Something is never missing - your imagination in your own world
Group Blog
 
All Blogs
 
winter serenade อุ่นหัวใจกลางไอหนาว (บทนำ)

บทนำ : Prelude

“ฮัลโหล นั่นเต็มใช่ไหม ฉันคิมเองนะ”

เสียงโทรศัพท์ที่แผดระรัวขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบภายในห้องนอนของหญิงสาวในยามกลางคืนคงจะดีไม่น้อยหากเป็นวันที่เต็มใจมิได้ผจญกับเรื่องราวอันหนักอี้งมาทั้งวันดังเช่นวันนี้ วันที่ควรจะเป็นวันที่ได้ระลึกถึงความทรงจำดีๆ ครั้งสุดท้ายในรั้วมัธยมที่เธอควรจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไปแต่กลับกลายเป็นวันที่เธอต้องกลายมาเป็นพยานรับรู้ความสัมพันธ์ของเพื่อนสาวคนสนิทที่สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับชีวิตในรั้วมัธยมนั้นเอง…

และสาเหตุก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็ไอ้คนที่โทรมาป่วนเธอกลางดึกนี่ล่ะ!

“ฉันเอง” หญิงสาวกรอกเสียงพร้อมกับพยายามสะกดอารมณ์ขุ่นเคืองให้เป็นปกติ “แกจะโทรมาหาพระแสงอะไรไม่ทราบ นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะยะ ฉันเพิ่งจะได้เข้านอนเมื่อกี้นี้เองนะ”

“ฉันรู้แล้วน่าว่ามันเที่ยงคืนแล้ว บ้านฉันมีนาฬิกา” ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงขันๆ ราวกับไม่เห็นความทุกข์ของหญิงสาวปลายสายเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร “ เออน่า…ฉันก็ขอโทษแล้วกันที่โทรมาป่วนแกเอาตอนดึกป่านนี้ แกไม่โกรธใช่ไหม”

‘ไม่โกรธก็ไม่ใช่เต็มใจน่ะสิ’ หญิงสาวคิด ‘อีตาคิมหันต์ตัวแสบ มีหน้ามาบอกเลิกกับยายไพร์มแล้วจะโทรมาหาฉันทำไมไม่ทราบ จะมาถามล่ะสิว่าไพร์มมันเป็นอะไรไหม ผู้ชายเฮงซวย เลิกกับเขาแล้วยังมีหน้ามาถามเขาอีกว่าเป็นยังไง เป็นฉันนะจะด่าให้เจ็บ’

“โกรธ” เต็มใจตัดสินใจพูดตรงๆ “ฉันจะบอกให้นะว่าฉันโกรธหลายอย่าง โกรธเรื่องแรกคือแกไม่ยอมบอกฉันสักคำว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีปัจฉิมที่สามร้อยยอด ฉันต้องเช็คข่าวจากไอ้เป็ดกับยายไพร์มถึงได้รู้ โกรธอย่างที่สองคือแกโทรมาเอาตอนเที่ยงคืนในวันที่กลับจากค่าย ซึ่งแกก็รู้และก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าฉันแทบไม่ได้นอนเพราะมัวแต่นอนคุยกับพวกไอ้นุ้ยอยู่ริมทะเลจนเช้า โกรธอย่างที่สามก็คือ…”

“โกรธที่ฉันบอกเลิกกับไพร์ม…” คิมหันต์ไม่รอให้หญิงสาวปลายสายพูดจบจึงตัดสินใจตัดบทเสียเอง “เพราะว่าไพร์มเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของแกใช่ไหมเต็ม แกถึงต้องมาโวยวายใส่ฉันจนเละแบบนี้”

“แกไม่รู้อะไรหรอกคิม” เต็มใจถอนหายใจยาวก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสะกดอารมณ์โกรธไว้ไม่อยู่ “ไพร์มเขารักแกมากนะ แกรู้ไหมว่าตอนที่ไพร์มนั่งมาบนรถมันนั่งร้องไห้มาตลอดทางเลย แล้วมันก็บอกด้วยว่าแกทำให้มันผิดหวัง เพราะว่าไพร์มน่ะมันรักแกมากแต่แกไม่ได้รักมันเลย ฉันอยากจะถามหน่อยเถอะคิมว่าไพร์มมันไปทำอะไรแกไม่ทราบ แกถึงต้องทำกับเพื่อนฉันแบบนี้”

“ทำไมแกต้องโทษแต่ฉันด้วยล่ะเต็ม ทำไมแกไม่มองเพื่อนแกบ้างว่ายายชีพราหมณ์ทำตัวแบบไหน แกพูดอย่างนี้ฉันก็ว่ามันไม่แฟร์นะ” คิมหันต์พูดแล้วก็ถอนใจยาวเพราะรู้ดีว่าเต็มใจไม่ใช่คนที่จะเห็นใจฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายนัก ยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้แล้วหญิงสาวปลายสายคงจะต้องเชื่อใจเพื่อนสาวคนสนิทมากกว่าอดีตเพื่อนร่วมห้องที่แม้จะเคยสนิทสนมแต่บัดนี้กลับดูห่างเหินไปบ้างด้วยเพราะเขาเอาเวลาไปใส่ใจเพื่อนสาวของเธอจนกระทั่งสิ้นสุดความสัมพันธ์ลงในวันนี้เป็นแน่แท้

“ถ้าแกเชื่อใจฉันนะเต็ม แกจะรู้ว่าทุกอย่างที่ฉันทำน่ะมันมีเหตุผล ฉันรู้นะว่าแกรักไพร์มมาก แต่แกก็ต้องยอมรับด้วยสิว่า ถ้าคนเราไม่ได้รักกัน คบกันไปมันก็ไม่มีประโยชน์ และอีกอย่างหนึ่งนะเต็ม ถ้าฉันไม่เลิกกับไพร์มตอนนี้ แกเชื่อสิว่าพอเข้ามหาวิทยาลัยฉันก็ต้องเลิกกับไพร์มอยู่ดี เพราะว่าฉันคงจะไม่มีปัญญาติดต่อกับนางสาวพริมาที่กำลังจะบินไปเรียนที่ลอนดอนได้ทุกวันหรอกนะ”

“แกก็พูดได้น่ะสิ…” เต็มใจขัดขึ้นด้วยอารมณ์โกรธที่เกินจะระงับไว้ได้อีกต่อไป “แกมันเป็นผู้ชาย แกก็ยกมาได้เป็นร้อยเหตุผลแหละว่าผู้หญิงไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แกถึงต้องเลิกกับเขา รู้ไหมว่าไพร์มมันว่ายังไง ไพร์มมันบอกว่าแกขอให้มันรอ มันก็รอแก แล้วในที่สุดแกก็ตัดสินใจบอกเลิกกับมันในวันที่มันควรจะเก็บความทรงจำดีๆ ร่วมกับแกไว้อย่างวันปัจฉิมน่ะ ฉันไม่รู้ว่าแกจะยังเป็นคนอยู่ไหม แต่ที่แน่ๆ ก็คือแกไม่ใช่คิมหันต์คนที่ฉันเคยรู้จักและก็เคยคบหาด้วยหรอกนะ”

“เต็ม แกจะด่าฉันว่าเลวว่าชั่วยังไงก็ได้ แต่แกจะยอมฟังฉันพูดบ้างได้ไหม” น้ำเสียงของชายหนุ่มปลายสายมีอาการวิงวอนตามมาอยู่ไม่น้อยทีเดียวหากเต็มใจจะจับสังเกตผู้เป็นต้นสายสักครั้ง แต่ด้วยทิฐิหรืออารมณ์โกรธที่หญิงสาวปล่อยให้เข้ามาครอบครองสติอยู่ก็ตามทีเต็มใจจึงไม่อาจจะรับรู้กระแสนั้นได้แม้เพียงสักครั้ง

“ฉันยอมรับว่าฉันผิดที่ฉันบอกเลิกกับพริมา และฉันก็ผิดที่บอกให้เขารอ” คิมหันต์พูดตรงๆ ไม่มีการเสแสร้งว่าเสียใจหรือผิดหวัง “ฉันพูดไปแกก็คงไม่เชื่อหรอกเต็ม ฉันขอเวลาไพร์มเพื่อจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองว่าคิดยังไงกับเขาแน่ และในที่สุดฉันก็คิดได้ว่าฉันควรจะรักเขา แต่เรื่องมันกลับกลายมาเป็นอย่างนี้ได้ไงฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะ ฉันพูดได้แค่นี้ละว่าฉันเสียใจจริงๆ”

“แกพูดออกมาได้ไงว่าแก ‘ควร’ จะรักเขาน่ะคิม” หญิงสาวปลายสายกรอกเสียงไปตามสายด้วยความประหลาดใจระคนโมโหเมื่อได้ยินคำพูดนั้นเอง “แกพูดเหมือนแกไม่ได้รักมันมาตั้งแต่แรก ถ้าแกไม่ได้รักไพร์มแล้วแกมาจีบยายไพร์มทำไม ส่งดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มมาให้มันทุกวันเกิดกับวันวาเลนไทน์ทำไม นี่แกคงจะคิดว่าความรักมันเป็นเรื่องง่ายล่ะสินะ แกถึงได้เล่นเหมือนเป็นของเล่นสนุกๆ ที่แกจะทิ้งขว้างเมื่อไรก็ได้”

“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นนะเต็มใจ” คิมหันต์พูดเสียงต่ำและ
พยายามสะกดอารมณ์โมโหที่หญิงสาวปลายสายจ้องแต่จะดูถูกเขาเช่นกัน “อย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่คนเหลวไหลไม่รับผิดชอบเหมือนพี่ปั้นของแก รู้ไว้ด้วยว่าผู้ชายน่ะไม่ได้เลวเหมือนแฟนของแกหมดทั้งโลกหรอกนะ”

“เลิกพูดถึงคนคนนั้นได้ไหมนายคิมหันต์” เต็มใจส่งเสียงขึ้นมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างอดไม่อยู่ “ถ้านายยังไม่หยุดพูดฉันจะวางจริงๆ ด้วย”

“เออๆ ฉันขอโทษก็ได้ที่พูดถึงอดีตแฟนสุดเลิฟของแก” คิมหันต์สูดลมหายใจยาวก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมาด้วยกระแสเสียงที่มั่นคง “แต่รู้ไหมเต็ม…ฉันน่ะอยากจะบอกให้แกรู้ไว้เลยว่าฉันไม่ได้รักไพร์ม แต่ฉันรักแกต่างหาก รักแกมาตั้งแต่แรกแล้วด้วย แกน่ะเคยรู้บ้างหรือเปล่า”

ทันทีที่เต็มใจได้ยินประโยคสุดท้ายหญิงสาวก็ถึงกับตกตะลึงและชาวาบราวกับถูกใครเอาน้ำจากขั้วโลกมาราดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ตาเจ้ากรรมที่เมื่อสักครู่นี้ใกล้จะปิดลงด้วยความง่วงงุนถึงกับสว่างวาบขึ้นมาทันใด หากแต่หญิงสาวก็บังคับตัวเองให้พูดออกไปด้วยหัวใจที่ไม่คิดจะเชื่อชายหนุ่มปลายสายที่บัดนี้กลับทำให้หญิงสาวงุนงงถึงขีดสุด

“แกเพิ่งจะเลิกกับไพร์มมาบอกรักฉันซึ่งเป็นเพื่อนที่ไพร์มสนิทที่สุด แกทำอย่างนี้ได้ไงน่ะคิม” รู้ดีว่าปลายสายมีอาการอึดอัดหากหญิงสาวก็ยังคงพูดต่อราวกับทำนบความอดกลั้นได้ถูกทำลายลงอย่างถึงที่สุด “แกน่ะก็ไม่ต่างจากพี่ปั้นหรอก เห็นความรักเป็นแค่เรื่องสนุกๆ ถึงได้เที่ยวบอกรักคนนั้นคนนี้ไปทั่วเหมือนมันมีราคาแค่บาทสองบาท แล้วอย่างนี้จะให้ฉันเชื่อแกได้ยังไงว่าแกรักฉันมาตั้งแต่แรก ฉันจะบอกอะไรให้แกรู้ไว้อย่างหนึ่งนะ ถ้าฉันจะรักใครสักคน ฉันจะไม่ปล่อยให้เขารอคอยความรักอย่างไร้จุดหมายหรอกนะ”

หญิงสาวรู้ดีว่าคิมหันต์คงต้องการจะอธิบาย แต่ตะกอนของความรู้สึกภายในใจที่ถูกกวนจนขุ่นค้นก็ทำให้น้ำเสียงที่ส่งไปตามสายไม่ได้ลดความโกรธลงไปได้เลย

“…แล้วสมมุตินะ…สมมุติว่าฉันเป็นแก ฉันคงจะไม่ยอมคบกับไพร์มหรอกนะ เพราะฉันเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นทางผ่านดี แกจะมาบอกรักฉันแบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือคิม ฉันไม่ใช่ตัวแทนของใคร และฉันก็ไม่ต้องการคำว่ารักจากปากของแกด้วย แกเก็บคำพูดพวกนี้กลับไปดีกว่า เพราะฉันคงจะรับมันไม่ได้ แค่นี้ก็แล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อนสิเต็ม…” คิมหันต์พยายามจะเรียกหากปลายสายกลับวางหูไปเสียแล้ว ทิ้งให้เขาต้องนั่งถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าพร่างพรายไปด้วยดวงดาวเหมือนกับจะส่องนำทางให้กับหัวใจของเขา

‘ถ้าไม่มีใครเจ็บปวดกับความรักเลยก็คงจะดี เพราะเราก็ไม่อยากให้ทั้งไพร์มและเต็มต้องเจ็บเหมือนเรา’ คิมหันต์คิดแล้วก็นึกสงสัยกับตัวเอง ‘แต่ทำไมการที่เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมันถึงออกมาเป็นแบบนี้ล่ะนายคิมหันต์ เมื่อไรนายจะเรียนรู้เสียทีว่าความรักไม่เคยมีทางออกที่ง่ายๆ มีแต่จะเจ็บปวดมากหรือเจ็บปวดน้อย เมื่อไรนายจะเข้าใจซะทีนะ ไอ้ซื่อบื้อ’

และท้องฟ้าที่คิมหันต์ปรับทุกข์ด้วยความสงสัยก็คงจะเป็นท้องฟ้าเดียวกันกับท้องฟ้าที่ส่องแสงพราวพรายให้กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังคิดถึงบทสนทนาเมื่อสักครู่ที่ยังคงค้างคาอยู่ในความรู้สึกภายในหัวใจนั้นเอง

‘ฉันจะถือว่าแกหลุดปากพูดออกไป คิมหันต์ ฉันจะไม่ถือสาคำพูดของแก’ เต็มใจนึกในใจพลางถอนหายใจยาวบ่งบอกถึงอาการที่กลัดกลุ้มไม่แพ้กัน

‘แม้ฉันอยากจะถือสาแค่ไหนก็เถอะ’


_____________________________________________

ขออนุญาตนำมาโพสใหม่นะครับ หวังว่าทุกคนคงจะชอบ และถ้าเข้ามาอ่านก็อย่าลืมคอมเม้นต์เพื่อการปรับปรุงครับผม!


Create Date : 17 พฤษภาคม 2551
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:28:18 น. 0 comments
Counter : 77 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

northstar_polaris
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add northstar_polaris's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.