A room to learn and talk
 
อะไรคือ ซาเทียร์ และช่างเหมือนกับโยคะอย่างไร

มีโอกาสไปอบรมเรื่อง ซาเทียร์ แล้วพบว่า(ส่วนตัวน่ะครับ)ช่างคล้ายคลึงกับโยคะ และ พุทธ อย่างมากมาย เลยขอแบ่งปันหลักการของซาเทียร์มาให้เพื่อนได้อ่านกันครับ

และต้องขอบคุณคณะอาจารย์และทางเสมสิขาลัย ที่ถอดบทเรียนนี้ออกมาน่ะครับ

เป้าหมายหลักของซาเทียร์ คือ
๑. ช่วยคนให้เป็นคนมากขึ้น : เราต้องเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ว่า...

• คนเราผิดพลาดได้… เช่นเป็นนักเรียนสอบตก หรือทำธุรกิจพลาดไป จะเป็นทุกข์เพราะยอมรับความผิดพลาดไม่ได้ และตั้งคำถามว่าทำไม ที่ไม่มีคำตอบ หรือยอมรับความจริงนั้นไม่ได้ คำตอบที่ตอบคำถามว่าทำไมต้องเป็นฉัน ทางเลือกคำตอบคือ ทำไมจะเป็นฉันไม่ได้ และไม่ลงโทษตัวเอง คือให้อภัยตัวเองได้

• รักได้ เกลียดได้ โกรธได้… ยอมรับว่าคนเรามีอารมณ์ได้ บางทีเราโกรธได้ หงุดหงิดได้ มันเป็นธรรมชาติของคน มนุษย์เรามักไม่ชอบอารมณ์ด้านลบ เราจะตีความว่าไม่ดี เกิดจากการเรียนรู้ของเรา ทำให้เราไม่ชอบตัวเอง เริ่มเป็นศัตรูตัวเราเอง และรับตัวเองไม่ได้ จริงๆแล้วอารมณ์เป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ว่าอารมณ์ลบหรือบวกก็มีประโยชน์ เหมือนผลส้ม ถ้าเราไม่มีอารมณ์เราจะแห้งผาก เหมือนส้มไม่มีน้ำ แห้งผาก

• ไม่ต้องดีบริบูรณ์… คำว่าสมบูรณ์แบบ(perfect) ไม่เคยมีบนโลกนี้, “Perfection is a diesese.”
(“จริงๆ มันไม่มี ‘ที่สุด’ หรอก... จริงๆ มันต้องตามด้วยคำว่า ‘ทำดีที่สุดในเรื่องสำคัญๆ’ ไม่ใช่ว่าต้องทำทุกเรื่องหรอก ทำให้เราฝืนธรรมชาติเปล่าๆ เหนื่อยเปล่าๆ เราต้องรู้จักเลือกว่าอะไรสำคัญ…” Satir) คนเรามักเชื่อว่าการทำได้สมบูรณ์แบบ จะทำให้ตัวเรามีคุณค่า เราเลยต้องพยายามทำให้ได้ เลยทำให้เราเกิดทุกข์

• เป็นธรรมดา-ธรรมชาติมากขึ้น… คนมักจะอยากทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่เกินไป อยากเก่งกว่า ดีกว่าคนอื่น สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความสุขยากมาก เพราะที่จริงแล้วคนเราก็มีชีวิตธรรมดา จึงจะเป็นปกติ

๒. ช่วยพัฒนาความเป็นคนของเราให้เต็มที่ (fully human) :

• เปลี่ยนแปลงได้... เราอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องเปลี่ยนแปลง, เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกสิ่งที่เราจะเป็นได้ เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงได้

• เราเติบโตได้... จิตใจที่ไม่เป็นสุข ก็จงมีความสุขมากขึ้น จิตใจของเราสามารถพัฒนาเติบโตได้ตลอดเวลา

• เราเลือกได้... เลือกกระทำได้ทุกขณะของชีวิต สิ่งที่เราบอกว่าเลือกไม่ได้ นั่นหมายความว่า เราเลือกที่จะไม่เลือก มีความเชื่อเรื่องการเกิดของมนุษย์ได้บอกว่า การเกิดครั้งที่ ๑ คือช่วงปฏิสนธิ การเกิดครั้งที่ ๒ คือช่วงที่ฝังตัวอยู่ในท้องแม่ และการเกิดครั้งที่ ๓ คือเราได้เลือกเองว่าจะเกิดเป็นคนอย่างไร และเป็นคนเลือกเองว่าเราเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ เลือกให้เหมาะกับเรา อิสรภาพสูงสุดคือการได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับเราในเวลานั้น

• อย่าพยายามเป็นอะไรที่นอกจากเป็น ‘ตัวเรา’... เรามัวแต่ใช้ชีวิตที่เป็นอย่างคนอื่น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ อย่าอยากเป็นอย่างที่เราอยากเป็น อย่าไปขัดธรรมชาติ ตัวอย่าง วัวกินน้ำค้างเพราะอยากเสียงเพราะเหมือนจิ้งหรีด
‘เป็น’ อย่างที่เราเป็น… จะทำให้ชีวิตนั้นง่ายขึ้น และเรามีความสุขได้ง่ายขึ้น

• มองเห็น “คุณค่า”ของตนเอง... ทุกคนเมื่อเกิดมาก็ได้คุณค่าของความเป็นคนมาโดยธรรมชาติแล้ว

• “ค้นหา”ตัวเองให้พบ... “Who are you” ก็เป็นสิ่งที่ข้างในเป็น หรือเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราค้นหาขุมพลัง/สมบัติที่มีอยู่ในตัวเรา

• “ความพิเศษ”ในตัวเรา... สิ่งที่มีอยู่ในตัวเราเป็นของแท้ อย่าไปอยากเป็นคนอื่น ซึ่งมันคือของปลอม





Create Date : 23 กันยายน 2555
Last Update : 23 กันยายน 2555 11:27:52 น. 0 comments
Counter : 4549 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

Beautybig
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




สวัสดีครับ ไม่ค่อยได้เข้ามาใน Blog เท่าไหร่ แต่สามารถติดตามกันได้ที่

http://www.krityoga.com

หรือ https://www.facebook.com/ThaiYogaInstituteAlumni/
โยคะสารัตถะ เล่มเดือนมีนาคม มารู้จักโยคะจากผู้เรียนที่ สวนโมก สวนรถไฟ กรุงเทพกัน
New Comments
[Add Beautybig's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com