All Blog
เผด็จการทางสื่อ ไทยติดอันดับ ท๊อปเทน โลกซะแล้ว
ยุคเผด็จการทหารที่ยืนถือปืน พร้อมทั้งมีนายทหารใหญ่ระดับวีระบุรุษที่ค่อยเปร่งวาจาข่มขู่ ที่เขาคงคิดว่าพูดข่มขู่เฉพาะกับพวกผู้คนพวกหนึ่งที่เขาจงเกลียด

แต่เขาลืมไปว่าเขาพูดจาผ่านสื่อ การพูดจาข่มขู่ไปยังพวกหนึ่งที่เขาคิดว่าเป็นอำนาจเก่า (ซึ่งมีจำนวนเท่าไหร่ก็ไม่รู้)

มันดูเหมือนกลายเป็นพูดจาข่มขู่ประชาชนคนทั้งประเทศ อำนาจเก่าที่เขาพูดเขาหมายถึงใครที่ไหน เขาแบ่งแยกไว้อย่างไรคืออำนาจเก่า

คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐหารยึดอำนาจอธิปไตยของปวงชนและฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจเก่าด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งน่าจะใช่

การออกมาเรียกร้องต่างๆ ของฝ่ายยึดหลักประชาธิปไตยจึงถูกขัดขวาง และถูกใส่ไคร้ตลอดเวลา ว่าก่อความวุ่นวาย

ไม่วาจะเป็นคนที่มีประวัติการต่อสู้เรื่องประชาธิปไตยสำคัญๆ ที่ไม่มีอะไรแอบบแฝง อย่างนายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ นายแพทย์ เหวง โตจิราการ หรืออย่าง อาจารย์ ใจ อึ้งภากรณ์ ฯลฯ

การเคลื่อนไหวของบุคคลเหล่านี้ ไม่ค่อยถูกสื่อนำเสนอ สื่อไม่กล้านำเสนอ ทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสือโทรทัศน์ ยิ่งสื่อโทรทัศน์ยิ่งไม่มีโอกาสได้เห็น จะเห็นก็เพียงแต่ข่าวแว้บๆ

ไม่มีโอกาสที่จะได้มาออกแสดงความคิดความเห็นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทางสื่อโทรทัศน์

คนที่ออกสื่อโทรทัศน์ได้ ต้องออกความเห็นในทำนองสนับสนุนกลุ่มเผด็จการรัฐหารทั้งสิ้น

ก็ไม่เห็นมีองค์กรสื่ออะไรออกมาเรียกร้องแสดงให้เห็นถึงอิสระของสื่อควรจะมีเสรีอยู่พอสมควรบ้างในยุคนี้

รึว่าในยุคนี้ไม่มีการแทรกแซงสื่อ ไม่มีการขอร้อง ไม่มีคำสั่ง เป็นความพร้อมใจของสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโทรทัศน์ ที่เห็นดีเห็นชอบของการนำเสนอความคิดความเห็นอย่างเท่าเทียมของผู้คนที่มีความคิดแตกต่างกันแล้ว

สมาคมสื่อที่ว่าเป็นองค์กรที่จะปกป้องความเป็นอิสระของสื่อ ก็เห็นเงียบเชียบเป็นเป่าสาก

จนบัดนี้ สื่อไทย ถูกจัดว่า เป็นประเทศที่เป็นเผด็จการทางสื่อ อยู่ในอันดับ 10 ของโลกไปแล้ว ในจำนวน 192 ประเทศ แทนประเทศอิรักในยุก ซัดดัม

น่าภาคภูมิใจแท้ๆ






Create Date : 08 พฤษภาคม 2550
Last Update : 8 พฤษภาคม 2550 12:21:18 น.
Counter : 176 Pageviews.

1 comment
รัฐธรรมนูญ : มาตรา 299 ไม่ควรใส่เพื่อประจานความอัปยศของการฉีกรัฐธรรมนูญและปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชน
ยังคงต้องพูดเรื่องรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้ประชาชนชนแสดงความคิดความเห็น blog คงเป็นช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมคิดร่วมแสดงความเห็น

มาตรา 299 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของร่างรัฐธรรมนูญ และกำหนดให้มีการปกป้องคณะรัฐหารและองค์การต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง อันเกิดจากคำสั่งของคณะรัฐหาร ซึ่งมีข้อความว่า

"มาตรา 299 บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฏหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับการณ์ดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยด้วยรัฐธรรมนูญ"

ซึ่งรัฐธรรม ฉบับชั่วคราว 2549 ของ คณะรัฐหารกำหนดให้ ปกป้องคณะรัฐหาร และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องไว้ ในมาตรา 37 ดังนี้

"มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลาย ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึด และควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

รัฐธรรมนูญ ฉบับที่กำลังรับฟังความคิดเห็นและกำลังจะเป็นฉบับถาวร แต่กำหนดให้มีการปกป้อง การกระทำรัฐหาร การฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญการกระทำของของคณะบุคคลต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามคำสั่งคณะรัฐหาร ที่กระทำอะไรที่จะถูกหรือผิดกฏหมาย ก็จะได้รับการคลุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปด้วย

ทำไมต้องมากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไปแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนไว้ในกฏหมายสูงสุดของประเทศ ว่าการฉีกรัฐธรรมนูญและการปล้นอธิปไตยของปวงชนชาวไทย จะได้รับการคลุ้มครอง

ที่สำคัญ องค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นตามคำสั่งคณะรัฐหาร และกำลังทำหน้าที่ตามคำสั่งอย่างเมามัน ซึ่งที่กระทำกันอยู่นั้น ถูกหรือผิด กฏหมายก็ยังไม่รู้

ไปรุกล้ำกล้ำเกินสิทธิคนอื่นอย่างรุนแรง ก็จะได้รับการคลุ้มครอง คนที่เสียหายจากการกระทำของคณะต่างๆ หล่านั้น ก็ไม่สามารถจะใช้สิทธิทางกฏหมายของตนได้ เพราะคณะเหล่านั้นได้รับการคลุ้มครองตามรัฐธรรมนูญไปแล้ว

แล้วจะเป็นธรรม แก่คนหรือคณะบุคคลที่ถูกคณะเหล่านั้นที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะรัฐหาร ได้กระทำแก่เขาหรือ

คณะบุคคลที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งรัฐหาร ก็แสดงให้เห็นอยู่แล้ว ทางการพูดจาถึงความเกลียดชัง และไม่ได้แสดงความเห็นอะไรที่เป็นกลางพอจะเชื่อถือได้ แล้วจะไปหวังความเป็นธรรมจากคณะเหล่านี้ได้อย่างไร

แล้วถ้าทำอะไรที่ผิดกฏหมาย ใส่ไคร้อย่างจงใจโดยหวังแต่ต้องการให้คนที่ตนเองตรวจสอบได้รับโทษ

แล้วคนที่ได้รับการกระทำจากคณะ ตามคำสั่งรัฐหาร จะไปหาความเป็นธรรมจากไหน

แล้วถ้าใส่ไว้ คณะเหล่านั้นรู้อยู่ว่า ทำอะไรไปอย่างไร ก็ได้รับการคลุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ จะไม่ทำอะไรอย่างเมามันยิ่งขึ้นหรือ

ใครจะรับประกันเหล่านั้น ทำอะไรอยู่ในขอบเขตของกฏหมาย

เอาเถอะคณะรัฐหาร ทำไปแล้วได้อำนาจรัฐ ได้อำนาจอธิปไตยของปวงชนไปถือไว้แล้ว จะออกกฏหมายมาคลุ้มครองตนเองก็ควรไปออกเป็นพระราชบัญญัติ

และก็ไม่ควรไปออกกฏหมายที่คุ้มครองความจงใจที่กระทำผิดกฏหมายที่มีอยู่ แก่คณะบุคคลที่ตั้งขึ้น

ไม่สมควรไปใส่ประจานคลุ้มครอง ความอัปยศอดสูของการฉีกรัฐธรรมนูญและปล้นอธิปไตยของปวงชนของคณะผู้ก่อการ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่อีก



Create Date : 07 พฤษภาคม 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 8:55:04 น.
Counter : 258 Pageviews.

3 comment
รัฐธรรมนูญ : กรรมาธิการจะถูก "ตบหน้า" ถ้าไม่ฟังเสียงประชาชน
....................หายไปนาน ตั้งแต่สงกรานต์ ปีใหม่ไทยๆ เหตุเพราะ เครื่องคอมพังสนิท ไปให้ช่างฟิตก็ไม่ได้ เลยต้องหยุดรอเงิน เพื่อหาเครื่องใหม่ซึ่งก็ได้เครื่องคุณภาพเล็กๆ ดีกว่าเดิมนิดหน่อย..อิอิ.. แล้วก็จะได้แสดงความคิดเห็น บน blog นี้ต่อไป.......
..................
....

เรื่องรัฐธรรมนูญ ยังคงต้องเป็นเรื่องที่ควรสนใจต่อไปสำหรับคนไทย เพราะรัฐธรรมนูญเป็นแม่บทของกฏหมายของประเทศ เป็นกฏหมายสูงสุด

ถึงจะสูงสุดแต่ก็ถูกฉีกทิ้งมาหลายครั้งหลายหน ซึ่งคนเข้าฉีกมาล้มเลิกยังผิดกฏหมายข้อหา กบฎ มีโทษถึงประหารชีวิต แต่ก็ออกกฏหมายรัฐธรรมนูญชั่วคราวมานิรโทษกรรมไปเรียบร้อย หมดโทษไปพร้อมกับมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว

ช่วงนี้เป็นช่วงรับความฟังความคิดเห็นขององค์กรต่างๆ และประชาชนในรัฐธรรมนูญ ฉบับร่าง

เสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยมากมายดังขรมไปหมดจากสื่อต่างๆ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญไม่ดี ส่วนดีก็มีมาก แต่เสียงที่คัดค้าน มาจากกลุ่มและผู้คนที่ไม่เห็นด้วยในประเด็นของตน

ต่างคนต่างพูดประเด็นไม่เห็นด้วยของตน จนมีแต่ประเด็นไม่เห็นด้วยเยอะแยะไปหมด เพราะประเด็นที่เห็นด้วยก็ไม่มีใครเอามาพูด

ที่มีน้ำหนักที่คณะกรรมาธิการต้องตะแคงหูฟังอย่างตั้งใจ คือองค์กรศาลที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญแก่ศาลค่อนข้างมาก ออกมาบอกไม่เห็นด้วยอยู่หลายประเด็น เช่น ให้ศาลมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในองค์ประชุมแก้วิกฤติชาติ ไม่เห็นชอบเข้าไปเป็นกรรมการสรรหา สว.ฯ

ซึ่งศาลมองเห็นว่าเป็นเรื่องการเมือง ที่จะทำให้ศาลมัวหมองและถูกข้อครหาในภายภาคหน้า ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ศาลได้ และประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นในศาล

เรื่องการบัญบัญญัติให้ใส่คำว่า "ศาสนาพุทธ" เป็นศาสนาประจำชาติ

องค์กรที่ไม่ได้กำหนดไว้ให้ร่วมคิดร่วมให้คำเสนอแนะอย่างเป็นทางการ อย่างองค์กรของพระสงฆ์ แต่ดูเหมือนว่า องค์กรนี้รวมทั้งแนวร่วมที่เรียกว่าองค์กรชาวพุทธ กำลังเคลื่อนไหวอย่างเอาจริงเอาจังที่ต้องการให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

พระสงฆ์องค์เณร ระดับเถระชั้นผู้ใหญ่มีสมณศักดิ์ระดับเจ้าคุณและพระคุณเจ้าหลายพันรูปออกมาเดินขบวน ขี่ช้าง ขี่ม้า ยังกับไปออกทัพจับศึก และมานั่งชุมนุมขอให้ใส่ในรัฐธรรมนูญด้วยว่า "ให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"

องค์กรทหารเห็นไปประชุมสัมนากันก็บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 68 ที่ให้มีองค์กรแก้ไขปัญหาวิกฤตชาติ แต่เห็นด้วยให้ใส่ มาตรา 299 ที่ถือว่าเป็นมาตรานิรโทษกรรม ทหารที่ยึดอำนาจ

มาตรา 299 ที่ถือว่าเป็นการนิรโทษกรรมการยึดอำนาจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ซึ่งไม่แปลกอะไรที่ทหารจะเห็นด้วยเพราะเป็นผู้ยึดอำนาจ แต่ว่า ศาล กับเห็นตรงข้ามว่าไม่ควรบัญญัติไว้ เพราะได้นิรโทษกรรมไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว

แต่ละองค์กรที่ถูกกำหนดให้ ต้องเสนอแนะแสดงความเห็นและส่งความเห็นไปให้สภาร่างรัฐธรรมนูญก็กำลังทะยอยกันคิดกันเสนอแนะ

แต่ก็แปลก ทั้งๆที่กรรมาธิการก็บอกให้องค์กรต่างๆ และประชาชนแสดงความคิดความเห็นในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

แต่พอศาลแสดงความไม่เห็นด้วย ที่ให้ศาลเข้าไปมีส่วนมากเกินไปในบางเรื่อง

คณะกรรมาธิการยกร่าง อย่างนายวิชา มหาคุณ ก็ออกมาในทำนองต่อว่าศาลว่า จะให้ศาลมีวิสัยทัศน์ออกมาอยู่กับสังคมโลกภายนอก ไม่ใช่นั่งอยู่แต่บัลลังก์ ยังมีคำพูดอีกหลายคำที่แสดงในทำนองต่อว่าศาล

พระสงฆ์ระดับเถระมีสมณศักดิ์และองค์กรชาวพุทธ เรียกร้องให้บัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ก็ออกมาพูดในทำนองดูแคลนพระเสียอีก

ก็ตอนนี้หรือไม่ว่าตอนไหน การร่างรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเป็นของคนไทยทุกคน ทุกคนทุกภาคส่วนก็ควรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

คณะกรรมการจะเอารึไม่เอาเห็นด้วยรึไม่เห็นด้วยกับการแสดงความคิดเห็นก็ควรจะรับฟัง ไม่ต้องออกมาตอบมาโต้อะไร ถึงเวลาก็เอาไปพิจารณา ไปแปรญัตติ

ถ้าจะให้เป็นฉบับประชาชนก็ต้องฟังเสียงประชาชน ว่าประชาชนต้องการให้รัฐธรรมออกมาแนวไหน

ไม่ใช่ออกมาข่มมาขู่ ว่าถ้าไม่ผ่านจะเกิดการนองเลือด การนองเลือดหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชนแต่อยู่ที่คนถืออาวุธ ถ้าไม่ใช้อาวุธกับประชาชน มันจะนองเลือดได้อย่างไร

ถ้าไม่ผ่าน ก็แสดงให้เห็นชัดๆ ยังไงล่ะว่าประชาชนเขา "ตบหน้า" สั่งสอนให้รู้สำนึก ว่าคณะกรรมาธิการและ สสร. ไม่ฟังเสียงประชาชน

แล้วถ้าประชาชน "ตบหน้า" สั่งสอน สสร. แล้ว คมช. ดันไปเอาร่าง เฮงซวยซังกระบ๊วย มาแก้ไข ทั้งที่ มันมีปี 2540 ที่ถือว่าเป็นฉบับประชาชนอยู่แล้ว

ถ้าจะสวนกระแสและดันทุรังอย่างนั้น คมช. คงจะถูกประชาชน "ตบหน้า" เข้าให้ด้วย และถ้าจะเอา ปืนเอารถถัง มายิงประชาชน นั่นคงหนี"นองเลือดไม่พ้น"

ก็ทั้งๆที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ทั้งๆ มีหลายภาคส่วน บอกให้แก้ไขให้มันตรงกับความกับคิดเห็น ก็ไม่แก้ไข มีแต่ออกมาตอบโต้

ก็ทำไมรับฟังแล้วแก้ไขให้มันตรงกับความต้องการของประชาชนและภาคส่วนที่เขาแสดงความคิดเห็น ก็จะไม่มีใครออกมาต่อมาต้าน มันก็จบ

หรือกรรมาธิการยกร่าง และ สสร. เองนั่นแหละ "ต้องการให้มันนองเลือด"

อย่ามาอ้างเลยว่าไปรับฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศทุกจังหวัดมา ที่ไปรับฟังมาแต่ละจังหวัดน่ะ ไปฟังใครมา ประชาชนในจังหวัดเขารับรู้การไปรับฟังแค่ไหน



Create Date : 05 พฤษภาคม 2550
Last Update : 5 พฤษภาคม 2550 16:10:08 น.
Counter : 253 Pageviews.

1 comment
รัฐธรรมนูญฉบับ "คมช"
รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างกันอยู่นี้คงจะหวังว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่คงไม่ได้

เพราะเป็นการร่างภายใต้ภาวะที่เป็นเผด็จการ แม้จะมีการแย้มกิจกรรมและวิถีประชาธิปไตยให้อยู่บ้างแต่ก็แต่ก็ภายใต้การดูแลควบคุมและเลือกปฏิบัติ

ไม่ใช่ประชาธิปไตยของทุกภาคส่วนที่จะทำอะไรได้ตามอิสระภายใต้กรอบและวิถีประชาธิปไตยทั่วๆไป

บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การควบคุมวิถีปฏิบัติอย่างประชาธิปไตยที่ควรจะมีควรจะเป็นของประชาชน

ประกาศ คปค.เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยังปิดกั้นพรรคการเมืองในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคการเมืองเป็นกลุ่มการเมืองที่จะขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ก็ถูกปิดกั้นห้ามดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง

บรรรยากาศอย่างนี้จะไปหวังอะไรกับรัฐธรรมนูญที่กำลังร่าง คณะกรรมการที่ร่างโดยเฉพาะประธานกรรมการยกร่าง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ก็เข้าไปเพื่อปกป้อง คมช.โดยเฉพาะ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ไม่ได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เลือกตัวแทน 25 คน

แสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เห็นความสำคัญของ
น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ หรือเห็นความสามารถมีความเชี่ยวชาญที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญ

คมช. ต่างหากที่ไปเอา น.ต. ประสงค์ เข้ามาอยู่ในโควตา ซึ่งที่รัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว)เปิดโอกาสให้ คมช. สามารถคัดเลือกคนเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างเพราะเพื่อให้สามารถหาคนที่เชี่ยวชาญทาง กฏหมาย สาขาต่างๆที่ยังขาดเข้าไปช่วยร่าง

แต่ คมช. ก็ไปขอตัว น.ต.ประสงค์ เข้ามาในโควตา

ไม่ต้องให้ใครที่ไหนมาแปลความตีความให้เมื่อยกะตุ่ม ก็แปลความได้อยู่แล้วว่าเอา น.ต.ประสงค์ เพื่อให้มาเป็นผู้ควบคุมการร่างที่เป็นประโยชน์ต่อ คมช.

ดังจะเห็นจากความคิดของ น.ต.ประสงค์ ในประเด็นสำคัญเรื่องที่มาของนายกที่ น.ต.ประสงค์ บอกว่าไม่ควรจำกัดว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง

ไม่แต่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเด็นในรัฐธรรมนูญที่ประธานยกร่างไม่จำเป็นจะต้องมาเสนอ เป็นเรื่งอของคณะกรรมการยกร่าง และเกือบทุกเรื่องที่เสนอเป็นเรื่อง ที่เป็นส่วนประโยชน์ของ คมช. หรือไม่ก็กีดกันเฉพาะแต่รัฐบาลก่อน

บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นอยู่ในประเทศขณะนี้ คงหวังไม่ได้ที่จะให้รัฐธรรมนูญออกมาเป็นประชาธิปไตยในแบบทั่วๆไปที่สังคมยอมรับ คงจะอ้างได้แต่ว่าเป็น "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ"

คงจะเรียกได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับ "คมช." หรือเรียกให้ตรงกับแนวความคิดของ คมช.ก็ต้องเรียกว่า "รัฐธรรมนูญฉบับกลัวทักษิณ"

.......ก็คิดอย่างนี้แหละ....ใครคิดอย่างอื่นๆ...ก็ไม่ว่ากันเพราะเคารพสิทธิในการคิดของทุกคนอยู่แล้ว...



Create Date : 27 มีนาคม 2550
Last Update : 27 มีนาคม 2550 1:13:42 น.
Counter : 209 Pageviews.

1 comment
ไปดู ptv ที่สนามหลวง
วันนี้(23 มี.ค. 50) กลุ่ม ptv นัดรวมพลคนอยากดู ptv ให้ไปสนามหลวง หลังจากที่พยามทุกวิถีทางที่จะออกอากาศแต่ก็ได้รับการสกัดกั้นทุกวิถีทางเช่นเดียวกัน

ptv จึงไม่สามารถออกกาศให้คนที่อยากดูอยากรู้ข่าวสารอีกซีกหนึ่งได้ดูได้รู้ ทำไมถึงถูกสกัดกั้น เพราะ คมช. เห็นว่าเป็นกลุ่มอำนาจเก่า เป็นคลื่นใต้น้ำ เป็นกลุ่มที่จะทำลายล้างความมั่นคงของ คมช.(ซึ่ง คมช. เข้าใจว่าเป็นความมั่นคงของชาติ)

การอ้างว่าผิดกฏหมาย ทั้งๆที่มีการดำเนินการเช่นเดียวกับที่ ptv ขอดำเนินการ อยู่หลายช่องหลายสถานีก็ไม่เห็นว่าผิดกฏหมาย หรือผิดกฏหมายแต่ก็ไม่เห็นดำนเนินการอะไร ยังปล่อยให้ดำเนินการอย่างเสรี

เรื่องอย่างนี้เป็นข้ออ้างที่คนทั้งประเทศก็รู้ว่าอ้างไปอย่างนั้น อ้างกับคนที่เห็นว่าเป็นศรัตรู อ้างกับคนที่คิดว่าเป็นคนละฝ่ายกับคณะของตัวเองเท่านั้น

เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ไม่คำนึงถึงความน่าเกลียดน่าชังหรือมีความละอาย ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนคนอีกซีกหนึ่ง เห็นว่าซีกที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจเป็นกลุ่มอำนาจเก่าที่ต้องทำลายล้าง

สิทธิขั้นพื้นฐานในการพูดในการแสดงความคิดความเห็นและในการรับรู้ได้ไม่เท่าเทียมกัน ถูกปิดกั้นอยู่ซีกหนึ่งอีกซีกหนึ่งจะพูดจะถล่มใครยังไงก็ได้ถ้าเข้าข้าง คมช.

เมื่อรัฐบาลก่อนเห็นพูดกันหนักหนาว่าแทรกแซงปิดกั้น ได้พูดได้แสดงอยู่ซีกเดียว ด่าว่ากันเกลียวกราว พอมาเป็น รัฐบาล คมช. ก็ปฏิบัติอย่างเดียวกันกับที่อ้างว่ารัฐบาลก่อนปฏิบัติ

ผลมันก็คงเกิดอย่างเดียวกัน แสดงความคิดความเห็นผ่านสื่อและหาช่องสื่อไม่ได้ ก็ต้องไปรวมกันยังสถานที่ ที่จะแสดงความคิดความเห็นและการรับรู้ได้

แต่ก็ยังถูกปิดกั้น ร้อยวันพันปี ใครที่จะไปชุมนุมแสดงความคิดความเห็นกันที่สนามหลวง กทม. ก็อนุญาตทั้งนั้น พอกลุ่ม ptv ไปขอบอกไม่อนุญาต จะเชื่อ กทม.ได้ไหมว่าไม่ได้รับคำสั่งจาก คมช.

สกัดกั้นและผลักดันกันให้ไปรวมกลุ่มกันข้างนอก คนที่อยากรู้อยากฟังโดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลเก่าก็มีไม่ใช่น้อย ความอยากรู้อยากฟังและความคับแค้นใจไม่ได้มีแต่เฉพาะกลุ่ม ptv คนที่สนับสนุนอีกจำนวนมากก็คับแค้นใจกับการถูกปิดกั้นไปด้วย

ความคับแค้นและข้องใจจากประชาชนจะพากันแห่ออกไปชุมนุมแทนที่จะจำนวนน้อยก็กลายเป็นจำนวนมาก

ความคับแค้นและข้องใจจากการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จะถูกนำมาปราศรัยอย่างเผ็ดร้อนแน่นอน อารมณ์ร่วมของประชาชนจะมากขึ้นแน่นอน




Create Date : 23 มีนาคม 2550
Last Update : 23 มีนาคม 2550 5:30:56 น.
Counter : 223 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

50youngnum
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]