวหรือ….” บัวเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาสมชาย

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ อย่าคิดแบบนั้น มันหลอกให้ลีลาวดีหลงมัน ใครจะไปรู้ มันอาจจะหลอกลีลาวดีไปให้ไอ้นิกร เอาเงินรางวัลก็ได้”

บัวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งห่วงหญิงสาวเพิ่มขึ้น “เฮ้อ กลุ้ม ! กลุ้ม ! ทำยังไง ลีลาวดีถึงจะตัดใจจากกุหลาบได้นะ”
“ต้องทำอะไรสักอย่างลูก อยู่เฉยไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง…”

แล้วสมชายก็คิดแผนการ ให้บัวแกล้งอ้างชื่อจำปาล่อกุหลาบกลับมาบ้าน เมื่อกุหลาบมาถึงบัวก็ชี้หน้าด่ากุหลาบทันที

“แกมันตัวปัญหา แกทำให้แม่ป่วย แล้วยังทำให้ลีลาวดีออกไปเสี่ยงอันตราย แกเกือบฆ่าเขาตายรู้ตัวหรือเปล่า”

“ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขา เขาไปเอง” กุหลาบพยายามอธิบายแต่บัวไม่ฟัง
“แต่ถึงยังไงแกก็ต้องรับผิดชอบ”

“คราวที่แล้วก็ด่าเรื่องแม่ คราวนี้มาด่าเรื่องลีลาวดีอีก เมื่อไหร่พี่จะมองผมในแง่ดีบ้าง เมื่อไหร่จะเข้าใจผมบ้าง”

บัวมองกุหลาบนิ่ง ก่อนจะหยิบเอาเงินปึกหนึ่งวางให้ ประมาณหนึ่งแสนบาท
“นี่เงิน เอาเงินไป…แล้วไปจากชีวิตทุกคนซะ”

“พี่ไปเอามาจากไหน”
“ฉันไปกู้มา ฉันไม่รู้ว่าแกมีปัญหาอะไรนักหนา แต่เงินนี่ คงช่วยได้”

กุหลาบเศร้ามองพี่ชายอย่างเสียใจ....คนที่เขารัก คนที่เคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวของเขา กำลังไล่เขาออกไปจากชีวิต

“พี่อุตส่าห์ไปกู้เงินมาให้ผม เพื่อให้ผมออกไปจากชีวิตแม่ ออกไปจากชีวิตลีลาวดี …และออกไปจากชีวิตของพี่งั้นหรือ” บัวอึ้งไม่ตอบ แต่พอเห็นน้ำตาที่คลอขึ้นของกุหลาบแล้วเสียงอ่อนลง

“พี่อยากให้แกได้ดี พี่ถึงทำแบบนี้ ในเมื่อแกเลือกเดินทางผิด ติดยาเข้าแกงค์มาเฟีย พี่ก็ต้องไล่แกออกไป”

“ผมไม่ได้ออกไปอยู่ข้างนอกเพราะหลงผิด แต่ผมออกไป เพราะพี่ เพราะพี่นั่นแหล่ะ !”
กุหลาบหันหนีกำลังจะออกจากบ้านไป บัวเรียกไว้
“จะไปไหน แล้วเงินนี่ล่ะ”

“พี่นี่ตลก พี่เคยสอนให้ผมสู้ เคยเป็นกำลังใจให้ผมอดทน แต่วันนี้ พี่กลับเป็นคนทำลายผมเสียเอง” กุหลาบพูดเสียงเศร้า

“ฉันเปล่า ฉันยังอยากให้แกกลับมาเดินทางที่ถูก ฉันถึงลงทุนกู้เงินมาให้แก…”
“เงินไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้ ความรัก ความเชื่อมั่นในตัวผมต่างหากที่ผมต้องการ !”

“ถึงยังไงแกก็ต้องเอาไป เอาไปซะ เอาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่ามายุ่งกับแม่ อย่ามายุ่งกับลีลาวดีอีก”

“อยากเอาเงินช่วยคนนักหรือ ได้เลย”
กุหลาบเดินกลับมาเอาเงินแล้วเดินออกไปหน้าบ้าน ตะโกนลั่น

“เอ้า พ่อแม่พี่น้อง วันนี้ พ่อบัวผู้แสนดีเขามีเงินมาแจก มารับเอาไปเร็ว พ่อแม่พี่น้องครับ พี่บัวปริญญาตรีคนแรกของสลัมแห่งนี้ ตอนนี้มีความรู้ มีเงินแล้ว เขาจะใช้เงินแก้ปัญหาครับ เอ้ามาเลย มานี่มายืนรวมๆกัน มาเร็ว…จะแจกเงินแล้ว”

กุหลาบหันหนีสะบัดเงินให้โปรยทั่วท้องฟ้า บัวจะเข้ามาแย่งไว้ แต่ก็ไม่ทัน ! เงินจำนวนเป็นแสนปลิวว่อน ชาวบ้านต่างพากันแย่งเข้ามาเก็บ สมชายที่แอบดูอยู่ก็ถลันขึ้นจากรถเข็นหวงเงินตะเกียกตะกายอยู่ที่พื้น จะไปเอาเงินแต่ไปไม่ได้

บัวต่อยกุหลาบด้วยความโมโหสุดๆ ซึ่งกุหลาบก็ซัดกลับ ทั้งสองลงไปนัวเนียต่อยกันไม่ยั้งไม่มีใครยอมใคร มะลิวิ่งเข้ามาห้ามทั้งสองคน

“นี่หยุด หยุดได้แล้วหยุด” ทั้งสองคนผลักมะลิออก ยังคงต่อยกันต่อไป มะลิหันไปเอาน้ำในกะละมังแถวนั้น มาสาดทั้งสองคน เปรี้ยง ! ได้ผล ทั้งสองคนกระจายออกจากกัน

“มะลิ ทำบ้าอะไร !” บัวหันมาโวย
“หมาที่มันกินข้าวหม้อเดียวกัน แล้วมันกัดกัน เขาก็ใช้วิธีนี้ไม่ใช่หรือ”
“หมาเหรอ”

“พี่สองคนเคยกินนมจากผู้หญิงคนเดียวกัน ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเลี้ยงดูพี่สองคน ผู้หญิงที่แม้แต่ยุงก็ยังไม่ยอมให้กัดตัวพี่ แล้วนี่ดูสิ พี่ทำอะไรกับตัวพี่เอง หน้าตายับเยินขนาดนี้จะไปพบแม่ได้ยังไง”

“แม่” กุหลาบครางนึกขึ้นได้ว่าจะมาหาแม่ บัวเองก็เพิ่งเฉลียวใจ
“พี่ให้เรา เฝ้าแม่ไว้ไม่ใช่หรือ”

“แม่ฟื้นแล้ว แม่คงรู้ว่าพี่สองคนทะเลาะกัน แม่ก็เลยฟื้น”
บัวกับกุหลาบยิ้มดีใจกับข่าวดี ทั้งสองรีบไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมจำปา แต่พอถึงโรงพยาบาลจริงๆกุหลาบกลับไม่กล้าเข้าไปพบหน้าแม่

“กุหลาบล่ะ กุหลาบอยู่ไหน ทำไมไม่มาหาแม่”
“แม่พักผ่อนเถอะนะ กุหลาบเขาอยู่แถวๆนี้ เดี๋ยวเขาก็มา”
“แล้วเรื่องคดีอะไรนั่น”

“เรียบร้อยหมดแล้วจ๊ะ แค่เข้าใจผิดกันเท่านั้น”
“แกช่วยน้องออกมาได้แล้วใช่ไหม”

บัวหลบตาผู้เป็นแม่เล็กน้อย “ใช่จ๊ะ เรียบร้อยแล้ว”
จำปาค่อยพยักหน้า หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย มะลิทิ้งให้บัวดูแลจำปา ส่วนตนเองออกไปตามหากุหลาบ เมื่อเห็นกุหลาบกำลังจะเดินจากไป มะลิก็รีบเรียกไว้ทันที
“พี่กุหลาบ…พี่จะไปไหน”

“พี่ไม่กล้าสู้หน้าแม่ ฝากบอกแม่ด้วย ให้ลืมลูกคนนี้ซะ”
กุหลาบหันหลังเดินจากไป มะลิไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ปล่อยให้กุหลาบไป...เวลานี้ในสมองของกุหลาบมีแต่คำพูดของบัว

“แกมันตัวปัญหา แกทำให้แม่ป่วย แล้วยังทำให้ลีลาวดีออกไปเสี่ยงอันตราย แกเกือบฆ่าเขาตายรู้ตัวหรือเปล่า”

ยิ่งคิดกุหลาบก็ยิ่งเศร้า เขาไม่รู้สักนิดว่าบัวเองก็เก็บคำพูดของตัวเองไปคิดเช่นกัน เขาเริ่ม
คิดว่าตัวเองทำเกินไปหรือเปล่า ยิ่งเมื่อกุหลาบบอกว่าไม่ได้ทำ บัวก็ยิ่งคิดหนัก เขาทำท่าจะใจอ่อนอยู่แล้ว แต่สมชายก็ตามมาเป่าหู กล่อมให้บัวเชื่อว่าที่ทำไปเป็นการสั่งสอนให้กุหลาบเป็นคนดี สุดท้ายบัวก็เชื่อสมชายอีกตามเคย...

อาการของจำปาดีขึ้นตามลำดับ หญิงสาวรู้ดีว่า ที่บัวพูดเรื่องกุหลาบนั้นไม่จริงสักนิด เธอจึงขอร้องมะลิให้เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

แล้วจำปาก็ต้องตกใจเมื่อรู้เรื่องของกุหลาบ กุหลาบน้อยใจบัวจนหันไปเข้าแก๊งค์ของเฮียไก่ แถมพวกของนิกร ยังทำให้กุหลาบต้องคดียิงคนบาดเจ็บ

จำปาร้องไห้ต้องการออกไปช่วยลูก แต่ยังไม่ทันได้ไป อาการโรคหัวใจของบัวก็กำเริบหนัก เพราะบัวไปง้อขอคืนดีกับลีลาวดีแต่ถูกเธอปฏิเสธอย่างหมดเยื่อใย...

“ลีลาวดี คุณคือชีวิต คือหัวใจของผม ผมรักคุณ…ผมทนความเกลียดของคุณไม่ได้ อย่าเกลียดผม ! ผมรักคุณ ผมรักคุณ ลีลาวดีอย่าทำแบบนี้ อย่าปฏิเสธผม ผมอยู่ไม่ได้...ถ้าไม่มีคุณ ผมอยู่ไม่ได้....ทำไมความรักของผมถึงกลายเป็นความผิด ทำไม”

บัวได้แต่คร่ำครวญเช่นนั้นก่อนที่เขาจะหมดสติไป ทีมหมอพยายามหาลิ้นหัวใจมาผ่าตัดให้เขา แต่ก็หาไม่ได้ จำต้องรักษาไปตามอาการ หากร่างกายตอบสนองการรักษา หัวใจก็จะทำงานตามปรกติ....ลีลาวดีหวาดกลัวเหลือเกินว่าบัวจะเป็นอะไรไป หญิงสาวได้แต่โทษตัวเองว่าทำให้บัวเป็นเช่นนี้

“บ้าชะมัด บ้าชะมัด ฉันลืมไปได้ยังไงว่าบัวไม่สบาย พี่ไม่น่าเลยมะลิ พี่ไม่น่า ตกเป็นทาสความโกรธเลย” ลีลาวดีคร่ำครวญกับมะลิ แต่แล้วเสียงจำปาก็ดังขึ้น

“เราทำอะไรให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรอกหนู”
“แม่จำปา นี่แม่มาได้ยังไง” มะลิถามอย่างแปลกใจ
“หมอคงรำคาญน่ะ หรือไม่ก็กลัวอีแก่คนนี้จะอาละวาดทำร้ายพยาบาล”

ลีลาวดียกมือไหว้จำปา “หนู…ลีลาวดีค่ะ”
จำปามองลีลาวดีนิ่ง “ผู้หญิงคนนี้เอง ต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายของฉันทั้งสองคนเกือบตาย”

“คุณป้า…” ลีลาวดีหน้าเสีย
“ผู้หญิง” ทำให้เกิดสงครามมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงสวยอย่างหนู”

มะลิเห็นลีลาวดีหน้าซีดเหลือเกิน จึงช่วยเหลือพูดให้ “แม่จำปาจ๋า อย่าโทษพี่เขาเลยนะ พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ”

“แม่ยังพูดไม่จบ ผู้หญิงเป็นต้นเหตุของสงคราม แต่คนที่โง่ก่อสงครามก็คือผู้ชายอยู่ดีนั่นล่ะ”
จำปาพูดเสร็จก็เดินเข้าไปหาบัว เห็นสภาพลูกแล้วจำปาก็น้ำตาไหลเข้าไปจับหัวพูดอย่างอ่อนโยน

“บัวลูกแม่ แม่มาแล้วนะลูก ตื่นขึ้นมา มาหาแม่นะลูก”
ดูเหมือนว่าร่างไร้สติของบัวจะรับรู้ถึงความรักของแม่ เพราะต่อมาไม่นาน อาการของบัวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ลีลาวดีก็ยังรู้สึกแย่เหลือเกินที่เป็นต้นเหตุทำให้อาการของบัวกำเริบ

“หนูเป็นคนเด็ดเดี่ยว ทำถูกแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก” จำปาปลอบใจหญิงสาว
“แล้วหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ”

“ใจแข็งต่อไป ความรักเพราะสงสาร ทนอยู่เพราะสงสาร…อายุไม่ยืนหรอก”
จำปาถอนใจเมื่อคิดถึงลูกรัก...หมอบอกให้เธอทำใจว่าบัวอาจจะจากทุกคนไปได้ทุกเมื่อหากไม่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

“ผมขอโทษที่ทำให้แม่พลอยวุ่นวายไปด้วย ผมฝันถึงแม่ แม่มาเรียกผม มาพาผมออกไปจากผู้หญิงคนนั้น” บัวได้มาขอโทษผู้เป็นแม่หลังจากที่หายดีแล้ว

“ตัดใจเสียเถอะ ชีวิตลูกไม่ได้อยู่แค่นี้ ลูกยังต้อง…” เสียงของจำปาเงียบหายไปเล็กน้อยเมื่อคิดถึงพูดของหมอ

“คนไข้เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วแต่กำเนิด จากการตรวจ ตอนนี้ลิ้นหัวใจของเขาเริ่มเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น พูดตามตรงก็คือ ผมคิดว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก...ตอนนี้เราต้องภาวนาให้ได้ลิ้นหัวใจมาโดยเร็ว แล้วรีบผ่าตัดก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป”

ผู้เป็นแม่พยายามสลัดความคิดนั้น มองหน้าลูกรักอย่างเชื่อมั่น
“ลูกยังต้องมีชีวิตอีกยืนยาว ยังมีผู้หญิงคนอื่นอีกมาก ที่พร้อมจะรักลูก อย่าปักใจแต่กับคนที่เขาไม่รัก”

“ผมจะพยายามครับ ผมจะพยายาม”
บัวหน้าเศร้า หลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย จำปาโอบกอดลูกรัก น้ำตาคลอ

จำปาเงยหน้ามองฟ้า ดวงใจของแม่พร่ำอธิษฐาน
“อีกยาวไกล ชีวิตยังอีกยาวไกล ลูกแม่จะต้องมีชีวิตอยู่อีกยาวนาน….”




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2550 1:06:43 น.
Counter : 285 Pageviews.  

เปลวไฟในฝัน ตอน 23 - 24

>






เ ป ล ว ไ ฟ ใ น ฝั น


บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กมลชนก ยวดยง เรียบเรียงจากบทโทรทัศน์


ตอนที่ 23


ทางฝ่ายนิกรและไก่หงุดหงิดใจอย่างมากเมื่อไม่สามารถตามหาตัวกุหลาบ บัว หรือแม้แต่ลีลาวดีได้เลย

“อีจำปามันพลอยปิดร้านหนีไปด้วย เขาว่ามันกลับบ้านนอก” รอนรายงานเฮียไก่ จู่ๆครอบครัวกุหลาบดูเหมือนหายไปกับกลีบเมฆ

“ต้องหาวิธีทำให้มันโผล่ออกมาให้ได้ เราจะได้เอาตัวลีลาวดีมา เอาไงดีวะ”

เฮียไก่ครุ่นคิดหาแผนการ...แล้วในที่สุดก็คิดออก เฮียไก่จัดแจงโทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะทำร้ายบัว ด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย กุหลาบรีบตามบัวไปที่ทำงานทันที เมื่อเขาเห็นช่างซ่อมคนหนึ่ง มุดเข้าไปใต้ท้องรถของบัวที่จอดอยู่ กุหลาบคิดว่าเป็นคนร้ายรีบตรงเข้าไปจัดการทันที

“แก..แกเป็นพวกเฮียไก่ใช่ไหม จะตัดสายเบรกหรือ นี่แน่ะ”
กุหลาบต่อยสั่งสอนช่างซ่อมรถไม่ยั้ง

“นี่เดี๋ยวครับ เดี๋ยว” ช่างซ่อมพยายามห้าม แต่กุหลาบไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ
“นั่นอะไรกันน่ะ หยุดนะ บอกให้หยุด !”

บัวเข้ามาห้ามปราบ กุหลาบหันมาเห็นบัวก็รีบฟ้อง
“ไอ้ชั่วเนี่ย มันต้องการทำร้ายพี่ มันลงไปทำอะไรกับรถพี่ก็ไม่รู้ โธ่เอ๊ย มันน่า”
กุหลาบปราดเข้าไปจะต่อยช่างซ่อมอีก แต่บัวเข้าไปดึงออกมา

บัวทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาต่อยกุหลาบลงไปกับพื้น !
“ไอ้กุหลาบ หยุด นี่แน่ะ !”
กุหลาบตกใจมากที่ถูกบัวต่อย เขามองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ

“แกมันใจร้อนไม่เข้าเรื่อง นี่เป็นช่างซ่อมของสำนักงาน รถของพี่พวงมาลัยมันหนักเลยให้เขาเช็คช่วงล่าง แล้วนี่แกเป็นบ้าอะไรมาทำร้ายเพื่อนพี่ทำไม”
“อะไรนะ ช่างของสำนักงานหรือ” กุหลาบงง ตกใจที่เข้าใจผิด

“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อไหร่จะหยุดสร้างปัญหาเสียที จู่ๆตามฉันมาทำไม มาถึงก็หาเรื่องเลย ทำตัวเหมือนคนไม่มีการศึกษา ! ”
บัวดุกุหลาบ แววตาวูบหนึ่งเหมือนไม่ใช่บัวคนเดิม

กุหลาบมองบัวอย่างน้อยใจ ที่เขาทำทั้งหมดเพราะความรักพี่ แต่เมื่อบัวพูดเช่นนี้ กุหลาบก็หมดคำอธิบาย ได้แต่ประชดประชันกลับไป
“ผมไม่มีการศึกษาจริงๆ แถมยังขี้คุกอีกด้วย”

บัวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไป จึงปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
“พี่หมายถึง แกทำตัวแย่ลงทุกที แกเคยคิดบ้างไหม ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คนรอบข้างแกจะเป็นไง แบบนี้พี่ถึงไม่ไว้ใจให้ลีลาวดีอยู่ข้างๆแก”

“พี่ไม่ต้องหาเหตุผลเอาลีลาวดีไว้กับตัวเองหรอกฮะ ถึงยังไง ผมก็ยกเขาให้พี่ไปแล้ว”
“กุหลาบ นี่หมู่นี้แกเป็นอะไร ทำไมต้องหาเรื่องพี่”
“ก่อนจะถามผม ถามตัวพี่เองดีกว่า ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าพี่เป็นอะไร”

ทั้งสองต้องหยุดการสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อบัวถูกตามตัวไปทำงาน กุหลาบรอบัวอยู่ด้านนอกสักพักก็ตัดสินใจเข้าไปในที่ทำงานของบัว แล้วเขาก็ได้เห็นคนกำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่โต๊ะทำงานของบัวพยายามจะติดระเบิดไว้ใต้โต๊ะบัวพอดี กุหลาบเห็นก็ตกใจ รีบเข้าไปขวาง

“เฮ้ยทำอะไรน่ะ !”
ชายลึกลับตกใจ เขวี้ยงกองเอกสารบนโต๊ะใส่หน้ากุหลาบทันที แล้วหยิบข้าวของของตนวิ่งออกไป กุหลาบรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ถูกไม้ท่อนใหญ่ซัดเข้าที่ท้ายทอย

“พลั่ก”
กุหลาบหมดสติล้มลงนอนกับพื้นทันที ชายลึกลับคนนั้นมองอย่างสะใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมารายงาน

“เหยื่อติดกับแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย”
เฮียไก่รับฟังอย่างพอใจ เขาสั่งให้ลูกน้องดำเนินการตามแผนขั้นต่อไปทันที นั่นคือ ยัดยาบ้าใส่กุหลาบ ! เมื่อตำรวจสายตรวจตามมาพบกุลาบในสภาพหมดสติ เขาพบยาบ้าในตัวกุหลาบสองเม็ด

ที่แท้ เฮียไก่แค่ใช้บัวเป็นเหยื่อล่อกุหลาบ ออกมาให้สมุนยัดยาบ้าเท่านั้นเอง เขาไม่ต้องการทำอันตรายบัวมาตั้งแต่ต้น

กุหลาบถูกตำรวจจับ ! ถึงแม้เขาจะปฏิเสธอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เชื่อ !
“ไม่ ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่เคยติดยา ผมไม่รู้เรื่อง ยานี่ไม่ใช่ของผม ไม่ใช่จริงๆ ปล่อย ปล่อย นี่จะมาจับทำไม ปล่อยๆ”

ทุกคนรับรู้เรื่องคดียาบ้าของกุหลาบอย่างตกใจ มีเพียงสมชายเท่านั้นที่สะใจ
“ข้าบอกแล้วไม่มีใครเชื่อ เด็กเก็บมาจากถังขยะ ยังไงมันก็”ขยะ””

บัวเองก็โดนเจ้านายเรียกเข้าไปต่อว่าเรื่องน้องชาย ในฐานะผู้ช่วยอัยการ ฝ่ายคดียาเสพติด เขาถูกคาดโทษว่า ถ้ายังปล่อยให้คนในครอบครัวต้องคดีแบบนี้อีก อนาคตการทำงานของบัวมีปัญหาแน่ บัวกลัดกลุ้ม เขาครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับกุหลาบดี และในที่สุดเขาตัดสินใจจะช่วยกุหลาบ บัวโทรศัพท์กลับบ้านระหว่างเดินทางไปหากุหลาบ

“พ่อหรือครับ พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ บอกแม่ด้วยว่า ผมกำลังจะไปจัดการเรื่องน้อง ผมจะประกันตัวเขาออกมาเอง”

สมชายคิดแผนการอะไรบางอย่างได้ รีบบอกกับบัวทันที
“ไอ้กุหลาบน่ะ มันติดยาจริงๆ พ่อเคยเห็นมันเสพยากับตานี่เลย”
“อะไรนะฮะ พ่อเคยเห็นด้วยหรือ”

“เห็นสิ เห็นกับตาจริงๆนะ พ่อไม่เถียงว่ามันเป็นคนดี แต่เข้าใจไหม มันผิดหวังเรื่องลีลาวดี มันก็เลยทำร้ายตัวเองด้วยการลองเสพยา” สมชายยังคงใส่ไฟกุหลาบต่อไป

“ผิดหวังเรื่องความรักหรือฮะ” บัวรู้สึกอ่อนใจกับความอ่อนแอของน้องชาย
“ก็ใช่น่ะสิ คนรอบข้างไม่มีใครเชื่อหรอกว่ามันติดยา แต่เข้าใจใช่ไหม อารมณ์ชั่ววูบ คนเราบางครั้งก็ทำผิดได้”

บัวถอนใจ หน้าเครียด เขาเชื่อสมชายสนิทใจ รู้สึกโกรธเกลียดกุหลาบเหลือเกินที่ทำตัวแย่เช่นนี้ เมื่อบัวไปถึงสถานีตำรวจ ซู่ซี่ หลิงหลิง มะลิ จุ้นจ้าน แจ๋นแจ๋ และพรรคพวกต่างพากันดีใจที่เห็นบัวจะมาช่วยกุหลาบ

“เย้ พี่บัวมาแล้ว”
พลพรรคต่างพากันวิ่งไปบอกข่าวดีกับกุหลาบ

“พี่กุหลาบ พี่บัวมาช่วยแล้ว”
กุหลาบดีใจมากที่เห็นหน้าบัว เขารีบบอกกับบัวถึงเรื่องทั้งหมด

“พี่บัว ผมไม่ได้ทำนะพี่ ผมถูกใส่ร้าย ช่วยประกันผมออกไป ผมจะออกไปพิสูจน์ตัวเอง ประกันผมที”

บัวหน้านิ่ง มองน้องด้วยแววตาดุดัน ก่อนจะดึงคอเสื้อกุหลาบมาติดลูกกรง
“แกมันอ่อนแอ ฉันผิดหวังในตัวแก แกไม่ใช่น้องฉันอีกต่อไป !”
บัวผลักกุหลาบออก ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นนิ่งอึ้ง คาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้

“ฉันจะไม่ประกันแก ฉันจะปล่อยให้แกได้คิดเรื่องนี้ที่นี่ ใช่...เพราะฉันเป็นอัยการ เป็นผู้รักษากฎหมาย ถือหลักของความจริงไม่ถือหลักของอารมณ์ ฉันจะไม่ใจดีกับแกอีกต่อไป !”

กุหลาบมองบัวอย่างเจ็บช้ำ
“พี่คิดว่าผมผิดจริงๆหรือ พี่ตัดสินไปแล้วว่าผมทำผิด ทั้งที่พี่ไม่ถามด้วยซ้ำ”

“อารมณ์ชั่ววูบ เป็นข้ออ้างของคนอ่อนแอ ถ้าพี่ไม่สอนแก แกก็จะเป็นภาระของสังคม พี่ทำหน้าที่พิทักษ์สังคม แต่น้องพี่ กลับกลายเป็นภาระของสังคม พี่ทนไม่ได้...”
บัวมองกุหลาบอย่างหงุดหงิดใจ

“แค่ผู้หญิงคนเดียว ทำให้แกติดยา แกทำให้แม่และฉันเสียใจ แกทำให้พวกเราผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า แกรู้ไหม ฉันกับแม่ต้องเจ็บปวดเรื่องแกมามากขนาดไหน”

“เจ็บปวดเรื่องผมหรือ แล้วพี่ล่ะ เคยถามผมไหมว่าผมเจ็บปวดเพราะพี่มากขนาดไหน ที่ผมผลักลุงสมชายเพราะผมทวงเงินไปให้ใคร ที่ผมถูกใส่ร้ายครั้งนี้เพราะผมมาช่วยใคร”

กุหลาบทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาระบายออกมาอย่างอัดอั้น แต่บัวไม่ยอมฟังแม้แต่น้อย
“ฉันจะไม่ฟังข้ออ้างอะไรทั้งนั้น แกไม่ใช่น้องฉัน ไม่ใช่ลูกแม่อีกต่อไป ฉันจะบอกแม่ว่าเราไม่มีแกอีกแล้ว ฉันจะทำทุกอย่างให้แม่ลืมแก ทำทุกอย่างให้เราทั้งสองคนลืมแก !”

บัวประกาศเด็ดขาด ก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว กุหลาบได้แต่ตกใจ นิ่งอึ้งก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาไหลเป็นทาง....

มะลิทนไม่ได้กับพฤติกรรมของบัว หญิงสาวรีบวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
“พี่บัว !”

บัวหยุดหันตามเสียงเรียก มะลิปราดเข้ามาตบหน้าบัวอย่างแรง “เปรี้ยง !”
บัวเลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง จ้องมะลิอย่างโกรธเคือง

“ชักจะมากไปแล้วนะมะลิ แค่นี้ต้องเจ็บแค้นแทนแฟนตัวเองด้วยหรือ”
“ไม่ต้องพูดมาก... คนดี คนมีการศึกษาอย่างพี่เวลาจะฆ่าคนให้ตาย ไม่ต้องหยิบมีด ไม่ต้องใช้ปืนเลยสักนิด”

“พี่มีเหตุผล ถ้าพี่ไม่พูดรุนแรงกับเขา เขาเลิกยาไม่ได้หรอก เขารักแม่ รักพี่ที่สุด ถ้าพี่ไม่ขู่เขา เขาจะฮึดสู้ได้ยังไง”

“พี่แค่ขู่หรือ นั่นน่ะหรือเรียกว่าขู่ นั่นน่ะฆ่าให้ตายชัดๆ... พี่อิจฉาเขา ! อยากทำร้ายเขา พี่ก็แค่อาศัยเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเท่านั้นเอง”

“จะบ้าหรือ พี่จะอิจฉาเขาไปทำไมในเมื่อพี่มีทุกอย่างมากกว่าเขา”
“ใช่พี่มีทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจของลีลาวดี พี่รู้ พี่เลยโกรธ พี่คิดว่าพี่กุหลาบติดยาเพราะผู้หญิง ฉันจะบอกให้ พี่นั่นล่ะ กลายเป็นคนเลวเพราะผู้หญิง !”

“มะลิ กล้าดียังไงพูดกับพี่แบบนี้”
บัวถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว มะลิมองหน้าบัวนิ่ง

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันพูดกับพี่โดยไม่มีน้ำตา ไม่เสียใจสักนิด ทำไมรู้ไหม พี่ไม่มีค่ามากขนาดนั้น พี่ไม่มีค่าพอให้ฉันเสียใจ พี่ไม่มีค่าพอให้ฉันร้องไห้ ไม่มีอีกต่อไปแล้ว”

หญิงสาวมองเขาอย่างรังเกียจก่อนจะเดินจากไป บัวได้แต่ยืนอึ้ง แต่ด้วยความโกรธ บัวยังคงปักใจเชื่อว่ากุหลาบผิดจริงๆ

มะลิและพรรคพวกยังคงเชื่อว่ากุหลาบบริสุทธิ์ มะลิพยายามโทรศัพท์หาจำปาเพื่อให้มาช่วยกุหลาบ แต่ก็ต้องแปลกใจมากที่ติดต่อไม่ได้
“ทำไมโทรไม่ติดวะ”

“โทรหาใคร” กุหลาบเห็นทีท่าแปลกๆของมะลิจึงอดถามไม่ได้
“เปล่า”

มะลิโกหกไปเพื่อให้กุหลาบสบายใจ กุหลาบถอนใจ หน้าเศร้าเมื่อคิดถึงผู้เป็นมารดา
“แม่ไม่มา แม่คงเชื่อพี่บัว….”

มะลิอึ้งไป ไม่เข้าใจเช่นกันว่าจำปาทำไมไม่มา ฮะเก๋าเห็นลูกพี่เศร้าก็พยายามปลอบใจ
“ความดีของพี่คนอื่นไม่เห็น แต่พวกเราเห็นนะ”

“พี่กุหลาบ พวกเราเชื่อพี่ เราอยู่ข้างพี่เสมอนะ” ซูซี่เข้ามาให้กำลังใจอีกแรง มะลิเองก็เช่นกัน

“พี่กุหลาบ พี่ต้องอดทนนะ ต้องมีใครสักคนประกันพี่ได้ พี่ต้องได้ออกจากคุก พี่จะได้พิสูจน์ตัวเอง พี่ต้องมีกำลังใจสู้นะ”

มะลิพยายามโทรหาจำปาอีกหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้ พวกของมะลิไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะสมชายได้แอบเอายานอนหลับใส่เครื่องดื่มให้จำปากิน ทำให้จำปาเวียนหัวไม่มีแรง ได้แต่นอนซมอยู่บนเตียง โทรศัพท์ของจำปาก็ถูกสมชายปิดเครื่องไป เมื่อติดต่อจำปาไม่ได้มะลิจึงเปลี่ยนมาโทรหาลีลาวดี

เมื่อหญิงสาวรู้ข่าวก็ตกใจ เธอรีบขับรถเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาประกันตัวกุหลาบ แต่เมื่อเจอเฮียไก่ ลีลาวดีจำเป็นต้องหลบไป เฮียไก่จึงกลายมาเป็นผู้ประกันตัวกุหลาบเสียเอง

“มีคนมาประกันตัวแล้ว”
ตำรวจเปิดประตูห้องขังให้กุหลาบ เขาลุกขึ้นมาอย่างดีใจ

“ใครครับ แม่หรือ แม่มาแล้วใช่ไหม”
“ข้าเป็นคนประกันให้เอ็งเอง”
เฮียไก่บอกอย่างอารมณ์ดี ...เมื่อกุหลาบรู้ว่าเป็นใครก็โกรธมาก เขาพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อเฮียไก่ทันที

“เฮียจะประกันฉันทำไมในเมื่อเฮียเป็นคนวางแผนจับฉัน ! เฮียเอายาบ้ามาใส่ในกระเป๋าตอนฉันหมดสติ เฮียทำใช่ไหม”

เฮียไก่ยิ้มใจเย็น
“ถ้าข้าต้องการจะทำร้ายเอ็ง ข้าไม่เอายาแค่สองเม็ดมาใส่ให้เอ็งหรอก ข้าต้องการทำให้เอ็งรู้เท่านั้น ว่าไอ้บัวมันคิดกับเอ็งยังไง”

“พี่บัว...” กุหลาบเศร้าไปถนัดตาเมื่อคิดถึงบัว
“เอ็งตัดใจเสียเถอะ ชีวิตเอ็งไม่มีใครเหลือแล้ว ทั้งบัว ทั้งแม่เอ็ง เขาตัดหางเอ็งปล่อยวัดแล้ว มีแต่ข้าเท่านั้นล่ะที่จริงใจกับเอ็ง”
“จริงใจภาษาอะไร กุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายฉัน”

“ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้เอ็งก็โดนไอ้บัวหลอกใช้ตลอดไป เอ็งจะยอมเป็นควายให้เขากดขี่ข่มเหงถึงเมื่อไหร่หา ในเมื่อเขาไม่รัก ไม่เชื่อใจเอ็งเอ็งก็ออกมาอยู่กับข้าดีกว่า อย่าลืม ตำแหน่งมือขวาของข้ารอเอ็งอยู่ เงิน อำนาจ เกียรติยศ ทุกสิ่งทุกอย่างรอเอ็งอยู่ นี่กุญแจรถมอเตอร์ไซด์ของเอ็ง เอ็งรู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน ข้าจะให้เวลาเอ็งคิด .... ในเมื่อชะตาชีวิตมันใจร้ายกับเอ็งนัก เอ็งก็สร้างชีวิตใหม่ด้วยมือของเอ็งเองสิ”

เฮียไก่เดินจากไป กุหลาบนิ่ง นั่งจมอยู่กับความคิดตัวเอง…

ทางด้านบัว เมื่อเขาใจเย็นลงก็ตัดสินใจมาประกันตัวน้อง แต่พอรู้ว่าเฮียไก่มาประกันตัวกุหลาบออกไปแล้วก็หงุดหงิดใจขึ้นมาอีกครั้ง

“นายไก่มาประกันตัวกุหลาบทำไม นี่เขายังคบกันอยู่หรือ แสดงว่าไปช่วยพวกมันขายยาใช่ไหมเนี่ย ทำไมไม่รู้จักคิด คบแต่คนเลวๆ ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ !”

มะลิ และคนอื่นๆได้แต่มองบัวอย่างหมดศรัทธา บัวเปลี่ยนไปมากจริงๆ ไม่เหมือนบัวคนดีคนเดิมอีกแล้ว

“นี่พี่ยังพูดแบบนี้อีกหรือ พี่ยังพูดแบบนี้อยู่อีกหรือ !” ฮะเก๋าทำท่าจะด่าบัวมากกว่านี้แต่มะลิยกมือว่าให้หยุด...อย่าเสียแรงพูดต่อ

“กลับบ้านไป ไปส่องกระจกดูนะ เผื่อจะเห็นเขาตัวเองที่งอกออกมาบ้าง โง่จริงๆ !”


มะลิและคนอื่นๆเดินหนี ทั้งหมดแยกย้ายกันตามหากุหลาบเพราะเมื่อกุหลาบออกจากห้องขังไปแล้ว เขาก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้กุหลาบกำลังสับสนในความคิดของตัวเองเหลือเกิน แม่และพี่ชาย คนสองคนในโลกที่เขารักมากที่สุดเกลียดเขาจริงๆหรือ...

ในที่สุดกุหลาบก็เลือกทางเดินของตัวเอง เขาตัดสินใจไปหาเฮียไก่ที่ร้านสนุกเกอร์ เพียงแค่มาถึง กุหลาบก็จัดการจิ๊กโก๋ที่เข้ามามีเรื่องในร้านจนสลบเหมือด เฮียไก่ยิ้มพอใจ ในที่สุดแผนการของตนก็สำเร็จ

เฮียไก่ตบไหล่ต้อนรับกุหลาบ พร้อมประกาศกับทุกคน
“ไม่ว่าอดีตเขาจะเป็นใคร แต่ตอนนี้เขาคือมือปืนมือขวาของฉัน !”

กุหลาบหน้านิ่ง ไม่มีใครสักคนรู้ว่าตอนนี้ในใจกุหลาบเป็นอย่างไร เขาได้แต่ภาวนาถึงผู้ที่รักดังดวงใจ

“แม่ครับ ผมผิดผมชั่ว ผมทำให้แม่เสียใจมามากแล้ว ปล่อยผมไปตามทางของผมเถอะครับ ลาก่อนนะครับแม่ ลาก่อนพี่บัว !! “
หรือว่า ... คำสาปแช่งในวัยเด็กที่เป็นประดุจคำทำนายของสมชายจะเป็นจริง
กุหลาบจะกลายเป็นคนเลวไปได้จริงๆหรือ ...

ตอนที่ 24

บรรยากาศสองฝั่งถนนยามค่ำคืนในตัวเมืองพัทยา เต็มไปด้วยแสงสี คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ กุหลาบนั่งเงียบอยู่ที่มุมหนึ่งในบาร์ของเฮียไก่ เขาขอเฮียไก่มาทำงานนี่นี่ เพื่อให้ห่างไกลภาพความหลังเดิมๆที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย ซ่าส์นักเหรอวะ” แขกของบาร์กลุ่มหนึ่งส่งเสียงด่าทอกันเอง
“เพล้ง! “ เสียงแก้วแตกกระจาย

ที่โต๊ะกลางผับดูเหมือนจะเกิดปัญหาเสียแล้ว กุหลาบหันมอง และเพียงไม่ถึงอึดใจ เขาและลูกน้องก็จัดการโยนพวกตัวปัญหาออกจากร้านอย่างง่ายดาย


“ไอ้พวกนรกส่งมาเกิด อยู่ในที่ต่ำๆแล้วยังทำตัวต่ำๆอีก กลับบ้านไปซะ กลับไปหาลูกเมีย... แล้วจำไว้ อย่ามายุ่งกับร้านที่เฮียไก่คุ้มครองอีก ไป ไป๊”

เมื่อทำหน้าที่ของตนเสร็จ เขาก็กลับมานั่งนิ่งที่เดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครในร้านกล้ามีปัญหากันอีกต่อไป....กิติศัพท์ความเหี้ยมของกุหลาบดังไปทั่วเมือง แต่ถึงแม้เขาจะเลือกเดินในทางผิดเช่นนี้ แต่เขาก็ปฏิญาณกับตนเอง

“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ถึงผมจะเป็นเปลวไฟส่องทางคนอื่นไม่ได้ แต่ผมจะไม่ทำตัวเป็นภาระของสังคม ผมจะไม่จับปืน ผมจะไม่ฆ่าคน และจะไม่ทำร้ายคนดี”

นอกจากทำงานให้เฮียไก่แล้ว เวลาว่างของกุหลาบที่นี่หมดไปกับการเหม่อมองดูทะเล นั่งเศร้า คิดถึงลีลาวดี....เขามีข้อแม้กับเฮียไก่ว่า อย่าได้ถามเขาเรื่องลีลาวดี พราะเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยว ไม่มีใครสักคนรู้ว่าในใจเขาเป็นเช่นไร ลีลาวดียังคงเป็นดอกไม้เพียงดอกเดียวที่บานในใจเขาเสมอ...

เมื่อกุหลาบเงียบหายไป ลีลาวดีก็เป็นฝ่ายออกตามหาเขาเสียเอง เมื่อบัวรู้ข่าวก็รีบเข้ามาต่อว่าหญิงสาวทันที

“พวกซูซี่หลิงหลิง บอกว่าเมื่อวันก่อนคุณโผล่ไปที่สถานีตำรวจ คุณกล้าไปหากุหลาบถึงในชุมชนเชียวหรือ”

“ฉันต้องไปเพราะพี่แท้ๆของเขาไม่ไปประกันตัวเขา” ลีลาวดีย้อนเสียงเย็น
“มะลิโทรมาบอกว่ากุหลาบหายไปกับนายไก่ ฉันจะไปตามกุหลาบ” บัวหึงขึ้นหน้า โวยวายหนักขึ้น

“นี่คุณห่วงเขาขนาดนี้เชียวหรือ กี่ครั้งแล้วที่คุณไปช่วยเขาโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตนเอง... ผมไม่ให้คุณไป !”

“หลีกไป...”
“ไม่ ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น กุหลาบเป็นแฟนมะลิ เขาไม่ใช่แฟนคุณ ผมต่างหากเป็นแฟนคุณ คุณต้องเชื่อผม !”
“นี่เหมือนคนผีเข้า นอกจากหลงผิด ตอนนี้ยังบ้าอำนาจอีกด้วย”

ลีลาวดีเดินหนี บัวจับแขนไว้ ลีลาวดีดิ้นยังไงก็จะไปให้ได้ บัวจับลีลาวดีขึ้นพาดบ่าพากลับเข้าห้อง ล็อกประตูไว้ขังไม่ยอมให้ลีลาวดีออกมา สีหน้าบัวแค้นใจ ที่ไม่ว่ายังไงลีลาวดีก็ลืมกุหลาบไม่ได้เสียที

ลีลาวดีไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอปีนหน้าต่างหนีลงมา แต่ก็ถูกบัวจับได้อีก
“ผมเริ่มทนคุณไม่ไหวแล้วนะ ทำไมถึงดื้ออย่างนี้ อยากนักใช่ไหม อยากออกไปตาย อยากเอาชีวิตไปทิ้งเพราะคนเพียงคนเดียว มานี่นะ มานี่เลย !” บัวลากลีลาวดีกลับเข้าบ้าน ทำท่าจะมัดเธอไว้ในห้อง

“ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น คุณลืมไปแล้วหรือว่า คุณเป็นคนเดียวที่มีหลักฐานขบวนการค้ายาเสพติด คุณลืมไปแล้วหรือว่าคุณมีหน้าที่แก้แค้นให้พ่อคุณ”
“ฉันไม่ได้ลืม แต่กุหลาบกำลังถูกพวกนั้นกล่อมไปเป็นพวกด้วย ฉันทิ้งเขาไม่ได้”

“กุหลาบ เอะอะก็กุหลาบ คุณลืมไปแล้วหรือว่าคุณมีผม ! มีผม ! มีผม ! ไม่ว่ายังไงคุณก็ไปไหนไม่ได้ ผมจะล่ามคุณไว้กับเก้าอี้นี่ล่ะ มานี่เลย” บัวดึงกุญแจมือที่ตนมีอยู่ออกมา จะล่ามลีลาวดีไว้กับโต๊ะ ลีลาวดีดิ้นพราด ยื้อยุดกัน
“ไม่นะ ไม่ คุณมันบ้าไปแล้ว คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ไม่ ไม่!”

“ทำไมผมจะทำไม่ได้ ผมมีสิทธิ์ ผมเป็นแฟนคุณ เป็นคนที่รักคุณ ผมมีสิทธิ์ !”
“ไม่ไม่ ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่ได้รักคุณได้ยินไหม !”

ลีลาวดีตะโกนเสียงดังฟังชัด บัวชะงักนิ่งไป เขาไม่เคยได้ยินคำพูดที่ชัดเจนดังลั่นขนาดนี้มาก่อน ในใจบัวเจ็บปวดเหมือนถูกบีบ ลีลาวดีพูดเสียงเด็ดขาด ชัดเจน

“ฉันขอโทษนะคะบัว นับวันฉันยิ่งมั่นใจในความรู้สึกตัวเอง ....ฉันรักเขา ฉันรักกุหลาบ ไม่ใช่คุณ ! “
“ลีลาวดี !” บัวแทบหมดแรงทรงตัว

“คุณรู้เรื่องนี้พอๆกับฉัน แต่คุณพยายามหลอกตัวเอง สาเหตุที่ทำให้คุณเป็นบ้า คุณลืมน้อง ลืมความดีของคุณ ก็เพราะคุณหลอกตัวเอง เลิกหลอกตัวเองเสียทีเถอะ”

ดวงตาบัวปวดร้าว บ่งบอกถึงหัวใจที่แหลกละเอียด
“ไม่ ไม่ ไม่ ผมรักคุณและคุณก็รักผม กุหลาบดูแลคุณไม่ได้หรอก เขาก็รู้ตัว เขาถึงยกคุณให้ผม”

“เขายกฉันให้คุณก็จริง แต่ถ้าใจฉันไม่ยอม ...ได้แต่ตัว ไม่ได้หัวใจ คุณจะทนไปทำไม ยอมรับความจริงนะคะบัว ยอมรับความจริง !”

ลีลาวดีพูดอย่างเด็ดขาด แต่บัวยังหลอกตัวเองต่อไป เขาเข้าไปคุกเข่าลงละล่ำละลักขอร้องอ้อนวอนหญิงสาวแบบคนจนหนทาง ไม่มีศักดิ์ศรีเหลืออีกแล้ว

“ไม่ไม่ ไม่มีทาง ทั้งหมดที่คุณพูดเพราะคุณกำลังโกรธ เดี๋ยวคุณก็หาย เดี๋ยวเราก็ดีกัน ได้ยินไหม เราสองคนรักกัน เราจะแต่งงานกัน เราจะแต่งงานกัน !”

ลีลาวดีดึงมือออก พูดอย่างมั่นใจ
“ไม่ เราจะไม่แต่งงานกัน ฉันจะอยู่เพื่อกุหลาบ เพื่อกุหลาบคนเดียวเท่านั้น !”

บัวลุกขึ้นมองหน้าลีลาวดี น้ำตาเริ่มคลอออกมา รู้สึกสับสน เจ็บปวดที่สุดในชีวิต จนสุดท้ายกลายเป็นอาละวาด เขาเขวี้ยงข้าวของ ปัดทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือทิ้ง ทุกสิ่งพังกระจาย แต่ลีลาวดียังนิ่ง จนในที่สุดบัวก็หมดเรี่ยวแรง ลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลเป็นทาง
“ลีลาวดี ทำไมทำแบบนี้ ....ทำแบบนี้ฆ่าผมเสียดีกว่า ฮือ….”

ลีลาวดีจากไปโดยโทรศัพท์ไปตามมะลิให้มาดูแลบัว มะลิรีบมาที่บ้านทรงไทยของลีลาวดีอย่างไม่รีรอ

“พี่บัว พี่บัวอยู่ไหน” มะลิกวาดสายตามองหาบัวเมื่อมาถึง
“พี่อยู่ทางนี้”
เสียงบัวดังมาจากห้องรับแขก มะลิรีบเดินเข้าไปหาทันที

“พี่บัว พี่เป็นอะไรหรือเปล่า อาการโรคหัวใจกำเริบหรือเปล่า”
แล้วหญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าบัวกำลังนั่งเปิดดูนิตยสารเกี่ยวกับบ้านด้วยท่าทางเฉยเมย ไม่เศร้า เพราะกำลังหลอกตัวเองขนาดหนัก บัวส่งยิ้มให้มะลิ

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พี่กำลังดูหนังสือ หาบ้านน่ะ พี่จะกู้เงินมาซื้อบ้าน”
“ซื้อบ้านหรือ” มะลิถามอย่างแปลกใจ งงหนักว่าบัวอารมณ์ไหน

“ก็พี่กำลังจะแต่งงานกับพี่ลีลาวดี พี่ก็ต้องซื้อบ้าน เงินกู้พี่ได้เยอะเหมือนกันนะ ทำงานหนักหน่อย ไม่กี่ปีก็ผ่อนหมด”

“พี่บัว พี่ลีลาวดีบอกเลิกกับพี่แล้วไม่ใช่หรือ” มะลิพยายามเตือนสติบัว แต่บัวทำเหมือนไม่ได้ยิน พูดเองเออเองต่อไป มะลิเห็นอาการของบัวก็ถอนใจดึงบัวให้เดินไปด้วยกัน

มะลิพาบัวไปนั่งที่หน้ากระจก
“พี่เคยสังเกตตัวเองไหม หมู่นี้พี่เปลี่ยนแปลงไปยังไง พี่เคยส่องกระจกบ้างไหม พี่บัวเวลายิ้ม หน้าของพี่น่ะ หวานยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก แต่หลายเดือนมานี้ ไม่เคยมีใครเห็นรอยยิ้มพี่มานานแล้ว”

“รอยยิ้ม ?” บัวถามอย่างแปลกใจ
“ไม่เพียงแต่รอยยิ้มเท่านั้น สายตาที่เมตตาคนทั้งโลกของพี่ก็หายไปด้วย พี่เปลี่ยนไปมาก พี่บัวที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยโมโห คนๆนั้นหายไปไหนไม่รู้ เหลือแต่พี่บัวที่ครุ่นคิด กังวล อยากเอาชนะ พี่คงไม่รู้สินะว่าเมื่อก่อนพี่เป็นคนดีขนาดไหน”

มะลิหยิบรูปหนังสือพิมพ์เก่าๆรูปหนึ่งออกมาให้บัวดู เป็นภาพตอนที่บัวเคยไปช่วยมะลิเมื่อตอนเป็นเด็กนั่นเอง บัวก้มมองภาพนั้นอย่างแปลกใจ

“ภาพข่าวพี่เมื่อตอนเป็นเด็ก ... “ บัวมองหน้าหญิงสาว “มะลิไปเอามาจากไหน”
“นานมาแล้ว เด็กชายบัวฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในบ้านที่ไฟไหม้ พี่และเด็กคนนั้นผูกพันกันด้วยชีวิต เด็กผู้หญิงคนนั้น ยึดเหนี่ยวพี่เอาไว้เป็นกำลังใจ”

“เด็กคนนั้น นี่หมายความว่า เด็กคนนั้นคือมะลิงั้นหรือ”
มะลิยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบออกไป
“เด็กคนนั้นติดตามหาพี่มาตลอดเวลา สิบกว่าปี เขากลับมาพบพี่อีกครั้ง เทวดาคนนั้น ยังคงเป็นเทวดาคนเดิมที่มีแต่ความเมตตา มีแต่ความรักในเพื่อนมนุษย์”

“มะลิ มะลิเป็นเด็กคนนั้นจริงๆด้วย...มะลิน้องพี่”
บัวดีใจดึงมะลิเข้ามากอด มะลิน้ำตาคลอ

“พี่ก็คิดถึงเด็กคนนั้นมาตลอด ไม่น่าเชื่อเลย ไม่น่าเชื่อ ว่าพี่จะเจอเขาอีก ....ไม่น่าเชื่อว่าเป็นมะลินี่เอง” ทั้งสองกอดกัน รักและเข้าใจกัน บัวอารมณ์ดีขึ้นมาก

ทั้งสองพากันมาเดินเล่นที่ท่าน้ำ ยิ้มคุยกันมา เข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น
“แบบนี้นี่เอง พี่ถึงรู้สึกว่ามะลิเป็นน้องพี่เสมอ แทบจะเรียกว่า ถูกชะตาตั้งแต่วันที่เจอกันที่ลานดอกหญ้า”

“ที่มาวันนี้มะลิไม่ได้จะมาพูดเรื่องนี้ จะมาพูดเรื่องพี่ลีลาวดีต่างหาก”
บัวสีหน้าเศร้า เริ่มรู้ว่าจะหลอกตัวเองไม่ไหวแล้ว แต่ยังฝืนพูดไป
“พี่กับลีลาวดี ไม่มีอะไรนี่ ก็แค่ทะเลาะกัน คนรักกันที่ไหนก็ทะเลาะกันได้ พี่สบายมาก สบายจริงๆนะ”

“งั้นก็มองหน้าฉัน มองหน้าฉัน ...ตอนที่พูดว่าสบายน่ะ อย่าหลบตา มองหน้าฉันอย่างนี้แล้วพูดใหม่ พูดว่าพี่ลีลาวดีรักพี่ พูดใหม่ว่าพี่สองคนไม่ได้มีปัญหา....พูดใหม่ว่าพี่ไม่ได้หลอกตัวเอง...พูดสิ” มะลิจับหน้าบัวมามองหน้าตนเอง บัวสบตามะลิเริ่มอึกอัก...

“พี่ ... พี่”
“เจ็บใช่ไหม เจ็บที่หัวใจ จนไม่อยากเจ็บ มันเจ็บเหมือนเมื่อตอนที่ไม่สบายหรือเปล่า บอกน้องเถอะ บอกน้องได้ บอกน้องได้เสมอ นี่มะลิไง มะลิของพี่ ที่พี่ไว้ใจได้ทุกเรื่อง บอกน้องมาเถอะ”

น้ำเสียงมะลิอบอุ่นและอ่อนโยนจนบัวทนไม่ไหว น้ำตาคลอ หลอกตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
“ใช่มันเจ็บ แต่เจ็บไม่เหมือนกัน เจ็บหัวใจเพราะโรคทางกาย อย่างมากก็หายใจไม่ออก อย่างมากก็แค่ตาย แต่เจ็บเพราะถูกเขาปฏิเสธ จะตายก็ไม่ได้ จะอยู่...ก็อยู่ต่อไปไม่ได้”

บัวเริ่มสะอื้นฮักออกมา ร้องไห้มากขึ้น มะลิดึงบัวเข้ามากอด
“พี่บัว...สงสารตัวเองเถอะนะ หัวใจพี่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ตัดใจจากเขาเสียเถอะนะ ลืมเขาเสียเถอะ”

“พี่ทำไม่ได้ ทำไม่ได้....” บัวร้องไห้หนักขึ้น กอดมะลิแน่น ยึดเอาไว้เป็นที่พึ่ง
“ต้องทำให้ได้ ต้องทำได้ ... พี่รู้ไหม ความรักที่พี่ยึดไว้ มันกลายเป็นความหวง ความริษยา ... พี่ไม่ได้รักพี่ลีลาวดีหรอก พี่กำลังอยากเอาชนะ อยากเป็นเจ้าของ สิ่งที่พี่อ้างว่าเป็นความรักกำลังกัดกินหัวใจพี่ ปล่อยมันไปนะ ปล่อยมันไป... ปล่อยมันออกไป “

“ทำยังไงล่ะ ทำยังไง ถ้าพี่รู้วิธี พี่คงทำไปนานแล้ว แต่นี่พี่ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ มะลิ ช่วยพี่ด้วย พี่ลืมลีลาวดีไม่ได้” บัวกับมะลิกอดกัน บัวร้องไห้หนักขึ้นน้ำตาไหลเป็นทางอกหักอย่างหนัก
ลีลาวดียืนมองอยู่มุมหนึ่ง ห่างไป น้ำตาคลอ สงสารบัว แต่พยายามใจแข็งไว้

หลายวันต่อมา...
นิกร เจ้าพ่อยาเสพติดถามเฮียไก่เรื่องกุหลาบหวังจะตามหาตัวลีลาวดี แต่เมื่อรู้ว่าไก่ให้กุหลาบเป็นแค่เด็กคุมบาร์ก็หงุดหงิด โวยวายเป็นการใหญ่

“ไอ้เด็กแบบเนี้ยหาที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องเอามันมาทำงานแบบนี้ ทำไมไม่จับมันมาทรมาน จับมันมาจัดการ ฉันอยากได้ตัวลีลาวดี ฉันต้องการแต่ลีลาวดี ! ถามจริงๆ นี่แกมีใจช่วยฉันจริงหรือเปล่า หาไอ้ไก่ ! “

นิกรกระชากคอเสื้อเฮียไก่ถามอย่างหงุดหงิดใจ แต่เฮียไก่ไม่ตกใจแต่อย่างใด
“ใจเย็นหน่อยสิครับ”

“ใจเย็นได้ไง จนป่านนี้ยังหาตัวลีลาวดีไม่เจอ เมื่อไหร่ที่มันเอาหลักฐานเรื่องค้ายาของข้ามาเปิดเผย ข้าก็จบเห่”

“เสี่ยจบ...ผมก็จบเหมือนกัน ผมจะแกล้งเสี่ยไปทำไม เชื่อผมเถอะ ได้ตัวไอ้กุหลาบมา นังลีลาวดีต้องออกมาด้วย เราได้ตัวมันแน่ๆ เชื่อผมสิ”

เฮียไก่ครุ่นคิดถึงแผนการเล็กน้อย ก่อนจะบอกนิกร
“ไอ้กุหลาบมันคิดว่ามันจะอยู่บนเส้นทางนี้ได้อย่างขาวสะอาด มันคิดผิดแล้ว ผมจะทำให้มือของมันเปื้อนเลือด และในที่สุด มันต้องจับปืนด้วยความเต็มใจ ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ มันจะพาเราไปหาลีลาวดี !”

เฮียไก่บอกนิกรอย่างหมายมาด แผนการของเขาคือให้รอนและกุหลาบ นำสมุนแอบเข้าไปที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง โดยหลอกว่าให้ไปจัดการสั่งสอนคนทรยศของแก๊งค์ แต่ละคนเป็นคนเลวเต็มขั้นทั้งค้ายา ฆ่าข่มขืน

กุหลาบจำใจไปทำงานกับพวกรอน เขายังคงยืนยันจะไม่ยอมใช้ปืน แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับทำให้เขาจำต้องใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตนเองถูกพวกเฮียไก่หลอก บ้านนั้นเป็นแค่บ้านคนธรรมดา และคนที่ถูกกุหลาบยิงอาการปางตายก็เป็นเพียงชายแก่คนหนึ่งที่กำลังป้องกันตัวเท่านั้น

แม้พรรคพวกของกุหลาบจะหลบหนีไปได้ แต่ภาพสเก็ตซ์ใบหน้าของกุหลาบก็ถูกตำรวจแจกจ่ายไปทั่วเมือง ลงหนังสือพิมพ์ ออกโทรทัศน์แทบทุกช่อง กุหลาบกลายเป็นผู้ร้ายหลบหนีที่ตำรวจต้องการตัว เขาเกลียดตัวเองหนักหนาที่ลืมตัวใช้อาวุธรุนแรง กุหลาบขว้างปืนทิ้งแล้วตามไปเหยียบให้หนำใจ

“โธ่โว้ยๆๆ” กุหลาบยังไม่หายแค้น เขาจับมือตัวเองตีเข้ากับต้นไม้อย่างแรง ตีๆๆๆจนมือแดง....คำสอนของจำปาประเดประดังเข้ามาในหัว

“ลูกแม่ จำสัญญาได้ไหม ลูกจะเป็นคนดี ลูกต้องไม่เดินทางผิด เพื่อแม่ เพื่อแม่ไงลูก!”
กุหลาบกระแทกหัวตัวเองกับต้นไม้อย่างอัดอั้น

“แม่ ...ผมทำอีกแล้ว ผมใกล้เข้าไปอีกแล้ว ใกล้จะห่างออกไปจากแม่จนกลับตัวไม่ได้แล้ว ถ้าผู้ชายคนนั้นตาย ผมต้องกลายเป็นฆาตกร ฆาตกร !”

กุหลาบสะท้อนใจ เขาอดคิดถึงคำพูดของตนที่เคยต่อว่าเฮียไก่ไม่ได้
“ชีวิตอย่างเฮีย ถ้าให้ผมทาย เฮียคงไม่เคยหลับสนิท เฮียนอนผวาตลอดเวลา เพราะกลัวคนจะมาทำร้ายใช่ไหม”

กุหลาบเศร้าใจ ตอนนี้จะไปไหนมาไหน ก็ต้องคอยหลบซ่อนเพราะถูกประกาศจับไปทั่ว กุหลาบคิดถึงจำปาสุดหัวใจ

“แม่ครับชีวิตของผม เริ่มเหมือนไอ้พวกคนชั่วมากขึ้นทุกที ผมแย่แล้วครับแม่ ผมแย่แล้ว ผมกลายเป็นเหมือนคนพวกนั้นไปแล้ว!”




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 14:31:45 น.
Counter : 232 Pageviews.  

เปลวไฟในฝัน ตอน 21 - 22




เ ป ล ว ไ ฟ ใ น ฝั น


บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กมลชนก ยวดยง เรียบเรียงจากบทโทรทัศน์


ตอนที่ 21


ที่กรุงเทพฯ
ซูซี่และหลิงหลิง หญิงขายบริการประจำชุมชน หน้าตาตื่นเข้ามาหาจำปาที่ร้าน หวังเล่าเรื่องที่เห็นลีลาวดีถูกยิงให้บัวฟัง

"คุณแม่ผัวคุณแม่ผัว แฟนฉันอยู่หรือเปล่า”
“ใครนะ” จำปาชะงักมือที่ทำกับข้าว งงว่าตนเองมีลูกสะใภ้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“แหม...พี่บัวน่ะ” สองสาวอดที่จะค้อนจำปาไม่ได้
“ถ้าลูกข้าเป็นแฟนเอ็ง ข้าคงกินยาตาย ไม่อยู่คบญาติกับเอ็งหรอก” จำปาพูดหน้าตาย

มะลิที่มาช่วยงานได้ยินเข้าก็หัวเราะลั่นจนหลิงหลิงหันมาโวย
“นังมะลิ แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทีนังเด็กกำพร้า ทำไมคุณแม่ผัวคบญาติกับมันได้หา”

“คนอาชีพอย่างเอ็งศักดิ์ศรีตัวเองยังไม่รัก ถามจริงๆใครเขาอยากจะรักเอ็งหา ตกลงมีธุระอะไรรีบบอกมา” จำปาเร่งไม่อยากคุยกับสองสาวนัก

“เรามีเรื่องจะบอก เรื่องกุหลาบน่ะ”
“พี่กุหลาบหรือ พี่กุหลาบทำไม”
มะลิกับจำปาได้ยินชื่อกุหลาบสนใจขึ้นมาทันที

บัวเองที่อยู่หลังร้าน รีบออกมารับฟังด้วยอีกคน
เขานิ่วหน้า เจ็บที่ใจ เมื่อรู้ว่าลีลาวดีเสี่ยงชีวิตปลอมตัวเข้าไปช่วยกุหลาบทั้งที่ตนกำลังถูกตามล่า ความรักของลีลาวดีที่มีต่อกุหลาบนั้นลึกซึ้งขนาดพร้อมแลกด้วยชีวิต

“ผู้หญิงคนนั้นไปเจอพวกของรอน แล้วก็...” หลิงหลิงพูดมาถึงเท่านี้ซูซี่ก็พูดแซงขึ้นมาเสียก่อน “เราเห็นกะตาเลยนะ พวกไอ้รอนยิงปืนใส่ผู้หญิงคนนั้นกลางอกเลย”

“ลีลาวดี !” บัวตกใจหน้าซีด
“แต่พี่กุหลาบก็มาช่วยไว้ทันนะ ขับรถพาออกไป หายไปเลย”

หลิงหลิงรีบบอก แต่ไม่ได้ช่วยให้บัวใจเย็นลงเลย บัวรีบออกไปตามหาลีลาวดี และอาการโรคหัวใจของบัวกำเริบอีกครั้ง เขาเริ่มหายใจติดขัด แต่ก็กัดฟันทนออกตามหาลีลาวดี ถึงแม้มะลิจะห้ามอย่างไรบัวก็ไม่ฟัง

“ถึงพี่อยู่ที่เดิม พี่ก็ตายอยู่ดีเพราะความเป็นห่วง พี่ห่วงเขา…มะลิ ถ้าเขาตายก็เหมือนพี่ตายด้วย ในเมื่อตายเหมือนกัน พี่ก็ต้องไป”

บัวยืนกรานที่จะไปตามหาลีลาวดีทั้งที่ตัวเองแย่แล้ว มะลิพยายามปลอบ
“พี่กุหลาบอยู่กับพี่ลีลาวดีแล้ว ไม่ต้องห่วงเขานะ ไม่ต้องห่วงเขา”

บัวเจ็บแปลบในหัวใจ แทบจะหมดเรี่ยวแรงที่จะทำอะไร
“กุหลาบ เพราะแบบนี้ใช่ไหม พี่ถึงแพ้กุหลาบเสมอ กุหลาบไม่ได้ป่วย กุหลาบช่วยเขาได้ แต่พี่ป่วย พี่ช่วยเขาไม่ได้”

บัวหน้าเศร้า เขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรง กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
“พี่จะไม่ยอมเป็นแบบนั้นอีกแล้ว คราวนี้พี่จะไป ปล่อยพี่”

บัวรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีลุกขึ้นไปตามหาลีลาวดี แต่เดินไปไม่กี่ก้าวบัวก็ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย

“พี่ไม่มีอะไรแพ้กุหลาบสักนิด แต่ทุกครั้ง พี่ต้องป่วยก่อนไปช่วยเขา กุหลาบได้ใกล้ชิดลีลาวดีทุกครั้ง ในขณะที่พี่ทำอะไรไม่ได้เลย”
บัวคร่ำครวญอย่างเสียใจ เขาเริ่มมีอาการติดขัดในการหายใจ

มะลิร้องไห้ ความรักเป็นเช่นนี้ บัวห่วงลีลาวดี มะลิห่วงบัว
“พี่บัว หยุดพูดได้แล้ว หยุดคิด หยุดพูด เห็นไหมว่าหายใจไม่ทันแล้ว”

บัวเริ่มร้องไห้จับมือมะลิคร่ำครวญ
“มะลิ...เขารักกันเพราะพี่มันอ่อนแอ มะลิ...พี่แพ้กุหลาบเพราะโชคชะตาไม่เข้าข้าง ได้ยินไหม พี่แพ้กุหลาบที่โชคชะตา เพราะโชคชะตา !”

บัวชักกระตุก ตาเหลือกลานไปข้างหลัง ก่อนจะแน่นิ่งไป….มะลิร้องกรี๊ด กรีดร้องเป็นชื่อของบัว ก่อนจะมีผู้ช่วยเหลือ นำบัวส่งโรงพยาบาล...


ลมทะเลที่เย็นสบายทำให้ลีลาวดีและกุหลาบที่นั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลเผลอหลับไป แต่แล้วลีลาวดีก็ตื่นก่อน หญิงสาวมองหน้ากุหลาบด้วยความเพลิดเพลิน กุหลาบแกล้งพูดขึ้นทั้งที่หลับตา

“อยากหอมแก้มผมบ้างไหม”
“อีตาบ้านึกว่าหลับเสียอีก”

ลีลาวดีทุบลงไปที่อกกุหลาบ แก้เขิน กุหลาบหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองลีลาวดีด้วยแววตารักใคร่

“ไม่อยากหอมเหรอ งั้นผมหอมแก้มคุณเองนะ” กุหลาบก้มหน้าลง ลีลาวดีเขินผลักกุหลาบออกไป วิ่งหนี

“นึกว่าจะหนีพ้นหรือ หนีไม่พ้นหรอก มานี่เลยมานี่”
ทั้งสองวิ่งไล่กันไปตามชายหาดประหนึ่งคู่รักที่มีความสุข....และก็ดูเหมือนว่าความสุขของทั้งคู่กำลังจะหมดลงตามวันที่กำลังจะหมดไป

“บ่ายแล้ว เรากลับกันเถอะ”
ลีลาวดีตัดสินใจบอกกุหลาบเช่นนั้นเมื่อเห็นดวงตะวันคล้อยต่ำลงเต็มที ซึ่งกุหลาบก็เห็นชอบด้วย แต่ระหว่างที่กุหลาบปล่อยให้ลีลาวดีไปซื้อของฝากกลับกรุงเทพฯ

มะลินั่นเอง หล่อนโทรหากุหลาบด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“พี่กุหลาบ พี่บัวโรคหัวใจกำเริบอีกแล้ว”

“อะไรนะ พี่บัวไม่สบายหรือ”
รอยยิ้มบนใบหน้ากุหลาบหายไปทันที เขาเป็นห่วงบัวเหลือเกิน

“เขาอาละวาดจะออกไปตามหาพี่ลีลาวดี ป่วยหน้าซีดหายใจไม่ทัน เขาจะเอาให้ได้ จะไปช่วยพี่ลีลาวดีให้ได้ .... นี่หมอบอกว่าไม่ค่อยดี กำลังเช็คผู้บริจาคอยู่ ถ้าได้หัวใจมาก็จะผ่าตัดทันที แต่ถ้าไม่ได้ เราก็ต้องลุ้นกันว่า พี่บัวจะรอดไหม”

กุหลาบนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าบัวจะอาการหนักเช่นนี้
“พี่กุหลาบ....” มะลิเรียกกุหลาบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หญิงสาวตัดสินใจพูดในสิ่งที่ฝืนใจตัวเอง

“คืนพี่ลีลาวดีให้พี่บัวเขาไปเถอะนะ พี่ลีลาวดี คือหัวใจของพี่บัว ถ้าเราคืนให้เขาไป เขาก็จะรอด เขาจะมีกำลังใจต่อสู้กับไอ้โรคบ้าๆนี่ คืนพี่ลีลาวดีให้พี่บัวไปเถอะนะ ฉันไม่อยากเห็นพี่บัวเป็นแบบนี้อีกแล้ว”

กุหลาบนิ่งอึ้งไปทันที
“มะลิพูดออกมาได้ยังไง ทั้งที่มะลิเองก็…”
กุหลาบพูดยังไม่ทันจบมะลิก็สวนมาเสียก่อน

“เพราะฉันรักเขานี่แหล่ะ ฉันถึงทนเห็นเขาเจ็บปวดแบบนี้ไม่ได้ จะให้ฉันต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ฉันก็ยอม ยอมทั้งนั้น ขออย่างเดียว ขอให้เขาปลอดภัย”

มะลิวางหูไป กุหลาบหน้าเครียดคิดตามที่มะลิพูด แล้วเขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“เราพักที่นี่สักคืน อย่าเพิ่งกลับได้ไหม”

กุหลาบพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนจนลีลาวดีแปลกใจ
“พักที่นี่หรือ”

ลีลาวดีถามย้ำ แต่เขาก็ยังคงยืนยันคำเดิม กุหลาบพาลีลาวดีไปหาที่พักที่รีสอร์ตเล็กๆแห่งหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น นึกยังไงถึงอยากอยู่ที่นี่”

กุหลาบได้แต่ยิ้มเศร้า ไม่ตอบอะไร เขาเดินเข้าไปสวมกอดลีลาวดีอย่างรักสุดหัวใจ
“ตอนนี้ไม่อยากนึกอะไรทั้งนั้น ผมอยากนึกถึงแต่คุณ อยากมีแต่คุณ อยากให้โลกนี้มีแค่เราสองคน”

กุหลาบกอดหญิงสาวนิ่งนานจนเธอแปลกใจ
“มีอะไรกันแน่ บอกฉันได้ไหม”

กุหลาบไม่ตอบคำถาม แต่เขาพาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกริมทะเลแทน เขาสั่งอาหารทุกอย่างที่รู้ว่าหญิงสาวชอบ กุหลาบแกะกุ้งและปูวางไว้ให้ลีลาวดี ลีลาวดีมองตามยิ้มไม่อยากเชื่อ

“คุณทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรือ”
กุหลาบเงียบไม่ตอบคำถาม ได้แต่เอาอกเอาใจลีลาวดีต่อไป....

บรรยากาศยามเย็นริมทะเลทำให้สองหนุ่มสาวเดินเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน แต่เมื่อลีลาวดีสะดุดล้มข้อเท้าแพลง กุหลาบก็นั่งลงเอาข้อเท้าของลีลาวดีมาวางไว้ที่เข่าอย่างไม่รังเกียจ ลีลาวดีจะชักเท้ากลับ กุหลาบพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

“แค่นี้เอง ผมเคยเรียนมา มานี่ นวดให้”
กุหลาบค่อยๆนวดข้อเท้าให้ลีลาวดีอย่างเบามือ ลีลาวดีมองกุหลาบอย่างซาบซึ้งใจ

“คนอย่างคุณอ่อนโยนได้ถึงขนาดนี้หรือ ไม่น่าเชื่อเลย”
กุหลาบยิ้มจางๆให้ลีลาวดี เขาซ่อนความเสียใจทุกอย่างไว้ภายใน วันนี้เป็นวันจากลา กุหลาบตั้งใจทำทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกับลีลาวดีให้มีค่าที่สุด

“มงกุฎ สำหรับเจ้าหญิงของผม”
กุหลาบเรียงร้อยดอกไม้ที่เก็บจากสวนดอกไม้ในโรงแรมให้หญิงสาว เขาบรรจงใส่มงกุฏให้ผู้หญิงที่เขารัก ลีลาวดียิ้มร่า หญิงสาวแกล้งยื่นมือข้างซ้ายให้กุหลาบ

“มีแต่มงกุฎหรือ ไม่ทำแหวนให้หน่อยล่ะ”
“นิ้วนางข้างซ้าย” กุหลาบพึมพำ สีหน้าเศร้าไป
เพราะตนคงไม่สามารถทำอย่างที่เธอต้องการได้ แต่ลีลาวดียังคงไม่เข้าใจ

“จำไว้นะ นิ้วอันนี้จะรอแหวนจากคุณคนเดียว คุณคนเดียวเท่านั้น”
ลีลาวดีบอกด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ กุหลาบเมินหน้าหนี สีหน้าเจ็บปวดบ่งบอกชัด จนลีลาวดีสังเกตเห็น

“กุหลาบ เป็นอะไรไป”
กุหลาบส่ายหน้า พยายามสงบสติอารมณ์ เขาไม่อยากจากเธอไปเลย แต่เพื่อชีวิตของบัว กุหลาบต้องพยายามตัดใจ

เขาพาหญิงสาวไปที่ริมชายหาด และค่อยๆเอื้อมมือไปปิดตาลีลาวดีไว้ทั้งสองข้าง
“ถ้าผมปิดตาคุณไว้อย่างนี้ คุณยังเห็นทะเลไหม”
“จะไปเห็นได้ยังไง ก็คุณปิดตาฉันไว้”

ลีลาวดีตอบอย่างไม่ลังเล กุหลาบรวบรวมกำลังใจ บอกหญิงสาวใหม่
“คิดให้ดี เห็นด้วยใจน่ะ ...เห็นด้วยใจ”

“อ๋อ เข้าใจแล้ว ฉันเห็นแล้ว ทะเลสีคราม มีพระอาทิตย์สีส้มกำลังจะตกดิน ฉันเห็นด้วยนะว่ามีแสงระยิบระยับอยู่บนผืนน้ำ”

รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าคมของกุหลาบ
“ถ้าคุณเห็นแบบนี้ คุณก็จะมีทะเลอยู่ในใจเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ลีลาวดี...ถ้าผมปิดตาคุณอยู่อย่างนี้ คุณเห็นความรักของผมไหม”

“เห็นสิ ฉันเห็นทุกอย่าง คนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน คนที่แอบตามดูแลฉันตลอดเวลา แม้แต่คนที่ทำให้ฉันโมโหและโกรธสุดๆ ฉันก็เห็น”

กุหลาบปล่อยมือ ดึงตัวลีลาวดีมากอดอย่างรักใคร่ ตื้นตัน
“ถ้าอย่างนั้น คุณก็จะเห็นผมอยู่เสมอ ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า

ลีลาวดี...ความรักไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันหรอกนะ แค่เห็นความรักที่มีต่อกัน และได้ใช้ความรักนั้นยึดเหนี่ยวให้มีชีวิตต่อไป แค่นั้นก็พอแล้ว”

ลีลาวดีรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดในคำพูดของกุหลาบ เธอสังหรณ์ใจพิกล
“ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า”

กุหลาบกอดหญิงสาวแน่นแทนคำตอบ
เขารักเธอจริงๆ รักมาก....แต่เขาก็ทำให้บัวทุกข์ไม่ได้

คืนนั้น....กุหลาบจัดที่นอนให้ลีลาวดีอย่างดี หญิงสาวมองเขาอย่างชื่นชม
“ถ้าฉันได้ใช้ชีวิตอยู่กับคุณจริงๆ ฉันคงเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก”

กุหลาบยิ้มให้ลีลาวดีอย่างอ่อนโยน กุหลาบเข้าไปจุมพิตลีลาวดีอย่างแผ่วเบา แต่สักครู่ก็หยุดนิ่ง
“มีอะไรหรือ”
ลีลาวดีถามอย่างไม่เข้าใจ
“ผู้ชายไทยแสดงความรักต่อผู้หญิงด้วยการให้เกียรติ นอนซะนะ ผมจะออกไปนอนข้างนอก”

กุหลาบจุมพิตหน้าผากลีลาวดีอีกครั้งเป็นการสั่งลา ลีลาวดียิ้มพรายบนใบหน้า หญิงสาวยินดีมอบหัวใจให้กุหลาบทั้งดวง
“ฉันรักเธอ กุหลาบ ฉันรักเธอ....”

ลีลาวดีหลับไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ เต็มตื้นในหัวใจ แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความอบอุ่นใจทั้งหลายก็หายไปสิ้น เมื่อเธอได้พบกับจดหมายของกุหลาบที่เขียนทิ้งไว้ว่า
“ขอโทษด้วย...คนที่ผมรักจริงๆ คือมะลิไม่ใช่คุณ ลาก่อน”

ลีลาวดีน้ำตากลบตา ความเสียใจทั้งหมดกลั่นเป็นน้ำใสๆในดวงตา
“เมื่อคืนคุณพาฉันไปสู่ห้วงเวลาที่มีความสุขที่สุด พอมาถึงตอนเช้า คุณก็ปล่อยหัวใจฉันตกลงสู่พื้น...หัวใจของฉันตอนนี้ แตกละเอียดสมใจของคุณแล้ว”

ลีลาวดีร้องไห้อย่างคนหัวใจสลาย...กุหลาบไม่เคยรักเธอเลยหรือไร ถึงได้ทำร้ายจิตใจเธอ
หญิงสาวหารู้ไม่ว่ากุหลาบก็ชอกช้ำไม่ต่างจากเธอ เขาเกลียดตัวเองที่ทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่เพื่ออนาคตของบัว กุหลาบยอมที่จะสละความรักของตนเองให้พี่ชาย

“คนอย่างลีลาวดี เหมาะสมที่จะเคียงคู่กับอัยการที่มีอนาคต ไม่ใช่คนขี้คุกอย่างผม นิ้วนางของเขาเหมาะที่จะใส่แหวน จากคนที่ขาวสะอาดทั้งร่างกายและจิตใจอย่างพี่บัว ไม่ใช่ผม ...ลีลาวดีเป็นของพี่บัวแล้ว เขาเป็นของพี่แล้วนะครับ”

ที่โรงพยาบาล ...กุหลาบบอกกับบัวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แล้วกุหลาบก็ต้องตกใจ
เมื่อออกมาจากห้องพักผู้ป่วย ก็พบลีลาวดีอยู่ตรงหน้าเขา
“ลีลาวดี”

กุหลาบคิดไม่ถึงว่าลีลาวดีจะตามมาเร็วขนาดนี้ หญิงสาวมองหน้ากุหลาบอย่างปวดร้าว และพอกุหลาบเดินเข้าไปหา เธอก็ตบหน้าเขาอย่างแรง

กุหลาบหน้าชา แต่ไม่ตอบโต้ เขายืนอึ้งยอมรับความเจ็บปวดจากมือของลีลาวดีแต่โดยดี
“แค่ทีเดียวหรือ”

ลีลาวดีเงื้อมือตบกุหลาบอีกครั้ง กุหลาบยังคงมองลีลาวดีนิ่ง
“ถ้ายังไม่พอ....”

กุหลาบพูดไม่ทันจบ ฝ่ามือของลีลาวดีก็ฟาดลงมาอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวฟาดลงมาไม่ยั้ง ทั้ง
ซ้ายขวา ... ซ้ายขวาจนกุหลาบหน้าชาไป
“ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ทำได้ยังไง !”

ลีลาวดีน้ำตาซึม อ่อนแอขึ้นมาอีกครั้ง
“ตัดใจจากผมเสียเถอะ ผมรักมะลิจริงๆ”

หัวใจของคนฟังเจ็บปวดเจียนตาย.... ลีลาวดีมองกุหลาบ น้อยใจ
“ที่ฉันตีคุณ ... ไม่ใช่เพราะเกลียดคุณ แต่เพราะฉันเกลียดตัวเอง ฉันปล่อยให้คุณมีอิทธิพลกับฉันมากขนาดนี้ได้ยังไง”

“มีอิทธิพล ?”
กุหลาบทวนคำอย่างแปลกใจ...ยิ่งกุหลาบไม่เข้าใจ ลีลาวดีก็ยิ่งเสียใจ

“พอแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว ความรักที่มีต่อคุณ ทำให้ฉันสุขที่สุด แต่ก็ทำให้ฉันทุกข์ที่สุดด้วย พอกันที ฉันจะลบคุณออกไปจากใจ ลบออกไปให้หมด !”

ลีลาวดีเดินเชิดจากไป ไม่คิดแม้จะหันหลังกลับมา หญิงสาวจึงไม่ได้เห็นแววตาเศร้าสร้อยของคนที่รักเธอ กุหลาบเจ็บปวดใจ ในที่สุด...เขาก็ทำให้ลีลาวดีตัดใจจากเขาได้แล้วจริงๆ


ตอนที่ 22


ไม่กี่วันต่อมาบัวก็ได้ออกจากโรงพยาบาล ทุกคนเลี้ยงฉลองให้เขาที่บ้านสวนของลีลาวดี

“แกนี่มันหัวแข็งจริงๆ จะป่วยกี่ครั้ง แกก็รอดมาได้ทุกครั้ง ขอบใจนะมะลิ”
จำปายิ้มแย้มมีความสุขที่ลูกอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

“คนที่ทำให้พี่บัวหายคราวนี้ คือพี่ลีลาวดี”
มะลิบอกเสียงเศร้าๆ เธออยากเป็นคนที่ทำให้บัวหายได้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะผู้หญิงคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อบัว มีเพียงลีลาวดีเท่านั้น

“อะไรนะ”
จำปามองหน้าบัวและลีลาวดีงงๆ เพราะจำปาเข้าใจมาโดยตลอดว่าบัวชอบกับมะลิ

สมชายมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างพอใจ ในที่สุดลีลาวดีก็กลับมารักบัวเหมือนเดิม
กุหลาบกับมะลิก็ยืนเคียงคู่กันตรงนั้น ทั้งสองพยายามสร้างบรรยากาศงานเลี้ยงวันนี้ให้หวานชื่น
เขาและเธอเล่นละครเป็นคู่รัก ตบตาทุกคนได้แนบเนียน จนลีลาวดีเจ็บปวดใจ บัวเห็นหน้าเศร้าๆของหญิงสาวก็พอจะเดาออกว่าลีลาวดีกลุ้มใจเรื่องใด

บัวตัดสินใจทำสิ่งตรงกันข้ามกับนิสัยที่แท้จริง ...ความริษยาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจคน แค่เผลอเพียงเล็กน้อย มันก็โผล่ออกมาอาละวาด

“คุณไม่สบายใจเรื่องกุหลาบใช่ไหม”
บัวตัดสินใจถามกับลีลาวดีเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง
“เปล่าหรอกค่ะ” ลีลาวดีรีบปฏิเสธ

บัวมองหน้าลีลาวดีเล็กน้อยก่อนจะโกหก เขาหลอกตัวเองว่าเป็นการทำเพื่อลีลาวดี
“ผมเชื่อว่าเขากับมะลิรักกัน กุหลาบไม่ได้เล่นละครตบตาคุณหรอก”

“ทำไมถึงพูดแบบนี้”
“เป็นคำถามคาใจคุณไม่ใช่หรือ คุณคิดว่ากุหลาบอาจจะประชดคุณ ผมในฐานะที่สนิทกับคนทั้งสอง ก็เลยมาช่วยยืนยัน”

ลีลาวดีได้ยินดังนั้นก็เศร้าไป บัวรู้สึกผิดในใจ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองฉวยโอกาส เพราะเขาแค่ทำตามอย่างที่กุหลาบบอก...คนอย่างลีลาวดีเหมาะสมกับเขามากกว่ากุหลาบ ความรักที่อยากครอบครองทำให้คนดีอย่างบัวเปลี่ยนไป

ฝ่ายมะลิและกุหลาบผู้เสียสละ เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ทั้งสองก็หมดความเข้มแข็ง หมดอาลัยตายอยากในชีวิตทั้งคู่

“พี่คงเป็นเหมือนฉัน ยอมเห็นตัวเองเจ็บ ดีกว่าเห็นพี่บัวเจ็บ เฮ้อ จะมีใครมอบโล่ให้เราไหมนะ”

“ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้อยู่แก่ใจ ก็เหมือนถ้าเราไม่ทำ คนอื่นไม่รู้ เราก็รู้แก่ใจเหมือนกัน... น้องเอ๊ย นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ช่วยๆกันหน่อยแล้วกันนะ เฮ้อ”

กุหลาบถอนหายใจเหนื่อยอ่อนเมื่อนึกถึงการเล่นละครต่อไป มะลิแยกตัวไปนั่งทำใจคนเดียว
“นั่งถอนใจอะไรอยู่”

มะลิสะดุ้งตกใจที่ลีลาวดีมาเงียบๆ รีบกลบเกลื่อนพิรุธไม่ให้ลีลาวดีสงสัยว่าเธอกำลังกลุ้มใจ
“เอ้อ ก็ถอนไปอย่างนั้นเอง”

ลีลาวดีมองหน้ามะลิ ต้องการค้นหาความจริง
“คนมีความรักเขามีแต่จะมีความสุข มะลิกำลังมีความรัก น่าจะมีความสุขนะ”

“อ๋อ มีสิ มี กำลังร้องเพลงไง ...ร้องเพลงอยู่...ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ...เฮ้อ มีความสุขจังเลย”

มะลิโกหกได้ไม่เนียนเท่าไหร่ ลีลาวดีมองหน้าไม่เชื่อ มะลิจ๋อยไป รู้ตัวว่าแสดงพิรุธออกไปให้ลีลาวดีเห็นเต็มๆ
“แหะ ร้องไม่เพราะ ใช่ปะ”

“คนอย่างมะลิ ให้เล่นสนุกน่ะได้ แต่หลอกใครจริงๆ จังๆ คงไม่ได้ มะลิมีอะไรจะพูดกับพี่หรือเปล่า”
“นี่พี่จะมาถามฉัน...เอาอะไรหรือ”
“พี่ต้องการความจริง มะลิกับกุหลาบคบกันจริงหรือเปล่า”
“เอ้อคือ...” มะลิทำหน้าลำบากใจ

“คำถามง่ายๆเอง ตอบมาเถอะ เราคุยกันได้ทุกเรื่องอยู่แล้วนี่นา”
“ก็...ก็”

มะลิจนด้วยคำพูด พยายามหาคำตอบมาบอกลีลาวดี แต่แล้วเสียงกุหลาบก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังเสียก่อน กุหลาบไม่พอใจมาก

“เราสองคนชอบกันจริงๆ ถ้ามีปัญหาคุณควรถามผมไม่ใช่ไปถามมะลิ !”
“กุหลาบ...” ลีลาวดีตกใจที่กุหลาบมาเห็นเข้าพอดี

“ถ้าคำพูดเฉยๆ ทำให้คุณไม่เชื่อ ผมแสดงออกให้คุณเห็นก็ได้”
กุหลาบเดินเข้าไปโอบมะลิเข้ามา มะลิหน้าเจื่อนไป ลีลาวดีมองภาพของสองคนตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด “นี่ไง เรารักกันจริงๆ”

กุหลาบกอดมะลิแนบแน่นแสดงให้ลีลาวดีดู หญิงสาวเศร้าไปถนัดตา
“ฉันขอโทษ จะไม่ถามอีกแล้ว”
“ถ้ากอดไม่พอ หอมแก้มก็ได้นะ”
กุหลาบหอมแก้มมะลิช้าๆ มะลิก้มหน้าเก็บความรู้สึก พยายามไม่ตกใจ

“กุหลาบ” ลีลาวดีมองกุหลาบอย่างเจ็บปวด ...เสียใจกับภาพที่เห็น
“พอหรือยัง...หรือจะให้จูบปาก อยากดูไหมล่ะ ถ้าอยากดูจะจัดให้”

ลีลาวดีหันหน้าหนีทันที พยายามกลั้นน้ำตา สาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“เอ้าจะไปไหนล่ะคุณ คุณ”

กุหลาบเดินตามลีลาวดีไป
“นี่เดี๋ยวสิ ไม่เห็นบอกเลยว่าต้องการคำตอบอีกไหม ต้องการอีกไหม”

“คนบ้า อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันอยากอยู่คนเดียว”
ลีลาวดีหันกลับมาโวยวาย กุหลาบกรากเข้ามาจับตัวลีลาวดีเขย่าด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง

“คุณมันไม่รู้จักยอมรับความจริง ใครๆพูดก็ไม่ยอมเชื่อ ทำไม... คิดว่าคนอย่างผมต้องชอบคุณคนเดียวสินะ คนหลงตัวเอง !”

“นี่ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากได้ยินอะไรอีกแล้ว ปล่อย ปล่อย”
ลีลาวดีพยายามดิ้นแต่กุหลาบไม่ยอมปล่อย มือหนาจับต้นแขนทั้งสองข้างของลีลาวดีไว้แน่น

“ไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะรับปากว่า คุณจะเลิกหลงตัวเอง คุณมันโง่ มีพี่บัวอยู่ทั้งคน ยังจะเอาอะไรอีก ยังจะเอาอะไรอีกหา”

กุหลาบตะคอกใส่ลีลาวดีเสียงดัง บัวเดินมาเจอทั้งสองคนพอดี เขาหยุดยืนฟัง ลีลาวดีอึดอัดจนร้องไห้ตะโกนด่ากลับ

“คุณมันคนใจร้าย เวลาคุณร้ายขึ้นมา หัวใจฉันแทบแตกสลาย ได้ ! ถ้าคุณเป็นคนชอบความเจ็บปวด ได้ ได้เลย !”
ลีลาวดีเดินไปหาบัวช้าๆ น้ำตานองหน้า

“บัวคะ คุณพูดถูกแล้ว ฉันเหมาะกับคุณมากกว่าเขา ตกลงเราคบกันนะคะ”
ลีลาวดีหันกลับไปมองกุหลาบ ในเมื่อกุหลาบอยากผลักไสเธอให้บัวนัก
เธอก็จะทำตามที่เขาต้องการ และก่อนที่เธอจะเห็นแววตาเจ็บช้ำของกุหลาบ
ลีลาวดีหันกลับไปจูบปากกับบัวอย่างแนบแน่น !

“ลีลาวดี...”
กุหลาบหน้าซีด เขาเจ็บในใจ เหมือนถูกใครเอามีดกรีด
กุหลาบหันหลังให้กับภาพนั้น จ้ำเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้เขาจะหนีไปไกลถึงเพียงไหน ภาพหญิงสาวที่เขารักจูบบัวยังติดตา ไม่สามารถลบออกจากความทรงจำ

“เจ็บล่ะสิ....”
มะลิถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันซีดเซียวของกุหลาบ

“ตอนทำเขาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พอโดนเขาเอาคืนบ้าง...หึ....เหมือนมีเข็มสักร้อยเล่มทิ่มแทงลงมาที่หัวใจ พี่เป็นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

กุหลาบหลับตา หน้าเศร้า...มะลิพูดถูกทุกอย่าง เขาใจร้ายสร้างความเจ็บปวดให้ลีลาวดีก่อน เมื่อเธอเอาคืนบ้าง มันถึงกับเจ็บปวดเจียนตายเช่นนี้เอง เมื่อเขาเป็นคนก่อเรื่องทุกอย่าง เขาจะกล่าวโทษสิ่งใดได้เล่า....กุหลาบหารู้ไม่ว่า ลีลาวดีเองก็เจ็บปวดใจไม่แพ้กัน

“เขาบอกรักผม จูบผม แต่เขากลับยืนร้องไห้ไม่พูดไม่จาอยู่ตรงนั้น เป็นชั่วโมงแล้ว”
บัวปรารภกับสมชายเมื่อเห็นลีลาวดีปลีกตัวไปร้องไห้เพียงลำพังนานสองนาน

“หนักแน่นไว้บัวลูกพ่อ”
“ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกอยู่หรือเปล่านะ”

“ถ้าลูกไม่ไปโรงเรียน พ่อตีลูก ลูกร้องไห้ แกคิดว่า พ่อทำถูกไหม”
“ถูกสิครับ เพื่ออนาคตของลูก พ่อต้องทำแบบนั้น”

“นี่ก็เหมือนกัน เพื่ออนาคตของลีลาวดี แกจะปล่อยให้เขาอยู่กับอัยการ หรือ ช่างซ่อมรถล่ะ...เชื่อพ่อเถอะ ใจแข็งเข้าไว้”

“แล้วผมควรทำยังไงต่อไปครับพ่อ”
“พ่อมีวิธีทำให้ลีลาวดีเข้มแข็งขึ้น ขอให้แกทำตามที่พ่อบอกก็พอ”
สมชายยิ้มเหี้ยม มีแผนการอยู่ในใจ

วันรุ่งขึ้น สมชายให้บัวพาทุกคนมาทำบุญที่วัด เขาสั่งให้จำปาจัดเตรียมอาหาร เครื่องสังฆทานมาอย่างพร้อมเพรียง

“วันนี้ ผมพาลูกๆมาถวายเพล นี่ลูกชายสองคน...นี่แฟนเขา เขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็เลยอยากให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้หน่อย เสร็จแล้ว ผมจะได้ผูกข้อไม้ข้อมือให้เขา”

สมชายบอกกับพระสงฆ์เช่นนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเขามีแผนจะทำอะไร แต่จำปาเริ่มเอะใจ
“ผูกข้อมือ...ผูกทำไม”

“ก็แต่งงานไง” สมชายตอบหน้าตาเฉย ทุกคนอึ้งไม่นึกว่าสมชายจะมาไม้นี้
“แต่งงาน !” กุหลาบอุทานขึ้น ตกใจคาดไม่ถึง

“นี่ลีลาวดียังไม่ได้ทำศพพ่อเขา...เราจัดงานเล็กๆไปก่อน เลี้ยงพระผูกข้อมือ แล้วก็ไปจดทะเบียนสมรส วันนี้ก็น่าจะเสร็จ”

สมชายพูดเองเออเองเสร็จสรรพ จนลีลาวดีงงเพราะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน หันไปถามเอากับบัว
“นี่มันอะไรกันคะ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง”

“ผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน” บัวบอกอย่างจริงใจเพราะเขาเองก็ไม่รู้จริงๆว่าสมชายจะมาไม้นี้
“พ่อเป็นคนจัดการเอง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำพิธีให้เสร็จ อีกหน่อยบัวจะได้ดูแลหนูได้สะดวก...ไม่น่าเกลียดไง...รบกวนด้วยนะครับ หลวงพ่อ”

“จะแต่งทั้งสองคู่เลยหรือเปล่า” หลวงพ่อถามมองไปที่มะลิกับกุหลาบ
“โฮ้ย คู่เดียวก็พอ อีกคู่หนึ่งคงต้องรอให้เขาตั้งตัวได้ก่อน”
สมชายปรายตามองกุหลาบอย่างรังเกียจ

“เอ้า ถ้างั้นก็ขยับเข้าไปกราบพระประธานซะก่อน”
หลวงพ่อบอก บัวมองลีลาวดีแล้วทำตามขยับเข้าไป แต่ลีลาวดีนั่งนิ่ง

กุหลาบใจระทึกว่าลีลาวดีจะทำตามหรือไม่ และสุดท้ายเขาก็โล่งอก เมื่อเห็นหญิงสาวยกมือไหว้หลวงพ่อ
“หนูกราบขออภัย พวกเราขอคุยกันก่อนได้ไหมคะ”

ทุกคน รีบตามลีลาวดีออกไปนอกโบสถ์ สมชายเกลี้ยกล่อมลีลาวดีทันที
“ทำไมล่ะหนู หนูไม่ได้รักไม่ได้ชอบบัวหรอกหรือ ถ้าไม่อยากไหว้พระ จดทะเบียนเฉยๆเอาไหมลูก อันนั้นก็สำคัญเหมือนกันนะ”

ลีลาวดียังคงเงียบ จำปาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปดึงสมชายออกมา
“นี่แก ฉันว่ามันจะไปกันใหญ่แล้วนะ ในเมื่อหนูลีลาวดีเขาไม่สะดวกใจ เราให้เขานั่งคุยกันก่อนดีกว่า...เลิกยุ่งกับเขาเสียทีเถอะ จะทำอะไรไม่รู้จักถาม คิดเองเออเองแบบนี้ได้ไง มะลิไปกับแม่ ถือว่าทำบุญตามธรรมดาแล้วกัน ส่วนกุหลาบ แกเข็นพาลุงเขาไปรอที่ศาลานั่นไป”

ทุกคนเริ่มขยับขยายให้บัวคุยกับลีลาวดี ทั้งสองจึงมีโอกาสคุยกันเพียงลำพัง
“คุณโกรธหรือ”

บัวถามจ้องประสานตากับลีลาวดี หญิงสาวมองเขาอย่างหงุดหงิดใจ
“ฉันไม่เคยมีความคิดเรื่องแต่งงานอยู่ในหัว...คุณทำแบบนี้ทำไม”

“ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่รู้เรื่อง พ่อคงหวังดี เห็นว่าคุณตัวคนเดียว”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ น่าจะถามความสมัครใจกันก่อน”

“พ่อแก่แล้ว อภัยให้ท่านเถอะ...ความจริง คุณไม่น่าโมโหขนาดนี้ เห็นท่าทางคุณแบบนี้ ทำให้ผมคิดไปว่า...” บัวเงียบไปไม่กล้าพูดต่อ เริ่มน้อยใจ มองลีลาวดีอย่างผิดหวัง

“คิดอะไร”
“คิดว่าคุณไม่ได้รักผม”
บัวตอบเศร้าๆก่อนจะมองหญิงสาวที่ตนรักเต็มตา
“คุณทำทุกอย่างเพื่อประชดกุหลาบใช่ไหม”

ลีลาวดีนิ่งอึ้งไปทันทีเมื่อถูกบัวถามตรงๆเช่นนี้ เธออยากจะบอกความจริงกับเขาแต่ก็พูดไม่ออก พอถึงเวลาเธอก็ไม่กล้าบอกบัวตามตรง

“ฉันจะไปรอที่รถ”
ลีลาวดีตัดบท เดินหนีไป บัวแสนจะหงุดหงิดใจกับท่าทีของลีลาวดี

เขาตัดสินใจเข้าไปคุยกับกุหลาบเรื่องลีลาวดี
“รับปากพี่อย่างหนึ่ง อยู่ให้ห่างจากลีลาวดี ไม่พูดกันได้ยิ่งดี !”
บัวจ้องกุหลาบอย่างดุดัน กุหลาบได้แต่มองพี่ชายด้วยความน้อยใจ

“ได้สิครับ เพื่อพี่บัว เอาชีวิตผมไปด้วย ผมก็ไม่ว่า อยากได้เมื่อไหร่ บอกมาแล้วกัน !”
กุหลาบเดินหนีบัวไปอย่างเร็ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าความรักจะทำให้คนอย่างบัวเปลี่ยนไปได้มากมายเพียงนี้

“เท่าที่จำได้ ตั้งแต่เล็ก พี่บัวเคยแต่เป็นผู้ให้ ไม่เคยเป็นผู้ขอ นี่เป็นครั้งแรกที่พี่บัวขอจากคนอื่น ความรักเปลี่ยนคนเราได้ขนาดนี้เชียวหรือ”
กุหลาบได้แต่ปรับทุกข์กับมะลิ

“ความรักเปลี่ยนเราให้เห็นแก่ตัวไม่ได้หรอก....”
มะลินิ่งเงียบไปก่อนจะพูดต่อ “ ความอิจฉาริษยาต่างหาก”

กุหลาบและมะลิได้แต่ถอนใจ....บัวเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ถูกสมชายเป่าหู ทั้งสองกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้บัวคนเดิมกลับมา...




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2550    
Last Update : 23 ตุลาคม 2550 12:59:48 น.
Counter : 456 Pageviews.  

1  2  3  

แม่มดมีฤทธิ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ (บ๊วย)
นักเขียนบทละครโทรทัศน์

เจ้าของบทประพันธ์...>>>>>
ทาสรัก สวรรค์สร้าง
เพลงรักข้ามภพ
สู่แสงตะวัน อธิษฐานรัก
ดั่งดวงตะวัน เพียงผืนฟ้า
กลิ่นแก้วกลางใจ เปลวไฟในฝัน

ผลงานเขียนบท...>>>>>
บ่วง ทวิภพ สาปภูษา
ดั่งดวงตะวัน กลิ่นแก้วกลางใจ
เปลวไฟในฝัน หัวใจช็อคโกแล็ต
คลื่นรักสีคราม เล่ห์รตี

ผลงานกับละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล ...>>>>>
ทางผ่านกามเทพ สามีตีตรา สายรุ้ง
ยอดชีวัน สามี บังเกิดเกล้า
หนึ่งในดวงใจคือเธอ สี่ไม้คาน
เลื่อมสลับลาย พรหมไม่ได้ลิขิต
ก้านกฤษณา ปลาหนีน้ำ ฯลฯ

ผลงานกับ ช่างปั้นเรื่อง...>>>>>
รักในม่านเมฆ เพียงผืนฟ้า ปิ่นมุก พลิกดินสู่ดาว อุ่นไอรัก
เบญจาคีตาความรัก รุ่งทิพย์ ต่างฟ้าตะวันเดียว
ปิ่นไพร ฯลฯ




Friends' blogs
[Add แม่มดมีฤทธิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.