แจกสูตรน้ำพั้นมะเขือเทศ บำรุงผิว


ขึ้นชื่อว่าน้ำมะเขือเทศใครๆ ก็นึกถึงคุณสมบัติในการบำรุงผิวกันสุด

หลายคนพอนึกถึงรสชาติน้ำมะเขือเทศ ก็จะร้องยี้ บางคนก็โอ้ยอร่อยออก  = =

( เจ้าของกระทู้ทำหน้างี้ คงนึกออกนะค่ะว่าชอบรสชาติหรือไม่ ฮ่าๆๆ )

แต่เพราะสรรพคุณมันดีเหลือเกินทั้งต่อสุขภาพ และต่อผิวพรรณ เราจงมากินมันกัน

แต่กินอย่างไงให้อร่อยให้มีความสุขไปด้วยละ วันนี้เจ้าของกระทู้เลยมาแจกสูตรน้ำพั้นมะเขือเทศ ( ไม่มีแอลกอฮอลนะคะ )



เริ่มจากวัตถุดิบเลยค่ะ




1. น้ำมะเขือเทศกล่อง 200 ml.

2. น้ําแดงเฮลบลูบอย

3. โซดา

4. แอบเปิ้ลเปรี้ยว

5. แก้วมังกร

6. สละรสเปรี้ยวอมหวาน



ขั้นตอนการทำก็ง่ายมากค่ะ  มาเริ่มกันเลย




1. เทน้ำมะเขือเทศ 1 กล่อง ขนาดเล็ก 200 ml  นิวเลือกใช้ของ tipco น้ำมะเขือเทศสองสี 

 ที่นอกจากมีไลโครปินสูงจากน้ำมะเขือเทศสีแดงแล้ว  ยังมีเบต้าแคโรทีนจากมะเขือเทศสีทองสูงอีกด้วย

( เคยกินกันยังมะเขือเทศสีทองงงง  แปลกมากนะเธอ)

ถ้าเพื่อนๆ ใช้น้ำมะเขือเทศกล่องใหญ่ แนะนำให้เทหนึ่งแก้วแทนคะ


2. ใส่น้ำแดงเฮลบลูบอย  7-8 ช้อนโต๊ะ  หรือปรับมากน้อยกว่านี้ตามความชอบคะ


3. ใส่โซดา  ¾  ขวด  ถ้าใครชอบแบบไม่เข้มข้นก็ใส่หมดขวดได้เลยคะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน





4. ใส่ผลไม้ทั้งหมดค่ะ  ผลไม้ที่เราเตรียมมาจะเป็นสละรสเปรี้ยวอมหวาน หั่นชิ้นเล็กๆ

แอบเปิ้ลเขียวรสเปรี้ยว  และแก้วมังกร   สังเกตดูจะเห็นว่านิวใช้ผลไม้รสออกเปรี้ยวน้ำ

เพื่อความกลมกล่อมของรสชาติน้ำพั้น เนื่องจากเรามีรสหวานจากน้ำแดงแล้ว

และใช้แก้วมังกรมาเจือจางรสชาติ


5. คนส่วนผสมให้เข้ากันทั้งหมด  ตักใส่แก้วทานได้ค่ะ  ให้อร่อยต้องแช่เย็นสักครู่

แต่ถ้าจะใส่น้ำแข็งต้องลดปริมาณโซดาลงมาเล็กน้อยด้วยนะคะ

เสร็จแล้วค่ะน้ำพั้นมะเขือเทศ  ลองทำทานกันดูนะค่ะ



ทำง่ายมากแล้วก็ทานง่ายขึ้นมากสำหรับคนไม่ชอบน้ำมะเขือเทศ อร่อยแถมดีกับสุขภาพผิว  ต้องลองคะ

นิวมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนทานน้ำมะเขือเทศมาให้ด้วยนะคะ

น้ำมะเขือเทศมีตัวทำละลายที่ดีคือไขมัน  ฉะนั้นถ้าวันไหนกินอาหารมีไขมันกินตามเวิร์คมากคะ

แต่น้ำมะเขือเทศไม่ควรทานเกินวันละ 400 ml นะคะ เพราะอาจตามมาด้วยโทษแทน


ใครอยากอ่านสาระเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมะเขือเทศจากบล็อกเก่านิวอ่านได้ที่ Link ด้านล่างนะคะ

ชวนมากินน้ำมะเขือเทศสีทอง กันเถอะ แหวกแปลก ดี !!!


วันนี้จบกระทู้ไว้ก่อนนะคะ ด้วยรักและปรารถนาดีจาก NuchyLady ชะนีอยากสวย จุ๊ฟๆ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2558 9:52:55 น.
Counter : 577 Pageviews.

0 comment
ชวนมากินน้ำมะเขือเทศสีทอง กันเถอะ แหวกแปลก ดี !!!
ตอนนี้น้ำมะเขือเทศเป็นที่ยอมรับและนิยมสุดๆให้เป็นสุดยอดน้ำผักเพื่อบำรุงผิวและสุขภาพ
เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยเฉพาะ  “ ไลโคปีน ”
ที่มีมากในมะเขือเทศ และวิตามินซีซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการบำรุงผิวพรรณอยู่แล้ว  

“ ไลโคปีน ” เป็นสารอีกตัวในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบในผักและผลไม้ที่มีสีส้มสีแดง
อย่างเช่น มะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฟักข้าว เกรปฟรุต ถือเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์
ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งสารอนุมูลอิสระมีผลทำลายคอลลาเจน
ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและทำลายเซลล์ผิว ฉะนั้นไลโคปีนจึงช่วยปกป้องการเกิดริ้วรอยได้ดี
ผิวเด็กโอเคไหมเธอ ยัง ยังไม่หมดนะ ไลโคปีนสามารถช่วยป้องกันผิวจาก UVB
ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำได้ดีเมื่อเปรียบเทียบสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์

เลิศไหมละ แต่งงละสิที่พูดมาไลโคปีนมันมีมากในผลไม้สีแดง ย้ำสีแดง
แต่ชื่อกระทู้พูดถึงมะเขือเทศสีทองไม่ใช่เหรอ??  ใช่แล้วคะ
วันนี้ NuchyLady จะมาคุยกันเรื่องมะเขือเทศสีทอง ที่มันแบบเห้ยแปลก แหวก ไม่เคยได้ยินเลยอะ
สืบเนื่องจากเห็นน้ำมะเขือเทศ Tipco Double Tomato ที่มีมะเขือเทศ 2 สายพันธุ์
สีแดงและสีทอง ออกมาใหม่ในตู้เซเว่น  ( ความรู้สึกแรกที่เห็น คืออะไร Smiley มะเขือเทศสีทอง มันแปลกอะแก ) 

ปกตินิวมักจะซื้อน้ำมะเขือเทศกินเป็นประจำ กินเพรียวๆ บ้าง กินผสมกับน้ำสตอเบอร์รี่หรือน้ำผลไม้อื่นก็อร่อย
เลยหยิบ Tipco Double tomato มาอ่านส่วนประกอบ มีไลโคปีน 81.32 มก. และเบต้าเคโรทีน 2,400 มก.
ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมากแล้วยังมีคอลลาเจน 480 มก.
และวิตามินอื่นๆอีกหลายอย่าง นางเกิดมาเพื่องานบำรุงผิวจากภายในชัดๆ




มะเขือเทศสีทองจะแตกต่างจากสีแดงก็ตรงที่ให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็น “ เบต้าแคโรทีน ” แทน “ ไลโคปีน ”
ซึ่งทั้งสองเป็นสารมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระสูงสุด  เบต้าแคโรทีน คือสารตั้งต้นของวิตามินเอ
ช่วยการมองเห็นในที่มืดและลดความเสื่อมของดวงตา นอกจากเบต้าแคโรทีน
ยังมีวิตามินและสารอื่นๆ แตกต่างจากมะเขือเทศสีแดงอยู่บ้าง

เรื่องของกลิ่น ก็กลิ่นน้ำมะเขือเทศแหละค่ะ ไม่ได้กลิ่นแรงมาก รับได้กินได้คะ
ส่วนเรื่องรสชาติจะเค็มนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ อร่อย ทานไม่ยากค่ะ

แนะนำวิธีทานน้ำมะเขือเทศที่ได้ผลดีที่สุดนะค่ะ
หากอยากให้มีการดูดซึมสารอาหารให้มากที่สุด 
ให้ทานน้ำมะเขือเทศกับไขมันเล็กน้อย
อาจเป็นการทานหลังทานอาหารที่มีไขมันเลยทันทีหรือทานตอนว่างแต่หยดไขมันลงไปนิดหน่อย
เพราะไขมันเป็นตัวทำละลายของวิตามิน ส่วนนินิวเลือกวิธีกินหลังมื้ออาหารที่มีไขมันแทนคะ
สะดวกง่ายดี  มื้อไหนมีอาหารทอด มีไขมันสัตว์ทานน้ำมะเขือเทศเลยค่ะ

ก่อนจบกระทู้

ขอปิดท้ายอีกนิดนะคะ  ทุกสิ่งทุกอย่างมีความพอดีในตัวของมัน ทานมากก็ก่อโทษแทนได้นะคะ
ทานน้ำมะเขือเทศมากไปไตอาจมีปัญหาได้นะคะ เนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง
และเบต้าแคโรทีนที่มีมากเกินร่างกายต้องการ จากสารต้านอนุมูลอิสระจะกลายเป็นสารก่ออนุมูลอิสระเสียเอง
ปริมาณแนะนำควรกินน้ำมะเขือเทศไม่เกิน 2 กล่อง หรือถ้าเป็นกล่องใหญ่ก็ไม่เกิน 2 แก้ว
(ถ้ากินน้ำผลไม้อื่นที่มีสารอาหารใกล้เคียงกันให้นับรวมไปด้วยนะคะ)  




Create Date : 28 ตุลาคม 2558
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 10:07:04 น.
Counter : 751 Pageviews.

1 comment
มะขาม สุดยอดสมุนไพรบำรุงผิว !!
Smiley มะขามสุดยอดสมุนไพรความงามในตำนาน Smiley

มะขามเปียกสมุนไพรคู่ครัวไทย ที่มีกรดผลไม้ AHA (Alpha hydroxyl acids)
AHA นิยมใช้กันมากในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้รักษาสิว ฝ้า กระ รอยด่างดำ ริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดความมันบนผิวหน้า
นอกจากนี้ AHA ยังกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น ลดริ้วรอยและทำให้ผิวไม่หย่อนคล้อย

AHA มีฤทธิ์เป็นกรดจึงทำให้ขี้ไคลลอกหลุดได้ง่ายขึ้น กระตุ้นให้เซลล์ใหม่ในชั้นล่าง
ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียบขึ้น เพราะมีเซลล์ใหม่มาทดแทน

จริงๆ AHAไม่ได้มีแค่ในมะขามนะค่ะ แต่ในผลไม้หลายชนิดมากที่ผบ เช่น องุน แอบเปิ้ล มะนาว

สูตรพอกหน้ามะขาม มีหลากหลายสูตรที่คนไทยแต่ละคนนำมาพอกมากมายค่ะ

Smiley ตัวอย่างสูตรพอกค่ะ Smiley

Smiley สูตรมะขาม+น้ำผึ้ง+ขมิ้น Smiley
Smiley สูตรมะขาม+น้ำผึ้ง+ดินสอพอง Smiley
Smiley สูตรมะขาม+นมสด+ขมิ้น+ว่างหางจระเข้ Smiley
Smiley สูตรมะขาม+นมสด Smiley

แล้วแต่ว่าใครจะประยุกต์หาอะไรมาได้
ส่วนตัวนิวก็ชอบพอกมะขามเป็นหลัก ส่วนอย่างอื่นสุดแล้วแต่ว่าหามาได้
ช่วงไหนไปเจอขมิ้น ดินสอพอง หรือแวะซื้อนมสดก็ใส่มา แต่หลักๆ มีมะขามติดครัวค่ะ

บางทีขี้เกียจมากๆ ก็มีซื้อครีมมะขามพอกหน้าพวก OTOP สำเร็จรูปมาใช้ง่ายดีค่ะ อิอิ



Smiley เคล็ดลับการพอกมะขาม Smiley

tamarind

มะขามเป็น AHA หลังจากใช้แล้วหน้ามักแห้ง ทำให้ผิวไวต่อแสงมาก
ควรทำในช่วงเย็น พอกทิ้งไว้ 5 - 10 นาที
แล้วล้างออกให้สะอาดซับหน้าด้วยผ้าสะอาด
แล้วบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์บางๆ ก่อนทาไนท์ครีมตามปกติ
ในช่วงเช้าต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
ย้ำนะค่ะต้องใช้เพราะผิวเราจะไวกว่าแสงมากกว่าปกติควรปกป้องค่ะ





Create Date : 08 ตุลาคม 2557
Last Update : 8 ตุลาคม 2557 21:05:58 น.
Counter : 626 Pageviews.

0 comment

BlogGang Popular Award#13



NuchyLady
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]