Group Blog
 
All blogs
 

อาจารย์ เพราะอะไร

ก่อนกลับจากต่างประเทศ สิ่งที่วางแผนไว้ก็คืออยากทำงานออฟฟิศซักแห่งในสายวิชาที่จบมา และหากเป็นไปได้ก็จะขอสอนหนังสือในวันหยุด แต่คงจะยากเพราะเราก็ไม่ได้จบครู และไม่มีประสบการณ์สอนหนังสือ

กลับมาหกเดือนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสอนหนังสือมาได้ 4 เดือนแล้ว (แถมยังเพิ่งจะได้ทำงานประจำเดือนนี้เอง) ดวงคนเรามันก็แบบนี้ เมื่อถึงเวลา เรื่องบางอย่างที่ว่าง่ายอย่างหางานก็กลับยากเย็น เรื่องที่คิดว่ายากอย่างการเป็นอาจารย์กลับได้ทำโดยบังเอิญ

ทำไมถึงอยากเป็นอาจารย์ เพื่อนถาม .. เออแล้วคนที่เขาเป็นอาจารย์นี่เขาคิดยังไงกัน เพราะอาชีพอาจารย์นอกจากทักษะความรู้ที่ต้องมีมากกว่าคนทั่วไปและต้องแม่นยำตำราแล้ว จะต้องมีความสามารถในการพูดและการนำเสนออีกด้วย แถมงานที่ทำก็ไม่ได้มีแค่เวลาสอน กลับบ้านก็ต้องเอาการบ้านไปตรวจ ออกข้อสอบ ให้คะแนน รวมถึงรับโทรศัพท์บรรดาลูกศิษย์ตัวแสบอีก

ผมสนุกกับการได้พูดคุย การนำเสนออะไรซักอย่างต่อหน้าคน ที่ไม่ใช่เรื่องยากหากเราเตรียมตัวมาพร้อม สำหรับผมการทำธุรกิจ เป็นลูกจ้างบริษัท คือการนำความรู้ความสามารถมาใช้ประโยชน์เพื่อตัวของเรา ครอบครัวของเรา ยิ่งเก่ง ผลตอบแทนก็มากขึ้น ทั้งหลายทั้งปวงก็จะตกแก่ตนเอง .. แต่วันนึงความรู้เหล่านั้นมันก็จะตายไปพร้อมเรา

การเป็นอาจารย์เป็นการนำความรู้ของเราไปถ่ายทอดให้ผู้อื่น ทำให้คนในสังคมเก่งขึ้น มีความสามารถมีทักษะไปหาประโยชน์ให้กับตัวเอง จากสิ่งที่เรามีเรารู้เพียงคนเดียว ก็กลายเป็นรู้หลายคน เราให้ความรู้คนอื่นใช่ว่าเราจะโง่ลง ดังนั้นในกรณีนี้คนที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมก็คือประเทศชาติ นอกจากนี้ การได้รับการยอมรับนับถือจากนักศึกษา จะทำให้เรารู้สึกภูมิใจ ภูมิใจเหมือนเวลาเราทำความดีแล้วรู้สึกสุขใจ เมื่อคิดแบบนี้ได้แล้ว บางทีเงินทองอาจเป็นเหตุผลรองในการเลือกใช้ชีวิตแบบนี้

ผมคิดว่าการสอนหนังสือคือการทำบุญ เป็นการทำบุญที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุด ถ้าเราทำอย่างตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ผลของบุญนั้นก็จะตอบสนองเราผ่านความสำเร็จของนักศึกษาที่เราสอน ซึ่งใครจะรู้ว่าซักวัน พวกเขาอาจกลับมาตอบแทนเราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งก็ได้

ตอนนี้ก็ได้สอนหนังสือสมใจ การมีคนเรียกเราว่าอาจารย์ เป็นความรู้สึกที่ดีที่ทำให้เราลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมการสอนไปได้ ต่อไปคงจะเหนื่อยขึ้นเมื่อมีงานประจำเข้ามาเพิ่ม (ซึ่งที่ได้งานประจำนี้มาส่วนหนึ่งเพราะมีประวัติการสอนหนังสือเพิ่มเติมในเรซูเม ซึ่งถือว่ามีส่วนมาก) การสอนหนังสือจะช่วยให้เราทบทวนความรู้เพื่อนำไปใช้ในที่ทำงาน และขณะเดียวกันประสบการณ์ทำงานก็สามารถนำไปใช้สอนหนังสือได้อีกด้วย

ซักวัน ถ้าคุณคิดจะเป็นอาจารย์ คุณคิดว่าคุณจะเป็นเพราะอะไรครับ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2549 21:45:40 น.
Counter : 190 Pageviews.  

Love, so petrified (ความรักในเชิงการทุ่มเท)

หัวใจ เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ที่มนุษย์มักจะควักออกมายกให้คนที่รัก ..... บางคนอ้างว่าหัวใจมีสี่ห้อง ให้คนนี้ห้องนึง คนนั้นห้องนึง ..... บางคนก็ปฏิเสธความรักจากคนอื่นด้วยการอ้างว่าหัวใจไม่ว่างแล้ว ทั้งสี่ห้อง

จริงๆ แล้วเราสามารถมอบอะไรให้กับคนรักได้มากกว่าหัวใจ ..... เพราะหัวใจนี่มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของร่างกายเรา บางคนหัวใจป่วยก็ผ่าตัดทำ bypass อะไรได้ ..... ถ้าเราให้หัวใจคนผิด แล้วเขาไม่ดูแล เราก็เอากลับมาได้ ..... แต่ผมกำลังพูดถึงชีวิตของเราที่ประกอบด้วยกายหยาบและวิญญาณในร่างกาย ที่สำหรับบางคู่นั้น เขาได้มอบให้กันอย่างหมดเนื้อหมดตัว

ต่อไปนี้ประสบการณ์ที่อย่ารู้เลยว่าเป็นของใคร
..... เคยมีผู้ชายคนหนึ่งคาดหวังกับตัวเองว่าวันหนึ่ง เราคงจะต้องเจอคนที่ใช่อีกครั้ง หลังจากเขาได้เสียคนที่รักไปครั้งหนึ่ง จากความบกพร่องที่เกิดจากการไม่ดูแลเอาใจใส่ของเขาเอง ..... ผู้ชายคนนั้นเสียใจแต่ไม่ท้อ เนื่องจากได้โทษปี่โทษกลองว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ความรักในวันนั้นมันจะต้องจบลง

เขาลุกขึ้นมาพูดกับตัวเองในห้องน้ำ ว่าด้วยเจตนารมย์ที่จะสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเขาในอนาคต เขาจะต้องมอบสิ่งที่เขามีทั้งหมดในทางความรู้สึก ให้กับผู้หญิงที่เขาฟันธงว่าใช่ ..... ตลอดเวลาเขาได้ทุ่มเทศึกษาตัวเอง ดีที่ไม่ใช่การศึกษาทางการแพทย์ไม่งั้นเขาคงฉีดยาตัวเองจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว ..... แต่เขากำลังศึกษาข้อดีข้อเสียของตัวเอง ว่าตนเองนั้นมีข้อบกพร่องอะไรในอดีตถึงได้เสียคนรักไป ..... อะไรคือสิ่งที่ควรจะมี อะไรคือสิ่งที่ควรทำ เพื่อคนที่รักอย่างแท้จริง

.....การทุ่มทั้งชีวิตเพื่อคนที่รัก เริ่มขึ้นโดยบังเอิญ ทั้งที่ยังไม่เจอคนที่รักเลย

ท้ายที่สุดเขาก็พบว่าความรักของเขามันคืออะไร การทุ่มเทอย่างบ้าคลั่งเพื่อคนที่รักโดยไม่รู้ว่าเธอคนนั้นต้องการอะไรกันแน่ คือความผิดพลาดที่นอกจากจะไม่สร้างสรรแล้ว ยังเพิ่มมลพิษทางอารมณ์ (Polluted Emotion) ให้แก่กันอีกต่างหาก

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง สามก๊กก็เคยอ่านไม่เคยเอามาคิด ..... วันนี้ผู้ชายคนนั้นพบเคล็ดลับการสร้างความรักให้ยืนยาวด้วยการมอบสิ่งที่ผู้หญฺงต้องการจะรับ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายต้องการจะให้

รักครั้งต่อไปของชายคนนั้นจะยิ่งใหญ่กว่าสยามพารากอน อย่างแน่นอน และมันจะฟอเอเวอร์ แอนด์เอเวอร์ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และแน่นอน เขาตั้งใจจะให้มันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในชีวิตของเขา

อนิจจา.....วันหนึ่งเขาเจอคนที่ใช่ ในเวลาอันไม่เหมาะสม ทฤษฎีที่คิดค้น ถูกเอามาเสี่ยงกับอนาคตที่ไร้ความชัดเจน ..... ผู้ชายคนหนึ่งได้เดิมพันชีวิตและความรู้สึกที่มีทั้งหมด ให้กับผู้หญิงที่ไม่สามารถจะนำไปสังเคราะห์ทำยาอะไรได้เลย ..... พูดง่ายๆ คือผู้หญิงคนนั้น ไม่สามารถจะตอบรับความรู้สึกอลังการงานสร้างของเขาได้ หรือยังไม่สามารถรักเขาได้นั่นเอง

..... ผมใช้คำว่ายังไม่สามารถรักเขาได้ เพราะอนาคตคือสิ่งที่ไม่แน่นอนสำหรับชายหญิงคู่นี้ แต่เพราะความใจร้อนของผู้ชายคนนั้น มันทำให้เขาได้มอบหัวใจ ตับ ไต ปอด รวมไปถึงวิญญาณ ให้กับผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะมีวันที่เขาจะได้สมหวังหรือไม่

การทุ่มสุดตัวเพื่อรอความหวังที่ตนเองไม่อาจควบคุมได้ เป็นภัยใหญ่หลวงต่อความรัก ..... ถึงแม้ว่าเราจะเจอคนที่เราอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต หรืออยากอยู่ด้วยไปจนถึงภพหน้าแล้วก็ตาม เราก็ไม่ควรจะบุ่มบ่ามเหมือนผู้ชายคนนี้ ที่ลืมวิเคราะห์ผลกระทบหากมันไม่ได้ดั่งใจ ..... วันนี้ ผู้ชายคนนึงได้ปีนบันไดที่เต็มไปด้วยลวดหนาม ซึ่งสูงสุดลูกหูลูกตา เขาไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ถึงจะไปถึงยอด และเช่นกันหากซักวันเขาพบว่ามันอาจจะเป็นบันไดที่ไม่มีวันสิ้นสุด ..... เขาจะทำอย่างไร ปล่อยมือให้ร่างของเขาร่วงลงไปตายอนาถที่พื้น หรือทู่ซี้ปีนขึ้นไปให้มันเจ็บปวดสาหัสพร้อมความหวังอันริบหรี่

อุปมาซะน่ากลัว ..... แต่นี่คือ ผลของการทุ่มทั้งชีวิตเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่รู้ชาติปางก่อนไปทำอะไรไว้กับผู้ชายคนนั้น ..... ประสบการณ์นี้บอกเราว่า หากเราจะรักใครแล้ว ควรจะเผื่อใจไว้สำหรับพักฟื้นด้วย เข้าใจว่าความรักที่แท้คือการอุทิศตัวเองเพื่อคนที่เรารัก แต่อย่าลืมว่าถ้าเราไม่มีชีวิตเหลือแล้ว เราก็คงจะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ ..... หัวใจเราควักให้เขาไป เรายังหาหัวใจเทียม หรือไปตามขอเขาคืนได้ หากเราเจอใครคนใหม่ ..... แต่ถ้าเรามอบชีวิตให้เขาไปจนหมดแล้ว แม้แต่ร่างก็จะไม่เหลือให้รักใครอีกตลอดไป

ความรักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่อย่ามอบชีวิตให้ความรัก

รักได้ แต่อย่าทุ่มทั้งตัวนะครับ




 

Create Date : 01 มีนาคม 2549    
Last Update : 1 มีนาคม 2549 14:42:18 น.
Counter : 272 Pageviews.  

รักหรือชอบ

ถ้าไม่ว่างมาก หรือไม่เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย คงไม่มาใส่ใจกับอะไรแบบนี้หรอก ..... และคงจะต้องมีเหตุการณ์อะไรมากระแทกใจ ไม่ก็มีเหตุให้ต้องมาค้นหาคำตอบ เพื่อความสบายใจของตัวเอง ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น เราจะนิยามมันอย่างไร

เผอิญมีจังหวะหนึ่งในชีวิต ที่ได้นั่งพิจารณาความแตกต่างของคำว่า ชอบกับรัก ซึ่งใช้ความรู้สึกส่วนตัวบวกกับความแตกต่างในระดับสากลมารวมๆกัน จนออกมาเป็นข้อสรุปที่เรียกได้ว่าคิดเองเออเอง

ถ้าเราชอบใครซักคน เหมือนเราเดินไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งแล้วชอบ เราก็จะต้องพยายามทำอะไรบางอย่างให้เขาสนใจ เพราะต่อมอยากมันทำงาน อยากรู้จัก อยากคุยด้วย อยากได้เบอร์โทร อยากโน่นอยากนี่ ความชอบมันก็เลยมองได้ในมุมของความต้องการเป็นหลัก คือความพยายามที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขโดยการเสนอ หรือยัดเยียดสิ่งต่างๆ ให้กับคนที่เราสนใจ สร้างสายสัมพันธ์ด้วยของกำนัล คำกลอนหวานๆ หรือดินเนอร์ พยายามจัดหาจนให้เขายอมรับในตัวเรา หรือจนกว่าจะถึงจุดที่จะทำให้เขาสนใจเราได้

แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ เราเจอเป้าหมายในชีวิต เจอคนที่เราอยากจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า ความต้องการของเราจะเปลี่ยนไป ความเห็นแก่ตัวจะลดลง ความรักจะเข้ามาแทนที่ และเมื่อความรักมันเข้ามาแทนที่ เราก็จะกลายเป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา โดยไม่ได้คิดถึงตัวเองเป็นหลัก ความห่วงใย การทะนุถนอม ความอยากที่จะปกป้องรักษา เพื่อให้เขาได้รับแต่สิ่งดีๆ มันต่างจากการทำเพื่อสร้างคะแนนนิยมในตัวเรา แต่เป็นการทุ่มเทโดยไม่หวังอะไรตอบแทน

รักกับชอบก็เลยต่างกัน ความชอบคือความพึงพอใจที่จะทำอะไรเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง และมีเป้าหมายคือการครอบครอง จะครองใจ หรือครองร่างกายอะไรก็แล้วแต่ ..... ความรัก เป็นความรู้สึกที่อยู่เหนือการครอบครองและควบคุม (control) นั่นคือการคุ้มครอง (protect) เป็นเรื่องของการให้ ..... เมื่อเราพบใครและแน่ใจว่าคนคนนั้น คือคนที่จะทำให้เรามีแต่ความสุข เราก็จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุขเช่นกัน ..... เมื่อเขายิ้มเราก็ยิ้ม เป็นการได้มาจากการให้ไปก่อน เหมือนๆ กับทำบุญแล้วอิ่มอกอิ่มใจทำนองนั้น ซึ่งนี่ก็คือความรัก

ดังนั้น การเสียสละเพื่อคนที่เรารัก คงไม่ใช่เรื่องที่เวอร์หากเราจะรักคนๆ นั้นจริงๆ การอุทิศตัวเองเพื่อคนๆ หนึ่งไม่ใช่สิ่งโง่เขลา แต่เป็นการบอกถึงความสุขสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้เมื่อมนุษย์อีกคนที่เขารักมีความสุข ..... วันนี้เราอาจจะชอบคนเป็นร้อยเป็นพัน เราอาจจะเคยมีแฟนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่จะมีกี่คนที่จะพูดได้ว่าเรารักเขาจริงๆ

ถ้าความชอบกับความรัก มันต่างกันแบบนี้ วันนี้เรารักใครบ้างหรือยัง ลองถามตัวเองดูครับ เอาเข้าจริงๆ อาจจะไม่มีเลยก็เป็นได้




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2549 16:19:37 น.
Counter : 203 Pageviews.  

ปลายทางบางทีก็ไม่สำคัญเท่ากับรายละเอียดระหว่างทาง

เป็นการเปรียบเทียบที่ได้ยินกันบ่อยๆ ..... ความสนุกสนานจากการได้สัมผัสบรรยากาศรอบข้าง บางครั้งมันก็เป็นที่น่าจดจำ มากกว่าจุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะไป ..... จุดสุดท้ายหลายครั้งที่มาจากความเพียรพยายาม มันอาจล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย ..... ทุกๆ ก้าวที่เราเดินไป มันให้อะไรกับเราทั้งนั้น ..... อย่างการแข่งกีฬา จุดหมายคือชัยชนะ แต่มันจะไปชนะกันทุกคนได้ซะเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามมิตรภาพ ความเป็นเพื่อน สุดท้ายก็มีค่าอยู่เหนือชัยชนะ ตรงนี้ไม่ว่าการแข่งขันอะไรที่ไหนเขาก็บอกไว้

ทีนี้ผมไม่ได้จะมาพูดถึงกีฬา แต่จะมาพูดถึงเรื่องความรัก (สำหรับช่วงนี้ คนที่เข้ามาอ่านบ่อยๆกรุณาทนฟังหน่อยแล้วกันครับ 555) ..... ผมพูดถึงการที่คนสองคนมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหนก็ตาม ..... ลองตั้งคำถามขึ้นมาว่า สมมติคุณต้องเลือกระหว่างคนที่ตกลงเป็นแฟนกับเรา แต่ไม่สามารถมีเวลาให้กันได้ มีเรื่องทะเลาะกันเสมอๆ หรือเย็นชา เฉยเมยต่อกัน ..... กับคนสองคนที่ดูแลกันและกันเป็นอย่างดี มีความปรารถนาดีต่อกัน มีเวลาให้กัน แต่เป็นแฟนกันไม่ได้ ..... คุณจะเลือกแบบไหน 555

บางครั้งคนก็ให้ความสำคัญกับคำว่าแฟนจนเกินไป ถ้าเขาไม่ยอมคบกับเรา เป็นแฟนเรา จะตายเสียให้ได้ ..... ยิ่งเราซีเรียสกับเรื่องนี้มากๆ ก็ทำนายเนิ่นๆ ได้เลยว่าหลังจากที่คบกันแล้วมันจะต้องมีปัญหาแหงๆ เพราะคนพวกนี้ให้ความสำคัญกับลักษณะนามที่สังคมสมมติขึ้นมากเกินไป ..... อารมณ์จึงเป็นใหญ่ เลยเถิดไปถึงการครอบครอง ความเป็นเจ้าของ ที่ทำให้ชีวิตคู่มันเป็นไปด้วยความยากลำบาก และไม่มีความสุข

ต่างจากคนสองคนที่เจอกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ในสถานการณ์ที่ไม่พร้อมสำหรับการลงเอย แต่เป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถหยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ให้กันได้ ยกตัวอย่างการมีกิ๊ก ที่เป็นคำแย่ๆ นิยามการแอบรักคนที่มีเจ้าของ ..... แต่เมื่อมองไปในความรู้สึกนั้น ผมเองก็เคยเจอมากับตัว เข้าใจว่าความรักเป็นสิ่งดีๆ ที่เรามีให้กับคนอื่น แต่เมื่อคนอื่นนั้นไม่พร้อมที่จะรับมันได้ เราเองก็ตกอยู่ในสภาพของมือที่สาม ..... ความพยายามต่างๆ ดูจะไร้จุดหมาย เพราะถ้าเราปราถนาดีจริงๆ เราก็ไม่ควรที่จะไปวุ่นวายกับชีวิตของคนอื่น ..... แต่หากเขาและเรามีเวลาให้มากพอที่จะรู้สึกดีๆ ต่อกันแล้ว พูดไปเถอะครับว่าเราคิดยังไงกับเขา ปล่อยให้ความรักมันล่องลอยอยู่ในอากาศให้บรรยากาศรอบๆ ตัวมันอบอุ่น สดใส ..... หากเจ้าของตัวจริงของเขาไม่มีเวลาพอ เราเองก็น่าที่จะแสดงความรักให้กับเขาได้ อย่างมีขอบเขต อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองชื่นอกชื่นใจ ในการแอบปิ๊งแฟนคนอื่นเขา ..... แต่ขอย้ำเลยนะครับว่าอย่างมีขอบเขต การหวังผลไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก และผมก็ไม่นับสนุนการแย่งแฟนคนอื่นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราต้องรู้ตัวว่าเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องเปลี่ยนตาม วันหนึ่งเขาไม่พร้อมที่จะรับความรู้สึกดีๆ จากเรา เราก็ต้องเพลาๆ ลงแล้วคิดถึงความสุขของเขาก่อน จุดหมายปลายทางอาจจะไม่สำคัญ เท่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ความรักก็เหมือนกัน การจบลงด้วยการคบกัน บางทีก็ไม่สวยงามเท่ากับความปราถนาดีที่มีให้กันตลอดระยะเวลาที่เอื้ออำนวย ..... หลายคู่คงจะหวนนึกถึงตอนที่แฟนเราจีบเราใหม่ๆ หรือคบกันใหม่ๆ ความรู้สึกแบบนั้นแหละครับที่มันสวยงาม และมันจะยืนยาวมั๊ยก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของทั้งเราและเขา .....

จากปีใหม่นี้ไปก็คงจะเป็นวันวาเลนไทน์ที่เราจะมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับคนที่เรารักแบบตามสถานการณ์มันพาไปอีกครั้ง (หรือใครจะแสดงความรักในวันเด็ก วันครู ตรุษจีน ก็ขอให้โชคดีครับ) ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับความรู้สึกดีๆ ให้นานๆ นะครับ ถือว่าเป็นการอวยพรปีใหม่แบบล่าช้าไปในตัว ..... รักษาที่ว่างระหว่างคุณกับเขาและแชร์ความรักของเรา อย่างบริสุทธิ์ใจนะครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ตำแหน่งไหนในความรักของปีนี้ แฮปปี้นิวเยียร์ครับ




 

Create Date : 03 มกราคม 2549    
Last Update : 3 มกราคม 2549 6:42:16 น.
Counter : 1625 Pageviews.  

ความรักที่ถูกจำกัด ในคำจำกัดความของความรัก

ค่อนข้างหนาวนะครับในช่วงสิ้นปีแบบนี้ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ เวลาได้สัมผัสลมเย็นๆจากอากาศรอบๆ ตัว แล้วมันรู้สึกถึงความสุขที่กำลังจะมาจากงานเทศกาลต่างๆ อย่างในเมืองไทยก็เริ่มกันตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาที่เราจะได้ร่วมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงของเรา ตามถนนหนทางก็จะประดับประดาไฟสวยงาม แล้วก็จะสว่างไสว ฉลองกันยาวเลยไปถึงวันสิ้นปี และวันปีใหม่ .......... ในต่างประเทศช่วงนี้ก็เริ่มประดับไฟกันแล้ว ตามห้างสรรพสินค้าก็จะเต็มไปด้วยผู้คนออกมาซื้อของขวัญให้กันและกัน ได้ยินเพลงสนุกๆ เกี่ยวกับวันคริสมาสต์ลอยมาจากวิทยุ โทรทัศน์ และเสียงตามสายต่างๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าเดือนธันวาคม เป็นเดือนที่คนมีความทุกข์น้อยที่สุดในรอบปีแล้วมั๊ง

บรรยากาศแห่งความสุขแบบนี้คนก็มักจะแชร์สิ่งดีๆ ให้แก่กัน ..... ความรักก็เป็นสิ่งดีๆ สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับเราเสมอๆ ทีนี้พอพูดถึงความรักผมก็เข้าเรื่องได้เสียที ว่าความรักเองนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนมีความสุขได้ 100% ซะทีเดียว เพราะความรักที่สมบูรณ์นั้นเกิดจากคน 2 คน ที่เข้าใจอะไรอะไรเหมือนกัน และรู้สึกดีต่อกันและกัน หากคุณรักเขาฝ่ายเดียว คุณอาจจะต้องนั่งอึดอัด ทรมานกับความรู้สึกในใจของคุณ ที่มันแย่กว่ากินพริก 7 เม็ดที่อยู่ในส้มตำไปทีเดียวพร้อมๆกันโดยบังเอิญมากนัก

บางครั้งอุปสรรคที่เกิดขึ้น มันอาจจะไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบขี้หน้าคุณซะทีเดียว .......... เงื่อนไขและข้อจำกัดของความรักนั้น มีมากมาย เช่นเขาอาจจะมีแฟนแล้ว, คุณอาจจะได้เจอเขาเพียงเวลาสั้นๆ แล้วมีเหตุที่ต้องจากกันซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้เจออีกเมื่อไหร่, หรือคุณเองอาจจะคิดว่าคนคนนั้นไม่ใช่ แล้วพยายามคิดว่าความรู้สึกดีๆ ที่คุณสร้างขึ้นนั้นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ..... เหล่านี้ทำให้หลายๆ ครั้ง คนเราไม่อยากจะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้ต่อกัน

ลองนึกดูแบบเปรียบเทียบ คุณไปเจอเสื้อตัวนึง สวยมาก แขวนอยู่ที่ห้าง คุณมีเงินพอที่จะซื้อโดยไม่ลำบาก แต่คุณไม่ซื้อ คุณเอาแต่เดินดูเสื้อตัวนั้นทุกวันๆ ถามว่าคุณจะทำไปทำไม ..... คุณมีโอกาสที่จะซื้อเสื้อตัวนั้นกลับบ้าน และถ้าหากคุณซื้อไป คุณก็จะได้ใช้มัน จะได้รับความรู้สึกอุ่นๆ จากการสวมใส่ และความเท่ห์ เวลาคุณใส่ออกไปไหนๆ แล้วมีคนชม (หรือด่า อันนี้ก็แล้วแต่ คุณชอบเสื้อตัวนี้อยู่แล้วจะไปสนทำไม) .......... เสื้อที่ไม่มีชีวิตจิตใจยังสามารถสร้างความสุขให้กับคุณได้ มันไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่ามันชอบคุณ แต่หากคุณมีโอกาสและลองได้ซื้อมาใส่ อย่างน้อยคุณก็รู้สึกดี

เช่นกันหากคุณรู้สึกดีๆ กับใครซักคน แต่ด้วยข้อจำกัดที่มันไม่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์นั้นยาวนานได้ คุณจะยืนเฉยๆ ข่มใจ และพยายามเลิกคิดไปเลยเหรอ .......... ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้โอกาสที่คุณจะได้เปิดเผยความรู้สึกคุณ ไม่มีทางเป็น 0 ไปได้เลย ..... อย่างน้อยคุณน่าจะมีเวลาที่จะไปทำสิ่งดีๆ ให้กับคนคนนั้นบ้าง..... ได้มีโอกาสไปเดินเล่นกัน, มีโอกาสคุยกัน, มีโอกาสส่งความรู้สึกดีๆ ผ่านคำพูดและการกระทำ โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าคุณชอบเขาก็ได้ และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องให้เขาบอกว่าชอบคุณด้วยเช่นกัน

ในเมืองไทยอาจะไม่ได้หนาวอะไรมากมาย แต่เดือนนี้ก็เป็นเวลาที่คนไทยสมมติว่าหนาวกันที่สุดของปี เพราะฉะนั้นอากาศเย็นๆ แบบนี้ เป็นเวลาดีๆ ที่เราจะสร้างความอบอุ่นให้กับทั้งตัวเราเอง และคนที่เรารัก ..........ลองทำชีวิตให้สว่างไสวเหมือนไฟถนนในเดือนสุดท้ายของปี..........ลองให้ความรู้สึกดีๆ ทำให้อากาศรอบๆ ตัวอบอุ่นในคืนที่หนาวจับใจ .......... ถึงแม้ความรักของคุณจะมีข้อจำกัด แต่คุณก็สามารถส่งผ่านความปรารถนาดีไปให้เขาได้ หากคุณจะต้องเจอเขาเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็ขอให้มันเป็นเวลาที่น่าจดจำไปตลอดชีวิตของคุณ ..........ซึ่งผมไม่ได้หมายถึงให้จดจำความผิดหวังในความรักที่เป็นไปไม่ได้ แต่ให้จดจำเป็นความสุขแบบสั้นๆ ที่เป็นไปแล้วกับคนๆ นึงที่ผ่านมาในชีวิตของเรา แล้วไม่แน่.....อุปสรรคที่คุณว่าข้ามไปไม่ได้นั้น อาจจะหายไปเพราะพลังแห่งความรักที่คนสองคนมีให้แก่กันก็เป็นไปได้

อากาศหนาว ดูแลสุขภาพกายและใจกันดีๆ นะครับ หากมีโอกาสลองหาเพลงเพราะๆ ฟังกันในช่วงเวลาแบบนี้ดู ถ้าคุณชอบเพลงฝรั่ง เพลง Love is all around จะทำให้คุณสดชื่นกับคนดีๆ ของคุณ ถ้าคุณชอบเพลงไทย ลองฟังเพลงส่งต่อความรัก เวอร์ชั่นไหนก็ได้ แล้วคุณจะรู้สึกอยากที่จะซื้อเสื้อตัวที่คุณชอบมาใส่ให้อบอุ่นไปตลอดหน้าหนาวนี้เลยครับ

.....มอบรอยยิ้มให้คนที่พบเพื่อเป็นการเริ่มต้นความรักที่ไม่รู้จบ
และจะส่งเรื่อยไปด้วยใจต่อใจตราบนานเท่านาน
ให้ความรักนั้นสัมผัสใจไม่ว่าเมื่อไรจะส่งต่อไป แม้เวลาผ่าน
ให้จักรวาลแห่งนี้มีแต่ความรัก.....

อย่าพยายามปฏิเสธตัวเองหรือใครๆ เลย ถ้าคุณชอบใครซักคน ถึงจะมองความรักไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้ อยู่ที่คุณเองจะทำให้คนที่คุณรัก สัมผัสมันอย่างไรเท่านั้นเอง

Happy Holiday ครับ 555





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2548    
Last Update : 17 ธันวาคม 2548 0:26:05 น.
Counter : 301 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

nsk
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีชาวโลก...

Bangkok


Los Angeles


-/ -
id=objMediaPlayer1 width=150 viewastext>




















width="150" height="64" bgcolor="ffffff" autoplay="true" cache="true" enablejavascript="true" controller="true">


sniper/ หนึ่งในล้าน
id=objMediaPlayer1 width=150 viewastext>




















width="150" height="64" bgcolor="ffffff" autoplay="true" cache="true" enablejavascript="true" controller="true">


เจย์ โชว/ Cloudess Day
id=objMediaPlayer1 width=150 viewastext>




















width="150" height="64" bgcolor="ffffff" autoplay="true" cache="true" enablejavascript="true" controller="true">


Friends' blogs
[Add nsk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.