ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะคน

chon_pro
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




ผมแค่อยากเขียน บันทึกเกี่ยวกับข้อมูลการทำงานของผมต่างๆ เพื่อเก็บเอาไว้ใช้ดูเวลาที่ผมหลงลืม และเพื่อเป็นประโยชน์ กับน้องๆๆๆ ทั้งหลาย
loaocat

Stat Counter :
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chon_pro's blog to your web]
Links
 

 

ไฟฉายอเนกประสงค์ เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน




















www.lovenamo.com




Free TextEditor




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2553 22:58:58 น.
Counter : 483 Pageviews.  

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

เรียนรู้โครงสร้างประเทศไทย

ล่วงเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีทางจันทรคติ ขึ้นเดือนอ้าย (1) ปีใหม่ไปเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ผ่านพ้นเดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง ถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ น้ำก็รี่ไหลลง

ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ครั้นกาลเวลาผ่านพ้นไป ยุคของการเกษตรย่อมหดหายไปตามกาลเวลา ยุคแห่งอุตสาหกรรมเริ่มเขยิบเข้ามาแทนที่ ท้องทุ่งท้องนาทั้งในพระนครและปริมณฑลถูกบ้านจัดสรรและโรงงานอุตสาหกรรมรุกล้ำ จนเรือกสวนไร่นากลายเป็นแหล่งชุมชนทั้งหมู่บ้านและโรงงาน

แรกเริ่ม บ้านจัดสรรมีให้จับจองในอาณาบริเวณพระนครธนบุรีรอบใน กลุ่มโรงงานที่เคยอยู่ในเมืองถอยร่นออกไปชานเมืองและปริมณฑล ฝั่งถนนเพชรเกษมก็โน่น บางแค หนองแขม อ้อมน้อย ฝั่งถนนสุขุมวิท ย่านบางกะปิยังเป็นย่านผู้ลากมากดี ผู้มีอันจะกิน และข้าราชการระดับสูง ถัดออกไปถึงพระโขนงกลายเป็นย่านโรงงานไปเมื่อไหร่ไม่รู้ เช่นเดียวกับย่านนนทบุรี ย่านปทุมธานี และรังสิตตามถนนพหลโยธินออกไป

โรงงานบางแห่งที่รุกเข้าไปกลางทุ่งกลางนา วันดีคืนดี บรรดาบ้านจัดสรรทั้งหลายที่ไปปลูกสร้างระเรื่อยจากริมถนนเข้าไปกลางทุ่งนา ร้องกับทางราชการว่า โรงงานปล่อยมลพิษ ไม่ดูแลรักษาสภาพแวดล้อม

ทางโรงงานก็ได้แต่กลอกหน้า ทำตาบ้องแบ๊ว ครวญเสียงอ่อยว่า ก็ผมอยู่ของผมอย่างนี้มากว่า 10 ปีแล้ว พวกท่านสร้างบ้านซื้อบ้านเข้ามาใกล้โรงงานเอง แล้วจะให้โรงงานย้ายออกไปไหนอีก

ในที่สุด โรงงานต้องถอยร่นออกไปตามลำดับ กระทั่งทางราชการต้องกำหนดเขตโรงงาน เขตที่อยู่อาศัย เขตสร้างตึกสูง เขตเกษตรกรรม มีพื้นที่สีเหลือง สีเขียว ขึ้น เพื่อให้การอยู่ร่วมกันของประชากรกับโรงงานเป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะ และความปลอดภัยในชีวิต

เดือนอ้ายเดือนยี่เมื่อน้ำรี่ไหลลง การลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ภาคเหนือลงมาภาคกลางระเรื่อยลงภาคใต้ ถึงเวลาตะวันอ้อมข้าวที่ออกรวงเขียวกระทั่งเป็นรวงทองโน้มลงให้ชาวนาเก็บเกี่ยวเข้ายุ้งฉาง

ไม่รู้ว่าข้าวเปลือกหลากพันธุ์ปีนี้จะขายได้ราคาหรือไม่อย่างไร แต่เห็นว่าข้าวสารหอมมะลิยังมีราคาดีอยู่ ส่วนข้าวพันธุ์อื่นราคาอาจตกลงบ้างเล็กน้อย หากข้าวจากเวียดนาม จากกัมพูชามีออกมาไม่มากนัก

ถึงอย่างไร ข้าวไทยในตลาดโลกยังมีราคาค่างวดสูงกว่าใครเขา เว้นแต่ว่าขายเป็นหรือเปล่าเท่านั้น

ส่วนราคาพืชผลอื่น หลังจากฤดูผลไม้ตามฤดูกาลประเภททุเรียน ลำไย ลองกอง ผ่านไป ถึงฤดูผลไม้ทุกฤดูกาลประเภทมะม่วงที่ชาวสวนมะม่วงเริ่มเล็งเห็นตลาดโลกว่าแต่ละประเทศต้องการผลไม้ในลักษณะไหน รสชาติเป็นอย่างไร ก็ต้องเรียนรู้ทั้งเรื่องการจัดขนาดผลให้อยู่ในความต้องการของลูกค้า ปรับปรุงรสชาติให้ถูกปากผู้ซื้อ จัดบ่มให้ได้เวลากับการนำไปส่งตลาด พอดีกับการเดินทาง และพอดีกับการนำส่งเข้าห้างจำหน่าย มีเวลาพอเพียงสำหรับการวางจำหน่ายไม่เน่าเสียไปก่อนถึงปากผู้รับประทาน ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะขาดทุน โอกาสพลาดผลกำไรก็มองเห็นอยู่เบื้องหน้า-ไม่ไกล

ปลายเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ยังอยู่ในอาณาบริเวณในน้ำมีปลา ในนามีข้าวจะได้ลิ้มรสผักปลาที่มีขนาดกำลังรับประทาน ผ่านเลยเทศกาลกินเจไปได้เกือบเดือนแล้ว ราคาผัก ราคาผลไม้น่าจะลดลงไปบ้าง ภาวะน้ำท่วมขังก็เกิดขึ้นไม่มากแห่ง ฝนหยุดทิ้งช่วงไปตั้งแต่ปลายเดือนก่อน อากาศหนาวเริ่มมาเยือน ผลไม้เมืองหนาว ผักเมืองหนาวที่ประเทศเราปลูกได้ในภาคเหนือเริ่มออกสู่ตลาด

ใครจะเชื่อว่าวันนี้คนไทยมีโอกาสรับประทานมะคาเดเมียที่เราปลูกเองในจังหวัดภาคเหนือ

ขณะที่ไม้ผลเริ่มมีผล ไม้ดอกวันนี้ก็เริ่มเบ่งบานตัดดอกออกช่อส่งขายต่างประเทศได้ไม่น้อย ไม่ต้องพูดถึงกล้วยไม้ที่ประเทศไทยส่งออกปีหนึ่งมีมูลค่านับพันล้าน ว่าเฉพาะรังกล้วยไม้ที่กระทุ่มแบนสวนหนึ่งก็มีมูลค่านับหลายร้อยล้านบาทเข้าไปแล้ว

ว่ากันง่ายๆ เมื่อวันที่กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองบุกปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แม้จะเป็นเวลาเพียง 2-3 วัน แต่กว่าเครื่องบินคาร์โกจะรับส่งสินค้าได้ก็ต้องอีกวันสองวัน สินค้าประเภทผลไม้ดอกไม้ต้องเสียหายนับหลายร้อยล้านบาท เฉพาะกล้วยไม้จากสวนที่ว่าเพียงสวนเดียว เห็นว่าสูญเสียไปทันทีนับร้อยล้านบาทไทย

วันนี้ ไม้ดอกทางภาคเหนือประเภทจากประเทศเมืองหนาวปลูกมาได้หลายปี ตัดดอกทั้งส่งลงมาขายในกรุงเทพฯ และส่งออกไปขายแข่งกับไม้ดอกต่างประเทศ ปีแรกเริ่มคงได้ไม่เท่าไหร่ล้าน แต่เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไทยจะเป็นประเทศส่งออกดอกไม้หลากพันธุ์มากขึ้น โดยเฉพาะดอกไม้ที่เคยสั่งเข้ามาจากเมืองนอก

ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทบนบก และในน้ำ

บนบกคือการเกษตรทุกชนิด รวมถึงการปศุสัตว์ ที่เริ่มคุยได้ว่า วันนี้เราเลี้ยงวัวเนื้อวัวนมได้ผลดี ถึงขนาดวัวนมผลิตนมไม่พอใช้ดื่มในประเทศ วัวเนื้อเริ่มเป็นเนื้อคุณภาพต่างประเทศที่ใช้ทำสเต๊กชั้นดีขายตามภัตตาคารและโรงแรม

ในน้ำ คือกุ้ง หอย ปู ปลา ทั้งประเภทที่ไม่สร้างรายได้ให้ประเทศ คือบรรดาผู้ที่นำสัตว์น้ำเหล่านั้นมาใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวเอง ประเภทในน้ำมีปลา คนไทยไม่มีวันอดตาย และประเภทชายเฟือยที่มีอาชีพเป็นประมงน้ำจืด แม้จับมาจำหน่ายเป็นรายได้บ้างก็น้อยนิด ไม่สามารถนับเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ กับบรรดาผู้ที่ประกอบอาชีพประมงจริงจัง ตั้งแต่ประมงในกระชัง ประมงในทะเลชายฝั่ง ประมงในทะเลน้ำลึก ที่มีเรือประมงลำโตตระเวนไม่ทั่วน่านน้ำเจ็ดคาบสมุทร

แต่ทั้ง 2 ประเภทที่เรียกผู้ประกอบอาชีพรวมกันว่า เกษตรกร ซึ่งมีจำนวนนับเป็นร้อยละของจำนวนประชากรไทยสูงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ แต่สร้างรายได้ที่เรียกว่ารายได้ประชาชาติได้เพียงร้อยละ 10

ขณะที่บรรดาอาชีพนอกเหนือกสิกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพประกอบการและบริการมีจำนวนรวมทั้งสิ้นร้อยละ 55 และมีอาชีพทั้งหมดถึง 16 ประเภท ทำรายได้ประชาชาติร้อยละ 90

เห็นไหมว่า เฉพาะรายได้ประชาชาติทางด้านการเกษตรจากประชากรร้อยละ 45 มีเพียงร้อยละ 10 แต่รายได้ในภาคประกอบการและบริการจากประชากรร้อยละ 55 ทำรายได้สูงถึงร้อยละ 90

ตัวเลขข้างต้นนี้เป็นตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ข้างทาง หากต้องการตัวเลขข้อเท็จจริงควรจะไปศึกษาจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้คำนวณรายได้ประชาชาติและตัวเลขอื่นๆ ให้กับรัฐบาลเพี่อนำไปปรับโครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะบนพื้นฐานของรายได้ประชากรที่คนไทยมีต่อคนต่อปีต่ำกว่าประเทศใกล้เคียงอาเชียนด้วยกันบางประเทศ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับประเทศที่มีความเติบโตทางเศรษฐกิจกว่าเรานับสิบยี่สิบเท่าหรือเป็นร้อยเท่า

วันนี้ (เขียนถึงวันนี้บ่อยจัง ทำไมไม่เขียนถึงพรุ่งนี้บ้าง-เพราะว่า "พรุ่งนี้ก็สายไปเสียแล้ว" ที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ว่าไว้ หรือ "ไม่มีแล้วพรุ่งนี้" ชื่อเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์มานานแล้วของ ส. ทรัพย์นิรันดร์ ไง) ระบบเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีปัญหา ยิ่งเมื่อเกิดผลกระทบในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ยุค "ต้มยำกุ้ง" เศรษฐกิจไทยตกต่ำแทบโงหัวไม่ขึ้น พอจะลืมตาอ้าปากกับเขาได้บ้าง ก็มาเจอกับยุค "แฮมเบอร์เกอร์" เข้าไปอีก สภาพเศรษฐกิจในยุคต้มยำกุ้งบรรดาคนไทยจำนวนไม่น้อยยังกลับบ้านหา "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" พอเลี้ยงตัวไปวันๆ แต่วันนี้ (อีกแล้ว) ไม่รู้จะกลับไปไหน

เรื่องของเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว หากแต่เป็นระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกที่เกิดเหตุอะไรขึ้นมาทีหนึ่ง มีผลกระทบถึงกันแทบจะว่าทุกประเทศเป็น "โดมิโน" ล้มกันเป็นแถว ทั้งไม่เพียงเป็นเฉพาะเรื่องระดับประเทศเท่านั้น ยังตีรวนถึงระบบเศรษฐกิจประชาชนในประเทศอื่นด้วย

เท่าที่รำลึกได้ด้วยสติปัญญาเท่าหางอึ่ง จำได้ว่า เมื่อหลายปีก่อนโน้น ในยุคที่ประเทศไทยขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวไทย เราต่างยินดีปรีดากันว่า "ประเทศไทยโชติช่วงชัชวาล" ขึ้นอันดับชั้นเศรษฐกิจนำไทยสู่ความเป็นนิกส์ เสือตัวที่ห้าแน่นอน

แต่ถึงวันนี้ วันที่เศรษฐกิจโลกไม่ปรานีปราศรัยใคร หากเรายังไม่ปรับโครงสร้างให้จำนวนประชากรที่มาจากภาคเกษตรลดลง แล้วเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมกับบริการให้มากขึ้น

พรุ่งนี้ ประเทศไทยมีโอกาสล้มละลายทางเศรษฐกิจดังหลายประเทศประสบมาแล้วอย่างไม่มีทางเลี่ยง

หรือท่านรัฐมนตรีทั้งหลายจะว่ายังไง






 

Create Date : 14 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 15:24:23 น.
Counter : 788 Pageviews.  

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน ตอนที่ 4

หลักการต่อมา
ท่านผู้บริหารอาจจะต้องสำรวจงบการเงินกันสักนิดว่ามีค่าใช้จ่ายใดที่สูงเกินปกติหรือไม่
เช่น ค่าเช่าสำนักงาน
ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่ารับรองลูกค้า
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโอที ฯลฯ
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ถ้าไม่สำรวจกันดีๆ
จะพบว่าไขมันก้อนนี้เป็นไขมันก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
ว่าที่แท้แล้วเรามีค่าใช้จ่ายที่บวมขึ้นมาโดยไม่จำเป็นกันมานานแล้ว
แต่เราไม่เคยสนใจเนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นเราใช้เงินกันเป็นเบี้ยหรือลูกเสี่ย
โดยค่าใช้จ่ายที่บวมแบบไม่จำเป็นมักจะเป็นค่าเช่าสำนักงานที่หลายบริษัทเน้นภาพลักษณ์
ประเภทกินไม่ได้แต่เท่ห์ไว้ก่อน
แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นส่วนที่กัดกินสถานภาพการเงินของบริษัทแบบรวดเร็วมาก
แต่อย่าลิืมไปดูค่าใช้จ่ายที่เบิกโดยพนักงานด้วย
ลองบวกกันดีๆ
จะพบว่าตัวเลขสูงจนน่าตกใจเหมือนกัน

ผ่านการลดไขมันสองก้อนใหญ่ๆ
แล้ว
เราต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญากันสักหน่อย
หลายบริษัทมักจะลดการลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
ซึ่งอาจจะถูกต้องถ้าลดการฝึกอบรมในส่วนที่เป็นความรู้รอบตัว
หรืออบรมไปอย่างนั้น
โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับงานแต่อย่างใด
หรือส่งพนักงานไปฟังสัมมนาฟรี
ซึ่งมักจะไม่มีประโยชน์เนื่องจากเป็นการขายของทางอ้อมของผู้จัดสัมมนา
แต่การลงทุนในบุคลากรทั้งการจัดระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์
การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน
การฝึกอบรม ฯลฯ
จะช่วยให้พนักงานในองค์กรมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น
เนื่องจากจะมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งเปรียบเหมือนไขมันส่วนเกินเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก
รวมไปถึงการมีระบบการประเมินผล
และจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก
โดยผู้ประกอบการและผู้บริหารอาจจะไม่เชื่อว่าต้นทุนของบริษัทจะลดลงอย่างมากในระยะยาว

ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญานั้น
ภาคธุรกิจคงจะต้องสร้างความแตกต่างด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
หรือนวัตกรรมใหม่ๆ กัน
มิเช่นนั้นแล้วก็จะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์เดิมๆ
ก็คือ เอ็นเตอร์เทนลูกค้า
วิ่งงาน จ่ายเงินใต้โต๊ะ
พาไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ
ซึ่งเนื่องจากไม่ช่วยทำให้ธุรกิจแข็งแรงแล้ว
ยังจะทำให้ธุรกิจนับวันจะอ่อนแอลง
เนื่องจากพนักงานจะมองว่าไม่ต้องขยันก็มีงาน
เนื่องจากบริษัทขยันจ่ายเงินใต้โต๊ะ
ยังไงก็ได้งานและส่งมอบงานได้อยู่แล้ว
และมีผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดฮวบ
เนื่องจากคนในชาติคิดว่าไม่ต้องเก่งหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา
แต่หา Connection ให้เก่งอย่างเดียวก็รอดได้แล้ว

หากเรากลับมาใส่ใจในร่างกายของเราสักนิด
เอาหลักการลดไขมันความอ้วนไปใช้
จะช่วยทำให้ธุรกิจของเรามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่จะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้
มิฉะนั้นแล้ว
อาจจะต้องเข็นร่างกายของเราเข้าห้อง ICU กันเป็นแน่แท้

ที่มา:หาทางรอดธุรกิจด้วยวิธีคิดลดความอ้วน ในหรอยดอทคอม





 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 15:25:07 น.
Counter : 203 Pageviews.  

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน ตอนที่ 3

จาก ข้างต้นจะเห็นได้ว่าหากเราสังเกตุหลักการลดความอ้วนกับการบริหารธุรกิจจะมี หลักการที่ใกล้เคียงกันอย่างมากนั่นก็คือธุรกิจที่จะแข็งแรงได้นั้น
ผู้บริหารจะต้องลดความอ้วนของกิจการก่อนเป็นอย่างอื่น
โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้
การลดความอ้วนหรือไขมันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
โดยทั่วไปเราจะเห็นได้ว่าไขมันในตัวธุรกิจนั้นมีไม่กี่รายการก็คือ
บุคลากรที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
การแบกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
การมีภาระทางการเงินในระยะยาว
ซึ่งทำให้ร่างกายหรือบริษัทของเราไม่แข็งแรง
จะไปไหนก็เทอะทะไปหมด
ไม่เหมือนกับบางบริษัทที่หุ่นเข้าประเภทฟิตแอนด์เฟิร์ม
จะทำอะไรก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง
คล่องตัว
โดยมีกล้ามเนื้อที่สำคัญก็คือทรัพย์สินทางปัญญาหรือนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ

การลดไขมันด้วยการสร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจแบบง่ายๆ
ก็คือการหมั่นขันน๊อตพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
โดยผู้บริหารจะต้องกำหนดตัวชี้วัดหลายๆ
ตัวมาใช้ในการวัดประสิทธิภาพของพนักงาน
เช่น คุณภาพงานที่ยอมรับได้
การส่งมอบงานที่ตรงเวลาและงบประมาณ
ฯลฯ และจะต้องขันน๊อตพนักงานที่ไม่ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ
หากพนักงานคนนั้นไม่สามารถปฏิบัติงานได้
ก็ไม่มีทางเลือก คือต้องให้ออกสถานเดียว
เนื่องจากมีทักษะและความสามารถที่ไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท
หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมนุษยธรรม
แต่จงระลึกเสมอว่าธุรกิจไม่ใช่องค์กรสาธารณกุศล
หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
ที่สามารถแบกรับไขมันในก้อนนี้ได้
หากพนักงานไม่เข้าใจหลักการ The
Fitness is the survival แล้ว
บริษัทหรือธุรกิจก็คงไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับไขมันก้อนนี้ก็คือ
ไขมันก้อนนี้อาจจะวิวัฒนาการกลายเป็นมะเร็งร้ายของบริษัท
เนื่องจาก หากมีคนหนึ่งไม่ทำงานหรือทำงานไม่ดี
แต่ได้เงินเท่ากับคนที่ทำงานดี
จะทำให้คนที่ทำงานดีขาดกำลังใจในการทำงาน
เนื่องจากทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้เงินเหมือนกันหรือเท่ากัน



หน้าที่ 4 - สร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจ

หลักการต่อมา
ท่านผู้บริหารอาจจะต้องสำรวจงบการเงินกันสักนิดว่ามีค่าใช้จ่ายใดที่สูงเกินปกติหรือไม่
เช่น ค่าเช่าสำนักงาน
ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่ารับรองลูกค้า
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโอที ฯลฯ
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ถ้าไม่สำรวจกันดีๆ
จะพบว่าไขมันก้อนนี้เป็นไขมันก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
ว่าที่แท้แล้วเรามีค่าใช้จ่ายที่บวมขึ้นมาโดยไม่จำเป็นกันมานานแล้ว
แต่เราไม่เคยสนใจเนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นเราใช้เงินกันเป็นเบี้ยหรือลูกเสี่ย
โดยค่าใช้จ่ายที่บวมแบบไม่จำเป็นมักจะเป็นค่าเช่าสำนักงานที่หลายบริษัทเน้นภาพลักษณ์
ประเภทกินไม่ได้แต่เท่ห์ไว้ก่อน
แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นส่วนที่กัดกินสถานภาพการเงินของบริษัทแบบรวดเร็วมาก
แต่อย่าลิืมไปดูค่าใช้จ่ายที่เบิกโดยพนักงานด้วย
ลองบวกกันดีๆ
จะพบว่าตัวเลขสูงจนน่าตกใจเหมือนกัน

ผ่านการลดไขมันสองก้อนใหญ่ๆ
แล้ว
เราต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญากันสักหน่อย
หลายบริษัทมักจะลดการลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
ซึ่งอาจจะถูกต้องถ้าลดการฝึกอบรมในส่วนที่เป็นความรู้รอบตัว
หรืออบรมไปอย่างนั้น
โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับงานแต่อย่างใด
หรือส่งพนักงานไปฟังสัมมนาฟรี
ซึ่งมักจะไม่มีประโยชน์เนื่องจากเป็นการขายของทางอ้อมของผู้จัดสัมมนา
แต่การลงทุนในบุคลากรทั้งการจัดระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์
การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน
การฝึกอบรม ฯลฯ
จะช่วยให้พนักงานในองค์กรมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น
เนื่องจากจะมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งเปรียบเหมือนไขมันส่วนเกินเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก
รวมไปถึงการมีระบบการประเมินผล
และจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก
โดยผู้ประกอบการและผู้บริหารอาจจะไม่เชื่อว่าต้นทุนของบริษัทจะลดลงอย่างมากในระยะยาว

ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญานั้น
ภาคธุรกิจคงจะต้องสร้างความแตกต่างด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
หรือนวัตกรรมใหม่ๆ กัน
มิเช่นนั้นแล้วก็จะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์เดิมๆ
ก็คือ เอ็นเตอร์เทนลูกค้า
วิ่งงาน จ่ายเงินใต้โต๊ะ
พาไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ
ซึ่งเนื่องจากไม่ช่วยทำให้ธุรกิจแข็งแรงแล้ว
ยังจะทำให้ธุรกิจนับวันจะอ่อนแอลง
เนื่องจากพนักงานจะมองว่าไม่ต้องขยันก็มีงาน
เนื่องจากบริษัทขยันจ่ายเงินใต้โต๊ะ
ยังไงก็ได้งานและส่งมอบงานได้อยู่แล้ว
และมีผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดฮวบ
เนื่องจากคนในชาติคิดว่าไม่ต้องเก่งหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา
แต่หา Connection ให้เก่งอย่างเดียวก็รอดได้แล้ว

หากเรากลับมาใส่ใจในร่างกายของเราสักนิด
เอาหลักการลดไขมันความอ้วนไปใช้
จะช่วยทำให้ธุรกิจของเรามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่จะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้
มิฉะนั้นแล้ว
อาจจะต้องเข็นร่างกายของเราเข้าห้อง ICU กันเป็นแน่แท้

ที่มา:หาทางรอดธุรกิจด้วยวิธีคิดลดความอ้วน ในหรอยดอทคอม





 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 15:25:42 น.
Counter : 203 Pageviews.  

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน ตอนที่ 2

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน ตอนที่ 2
เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า
ก่อนอื่นต้องอธิบายกันก่อนว่าหลักการลดความอ้วนและทำให้ร่างกายแข็งแรงตามสถานฟิตเนสทั้งหลายเค้ามีหลักการอย่างไร
โดยหลักการที่ง่ายของการลดไขมันก็คือ
คนที่จะลดน้ำหนักได้นั้นจะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
สังเกตุง่ายๆ ก็คือ
คนที่มีน้ำหนักเท่ากันสองคน
คนที่หนึ่งมีกล้ามเนื้อมากกว่าจากการออกกำลังกาย
เช่น เล่นกล้ามท้อง ยกน้ำหนัก
ฯลฯ (จับกล้ามเนื้อส่วนไหนก็แน่น) จะมีอัตราการเผาผลาญไขมันได้สูงกว่าอีกคนหนึ่งที่ไม่ออกกำลังกายและไม่มีกล้ามเนื้อ (จับเนื้อส่วนไหนก็เหลว) ซึ่งท่านที่เคยไปใช้บริการครูฝึกส่วนตัวที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์ทั้งหลาย
จะพบว่าหลักการลดน้ำหนักไม่มีอะไรซับซ้อน
ก็คือ 1) เล่นกล้าม
เช่น ซิตอัพกล้ามท้อง
ยกน้ำหนักบริหารกล้ามเนื้อบริเวณอก
แขน ขา และน่อง
เมื่อเล่นเล่นแล้วก็จะเข้ากระบวนการที่เรียกว่า 2)
Burn หรือเผาผลาญไขมัน
ด้วยการไปวิ่งบนทางวิ่ง 30
– 40 นาที
เพื่อเอาไขมันออก
โดยคนที่มีกล้ามเนื้อมากๆ
นั้น กล้ามเนื้อจะบีบให้ไขมันมาอยู่ส่วนนอกติดกับผิวหนัง
ซึ่งจะเผาผลาญได้ง่ายกว่าและออกไปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มีกล้ามเนื้อที่ไขมันจะปนอยู่กับเนื้อ (เนื่องจากไขมันอยู่ชั้นนอกสุดของร่างกาย) นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว
คนที่จะลดความอ้วนต้องมีความอดทนที่จะลดอาหารที่สะสมความอ้วน
เช่น แป้ง หรือไขมัน
ซึ่งในการลดความอ้วนนั้นจะใช้เวลาไม่มาก
แต่ต้องตัดใจและอดทนรอวันที่จะมาถึงเท่านั้น
ซึ่งแรกๆ จะลดช้า
เนื่องจากร่างกายต้องสร้างกล้ามเนื้อก่อน
แต่พอกล้ามเนื้อมีมากขึ้นทีนี้เราจะเห็นผลทันตา



หน้าที่ 3 - กาารลดความอ้วนกับการทำธุรกิจ

จาก ข้างต้นจะเห็นได้ว่าหากเราสังเกตุหลักการลดความอ้วนกับการบริหารธุรกิจจะมี หลักการที่ใกล้เคียงกันอย่างมากนั่นก็คือธุรกิจที่จะแข็งแรงได้นั้น
ผู้บริหารจะต้องลดความอ้วนของกิจการก่อนเป็นอย่างอื่น
โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้
การลดความอ้วนหรือไขมันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
โดยทั่วไปเราจะเห็นได้ว่าไขมันในตัวธุรกิจนั้นมีไม่กี่รายการก็คือ
บุคลากรที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
การแบกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
การมีภาระทางการเงินในระยะยาว
ซึ่งทำให้ร่างกายหรือบริษัทของเราไม่แข็งแรง
จะไปไหนก็เทอะทะไปหมด
ไม่เหมือนกับบางบริษัทที่หุ่นเข้าประเภทฟิตแอนด์เฟิร์ม
จะทำอะไรก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง
คล่องตัว
โดยมีกล้ามเนื้อที่สำคัญก็คือทรัพย์สินทางปัญญาหรือนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ

การลดไขมันด้วยการสร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจแบบง่ายๆ
ก็คือการหมั่นขันน๊อตพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
โดยผู้บริหารจะต้องกำหนดตัวชี้วัดหลายๆ
ตัวมาใช้ในการวัดประสิทธิภาพของพนักงาน
เช่น คุณภาพงานที่ยอมรับได้
การส่งมอบงานที่ตรงเวลาและงบประมาณ
ฯลฯ และจะต้องขันน๊อตพนักงานที่ไม่ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ
หากพนักงานคนนั้นไม่สามารถปฏิบัติงานได้
ก็ไม่มีทางเลือก คือต้องให้ออกสถานเดียว
เนื่องจากมีทักษะและความสามารถที่ไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท
หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมนุษยธรรม
แต่จงระลึกเสมอว่าธุรกิจไม่ใช่องค์กรสาธารณกุศล
หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
ที่สามารถแบกรับไขมันในก้อนนี้ได้
หากพนักงานไม่เข้าใจหลักการ The
Fitness is the survival แล้ว
บริษัทหรือธุรกิจก็คงไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับไขมันก้อนนี้ก็คือ
ไขมันก้อนนี้อาจจะวิวัฒนาการกลายเป็นมะเร็งร้ายของบริษัท
เนื่องจาก หากมีคนหนึ่งไม่ทำงานหรือทำงานไม่ดี
แต่ได้เงินเท่ากับคนที่ทำงานดี
จะทำให้คนที่ทำงานดีขาดกำลังใจในการทำงาน
เนื่องจากทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้เงินเหมือนกันหรือเท่ากัน



หน้าที่ 4 - สร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจ

หลักการต่อมา
ท่านผู้บริหารอาจจะต้องสำรวจงบการเงินกันสักนิดว่ามีค่าใช้จ่ายใดที่สูงเกินปกติหรือไม่
เช่น ค่าเช่าสำนักงาน
ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่ารับรองลูกค้า
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโอที ฯลฯ
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ถ้าไม่สำรวจกันดีๆ
จะพบว่าไขมันก้อนนี้เป็นไขมันก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
ว่าที่แท้แล้วเรามีค่าใช้จ่ายที่บวมขึ้นมาโดยไม่จำเป็นกันมานานแล้ว
แต่เราไม่เคยสนใจเนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นเราใช้เงินกันเป็นเบี้ยหรือลูกเสี่ย
โดยค่าใช้จ่ายที่บวมแบบไม่จำเป็นมักจะเป็นค่าเช่าสำนักงานที่หลายบริษัทเน้นภาพลักษณ์
ประเภทกินไม่ได้แต่เท่ห์ไว้ก่อน
แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นส่วนที่กัดกินสถานภาพการเงินของบริษัทแบบรวดเร็วมาก
แต่อย่าลิืมไปดูค่าใช้จ่ายที่เบิกโดยพนักงานด้วย
ลองบวกกันดีๆ
จะพบว่าตัวเลขสูงจนน่าตกใจเหมือนกัน

ผ่านการลดไขมันสองก้อนใหญ่ๆ
แล้ว
เราต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญากันสักหน่อย
หลายบริษัทมักจะลดการลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
ซึ่งอาจจะถูกต้องถ้าลดการฝึกอบรมในส่วนที่เป็นความรู้รอบตัว
หรืออบรมไปอย่างนั้น
โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับงานแต่อย่างใด
หรือส่งพนักงานไปฟังสัมมนาฟรี
ซึ่งมักจะไม่มีประโยชน์เนื่องจากเป็นการขายของทางอ้อมของผู้จัดสัมมนา
แต่การลงทุนในบุคลากรทั้งการจัดระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์
การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน
การฝึกอบรม ฯลฯ
จะช่วยให้พนักงานในองค์กรมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น
เนื่องจากจะมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งเปรียบเหมือนไขมันส่วนเกินเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก
รวมไปถึงการมีระบบการประเมินผล
และจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก
โดยผู้ประกอบการและผู้บริหารอาจจะไม่เชื่อว่าต้นทุนของบริษัทจะลดลงอย่างมากในระยะยาว

ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญานั้น
ภาคธุรกิจคงจะต้องสร้างความแตกต่างด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
หรือนวัตกรรมใหม่ๆ กัน
มิเช่นนั้นแล้วก็จะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์เดิมๆ
ก็คือ เอ็นเตอร์เทนลูกค้า
วิ่งงาน จ่ายเงินใต้โต๊ะ
พาไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ
ซึ่งเนื่องจากไม่ช่วยทำให้ธุรกิจแข็งแรงแล้ว
ยังจะทำให้ธุรกิจนับวันจะอ่อนแอลง
เนื่องจากพนักงานจะมองว่าไม่ต้องขยันก็มีงาน
เนื่องจากบริษัทขยันจ่ายเงินใต้โต๊ะ
ยังไงก็ได้งานและส่งมอบงานได้อยู่แล้ว
และมีผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดฮวบ
เนื่องจากคนในชาติคิดว่าไม่ต้องเก่งหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา
แต่หา Connection ให้เก่งอย่างเดียวก็รอดได้แล้ว

หากเรากลับมาใส่ใจในร่างกายของเราสักนิด
เอาหลักการลดไขมันความอ้วนไปใช้
จะช่วยทำให้ธุรกิจของเรามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่จะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้
มิฉะนั้นแล้ว
อาจจะต้องเข็นร่างกายของเราเข้าห้อง ICU กันเป็นแน่แท้

ที่มา:หาทางรอดธุรกิจด้วยวิธีคิดลดความอ้วน ในหรอยดอทคอม





 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 15:26:09 น.
Counter : 264 Pageviews.  

1  2  3  4  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.