เติ้งเสี่ยวผิง เคยกล่าวไว้ว่า “แมวนั้นไม่สำคัญว่าสีขาวหรือสีดำ ขอให้จับหนูได้ ก็ต้องถือว่าเป็นแมวดี” งานแต่งบ้านก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดแล้วแต่งบ้านให้ได้ ถูกใจเจ้าของบ้าน ก็ถือว่าถูกต้องซะทุกวิธี ละครับ

Group Blog
 
All Blogs
 

น้องปลาดาว Story #15 : ครบเดือนกับน้องแคปติวา ขาวอวบ กับสินสอดหมั้นหมายตอนออกรถ

วันนี้ เป็นวันครบรอบเดือน ที่ได้น้องแคปติวา สีขาว ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
ตอนที่ออก มีของแถมจากศูนย์ อะไรมั่ง มาดูกัน



--แรกสุดเลยก็ประกันชั้น 1
--ค่าจดทะเบียน ให้เราช่วยออกนิดนึง
--พ่นกันสนิม กับ เคลือบสี อันนี้ตลกดี ต้องมีค่าใช้จ่ายตอนทำด้วย จะเรียกว่าฟรีได้งัยเนี่ยะ
--กรอบป้ายทะเบียน อันนี้ คงต้องรอตอนเปลี่ยนจากป้ายแดงเป็นป้ายขาว
--ผ้ายางปูพื้น แบบลายกระดุม ก็ธรรมดาเกินไป ก็เลือกเป็นลายอิฐ

คู่หน้าก็แยกเป็น 2 ชิ้น คนขับ กับ คนนั่งข้าง



ส่วนที่นั่งแถวสอง กับ แถวสาม จะเป็นชิ้นยาวเข้ารูปกับตัวพรม



--ฟิมล์ติดรถ ศูนย์จัดให้เป็น V-คูล Sport series มีใบรับประกัน กับ สติ๊กเกอร์ติดที่กระจก ให้ดูเล่น



ครึ่งหน้า ก็จะใสนิด ส่วนครึ่งหลัง ก็จะทึบหน่อย เพื่อความเป็นส่วนตัว



--กรอบไฟท้าย โครเมี่ยม ติดแล้วหรูขึ้นมาในทันใด



--กันสาด พลาสติกสีเข้ม



--ตาข่าย กันของไหล ท้ายรถ
ส่วนรถเข็นพับล้อ คันนั้นไม่เกี่ยว ได้มาจากงาน HP EXPO ก็เอาติดรถไว้ เผื่อยามคุณนายฯ เดินตลาดช๊อปปิ้ง



--ผ้ายางปูพื้นท้ายรถ ตอนพับเบาะ <-- พอได้ของมาปูเห็นว่ามันไม่จำเป็น เลยขอคืนศูนย์ไป ได้เป็นเงินเครดิต
--แล้วก็เลยสั่งชุดม่านปิดท้ายรถมาติดแทน ตอนแรกคิดว่าชิ้นเล็กๆ แต่พอไปรับของมา ชิ้นบ๊ะเอ้งเลย ตอนติด ก็แค่แงะแผ่นพลาสติกปิดรูทั้งสองฝั่งออก แล้วก็สวมเข้าไปได้เลย ใช้ประโยชน์ได้ดีละครับ

--ส่วนตาข่ายปิดท้ายรถ กันของหล่นตอนเปิดประตูท้าย จัดมาติดเพิ่ม หาได้ตามห้างทั่วไป



--และที่คอยกันช้าสุด ก็กระจกมองหลัง สีขาว เข้ากับตัวรถ ช่วยให้มั่นใจตอนถอยจอดเข้าซอง ได้เยอะกว่าใช้เซนเซอร์ถอยปรกติพอควร



--ร่มกอฟท์ กระติกน้ำ หมวกแก๊บ อย่างละ 2 ชุด เป็นของแถมเล็กๆ เพิ่มจากในงาน Motor Expo
--ของแถมที่สำคัญอีกอย่าง ก็สิทธิ์ชิง รถฟอร์ท เฟียส์ตา อีกคัน จากในงาน โอม...เพี้ยง น้องเฟียส์ต้าจงเป็นของเรา 555



ทุกครั้งตอนสตาร์ทรถ น้องแคปตี้ขาว เราก็จะโชว์ไฟซะแสบตา เต็มคอนโซล กับเซนเซอร์ รอบตัวเพียบ



หลังจากนั้น จะทะเล.....



... หรือ ภูเขา น้องแคปตี้ขาว เราก็พาไปได้
ขอบคุณที่แวะมาชม นะครับ




 

Create Date : 11 มกราคม 2555    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2555 15:06:00 น.
Counter : 4761 Pageviews.  

DIY by น้องปลาดาว #92 : เมื่อรถสตาร์ทไม่ติด -อีกล่ะ- กับระบบน้ำมันเชื้อเพลิง

สวัสดีปีใหม่ พี่น้องคนใช้รถในห้องรัชดาน่ะคร๊าบ
ปีที่ผ่านมา น้องฮอนดาแอคคอร์ทสีเทาคู่ใจผม ก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตามสภาพ เรื่องสุขไม่ต้องพูดถึง เอาเรื่องทุกข์มาบอกเล่าเก้าสิบกันดีกว่า
หลายๆ หนน้องเทาผมก็เกเรขึ้นมา สตาร์ทไม่ติดต้องให้ลงไม้ลงมือกันบ้าง พอเป็นพิธี

ถ้าสตาร์ทไม่ติดเพราะเรื่องไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อนสมาชิกคงเช็คกันได้ หาคนมาช่วยจั้มท์ได้ ก็ผ่านไป
ถ้าสตาร์ทไม่ติดเพราะเรื่องไดร์สตาร์ท เพื่อนสมาชิกคงเช็คกันได้ อาจเป็นแค่ขั้วหลวม หรือ ถ่านหมด ก็ผ่านไป
สาเหตุต่อไปที่ทำให้รถเราสตาร์ทไม่ติดอีกอย่าง ก็จะเป็นระบบน้ำมันเชื้อเพลิง

ผมก็เลยประมวลปัญหาการสตาร์ทไม่ติดประสบการณ์ผมล้วนๆ กับระบบน้ำมันมาแลกเปลี่ยนกัน



Level 1 : ปัญหาจากปั้มติ๊กน้ำมัน
โดยทั่วไป เมื่อเสียบกุญแจรถ บิดไปที่ On จะต้องมีเสียง "วี๊ด..." ยาวๆ ดังหลังเบาะด้านหลัง สักสามสี่วินาที เพราะไฟไปเลี้ยงปั้มติ๊กให้ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิงมารอที่ห้องเครื่อง

ถ้าวันใดวันนึง บิดกุญแจแล้ว เสียงในรถเงียบกริ๊บ ก็เอ๊ะใจได้แล้ว ว่าจะเกิดปัญหา เสียงเครื่องยนต์เมื่อปั้มติ๊กไม่ทำงาน แบตเตอรี่จ่ายไฟให้ไดร์สตาร์ทก็จะหมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ตอบสนอง เครื่องยนต์ ก็จะ แอ๊ะแอ๊ะแอ๊ะ แต่ไม่ชึ่ง

ก่อนอื่นเลย ก็ต้องถอดเบาะหลังเปิดฝาปิดถังน้ำมัน แล้วก็ใช้มิเตอร์ไปเช็คขั้วไฟที่ฝาปั้มติ๊ก ถ้าเช็คไฟแล้ว มีไฟเข้าที่ขั้วปรกติ ปั้มติ๊กก็เรียบร้อยไปแล้วต้องจัดหามาเปลี่ยน



ก็ต้องปลดสายน้ำมันเข้า สายน้ำมันออก และน๊อตยึดฝาออก ก็จะดึงชุดปั้มติ๊กขึ้นมาได้ทั้งยวง

สาเหตุที่ปั้มติ๊กจะเสียหายได้ ส่วนนึงก็เรื่องระดับน้ำมันเชื้อเพลิงนี่ละครับ ถ้าไม่ท่วมพอ ความร้อนจากปั้ม ก็ไม่มีที่ระบายก็เสียได้ ผมยิ่งชอบๆ เหลือน้ำมันแค่ขีดเดียวอยู่ด้วย กับอีกสาเหตุนึงที่ช่างซ่อมรถจะอ้างเสมอก็เรื่องโซฮอลล์ แต่รถผมปรนเปรอแต่ 91 มาตลอดนะครับ

ปล.ข้อสังเกตุ ระยะตั้งแต่ฝาปิดถึงหัวปั้ม เป็นโลหะมีคราบสนิม ก็เป็นธรรมดาของรถใช้แก๊ส ก็งี้ ไม่ยอมทิ้งน้ำมันในถังให้เปลืองตังค์ จะมีผลเสียอะไรต่อไปเดี๋ยวค่อยว่ากัน



ผมเคยเช็คในเวป ปั้มติ๊กของฮอนดา ของใหม่ก็เห็นขายกัน 9 พัน+- โห! แพงค่อต

ตามประสาคนเบี้ยน้อย หอยน้อย ก็ต้องไปจัดหาของมือสองมาใช้ ราคาก็จะอยู่แถวตัวละ 4-5 ร้อย แค่เทียบยี่ห้อ-รุ่นให้ขั้วไฟกับตัวปั้มของเดิมตรงกันก็พอ ส่วนตัวขายึด ก็ไม่ต้องสนใจ เราก็ต้องแกะมาใส่ในชุดขาของเราอยู่แล้ว
เมื่อประกอบชุดปั้มติ๊กกลับ การแก้ปัญหา Level 1 ก็เสร็จสมบูรณ์ ทดลองสตาร์ทได้

จบ Level 1 :



Level 2 : ปัญหาจากท่อน้ำมัน
เคยเช็คกรองเบนซินกันมั่งมั้ยครับ?? ครั้งนึงการสตาร์ทรถของผม เริ่มผิดปรกติ จากสตาร์ทครั้งนึงติด เป็นสองครั้งติด เป็นสามครั้งติด จนหลังๆ เป็นเกือบสิบหนถึงจะติด
แถมว่า พอติดแล้ว รถก็จะขับสะอึกๆ ใช้ความเร็วต่ำ พอเหยียบใช้ความเร็วสูงจะดับกลางอากาศเอา

ก็เลยถอด กรองเบนซิล มาเช็ค โอ้โห มันตันขนาดแทบไม่มีช่องให้น้ำมันไหลเลยล่ะครับพี่น้อง กระจุกตัวด้วยคราบเมือกเหลืองๆ



ขนาดกรองเบนซินยังตันขนาดนี้ ก็เลยคิดย้อนกลับไปว่า ระยะทางระหว่าง ถังน้ำมัน มาจนถึงกรองเบนซิน จะตันไปด้วยรึเปล่า

ว่าแล้ว ก็เลยยกรถมุดลงไปเช็คท่อน้ำมันเบนซิน ทั้งขาไป ขากลับ โดยใช้ปืนลมอัดลมเข้าไปในท่อ ปรากฎว่า ลมที่เข้า 100 ลมตีคืนกลับมาซะ 80 ที่เหลือ 20 ถึงจะไปออกปลายท่อได้



ถ้าท่อตันซะขนาดนี้แล้ว ก็ไม่มีทางเลือก จะล้างท่อส่งน้ำมันคงไม่มีปัญญา แถมจะไม่คุ้มเอา

ก็เลยเดินท่อน้ำมันใหม่ซะเลย ท่อน้ำมันที่ขายกันก็จะมีหลายเกรดนะครับ เกรด Fuel/Oil Hose ใช้งานทั่วไป มียี่ห้อก็เมตรละ 60-70 แต่ถ้าเอาเป็นเกรดดีหน่อย ที่ร้านเค้าว่าเป็นเกรดสำหรับไฮโดรลิค จะมีผ้าพัน ก็จะเมตรละ 160+-
รถเราเองทั้งทีก็ใส่อย่างดีไปเลยก็ได้นะครับ อย่างรถเก๋งปรกติ ผมก็ซื้อมา 4 เมตร ใช้เหลือๆ



ตอนเดินสายน้ำมันใหม่ ก็เกาะไปกับท่อเส้นเดิม รัดด้วยเข็มขัดพลาสติก ตามเทคนิคเฉพาะบุคคล ก็แล้วกัน

ตอนสตาร์ทรถครั้งแรกหลังจากเปลี่ยนท่อน้ำมัน อาจต้อง บิดกุญแจ On-Off หลายครั้งหน่อย เพราะต้องอัดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เต็มท่อน้ำมันใหม่ทั้งหมด ถึงจะสตาร์ทได้

จบ Level 2



Level 3 : ปัญหาจากรางหัวฉีด
จากกรองเบนซินตันที่ทางเข้า ใน Level 2 ถ้าสิ่งแปลกปลอมที่ติดมากับน้ำมันเบนซิน มีปริมาณมากเกินกว่าที่กรองเบนซินจะรับได้ เค้าก็จะทะลักออกมารูน้ำมันออกล่ะครับ

แล้วพวกสิ่งแปลกปลอมจะลอยไปไหน ถ้าไม่ใช่รางหัวฉีด



ลองถอดสายน้ำมันเข้ารางหัวฉีดดูได้เลยละครับ ปรากฎว่า ก็มีคราบเหลืองๆ เกาะในรูน้ำมันซะเกือบตันเหมือนกัน

ดูท่าเรื่องจะ Go so big แล้วใช่มั้ยละครับพี่น้อง คงต้องไปยุ่งกับรางหัวฉีดด้วย



โดยทั่วไป รางหัวฉีด ก็ยึดน๊อตไว้แค่ 3 ตัว ก็จะถอดรางหัวฉีดออกมาได้ แต่ถ้าเป็นรถติดแก๊สหัวฉีด อาจจะยุ่งยากขึ้นนิด

เพราะทั่วไป ท่อจ่ายแก๊สหัวฉีด ก็จะมาพาดอยู่ข้างบนรางหัวฉีดน้ำมันนี่ละครับ ก็คงต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการหาที่หลบ ที่ขัน เพื่อจะดึงรางหัวฉีดออกมาให้ได้



เมื่อถอดตัวหัวฉีดออก ทำความสะอาดข้างในราง สิ่งที่ออกมาก็เป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างว่าละครับ



สิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในระบบน้ำมัน คืออะไร??

ถ้าให้ผมเดา ก็คงมีส่วนจากสนิมในถังน้ำมันโลหะ ท่อน้ำมันโลหะ ที่ติดมาในรถรุ่นเก่า ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ที่เป็นถังไฟเบอร์ ปัญหาก็คงลดลง

กับอีกจุด ก็น่าจะเป็น ขาของปั้มติ๊กที่เป็นโลหะ ตามอุปนิสัยของคนใช้แก๊ส ที่จะไม่เติมน้ำมันค้างถังมากๆ ส่วนที่ไม่โดนน้ำมันก็อาจเกิดสนิม แล้วก็หลุดลงไปในน้ำมัน ถูกดูดเข้าไปในระบบ นั่นเอง



สุดท้าย ตัวปั้มหัวฉีด ถ้าได้ถอดออกมาแล้ว ก็ทำความสะอาด เปลื่ยนโอริงให้เค้านิดนึง นานๆ ทีถึงจะมีโอกาสได้ถอดออกมาเลยนะครับนั่น

แต่ขั้นตอนนี้ ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่แน่ใจที่จะทำเอง ยังงัยไปให้อู่จัดการให้ก็ได้นะครับ เดี๋ยวประกอบกลับมาแล้วไม่เหมือนเดิม จะเสียน้อยเสียง่าย เสียมากเสียง่าย ละครับ

จบ Level 3

เพื่อนสมาชิกท่านใด มีประสบการณ์นอกเหนือจากนี้ ก็มาร่วมสร้าง Level ต่อไปได้นะครับ เผื่อจะได้เป็นวิทยาทานให้ผมกับเพื่อนสมาชิกท่านอื่นได้
ขอบคุณคร๊าบที่แวะมาชม




 

Create Date : 05 มกราคม 2554    
Last Update : 2 มิถุนายน 2554 17:05:28 น.
Counter : 4633 Pageviews.  

DIY by น้องปลาดาว #91 : Easy Pass Easy Move

ตามประสาคนบ้านอยู่ชานเมือง เข้าเมืองมาทำงาน ทางด่วนเป็นปัจจัยที่ 6 แน่นอน ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งบริการบัตรทางด่วน แต่เดี๋ยวนี้ ระบบมันปัตตะนา ไม่ใช้เป็นคูปองกระดาษซะล่ะ แต่ใช้เป็นตัวรับ-ส่งสัญญาณไฮเทค

แต่ด้วยว่า ชุด Easy Pass ที่ให้มาเน้นจะให้ใช้ชุดละคันละมั้ง เลยให้ติดเทปสองหน้ากับตัวกระจก รถติดฟิลม์หน้าเต็มบานคงตะขิดตะขวงใจนิดหน่อย

ปล. บัตรทางด่วนยังเหลือรอดมาถึงวันนี้ ก็เพราะเอาไปสอดไว้ในช่องเก็บของ รถคันสำรอง เหลือเกือบเต็มเล่ม กะว่าจะเก็บเป็นของสะสมซะหน่อย 555



ถ้าไม่ติดเทปสองหน้าที่กระจก แล้วจะยึดตัว EP ยังงัยกันดี
ว่าแล้วก็ไปรื้อๆ ค้นๆ ได้เทปตีนตุ๊กแกมาชุดนึง เอามาดัดแปลงเป็นตัวยึด ซะหน่อย

เทปตีนตุ๊กแก ทั่วไปก็จะมี 2 ชิ้น ชิ้นที่เป็นหนวดพลาสติก กับ ชิ้นที่เป็นตัวผ้าขูดขน



จัดการกรีดเจาะผ้าเทป ส่วนที่เป็นหนวดพลาสติก พอให้สอดกับส่วนที่เป็นตัวแป้นยึด EP



ส่วนอีกด้านก็เอาส่วนผ้าขูดขนแปะยึดไปได้เลย แค่นี้ ก็จะได้ชิ้น EP มีส่วน add on ตีนตุ๊กแก เรียบร้อยแล้ว



เสร็จแล้ว ก็เอาไปยึดกับขากระจกมองหลังได้เลย ตอนวางตำแหน่ง ก็อย่าให้มีอะไรไปบังตัว EP ละครับ เดี๋ยวเครื่องที่ด่าน อ่านไม่ได้ จะเดือดร้อนรถคันหลัง



ส่วนด้านในห้องโดยสาร ตำแหน่งยึดกับขากระจกมองหลัง ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการมองระหว่างขับรถ ถ้าต้องการย้าย EP ไปใช้กับรถคันอื่น ก็ไม่ยาก แค่ลอกตีนตุ๊กแก แคว๊กๆ ไปยึดกับขากระจกมองหลังของรถคันอื่นได้เลย

ขอบคุณครับที่แวะมาชมกัน

ปล. ยังงัย การทางฯ เค้าจะมีประชุมลดค่ามัดจำบัตร วันนี้ จาก 1000 เหลือ 800 คอยลุ้นกันดูละครับ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2554 15:39:28 น.
Counter : 2710 Pageviews.  

DIY by น้องปลาดาว #87 : เมื่อต้องขับรถ พร้อมไฟเบรคแดงตลอดทาง

วันหยุดที่ผ่านมา ก็มีเหตุให้ต้องไปตะลอนเส้น บางบัวทอง-สุพรรณ ขากลับกลางค่ำกลางคืน ที่หน้าปัดก็มีไฟเบรค แดง วาบขึ้นมา
ไปจับเบรคมือ ก็ไม่ได้ดึงขึ้นนิ งั้นก็เป็นที่ระดับน้ำมันเบรคแน่แล้ว



เรื่องของเรื่องก็เกิดจาก ผมก็ชอบมุดใต้รถเล่นเป็นประจำ ไปมองหารอยผิดปรกติ เจอก่อนเนิ่นๆ ก็จะได้ซ่อมแซมกันไปก่อนที่จะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่

แล้ววันนึงที่มุด ก็ไปสดุดตาเห็นรอยอะไรแปลกๆ ที่สายน้ำมันเบรค มันมีรอยแตกนี่เอง



อย่ากระนั้นเลย ก็พาไปหาช่างประจำ ตอนแรกช่างว่าสายน้ำมันเบรคมันมีสองชั้น มันขาดที่ชั้นนอกเอง นัยว่าใช้ต่อไปได้อีกหน่อย แต่ใครจะรู้ว่า เค้าจะขาดอีกชั้นเมื่อไหร่
ไหนๆ ก็เป็นสายน้ำมันเบรคที่ไม่สมบูรณ์แล้ว ก็เลยสั่งเปลี่ยนซะ



ช่างก็เลยจัดแจงถอด แล้วไปเทียบสายน้ำมันเบรคเส้นใหม่มาให้ เส้นละ 300 ตรงรุ่น
พอเปลี่ยนเสร็จ ช่างกลับลำมาบอกว่า สภาพสายแย่มากแล้ว แน๊ะ! ทีก่อนเปลี่ยนบอกให้ใช้ไปก่อน ชิชิ



พอวันศุกร์ที่เปลี่่ยนสายน้ำมันเบรค จนถึงเช้าวันเสาร์ ก็ใช้รถได้ปรติ ปัญหามาเกิดตอนเย็น-ค่ำ ที่ไฟแดงเบรคมันโชว์ซะตลอดทาง ก็ขับประคองกะจะหาปั้มน้ำมันจอดดู เพราะสองข้างทางที่กลับ ทางหลวงสาย 345 เข้าปากเกร็ด มันเปลี่ยวมากเลยละครับพี่น้อง



พอเจอปั้มก็จอดตรวจ น้ำมันเบรคเกือบจะเกลี้ยงกระปุก ก็จัดแจงเติมน้ำมันเบรคให้ได้ระดับ พร้อมกับเดินหาจุดผิดปรกติ ก็ไปเจอจุดผิดปรกติท่อน้ำมันเบรคเส้นใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยน น้ำมันกระเด็นกัดซุ้มล้อเอี่ยมเป็นทางเลย



ส่วนด้านล่าง ก็ใช่ย่อย เห็นร่องรอยสีของชิ้นส่วนเหล็กต่างๆ ปูดขึ้นมา จากการกัดของน้ำมันเบรค
มิน่า เค้าถึงใช้น้ำมันเบรคไปราดแกล้งกัดสีรถคนอื่นที่ไม่ถูกใจ



วิธีแก้ไข ก็ไม่ยากนัก ก็ไปคลายเกลียวของข้อต่อน้ำมันเบรคที่รั่ว เช็คว่ามันปีนเกลียวรึเปล่า ก็โล่งใจไม่ปีนเกลียว ก็ขันเกลียวกลับเข้าไป แล้วออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดให้เลยจุดตึงมือ แล้วก็ไปทดสอบโดยการไปย้ำเบรค
ถ้ายังมีน้ำมันเบรคซึมอยู่อีก ก็แสดงว่ายังไม่แน่นพอ ก็ไปขันอัดเข้าไปอีกทีละนิด จนกว่าน้ำมันเบรคจะไม่ซึมออกมา

ถึงวันนี้ ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว น้ำมันเบรคก็ไม่ยุบ แสดงว่าข้อต่อต่างๆ แน่นพอดีแล้ว ก็เลยอยากเสนอเพื่อนสมาชิกสักสองเรื่อง

เรื่องแรก ถึงแม้ว่าช่างที่จัดการรถของเราจะเก่งมีประสบการณ์เพียบแค่ไหน บางครั้ง ก็อาจมีความผิดพลาดกันได้ อย่าไปมั่นใจช่างเต็มร้อย โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่งเอารถออกมาจากการซ่อม

เรื่องสอง ของเหลวต่างๆ ที่ใช้กับรถ เช่น น้ำ, น้ำมันพาวเวอร์, น้ำมันเบรค, น้ำมันเครื่อง, ฯลฯ ก็มีขวดสำรองติดหลังรถไว้หน่อยก็ยังดี เผื่อจำเป็นต้องใช้
ขอบคุณครับที่แวะมาชมกัน




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2553    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2553 16:08:37 น.
Counter : 2544 Pageviews.  

น้องปลาดาว Story ตอน 18 : จับตะเข้ได้ตัวนึง ในวันแม่

วันแม่ ครอบครัวก็นัดกันหลายสิบคนพาอาม่าไปเลี้ยงข้าวเที่ยงกัน ลูกๆ ก็ช่วยกันออกเงินค่าอาหาร พอเลี้ยงเสร็จ อาม่าก็เอาเงินที่เหลือมาแจกหลานๆ รับกันไปคนละ 200
พอได้ตังค์ไว้ในกระเป๋าแล้ว ก็เลยต้องหาเรื่องใช้ตังค์ ซะหน่อย

และแล้วก็ได้มาเลย ตะเข้ 2 ตัน จากคลองถม ตัวนึง แดงแปร๊ด



เริ่มจาก ปกติแล้วเวลาจะทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ กับรถคู่ใจทั้งสองคัน ก็จะใช้แม่แรงติดรถในการยกรถขึ้นวางบน 3 ขา

ถ้าคนที่เคยใช้ ก็คงรู้ ต้องปั่นๆ หมุนๆ ตัวขันซะ กว่าจะขึ้นแต่ละเกลียว หมุนกันเพลิน แถมว่า รถแอคคอร์ทผม ตอนติดแก๊ส ช่างเค้าไปเดินท่อแก๊สเบียดจุดวางแม่แรงชิดมาก ทุกครั้งที่จะยกด้านซ้ายหน้าของรถ จะเสียวๆ ซะทุกครั้ง



ว่าแล้ว ก็มาเปิดกล่องดูข้างในกันดีกว่า ก็เห็นตะเข้ตัวย่อม นอนอยู่ พร้อมกับ ด้ามโยก คู่มือ และ ตัวมือจับ น้ำหนักตัวก็ไม่หนักพอแบกได้ 8.5 โล



โดยหลักการ ก็จะสวมด้ามโยกเข้าไป แล้วปั้มลมเข้าไปในกระบอก กลไกก็จะดันยกจุดยกลอยขึ้น ตามรายละเอียด ก็จะยกได้ 2 ตัน ระยะสูงสุด 300 มม

การควบคุมการใช้งาน ก็มีตัวหมุนปิด-เปิด ให้แม่แรงยกค้าง หรือ ปล่อยลง



พลิกดูด้านล่าง ก็จะเข้าใจการทำงานดีขึ้น ลูกสูบเวลาถูกอัดลมเข้าไปโดยด้ามโยก ก็จะดันขายกออก ก็จะลอยตัวขึ้น ลูกสูบสำหรับ 2 ตัน ก็ตัวกระจิ๊ดเท่านี้เอง

มีล้อ 4 ล้อ หมุนฟรี 2 ล้อ เป็นล้อตาย 2 ล้อ เคลื่อนที่คล่องตัวดี



ถ้าต้องการจะยกย้าย ก็สวมมือจับเข้ากับหัวน๊อต ก็ยกขึ้นง่ายๆ แล้วละครับ
ส่วนคู่มือที่ให้ก็แยกชิ้นส่วนของตะเข้ออก มาเป็นชิ้นๆ คงเอาไปเทียบได้ ถ้ามีปัญหาต้องการเปลี่ยนอะไหล่ที่เสีย



จากการใช้งานเืบื้องต้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุ่นแรงได้เยอะ และใช้สะดวกกว่าแม่แรงติดรถ เหมาะกับราคาดี พอดีว่าผมรีบเข้าไปคลองถม 5 โมงกว่าแล้ว รีบๆ ด้วย ไม่ได้ต่อราคาคนขายซักคำ เค้าว่าเท่าไหร่ก็เท่านั้น เค้าว่าราคาเปิดมาเอง ลดราคาให้เอง เหลือ 600 ละครับ

จุดที่ต้องดูแล หลักๆ ก็คงมีแค่จุดเดียว ก็ที่ตัวขันให้แม่แรงค้างหรือปล่อยลง นี่ละครับ ตัวขันจะถูกคุมด้วย โอริง ถ้าโอริงเก็บความดันไม่อยู่ ก็คงยกไม่ขึ้นแล้ว ลมจะหนีหมด ดังนั้น เวลาใช้งานก็ต้องใช้ร่วมกับ 3 ขาด้วย เพื่อความปลอดภัย

ขอบคุณที่แวะมาชมกัน




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2553    
Last Update : 23 กันยายน 2553 15:26:57 น.
Counter : 3364 Pageviews.  

1  2  3  

น้องปลาดาว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]




อย่าลืมตามไปเจอกันใน Web Pladaodesign.com

สินค้า ของสะสม แมคโดนัลด์ McDonald คลิ๊กเลยจร้า

mcdonald

กระดาษ แน๊พกิ้นสำหรับงานเดคูพาจ Decoupage

แน๊พกิ้น

ชิ้นงานดิบ ไม้-วัสดุสาน สำหรับงานเดคูพาจ Decoupage

แน๊พกิ้น



สำหรับ Fan FB อย่าลืมแอดเป็นเพื่อนกัน จะได้ไม่พลาดข่าวสารกันละค่ะ

Follow pladaodesign on Twitter

Friends' blogs
[Add น้องปลาดาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.