ทำเท่าไรคงไม่เพียงพอเท่าที่พ่อให้ลูกมานานแสนนาน มีแค่เพียงเหตุผลสั้นๆ ไม่ต้องการๆ ให้พ่อเสียใจ พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกก้าวไปตามความหวังที่พ่อวาดไว้
Group Blog
 
All blogs
 

The Sleeper Awaken

นิทานเรื่องนี้จัดเป็นเรื่องท้ายๆในชุดนิทาน ๑๐๐๑ ราตรีที่ Shahrazad เล่าให้ Dunyazad ผู้เป็นน้องสาว และกษัตริย์ Shahryar ฟัง


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เป็นร่ายและโคลงสลับกันไป มีชื่อไทยว่า
"ลิลิตนิทราชาคริต"


เรื่องราวโดยรวมในนิทานเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคบเพื่อน มีอาบูหะซันเป็นตัวเอกเดินเรื่อง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาเพียง ๒๙ วันพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ โดยทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เมื่อวันศุกร์เดือน ๗ แรม ๖ ค่ำ พ.ศ. ๒๔๒๒ และทรงพระราชนิพนธ์เสร็จเมื่อวันศุกร์เดือน ๘ ขึ้น ๗ ค่ำ พ.ศ. ๒๔๒๒

นับได้ว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชายิ่งนัก

เนื้อเรื่องของนิทานก็มีอยู่คร่าวๆดังนี้

มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งเสวยราชย์ ณ กรุงแบกแดด พระนามว่าพระเจ้าฮารูนอาลราษจิต

ในสมัยของพระองค์ บ้านเมืองมีความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง เพราะพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ ปกครองประชาชนด้วยความเป็นธรรม

พระองค์ทรงออกสืบสวนเรื่องราวร้องทุกข์ของราษฏรด้วยพระองค์เองโดยทรงปลอมแปลงเป็นพ่อค้าเที่ยวสัญจรไปตามเมืองต่างๆอยู่เนืองนิตย์

ด้วยเหตุนี้ราษฏรของพระองค์จึงมีความร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา

ในกรุงแบกแดดมีทายาทพ่อค้าที่กลายเป็นอภิมหึมามหาเศรษฐีคนหนึ่งนาม อาบูหะซัน

เขาจัดเป็นหนุ่มหน้ามนคนหนึ่งที่เฉลียวฉลาด รู้จักเจรจาพาทีเป็นที่ต้องใจแก่ผู้คนทั้งหลาย

กองมรดกที่พ่อของเขาเฝ้าเพียรสะสมจากน้ำพักน้ำแรงมาทั้งชีวิต ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้สักกระบิ ต้องทิ้งไว้ให้เขานั้น เขาแบ่งมันออกเป็น ๒ ส่วน

ส่วนหนึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นที่ดิน เรือกสวน ไร่นา ตึกรามบ้านช่องให้คนอื่นเช่า

อีกส่วนหนึ่งใช้หาความสำราญด้วยการเลี้ยงดูเพื่อนฝูง สุรา นารี ถึงไหนถึงกัน

ความคิดที่จะสู้อุตส่าห์ค้าขายเก็บเล็กประสมน้อยค่อยประหยัดเยี่ยงบิดาไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของเขาเอาเสียเลย

เพียงปีเดียวเท่านั้น ทรัพย์สินนอกกายได้มาฟรีๆภาษีไม่ต้องเสีย ก็หมดสิ้นราบพนาสูร

อาบูหะซันพยายามกู้ชีพด้วยเครดิตที่คิดว่าตัวเองนั้นมีซะหนักหนา เอ่ยปากขอยืมเงินฝูงเพื่อนรัก

แต่แล้วก็ต้องอกหัก เพราะเพื่อนรักไม่เล่นด้วยแล้วทั้งฝูง

บ้างมีอาการหลบหน้า บ้างก็ทำไม่รู้จัก บ้างก็ไล่ทุบไล่ตีอาบูหะซันเอาเจ็บๆ

ที่เบาหน่อยก็บอกกันตรงๆว่าตนเองก็ยากจนลงเหมือนกัน

อกหักครั้งนี้ยังไม่ตาย อาบูหะซันกรวดน้ำฟ่ำขันอาฆาตมาดร้ายให้สุดลิ่มทิ่มฝาโลงไว้เลยว่าจะโฟนอิน เอ้ย จะไม่คบเพื่อนรักฝูงกรุงแบกแดดนี้อีกต่อไป เป็นไงเป็นกัน

เพราะแรงแค้นแสนพยาบาทดั่งอีเย็นเป็นส่วนผลักดัน อาบูหะซันตั้งตัวได้อีกหนด้วยฝีมือค้าขายของตัวเขาเองเพียวๆ

กลับมามั่งคั่งได้อีกหน อย่านึกว่าอาบูหะซันจะเข็ดจริง

เขาเริ่มคบสะสมเพื่อนอีกแล้ว เพียงแต่คราวนี้เลือกเป้าหมายเป็น เพื่อนต่างเมืองและคบเพียงคืนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ต้องมารู้จักกันอีก

การประพฤติตนคบเพื่อนวิธีนี้ของอาบูหะซันดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตได้เสด็จประพาสต้นเป็นพ่อค้าต่างถิ่นผ่านมา

ก็เช่นเดิม อาบูหะซันก็เชื้อเชิญพ่อค้าต่างถิ่นรายนี้ขอทำการเลี้ยงต้อนรับเพียง ๑ คืน

ฝ่ายพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตทรงเห็นว่าแปลกดีก็ทรงเล่นด้วย

ขณะร่ำสุราอาหารกันอย่างสนุกสนาน พระเจ้าฮารูนอาลราษจิตก็ทรงหลอกถามที่มาที่ไปของเกมส์นี้ ชะตาชีวิตของเขา ตลอดจนความเป็นอยู่ของราษฏรกรุงแบกแดด

อาบูหะซันก็ระบายสิ้น แม้แต่ต้นเหตุแห่งความทุกข์เข็ญของราษฏร

ยกตัวอย่างเช่นอาจารย์อีแมนและสาวกทั้ง ๔ ที่ทำตัวชั่วช้า คุกคามความเชื่อถือ loyalty harassment ของราษฏร

แล้วยังคุยโม้โอ้อวดเสริมใส่ด้วยความคึกคะนองอีกว่า ถ้าตัวเขาได้เป็นกษัตริย์ซักแค่วันเดียวนะ เขาจะจับไอ้เจ้าอีแมนและสาวกทั้ง ๔ มาเฆี่ยนประจานกระชากสำนึกผิดชอบชั่วดีถี่ห่างให้ดู

ตกดึกคืนนั้นก็ได้เรื่องเลย ปฏิบัติการเนรมิตฝันให้เป็นจริงก็เริ่มออกโรง

พระเจ้าฮารูนอาลราษจิตทรงแอบใส่ยาสลบในถ้วยสุราของอาบูหะซัน

จากนั้นก็ให้ทาสที่ตามเสด็จ จัดการแบกอาบูหะซันที่หลับใหลไม่ได้สติกลับวัง

แล้วทรงจัดฉากให้อาบูหะซันเป็นกษัตริย์ กำชับกำชาบรรดาสนมนางในและเหล่าขุนนางให้ปฏิบัติต่อเขาดุจเดียวกับปฏิบัติต่อพระองค์ทุกประการ

เพื่อพระองค์จะได้แอบทอดพระเนตรอาบูหะซันเล่น เป็นการสนุกสนาน

รุ่งเช้า อาบูหะซันก็ตื่นขึ้น ในห้องบรรทมอันวิจิตรตระการตา พรั่งพร้อมด้วยนางสนมกำนัลในข้าทาสบริวาร

ก้มลงมองดูตัวเองก็เห็นอยู่ในชุดเครื่องทรงอย่างกษัตริย์

อาบูหะซันคิดว่าตัวเองฝันไป แต่ใครต่อใครในที่นั้นต่างพากันยืนยันว่านี่คือความจริง

ลองหยิกตัวเองดูสักทีก็เจ็บนะ อ๊ะ...ก็ได้ เป็นไงก็เป็นกัน เป็นกษัตริย์ก็ดี ลองดูสักตั้งจะเป็นไรเชียว

ครั้นเมื่ออาบูหะซันออกว่าราชการก็ทำได้ดีซะด้วย ตัดสินความเมืองก็ถูกต้อง

ทั้งยังสั่งให้พวกโปลิศนครบาลไปจับตัวอีแมนและสาวกทั้ง ๔ มาลงโทษประจานตามที่เคยคุยเอาไว้

แล้วสั่งให้นำทองคำพันลิ่มไปให้คุณนายจอบแก้วผู้เป็นมารดา

พอตกค่ำนางกำนัลนามฟองไข่มุกก็ลอบใส่ยาสลบในถ้วยสุราของอาบูหะซันอีกครั้ง

ร่างที่สลบไสลไม่ได้สติของอาบูหะซันถูกแบกกลับมาส่งถึงบ้านในชุดเดิม

เขาตื่นขึ้นในบ่ายวันต่อมา ยังหลงคิดว่าตัวเองเป็นกษัตริย์ เฝ้าเพ้อรำพันถึงความสนุกสนานในวังมิขาดปาก พอมารดาตักเตือนให้เขารู้ตัวว่าเป็นไผกันแน่ ก็โกรธ แปลงร่างเป็นทรพีทุบตีมารดา จนชาวบ้านทนไม่ไหวรุมสกรัมเรียกสติเสียสาหัส

หลังจากนั้น ๑ เดือนต่อมา พระเจ้าฮารูนอาลราษจิตก็กลับมาอีก ทรงปฏิบัติการณ์ดุจเดิม แต่คราวนี้พระองค์ทรงกลั้นพระสรวลไม่ไหว ความจึงแตก

อาบูหะซันพอทราบว่าพ่อค้าต่างถิ่นท่านนี้คือพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตก็ทรุดตัวลงขอพระราชทานอภัยโทษ

นอกจากพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตจะไม่ทรงถือโทษแล้วยังทรงมีพระราชโองการให้เขาเข้ารับราชการในราชสำนัก พร้อมทั้งพระราชทานนางนอซาตอลอัวดัด ข้าหลวงของพระนางโซบิเด ให้เป็นภรรยาเข้าขากันดีอีกด้วย

เพราะทั้งสองอยู่กินด้วยกันอย่างฟุ่มเฟือยผาสุก จนเงินทองที่ได้รับพระราชทานหมดเกลี้ยง

ทำหูทวนลมต่อถ้อยคำแสนเชยของมารดาเสียสิ้น ที่สู้อุตส่าห์สอนสั่งว่า


อย่าพลิกอย่าแพลงเค้า คุณภู ธรเฮย

มั่นจิตคิดกตัญญู ต่อท้าว

ใครดีช่วยช้อนชู เชิดเกียรติ ท่านนา

พระประสงค์สุดด้าว จุ่งสู้อาสา

เวลาเช้าค่ำตั้ง ความเพียร เทอญพ่อ

ราชกิจอย่าพาเพียร อย่าคร้าน

ไป่รู้จุ่งสอบเรียน ทราบผิด ชอบนา

ประมาทมักพลาดค้าน เดาะด้วยคิดทะนง


เมื่อยามเข้าตาจน ไม่กล้าแม้เข้าหน้ามารดาตัวเอง อาบูหะซันจึงวางอุบาย

ให้ตัวเองไปเฝ้าพระเจ้าฮารูนอาลราษจิต ส่วนนางนอซาตอลอัวดัดไปเฝ้าพระนางโซบิเด

ขอพระราชทานเงินทองช่วยเหลือปลงศพของอีกฝ่าย แล้วต่างกลับมานอนทำทีตายทั้งคู่

อุบายนี้ก็เกือบได้ผล เพียงแต่ทั้งพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตและพระนางโซบิเดได้เสด็จมาพิสูจน์ความเท็จถึงเคหะของคนทั้งสอง

เรื่องราวก็จบลงตรงที่ทั้งสามีภรรยาให้การสารภาพหมดเปลือก ขอพระราชทานอภัยโทษ และตั้งสัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

จากนั้นก็ได้รับพระราชทานทองคนละพันลิ่มด้วยพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตและพระนางโซบิเดทรงเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าขบขันสร้างความครื้นเครง ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงสำราญพระทัย

ขอขอบคุณข้อมูล: ลิลิตนิทราชาคริต พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 0:39:37 น.
Counter : 2398 Pageviews.  


ฝัน-นิทรา ณ.น้ำปิง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้ายังมองอยู่

กับวันที่ดูโหดร้ายที่ทำให้ใจอ่อนล้า กี่ทีที่มีน้ำตาต้องกล้ำต้องกลืนลงไป
กับคืนที่ดูมืดมนสับสนข้างในหัวใจ จะหนักจะหนาเท่าไรต้องซ่อนเอาไว้อย่างนั้น

ทำเท่าไรคงไม่เพียงพอเท่าที่พ่อให้ลูกมานานแสนนาน
มีแค่เพียงเหตุผลสั้นๆ ไม่ต้องการๆ ให้พ่อเสียใจ

พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า
หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป
เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกก้าวไปตามความหวังที่พ่อวาดไว้

หากวันที่ยังโหดร้ายและทำให้ใจอ่อนล้า กี่ทีที่มีน้ำตาจะกล้ำจะกลืนลงไป
หากคืนที่ยังมืดมนสับสนข้างในหัวใจ จะหนักจะหนาเท่าไรจะซ่อนเอาไว้อย่างนั้น

พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า
หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป
เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกกล้าจะเดินต่อไป


object width="340" height="90">
โค้ดเพลง ถ้ายังมองอยู่ โค้ดเพลง
Friends' blogs
[Add ฝัน-นิทรา ณ.น้ำปิง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.