All Blog
อภิสิทธิ์ ภูมิใจหรือกับนายกนอมินีเผด็จการ
หลังยุบพรรคไทยรักไทยตามคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ถูกยุบก็มีความแจ่มใสที่จะมีโอกาสเป็นพรรคแกนน้ำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป (ถ้าไม่มีเหตุการเปลี่ยนแปลง)

เพราะเป็นพรรคที่ คมช.ตระเตรียมไว้เพื่อสืบอำนาจต่อจาก คมช. อย่างที่ พล.อ.สพรั่งได้บอกไว้แล้วว่าต้องส่งต่อให้เรียบร้อย ไม่งั้นการรัฐประหารจะสูญเปล่า

ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทย ที่นายบรรหารหัวหน้าพรรคดูจะชื่นชมและทำหน้าที่เป็นโฆษกสนับสนุน คมช.อย่างออกนอกหน้า ตลอดจนพรรคอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งของพรรคไทยรักไทย ก็ล้วนแต่ชื่นชอบเพราะมีคนช่วยผูกมัดไทยรักไทยให้ไม่สามารถดิ้นไปไหนได้ เพราะถ้าลำพังจะสู้กันด้วยนโยบาย(รวมถึงปัจจัย) คงสู้พรรคไทยรักไทยไม่ได้

การที่ คมช.อาศัยสถานการณ์ เข้ามายึดอำนาจ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ฉีกรัฐธรรมนูญ และจำกัดการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ที่มีประวัติศาสตร์ในการต่อสู้เผด็จการมาอย่างยาวนานเม้จะมีแต่ปากออกมาต่อสู้ เวลาคนเขาต่อสู้กันจริงๆในสนามชุมนุม เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย มักไม่ค่อยเจอชาวประชาธิปัตย์อยู่ในสนามชุมนุม

แม้จะใช้ปากต่อสู้ก็ต้องถือว่าใช้ได้ ถือว่าเป็นปากเสียงแทนประชาชนได้ดีที่สุด ทรงพลังในการต่อสู้กับเผด็จการที่ต้องกริ่งเกรง แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงต่อต้านใดๆ ตรงข้ามกับมีเสียงสนับสนุนอยู่กรายๆ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่า คมช.เข้ามาช่วยมัดมือมัดเท้าปิดปากปิดจมูก ทุบหัวพรรคไทยรักไทย จนเละเทะ พรรคที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ หมดปัญญาที่จะสู้ การเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ พ่ายแพ้ต่อ นโยบายประชานิยม ของพรรคไทยรักไทยอย่างหมดท่า

คมช.เมื่อเข้ามาแล้ว จะออกไปโดยปล่อยให้นักการเมือง ดำเนินการทางการเมืองต่อไป โดยไม่มีท่อต่อกับพรรคการเมืองไม่ว่าจะโดยตั้งพรรคเข้ามาเอง หรือหาพรรคที่ไว้วางใจได้ ก็จะไม่ปลอดภัยกับตนเองและคณะเป็นแน่ ต้องหาพรรคที่จะสร้างเพื่อให้เป็นรัฐบาลช่วงเวลาต่อไป อย่างน้อยก็ไม่เป็นปัญหากับตนเองหนึ่งสมัย

พรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นตัวเลือก ที่คมช.พยายามที่ให้เป็นรัฐบาลสืบต่อซึ่งคงจะเป็นพรรคผสมหลายพรรคและก็พยายามทุกวิถีทาง ที่จะกำจัดพรรคไทยรักไทยให้สิ้นซาก อย่างที่ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตั้งโดย คมช.วินิจฉัยให้กรรมการบริหารหมดสิทธิทางการเมืองคนละ 5 ปี

นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสในการที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่าพรรคอื่นๆ ในบรรดาพรรคที่เหลือหลังจากไทยรักไทยถูกยุบเนื่องจากเป็นพรรคใหญ่โตมาก่อน

แต่นายอภิสิทธิ์ จะภูมิใจและมีความสง่ามงามทางการเมืองหรือ ในเมื่อการที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของตนเองนั้น ต้องอาศัยเผด็จการลากปืนลากรถถัง มาปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชน ล้มระบอบประชาธิปไตย ฉีกรัฐธรรมนูญ มาเป็นตัวช่วยสนับสนุนและปูทางให้

.......หรือนายอภิสิทธิ ไม่คิดอะไร ขอเพียงให้ได้เป็น นายกรัฐมนตรี...เท่านั้น



Create Date : 05 มิถุนายน 2550
Last Update : 5 มิถุนายน 2550 15:21:41 น.
Counter : 246 Pageviews.

5 comment
ยุบพรรค ไทยรักไทย ก็ต้องเคารพ ดุลพินิจของตุลาการรัฐธรรมนูญ แต่........
แฟนพันธุ์แท้และคอการเมืองอย่างหนักแน่น ก็คงจะไม่ได้หลับได้นอนกัน และเคร่งเครียดกันตั้งแต่ บ่ายโมงครึ่ง เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญเริ่มอ่านคำวินิจฉัยพรรคประชาธิปัตย์จนกระทั้งยกคำร้อง ทุกข้อ โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ กรรมการบริหารไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง

และคงจะอยู่ฟังการวินิฉัยของพรรคไทยรักไทยต่อ จนกระทั่งรู้ว่าพรรคไทยรักไทยถูกยุบ และกรรมการบริหาร ร้อยกว่าคน ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

เมื่อเป็นดุลพินิจการวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็คงต้องยอมรับผลในการวินิจฉัย

แต่ความแคลงใจของผู้คนก็ยังมีอยู่โดยเฉพาะคนที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ที่รังเกียจการยึดอำนาจ การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ

เพราะกฏเกณฑ์ที่เขียนขึ้น จากคนทำการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มล้างการปกครองของประเทศ ที่ผิดกฏหมายอาญา ในระดับที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

แต่ว่าเมื่อได้อำนาจแล้วได้เขียนรัฐธรรมนูญยกโทษตนเอง และเขียนกฏเกณฑ์ โดยตั้งใจที่จะทำลายล้างคนอื่นให้สิ้นโอกาสในการดำเนินการในวิถีทางประชาธิปไตย

และคณะผู้ก่อการยึดอำนาจก็ออกมาบอกประชาชนอยู่เป็นประจำ ยังกับเป็นผู้พิจารณาเองยุบพรรคการเมืองเอง จะเรียกว่าข่มขู่ชี้นำก็คงจะได้ว่า พรรคจะต้องถูกยุบแน่

ถึงขนาดคนสำคัญในฝ่ายก่อการรัฐหารบอกว่า ถ้าพรรคไม่ถูกยุบ โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทย การรัฐหารก็สูญเปล่า

ผลการวินิจฉัยก็ออกมาว่าพรรคถูกยุบ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคย้อนหลัง ตามประกาศของฝ่ายรัฐหาร 5 ปี

ที่น่าหวั่นไหวและ น่าจะเสียใจสำหรับผู้ศรัทธาในวิถึประชาธิปไตย ก็คือการตัดสินอย่างนี้แม้จะเป็นดุลพินิจที่ต้องเคารพ แต่ว่า

เป็นการตัดสินที่สนับสนุนอำนาจเผด็จการ และตามที่เผด็จการต้องการอย่างเห็นได้ชัด

ศาล เป็นที่พึ่งเพียงสิ่งเดียวที่ประชาชนคนทั้งประเทศคิดว่าจะพึ่งได้ แม้แต่ในเรื่องการจรรโลงวิถีประชาธิปไตย

พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นว่า ศาล เป็นผู้ที่จะแก้ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง ยามที่ประเทศชาติเกิดวิกฤต ตรงตรัสให้ศาลเป็นผู้ช่วยแก้ไขปัญหาเมื่อคราววิกฤตการเลือกตั้งก่อนที่จะมีการรัฐหาร

แต่ศาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จนเกิดการยึดอำนาจ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทรงตรัส ผ่านศาลปกครองที่เข้าเฝ้าด้วยความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง

เรื่องยุบพรรคคงเป็นเหตุที่ไม่ส่งผลมากนัก เป็นบทเรียนในการดำเนินกิจกรรมของพรรคที่ต้องจดจำกันไว้ในคราวต่อไป

แต่สิทธิทางการเมือง ซึ่งเห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ก่อรัฐหารจงใจอย่างยิ่งที่จะตัดสิทธินักการเมืองที่ตนเองไม่ชื่นชอบ แม้แต่ในรัฐธรรมนูญที่ผู้ยกร่างเป็นคนของผู้ก่อการยึดอำนาจ ก็เสนอจำกัดสิทธิกรรมหารบริหารที่ถูกยุบพรรค ไม่ให้มีสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง

พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวง บ่งบอกให้เห็นได้อยู่ชัดว่า ตั้งใจและจงใจที่จะจำกัดสิทธินักการเมืองกลุ่มหนึ่งพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นฝ่ายที่ตนเองไม่ชอบ แต่ไม่ได้คำนึงประชาชน คนที่จะต้องเป็นผู้วินิจฉัยตัวจริง

แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือผู้พิพากษาในศาลทั้งหลายนั่นเอง ก็วินิจฉัยเห็นควรเห็นชอบตาม ประกาศ คปค. ของเผด็จการล้มล้างระบอบการปกครองประชาธิปไตย ให้ตัดสิทธิทางการเมืองย้อนหลัง

ในหลวงท่านตรัส ผ่านศาลปกครองไปถึง ตุลาการรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัย ใครจะตีความเข้าข้างหรือออกห่างอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ เนื้อความนั้นท่านห่วงประชาชน ห่วงพสกนิกรของพระองค์ ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย เกิดเหตุที่ทำให้ประชาชนวิกตเดือดร้อน

ไม่มีคำไหนที่ท่านตรัสฝากประชาชน มีแต่ตรัสฝากศาลปกครองไปถึงตุลา การรัฐธรรมนูญ ท่านบอกด้วยซ้ำว่า ตุลาการศาลปกครองต้องวิจารณ์การตัดสินได้ แต่ในฐานะผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ

การวินิฉัยที่ออกมา สนองพระราชดำรัสแม้แต่สักส่วนน้อยนิด เพื่อบรรเทาเหตุการณ์ ที่อาจเกิดความวุ่นวายเดือนร้อนของประชาชนหรือไม่

อำนาจเผด็จการที่ จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร สิทธิในการแสดงความคิดความเห็น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

เว็บไซต์ ทีวี ที่เป็นช่องของคนที่เขาควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานจะได้รับรู้ แต่ก็ถูกปิดกั้น ถูกบล็อก ด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ของ ผู้ก่อการรัฐหาร

ความอึดอัด กดดัน การปิดหูปิดตาอย่างเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผสมผสานกับการยุบพรรคและจำกัดสิทธิทางการเมืองของพรรคที่ถูกยุบ

คงต้องทำใจ ที่บ้านเมืองจะต้องพบกับวิกฤต ต่อไป

วิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตของการชุมนุมประท้วง วิกฤตต่างๆ จะตามมาและความวุ่นวายจะไม่จบสิ้นอย่างง่ายๆ การเลือกตั้งตามกฏกติกาความต้องการของ ผู้ก่อรัฐหาร คงจะไม่เป็นไปด้วยความราบรื่น

ในหลวงฝากให้องค์กร ตุลาการ ไว้ถึง 2 ครั้งในการแก้ปัญหาวิกฤตชาติ เพราะเป็นความหวังสุดท้าย

.........แต่ก็แก้ได้อย่างที่เห็น..แก้ครั้งแรกทำให้เกิด รัฐหาร ..แก้ครั้งนี้ จะเกิดอะไร ก็ตามดูกันต่อไป.........



Create Date : 31 พฤษภาคม 2550
Last Update : 31 พฤษภาคม 2550 21:21:18 น.
Counter : 226 Pageviews.

5 comment
เผด็จการ ทรราช
คมช. รู้สึกว่าจะ กลัวซะขี้เยี่ยวแตก กับการให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกทักษิณ

จึงออกมาไล่ปิดไล่จับ วิทยุ ชุมชน ที่สัมภาษณ์อดีตนายก โดยใช้ข้ออ้างเกี่ยวกับความมั่นคง และไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการวิทยุ

เป็นการริดรอนสิทธิ เสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะแสดงความคิดความเห็น โดยการพูด อย่างชัดเจนที่สุด

ทั้งๆที่ฟังคำสัมภาษณ์แล้วไม่มีคำไหนที่ด่าว่า โจมตี รัฐบาลและ คมช. นอกจากต้องการให้เลือกตั้งเร็วๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศก็หวังเช่นนั้น

ทั้งๆที่มีสถานี้ ด่ารัฐบาลอย่างรุนแรง ไล่ตะเพิดให้ออก และก็ผิดกฏหมายไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่เห็นไปทำอะไรได้ (ไม่ทำเพราะเป็นพวกเดียวกัน)

เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างน่าเกลียด วิทยุชุมชนที่เปิดลักษณะเดียวกันมีเป็นร้อยสถานี คือไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุ แต่ก็สามารถเปิดได้ไม่ถูกดำเนินคดี

นี่ไง กมลสันดาน ของเผด็จการ ถึงจะแสดงภาพประชาธิปไตยอย่งไร เนื้อแท้ก็ยังแฝงด้วยสันดานเผด็จการที่ใช้อำนาจ ตามอำเภอใจ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี ความเท่าเทียมกันทางกฏหมาย

สร้างความคับแค้นใจให้กับประชาชคนที่รักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่า สำหรับการกระทำของ คมช.และลิ่วล้อ

สร้างแรงกดดัน เข้าไว้ สร้างความคับแค้นข้องใจของประชาชน เพื่อให้การสู้รุนแรง เพื่อหาเหตุยึดอำนาจซ้ำ เพื่อจะได้มีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ

........ก็จะได้อำนาจเบ็ดเสร็จ เป็น เผด็จการ ทรราช....แล้วก็จะได้ไปหาที่ตายที่แผ่นดินใหม่...คงอยากเป็นแบบนั้น ...ก็เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้..ท่านที่เคารพ....



Create Date : 20 พฤษภาคม 2550
Last Update : 20 พฤษภาคม 2550 9:44:29 น.
Counter : 284 Pageviews.

4 comment
ประธาน คมช. ถูกหลอก โดยผู้ใหญ่ที่เคารพ "ใคร" คือผู้ใหญ่ที่เคารพ สนธิ ล้มทองกุล ใช่ไม๊
ฟังประธาน คมช. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บอกถูกผู้ใหญ่ที่เคารพหลอกให้ไปรับหนังสือจากสมัชชานิยมเผด็จการที่ยื่นหนังสือ โดยนายไชววัฒน์ สินสุวงศ์ เพื่อไล่นายก สุรยุทธ จุลานนท์ แล้ว มินตาใส

ฟังแล้ว น่าเชื่อหรือไม่

คนระดับผู้บัญชาการทหารบก และยังมีตำแหน่งสำคัญๆใหญ่โตในบ้านเมืองอีกหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะเป็นประธาน คมช. ที่ถือว่ามีอำนาจสูงสุดในประเทศขณะนี้ เนื่องจากสามารถปลดนายกรัฐมนตรีได้ ถูกหลอก

เป็นไปได้หรือ

ทั้งๆที่กลุ่มสมัชชานิยมเผด็จการ ก็ป่าวประกาศอยู่ตามสื่อว่าจะมายื่นหนังสือเพื่อไล่นายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เริ่มโดยนายเพียร ยงหนู

กลุ่มเหล่านี้คือกลุ่มที่เคยเรียกร้องให้หทารทำการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สร้างเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความรุนแรงวุ่นวายในประเทศ

แล้วพล.อ. สนธิ ก็นำคณะทหารยึดอำนาจรัฐหาร ไล่รัฐบาลที่มาจากประชาชนให้พ้นจากตำแหน่ง

แล้วกลุ่มพันธมิตรนิยมเผด็จการ ก็ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ก่นด่ารัฐบาล ประชาธิปไตยของประชาชนชุดที่ถูกโค่นล้ม พร้อมทั้งชื่นชมเผด็จการทหาร ว่าทำถูกทำดี

พลพรรคของกลุ่มเหล่านี้ก็ถูกตั้งเข้าไปมีบทบาทสำคัญ ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาร่างรัฐธรรมนูญ

กลุ่มเหล่านี้ต่อมาไม่พอใจรัฐบาลนายกสุรยุทธ เพราะต้องการที่จะให้นายกสุรยุทธ จัดการรัฐบาลเก่าโดยใช้อำนาจเผด็จการแบบ ทรราช

ซึ่งรัฐาบาล พล.อ.สรุยุทธ ไม่ยอมทำอย่างนั้น



พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ก็คงมีความคิดคล้อยตามเช่นกัน เพราะเงื่อนไขที่อ้างตอนทำการยึดอำนาจไว้ มันชักจะไม่มีเหตุผลรองรับเข้ามาทุกที

ทั้งๆที่ ตั้งพวกจงเกลียดจงชัง รัฐบาลชุดที่แล้วเข้าไปขุดคุ้ย มีแต่ออกมาบอกว่าทุจริตอย่างอย่างมโหฬาร แต่ จนป่านนี้ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรที่ศาลตัดสินว่าทุจริต

ในฐานะประธาน คมช. บอกอะไรไป พล.อ.สุรยุทธ ไม่เห็นด้วยก็ไม่ทำ ยกตัวอย่าง ให้ออกประกาศภาวฉุกเฉิน เพื่อที่จะจัดการกับพวกชุมนุม

แต่นายกไม่เห็นด้วย แถมยังออกมากำหนดเวลาเลือกตั้งไว้ชัดเจน ทำให้กลุ่มนิยมเผด็จการ รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของพรรคพวกตนเองมากขึ้นทุกที

จึงสร้างเงื่อนไข เพื่อจะปลดนายก และหาคนที่สั่งได้เข้ามาดำเนินการกับรัฐบาลชุดที่แล้วอย่างใช้อำนาจเผด็จการ ทรราช ไม่ต้องคำนึงถึงกฏหมายอีกต่อไป ทำเรื่องให้รัฐบาลชุดที่แล้วมีความผิดไว้ก่อน

เพราะเตรียมนิรโทษกรรมพรรคพวกของตนเองไว้ในรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันไว้แล้วใน มาตรา 299

เหตุผลมันเห็นชัดๆ ว่าต้องการกดดันนายกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้ทำตามที่ตนเองต้องการ หรือไม่ก็ลาออก หรือไม่ก็สร้างเงื่อนไขเพื่อปลดออก แล้วตัวเองจะเป็นแทน

แล้วมาบอกว่า มีผู้ใหญ่ ที่เคารพหลอก

คนขนาดผู้บัญชาการทหารบก ยึดอำนาจอธิปไตยของประชาชน มาเป็นประธาน คมช. เป็นผู้มีอำนาจกุมชะตาบ้านเมืองไว้เบ็ดเสร็จ บอกว่าถูกหลอก

ถ้าถูกหลอกง่ายๆ อย่างนี้บ้านเมืองจะฝากความไว้กับคนถูกหลอกง่ายๆ อย่างนี้หรือ ถูกหลอกง่ายๆอย่างนี้ นี่มันคนปัญญาอ่อนแล้ว

แล้วที่ดันทำ รัฐประหาร ยึดอำนาจปวงชน ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำประเทศให้ถอยหลังไปเป็นกลุ่มประเทศ อนารยะ มีแค่ 4-5 ประเทศในโลก ให้ชาวโลกเค้ารังเกียจ เศรษฐกิจบ้านเมืองพินาศไปหมดอย่างนี้

เพราะถูกหลอกด้วยหรือเปล่า

บอกมาหน่อยซิ ว่าผู้ใหญ่ ปัญญาอ่อน อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย เสียหาย พินาศมากไปกว่านี้น่ะ ...ชื่ออะไร...กล้าบอกไหมล่ะ

.......ผู้ใหญ่คนนั้น ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล...ใช่ไหม



Create Date : 13 พฤษภาคม 2550
Last Update : 13 พฤษภาคม 2550 18:31:56 น.
Counter : 352 Pageviews.

5 comment
ข้อหา "ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน"
นายแก้วสรร อติโพธิ เป็นหนึ่งใน คตส. องค์กรที่ตั้งขึ้นมาไล่ล่าความผิดของรัฐบาลชุดที่แล้ว

คตส.เป็นองค์กรที่ขาดความน่าเชื่อถือมากที่สุดเท่าที่เคยมี การตั้งองค์กร จากการรัฐประหารมาในอดีต

เพราะเพียงเห็นรายชื่อ ก็เห็นชัดอยู่แล้ว เพราะไปเลือกคนที่แสดงอาการ
เกลียดชั้งรัฐบาลที่แล้วมาอย่างออกหน้าออกตามาทั้งนั้น

หลังจากการได้เป็น คตส. คนที่มีบทบาทสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น นายนามยิ้มแย้ม นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก ฯ แสดงการให้สัมภาษณ์ในลักษณะท่ไม่เคยแสดงความเป็นกลางให้ได้แลเห็น

ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะแสดงความคิดเห็นไปล่วงหน้า จนคนทั่วไปเข้าใจว่า คงมีหลักฐานชัดเจนแน่นหนา แต่ที่ไหนได้ 8-9 เดือนที่ผ่านมายังสรุปส่งให้ศาล พิจารณา เอาผิดไม่ได้สักเรื่อง

ทั้งที่พูดเมื่อตอนที่ถูกตั้งเป็นคณะกรรมการใหม่ๆ ว่าหลักฐานแน่นหนาทุกเรื่อง สตง. เคยตรวจไว้แล้วแค่เข้ามาต่อยอด

ใช้โอกาสกล่าวหาด่าฟรีให้ผู้คนฟังด้วยความชิงชังและแค้นเคืองที่มีอยู่ในใจ ไม่ได้มีมโนสำนึกของการที่ถูกตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งควรจะมีความเป็นกลางให้เห็นอยู่บ้าง

หลักโดยทั่วไป แม้แต่ถูกกล่าวหากระทำผิด ยังต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังไม่ผิด จนกว่าศาลจะตัดสิน

การให้สัมภาษณ์ ในลักษณะกล่าวหาด่าฟรี ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วกระทำผิด ว่าชั่วว่าคดโกง คงจะทำให้คนที่ชิงชังพวกเดียวกัน พออกพอใจ

ที่สำคัญ เพื่อสนองความต้องการของคนที่ตั้งมาคือ คมช. เพราะเป็นเหตุผลหนึ่งที่อ้างไว้ว่าที่ทำรัฐประหารเพราะ มีการคดโกงคอรัปชั่น

ทำงานมา 8-9 เดือน ยังไม่มีผลงานอะไรที่ส่งผลให้ศาลตัดสิน หรือเริ่มขบวนการตัดสิน พอเป็นชิ้นเป็นอันได้ มีแต่ข่าวกล่าวหา

ข้อหา อันพิสดาร ที่ออกมาให้สัมภาษณ์หลังสุดคือ

"ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน"

ไม่รู้ว่า มันมีอยู่ใน กฏหมายไหน มีข้อมูลหลักฐานอะไร ที่ไปบอกอย่างนั้น

นี่ไม่ใช่ ข้อหา แต่เป็นความรู้สึกของคนพูด ที่พูดด้วยความชิงชังที่มีอยู่ในใจ และพูดแสดงความรู้สึกเพื่อความสะใจของตนเอง และพวกพ้องตนเอง ตลอดจน คนที่ตั้งตนเองมาเท่านั้น

ที่สำคัญคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างนายแพทย์สุรพงษ์ อดีต รมต. ไอซีที คนเกี่ยวข้องโดยตรง บอกถ้ามันจะผิด ก็ผิดที่ตัวรัฐมนตรีให้ตั้งข้อหาด้วยอย่าละเว้น กลับไม่ตั้ง

ตั้งข้อหา "พิสดาร" อย่างนี้ คนที่คอยตะแคงหูฟังที่ไม่ใช่พรรคใช่พวกของทั้งสองกลุ่ม แต่ต้องการความจริงจังในการตรวจสอบ คงจะคิดเห็นด้วยไปแล้วกระมัง ..ว่า..

"คตส." คือ คณะกรรมการ ควาย เต่า สั่ว หรือ คณะกรรมการ ติ๊งต๊องสั่วและมั่วนิ่ม



Create Date : 11 พฤษภาคม 2550
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 23:09:05 น.
Counter : 272 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

50youngnum
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]