Group Blog
 
All blogs
 

วันเดินทางกลับ

วันสุดท้ายแล้ว ต้องกลับไปที่มาเก๊า โดยเรือ First Ferry อีกเช่นเคย เพื่อไปขึ้นเครื่องกลับ กทม. ตอน 4 โมงเย็น กะว่าถ้ามีเวลาพอจะไปเที่ยวๆ แถวสนามบินก่อนที่จะเช็คอิน แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกแล้ว ดูสภาพอากาศซะก่อน จะฝนก็ไม่ฝน มันครึ้มอย่างที่เห็น หมอกก็ลงจัด ทำให้การเดินทางต้องชะงัก เพราะเรือมองไม่เห็นกัน อาจเกิดอันตรายได้ พอกลับเมืองไทยถึงรู้ว่ามีเรือชนกันด้วย โฮ๊ะ โฮ๊ะ ดีที่ไม่ใช่ลำเรา

รูปนี้ถ่ายเวลาประมาณ 11 โมงเช้านะเนี่ย อากาศไม่ดีเลย ทำให้เรือเทียบท่าช้าไป 1 ชั่วโมง โปรแกรมที่วางไว้ เลยต้องชะงัก เพราะต้องรีบไปเช็คอินให้ทันก่อนบ่าย 2 โมง เดวจะตกเครื่องอีก



ภายในเรือ





เช็คอินในเวลา บ่าย 2 โมง ขณะนั่งรอเครื่องบิน สายการบินประกาศว่าเครื่องบินจะดีเลย์ เนื่องจากสภาพอากาศ หมอกลงจัด ไม่สามารถนำเครื่องลงได้ รอแล้วรอเล่า 5 โมงก็แล้ว 6 โมงก็แล้ว 2 ทุ่มก็แล้ว ยังไม่มีวี่แวว หมอกก็เริ่มจัดขึ้น ชนิดที่ว่า 100 เมตรข้างหน้ายังไม่เห็นอะไรเลย นู่นได้ขึ้นเครื่องตอน 4 ทุ่ม ไปถึงสุวรรณภูมิก็เที่ยงคืน ที่สำคัญ พลาดเที่ยวบินจาก กทม. ไปเชียงใหม่ (อีกแล้วครับพี่น้อง) ประสบการณ์ตกเครื่องสูงจริง ๆ ก็ยังดีที่สายการบินรับผิดชอบให้ไปขึ้นเครื่องตอนเช้า fight แรกตอน 6 โมงเลย แล้วอิฉันจะไปนอนที่ไหนเนี่ย??????? ก็เก้าอี้ แข็งๆ เย็นที่สุวรรณภูมิไง พอกลับไปถึงเชียงใหม่สภาพเยิน ดูไม่ได้เลยจริงๆ


นี่อาหารมื้อสุดท้ายที่มาเก๊า แพงได้ใจจริง เท่าเนี๊ยะ 500 กว่าบาท
แล้วยังจะไม่อร่อยอีกแหนะ





ทริปหน้าไป USA ช่วงคริสตมาส แล้วจะไปเก็บบรรยากาศมาฝากกันนะค๊า




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 22:33:30 น.
Counter : 159 Pageviews.  

ฮ่องกง วันที่สี่

วันนี้จะข้ามไปฝั่งฮ่องกงล่ะ อิ อิ ตื่นสายอีกแย้ว ทุกวันเลย ออกจากที่พักก็ประมาณ 9 โมงก่าๆ เช้านี้ใช้บริการเซเว่นอีกเช่นเคย มันสะดวกดีน่ะ จากนั้นก็นั่ง MTR ไปลงที่สถานี central ฝั่งฮ่องกง เป้าหมายคือ วิคตอเรีย พีค เป็นจุดชมวิวมุมสูงสุดของฮ่องกง

ตอนนี้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามกับสถานี MTR แล้ว คราวนี้ต้องขึ้นรถเมล์สาย 15 C เท่านั้น เพื่อไปขึ้นรถราง The peak tram มุ่งหน้าสู่วิคตอเรีย พีค กว่าจะหารถเมล์เจอ เดินไปเดินมาอยู่หลายรอบเหมือน ไม่รู้ว่ามันจอดรถไว้ตรงไหน ซึ่งมีที่ขึ้นอยู่ที่เดียวเท่านั้น



ขอแนะนำให้ขึ้นไปนั่งด้านบน จะได้มองวิวได้ชัดๆ





นี่ไงถึงแล้ว ที่ซื้อตั๋วขึ้นรถราง คือประมาณว่านั่งเพลินโดยไม่รู้ตัวว่าถึงแล้ว จนต้องไปถามคนขับรถว่า นี่อะเหรอ ถึงแล้วเหรอ คนขับรถก็ชี้ๆ ว่านั่นไง ถึงแล้ว เพราะรถเมล์สายนี้ เค้าจอดอยู่ป้ายเดียวเท่านั้น ข้อเสียของการขึ้นเมล์ก็คือ เราไม่รู้ว่าเราควรจะลงป้ายไหนนั่นเอง ไม่เหมือนขึ้น MTR จะง่ายกว่ากันมาก เพราะฉะนั้น ถ้าไม่เคยไป ไม่ควรเสี่ยงขึ้นเมล์ มันจะหลงเอานา



รถรางมาแล้ว ขอบอกว่ากลัวมาก เป็นคนกลัวความสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วทางขึ้นมาเอียงประมาณ 45 องศาเลยง่ะ นั่งตัวแข็งตลอดเลย ไม่กล้าหันลงไปมองท้ายขบวนเลย มันหวาดเสียววววมากกกกกก



นี่ไง สูงไม่สูงล่ะ บรื๋ออออ กลัว ๆ ๆ ๆ



ภายในอาคาร The peak





ด้านนอกอาคาร The peak



จุดชมวิวด้านนอก อากาศหนาวเลยแหละ ถ้ามาหน้าร้อน วิวจะสวยกว่านี้ เพราะไม่มีหมอก





ขากลับลงมา ก็ไปเที่ยวต่อที่ห้าง Time square แล้วก็บริเวณรอบๆ เพื่อไปกินเป็ดย่าง หมูกรอบยอดฮิต





หิวแล้ว ออกจากห้างฯ เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปจนถึงสะพาน ลอดช่องใต้สะพาน ก็จะเจอร้านนี้



พออิ่มท้องก็เดินทางกลับฝั่งเกาลูน ไปช็อปปิ้งต่อตอนเย็นที่ Temple street แต่น่าผิดหวังชะมัด เพราะของหมือนขายตามตลาดนัดทั่วไป ก็เลยเดินแปปเดียว ก็ตัดสินใจไปช็อปปิ้งต่อที่ Lady Market อีกครั้งนึง ก่อนจะกลับที่พัก




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 15:21:26 น.
Counter : 190 Pageviews.  

ฮ่องกง วันที่สาม

แผนเที่ยววันนี้มุ่งสู่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์นั่นเอง แต่ว่าเมื่อคืนนอนดึก วันนี้เลยตื่นค่อนข้างสาย ออกจากที่พักประมาณ 9 โมงแหนะ หาอาหารเช้ากินมะทัน ใช้บริการเซเว่นอีกแย้ววว จากนั้นรีบเดินทางโดย MTR เข้าสู่ขบวนรถไฟฟ้าของดิสนีย์แลนด์ ดูจิ หน้าต่างยังเป็นมิกกี้เม้าส์เลยนิ แต่กว่าจะถึง ผ่านประมาณ 5-6 สถานีล่ะมั้งเนี่ย ไกลเชียว จากอยู่ใกล้ดินนะ โผล่ขึ้นบนบกเพื่อข้ามทะเลไปเกาะฮ่องกงนั่นแหละ เจ๋งดี





จุดนี้ผ่านป้ายดิสนีย์แลนด์มาแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่ดิสนีย์แลนด์จริงๆ เพราะยังไม่ได้ซื้อบัตรเข้าไปเลย ราคาบัตรประมาณ 1500 บาท แล้วแต่วันนะ พอดีไปวันธรรมดามันจะถูกหน่อย



ทางเข้าอยู่นี่




ก่อนอื่นต้องขึ้นรถไฟขบวนนี้ชมรอบๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลงตรงโซนไหนก่อน มี 3 โซน คือ adventure ,tomorrow land, อีกโซนนึงจำไม่ได้แล้วอะ



รูปมันเยอะมากเลยแต่ละโซนน่ะ ขี้เกียจเอาลง เห็นมีคนอื่นๆ เอาลงบ้างละ (ถ้ามีคนเรียกร้อง ก็จะรีวิวให้นะ)

ข้ามไปมื้อกลางวันดีกว่า น่ากินมั้ย อาหารแพงราคาแพงกว่าปกตินิดหน่อย แต่ก็คุ้มล่ะ ดูจิ ดูจิ น่ากินมั้ยล่า





ประทับใจสถานที่เค้าทำสวยมาก โรงอาหาร ห้องน้ำสุดหรู ยังกะอยู่ในเทพนิยาย
เลยรีวิวอะไรแปลกๆ ให้ดูละกันนะ

ประตูห้องน้ำเค้าล่ะ น่าเข้าๆๆ อยากถ่ายมากกว่านี้นะ แต่กลัวเค้าหาว่าบ้า หุ หุ





ตอนเย็นประมาณ 6 โมงมั้ง มีขบวนพาเลซ แต่ไม่ได้อยู่ดูหรอก เพราะมีโปรแกรมอย่างอื่นน่าสนใจกว่า ว่าแล้วรีบย้ายก้นกลับไปตั้งหลักที่ที่พักก่อน เมื่อยๆ ๆ เวียนหัวด้วย (ตอนเล่น space mountain โซน tomorrow land ขอเตือนคนที่เมารถ เมาเรือ อย่าขึ้นดีกว่า) ถึงขั้นเป็นลมเลยทีเดียว ดีที่เล่นเกือบสุดท้ายแล้ว ทำให้เล่นอย่างอื่นต่อไม่ไหวเลย นึกว่าเราจะเป็นคนเดียว พอออกมานะ มีคนเป็นเหมือนเราด้วย หลายคนเหมือนกัน นอนหมดสภาพกันเลยทีเดียว

พอออกจากที่พักแล้ว รีบไปหาอะไรกินก่อน มื้อนี้ก็หาร้านอาหารแถวๆ ที่พักนั่นแหละ



เอ้า ๆ ว่าแล้วหลังจากหม่ำอาหารเย็น โปรแกรมต่อไป กลับไปที่ Avenue of star อีกครั้ง ไปดู sympony of light เริ่มแสดง 2 ทุ่ม ทุกวัน ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เป็นการแสดงโชว์เล่นแสงไฟ พร้อมดนตรีประกอบ ถ้าคนที่อยู่ฝั่งเกาลูน ก็จะเห็นการแสดงจากฝั่งฮ่องกง คนทางฝั่งฮ่องกง ก็จะเห็นการแสดงจากฝั่งเกาลูน สวยๆๆๆๆ



พอดูเสร็จ มันเพิ่ง 2 ทุ่มก่าๆ อยู่เลย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรต่อดี ในที่สุด...เดินเล่นแถวๆ ที่พักละกัน มีร้านต่างๆ เยอะแยะเลย ครึกครื้นๆ






 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 0:51:45 น.
Counter : 142 Pageviews.  

ได้เวลาไปฮ่องกงแล้ว

หลังจากมีเวลาที่มาเก๊าแค่ครึ่งเช้าเอง ต้องรีบตะลีตะเหลือกไปเก็บของที่โรงแรมก่อนเที่ยว และก็รอใช้บริการของ shuttle bus ของโรงแรม อิ อิ ประมาณว่าฟรี ของหนักก็บ่อยั่น

เรือข้ามไปฮ่องกง ใช้บริการของ fisrt ferry ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิ๊ดดดๆ แต่ถ้าเป็นของ Turbo Jet มันจะเร็วกว่าใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง (แล้วก็แพงกว่าด้วย)



พอถึงท่าเรือที่ฝั่งเกาลูน ฮ่องกง ก็ดูแผนที่ต่อว่าที่พักเราอยู่ตรงไหนว๊า แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนว๊า หลงทิศทาง กว่าจะตั้งหลักถูกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน เวิ่นเว้อประมาณ 15 นาที แต่คนฮ่องกงเค้าเข้ามาช่วยน่ะ ดีจัง ถ้าเป็นพี่ไทย โดยเฉพาะคนข้างๆ ดิฉัน คงจะวิ่งหนีไปแล้ว (อิ อิ แอบเม้าท์)

จากนั้นก็เห็นว่าไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ เพื่อเป็นการประหยัด เดินลากกระเป๋าไปละกันเนอะ พอถึงโรงแรมก็รีบเก็บข้าวของเพราะล่วงเลยเวลาอาหารเที่ยงมาประมาณชั่วโมงนึงแล้ว หิววววว ข้อดีของการเดินจากท่าเรือไปที่พัก ทำให้เห็นร้านอาหารเล็กๆ ระหว่างทาง ดูน่ากินดี ก็เลยเดินกลับไปอุดหนุนซักหน่อย แต่บรรยากาศที่ฮ่องกง ไม่เหมือนมาเก๊า อากาศไม่ค่อย เพราะวัยรุ่นชอบเดินสูบบุหรี่ตามท้องถนนน่ะ ทำให้รู้สึกได้กลิ่นบุหรี่ตลอดเลย แล้วก็ทั้งวัยรุ่นชาย หญิงเลยนะ ผู้ใหญ่ก็เยอะ ไม่เข้าใจทำไมไม่รณรงค์กันเนี่ย

นี่หน้าตาอาหาร ราคาไม่แพงเท่าที่มาเก๊า แต่ก็ถือว่าราคาแพงกว่าบ้านเรา


หลังจากท้องอิ่มแล้ว แผนเที่ยวในวันนี้คือ มุ่งหน้าไป Avenue of star ที่มีฝ่ามือของเฉินหลงประทับอยู่บนพื้นน่ะ


ถึงแล้ว แต่ก็กว่าจะหาเจอ มันอยู่ตรงไหนวะ (พร้อมกับดูแผนที่) ที่แท้มันต้องเดินเข้าไปหลังห้าง world ๆ อะไรนี่แหละ มันเข้าได้หลายทาง เข้าทางห้างฯ ก็ได้ เข้าทางหลัง พิพิธภัณฑ์ฮ่องกงออฟอาร์ท ก็ได้ เฮ้อออออ






พิรี้พิลัยอยู่นาน เพราะว่าวิวมันสวย ฝั่งตรงข้ามเห็นฝั่งฮ่องกงด้วยง่ะ อากาศก็เย็นดี เพราะไม่มีตึกบัง เหมือนในเมือง เอาล่ะได้เวลาไปช๊อปปิ้งกันแล้ว ว่าแต่ ชักเมื่อยเท้าแฮะ เดิน ๆ ๆ ๆ ขนาดเลือกรองเท้าที่ใส่สบายสุดแล้วนะเนี่ย เป้าหมายต่อไปคือ Lady Market ที่มงก๊อก ต้องใช้บริการ MTR รถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องซื้อบัตร Octopus อิ อิ แรกๆ อ่านผ่านๆ นึกว่าบัตรปลาหมึก กร๊ากกกกกกก



ขึ้นมาจาก MTR ก็เจอสภาพนี้เลยอะคร่า คนมาจากกันเนี่ย



นี่และคร่า Lady Market เหมือนถนนคนเดินบ้านเราอะแหละ บางทีนึกแวปๆ เฮ้ย เหมือนเดินกาดหลวงบ้านเรา 5555



เมื่อยๆ ๆ ขอเวลาช็อปก่อนละกันนะค๊า กว่าจะเดินเสร็จก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว วันพรุ่งนี้มีโปรแกรม ต้องตื่นสายแน่เลย กิ กิ กิ




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2551 17:58:06 น.
Counter : 336 Pageviews.  

มาเก๊า & ฮ่องกง วันที่สอง

วันที่สองที่มาเก๊า มีเวลาอยู่แค่ครึ่งวัน เพราะต้องนั่งเรือไปฮ่องกง ฝั่งเกาลูน และนิสัยส่วนตัวแบบตื่นเช้าๆ ไม่เป็น ก็เลยต้องบริการเซเว่นอีกเช่นเคย นี่แหละฮ่ะ หน้าตาอาหารเช้า เปิดเผยให้แบบไม่อาย ขอบอกว่าติดใจไอ้เจ้าไส้กรอกนี่แหละ กินเกือบทุกเช้า มันออกเผ็ดนิดๆ ที่สำคัญซื้อที่เซเว่นเท่านั้น 555



แล้วก็กินไส้กรอกกันตรงดอกบัวทองคำนี่แหละ เวลาน่าจะประมาณ 9 โมงก่าๆ เดินจากโรงแรมที่พักมาจิ๊ดเดียวเอง




ตรงนี้เค้าเรียกว่า ฟิชเช่อแมนวาฟ (ประมาณนั้น เขียนไม่ถูก) คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ แต่ไม่แน่ใจนะ เหมือนจะมีเครื่องเล่นให้เล่นด้วยอะ มองจากด้านนอกเข้าไปน่ะ ใครรู้ก็ช่วยบอกทีนะจ๊ะ



บ้านเมืองเค้าก็อากาศดี สะอาดด้วย




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2551 17:04:56 น.
Counter : 158 Pageviews.  

1  2  

moomi55
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีความสุขไปกับทุก ๆ วัน เครียดได้ อะไรได้ แต่อย่าปล่อยให้มันกัดกินหัวใจนานนะคะ

บล็อคนี้ บางเรื่องอาจหาสาระไม่ได้ ก็ข้ามไปได้ ไม่ว่ากัน
ถ้าถูกใจทิ้งเม้นท์ไว้ให้ชื่นใจก็ดีนะคะ





นาฬิกา ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดี A cheerful heart is a good medicine
Friends' blogs
[Add moomi55's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.