Group Blog
 
All blogs
 

กว่ากลิ่นแก้ว...จะอยู่กลางใจ






กว่ากลิ่นแก้วจะอยู่กลางใจใครหลายๆคนนั้น
ละครเรื่องนี้ ผ่านความตั้งใจของทีมงานและนักแสดงนับร้อย

ก่อนที่ละครจะกลายเป็นความทรงจำที่ดี
ในฐานะเจ้าของบทประพันธ์และ ผู้เขียนบทโทรทัศน์ จึงอยากบันทึกถึงละครเรื่องนี้
ถือเป็นการอำลากับบทอวสานของละครกลิ่นแก้วกลางใจ... ที่กำลังจะมาถึง


ระหว่างที่ละครออกฉาย เวลาเดินไปปากซอย ป้าๆชอบถามว่า คิดเรื่องจากไหน องค์เทพมาลงประทับหรืออย่างไร จึงเขียนออกมาเยี่ยงนี้ หรือข้าพเจ้าคือพระพายที่รอการมาถึงของอัสนีอย่างใจจดใจจ่อ ความเป็นจริงก็คือ บทประพันธ์นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับชีวิตของข้าพเจ้าเลย

ข้าพเจ้าเขียนกลิ่นแก้วกลางใจ ขึ้นมาเพื่อบูชาครูนักเขียนเรื่องน้ำเน่า ครูทำละครและภาพยนตร์น้ำเน่าไทยอย่างแท้จริง แรงบันดาลใจของละครเรื่องนี้มาจากภาพยนตร์ไทย ที่เคยดูตอนเด็กๆ เรื่องแก้วตาพี่ (ฉบับทูน-จารุณีแสดง) กับการชื่นชอบโครงเรื่องสุดคลาสสิก อย่าง คมพยาบาท

ณ ขณะที่ส่งพล็อตเรื่อง กลิ่นแก้วกลางใจ ไปให้ช่องสามนั้น พอได้ยินมาบ้างแล้วว่าจะมีการรีเมคแก้วตาพี่ ( เจษฎาภรณ์ เข็มอัปสร ) แต่ข้าพเจ้าไม่มีเหตุผลอันใดที่จะกลัวว่าเรื่องซ้ำ แม้ในกาลต่อมา จะมี ปอ ทฤษฎี ตาบอด และ อ้อม พิยาดา ตาบอดออกมาซ้อนทับ ทุพพลภาพเต็มแผงละครห้าวันรวด ข้าพเจ้าก็ไม่กลัวว่ามันจะเหมือนกันแต่อย่างใด

เพราะแรงบันดาลใจคือแรงบันดาลใจ

โครงเรื่องอย่างคมพยาบาท หากมองข้ามนางอิจฉา กรี๊ดไปมา เราจะเห็นโครงเรื่องภายในที่ท้าทายคำถามลึกๆในใจเราอย่างหนึ่ง เลือดที่ดี กับการเลี้ยงดู สิ่งใดกันแน่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของเรา

ในเมื่อคำตอบมากมายไม่รู้จบ เราจะเห็นละครแบบนี้ทำออกมาไม่จบสิ้น สาเหตุลึกๆ บางทีอาจไม่เกี่ยวกับว่า ละครไทย ทำไมซ้ำซาก หรือคนทำละครไทยทำไม อับจนปัญญา

แต่ไปดูเอาเถิด เวลาใครคลอดลูก สิ่งที่พ่อแม่กลัวอย่างหนึ่ง และระวังตัวแจ คือกลัวลูกสลับกับชาวบ้าน เมื่อมีสมมติฐานเกิดขึ้น ละครย่อมเกิดขึ้น

โครงเรื่องอย่างแก้วตาพี่ ชายตาบอดหมดสิ้นทุกอย่าง มีผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ามาดูแล จนกระทั่งดวงตาหายดี เป็นโครงเรื่องที่น่าชุ่มชื่นใจ สามารถสะท้อนความดีในความเป็นมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญ ความรักที่ไม่ได้ตัดสินด้วยรูปร่าง หน้าตา (เพราะมองไม่เห็น) แม้จะเหมือนกัน แต่มีรูปแบบที่แตกต่างมากมายไม่รู้จบ ด้วยฝีมือของนักเขียนไทย คนทำละครไทย สามารถทำเรื่องพรรค์นี้ให้งดงามออกมาได้นับร้อยรูปแบบ (เพราะฉะนั้น ยังมีให้ดูอีกเรื่อยๆ )

กลิ่นแก้วกลางใจ จึงมีกำเนิดจากความงามทั้งสองประการดังว่า...

มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ สนุกๆ
เกี่ยวกับบทประพันธ์ นี้คือ


-ต้นฉบับแรกเริ่มของละครเรื่องนี้ นางเอกและนางร้ายคือ (พระพายและอาโป) เป็นฝาแฝดกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้อัสนีไม่โง่เกินไปนักที่จำไม่ได้ แต่ปรากฏว่าขายพล็อตไม่ได้ ( สาเหตุการขายได้ไม่ได้เป็นเรื่องที่คาดเดายาก ขึ้นอยู่กับจังหวะการขายอย่างแท้จริง)

ณ ขณะนั้นเมื่อหลายปีก่อนเข้าใจว่า เป็นเพราะนางเอกฝาแฝดมีเยอะเกินไป กลัวว่าจะออกมาชนกัน แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นคนละคน ปล่อยให้นายอัสนี โง่ๆอย่างนี้กลับขายได้ แต่สุดท้าย ปรากฎว่าละครตาบอดเยอะกว่า และชื่อละครที่เป็นกิ่งๆ แก้วๆ นั่นนี่ก็มากมายเป็นประวัติการณ์... เออ เอากับเขาสิ

- ชื่อแรกเริ่มของละครเรื่องนี้คือ นางสาวสายลมกับเจ้าชายสายฟ้า ก่อนจะเปลี่ยนไป เพราะเกรงว่าจะกุ๊กกิ๊กแช่แวบเกิน

- ตัวละครสามคนในเรื่องนี้มีชื่อสัมพันธ์กัน อย่างตั้งใจ พระพาย-สายลม อัสนี-สายฟ้า อาโป-สายน้ำ ในกรณีนี้ มีหลายคนมาเขียนในพันธุ์ทิพย์จับสังเกตได้ ซึ่งข้าพเจ้าดีใจมาก เหตุที่สัมพันธ์กัน เพราะมีคนเข้าใจว่า สายฟ้าเกิดจากสายฝน แต่จริงๆเกิดจากสายลมปะทะกัน (ทำให้เมฆปะทะกัน) ได้ลองหาคำว่าสายฝนอยู่นาน ไม่มีคำไหนดูวีนเท่ากับคำว่า อาโป๊ อาโป จึงใช้คำว่าอาโป แทนคำที่เกี่ยวกับสายฝน และแล้วก็เป็นจริงตามนั้น คำว่าอาโป๊ อาโป ดูกลายเป็นคำว่าวี้น วีนไป ด้วยการแสดงอันสมบทบาทของเอ๊ะ อิศริยา

ส่วนคำว่า พระพาย ดูอาภัพสุดขีด เกินกว่าที่คนธรรมดาจะเอามาตั้งชื่อกัน บางคนไม่รู้ความหมายเลย บางคนเชื่อว่าเป็นชื่อผู้ชาย และเกี่ยวข้องกับหนุมาน ...แต่นึกไม่ออกว่าเกี่ยวตรงไหน ?

-ตัวข้าพเจ้าเองนั้น มีความผูกพันอันใดไม่ทราบกับบ้านชายทะเลหลังที่ใช้เป็นบ้านกลิ่นแก้ว (ตั้งอยู่ที่พัทยา)

เป็นเรื่องบังเอิญ ละครที่ข้าพเจ้าเขียนบทโทรทัศน์ ทั้งสามเรื่อง คือ ทางผ่านกามเทพ (เขียนกับคุณละลิตา) เล่ห์รตี และกลิ่นแก้วกลางใจ ใช้บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำทั้งหมด ในทางผ่าน บ้านทาสีขาว ในเล่ห์รตีทาสีฟ้า และในกลิ่นแก้ว ทาออกหลายสี เปลี่ยนไปตามห้อง และบังเอิญที่ข้าพเจ้าก็เลือกชื่อคนใช้ในบ้านหลังนี้เป็นชื่อ...ถวิล ทั้งสามเรื่อง

-กลิ่นแก้วกลางใจ ถูกขายในลักษณะเป็นพล็อต คือไม่มีฉบับนิยาย ณ ขณะนี้ ยังไม่โครงการพิมพ์รวมเล่ม เพราะเป็นโครงการรีบด่วนมาก บทโทรทัศน์เสร็จก่อนละครออกฉายเพียงเดือนครึ่ง กองถ่ายทำเพิ่งถ่ายเสร็จก่อนละครอวสานแค่สามสัปดาห์ กระบวนการต่างๆกระชั้นชิดจนไม่สามารถรวมเล่มได้ (ในกรณีการรวมเล่มภายหลังนั้น คงต้องหานายทุน มาลองพิจารณาดู เ อาเป็นว่าหากมีข่าวคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบค่ะ)

กลิ่นแก้วกลางใจ เน่าสนิท เดาเรื่องออกตั้งแต่ต้นจนจบ จะดูไปทำไม

ข้าพเจ้าเป็นนิสิตอักษรศาสตร์ จำต้องเรียน บทกวี บทละคร วรรณกรรมต่างชาติจำนวนหนึ่ง ขนาดต้องเรียนงานของเช็คสเปียร์ อยู่หนึ่งคอร์ส กว่าจะจบออกมาได้เลือดตาแทบกระเด็น

แม้กระนั้น ข้าพเจ้าไม่เคยถูกสอนให้ดูถูกโครงเรื่องเน่าสนิทแต่อย่างใด

ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าถูกสอนให้รู้ว่า วรรณกรรม และมหรสพ เกิดขึ้นเพราะสังคม สังคมเป็นเช่นไร ละครจะหมุนเปลี่ยนไปเช่นนั้น เช่นเดียวกับงานศิลปะอื่นๆ ( อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ละครเมลโลดราม่า ได้จากบทความเรื่องปิ่นมุก )

เวลาที่มีคนบอกว่าละครน้ำเน่าเกิดขึ้นเพราะคนทำอับจนปัญญา คนดูไม่มีอะไรจะดู ข้าพเจ้าจึงไม่เห็นด้วย

โลกของคนชอบดูสารคดี กับโลกของคนดูละคร เป็นโลกคนละใบ เวลาคนไม่ดูละคร วิจารณ์ละครไทยอย่างเสียหาย โดยไม่สนใจบริบทรายรอบ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคับแคบเกินไป

ในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีแต่เช็คสเปียร์ ไม่ต้องมีแต่วรรณกรรมโนเบล

และ ละครน้ำเน่าไม่ได้ทำให้สังคมเสื่อมทราม แต่ถ้าฉากที่มีการกระทำรุนแรง อาจมีส่วน กรณีนี้จึงต้องจำแนกและจัดการให้ชัดเจน

ละครน้ำเน่า เกิดภายใต้กรอบของละครพาฝันแบบเดียวกับ แฮร์รี่ พ๊อตเตอร์ และเกิดเฉพาะในสังคมที่มีความเครียดสูง เช่น จีน ไต้หวัน อินเดีย เกาหลี (ใครที่บอกว่าแดจังกึมไม่เน่า ต้องย้อนไปดูอีกครั้ง)

เพราะผู้คนในประเทศเหล่านี้ ต้องการ ”ความบันเทิง”มากกว่า “ความจริง” ในขณะที่ละครในกลุ่มตะวันตกและญี่ปุ่น จะเน้นการนำเสนอ ความเป็นจริง การถกเถียงเรื่องราวของชีวิต การแสวงหาความยุติธรรมในสังคม

ไม่ใช่ว่า คนในประเทศที่ทำละครน้ำเน่า ทำซีรีย์อย่าง ซีเอสไอไม่เป็น หรือมีแนวความคิดที่ตื้นเขินกว่าแต่อย่างใด

สำหรับคำวิจารณ์ของกลิ่นแก้วกลางใจที่โดนในเรื่องนี้ จึงต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจของผู้ประพันธ์โดยสมบูรณ์ที่จะทำละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง

บุ๋มเล่นร้ายเวอร์ สินจัยบทน้อย โฬมไม่หล่อ ...ดาราผู้แสดง เหมาะสมอย่างไร

กระบวนการคัดเลือกตัวแสดง ถือเป็นกระบวนการอันสำคัญที่ “ซับซ้อน” เอาการ โดยส่วนใหญ่ข้าพเจ้าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง โดยที่ไม่ค่อยไปยุ่งเกี่ยวด้วย (แค่ทำบทเร่งให้ทัน ก็ไม่ค่อยกล้าไปเจอหน้าใครแล้ว)

ที่สำคัญ ค่ายบรอดคาสท์ เป็นค่ายที่ได้ชื่อว่า คัดเลือกตัวละครเก่งและทุ่มทุนสร้างมาแต่ไหนแต่ไร

จุดเด่นของละครเรื่องนี้อย่างที่รู้กัน ว่าอยู่ที่ดาราระดับฝีมือประชันกันมากมาย โจทย์ข้อนี้ ถือเป็นภาระที่ทำให้ละครเรื่องนี้ ...เขียนบทยาก

พระพาย เป็นตัวละครแรกๆที่ลงตัว การได้ศรีริต้ามา เป็นโจทย์ยากในมุมที่เราจะทำให้ พระพายเป็นที่น่าสงสารได้อย่างไร

ด้วยริต้านั้นมีราศีสก๊อตแพรวพราว โดยปรกติไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเดินด้วยนัก เพราะไม่มีใครอยากหมดราศีฉับพลันไปตลอดทั้งวันเพราะเจ้าหล่อน ที่สำคัญน้องริต้าเป็นคนร้องไห้ยาก แถมเป็นคนสดใส สนุกสนาน ด้วย

ความพยายามอย่างหนักหน่วงของทั้งทีมงาน คนเขียนบทและตัวนักแสดงเอง เสียงตอบรับ เรื่องการเชื่อว่าศรีริต้า เป็นคนใช้ดูเบาบางกว่าที่คาด

อย่างที่เคยเล่า ริต้ามีคำถามประจำ เกี่ยวกับพระพาย ในแนวทนไม่ได้เป็นคนแรกๆ ... ทำไมคะ ทำไมใครๆต้องด่าต้องตบพระพาย หนูไม่เข้าใจจริงๆค่ะ ...ณ บัดนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้เฉลียวใจเลย ว่าจะเป็นเสียงคำถามที่พรั่งพรูมาอย่างหนักที่สุดของตัวละครตัวนี้

อัสนี การคัดเลือกนักแสดงลงตัวรวดเร็วที่สุดเช่นกัน แต่คนกุมหัวอย่างหนัก ในกรณีนี้คือ ผู้กำกับอาชูนั่นเอง

เพราะบทอัสนีเป็นบทที่เล่นยากขนาดหนัก เป็นผู้ชายที่มีอารมณ์ซับซ้อน ตั้งแต่เศร้าที่สุด ไปถึงขี้เล่นที่สุด แล้วเป็นตัวละครที่สวนทางชาวบ้าน คือเล่นยากตอนต้น แต่ตอนกลางกับท้ายเรื่องจะเล่นง่าย

แต่ด้วยฝีมือของผู้กำกับ การเคี่ยวกรำของทีมงานและความตั้งใจของตัวน้องโฬมเอง เราจึงเห็นพัฒนาการแสดงแบบก้าวกระโดดจากเรื่องรังนกบนปลายไม้ ( ตอนนั้นจำได้ว่านั่งดูเขาเล่นเรื่องนี้ แล้วมึนตึบ )

ที่ตลกก็คือ ใบหน้าของโฬม จะหล่อแบบไม่เสมอต้นเสมอปลาย บางมุมหล่อมาก บางมุมไม่หล่อ ร้องไห้ไม่หล่อ แต่เวลายิ้มหล่อ นั่นเป็นที่มา แห่งการถกเถียงอย่างหนัก ว่าพระเอกกลิ่นแก้วนี่ตกลงหล่อหรือไม่หล่อ ซึ่งหากใครได้เห็นโฬมตัวจริงจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ใบหน้าคมคาย เรียกว่าหล่อยิ่งกว่า ที่เห็นในละคร ซึ่งก็น่าแปลกดี

จิตตา ตัวละครจิตตาแต่เดิมนั้นถูกละเลยไป ตั้งใจจะไปหาเอาทีหลัง แต่เมื่อส่งบททั้งหมดไปให้คุณนกสินจัยดู คุณนกสินจัยทำเซอร์ไพร้ส ด้วยการเลือกเล่นเป็นตัวละครตัวนี้ด้วยตัวเอง...

ในสายตาของข้าพเจ้าถือเป็นการเลือกของดารามากความสามารถ ระดับมืออาชีพที่แท้จริง ถ้าจำได้บทจิตตาตอนช่วงต้นนั้น มีน้ำหนักน้อย

แต่วิธีคิดที่ไม่ได้นับจำนวนฉากแข่งกับตัวละครอื่น แต่เชื่อว่า การแสดงเป็นคนดีที่มีมิติล้ำลึกนั้น ถ้าเล่นให้ดี ก็เป็นการแสดงระดับสุดยอดได้เช่นกัน (โดยไม่ต้องนับฉากและความโฉ่งฉ่างในการแสดง) ถือเป็นวิธีการเลือกบทบาทที่นักแสดงทุกคนควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

เมษา เป็นตัวละครที่มีการสรรหานักแสดงที่เหมาะสมอยู่พักใหญ่ คุณบุ๋ม ปนัดดา บอกว่า พออ่านเรื่องปั๊บ รู้สึกว่า “ไม่เล่นไ ม่ได้” เธอตอบตกลงทันที

และแล้วคุณบุ๋มก็สามารถถ่ายทอดความเป็นเมษาได้ดีถึงขนาดกลายเป็น talk of the town อาการโรคจิตที่น่ากลัว กับตาโตๆคู่นั้น ช่างน่าบรื๋อที่สุด แม้ใครจะบอกว่าเวอร์เกินไป แต่ในสายตาของข้าพเจ้า ...ชนะเลิศ

อาโป เป็นตัวละครที่โด่งดังมาตั้งแต่การคัดเลือกแล้ว กลายเป็นประเด็นข่าวก็หลายครั้ง เรียกว่าใช้เวลาในการสรรหานักแสดงนานกว่าใครๆ นานขนาดว่า วันบวงสรวงเปิดกล้องยังหาผู้แสดงไม่ได้เลย

ในที่สุด เป็นความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงของช่องที่เห็นว่า ในเมื่อหายากนัก ก็เอาดาราระดับฝีมืออย่างเอ๊ะมาเล่นไปเลย แล้วมาปรับบทให้น้ำหนักของตัวละครเพิ่มขึ้นจากการเป็นตัวร้ายดาษๆ

และแน่นอน ภาระความกดดันถ่ายเทมาที่ข้าพเจ้าแทน จากแต่เดิมที่มีตัวละครสำคัญแค่สามตัว พระพาย อัสนี เมษา บัดนี้ได้กลายเป็นตัวละครมากฝีมือถึงหกตัว หากนับรวม นักแสดงอย่างป้าจิ๊ ที่ตกปากรับคำเล่นเป็นนมแสง เข้าไปด้วย


นักแสดงที่มากความสามารถ ต้องมีเวทีขนาดใหญ่ มีพื้นที่การแสดงที่มากขึ้นในการแสดง นั่นหมายถึงตัวละครที่เขาแสดงนั้น ต้องมีมิติที่ลุ่มลึก การเขียนบทสำหรับนักแสดง การทำงานหนักของทีมงานละครทุกคน จึงหนักหนามหาศาลมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ในที่สุด...ผลที่ได้รับก็คุ้มค่า

กลิ่นแก้วกลางใจเป็นละครที่มีผลตอบรับยอดเยี่ยม เรียกว่านักแสดงทุกคนและทีมงานรวมทั้งตัวข้าพเจ้าเองหายเหนื่อย และรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ในยุคนี้ที่ รายการทีวีถูกจับตาว่าทำร้ายเยาวชน การจัดการและควบคุมกำลังดำเนินไป (โดยข้าพเจ้าให้ความร่วมมืออย่างดี มิได้ต่อต้าน)

อาจมีคนมองกลิ่นแก้วกลางใจในหลากหลายมุม บางคนมองเห็นฉากรุนแรง บางคนมองเห็นความน่าเบื่อจำเจของพล็อตเรื่อง บางคนบอกว่า ตัวละครน่าสงสาร ถูกทำร้ายตบตี มักออกมาเรียกเรตติ้งได้ถล่มทลายทุกครั้ง

สำหรับคนที่ดูละครเรื่องนี้ชนิดติดหนึบจริงๆก็อาจจะไม่เข้าใจนัก เหตุใดต้องติดละครเรื่องนี้และอินตามไปด้วย

แต่ในสายตาข้าพเจ้า ไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกจากการที่ผู้คนรักและสงสารในตัวละครอย่างพระพาย

เพราะพระพายสามารถปลุกเร้าอารมณ์ฝ่ายดีในความเป็นมนุษย์ออกมา

อารมณ์ฝ่ายดี ที่เจ็บปวดและต้องอดทนต่อการเป็นคนดี แต่ความเชื่อมั่นยังเต็มเปี่ยม

เมื่อพระพายไม่ยอมแพ้ คนอ่านและคนดูก็ไม่ยอมแพ้ !


“ท่ามกลางความมืด หนูยังมองเห็นแสงดาว ท่ามกลางความเลวร้ายของโชคชะตา หนูยังเชื่อมั่นในความดี”

ท้ายที่สุด ไม่มีคำใดดีไปกว่าคำว่า ...ขอบคุณนะคะ

นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
กรกฏาคม 2550




( แสดงความเห็น ให้กดคำว่า ...comment.... สีฟ้า ที่อยู่ข้างๆ ข้อความนี้ )




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 15:17:37 น.
Counter : 1576 Pageviews.  

คิดถึง...เล่ห์รตี






รายละเอียดละคร “เล่ห์รตี”

ออกอากาศ เริ่ม 11 เมษายน 2547
บทประพันธ์ พัดชา
บทโทรทัศน์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์

อำนวยการผลิต ถกลเกียรติ วีรวรรณ , นิพนธ์ ผิวเณร
กำกับการแสดง ฉัตรชัย สุรสิทธิ์
นักแสดง รัฐศาสตร์ กรสูต รับบทเป็น เสกข์
อลิชา ไล่สัตรูไกล รับบทเป็น พัทธรินทร์ / เคท
ณวัฒน์ กุลรัตน์รักษ์ รับบทเป็น ศตายุ / ปุ๊
กัลยา จิรชัยศักดิ์เดชา รับบทเป็น ภาคินี
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบทเป็น อิษยา
กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบทเป็น นันทินี
สรพงษ์ ชาตรี รับบทเป็น พัทธพล
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น มาริสา
ทัศวรรณ เสนีย์วงศ์ รับบทเป็น กรุณา
ตฤณ เศรษฐโชค รับบทเป็น อรรถ
สีดา พัวพิมล รับบทเป็น อาภรณ์
ธีรภัทร แก้วเกษ รับบทเป็น พีรชาติ / พีท
ชมพูนุช ปิยะภาณี รับบทเป็น ปาลิดา / แพท
จอย ชวนชื่น รับบทเป็น กุ๊ก
ศานตมล ปิ่นนัย รับบทเป็น กิ๊ก
อลงกรณ์ สิมะกำธรณ์ รับบทเป็น ชาติ



บทความเคยลงในเว็บไซต์ “เป๊ปเปอร์” ขณะที่ละครออกฉาย




บทความที่จะเขียนทั้งหมดต่อไปนี้ เคยตั้งใจว่าจะเขียนฉลองเล่ห์รตีจบ แต่ก็ได้ล่วงเลยเวลานั้นมามาก ณ เวลาที่ได้เขียนอยู่นี้ ได้ข่าวจากบริษัทว่าวีซีดีเล่ห์รตีขายดีมาก บอกไม่ถูกว่าดีใจขนาดไหน เอาเป็นว่าถ้าอ่านบทความเหล่านี้ไปจนจบคงรู้ได้เองว่ า พี่บ๊วยดีใจจริงๆ

พี่บ๊วยเขียนบทมานานสิบกว่าปีแล้ว ละครเรื่องนี้เป็นละครเรื่องที่ 19 ( ขอเตือนว่าห้ามบวกลบอายุเด็ดขาด …เอ๊ะ ยังไม่เชื่อกันอีก หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! ) แต่ละครเรื่องนี้มีบางอย่าง ที่คล้ายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับเป๊บเปอร์ เราจะเรียกมันด้วยศัพท์ภาษาฝรั่งเศส ว่า Renaissance แปลว่ากำเนิดใหม่

นั่นหมายถึงว่า ชีวิตหลังจากช่วงยุคมืดหลายปีได้เกิดใหม่อีกครั้ง (ถึงแม้เราจะเลือกเกิดใหม่ได้ทุกวันก็ตาม) ก็เลยอยากบันทึกถึงละครเรื่องนี้ก่อนจะเลือนหายไป

มีตัวเลขที่ไม่น่าเชื่อว่า กระบวนการเขียนบทนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2545 กว่าจะมาเสร็จสิ้นก็ปลาย2546 ประมาณ1 ปี ต่อบท 18 ตอน…อย่าไปเข้าใจว่า ประณีตทุกเม็ด จริงๆก็คือเขียนช้า… ตัวเองจะมีเงินกินข้าวหรือไม่ไม่รู้ แต่เขียนช้า…

เวลาที่เอาบทมาส่งแต่ละครั้ง โดยส่วนตัวแล้ว รู้ได้ในทันที ว่านี่คือบทตบจูบน้ำเน่าที่ดีที่สุดในชีวิต10 กว่าปีที่เขียนบทมา แต่เวลามาส่งเนี่ยเกรงใจมาก เกรงใจว่ากลิ่นจะหึ่งเกินกว่าที่อาคาร จีเอ็มเอ็ม จะรับไหว ….ก็เลยมานั่งประชุมกัน ระหว่างผู้ควบคุมบทโทรทัศน์ (นิพนธ์/สิริลักษณ์) และผู้กำกับ (ฉัตรชัย สุรสิทธิ์) คนหลังสุดเนี่ย ตอนนั้นไม่เคยรู้จักเลย เขาจะเป็นคนที่มีส่วนสำคัญที่สุดในกระบวนการผลิตละคร และที่สำคัญเป็นผู้ชายแท้ๆ ข้อสุดท้ายนี่สำคัญเพราะละครนี้เป็นละครสำหรับผู้หญิ ง ผู้ชายหลายคนเจอแบบเนี้ยอาจเขวี้ยงติดข้างฝาแล้วถามว ่าสนุกตรงไหน…

พี่บ๊วยก็เลยตัดสินใจว่าเรามาพบปะครั้งหนึ่งดีไหม พี่บ๊วยไม่มีอะไรจะบอกหรอกนอกจากบอกว่า …พี่เอขา …บทพี่บ๊วยเนี่ย นางเอกระแน้แต้แว้ดไปวันๆ ถ้าจะเอาสาระ ไม่มีนะคะ อย่าคิดมาก…. แต่ผิดคาด ยังไม่ทันจะได้อ้าปาก พี่เอก็รีบบอกพี่บ๊วยว่า ผมได้บทมา8 ตอนเชื่อไหมครับ เป็นละครเรื่องแรกที่อ่านรวดเดียวจบ ไม่ได้นอนเลย….เย้ ไชโย กัปตันเรือเล่ห์รตี ก็ระแน้แต้แว้ดเหมือนกัน…

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการคัดเลือกตัวละคร ความที่ละครเขียนได้เชื่องช้า การวางตัวละครก็เปลี่ยนโผไปเรื่อยๆ ตามแต่คิวที่จะเปิดกล้อง แต่เนื่องจากแค่วันๆจะส่งบทก็เอาตัวไม่รอดแล้ว พี่บ๊วยก็เลยไม่ค่อยไปสนใจเท่าไหร่ เท่าที่รู้ทุกคนในฝ่ายบริหาร และฝ่ายแคสติ้งจะพร่ำพูดออกมา ด้วยท่าทางมันส์มือ บทสนุกๆแบบเนี้ยต้องแคสดีๆ เราต้องหาตัวเจ๋งๆมาเล่น

ผลสรุปหนูเคทออกมาเป็น แอนอลิชา พวกเราก็ดีใจ
นายปุ๊ เป็น ป้องณวัฒน์ โอ…เลิศ
คุณเสกข์ เป็นเป๊บเปอร์ …ทุกคนเงียบ !

มันแบบว่า อึ้งๆ ไม่มีอะไรจะพูด พยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินออกไปจากบริษัทเฉยๆ มารู้ภายหลังว่าอาการเงียบๆอึ้งๆไม่ได้เกิดกับผู้เขี ยนบทคนเดียว ไปเกิดกับผู้กำกับด้วยโดยมิได้นัดหมาย ( เป๊บจ๋า นี่เป็นความจริงที่พี่บ๊วยไม่เคยบอกเป๊บเลย)

ไม่เพียงเท่านั้น มีวันหนึ่งกำลังประชุมบทอยู่วันพฤหัส วันจันทร์จะเปิดกล้องแล้ว ยังหาตัวภาคินีไม่ได้เลย ผู้บริหารฝ่ายบทแต่ละคนกำลังประชุมบทอยู่ก็รับโทรศัพ ท์มือเป็นระวิง คนนั้นไม่เอาคนนี้ไม่ได้ กว่าจะแหกโผมาที่น้องมด ทรีจี ก็ได้ตัวมาอย่างฉิวเฉียดนาทีสุดท้าย

ทั้งหมดทั้งปวง ต้องเป็นไปอย่างที่เคทพูด…

“คนทำงานมีศักดิ์ศรีทั้งนั้น ถ้าโลโก้เล็กไปจริงๆ แล้วทำ ให้คนไม่มาซื้อสินค้าที่ห้างคุณ คนที่เขาทำโฆษณาให้คุณเขาก็ไม่มีงานทำเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องหัดไว้ใจคนอื่นค่ะ แล้วคุณจะพบว่าปัญหาในชีวิตน้อยลงไปเยอะเลย”
และแล้ว สิ่งที่เคทพูดก็เป็นความจริง

หลังจากละครออกฉาย นักแสดงทุกคนได้รับการกล่าวขวัญถึงโดยทั่วหน้า ทั้งนักแสดงรุ่นพ่อแม่ นักแสดงตัวผู้ร้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละครหลักทั้ง4 คน

อลิชา ณวัฒน์ น่ะไม่แปลก
แต่ที่น่าแปลกคือมดและเป๊บเปอร์ … คนที่เราเป็นห่วงที่สุดกลับทำเซอร์ไพร้ส กลายเป็น talk of the town ….

เล่ห์รตี เปิดกล้องไปได้ไม่นาน ก็มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น ได้ลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งในเช้าอันสดใสปลายปี 2546 ผีคุณเสกข์ได้ลามจากผู้เขียนบท ไปที่พระเอกจนเกิดเรื่องราวก้นกบนางเอกหัก ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาตัวนานนับเดือน คิวออกอากาศจากเดือนมกราคม 2547 เลื่อนไปทันที ความเครียดเกิดขึ้นกับทีมงานทุกคนโดยเฉพาะพระเอก และที่น่าเห็นใจที่สุดก็คงต้องเป็นอลิชา ที่ต้องเจ็บตัวหวิดกลายเป็นคนพิการ

แต่ถือเป็นการเปิดศักราช บอกให้รู้เป็นนัยๆ พระเอกจอมโหดและเรื่องพิมพ์นิยมตบจูบน้ำเน่าเรื่องหน ึ่งกำลังจะมา…

..น้ำเน่าอีกแล้วหรือ…เปลี่ยนมาคุยเรื่องนี้บ้าง

ทันทีที่โครงการเล่ห์รตีเริ่มเปิด คำถามนี้เริ่มต้นขึ้น เชื่อไหมว่า สำหรับคนเขียนบทเมืองไทย นี่เป็นคำถามยอดฮิต และต้องบอกว่าถามถูกคนแล้ว เพราะพี่บ๊วยเป็นคนเขียนบทที่ภาคภูมิใจในงานน้ำเน่าแ บบไทยๆมากที่สุดคนหนึ่ง

เล่ห์รตี เป็นงานแรกที่พี่บ๊วยทำกับเอ๊กแซคท์อย่างเต็มตัว หลังจากจดจ้องและนัดหมายกันมานาน เมื่อแรกฝ่ายบริหารที่ห้องบทส่งเรื่องผีเก๋ไก๋มาให้ ตลอดเวลาสามเดือนที่หายหน้าไป ยังคงมีความอยากทำงานชิ้นนั้นอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ความอยากสวนงานทางกับความจริง ไม่มีงานอะไรไปส่งสักที จนพี่ป้อน (นิพนธ์) เริ่มจับสังเกตได้ เอาเล่ห์รตีของคุณพัดชามาให้ เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น ก็ส่งงานกลับไปให้ฝ่ายบททันที

เสียง ”คลิ๊ก” ของวัตถุสองชิ้นที่ลงตัวกันเกิดขึ้น… ยิ่งกลับไปสำรวจงานของตนเอง ที่ประสบความสำเร็จ คือ ทางผ่านกามเทพ สามี (ช่อง3) ซึ่งขณะนั้นเขียนบทกับคุณละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล ทั้งสองเรื่องเป็นละครที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ก็ยิ่งได้ยินเสียง คลิ๊กๆๆ …อยู่ในสมอง …

มีบางอย่าง กำลัง “ลงตัว “ อยู่ถูกที่และถูกทาง

เมื่อไม่นานมานี้ฟังวิทยุ จากการสำรวจนิทานที่มีผู้อ่านชื่นชอบมากที่สุด แชมป์เปี้ยนยังคงเป็นนิทานเรื่องเดิมที่ครองตำแหน่งม านับร้อยปี ซินเดอเรลล่า … เรื่องน้ำเน่าระดับคลาสสิก

ไม่น่าเชื่อว่า แม้โลกจะออกมือถือรุ่นใหม่มากี่รุ่น แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นคงไม่ยอมเปลี่ยนคือสาวน้อยต่ำต้อ ยที่โชคดีได้แต่งงานกับเจ้าชายสูงศักดิ์คนเดิม

เจน แอร์ / มู่หลาน / ดวงพระศุกร์ ฯลฯ และแน่นอนเล่ห์รตี …ซินเดอเรลล่าต่างกรรมต่างวาระ เจ้าหล่อนยอดนิยมเสมอ สาวน้อยอาภัพ ประสบวิบากกรรมในชีวิต แต่มีความดีเป็นพาหนะนำหล่อนไปพบกับเจ้าชายหรือเศรษฐ ีสุดหล่อ….เสียงคลิ๊กๆๆ..ยังคงดังต่อเนื่องมา

เมื่อไม่นาน…อีกที ดูรายการสารคดีกล่าวถึงนักบินอวกาศที่ต้องเดินทางไปท ำงานในสถานที่ไม่น่าอภิรมย์อย่างสถานีอวกาศเมียร์เป็ นเดือนเป็นปี การดูแลจิตใจให้ไม่เครียด และมีความสุขอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญไม่เช่นนั้นคนที่มีสมรรถภาพสูงที่สุดในโลกอาจกลายเป็ นคนติงต๊อง นำพาสถานีอวกาศพุ่งชนโลกได้
คนเหล่านี้มีอะไรเป็นความสุขในชีวิตบ้าง …เราจะจัดขึ้นไปบนสถานีให้หมด เขียนรายการมาได้เลย ยากเย็นแค่ไหนก็จะหามาให้

คุ้กกี้ที่ยายทำ … กลิ่นดอกไม้ละแวกบ้านเก่า … หมอนใบเดิมที่นอนอยู่ทุกวัน
และไม่น่าเชื่อ ในรายการเหล่านั้น มีหนังสือแอคชั่นบู๊นองเลือด ไร้เหตุผล และนิยายน้ำเน่า พล็อตซ้ำซาก รวมอยู่….

ขอโทษจริงๆ ที่ไม่ใช่วรรณคดีคลาสสิกและวรรณกรรมรางวัลโนเบล !
เสียงคลิ๊กๆๆๆ ดังต่อเนื่องไม่มีวันหยุด…

โลกนี้…กว่าจะไม่มีละครน้ำเน่า…คงอีกนาน





ตอบคำถามแฟนคลับ เป๊ปเปอร์ ในเว็บไซต์เป๊ปเปอร์ .... เมื่อเป๊ปเปอร์เป็นคุณเสกข์ !



ก่อนอื่นเลย กับคำถามว่าทำไมต้องเป๊บเปอร์ ตอบง่ายๆว่าไม่รู้ 555 ก็มันไม่ใช่งานในแผนกพี่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ในกระบวนการทำละครเนี่ย มีฝ่ายหนึ่งที่เป็นส่วนสำคั*มากเรียกว่า แคสติ้ง กระบวนการนี้แทบจะสำคั*ที่สุดเลย สำหรับการเปิดละครเรื่องหนึ่ง ก็เหมือนเราเวลาดูละคร ต้องขอรู้ก่อนว่าใครเล่น ในเมื่อกระบวนการนี้สำคั*มาก จึงต้องมีการทำงานอย่างละเอียดซับซ้อน โดยผู้บริหารระดับสูงจะต้องเข้าไปร่วมด้วย คนเขียนบทมีสิทธิ์แสดงความเห็นไหมก็มีสิทธิ์ แต่คงไม่เอามาเป็นคำตัดสินสุดท้าย เพราะเหตุผลในการเลือกนักแสดงมีมากมายล้านแปด ชนิดที่น้องๆคิดไม่ถึงเลย เช่น ใบหน้าของดารานั้นๆให้ความรู้สึกอะไร สอดคล้องกับตัวละครไหม / พระเอกนางเอกมีส่วนสูงที่สัมพันธ์กันไหม /ภาพลักษณ์เดิมของนักแสดงผู้นั้น ต่อต้านภาพลักษณ์ของตัวละครหรือเปล่า ไม่งั้นคนดูจะไม่อิน / และที่สำคั*มากคือคิวนักแสดงแต่ละคนเนี่ย เขาว่างพอเหมาะพอดีกับเวลาที่จะเปิดกล้องไหม …พอมีเหตุผลมากมายหลายอย่าง พี่บ๊วยเลยขี้เกียจถาม ว่าใช้เกณฑ์ไหนในการตัดสินเป็นอันสุดท้าย

ในกรณีบทคุณเสกข์เนี่ย เป็นบทที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์มากที่สุดในเรื่อง และยังเป็น Central Character ของละครเรื่องนี้ สำหรับพี่แล้ว ถึงขนาดรอดูตัวละครอยู่คนเดียวเลย ถ้าตัวนี้รอด ละครเรื่องนี้จะรอด ไม่ใช่เพราะอะไรทั้งนั้นแต่เพราะละครเป็นละครสำหรับผ ู้หญิง และผู้หญิงทุกคนก็จะต้องดูพระเอกเป็นธรรมชาติอยู่แล้ ว (เรื่องคุณเสกข์(ไม่ใช่เป๊บ) เนี่ยจะต้องพูดกันยาว โปรดติดตามต่อไป)

พอรู้ว่าเป็นเป๊บที่ต้องอึ้งเพราะนึกไม่ออกไง ว่าเขาจะเล่นออกมาแบบไหน ก็มันไม่เคยเห็นจะโวยก็โวยไม่ถูก ไอ้ที่เห็นก็แค่ละครสดใสน่ารักเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนน้องเขายังเป็นวุ้นอยู่เลย พี่เอก็คงเหมือนกัน ตายแล้ว บทหินขนาดนี้ ใช้นักแสดงหน้าใหม่ กลับบ้านไปซื้อยาดมเตรียมไว้ดีกว่า…งานนี้ยาวแน่ๆ … ถึงตัวละครภาคินีก็เถอะ หินเหมือนกัน…ไม่มีใครสักคนเลยที่จะได้กินหมูในเรื่อ งนี้

ส่วนเรื่องพี่บ๊วยคิดว่าไงคะ…ที่คุณเสกข์เป็นพี่เป๊บ ถ้าถามความเห็น ทาง technical เอาแต่เฉพาะใบหน้าไม่เกี่ยวกับตัวตน พี่บ๊วยไม่เคยรู้สึกเลยว่าเป๊บหน้าหวาน แต่กลับรู้สึกว่าเวลาเขาเฉยๆ ไม่ยิ้มเนี่ยหน้าตาดูเย็นๆ มีอะไรลึกๆ แถมด้วยแผลเป็นหนึ่งหน่วยนั่นน่ะ ….มันเหมือนคนที่มีแผลในใจ …คุณเสกข์ม้ากมาก

แล้วท่าทางของเขาเวลาเข้าคู่กับ อลิชา ทาง technicalอีกเหมือนกันไม่เกี่ยวกับตัวตน ดู matching มาก อันนี้สำคัญมากสำหรับหนังรัก พระเอกนางเอกต้องมี Chemistry ที่จับต้องได้ เหมือน เมก ไรอัน กับ ทอม แฮงก์ หรือท่าเป็นจูเลีย โรเบิร์ต ก็ต้องริชาร์ดเกียร์ จำได้ว่าดูตอนแรกที่ คุณเสกข์ มองเคทในสตูดิโอ แล้วคุณเสกข์ตะลึง … Chemistry นี้มาทันที สงสัยหน้าเย็นๆสามเหลี่ยมๆ จะเหมาะกับหน้าหวานๆ สี่เหลี่ยมๆ 555 แล้วก็เป็นจริง กระแสจับคู่เพราะอินในละครมาจริงๆด้วย

พอจบละครตอนแรก โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เหลืออีกนิดคือตอนเข้าพระเข้านางเนี่ย ถ้าทำได้ดี มีเฮแน่นอน…ซึ่งก็ทำได้ไม่เลว โดยเฉพาะตั้งแต่ฉากเคทเอาขนมมาให้ที่ออฟฟิศเป็นต้นไป ดูคุณเสกข์เป็นชายกรุ้มกริ่มสมแก่อายุแล้ว ไม่ขี้เขินเหมือนตัวจริงของเป๊บ เห็นไหมว่าฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากอารมณ์รักระแน้แต้แว้ดในหนังของฉัน555 ส่วนเรื่องการแสดง จริงๆพี่บ๊วยหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดเรื่องวิจารณ์การแสด งของนักแสดงในที่สาธารณะ เหตุหนึ่งเพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทางด้านนี้ อีกเหตุหนึ่งพี่ถือว่ารักกันจริงมาเจอหน้าด่ากันตัวต ัวดีกว่า แต่พี่ก็ได้ละเมิดเรื่องนี้ ถึงขนาดมาโพสต์ในบอร์ดของเป๊บเอง ตั้งแต่อยู่ในบอร์ดยูเอชทีเก่า …อันเป็นจุดเริ่มต้น ของการสิงสถิตบอร์ดเป๊บ เพราะจุดประสงค์อันเดียวแท้ๆ คือมาชื่นชมความตั้งใจของเป๊บที่ผ่านงานหินอย่างคุณเ สกข์มาได้ …

จริงๆแล้วเป๊บอาจจะไม่ใช่คุณเสกข์ที่ดีที่สุด อาจมีดาราหลายคนที่เล่นเป็นคุณเสกข์ได้ดีกว่านี้ พี่เชื่อว่าในข้อนี้เป๊บเองก็รู้ เส้นทางของนักแสดงยังมีเรื่องที่เป๊บต้องแก้ไขและพัฒ นาไปอีกไกล …แต่พี่มาชื่นชมเป๊บเพราะเห็นจากงาน ว่าตั้งใจ…(ทั้งที่พี่บ๊วยไม่เคยโผล่ไปดูเป๊บแสดงที่ กองถ่ายเลยด้วย เพราะกลัวคนในกองทวงบทมากที่สุดในชีวิต) แต่พี่เห็นความพยายามจากงานผ่านจอทีวีล้วนๆเลย ….เหมือนที่บอกน้องผึ้ง ไม่ใช่ที่ผลของงานที่เราควรให้รางวัลตัวเอง แต่เราควรให้รางวัลตัวเองที่ความพยายามมากกว่า…ยังมี อีกเรื่องจำได้ว่าไม่เคยบอกเป๊บ คือพี่แอบเห็น ใน profile ของบอร์ดนี้ เป๊บบอกอาชีพของตนว่าเป็น actor รู้สึกว่า จะมาก่อน singer ด้วยซ้ำ พี่ดีใจมากเลยนะ ที่อย่างน้อยเป๊บเริ่มรักการแสดงแล้ว

เป็นอันว่า พอแค่นี้สำหรับการเมาท์เป๊บ นึกถึงคำหนึ่ง...กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา...555 มาอยู่บ้านเขา ชวนคนในบ้าน เปิดวงเมาท์เขาซะงั้น !

หมายเหตุ : เว็บไซต์เป๊ปเปอร์- รัฐศาสตร์ กรสูต




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 15:06:58 น.
Counter : 2203 Pageviews.  

ละึครน้ำเน่า..คนดูไม่ฉลาด คนทำโง่ ?




ละครน้ำเน่า คนทำไม่ได้โง่ คนดูก็ไม่ได้โง่


“ละครน้ำเน่า” ไม่ใช่ความผิดของวงการทีวีบ้านเรา ไม่ใช่ความจนตรอกในการนำเสนอ หากแต่เป็นรูปแบบละครที่มีมาช้านานทั่วโลก เรียกว่า melodrama

คำว่า melodrama ตามพจนานุกรมวรรณกรรม แปลว่า
แนวละครแนวสมจริง ที่ดูคล้ายโศกนาฏกรรม (กลุ่มละครแนว tragedy)แต่ไม่ลึกซึ้งเท่า เรื่องราวของละครประเภทนี้ โลกของความดีและความชั่วจะแบ่งกันอย่างชัดเจน ตัวละครดีและร้ายมักขาดพัฒนาการและเป็นประเภทด้านเดียว คือดีก็ดีหมด ร้ายก็ร้ายหมด ประเด็นที่นำเสนอ จะเน้นโครงเรื่องมากกว่าการพัฒนานิสัยตัวละคร และมักจะขาดเหตุผลที่ดีในการรองรับทำให้ดูเหลือเชื่อ เรื่องราวมักขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ภายนอกเช่นเหตุบังเอิญ เคราะห์กรรมที่ถาโถมเกินจริง

กลุ่มละคร melodrama ประสบความสำเร็จอย่างสูงในแง่ของความบันเทิง และการพาฝัน นำพาผู้ชมไปสู่โลกเหนือจริง (escape) อย่างไรก็ดีในประวัติศาสตร์การละคร ยืนยันการดำรงอยู่ของ ละครกลุ่ม melodrama ว่าผูกพันกับทุกสังคมและทุกยุคสมัย ทั้งในสังคมตะวันตก (ที่เรามักเชื่อว่าฉลาดกว่าคนไทย) ในสังคมเอเชีย (รวมทั้งละครเกาหลี ที่เราก็มักเชื่อว่าฉลาดกว่าคนไทยเช่นกัน)

ศิลปะ วรรณกรรม และมหรสพ ไม่เคยเกิดขึ้นเอง แต่เกิดขึ้นด้วยความต้องการของมนุษย์ ละครน้ำเน่าก็ไม่เคยเกิดขึ้นเอง (อย่างโง่ๆ) หลายครั้งเกิดเพราะความตั้งใจ ทั้งของคนทำ(ไม่รู้โง่หรือเปล่า แต่คิดเอาเองว่าไม่) และคนดู (ที่ไม่เคยโง่)

ละครแนว melodrama มีความผูกพันลึกซึ้งกับสิ่งที่เรียกว่า โทรทัศน์ ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นมหรสพที่ไร้ศิลปะ เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ ละครเวที ดนตรี เพราะหน้าที่ของโทรทัศน์ คือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยราคาถูกและจำนวนมากในคราวเดียว (mass)

ละครแนว melodrama ถูกตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของความสำเร็จ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่จริงปัจจัยความสำเร็จคล้ายการได้รับความนิยมของ ลิเก เพลงลูกทุ่ง ภาพยนตร์บู๊เกรดบีของฮอลลีวู้ด ภาพยนตร์ชุดบ้านผีปอบของไทย ไปจนถึงการได้รับความนิยมของ สบู่นกแก้ว นิตยสารคู่สร้างคู่สม มาม่า ชายสี่หมี่เกี๊ยว

ความสำเร็จแบบนี้มีที่ทางของตนเอง ที่อยู่คนละด้านกับ การแสดงโขน ภาพยนตร์ระดับรางวัล บัลเล่ต์ เพลงหน้าพาทย์ เพลงโมสาร์ท และแน่นอนอยู่คนละขั้วกับครีมอาบน้ำจากปารีส นิตยสารอิมเมจ และอาหารจากภัตตาคารหรูบนถนนสุขุมวิท

ผู้เสพละครแนว melodrama ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความโง่ ทั้งคนที่ทำและดูก็ไม่ใช่ไร้เหตุผล ถึงแม้จะดูละครที่ “ไร้เหตุผล”อยู่ แต่ก็ “มีเหตุผล”ที่จะดูและจะทำ โดยส่วนใหญ่ “เลือกที่จะเชื่อ” เพราะเมื่อใดที่ “ไม่เชื่อ”ก็ดูละครไม่สนุก (แล้วจะนั่งดูไปทำป๊ะอะไร)

อีกกลุ่มดูไปด้วย “ความไม่เชื่อ” แต่เพราะคิดแล้วว่าจะมาดูเอา “ความไม่เชื่อ”…นั่นคือมาดูมาด่า มาขำเอามันส์…แบบนี้ก็คุ้มไปอีกแบบ

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้เสพ melodrama ไม่มีกฎข้อบังคับว่า ต้องเสพแต่เฉพาะของพื้นๆ ในหลายเวลา ในหลายกรณี ผู้เสพย่อมอยากเลือกกินของสูง เล่นของสูงได้ เพราะความต้องการของมนุษย์ในแต่ละสถานการณ์และเวลาแตกต่างกัน (วันนี้เหนื่อยและขี้เกียจคิดมาก นอนกินมาม่า ดูละครน้ำเน่า…ไว้พรุ่งนี้วันหยุด ค่อยใส่ชุดหรู ไปดูโอเปร่า จบด้วยกินเป๊บเปอร์สเต๊กในภัตตาคารที่สุขุมวิท)

ที่น่าสนใจคือ ละคร melodrama มักมีความสัมพันธ์ กับสภาพสังคมในลักษระแปรผกผันตามกัน ละคร melodrama ของไทยมักพูดถึง ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม การกดขี่ทางชนชั้น การละเมิดสิทธิมนุษยชน (ปิ่นมุก อ้อยควั่น ดาวพระศุกร์ คือพรีเซ็นเตอร์ในกรณีนี้) อาจแสดงให้เห็นว่า ละคร melodrama เมื่อประสบความสำเร็จในที่ใด ยุคสมัยใด นั่นหมายถึง ละคร melodrama กำลังทำหน้าที่สะท้อนความเป็นจริงบางส่วนของสังคมนั้นๆ

แต่อย่างไรก็ดี มักมีผู้ตั้งคำถาม
“ละครน้ำเน่า” น่าจะมีหน้าที่รับผิดชอบสังคมได้บ้าง
(เวลาถูกถาม รู้สึกหวาดหวั่นทุกที คล้ายถูกยัดเยียดตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม…ทั้งที่ความสามารถและตำแหน่งการงานไปไม่ถึง)

ที่จริงแล้ว ศิลปะ วรรณกรรม และมหรสพ มักไม่ค่อยทำหน้าที่ชี้นำสังคม แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมมากกว่า โดยนัยยะ “ชี้นำ” และ “กระจกสะท้อน” เป็นคนละความหมาย

ความจริงคนทำงานโทรทัศน์ ไม่ได้ขาดความรับผิดชอบและเห็นแก่เรตติ้ง
คนทำงานโทรทัศน์จำต้องมีจรรยาบรรณ เช่นเดียวกับสื่ออื่น เพียงแต่มีกรอบในเชิงพาณิชย์สูงกว่าสื่ออื่นๆ

พวกเราทุกคนเห็นด้วยว่า การควบคุมสื่ออย่างโทรทัศน์ เป็นสิ่งที่ต้องเข้มงวด และสมควรทำ เราทุกคนจึงยินดีให้ความร่วมมืออยู่เสมอ
ท้ายที่สุดนี้ ลิเกคือความเป็นไทยฉันใด
ละครไทยก็เป็นของคนไทย ฉันนั้น

จากหนึ่งในผู้เขียนบทละคร (น้ำเน่า) ….
นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์



หมายเหตุ บทความนี้เคยลงในกระทู้พันทิพ ในหัวข้อเกี่ยวกับละครเรื่องปิ่นมุก ( อั้ม-ซี )




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 25 มกราคม 2553 23:48:55 น.
Counter : 1424 Pageviews.  

กระทู้พันทิพ : ทางผ่านกามเทพ 1



ข้อความทั้งหมดนี้
ถูกดึงมาจาก กระทู้ในพันทิพ ที่เขียนหลังการจบของละครทางผ่านกามเทพเกือบสองปี
บ่งบอกได้ถึง ความเป้นละครยอดนิยมและกระแสแอนดริวฟีเวอร์ ณ เวลานั้นได้เป็นอย่างดี
เลยเก็บเอามาไว้ให้อ่าน...เพื่อเป็นความทรงจำที่ดีของแฟนละครเรื่องนี้


กรณีศึกษาจาก...ทางผ่านกามเทพ
กระทู้นี้แตกประเด็นมาจาก
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A2575589/A2575589.html

ในกระทู้เดิม ดูเหมือนผมได้เขียนด่า "คนเขียนบท" ไว้ซะมากมาย....พอจะเข้าใจครับว่า ในกองถ่ายละครเรื่องๆหนึ่งคงไม่มีใครใหญ่กว่าเจ้าของหรือผู้จัดไปได้..ถัดมาก็น่าจะเป็นผู้กำกับ...ส่วนคนเขียนบทนั้นก็แค่ลูกมือเค้าเท่านั้น..ผู้จัดจะสั่งให้เขียนไปในแนวไหนก็ต้องตามนั้น...แต่ที่ผมด่าคนเขียนบทก็เพราะถือว่า "บท" คือหัวใจของภาพยนตร์หรือละครเรื่องหนึ่งๆ...ถ้าบทไม่ดีทุกอย่างก็จบ....
เลยไม่อยากเขียนโพสต์ให้มันเยิ่นเย้อครับ ละครบทแย่ก็โยนความผิดให้คนเขียนบทซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้เต็มๆไปเป็นด่านแรก...ส่วนใครจะโยนความผิดให้ใครต่อไป...ไม่ใช่ประเด็นครับ...เอาเป็นว่าละครไทยส่วนใหญ่ "บทแย่" แล้วกัน
แต่ต่อไปนี้จะขอว่าผู้จัดเลยแล้วกันในฐานะเจ้าของละคร..ซึ่งควรจะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในคุณภาพของละครเรื่องหนึ่งๆ
ผมว่าความคิดของผู้จัดละครไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยพัฒนานะครับ...ยึดติดอยู่กับสูตรเดิมๆ...พระเอก นางเอก เหล่านางอิจฉา แม่ผัว คนใช้ ฯลฯ ...คาแร็กเตอร์ของตัวละครเหล่านี้เกือบจะเหมือนกันทุกเรื่องครับ จะมีต่างกันบ้างในรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น........และที่ขาดไม่ได้เลยคือเหล่านางตัวร้าย ซึ่งผู้จัดละครส่วนใหญ่คงเห็นว่าเป็นสีสันเป็นตัวชูเรื่องเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้กับเรื่อง....แต่สำหรับผมหากไม่มีบทตัวละครพวกนี้ บางทีอาจทำให้ละครเรื่องนั้นๆดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้นก็ได้
อยากพูดถึงเรื่อง "ทางผ่านกามเทพ" เอาไว้เป็นข้อเปรียบเทียบกับละครไทยอื่นๆหลายๆเรื่อง
อาจพูดได้ว่า ทางผ่านกามเทพ เป็นละครเรื่องหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในวงการละครบ้านเรา...สำหรับผม ตอนเห็นตัวอย่างละครเรื่องนี้...ไม่เคยคิดดูครับ เพราะไม่ได้เป็นแฟนละครแอนดริว และกับ เจนี่ ผมก็เฉยๆ....แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบได้..มีโอกาสนั่งดูประมาณตอนที่สองที่สาม...หลังจากนั้นก็ต้องตามดูทุกเบรกทุกตอนแบบให้พลาดไม่ได้เลย...ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับละครไทยเรื่องอื่นๆ
จากความสำเร็จของละครเรื่องนี้...ถ้าหากผู้จัดละครเจ้าต่างๆรู้จักนำมาเป็นกรณีศึกษา รู้จักสังเกตกันซักนิด ก็น่าจะพอเห็นได้ว่า...ไอ้สูตรสำเร็จละครแบบที่ท่านคิดว่าคนดูชอบนั้น จริงๆแล้วยังมีแบบอื่นที่คนดูเค้าชอบมากกว่า...หรือเปล่า
เข้าเรื่องซักที
ทางผ่านกามเทพ...เป็นละครน้ำเน่าเรื่องนึงครับ...หากมองกันที่โครงเรื่อง...มีการแก้แค้นแบบจับนางเอกผิดตัวแล้วเอาไปกักขังไว้บนเกาะ..ซึ่งต่อมากลับกลายเป็นโอกาสให้พระเอกนางเอกได้เริ่มต้นเรียนรู้และศึกษาซึ่งกันและกัน....แค่เริ่มต้นก็เน่าซะแล้ว...แต่จุดแตกต่างเป็นอย่างมากจากละครเรื่องอื่นคือ ละครเรื่องนี้เน่าเฉพาะโครงครับ..เพื่อให้เป็นสีสันแก่เนื้อเรื่อง เพื่อให้เรื่องโดดเด่นแตกต่างจากชีวิตคนปกติธรรมดาทั่วไป.......แต่ถ้าดูลึกลงไปในรายละเอียดแล้ว เรื่องนี้ไม่มีอะไรเน่าเลย องค์ประกอบต่างๆในละครมีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก
เริ่มต้นที่นางร้ายของเรื่องที่อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวร้ายเพียงหนึ่งในสองตัวของเรื่อง(อีกตัวแสดงโดย วิธิต แลต แต่ไม่ใช่บทนำ).....พิมลพา พี่สาวแสนสวยของนางเอก...ผู้ทนงหลงตัวเองเป็นที่สุด เมื่อนางเอกที่เคยเป็นรองมาตลอดเริ่มจะมีทีท่าว่าจะได้ดีเกินหน้าเกินตา..ก็อิจฉาน้อง ทำทุกอย่างได้เพื่อทำลายน้องแท้ๆของตัวเอง
บทของพิมลพาเป็นบทนางร้ายที่สมจริงมากๆ..เป็นบทของตัวร้ายที่เราสามารถเห็นได้จริงๆในสังคม คนชั่วที่อยู่ภายใต้หน้ากากที่ดูดี ภายใต้กิริยามารยาทที่เป็นผู้ดีทุกกระเบียด....ไม่มีหรอกครับ..ออกมากรี๊ดเป็นคนบ้าเหมือนนางอิจฉาในละครหลายๆเรื่อง
บทพระเอก...ไตรภพ รูปหล่อพ่อรวย ลูกนักการเมืองชื่อดังเจ้าของบริษัทใหญ่โต อาจจะมีนิสัยแปลกๆห่ามๆอยู่บ้างแต่เป็นคนดี....คุณสมบัติแบบนี้ ถ้าเป็นในละครเรื่องอื่น รับรองว่าจะต้องมีสาวๆหรืออีกนัยหนึ่งก็คือนางตัวอิจฉามาตามกรี๊ด มาคอยตามเคลม..เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเรื่อง ไม่น้อยกว่า 3 คน รับรองตบกันสนั่น กรี๊ดใส่นางเอกแบบคนดูหูแทบเสื่อม........แต่ในละครเรื่องนี้..ไม่มีซักคนครับ..จริงๆมันก็น้อยจนน่าแปลกใจนะ....จะเห็นได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีบทนางอิจฉาเพื่อมาเพิ่มคุณค่าให้กับพระเอก..หรือเพื่อมาทำให้นางเอกแสดงความหึงเลย..หนังก็ดูสนุกได้
บทคนใช้....ในบ้านพระเอกหรือบ้านน้าสา...ไม่มีคนใช้ ทั้งๆที่บ้านก็ค่อนข้างใหญ่โต ในบ้านพ่อพระเอก..หลังมหึมา...เห็นคนใช้บ้างคนสองคน เดินไปเดินมา....ไม่มีบทพูด...ไม่เคยรู้ว่าเป็นใครชื่ออะไร เพราะฉนั้น..จากที่บอกมาก็ตัดไปได้เลยกับบทคนใช้นินทาเจ้านาย..ซึ่งละครบางเรื่องผู้จัดได้ทุ่มเทให้กับบทนี้ถึงเกือบครึ่งนึงของเวลาทั้งหมด..........สำหรับคนใช้ที่มีบทพูดก็คือคนใช้เพียงคนเดียวของบ้านนางเอก....อยากจะบอกว่านี่เป็นบทคนใช้ที่มีพฤติกรรมดูเหมือนคนใช้จริงๆมากกว่าในละครไทยทุกเรื่องที่ผมเคยดูมา
ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยอีกมากครับที่ทำให้ ทางผ่านกามเทพ เมื่อดูแล้วไม่น่าเบื่อน่ารำคาญเหมือนกับละครเรื่องอื่นหลายๆเรื่อง อย่างเช่น มุขเรื่องข่าวสังคมซุบซิบหรือข่าวหน้าหนึ่งก็ตาม...เราจะเห็นกันบ่อยมากๆในละครไทยทั่วๆไป พระเอกนางเอกทำอะไรนิดหน่อยก็ตกเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ซะแล้ว...บทแบบนี้..นัยว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวละครในเรื่อง "ไฮโซ" จริง...ก็เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวละครอีกล่ะครับ....ผมดูแล้วบางทีจะอ้วก....คนในบ้านตัวเอกเช้าขึ้นมาไม่ทำอะไร หยิบหนังสือพิมพ์ก่อนเลย...แล้วไม่สนเหตุการณ์บ้านเมืองใดๆทั้งสิ้น....พลิกไปหน้าข่าวสังคมซุบซิบทันที...แล้วก็จะรู้เรื่องราวของลูกสาวหรือลูกชายที่ตัวเองไม่เคยรู้จากหนังสือพิมพ์นั่นหละ...โอ้ย...ขำ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ...........แต่ในเรื่องทางผ่านกามเทพ.....ไม่มีบทแบบนี้เลยครับ ทั้งที่ตัวพระเอกเป็นหนุ่มโสดลูกเศรษฐีนักการเมืองชื่อดัง...น่าจะตกเป็นข่าวสังคมได้ไม่ยาก
อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือ ความมีกึ๋นของคนเขียนบทเรื่องนี้ที่สามารถสร้างสรรบทพูดที่คมคายและบางครั้งสอดใส่มุขตลกเข้าไปจนทำให้ผมปล่อยก๊ากออกมาได้อย่างที่ไม่เคยได้รับจากละครตลกแท้ๆบางเรื่องด้วยซ้ำ
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงพลังการแสดงของแอนดริวก็ได้....ทางผ่ามกามเทพยังมีดีที่บทครับ ที่เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของน้ำเน่ากับน้ำดี โครงเรื่องที่เกินจริงกับความเป็นธรรมชาติในรายละเอียดปลีกย่อย.... กลายเป็นละครที่ดูสนุกมากๆ และมีเสน่ห์อย่างเหลือเฟือ
ผู้จัดละครต่างๆที่ยังยึดติดอยู่กับสูตร(ไม่)สำเร็จ...ที่คุณคิดว่าคนดูชอบเป็นนักหนา....คุณทำละครให้ประสบความสำเร็จได้อย่าง "ทางผ่านกามเทพ" มั๊ยล่ะ

ปล. ทำไมเรื่องนี้ทางช่อง 3 ไม่คิดทำ VCD ออกมาขายล่ะ
ผมว่าน่าจะขายดีนะ......ที นิราศสองภพ ยังทำเป็น
VCD แล้วเลย
ปล.๒ ละครที่หลายๆคนบอกว่าเหมือนละครไทยนั้นคือ
ละครเม็กซิกันครับ มีฉายในฟรีทีวีช่องภาษา
สเปนในแคลิฟอร์เนียซึ่งมีเป็นสิบๆช่อง...เกือบทุก
เรื่องจะเหมือนกับละครน้ำเน่าบ้านของเรามาก
เหมือนมากอย่างกับโคลนกันมา......
จะเห็นได้ว่าทั้งสองประเทศมีระดับการ
พัฒนาพอๆกัน...จึงอาจกล่าวได้ว่า คุณภาพของ
ภาพยนตร์หรือละครเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงระดับการ
พัฒนาประเทศได้อย่างหนึ่ง


แก้ไขเมื่อ 11 ธ.ค. 46 13:12:53

แก้ไขเมื่อ 11 ธ.ค. 46 07:04:53

จากคุณ : กลิ่นหอมหวานรับประทานง่าย - [ 11 ธ.ค. 46 06:30:27 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

"""
แก้ไขเมื่อ 11 ธ.ค. 46 07:12:24

แก้ไขเมื่อ 11 ธ.ค. 46 06:51:24

จากคุณ : กลิ่นหอมหวานรับประทานง่าย - [ 11 ธ.ค. 46 06:49:20 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 2

ไอ้ตัวอิจฉาร้องกรี๊ดๆ คนใช้ซุบซิบกัน อะไรต่างๆเนี่ยมีบางเรื่องมันก็ได้ แต่ถ้ามีมากๆ มันจะซ้ำซากและน่าเบื่อนะ

จากคุณ : aoikotori - [ 11 ธ.ค. 46 09:32:01 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 3

ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ

จากคุณ : หมีพูห์สีฟ้า - [ 11 ธ.ค. 46 10:31:43 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 4

มีละครตั้งหลายเรื่องที่ไม่มีบทกรี้ดๆ แต่ก็เป็นละครที่ดี
ดังบ้าง ไม่ดังบ้างปนกันไป
น้ำพุ ไม่มีตัวกรี้ดกราด ดังพอประมาณ
อาญารัก ดังนะ ไม่มีเหมือนกัน
ละครเย็น ไอทีวี ไม่มีนะ ออกจะไม่มีคนดูเท่าไหร่ด้วย
เมืองดาหลา ไม่มี ไม่ดังเท่าไหร่
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เหมือนจะไม่มี ดูไม่บ่อย แต่ก็ดัง
เลือดขัตติยา ไม่มีนะ
ดงดอกเหมย ก็ไม่มีนะ ดังมาก
เหยี่ยวสาวมือใหม่ มีก็เล็กน้อยมาก ดังพอประมาณ
วิมานดิน ไม่มี ดังมาก
สำหรับละครปีนี้ จำได้เท่านี้แหละ
ส่วนใหญ่ เรามักจะหานิยายเช่าอ่าน แล้วก็ดูละครไปด้วย
เราว่าละครปัจจุบัน ทำได้ดีกว่าบทประพันธ์ซะอีก
คุณลองไปอ่านนิยายของนักเขียนที่ฮิตๆมาทำละครอย่าง
โสภี อาริตา ชลาลัย เพชรน้ำค้าง ฯลฯ น่าเบื่อมาก แย่กว่าละครอีก
ยกเว้นนักเขียนชั้นครูอย่าง ทมยันตรี ว.วินิจฉัยกุล นะ
หรือรองๆลงมาอย่าง กิ่งฉัตร ปิยะพร ดวงใจ โบตั๋น ฯลฯ
เราว่าคุณวิจารณ์ เป็นค่ายๆละคร ดีกว่ามั้ย
หรือเจ้าของบทประพันธ์ เขาใส่ตัวละครเหล่านี้มาในบทประพันธ์เขาหรือเปล่า
ถ้าเขามี แล้วละครไม่มีตัวนี้ ซึ่งมันก็มักจะเป็นตัวรองของเรื่อง แล้วละครเรื่องนี้ มันจะเป็นเรื่องนี้ไปได้มั้ย
การที่ละครไทยเดือนๆนึง ผลิตกันกี่เรื่อง
ช่อง 3 ละครเย็น 2 เรื่อง หลังข่าว 3 เรื่อง เสาร์อาทิตกลางวัน 2 เรื่อง เย็น 1 เรื่อง รวม 7-9 เรื่อง
ช่อง 7 ก็พอๆกัน
ช่อง 9 ช่อง 5 เรื่องเดียว
ไอทีวี 2 เรื่อง
สรุปว่าเดือนๆ นึงมีละครต้องออกอากาศเดือนนึง 20 เรื่อง
คุณจะหาบทประพันธ์ ชั้นดีขนาดไหนมาสร้างทัน

จากคุณ : ตะขบ - [ 11 ธ.ค. 46 11:24:59 A:203.155.57.5 X: ]






ความคิดเห็นที่ 5

เจ้าของทู้ วิเคราะห์ได้ตรงใจมาก

จากคุณ : เห็นด้วย 100 % - [ 11 ธ.ค. 46 13:23:02 A:202.57.171.67 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 6

อ๋อ...เข้าใจแล้วค่ะ
ดีค่ะ...ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา
อยากให้คนเข้ามาอ่านกระทู้นี้เยอะๆ
เพราะมีละครอยู่หลายค่ายที่เราชอบ
เค้าพยายามผลิตงานคุณภาพ
ผู้จัด ผู้กำกับ คนเขียนบท ตลอดจนทีมงาน
ได้เข้ามาอ่าน..คงดีใจ
และมีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป

จากคุณ : Triple P (วินนี่ เดอะ พูห์) - [ 11 ธ.ค. 46 16:35:08 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 7

อย่าทำร้ายคนที่เรารัก---บทส่งท้ายทางผ่านกามเทพ

ในช่วงเกือบสองเดือนที่ผ่านมานี้ มีใครเป็นอย่างนี้บ้างมั้ยคะ เฝ้ารอคืนวันจันทร์อังคารอย่างใจจดใจจ่อ ติดตามลุ้นกับละครทางผ่านกามเทพ ทางช่อง 3 ถ้าคืนไหนฝนตกหนัก มีอาการคุ้มคลั่งค่ะ อยากฟ้องร้องบริษัท UBC เจ้าของโทรทัศน์ระบบ dstv โทษฐานที่รับสัญญาณ “คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง 3 ไม่ได้ ”
ละครจบไปแล้วก็ยังใจหาย คิดถึง อยากนั่งจ้องจอเหมือนเดิม เลยอยากเขียนถึงทางผ่านฯเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า นักแสดงนำกับบทละคร เป็นจุดแข็งที่สุดของละครเรื่องนี้ พล็อตเรื่องเนี่ยบอกตามตรงว่าไม่ชอบมากๆเลย ประเภทจับตัวไปล้างแค้น บังคับให้แต่งงานอย่างไม่เต็มใจ แถมใช้กำลังกับนางเอกอีก พ.ศ. 2000 แล้ว “Rape is a crime not the act of love” นะคะ
แต่คนดูก็ยังรักไตรภพใช่มั้ยคะ ต้องยกความดีให้คนเขียนบทและนักแสคงค่ะ dialogue มีความเป็นธรรมชาติสูง มีเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวละคร ชอบมากตอนที่ไตรภพเขียนการ์ดให้ภัทรลดา บอกว่าตัวเองเป็นคนจำพวกชอบทำร้ายคนที่ตัวเองรักที่สุดเสมอ
ซึ้งจังค่ะ
นอกจากนี้ยังจับเอาประเด็นปัญหาครอบครัวมาเล่น ขอปรบมือว่าทำได้แนบเนียนมากค่ะ โดยเฉพาะตอนน้องลูกเกดอาละวาดทุ่มแจกัน เด็กแถวบ้านเวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน ก็ทำแบบนี้จริงๆค่ะ พ่อลูกที่จริงๆก็รักกันแต่ไม่ค่อยพูดกันดีๆ ครอบครัวไทยฟอร์มจัดอย่างเรา ก็เห็นกันเป็นประจำ
แอนดริว เกร็กสัน เป็นไตรภพ ได้ลงตัวมากที่สุด ภาษาบอล(หรือเปล่า)ต้องบอกว่า”พลิ้ว”มาก ไม่เคยหลุด Character ไตรภพเลย เวลาปากร้ายก็ด่าซะกระจาย เวลาดีๆก็ไม่เชิงเปลี่ยนเป็นผู้ชายปากหวาน ยังคงความกวนไว้อย่างสม่ำเสมอ สังเกตคูคนที่นิสัยแบบนี้(ปากร้ายใจดี) ยากค่ะที่จะสุภาพ ต้องกวนๆยวนๆอย่างนี้ทุกราย
สองฉากร้องไห้อันลือลั่น (ตอนที่ดีกับพ่อและตอนจำใจหย่ากับนางเอก) ก็สะท้อนอีกว่าคนแบบนี้ที่จริงใจอ่อน ใครว่าผู้ชายร้องไห้ไม่เป็น ไม่จริงค่ะ มีการตะโกนด่านางเอก “ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย อยากไปก็ไปเลย ผู้หญิงใจร้าย” เนี่ยไตรภพชัดๆ จริงๆน่ะอยากรั้งไว้ แต่ไม่รู้ควรทำยังไง เลยต้องแสดงออกแบบนี้ สงสัยจังเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นไม่ใช่แอนดริวจะเล่นได้”ลึก”ขนาดนี้หรือเปล่า
สำหรับ เจนี่ แสดงได้ดีขึ้นมาก ยิ่งช่วงหลังเล่นนิ่งขึ้นเยอะ เชื่อเหลือเกินว่าหลังจากเรื่องนี้เจนี่เกิดเต็มตัว ถ้าอยากมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด เจนี่ต้องรับบทให้หลากหลายขึ้นนะคะ บทผู้หญิงแสนดีอย่างภัทรลดายังไม่มีพลังพอทีจะโดดเด่นด้วยตัวเองหากขาดบทพระเอกแบบไตรภพ ถ้าพระเอกเป็น “พี่ทร” หลับดีกว่าค่ะ นักแสดงสนับสนุนคนอื่นๆทำหน้าที่ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น คุณ อรรณพ อาทร(ตอนหลังดิฉันเริ่มเบื่อเพราะพี่แกพาตัวเองมาเกี่ยวทุกสถานการณ์) คุณ แดง ธัญญา ก็เป็นอีกคนที่ตอนหลังเรียกความประทับใจจากประโยคสั้นๆอย่าง “ ฉันเป็นคนให้ชีวิตเค้า ทำไมแค่นี้ฉันจะทำไม่ได้ “
ไม่มีทางผ่านแล้ว หลายคนยัง “อิน” กันอยู่ใช่มั้ยคะ ตัวเองกับน้องก็ปลื้มแอนดริวจนออกนอกหน้า อยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเค้าไปหมด มีแฟนหรือยัง อะไรแบบนี้ แต่เท่าที่อ่านบทสัมภาษณ์และความคิดเห็นของแฟนๆ รวมทั้งบทความจากสื่อต่างๆที่เกี่ยวกับเขา ก็เกิดความคิดที่ว่า “เอ๊ะ หรือว่าเรากำลังทำร้ายคนที่เรารักอยู่หรือเปล่านะ”
แอนดริวเห็นได้ชัดว่าเป็นคนตั้งใจทำงานมาก ชื่อเสียงในวันนี้มาจากฝีมือการแสคงล้วนๆ และคงไม่ชอบเป็นข่าว ทุกคนก็คงอยากมีชีวิตส่วนตัวนะคะ ทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 13 ปัจจุบันอายุ 23 10 ปีที่ผ่านมาคงได้รู้และเห็นอะไรมามาก Pressure ของการเป็นคนดังคงมีไม่ใช่น้อย ดิฉันคิดว่าการรักษาระยะห่างตัวเองกับคนรอบข้าง เป็นเรื่องจำเป็นและต้องทำอย่างมากค่ะ
นาทีนี้แอนคริว hot สุดๆ ทุกข่าวเกี่ยวกับเขาน่าจะขายได้ แฟนๆก็อยากรู้แต่ข่าวมีน้อยมาก นักข่าวก็ต้องพยามขุดคุ้ย เขียนเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง น่าเศร้านะคะไม่ว่าใครก็ต้องเสียใจกับเรื่องที่ไม่จริง เรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำ เอาเป็นว่าเราขอบคุณแอนดริวที่ให้ความสุขกับเราทางจอโทรทัศน์ (เรายิ้มเมื่อคูทางผ่านฯ) โดยการสนับสนุนงานของเขา มองเขาเป็นคนธรรมดา เป็นเพื่อนไม่ใช่ Idol หรือ Object of our affection ให้เขามีชีวิตส่วนตัวอย่างที่เขาอยากจะเป็น (รู้ค่ะว่าทำยาก) แอนคริวจะได้อยู่กับวงการบันเทิงไทยไปนานๆ
อย่าทำร้ายแอนคริวที่เรารักเลยนะคะ


จากคุณ : เป็คพะโล้ - [3 ต.ค. 44 18:20:11]

เป็นกระทู้ที่ชื่นชมคนเขียนบทละครเรื่องนี้ ..ชอบมากเลยsave เก็บไว้ค่ะ.. และทราบมาว่าเรื่องนี้ใช้เวลาเขียนบทถึง 7 เดือน.. แต่ก็คุ้มค่าค่ะ เพราะดูละครแล้วลุ้นไปกับพระเอกและนางเอก เหมือนกับเค้ามีตัวตนจริง และไม่คิดเลยว่าจะติดละครเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ทำให้ต้องอัดละครไว้ดูถ้าไม่อยู่บ้าน ...ดีใจแทนคุณนันทวรรณคนเขียนบทละครเรื่องนี้ด้วยค่ะ ก็ขอให้กำลังใจคนเขียนบททุกคนให้สร้างผลงานดีๆต่อไป ทำงานดีย่อมมีคนเห็นแน่นอนค่ะ...

คิดถึงละครแบบนี้มากๆเลยค่ะ


จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 11 ธ.ค. 46 18:58:48 ]

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 8

ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วอ่ะ เพราะทุกอย่างอยู่ในข้อความคุณเจ้าของกระทู้หมด เห็นด้วยทุกประการ ชอบเรื่องนี้มาก ติดงอมเลย อยากให้มีค่ายผู้จัดไหนก็ได้ทำละครแนวนี้อีก อยากดู

จากคุณ : คุณไตรภพน่ารักสุดๆ - [ 11 ธ.ค. 46 22:20:42 A:169.210.28.254 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------


ความคิดเห็นที่ 9

เห็นด้วยทุกประการค่ะ..เรื่มดูละครไทยอย่างจริงจังก็เพราะทางผ่านกามเทพนี่แหละช่างลงตัวไปทุกอย่าง แทบจะไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย...ตอนดูยังคิดเลยว่าทำไมไม่มีสาวๆมารุมรักคุณไตรภพ แล้วก็ไม่มีบ่าวมาให้พระเอกจอมหงุดหงิดระบายอารมณ์..
.ที่สำคัญผ่านมา 2 ปีแล้วยังจำคำพูดเด็ดๆในเรื่องได้เช่นตอนที่พระเอกวิวาทกับลูกค้าญี่ปุ่นจนต้องขึ้นโรงพักก็เลยโดนนางเอกหยิกเอาว่า " พวกที่ใช้กำล้งแก้ปํญหา แสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยมีปํญญานักหรอกค่ะ " ทั้งนี้ก็เพราะการเขียนบทให้ตัวละครพูดอย่างเป็นธรรมชาติมากๆนั่นเอง
....อีกอย่างดูละครเรื่องนี้แล้วยิ่งเป็นเรื่องแรกด้วย เหมือนกับเป็นการตั้งแง่ไว้เลยว่าละครเรื่องต่อๆไปที่ดูก็จะต้องมีมาตรฐานประมาณนี้นะ....ผลก็เลยหาดูละครถูกใจไม่ค่อยจะได้เลยยย

จากคุณ : Morning glory - [ 11 ธ.ค. 46 22:56:27 A:203.107.159.6 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 10

คุณความคิดเห็นที่ 7 คะ
ทางผ่านกามเทพฯ เขียนโดยทีมเขียนบทของคุณละลิตา
ฉันทศาสตร์โกศลนะคะ มีลูกทีมที่เขียนเรื่องนี้คือ คุณธนินทร อุชุภาพ และคุณผู้ชายอีกคนที่ดิฉันไม่รู้จักชื่อจริงน่ะค่ะ แต่คิดว่าเค้าไม่ได้ชื่อนันทวรรณแน่ ๆ..
อ้อ..แล้วเหยี่ยวสาวฯ ที่ถูกพูดถึง ก็เขียนโดยทีมของคุณละลิตาเหมือนกัน..โดยมีคุณธนินทร เขียนด้วย..และเรื่องใหม่ของทีมนี้..ใช้เวลาเขียนกว่าสิบเดือน..ชื่อเสน่ห์รัก นางซินฯ ลองติดตามกันนะคะ ดูว่าจะเป็นยังไง..

จากคุณ : มนุษย์ไฟฟ้า@สีชมพู - [ 11 ธ.ค. 46 23:32:45 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 11

wher can i buy the vcd?
thanks

จากคุณ : tomoko - [ 11 ธ.ค. 46 23:39:45 ]

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 12

เห็นด้วยทุกประการ ชอบละครเรื่องนี้มาก ตั้งเเต่ดูละครน้ำเน่ามา เรื่องนี้เข้าท่าที่สุด ดูเเล้วไม่เซ็ง
ทำไมดาราวีดีโอ ดีด้า ไม่ดูเป็นตัวอย่างบ้าง

จากคุณ : งงง - [ 11 ธ.ค. 46 23:47:07 A:202.29.28.8 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 13

ขออภัยด้วยค่ะ ที่ไม่ได้เอ่ยถึงทั้งทีมทราบมาเหมือนกันว่าเป็นทีมคุณลลิตา แต่คุณนันทวรรณเป็นผู้ร่วมเขียนบทด้วยทราบจากละครที่ออกอากาศประกาศชื่อไว้ และคุณนันทวรรณได้เข้ามาร่วมแสดงความเห็นในบอร์ดแอนดริว&เจนนี่ ในเรื่องละครเกี่ยวกับฉากจบในละคร ความรักระหว่างไตรภพกับภัทรดา ร่วมกับแฟนละครทางผ่านกามเทพค่ะ

พอดีไปเจอมาว่าคุณนันทวรรณ เคยตอบในกระทู้pantip ด้วยค่ะ

*ข้อเขียนของคุณนันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ (หนึ่งในทีมเขียนบทโทรทัศน์'ทางผ่านกามเทพ')*
ในฐานะของหนึ่งในผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ (มีกันสามคน ละลิตา รัชนี นันทวรรณ) ขอขอบคุณจริงๆสำหรับผู้ตั้งกระทู้ และคำชมจากทุกๆคนในทุกๆที่ ค่อนข้างเป็นกำลังใจมหาศาลสำหรับคนทำงานเบื้องหลังของเบื้องหลังอีกทีอย่างพวกเรา

ช่วงที่ละครออกใหม่ๆ หลายๆเสียงยกให้ละครเรื่องนี้เป็นละครน้ำเน่า ซึ่งละครเรื่องนี้ก็เป็นละครตามสูตรจริงๆ ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไร คงต้องบอกว่ารู้สึกเฉยๆ เพราะทีมของเราเป็นทีมเขียนบทละครน้ำเน่ากันมานานหลายปีแล้ว โดนด่ามาแล้วทุกรูปแบบและทุกสื่อ (โดนอย่างรุนแรงทุกสารทิศ คือสามีตีตรา )

และเกือบจะเป็นทีมที่ทำงานมานานแต่ไม่ค่อยจะได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลในที่ใดเลย น่าจะเป็นเพราะไม่มีความสง่างามในแง่การนำเสนอสาระเพื่อสังคม

เคยถามตัวเองเหมือนกัน ว่า รางวัลของพวกเราคืออะไร ก็ได้คำตอบว่า รางวัลของเรามาจากเสียงเล็กๆ ที่เอ่ยชมสอดแทรกมาตามสื่อ อย่างในอินเตอร์เน็ต และในที่ต่างๆ

และเสียงที่ทำให้มีความสุข ก็คงจะเป็นแค่เสียงบอกเล่า ว่ามีความสุขที่ได้ดูทีวีหลังวันอันเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ร่วมกับครอบครัว รู้สึกดีที่ได้ร้องไห้ให้กับตัวละคร และหากจะมีความสุขไปมากกว่านั้นก็คือเสียงที่ถกเถียงถึงการ กระทำของตัวละครต่างๆ ว่าถ้าเป็นภัทรจะรักไตรภพไหม ,ผู้ชายอย่างไตรภพกับภาดล คุณจะเลือกใคร เพราะวัตถุประสงค์แท้จริงของการดูละครในแนวนี้ คือให้ย้อนคิดและให้ย้อนดูตัวเอง กับเพื่อความบันเทิง

มีหลายคนที่ชอบตั้งคำถามกับละครน้ำเน่า ว่าทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา โดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่า ศิลปะจะเป็นกระจก สะท้อนสังคมในแต่ละยุคสมัยด้วยตัวของมันเอง ละครน้ำเน่าไม่ได้เกิดจากความตั้งใจดูถูกคนดูของผู้ผลิต แต่ละครน้ำเน่ามาจากรากฐานของนวนิยายไทย ที่มีคตินิยมอันเป็นลักษณะจำเพาะ เช่น การติดเกาะ การปลอมตัว การเป็นคนรวยตลอดเวลา คตินิยมเหล่านี้จะคลี่คลายไปตามสังคม เหมือนแฟชั่น ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความต้องการของสังคม

ละครเรื่องทางผ่านกามเทพ ประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่การติดเกาะ หรือการบังคับเป็นเมียบำเรอ แต่ที่สำคัญจริงๆคือ เราได้เห็นตัวละครที่มีอยู่จริงในสังคมขณะนี้ ผู้หญิงที่แต่งงานเพราะสนใจแต่เปลือกนอก อย่างพิมลภา ผู้ชายที่เคยพบจุดสูงสุดและต่ำสุดอย่างอรรณพ ผู้หญิงดีๆที่เจ้าทิฐิ อย่างภัทรลดา และที่สำคัญ อันเป็นแก่นของเรื่อง คือผู้ชายที่มีปัญหากับการบอกรักคนในครอบครัวของตัวเองอย่างไตรภพ

ปัญหาการจัดการความรักไม่เป็น การมองโลกในแง่ร้าย การยึดมั่นถือมั่น การเอาแต่อารมณ์และทิฐิ ของตัวละครน้ำเน่าอย่างไตรภพ เป็นเสียงเล็กๆ ที่บ่งบอกปัญหาของคนในสังคมนี้ และของคนในโลกยุคสงคราม( กับผู้ก่อการร้าย) อย่างปัจจุบัน (เชื่อเถอะว่าปัญหาหลายอย่างไตรภพมี ก็เป็นปัญหาเดียวกับที่คนอย่าง บิน ลาเดนมีเช่นกัน เพียงแต่ไตรภพเลือกจับตัวนางเอกแบบน้ำเน่าๆ แต่บินลาเด็น เลือกก่อการร้าย )

บางทีจึงอยากให้คนไทย เปิดใจให้กว้าง กับความเป็นละครไทย นวนิยายไทย ลิเกไทย ลูกทุ่งไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนหนังฮอลลีวู้ด หรือละครในประเทศไหนๆ เราไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปเหมือนใครก็ได้ หากมหรสพเหล่านั้น ให้บางสิ่งบางอย่างที่ผู้ดูจับต้องได้ รู้สึกได้ และเอาไปคิดต่อได้

ยังอยากจะบอกอยู่เสมอว่า พวกเราไม่ใช่ทุกคนที่เอาแต่ความบันเทิงไม่สนใจสังคม เพียงแต่เราทุกคนต่างมีหน้าที่ คนละอย่างในสังคม คนที่ทำหน้าที่รายงานข่าว มีหน้าที่บอกความจริง ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมา คนที่ทำหน้าที่ทำสารคดี มีหน้าที่บอกความคิด ด้วยวิธีที่ละเมียดละไม และคนที่ทำละคร คือผู้มีหน้าที่ ให้ความบันเทิง บนพื้นฐานของความจริงและความคิด แต่โดยวิธีอ้อมๆเท่านั้น

นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
[ คุณนันทวรรณ ได้เขียนตอบกระทู้ที่บอร์ดพันธ์ทิพย์ค่ะ ]


จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 12 ธ.ค. 46 00:39:14 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 14

เป็นละครที่เราชอบทุกอย่างในเรื่องนี้ .. และเป็นเรื่องเดียวที่แทบจะไปเล่นแทนเจนี่ได้เลย เพราะดูจนท่องบทได้เยอะมากๆ แฮ่ะๆๆ

จากคุณ : SeptemberJN - [ 12 ธ.ค. 46 03:53:38 ]

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 15

โดยส่วนตัวชอบตบจูบ มันสะใจดี
เห็นด้วยว่าบท คือหัวใจสำคัญ ละครเรื่องนี้สนุกด้วยบทที่กระชับ บทสนทนา เลือกนักแสดงที่เหมาะสม เจนี่ดูเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เป็นผู้ถูกกระทำที่ทำให้คนดูสงสาร แอนดริว เป็นขึ้โมโห บ้าบิ่น ซึ่งเค้าก็เล่นได้ดี
ที่จริง นอกจากนักแสดงนำ และบทแล้วยังมีอีกหลายองค์ประกอบ เช่น ผู้กำกับ หมายถึงการตีภาพจากภาษาตัวหนังสือให้เป็นภาพของจินตนาการแล้วกลายเป็นภาพการแสดงให้เราดู หลายครั้งที่เราลงสัยว่านักแสดงเล่นแข็งไม่ดีเลย ไม่ใ(ช่เรื่องนี้นะ)แต่จะโทษนักแสดงฝ่ายเดียวไม่ได้เพราะผู้กับกำไม่เคี่ยวเอง เสื้อผ้ากับฉาก เพลงประกอบละครก็สำคัญ ที่สำคัญเราเกลียดละครที่เอาตลกมาเล่นจนหูจะแตก ขอบอกผู้จัดไว้นิดหนึ่งว่าถ้าอยากดูตลกไปดูก่อนบ่ายคลายเครียดก็ได้ไม่ต้องเอามาใส่ไว้ในละครมันทำให้ละครเสียเรื่องไปเลย
สรุปว่าเรื่องนีกสนุกดี
แต่ขอติงนิดหนึ่งนะ บทเลิฟซีนขัดหูขัดตามาก ใช้มุมกล้องบัง คือเราชอบแบบถ้าจูบคือจูบจริง

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดูสนุกแบบนี้


จากคุณ : ครีม - [ 12 ธ.ค. 46 07:48:52 A:203.194.11.245 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 16

เป็นละครไทย ที่ชอบมาก และมากๆๆๆ จำได้แทบทุกบทเพราะดูบ่อยมากๆ
ชอบการแสดง และที่สำคัญ ทีมงานของละครเรื่องนี้ ทำได้ดี และ สมเหตุสมผล การเขียนบทละคร สามารถทำให้เราคล้ายเข้าไปดู ชีวิตจริงๆของไตรภพ ภัทรลดา และ ครอบครัวทั้งคู่
อยากจะขอ หยิบยก ความเห็น ที่คนเขียนบท ได้มาบอกเล่าให้อ่านกัน จาก //www.geocities.com/operation_andrew
เมื่อปีที่ผ่านมาค่ะ
....ตอนที่เขียนตอนอวสานนั้น จะว่ายากก็ยาก...จะว่าง่ายก็ง่าย ที่ยากเพราะหนังรักเนี่ยมีตอนจบอยู่ไม่กี่แบบ ไม่ที่สนามบินก็ที่รถไฟ รถตู้ ท่าเรือ ... อันนี้แบบหนังฝรั่งนะ ถ้าเป็นหนังไทย ก็ต้องป่วย เกือบตาย ในหนังสือเป็นอย่างนั้นเหมือนกันเพราะ อย่างที่บอกเป็นขนบในยุคก่อนหน้านี้ ราว ยี่สิบสามสิบปี นิยายเล่มนี้ก็อยู่ในราวนั้น คุณกรุง ญ ฉัตรก็เลยเลือกทำตามแบบนั้น...แต่พอมายุคสองพัน พี่ก็ไม่อยากเขียนแล้ว ที่จริงก็เขียนแบบนี้มาหลายเรื่องแล้ว เกือบทุกเรื่องนั่นล่ะ ยอดชีวันก็ใช่ โอ๊ยหลายเรื่อง เขียนเองก็เบื่อเอง บอกแล้วมันเป็นขนบ คนเขียนบทน้ำเน่าก็มีเบื่อความน้ำเน่ากันบ้างสิ... มาเรื่องนี้เลยไม่เอาแบบหนังสือ ...อยากลองของใหม่ พออยากจะใช้วิธีจบอย่างฝรั่ง พี่ก็ปรึกษากับคุณรัชนี (คนเขียนบทอีกคน) เขียนไปเรื่อย พอมาตอนนี้ชักง่ายแฮะ เพราะ ผีคุณไตรภพและภัทรลดาเข้าทรง เขียนได้รู้สึกว่าไม่ยากเลย คงเป็นพราะคาแรกเตอร์ของไตรภพและภัทรลดา อยู่ตัวแล้ว เขาเป็นคนจริงๆแล้ว... เล่าเรื่องคนจริงๆ ยังไงก็สนุก คนที่อยู่ในทีมเดียวกัน พอมาอ่านก็รู้สึกว่า...ใช่ พี่ดาและผู้กำกับก็บอกเลยตั้งแต่อ่านดร้าฟแรกว่าใช่เลย พี่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ พวกเขาก็บอกว่าข้อความในการ์ดดี เอาไปให้คนแต่งเพลง ไกด์เขาได้เลย เพราะมันบอกเรื่องนี้ทั้งเรื่อง บอกหมดทุกอย่าง พี่ก็ยังเฉยๆ แบบว่าไม่ค่อยแน่ใจหรอก ตอนดูก็ยังไม่แน่ใจ พอตอนมาอ่านในพันธุ์ทิพย์ น้ำตาซึม มีคนถามไปมาเรื่องการ์ด จำได้แม่นยิ่งกว่าพี่เองอีก คือพี่จะจำไม่ได้ว่าทั้งหมดเป็นยังไง แต่จะจำได้ว่ามันตกไป มันไม่ครบอะไรทำนองนี้ พอได้ยินเสียงสะท้อนจากคนดู... ก็ตะลึงไปเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ตอนจบมีหลายเวอร์ชั่นนั้น มีเวอร์ชั่นหนึ่งที่ปรากฎในบท เป็นเวอร์ชั่นที่ภัทรลดา ขอสัญญาจากไตรภพ 2 ข้อว่าให้โกนตะไคร่น้ำออก (หนวด) และรับกลับบ้านเป็นภรรยาอย่างสมเกียรติ ไม่ใช่นางบำเรอ เวอร์ชั่นนี้คุณรัชนี ตัดตอนบทสนทนามาให้จากในนิยายเลย แบบว่า เราสองคนเห็นว่า มันเน่าของแท้ดีน่ะ ไตรภพบอกว่าจะทำก็ได้ แต่ต้องให้รางวัลก่อน แล้วชี้ที่แก้มตัวเอง ภัทรอายๆ เลยเอาจมูกไปชนแทน อะไรสักอย่างประมาณนี้ (งานเยอะเลยไม่มีเวลาไปค้นให้ แต่จะหาอ่านได้จากในหนังสือพิมพ์และเฉพาะกิจบางเล่ม) ที่เขาตัดออกไปในทีมงาน ก็เป็นที่ถกเถียงกันมากมาย ได้ข่าวว่าพี่ดาและพี่ละลิตา (คนเขียนบท หัวหน้าหน่วยของเราทั้งสองคน) ได้ไปดูถึงห้องตัดต่อ ว่าจะเอาแบบไหนดี แล้วก็มีการตัดส่วนนี้ออกไป เข้าใจว่าเพื่อความกระชับเพราะพี่ดาอยากให้มีภาพความสุขความทุกข์ของคนคู่นี้ เข้ามาด้วย จะให้อารมณ์ที่สมบูรณ์กว่า ทั้งหมดนี้เป็นเกร็ดเล็กน้อยของตอนอวสาน
...จาก : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - 16/04/2002 22:32


จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:46:49 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 17

ยาวไปหน่อย แต่ว่า อ่านทีไรไม่เบื่อเลย
และนี่เป็นตอนที่ คนเขียนบท เอ่ยถึง ความรัก ของ คนทั้งคู่(คุณไตรภพ และ ภัทรลดา)....
.............เอาเรื่องภัทรลดาก่อนนะว่ารักกันตอนไหน... ตามบทประพันธ์เดิมนั้น ตัวละครภัทรลดา จะเป็นตัวละครที่น่ารักมาก พี่ลอกของเขามาเลย แทบจะร้อยเปอร์เซนต์ ไม่เหมือนตัวไตรภพ ซึ่งจะเล่าต่อไป ..... ที่เปรียบเทียบเรื่องน้ำก็ชัดเจน จนพี่ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม ฉากน้ำตกนั้น เพิ่มเติมมาก็เพื่อเหตุนี้ คือคนเรา ถ้าผ่านเหตุการณ์ เฉียดตายมาด้วยกัน ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่ช่วยชีวิตเราไว้ ทั้งที่ตัวเขาอาจจะเป็นอันตราย ก็ยังยอมเสี่ยง แบบนี้พี่ว่าเป็นใครก็เทใจไปกว่าครึ่งแล้ว อีกอย่างที่พี่ชอบมากในตัวละครไตรภพตั้งแต่เป็นบทประพันธ์เลย คือเป็นคนไม่เจ้าชู้แม้แต่น้อย อยู่เกาะเป็นเดือน เธอก็ไม่แกว่ง แสนสวยอย่างพิมลภามาให้ท่า เธอก็ไม่อ่อน เป็นคนชัดเจนมากในเรื่องผู้หญิง จะเห็นว่า เป็นคนรู้จักตัวเองมาก พอรักแรกพบปั๊บ เขาก็จะปักใจมั่นคงที่คนเดียวไปจนตลอด....(มีต่อ)


จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:49:42 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 18

ต่อนะคะ ...ยาวมาก...
....... ซึ่งถ้าเทียบกับภาดล ในวังวารี เขายังเป็นคนใจอ่อนกับผู้หญิงมากกว่า เพราะความเป็นคนจิตใจดี ทำให้มีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวพันในชีวิตมากมาย สิ่งเหล่านี้จะประจักษ์ชัดในความรู้สึกภัทรลดาตั้งแต่ที่เกาะแล้ว ถูกใส่กุญแจมือ นอนอยู่ด้วยกันหลายคืน ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เอาเปรียบ สามารถนอนได้เป็นปรกติ (ที่ไปแกล้งเขาเรื่องเสียงน้ำค้าง เป็นการทดสอบจิตใจนะ ไม่ได้เผื่อฟลุ้ค) แบบนี้สำหรับลูกผู้หญิงถือว่าจิตใจข้างในใช้ได้เลยนะ ส่วนเรื่องของท้องเสียนั้นบทประพันธ์ เขามีมาเลย ซึ่งน่ารักมาก ของเขาไม่ได้มีหนี้บุญคุณเรื่องตกน้ำตกด้วย เป็นเพราะจิตใจแสนดีของภัทรแท้ๆ....

จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:53:25 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 19

.......เลย มาถึงตอนจากกัน ในความรู้สึกพี่ พี่ว่าภัทรรู้สึกตอนนี้ล่ะ เอ ทำไมเราอาลัยอาวรณ์นักนะ คือเขาจะคุยกันในรถ ว่าเราต้องกลับสู่โลกความเป็นจริงแล้ว พี่ว่าเขาสองคนใจหายตอนนี้เอง และทุกอย่างจะมาชัดเจนมากขึ้น ในฉากที่เจอกันวันแรกที่โรงพยาบาล ที่กลับมาคิดถึงกันก่อนนอนอะไรสักอย่าง (เขียนเองนะ แต่เป็นคนจำรายละเอียดฉากไม่ได้ แต่จำความรู้สึกได้ ) พี่ว่านั่นน่ะ เป็นสิ่งที่คนชอบกัน พึงกระทำต่อกัน คือคิดถึงกัน...ก่อนนอน...นั่นเอง...หวานซะ.... แต่ปัญหาสำหรับภัทรคือ ทุกครั้งที่จะรักไตรภพ จะทำไม่ได้เต็มที่ มันมีอะไรที่ทำให้เราไม่แน่ใจตลอดเวลา อย่างตอนที่เจอกันที่โรงพยาบาล จะดีใจก็ไม่ได้ เพราะมีอารมณ์กลัวความลับถูกเปิดเผย เข้ามาแทนที่ ตอนมาทำงาน ไตรภพหึงชัดเจน ภัทรรู้แล้วล่ะว่า ไตรภพรู้สึกยังไง ก็ไม่ได้ตาบอดนี่นา ... แต่อยากจะดีใจก็ไม่ได้อีก เพราะพี่แกก็ใช้วิธีห่ามๆตลอด ต่อยกับคนอื่นบ้าง กวนอารมณ์บ้าง ขืนไปรักตอบ ก็เกรงไตรภพจะเหลิง แล้วความรักของสองคนนี้ มาพังทลายชัดเจน เมื่อมีเงินหายนั่นเอง ทั้งสองมีปัญหาเหมือนที่คู่รักทุกคู่มี คือ ความเชื่อใจ เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ธรรมชาติของตนจะถอยห่างกลับเข้าไปในที่ของตัว ในตู้ที่ปลอดภัยแล้วปิดกั้นตนเองออกจากความรัก คราวนี้ไม่ต้องถามกันล่ะ ตั้งหน้าตั้งตา ก่อสงครามเพื่อปกป้องตัวเองลูกเดียว ...(และแล้วก็มีเรื่องเขียนไปอีกหลายตอน...ฮูเร) เคยมีคนบอกว่า ช่วงหลัง ภัทรจะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ซึ่งก็จริงมาก จู่ๆคนใจอ่อนกลายเป็นเจ้าคิดเจ้าแค้นได้ เพราะมรสุมกระหน่ำขนาดนั้น ผู้หญิงเนี่ย ทนไม่ได้เลยนะเรื่องเป็นเมียจำเป็น ยิ่งจากคนที่ตัวเองรัก ยิ่งเจ็บ ยิ่งพยายามเท่าไหร่ เจ้าไตรภพก็ยิ่งถอยกลับเข้าตู้ พยายามเปิดตู้ เจ้าไตรภพก็ยิ่งเอาดาบออกมาแทงคนเปิด แบบนี้ล่ะก็หมดกัน... มันเลยทั้งน้อยใจ ทั้งเจ็บใจสารพัด ผู้ชายแบบเนี้ย ต่อให้เจอคนแสนดีอย่างภัทร ก็ยากจะเก็บรักไว้ได้ เขาเรียกว่าไตรภพเป็นคนขาดรักอย่างรุนแรง ขาดรักแล้วยังรักไม่เป็นอีกด้วย ซึ่งพี่เชื่อว่ามาจากแบ็คกราวน์ของเขา อย่าลืมว่าไตรภพ เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่โรงเรียนประจำ แล้วไปเรียนต่อเมืองนอกเลย เขาแทบจะไม่เคยได้รับความรักและเอาใจใส่จากครอบครัวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก็เลยมีผลให้เป็นคนเช่นนี้ จาก : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - 21/04/2002 04:02

จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:54:11 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 20

ต่อค่ะ......

…..ในส่วนของไตรภพ ที่เขาชอบภัทรตั้งแต่แรกพบก็มีเหตุผล ภัทรเป็นผู้หญิงที่มีพลังความรัก ความมีน้ำใจเปล่งออกมามากกว่าคนปรกติ ในขณะที่รถแท็กซี่ มีชายสองคนต่อยกันด้วยความหวาดระแวง รถอีกคันกลับมีแต่เสียงเพลงและคนขับอารมณ์สดใส ในขณะที่แท็กซี่ ไร้น้ำใจและคิดว่าเป็นโจรแต่ผู้หญิงคนนี้ พาไปตะลอนๆ หาหมอ และคอยดูแล โดยไม่หวังผลตอบแทน คนขาดรักพวกนี้เจอคนแบบนี้ พี่ว่าตาย ...ตายอยู่แทบเท้าเธอ...


จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:55:08 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 21

........... ตัวละคร ไตรภพนั้นมีการทำ คาแรกเตอร์ให้ชัดเจนขึ้นจากบทประพันธ์ จึงมีความแตกต่างอยู่บ้าง แต่เวลาที่เราทำ เราจะอาศัยโครงเดิมที่มีอยู่ บทประพันธ์เดิม ทำในยุคสมัยโน้น คนเขาไม่ต้องการเหตุผลมากหรอก ว่าทำไมถึงต้องลักพาตัวนางเอก แต่พอมายุคนี้ พวกเราจะต้องการตัวละครที่น่าเชื่อถือ จึงต้องมีการใส่เหตุผล ใส่พื้นเดิม ของตัวละคร พวกเราก็มาคิดกันว่าคนที่ลักพาตัวคนอื่น นี่มันบ้านะ มันแปลก มันต้องมีปัญหากับพ่อ มันถึงแก้แค้นแบบปรกติไม่ได้ เราก็เลยดีไซน์ ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้เพิ่มเติมลงไปจากในนิยาย ให้ปากเสียใส่กันตลอดเวลา พอจับคลิ้กตรงนี้ปั๊บ เอ ทุกอย่างมันลื่นแฮะ ตัวละครไตรภพ ดูเป็นคนแท้ๆขึ้นมาทันทีเชียว ... มันมีผลไปถึงความสัมพันธ์ของไตรภพกับคนอื่น โดยเฉพาะภัทรลดา อีแบบนี้ชัดเลย ไตรภพกับภัทรลดาจะมีปัญหากันที่ตรงไหนล่ะ ก็ต้องเป็นปัญหาเรื่องการบอกรักนั่นเอง เพราะไตรภพเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วนี่ ถ้ายิ่งมีปัญหาที่มาจากคนรอบข้าง ผสมลงไปด้วยล่ะก็ อุปสรรคความรักมากันเห็นๆ ........

จากคุณ : ่jay&duer - [ 12 ธ.ค. 46 23:57:17 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 22

ความลงตัวในเรื่องของตัวละครแบบนี้เอง จึงทำให้ ละครเรื่องนี้เป็นละครที่จับใจคนได้ พี่เชื่อนะ ยิ่งละคร ที่มันเป็นคนมากเท่าไหร่ สถานการณ์ที่มันจริงมากเท่าไหร่ ไม่มีทางซะล่ะ ที่คนดูจะไม่อิน เขาต้องมีอารมณ์ร่วมแน่นอน ...........จาก : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - 21/04/2002 04:48


ขอบคุณ พี่นันทวรรณ นะคะ ที่มาคุยกันไว้
(แแบว่า บ้าเรื่องนี้มาก อย่าว่ากัน 555)
อยากดูละคร แบบนี้อีกค่ะ

จากคุณ : ่jay&duer - [ 13 ธ.ค. 46 00:02:11 A:203.118.87.162 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 23

ตอนช่วงที่ละครฉาย คุณคนเขียนบทเข้มาในพันทิพด้วยค่ะ เรายังได้เมล์ไปคุยกับเธอเลย ชมเธอด้วย เพราะเราว่าบทเธอเจ๋งมาก โดยเฉพาะตอนจบที่ให้พระเอกนางเอกมาเริ่มใหม่ที่จุดเดิมที่เคยเจอกันครั้งแรกอีกครั้ง เหมือนย้อนเวลาให้มาเริ่มต้นกันใหม่น่ะ

จากคุณ : ฉันรักท้องฟ้าเวลาค่ำคืน - [ 13 ธ.ค. 46 06:03:43 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 24

ปล. คุณนันทวรรณเขียนบทเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะเธอมาพันทิพแล้วเราเมล์ไปคุยกะเธอ

จากคุณ : ฉันรักท้องฟ้าเวลาค่ำคืน - [ 13 ธ.ค. 46 06:10:56 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 25

มาขอโทษทุกคนค่ะ ที่มือไวและใจเร็วไปหน่อย ดิฉันกลับไปสืบมาแล้วว่าทีมของคุณละลิตาทีมนี้มีเป็นคุณนันทวรรณเป็นหนึ่งในทีมเขียนจริง ๆด้วย
ป.ล โดยมากแล้วทีมงานเขียนบทของคุณละลิตาทุกคนแหละค่ะเข้ามาห้องนี้ (รวมคุณละลิตาเองด้วย)

จากคุณ : มนุษย์ไฟฟ้า@สีชมพู - [ 13 ธ.ค. 46 15:40:18 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 26

เพราะกระทู้นี้ ทำให้ คิดถึง ทางผ่านกามเทพ จนต้องหยิบมาเปิดดู อีกเป็นรอบที่ ไม่สามารถ นับได้แล้ว

จากคุณ : ่jay&duer - [ 13 ธ.ค. 46 23:27:02 A:203.118.85.247 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 27

เหมือนกันเลยจ๊ะ ดูซ้ำเป็นรอบที่เท่าไหรไม่รู้ ...

เสียดายช่วงนั้นไม่ได้เข้ามาในพันธ์ทิพย์ อยากอ่านกระทู้เก่าๆเกี่ยวกับทางผ่านหน่ะ...คุณjay&duer มีบ้างหรือเปล่าค่ะ

จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 13 ธ.ค. 46 23:46:53 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 28

คุณ พี่ราศี พิจิก อิๆๆๆ......เอาอะไรคะ เดี๋ยวส่งไปให้ ไปถามที่บอร์ด andrewclub ก็ได้ค่ะ
กระทู้ในพันทิพย์ ไม่ค่อยมี แต่ว่า กระทู้ ในบอร์ดคุณยุ้ย มีเยอะค่ะ

จากคุณ : ่jay&duer - [ 14 ธ.ค. 46 00:05:46 A:210.86.198.153 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 29

อยากได้กระทู้ของ pantip ค่ะ เพราะไม่ได้เข้ามาช่วงนั้น บทส่งท้ายทางผ่านกามเทพ ก็ดูจากคลังกระทู้เก่า ส่วนความคิดเห็นของคุณนันทวรรณ เอามาจาก //www.geocities.com/operation_andrew เหมือนกันค่ะ

เรารู้แล้ว...คุณน้องJay&duer...อิอิ


จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 14 ธ.ค. 46 01:29:58 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 30

เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ที่ซู้ด....พูดตรงประเด็นและโดนใจดีจัง ขออนุญาตเจ้าของกระทู้คุยนอกเรื่องกับคุณ ราศีพิจิก หน่อยน่ะค่ะ อิอิ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเคยอ่านกระทู้เก่าๆเรื่องทางผ่านฯของพันธุ์ทิพย์น่ะ แบบยังงัยดี....คือ เคยเข้าไปเว็บบอร์ดดาราวีดีโอ ในหัวข้อ กระทู้สาระขันหลงทาง ที่ตั้งไว้โดยคุณ วัฏสีร์ ในนั้นมันจะมีลิงค์ให้อ่านคลังกระทู้เก่าๆของพันธุ์ทิพย์ ตั้งแต่ปี 42 ถ้าจำไม่ผิด เคยกดเข้าไปดู รู้สึกจะมีกระทู้ทางผ่านฯ , ลูกไม้ไกลต้นด้วย แต่นานหลายเดือนแล้วค่ะ หลังๆเคยเข้าไปกระทู้สาระขันหลงทางอีกแต่หาลิงค์นั้นไม่เจอแล้ว ไม่รู้หายไปไหน ใจจริงอยากอ่านอีกรอบเช่นกัน และอยากถามคุณวัฏสีร์จังเลยว่ามันหายไปไหน จะหาตัวคุณวัฏสีร์อย่างไรดี ไม่รู้พอจะให้คำตอบได้ปล่าว ลองตั้งกระทู้ใหม่ถามดีไหมค่ะ

จากคุณ : S@xicola - [ 14 ธ.ค. 46 23:35:13 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 31

คิดแบบคนตั้งกระทู้เลยค่ะ ตั้งแต่ดูเรื่องนี้เเล้วเบื่อละครหลายๆเรื่องที่บทซ้ำซาก นางร้ายปัญญาอ่อน
เเบบ เดิมพันวันวิวาห์ ขอโทษนะที่พาดพิง ดูครั้งเดียวเเล้วไม่ดูเลย เเต่ชอบลูกไม้ไกลต้นนะ ลองตรองดูสิคะ
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ดำเนินเเบบมีเหตุผลนะคะ

จากคุณ : เเก้ว - [ 15 ธ.ค. 46 23:56:35 A:202.29.28.8 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------
(มีต่อจ๊ะ)





 

Create Date : 06 ตุลาคม 2549    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2549 12:31:29 น.
Counter : 673 Pageviews.  

กระทู้พันทิพ : ทางผ่านกามเทพ 2

(ต่อ)

ความคิดเห็นที่ 32

ช่วงหลังๆนี้กระทู้เก่าๆหายหมดเลยค่ะคุณS@xicola ...ถ้าทำlinkก็ไม่น่าจะได้ ....ไม่เป็นไรค่ะ

ขอบคุณคนตั้งกระทู้ค่ะ ที่ทำให้คิดถึงทางผ่าน...เพราะทางผ่านกามเทพเป็นละครที่ทำให้เราหันมาเลือกดูละครอย่างพิถีพิถันมากขึ้น...

จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 16 ธ.ค. 46 06:47:45 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 33

กระทู้นี้ทำให้คนเขียนบทมีกำลังใจ โดยเฉพาะเรา...ไม่รู้จะเขียนออกมาเป็นคำพูดอย่างไร เวลาที่เราทำงานหนักเพื่อทำให้ละครน้ำเน่า...มีเงาจันทร์ซ่อนอยู่ แล้วจู่ๆก็มีคนมาเห็นจนได้ เฮ้อ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ

จากคุณ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - [ 16 ธ.ค. 46 18:09:32 A:210.86.194.152 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 34

ขอบคุณน้อง jay ที่อดทน post ข้อความเก่าๆของพี่ เมื่อสมัยเราคุยกันหนุกๆ เรื่องตัวละครทางผ่าน ในเวบแอนดริว สวัสดี "ฉันรักท้องฟ้า ฯ" และฝากทักทาย เพื่อนๆที่เว็บแอนดริวด้วย

ทุกครั้งที่มีกระทู้เรื่องทางผ่านจะมีแฟนๆทางผ่าน ทั้งที่เว็บแอนดริว (พวกแฟนพันธุ์แท้ ) และคนนอกเว็บ(แฟนเหนียวแน่น) มาคอยแก้ไขให้ทุกครั้งไป ซาบซึ้งๆ

เมื่อตอนแรกที่อ่านกระทู้เรื่องด่าคนเขียนบท แหะ...เปิดผ่านไปเลยแหล่ะ แบบว่าของมันโดนประจำอยู่แล้ว กลัวว่าอ่านแล้วจะไม่มีแรงเขียนงานต่อน่ะจ๊ะ

เพิ่งมาเห็นวันนี้ ว่ามันได้งอกออกมาเป็นแบบนี้ไปแล้ว ก็เลยอึ้งไป ที่แสดงความเห็นแก้ไขให้ เรื่องคนเขียนบทไม่ได้เป็นตัวการทำให้ละครเน่า ก็ถูกต้อง ทั้งที่พวกไม่เห็นด้วยบอกว่า คนเขียนบทนั่นล่ะสาเหตุ ก็ถูกต้องอีก ยิ่งที่บอกว่าคนดูต่างหากที่ผิด อันนี้ยิ่งถูกต้องที่สุด

ไม่รู้จะบอกว่ายังไง นอกจากบอกว่า พวกคุณเจอละครน้ำเน่าแค่หลังข่าว ยังเบื่อออกปานนี้ พวกเราที่เขียนเป็นอาชีพวันละสิบชั่วโมง เป็นสิบกว่าปีน่ะ นึกออกไหมว่าจะเบื่อขนาดไหน

นึกภาพดูเดะ...อ้วกแล้วอ้วกอีก นอกจมกองอ้วก ล้างแล้วล้างอีก.... หนีไปแล้วหนีไปอีก ก็หนีไปไม่พ้น เพราะมีข้อจำกัดมากมาย ....ใคร้ที่อยากเป็นคนเขียนบท ไปร่ำไปเรียนกันมาน่ะ พึงระลึกไว้เถอะ ว่าอาชีพเนี้ย กดดันขนาดไหน



จากคุณ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - [ 16 ธ.ค. 46 18:39:11 A:210.86.194.152 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 35

กดดันขนาดไหนก็ไปดูข้อจำกัดที่มีคนเขียนไว้ในกระทู้ก่อนของคุณ tawan ที่แยกไว้เป็นข้อๆนั่นล่ะ ทั้งหมดนั่นต้องแบกไว้....แบกๆๆ แล้วฮึด...สู้ต่อไป !?!

เอาน่าดูให้ดีๆ ละครเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแยะ รู้ไหม ขนาดดาราคนใช้เดี๋ยวนี้ตกงานแล้วนะจะบอกให้ เคยสังเกตไหมละครยุคหลังนี้ คนใช้น้อยลงแล้ว เสียงกรี๊ดน้อยลงแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงในงาน mass ที่สุด อย่างทีวีเนี่ย ช้ามาก ช้าที่สุดเลยล่ะ

ช้าขนาดไหนก็ให้ไปดูปากซอยบ้าน ยังขาย ข้าวมันไก่ บะหมี่หมูแดง เหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ระลึกไว้ว่า เมื่อไหร่เขาเลิกขายข้าวมันไก่ หันไปขายติ่มซำ เราค่อยหวังว่าละครจะไม่น้ำเน่า ...นี่คือสัจธรรมของ งาน mass งาน pop art

งานที่ต้องพึ่งมวลชนมากๆ พึ่งกลุ่มคนดู คนกิน ในกระแสหลัก การเปลี่ยนแปลงจะช้าที่สุด ไม่เหมือนหนังหรือละครเวที ที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า ง่ายกว่า แต่คุณต้องเสียเงินมากขึ้นนะ เหมือนจะไปกินติ่มซำ หมูเกาหลี ทีโบนเสต็ก พวกเนี้ย ต้องขับรถออกไป ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถ้าจะเอาเร็วเอาง่าย กดรีโมททีหนึ่ง 20 บาท แถมดูไปด้วยซักผ้าไปด้วย ด่าลูกไปด้วย ก็ต้องนี่เลย ... ละครหลังข่าว

ไม่รู้แก้ตัวมากไปหรือเปล่า ..ได้แต่บอกว่าน่านะ เอาใจช่วยกันนิด เข้าใจกันหน่อย ช่วยกันด่าก็ได้ แต่เชียร์ละครนิดนึง...นิดนึงก็ยังดี

อย่างน้อยดูละครไป กินข้าวมันไก่ไป เกาเหลาหมูแดงอีกนิด ...ไทยรวย ไทยเจริญทั้งน้าน

จากคุณ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ - [ 16 ธ.ค. 46 18:52:51 A:210.86.194.152 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 36

ดีใจค่ะ ที่พี่นันทวรรณ ไม่หายไปไหน คิดถึงพี่เสมอ ตอนเราคุยกันถึงเรื่องละครนี้ ถึงขั้นให้เค้ามีลูกมีเต้า ก็เพราะว่า เราอินในตัวละคร ที่กลายเป้น คล้ายบุคคลมีชีวิต ในโลกมนุษย์ ยิ่งตอนนี้เอามาดูอีกครั้ง ยิ่งเข้าใจมากขึ้น ถึงการกระทำ ที่บางอย่าง ตอนนั้นเราไม่เข้าใจตัวละคร
ทั้งนี้ ทั้งนั้น เพราะ บทละคร และองค์ประกอบอื่นๆ ทางผ่านกามเทพ เป็นเรื่องที่ บทละคร เด่นมากๆ จากเมื่อก่อน คนเขียนบท เหมือนอยู่หลังห้อง แล้วคนนั่งหน้าห้องตัวโตๆทั้งนั้น(นักแสดง ผกก) จนคนข้างหน้ามองไม่เห็นคนข้างหลัง แต่คนเขียนบทก้ยังคงทำหน้าที่ต่อไป
อย่างที่ว่า การเปลี่ยนแปลง ความคิด ความนิยมในการดูละคร ของคนไทย ยาก แต่ บางอย่าง ไม่เปลี่ยนเลย มันน่าเบื่อ
จนต้องหาทางหนีเบื่อโดนการบริโภค ของต่างชาติ นานๆๆๆๆๆๆ จะมีละครไทย ที่ทำให้ดูได้อีก(ตั้งแต่ทางผ่านกามเทพ ดูละครไทยไม่ค่อยสนุกค่ะ ไม่มีเรื่องไหน มีเหตุมีผลมากพอ)
อยากให้เสียงของคนดู ส่งถึง คนผลิตบ้าง ลองเปลี่ยนแปลงบ้าง แล้วสิ่งใหม่ๆจะได้เกิด

จากคุณ : ่jay&duer - [ 17 ธ.ค. 46 00:33:06 A:203.118.85.168 X: ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 37

ขอแยกประเด็นเพื่อจะได้อ่านความเห็นของผู้เขียนบทละครบ้างค่ะ...
กรณีศึกษาจาก...ทางผ่านกามเทพ (กระทู้แตกประเด็น) ...พร้อมความเห็นผู้เขียนบทละครค่ะ
ประเด็นนี้แตกไปยังกระทู้ A2585328

จากคุณ : ราศีพิจิก - [ 17 ธ.ค. 46 01:02:31 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 38

ชอบบทเรื่องนี้มากค่ะ ตอนที่งานประกาศรางวัล TOP AWARD ของทีวีพูล ยังเสียดายเลยว่า ทำไมบทละครเรื่องนี้ถึงไม่ได้รางวัล น่าจะได้จริงๆนะคะ เสียดายมากๆ

จากคุณ : แฟนทางผ่านฯ (vamos_juanqui) - [ 17 ธ.ค. 46 01:31:14 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 39

ชอบเจ้าของกระทู้ตรงที่ล๊อกอินด่าเหมือนผม คนที่ถูกด่าจะได้ตามตบถูกคน ไม่ชอบถอดผ้าด่า เพราะถือว่าไม่แฟร์กับคนที่โดนด่า

จากคุณ : armissara - [ 17 ธ.ค. 46 01:40:07 ]

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 40

ถึงทีมงานพี่ละลิตา นันทวรรณ รัชนี ..... ชอบบทละครของพี่มาก ตั้งแต่ทางผ่านกามเทพ ช็อปปิ้งปิ๊งรัก สามีตีตรา สายรุ้ง บังเกิดเกล้า หนี้รัก เหยี่ยวสาวมือใหม่ หนึ่งในดวงใจคือเธอ

แก้ไขเมื่อ 17 ธ.ค. 46 03:28:36

แก้ไขเมื่อ 17 ธ.ค. 46 03:26:19

จากคุณ : Zenithal - [ 17 ธ.ค. 46 03:25:22 ]




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2549    
Last Update : 6 ตุลาคม 2549 17:17:10 น.
Counter : 424 Pageviews.  


แม่มดมีฤทธิ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ (บ๊วย)
นักเขียนบทละครโทรทัศน์

เจ้าของบทประพันธ์...>>>>>
ทาสรัก สวรรค์สร้าง
เพลงรักข้ามภพ
สู่แสงตะวัน อธิษฐานรัก
ดั่งดวงตะวัน เพียงผืนฟ้า
กลิ่นแก้วกลางใจ เปลวไฟในฝัน

ผลงานเขียนบท...>>>>>
บ่วง ทวิภพ สาปภูษา
ดั่งดวงตะวัน กลิ่นแก้วกลางใจ
เปลวไฟในฝัน หัวใจช็อคโกแล็ต
คลื่นรักสีคราม เล่ห์รตี

ผลงานกับละลิตา ฉันทศาสตร์โกศล ...>>>>>
ทางผ่านกามเทพ สามีตีตรา สายรุ้ง
ยอดชีวัน สามี บังเกิดเกล้า
หนึ่งในดวงใจคือเธอ สี่ไม้คาน
เลื่อมสลับลาย พรหมไม่ได้ลิขิต
ก้านกฤษณา ปลาหนีน้ำ ฯลฯ

ผลงานกับ ช่างปั้นเรื่อง...>>>>>
รักในม่านเมฆ เพียงผืนฟ้า ปิ่นมุก พลิกดินสู่ดาว อุ่นไอรัก
เบญจาคีตาความรัก รุ่งทิพย์ ต่างฟ้าตะวันเดียว
ปิ่นไพร ฯลฯ




Friends' blogs
[Add แม่มดมีฤทธิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.