ทำเท่าไรคงไม่เพียงพอเท่าที่พ่อให้ลูกมานานแสนนาน มีแค่เพียงเหตุผลสั้นๆ ไม่ต้องการๆ ให้พ่อเสียใจ พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกก้าวไปตามความหวังที่พ่อวาดไว้
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตที่ดีขึ้นของคนๆหนึ่ง....เพราะเซลล์สุดมหัศจรรย์ของเรา

เซลล์ต้นกำเนิดโลหิต คืออะไร?

เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) คืออะไร

เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) เป็นเซลล์ตัวอ่อนของโลหิต โดยจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำอ๊อกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย)
เม็ดโลหิตขาว(ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และเกล็ดโลหิต (เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว) ซึ่งนอกจากจะเจริญเติบโตเป็นเม็ดโลหิตหลายชนิดแล้ว
สเต็มเซลล์ยังสามารถให้กำเนิดตัวเองได้ตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว ทำให้สเต็มเซลล์ไม่มีวันหมดไปจากร่างกาย เราจึงสามารถบริจาคสเต็มเซลล์
ให้กับผู้ป่วยโดยที่สเต็มเซลล์ของผู้บริจาคสามารถสร้างขึ้นทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่าย Stem Cell

•โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น)

• โลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ
• มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเฉียบพลัน / เรื้อรัง
• มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
• มะเร็งกระดูก Myeloma
• มะเร็งเต้านม
• มะเร็งรังไข่
• มะเร็งปอด


แสดงความจำนงบริจาค

การแสดงความจำนงเป็นผู้บริจาค Stem cell

1. คุณสมบัติผู้ที่ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
- อายุ 18-50 ปี

- น้ำหนัก 40 กิโลกรัมขึ้นไป
- มีสุขภาพแข็งแรง
- ไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรง และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

2. ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาค Stem Cell
2.1 สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอยู่แล้ว
- แจ้งความจำนงลงทะเบียนพร้อมกับการบริจาคโลหิตปกติ ตรวจวัดความดัน ความเข้มข้นโลหิต
และรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิตที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียน (ขั้นตอนหมายเลข 3)
อย่าลืม!!! ย้ำกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าขอลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
- กรอกรายละเอียดเพื่อแสดงความยินยอมเป็นผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
2.2สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคโลหิต
- แจ้งความจำนงลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธก่อนที่จะไปห้องเก็บตัวอย่างโลหิต


3.การเก็บโลหิตตัวอย่าง
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะเก็บโลหิตตัวอย่างประมาณ 20 ml. (c.c.) เพื่อนำไปตรวจลักษณะเนื้อเยื่อ (HLA หรือ Tissue typing) และเก็บเป็นฐานข้อมูล (database) ไว้ เมื่ออาสาสมัครฯ มีลักษณะเนื้อเยื่อ HLA เข้ากันได้กับผู้ป่วยแล้ว ทางศูนย์ฯ จะเชิญอาสาสมัครมาบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ในภายหลัง ซึ่งโอกาสที่ลักษณะเนื้อเยื่อของผู้ป่วยและอาสาสมัครฯ จะตรงกันมีเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น


วิธีบริจาค

วิธีการบริจาค Stem Cell
1. การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางหลอดโลหิตดำ(Peripheral Blood Stem Cell Donation) วิธีการนี้ใช้เวลาทั้งหมด 6-7 วัน ซึ่งต้องมาต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจาก

ขั้นแรก
ฉีดยา G-CSF 4 วัน เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ออกจากไขกระดูก (Bone Marrow) มากระจายตัวในกระแสโลหิตให้มากพอ ที่ต้องฉีดยาชนิดนี้ก่อน เพราะว่า โดยปกติในกระแสโลหิตจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) อยู่น้อยมาก จึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาค

ขั้นต่อไป
จะเข้าสู่กระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งใช้เวลา 2-3 วัน และแต่ละวันใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยแทงเข็มที่หลอดโลหิตดำบริเวณข้อพับแขน (Vein) ให้โลหิตไหลเข้าสู่เครื่อง Automated Blood Cell Separator เพื่อแยกเก็บเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต กระบวนการนี้คล้ายกับวิธีการเก็บเกล็ดโลหิต (platelet) หรือน้ำเหลือง (Plasma) ซึ่งจะเก็บปริมาณเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ป่วย

2.การบริจาค เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางไขกระดูก (Bone Marrow Donation)
เป็นกระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากโพรงไขกระดูก โดยใช้เข็มพิเศษเจาะเก็บจากบริเวณสะโพกด้านหลัง โดยผู้บริจาคจะได้รับการดมยาสลบ กระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ
2 ชั่วโมง ทั้งนี้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริจาคสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และควรพักฟื้นร่างกายประมาณ 5 - 7 วัน
ผู้บริจาคจะได้บริจาควิธีการแบบใด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริจาคด้วย


ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตก็จะมีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงโรคทางโลหิต บางชนิดหายขาด บางชนิดก็ดีขึ้นกว่าเดิม
นอกจากจะเป็นการทำให้ผู้บริจาคเกิดความสุขใจแล้ว ยังเป็นการทำให้ผู้รับอยากที่จะเป็นผู้ให้แก่ผู้เดือดร้อนต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด


"การให้" เป็นสุขยิ่งกว่า"การรับ"




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2552    
Last Update : 7 สิงหาคม 2552 23:33:20 น.
Counter : 297 Pageviews.  


ฝัน-นิทรา ณ.น้ำปิง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้ายังมองอยู่

กับวันที่ดูโหดร้ายที่ทำให้ใจอ่อนล้า กี่ทีที่มีน้ำตาต้องกล้ำต้องกลืนลงไป
กับคืนที่ดูมืดมนสับสนข้างในหัวใจ จะหนักจะหนาเท่าไรต้องซ่อนเอาไว้อย่างนั้น

ทำเท่าไรคงไม่เพียงพอเท่าที่พ่อให้ลูกมานานแสนนาน
มีแค่เพียงเหตุผลสั้นๆ ไม่ต้องการๆ ให้พ่อเสียใจ

พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า
หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป
เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกก้าวไปตามความหวังที่พ่อวาดไว้

หากวันที่ยังโหดร้ายและทำให้ใจอ่อนล้า กี่ทีที่มีน้ำตาจะกล้ำจะกลืนลงไป
หากคืนที่ยังมืดมนสับสนข้างในหัวใจ จะหนักจะหนาเท่าไรจะซ่อนเอาไว้อย่างนั้น

พรุ่งนี้ยังคงไม่รู้แต่ถ้าพ่อยังมองลูกอยู่เหมือนเก่า
หวังว่าพ่อจะให้อภัยและอยู่กับลูกทุกวันเรื่อยไป
เป็นดังแสงตะวันในใจชี้ทางให้ลูกกล้าจะเดินต่อไป


object width="340" height="90">
โค้ดเพลง ถ้ายังมองอยู่ โค้ดเพลง
Friends' blogs
[Add ฝัน-นิทรา ณ.น้ำปิง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.