All Blog
ตอนที่ 19 +++ เสียงเรียกจากความทรงจำ +++



ชายหนุ่มสองคนนั่งดื่มชาด้วยกันอยู่ในห้อง ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ด้วยความไม่ระวัง ชายเจ้าของห้องเผลอทำชาลวกปากตัวเอง


“อ๊าวววว ดื่มชาก็ลวกปาก ขับรถก็ขาหัก ทำอะไรไม่ค่อยระวังเลยนะคุณ” ชายหนุ่มเสื้อขาวผู้เป็นแขกพักอาศัยแขวะชายคนรักเข้าให้


“ก็ถ้าผมระวังน่ะ ผมก็คงไม่ขับรถคว่ำและขาหัก แล้วก็ไม่ได้มาเจอคุณน่ะสิ” ชายหนุ่มเจ้าของห้องตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มกวนๆมีเสน่ห์ด้วยเขี้ยวที่จ้องจะกัดหัวใจอ
ีกฝ่ายตลอดเวลา


“ทำมาพูดดีนะ” นักกายภาพบำบัดหนุ่มว่าบ้าง


“ผมรู้นะ ว่าคุณเป็นห่วงผม ถ้าผมเป็นอะไรไปซักคน คุณจะอยู่คนเดียวได้ยังไง ........ จริงมั้ย”


“ผมอยู่คนเดียวได้ครับ”


“จริงเหรอครับ”







เสียงการสนทนานี้ ยังคงดังอยู่ในความทรงจำของก้องบดินทร์ ชายหนุ่มนึกถึงคำตอบที่ตนตอบออกไปเมื่อคราวนั้น

“ผมอยู่คนเดียวได้ครับ” ความรู้สึกในใจลึกๆ กำลังบอกกับก้องว่า ตนจะอยู่ได้ยังไง ถ้าไม่มีพีอยู่เคียงข้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว กลัวจะสูญเสียคนรักไป



“พี... คุณตื่นขึ้นมาสิ.......... ตื่นขึ้นมาคุยกับผม......... มาดื่มชาด้วยกันไงพี............ พี .....” น้ำตาไหลนองอยู่บนแก้มของชายหนุ่มที่สะลึมสะลือตื่นขึ้น แล้วพบว่าตนเองยังนอนหลับอยู่ข้างเตียงคนไข้ที่ไม่ได้สติ




ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา เที่ยงแล้ว ชายหนุ่มคิดในใจ ป่านนี้ ขบวนขันหมากคงแห่เสร็จแล้วแน่ๆ พี่ปอคงจะสวมแหวนให้พี่แก้วไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังเลี้ยงอาหารแขกอยู่





....ขอแลกทั้งใจแค่ได้รักเธอ ..... ต้องเจออะไรก็ยอม..... เสียงโทรศัพท์ของก้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของแก้วกัญญา



“ว่าไงพี่แก้ว”


“ไม่ใช่พี่แก้วหรอกลูก นี่แม่เอง ไหนบอกแม่ซิ ทำไมจู่ๆถึงไปโดยไม่บอกแม่หรือใครในบ้านเลย รู้มั้ย ว่าก้องทำให้ทุกคนเป็นห่วง แล้วยิ่งวันนี้เป็นงานแต่งพี่แก้วเค้าด้วย แล้วก้องมาหายไปแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนล่ะลูก แล้วนี่ พีเค้าอยู่กับก้องรึเปล่า หายไปด้วยกันทั้งคู่เลย”


“แม่......” เสียงของก้องสั่นเครือ จนฟองจันทร์อดสงสัยไม่ได้


“ก้อง เป็นอะไรลูก ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะ ก้อง....”


“เปล่าครับแม่ ก้องไม่ได้เป็นอะไร ก้องขอโทษนะแม่ ที่ออกมากะทันหัน แต่แม่ไม่ต้องห่วงก้องนะครับ เดี๋ยวอีกซักพัก ก้องก็กลับแล้วล่ะ”………………..
“อยู่ที่โรงพยาบาลกับก้องครับ ไม่เป็นไรครับ กำลังจะทานครับ...........”.........................
“ฝากบอกพี่แก้วกับพี่ปอด้วยนะครับ ว่าก้องขอโทษ แค่นี้ก่อนนะแม่ ก้องต้องรีบแล้ว......” นักกายภาพบำบัดหนุ่มบ่ายเบี่ยงที่จะตอบฟองจันทร์เพราะกลัวว่าแม่จะเป็นห่วงยิ่งกว่าเ
ก่า รีบวางสายแล้วกลับไปนั่งเฝ้าพีที่ข้างเตียง



ถึงแม้ว่าท้องจะเริ่มร้องบอกเจ้าของร่างกายว่า หิวแล้ว แต่นักกายภาพบำบัดหนุ่มที่ยังคงไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า ไม่ยอมแยกห่างจากร่างที่ไร้สติของชายคนรัก สองมือของก้องค่อยๆยกมือขวาของพีเข้ามาชิดตัว กระชับมือที่นิ่งไม่ไหวติงนั้นอย่างอ่อนโยน แววตาของนักกายภาพบำบัดหนุ่มกำลังโหยหาความรู้สึกดีๆที่ตนกับพีมีให้กันและกัน ความรู้สึกดีๆที่เคยบอกใครไม่ได้ แต่บัดนี้ แม่เข้าใจ พี่แก้วยอมรับ และคนรอบข้างคนอื่นๆต่างก็ยินดีกับความรักที่ก้องและพีมีต่อกัน ทว่า..... ความสุขที่เราไขว่คว้ามาทั้งชีวิต มักจะอยู่กับเราไม่ได้นาน ยิ่งคิด ก้องก็ยิ่งกังวล ถึงหมอจะบอกว่าพีปลอดภัยแล้ว แต่ก้องก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้



ก้องยังคงจ้องตาที่ปิดสนิทของพีอย่างไม่ยอมละสายตาออกห่าง นี่อาจจะเป็นครั้งแรก ที่ก้องได้จ้องใบหน้าของพีในยามที่พีไม่ได้สติอย่างเต็มตา ถึงจะรู้สึกตลกตัวเองอยู่บ้างที่ต้องมานั่งจ้องหน้าคนป่วยที่หลับไม่ยอมฟื้นแบบนี้ แต่ก้องก็อดเขินไม่ได้เช่นกัน หลายครั้ง ที่พีแอบเอาเปรียบก้องตอนที่ก้องยังมองไม่เห็น ความรู้สึกครั้งนี้จึงเป็นความรู้สึกประหลาดพิลึกสำหรับนักกายภาพบำบัดหนุ่มที่เพิ่ง
จะกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหลังจากต้องทนอยู่กับโลกไร้แสงสว่างอยู่นานนับเดือน







นักกายภาพบำบัดเจ้าของไข้ยังคงนั่งอยู่ข้างๆเตียงของชายหนุ่มผู้กำลังหลับใหล ยิ่งมองดวงพักตร์ที่อยู่ในห้วงนิทรานั้นแล้ว หัวใจของก้องกลับยิ่งเต้นตุ๊มๆต่อมๆ หวนนึกถึงห้วงคำนึงของตนก่อนหน้า ร่างแอบอวบก้มลงมองดวงเนตรที่ปิดสนิทของร่างล่ำสัน จากนั้นก็ค่อยๆโน้มตัวลงไป ........... ริมฝีปากเอิบอิ่มของก้องสัมผัสกับเปลือกตาที่หวานใสแม้ในยามหลับใหลของพี


“ตื่นเร็วๆนะพี..........ที่รักของผม ตาอย่าปล่อยให้ยายคอยนานนักสิ................
ตีนเร็วๆนะ.....ที่รัก” เสียงของก้องบดินทร์กระซิบกับร่างที่นอนไม่ไหวติงนั้น






ร่างล่ำสันของชายหนุ่มที่ก้มหน้ากอดเข่าตนเองอยู่นั้น กำลังคร่ำครวญโหยหาความสุขที่เหมือนจะหลุดหาย และรำพึงหาความเหงาที่เหมือนจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ขณะที่ความเศร้ากำลังถาโถมใส่ร่างที่อยู่ลำพังบนดินแดนว่างเปล่าเคว้งคว้างนั้น พีรู้สึกเย็นที่เปลือกตาข้างขวา ความเย็นนั้นมาพร้อมกับความอบอุ่น ความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นทำให้นักแข่งรถหนุ่มยิ้มโดยไม่รู้ตัว เค้าหลับตาลงอีกครั้งพร้อมนึกถึงความรู้สึกที่สัมผัสได้เมื่อครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงแว่วเบาๆของคนคุ้นเคยว่า



“ตื่นเร็วๆนะพี..........ที่รักของผม ตาอย่าปล่อยให้ยายคอยนานนักสิ”



............



............





“ตื่นเร็วๆนะพี..........ที่รักของผม ตาอย่าปล่อยให้ยายคอยนานนักสิ”






เสียงเรียกดังแว่วมาจากที่ไกล ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอีกครั้งเพื่อมองหาที่มาของเสียง แต่เมื่อเหลียวไปยังทิศใด ทุกที่ก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไขว่คว้าได้แต่เพียงอากาศธาตุเท่านั้น นักแข่งรถหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกให้ออกว่าเสียงที่คุ้นเคยนั้น ดังมาจากไหนกันแน่



“ตื่นเร็วๆนะที่รัก”



อีกครั้งแล้ว ที่เจ้าของเขี้ยวมหาเสน่ห์ได้ยินเสียง พีมั่นใจแล้วว่า นี่คือเสียงของก้อง คนรักเพียงคนเดียวที่พีพร้อมทำทุกอย่างเพื่อความสุขแก่ก้องเสมอ ทว่า ครั้งนี้ พีไม่ได้ยินเสียงผ่านโสตสัมผัส



เสียงของก้องยังคงดังให้พีได้ยิน แต่ไม่ได้สัมผัสได้ผ่านหู มิใช่โสตสัมผัส หากแต่เป็นใจ เป็นมโนสัมผัส เสียงนั้นดังก้องอยู่ในจิตใจของผู้ฟัง พีรับรู้แล้ว ว่าก้องกำลังร้องเรียกให้พีลุกขึ้น กำลังรอให้เราตื่น ‘เราคงยังหลับอยู่สินะ’ ชายหนุ่มรำพึงในใจตนเอง ก่อนที่จะตะโกนกลับออกไป



“ก้อง เราอยู่นี่” เสียงของพีดังก้องขึ้นแล้วหายไปในความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คล้ายกับว่า ร่างล่ำสันนั้นจะต้องอยู่ในทะเลแห่งความเงียบเหงาและว่างเปล่านี้ต่อไปเพียงลำพัง แม้ได้ยินและสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกของคนรัก แต่ก็มิอาจจะโต้ตอบกลับไปได้ ............





ร่างแอบอวบกระชับมือของพีให้แน่นขึ้น ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนั้น ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ ในใจของก้องนั้น แม้จะรู้สึกดี มั่นใจว่าพีปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่ในใจลึกๆนั้นก็มีความกลัวเจืออยู่บ้าง กลัวว่าพีอาจจะเป็นเจ้าชายนิทราที่ไม่ยอมฟื้น คุณหมอเองก็ไม่ได้ให้คำมั่นอะไร เพียงแต่ต้องรอให้ตรวจสมองเสียก่อนในวันพรุ่งนี้ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนรัก มันกลับมาทำร้ายหัวใจก้องอีกครั้งแล้ว ความโหยหามันทรมานก้องแบบนี้อีกแล้ว ความเจ็บปวดที่ทำให้ก้องไม่ยอมเปิดใจให้ใครเลย ตลอดหกปีนับจากเสียพี่กิ่งไป




“พี ผมกลัวนะ เรากลัวว่าความสูญเสียมันจะทำร้ายผมอีก แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆนี้ ผมก็รู้แล้วว่า ความเหงา ความกลัว มันทำร้ายผมยังไง แล้วเมื่อก่อน ผมต้องเจ็บปวดกับมันแค่ไหน พี ผมรู้ว่าคุณรักผม คุณอย่ายอมแพ้นะ อย่ายอมให้ความสูญเสียกันและกันมันมาทำร้ายเราสองคนอีกนะ สู้กับมันนะพี เราต้องเอาชนะมันด้วยกัน คุณเคยบอกผมไม่ใช่หรอ ว่าคุณไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ขนาดขี้เหวี่ยงอย่างผม คุณยังเอาชนะได้เลย เพราะฉะนั้น กับแค่บาดเจ็บแค่นี้เนี่ย คุณต้องชนะให้ได้นะ ผมรักคุณนะพี คุณได้ยินที่ผมพูดมั้ย ผมรักคุณ......”




ร่างแอบอวบค่อยๆก้มลงไปหาร่างที่ยังหลับสนิท ริมฝีปากสีชมพูอ่อนของนักกายภาพบำบัดหนุ่ม ประทับรอยจุมพิตไปบนริมฝีปากสีชมพูจางๆของร่างล่ำสันของนักแข่งรถหนุ่มที่นอนนิ่งอยู
่นั้น ก้องถ่ายทอดความรักจากหัวใจของตน ลงสู่ร่างที่นอนนิ่งบนเตียง หวังใจว่า พีจะเหมือนเจ้าชายกบในนิทาน ที่สัมผัสพลังรักจากเจ้าหญิง ก่อกำเนิดเป็นพลังชีวิตให้ฟื้นคืนมาจากคำสาป กลับกลายเป็นชายรูปงามได้อีกครั้ง ชายหนุ่มประทับรอยรักให้กับคนรักที่หลับใหลโดยเชื่อมั่นในหัวใจว่า ร่างที่นอนอยู่นั้น จะตอบสนองความรักของตนด้วยการตื่นขึ้นมา




ความรู้สึกซาบซ่านแผ่ไปทั่วสรรพางค์กายของร่างล่ำสันที่นอนไม่ได้สติอยู่ เหมือนอะดรีนาลีนฉีดทั่วร่าง ความสุขไหลซึมผ่านเซลล์แทรกผ่านทั่วอณูแห่งจิตวิญญาณของนักแข่งรถหนุ่ม เริ่มจากริมฝีปาก แผ่ซ่านไปเรื่อย ผ่านลำคอ ไหลมาถึงทรวงอก กระทบเข้าไปในหัวใจที่ใกล้จะหยุดเต้นนั้น ไฟรักที่ถูกจุดประกายโดยชายหนุ่มเจ้าของดวงตาส่องประกายจากโลกจริงเบื้องบน ช่วยขับเร่งไฟชีวิตของร่างนิ่งสนิทให้กลับมาเรืองโรจน์อีกครั้ง ร่างล่ำสันในดินแดนแห่งความว่างเปล่า ร่างที่ร้องหาคนรักในโลกเสมือน กลับสว่างไสวขึ้นมา แสงสว่างจากเบื้องบน ฉุดร่างที่กำลังเดียวดายนั้นให้ล่องลอยขึ้นไปสู่แสงสว่างเบื้องบน





ก้องถอนริมฝีปากของตนออกจากริมฝีปากของพี ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่า ริมฝีปากที่ซีดจางของร่างที่นอนนิ่งอยู่นั้น กลับระเรื่อด้วยสีชมพูเข้มขึ้น คล้ายกับว่า เลือดจากร่างกายที่นิ่งสนิท เริ่มทำงานอีกครั้ง หล่อเลี้ยงร่างกายของพี ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้กระทั่งใบหน้าที่เคยซีดเซียว ก็กลับสดชื่นขึ้น ชีวิตของพีกำลังจะกลับมา ลมหายใจโรยรินกำลังกลับมา ริมฝีปากงามที่เอิบอิ่มของร่างที่นอนอยู่เคลื่อนไหวเล็กน้อย เหมือนกับว่ากำลังร้องเรียกหาอะไรบางอย่าง แม้ดวงตาของพีจะยังคงปิดสนิท แต่ก้องก็รับรู้ได้ด้วยใจและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนทำ อย่างไม่รอช้า ชายหนุ่มก้มศีรษะลงไปยังใบหน้าที่เริ่มมีชีวิตนั้นอีกครั้ง ริมฝีปากของพีถูกก้องประทับจุมพิตอีกครั้ง ถูกฝากรอยรักอีกครั้ง จุมพิต ที่สร้างทั้งรอยรักและสร้างพลังชีวิตให้กับร่างที่กำลังรอคอยพลังนั้น จากวินาทีกลายเป็นนาที ริมฝีปากของชายหนุ่มทั้งสองยังไม่แยกจากกัน หนึ่งคือร่างล่ำสันผิวคล้ำนิดๆที่นอนนิ่งสนิทบนเตียง อีกหนึ่งคือร่างแอบอวบที่ยืนอยู่ข้างๆ ริมฝีปากทั้งสองเหมือนมีปฏิกิริยาต่อกัน เมื่อก้องเริ่มกระชับริมฝีปากให้แน่นขึ้น อีกหนึ่งก็จะดูดดื่มและซึมซับร่องรอยแห่งความรักเอาไว้ เหมือนเวลาหยุดลงชั่วกาลสำหรับคนทั้งคู่ ดวงตาของร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยนั้น ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีดำขลับคู่งาม นัยน์ตาซึ่งเป็นที่ใฝ่ฝันและถวิลหาของดวงตาอีกคู่ ที่ส่องประกายงามไม่แพ้กัน ทำให้เจ้าของนัยน์ตาอิ่มเอิบที่ยืนอยู่ ค่อยๆถอนริมฝีปากขึ้นช้าๆ ค่อยๆจ้องมองสะท้อนแววตาส่องประกายของตนเองในแววตาอีกคู่ของผู้ที่นอนอยู่ ก่อนจะร้องเรียกเบาๆ



“พี....... คุณฟื้นแล้ว... พี... ผมดีใจที่สุดเลย....” ก้องสวมกอดร่างของชายหนุ่มที่เพิ่งตื่นจากนิทรา พร้อมแววตาเหม่อลอย เหมือนประหลาดใจอยู่บ้าง


“คุณ...... คุณคือใครหรือครับ”


คำถามสั้นๆ แต่ทำให้ผู้ฟังอดช็อกไม่ได้ ก้องมองหน้าพีช้าๆ ตั้งแต่ศีรษะไล่ไปจนถึงหน้าอกแล้วมองกลับไปที่ใบหน้า พีเองก็เช่นกัน เมื่อเห็นก้องมองตนเช่นนั้น ก็มองก้องแบบเดียวกัน จากใบหน้า ไล่ไปที่ทรวงอก แล้วย้อนกลับไปจ้องใบหน้าของนักกายภาพบำบัดหนุ่มอีกครั้งอย่างประหลาดใจ พลางสำรวจดูตัวเอง


“คุณเป็นคนพาผมมาส่งโรงพยาบาลหรือครับ ขอบคุณนะครับ แต่คุณรู้จักผมด้วยหรอ แปลกใจจัง ผมจำคุณไม่ได้เลย ขอโทษด้วยนะครับ คุณเอ่อ................”


“พี......” น้ำตารื้นคลออยู่บนดวงตาที่ส่องประกายของนักกายภาพบำบัดหนุ่ม ความสดใสที่โชติช่วงเมื่อครู่นี้ค่อยๆลดจางลง ความผิดหวังเสียใจเริ่มเข้ามาแทนที่ ก้องค่อยๆก้าวถอยหลังออกไปจากห้องช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว ด้วยหัวใจที่บอบช้ำ จนพ้นออกไปนอกห้อง ชายหนุ่มหันหน้าเข้าหาผนังแล้วใช้มือขวาที่กำมืออยู่ฟาดลงไปที่ผนังอยู่หลายหนพร้อมก
ับเสียงพร่ำเสียใจและรอยน้ำตาแห่งความสูญเสีย



.....



.....





“ตั้งแต่เสียพี่กิ่งไป ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม ผมกลัวมาตลอด.....” นักกายภาพบำบัดหนุ่มหวนนึกถึงความทรงจำแต่ครั้งหลัง เมื่อตอนที่ตนกำลังปรับทุกข์และเผยความรู้สึกกับชายคนหนึ่งที่เข้ามาทำให้ชีวิตของตน
เปลี่ยนไป


“แต่วันนี้.... ไม่เหมือนหกปีที่แล้วนะ... เพราะวันนี้คุณมีผม” คำพูดและแววตาของชายคนนั้น สร้างพลังใจเล็กๆ แต่อบอุ่นให้กับคนที่ได้ฟัง


“ยิ่งมีคุณน่ะ....... ผมยิ่งกลัว”


“กลัวอะไร..... ผมไปทำอะไรให้คุณน่ะ....” สีหน้าคนพูดแอบหงุดหงิดกึ่งกวนเล็กน้อย


“กลัวจะเสียคุณไปไงล่ะ....” ก้องหันมาตอบด้วยแววตาสะท้อนความหวาดกลัวในใจ ทำให้พีต้องหันหน้ากลับมาจ้องดวงตาอมเศร้าเพราะความสูญเสียของก้อง
“ตอนที่ผมเสียพี่กิ่งไป มันทำให้ผมรู้ว่า.... การที่เราเสียคนที่เรารักไป.... มันเจ็บมากแค่ไหน” ชายหนุ่มทั้งสองมองแววตาของกันและกัน ยิ่งทำให้พีรัก เข้าใจ และสงสารก้องยิ่งขึ้น ขณะที่ก้องเองก็กลัวใจตัวเอง บวกกับความเขินที่ทั้งคู่ต้องจ้องตาคนที่รักนานๆ จึงต่างหันหน้าหลบไปอีกทาง


“ก้อง.... คุณเห็นนี่มั้ย” พีชี้ให้ก้องดูทรายริมชายหาดที่ถูกน้ำทะเลซัดสาด


“อะไรหรอ..”


“นี่ไง... เห็นมั้ย...”


“เห็นอะไร..... ทรายหรอ”


“อือ... คุณเคยเห็นทรายมันแยกจากน้ำทะเลมั้ย....”


“ก็.... ทะเลทรายไง” คนถูกถามหันไปตอบด้วยแววตากวนๆชวนให้อดยิ้มแกมโมโหไม่ได้


“ก้อง.....”


“อือ... ไม่ทะเลทรายก็ได้ ทรายที่เค้าเอามาก่อสร้าง... มันก็ไม่ได้อยู่กับทะเลซักหน่อย”


“ผมหมายถึงทราย... ตรงนี้...วันนี้...ที่นี่... ทรายมันไม่มีวันแยกจากน้ำทะเล ก็เหมือนคุณกับผม ถ้าคุณไม่ทิ้งผม ผมก็จะไม่มีวันทิ้งคุณ เราสองคนจะไม่มีวันสูญเสียกันและกันไป...” พีหันมาจ้องหน้าก้อง แล้วให้คำมั่นแห่งกันและกันออกไป ชายหนุ่มทั้งสองมองแววตาแห่งกันและกัน ก่อนที่ก้องจะเอียงศีรษะมาพิงไหล่พีอย่างอิ่มใจที่มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง




“พี.... เราสองคนจะไม่มีวันสูญเสียกันและกันไป ถึงคุณจะความจำเสื่อม จำผมไม่ได้ แต่ผมก็จะไม่มีวันทิ้งคุณ ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณ.......” นักกายภาพบำบัดหนุ่มพร่ำเสียงดังออกมา



“ก้อง.... ก้อง.... คุณเป็นอะไร.. ก้อง... คุณเป็นอะไรไป ... ก้อง....” เสียงที่คุ้นหู ปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากการหลับใหลเพราะความอ่อนเพลียที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน


“พี.... คุณจำผมได้แล้วหรอ... คุณจำผมได้แล้ว.... พี.....” ก้องดีใจกระชับมือของพีไว้แน่น


“ก้อง.... ใจเย็นๆ ก้องงงงง” คนป่วยที่เพิ่งฟื้น เขย่าแขนคนมาเฝ้าที่ข้างเตียงเบาๆ ทำให้ก้องค่อยๆรู้สึกตัวว่า ตนคงเผลอหลับไปที่ข้างเตียงของพีนั่นเอง


“นี่ผมเผลอหลับไปหรอกเหรอเนี่ย....” ก้องพูดเขินๆ


“แถมยังละเมออีกด้วย” พีบอกก้อง


“ก็.... ผมคงจะฝันไปน่ะ”


“แล้วคุณฝันว่าอะไรล่ะก้อง”


“ผม... ก็.... ผมฝันว่าคุณฟื้นขึ้นมาแล้วคุณความจำเสื่อม จำผมไม่ได้น่ะสิ”


“ผมก็ฟื้นแล้วไง แต่ผมยังจำคุณได้อยู่นะก้อง แล้วก็จำได้ว่า ป่านนี้ เราคงไปงานแต่งพี่ปอกับพี่แก้วไม่ทันแล้วแน่ๆ”


“แค่คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมยังไม่ได้บอกคนอื่นเลย ว่าคุณโดนรถชน กลัวเค้าจะตกใจกัน แล้วงานแต่งจะมีปัญหาอีก แต่เย็นนี้ก็คงกลับไปงานเลี้ยงตอนค่ำที่โรงแรมได้มั้ง”


“ผมก็คงจะต้องนั่งรถเข็นไปงาน แล้วคุณก็จะได้ทำงานเดิมของคุณอีกแล้วนะก้อง”


“งานอะไรล่ะ”


“ก็กลับมาดูแลขาให้ผมไงก้อง เหมือนครั้งแรกที่เรารู้จักกันไง”


“อือ.... พี... ผมเคยบอกคุณแล้วไง ว่าคุณน่ะ ไม่ค่อยระวังเลย ขับรถแข่งก็คว่ำ ขับรถธรรมดา ก็ชนข้างทางอีก” ก้องบ่นไปก็ยิ้มดีใจไปด้วย ที่คนรักปลอดภัยแล้ว


“จะได้ให้ยายดูแลตาไง .........” พีบอกหน้ายิ้มๆ แต่ก้องกลับเขินมากกว่า


“บ้า.... ใครบอกว่าผมจะดูแลคุณ...” ก้องตอบหน้าแดง


“ผมรู้นะ.. ว่าคุณเป็นห่วงผม”


“ครับ... ผมห่วงคุณมากกกก..... พอใจรึยัง”


“ก้อง... คุณรู้มั้ย.. เพราะคุณนะ ผมถึงได้ฟื้นขึ้นมา”


“ยังไงหรอ...”


“ตอนที่ผมสลบอยู่นะ ผมได้ยินเสียงคุณเรียกผมด้วย... คุณบอกว่า... ..... ตื่นเร็วๆนะ ... ที่รัก” ก้องได้ยินก็เขินหน้าแดงแล้วเอียงหน้าหลบสายตาของพีด้วยความอาย


“บ้าดิ... คุณฝันไปมากกว่ามั้ง” ก้องแกล้งปฏิเสธ


“ถ้าไม่จริง แล้วทำไมคุณถึงหน้าแดงอย่างนั้นล่ะ” พียิ้มหน้าบาน


“ก็..... ไม่เอาแล้ว ไม่พูดดีกว่า” ก้องยังอายหน้าแดงอยู่


“ก็ได้ ตามใจคุณแล้วกันนะ.... ที่รัก” พีจบประโยคที่ทำให้ก้องอายกว่าเดิม


“ฮ้าวววววว” ก้องเริ่มหาวเพราะความง่วง
ครืดดดดดดดดดดดด บวกกับเสียงท้องร้องของก้องก็ดังขึ้นพอดี


“ก้อง.... คุณไปหาอะไรทานก่อนดีมั้ย แล้วค่อยมานอนบนโซฟาก็ได้”


“จะดีเหรอพี ก็คุณเพิ่งจะฟื้น แล้วจะให้ผมหนีไปกินไปนอนก่อนได้ไงล่ะ คุณก็ยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน”


“ก้อง... คุณเห็นนี่มั้ย....” พีชี้ให้ก้องดูสายน้ำเกลือที่ฉีดเข้าร่างตน
“ผมกินน้ำเกลือไปเยอะแล้ว แถมได้นอนตั้งหลายชั่วโมง ผมไม่เป็นไรหรอกน่า”


“แต่ผมอยากดูแลคุณนี่พี”


“ผมรู้ก้อง ก็แต่ถ้าคุณยังอ่อนเพลียอยู่แบบนี้ แล้วจะมาดูแลผมได้ไงล่ะ ไปเหอะก้อง ผมไม่เป็นไรแล้ว”


“อือ.... งั้น ผมไปก่อนนะ” ก้องพูดจบก็ผละออกไปจากห้องพักผู้ป่วย







หลังจากที่ก้องออกไปพ้นห้องแล้ว พีก็หยิบโทรศัพท์จากโต๊ะหัวเตียงมาใกล้ตัว คว้ากล่องใบหนึ่งมาจากลิ้นชักที่เก็บของส่วนตัวผู้ป่วยมานั่งมองยิ้มๆ แล้วกดโทรศัพท์ไปที่หมายเลขบ้านของก้อง


“สวัสดีค่ะ” เสียงกระเทยดังจากปลายสาย


“พี่ตุ่มเหรอครับ นี่ผมเอง”


“อ้าววว... น้องพีเองเหรอคะ แหม ... ขอพี่ว่าหน่อยนะคะ ทำไมไม่ยอมมางานแต่งน้องปอกับน้องแก้วล่ะคะ ดูซิ หายกันไปทั้งคู่เลย ทั้งน้องก้องน้องพี........ แล้ว.....”


“พี่ตุ่มอย่าเพิ่งบ่นเลยครับ ขอผมคุยกับป้าฟองก่อนได้มั้ยครับ..... เรื่องสำคัญ....” ตุ่มจำเป็นต้องหยุดบ่นชั่วคราว แล้วไปตามฟองจันทร์มารับสาย การคุยผ่านไปครู่ใหญ่ ก่อนที่หญิงชราจะวางสายแล้วแอบยิ้มออกมา



.....



.....





ก้องยืนมองหน้าประตูห้องของพีอยู่โดยทำอะไรไม่ถูก กำลังเบลอๆว่า ห้องอาหารไปทางไหนกันแน่ ความง่วง ความหิว และความอ่อนเพลียที่สะสมมา ทำให้ร่างกายของนักกายภาพบำบัดหนุ่มเริ่มจะทนรับไม่ไหว บวกกับความหมดห่วงที่คนรักฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยแล้ว ทำให้ร่างแอบอวบที่ฝืนสังขารมาทั้งคืนนั้น ค่อยๆทรุดลงไปกับพื้น


“คุณ..... คุณ....” ร่างของใครคนหนึ่งเข้ามารับร่างของก้องได้พอดี นักกายภาพบำบัดหนุ่มสะลึมสะลือมองใบหน้าของคนที่เข้ามาช่วยประคองตน ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงและเป็นลมไปพร้อมความเพลีย


“คุณ....คุณ....” ชายหนุ่มหน้าตาคมคายที่เข้ามาประคองร่างของก้องพยายามขานเรียกชายที่ตนไม่รู้จักที่ม
าหมดสติอยู่ในอ้อมแขนตน เมื่อไม่มีเสียงตอบ เขาจึงจ้องใบหน้าอวบอิ่มหวานๆของก้องอย่างไม่วางตา


“แอบอวบไปหน่อย แต่ก็น่ารักดีเหมือนกันนี่หว่า” ผู้มาใหม่พูดเบาๆก่อนจะเรียกให้พยาบาลมาคอยดูแลก้องแทนตน จากนั้นก็เดินออกไปมองหาห้องผู้ป่วยที่ตนต้องการมาเยี่ยม


“พีรวิชญ์ กิตติวรรณ อยู่ห้องนี้นี่เอง แล้วผู้ชายคนเมื่อกี้นี้ เป็นอะไรกับพีกันแน่นะ.... รึว่า.... เข้าใจล่ะ ดี.... จะได้เล่นงานถูกตัว”



ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ.....” พีเอ่ยเรียกคนเคาะประตูเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มหน้าตาคมคายคนที่ประคองก้องเมื่อครู่นี้เดินเข้ามา ทันทีที่พีหันไปมองก็เกิดอาการตกใจทันที


“นี่นาย....... กลับมาจากอังกฤษแล้วหรอ...”


“ไง....พี คิดว่าผมคือผู้ชายคนที่เป็นลมไปหน้าห้องเมื่อกี๊หรอ” ชายคนนั้นบอกพี


“ก้อง... นายว่าก้องเป็นลมหรอ...” พีแสดงอาการตื่นตระหนกจนผู้มาเยือนสังเกตเห็น และยิ้มแบบรู้เท่าทัน


“ชื่อก้องหรอ... ท่าทางไม่เลวนะ แฟนใหม่นายน่ะพี แต่ไม่ต้องห่วงหรอก มีพยาบาลดูแลอยู่”


“แล้วนายมานี่ นายต้องการอะไรหรอ... กาย”


“เปล่า... ก็แค่คิดถึง เลยแวะมาเยี่ยม เผื่อจะได้รำลึกความหลัง”


“เรื่องของเรากับนายมันจบไปนานแล้ว นายจะมายุ่งกับเราทำไมอีก ....”


“จบหรอ.... ง่ายไปมั้งคุณพีรวิชญ์ อย่าบอกนะ ว่าพอนายมี... เอ่อ...ก้อง... แล้ว นายก็ลืมอาร์ตไปแล้วน่ะ”


“แต่อาร์ตเค้า..... เฮ้ยย.. กาย นายต้องการอะไรกันแน่...”


“แก้แค้นไง.... อาร์ตตายเพราะนาย.. ได้ยินมั้ยพี... อาร์ตตายเพราะนาย เพราะเค้าเลือกนาย”


“กาย.. นายก็รู้ว่าเราไม่ได้... เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาร์ต นายก็รู้ดี แล้วเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว เราไม่อยากนึกถึงมันอีก”


“นายอาจไม่อยากนึกถึงมันนะพี แต่ก้องอาจจะอยากรู้ก็ได้ ท่าทางไม่เลวนี่หว่า หน้าตาก็น่ารัก น่าสนใจดี เราจีบได้ปะ” คนชื่อกายยิ้มยั่วยุ


“นาย.....” พีพยายามจะลุกขึ้นมาเล่นงานผู้มาเยือน แต่เพราะบาดเจ็บอยู่ เลยจำต้องนอนลงอย่างเก่า แล้วเก็บความโกรธไว้ในใจ ชายชื่อกายเดินมาใกล้เตียง มองพีแบบกึ่งสมเพศ


“เดือนหน้า ถ้านายหายดีเมื่อไหร่ เราจะท้านายแข่งรถ แบบตอนนั้น แล้วอย่าใจเสาะหนีกลับอเมริกาไปก่อนล่ะ” พูดจบก็เคาะบริเวณขาที่หักของพี ทำให้ชายหนุ่มเจ็บ แต่ก็เก็บอาการไว้ ไม่ร้องออกมา ชายชื่อกายเดินยิ้มออกมาจากห้องอย่างสะใจ ทิ้งให้พีโมโหและกลุ้มใจตามลำพัง



อ๊ากกกกกกกก...... ภาพและเสียงแห่งความทรงจำลางเลือนบางอย่าง ผุดขึ้นมาในระบบประสาทความทรงจำของพี ภาพที่ทำให้นักแข่งรถหนุ่มต้องปิดตาลง พร้อมกับปาดเหงื่อและเช็ดหยดน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลออกมาจากแววตาของตน



.....



.....



Create Date : 08 ธันวาคม 2553
Last Update : 8 ธันวาคม 2553 15:30:16 น.
Counter : 696 Pageviews.

30 comment
ตอนที่ 18 +++ เดียวดายในความเงียบเหงา +++





นอนอยู่บนที่นอนในห้องสีเขียวที่ตกแต่งใหม่ ฝาผนังประดับด้วยภาพถ่ายคู่ของเจ้าของห้องกับชายคนรัก ก้องบดินทร์มองดูตู้โชว์ที่จัดใหม่ ตู้ใบเก่าใบเดิมที่เคยตั้งอยู่ใกล้ประตูห้อง บัดนี้ มันถูกย้ายมาอยู่ปลายเตียง ด้านล่างของกรอบรูปใบใหญ่ที่โชว์อยู่บนฝาผนัง



จากที่เคยเต็มไปด้วยหนังสือกายวิภาค ตำราการจับเส้น คลายจุด นวดแผนโบราณ และหลักกายภาพบำบัด ตอนนี้ ตู้โชว์ใบนั้นกลับมีแต่ภาพถ่ายนักแข่งรถพร้อมถ้วยรางวัล ราวกับว่านักแข่งรถหนุ่มจะย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวรกระนั้น



นักกายภาพบำบัดหนุ่มมองดูรูปแล้วได้แต่อมยิ้ม นึกถึงคำพูดที่พีเคยพูดไว้เมื่อตอนจัดห้อง

“ผมไม่ได้จะย้ายมาอยู่ถาวร แค่อยากมีความรู้สึกเหมือนตอนที่อยู่กับคุณที่คอนโดก็เท่านั้นเอง”

“หรอครับ งั้นก็รีบๆหน่อยสิครับ ดึกแล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นใส่บาตร”

“งั้นคุณก็ช่วยออกแรงบ้างสิก้อง เอาแต่ใช้ปากอย่างเดียว”

“แต่พี่ตุ่มดันคิดเลยเถิดไปได้” ก้องพูดกึ่งขำๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปยืนมองดูรูปคู่ของตนที่เคยถ่ายไว้ริมชายหาดที่ระยอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหาคนรัก





“ขอแลกทั้งใจแค่ได้รักเธอ.....” เสียงรอสายที่ก้องได้ยินเมื่อโทรเข้ามือถือของพี

“นี่พีแอบไปเปลี่ยนเสียงรอสายเมื่อไหร่เนี่ย.....” ก้องแอบยิ้มเมื่อรู้ว่าพีใช้เสียงรอสายเป็นเพลงโปรดของตน ชายหนุ่มลูบสร้อยนกหวีดที่พีเคยให้ไว้เมื่อวันผ่าตัดไปมา

“ทำไมพีรับสายช้าจัง ทำอะไรอยู่นะ” ก้องลูบสร้อยนกหวีดไปมา แต่ยังไม่ทันไร สายสร้อยก็ดันขาดออก ทำให้สร้อยนกหวีดของพีตกลงบนพื้นห้องนอน

“เฮ้ยยย..... พี......” ก้องอุทานด้วยความตกใจ พลางรู้สึกไม่ดีขึ้นมา




...



...




กลางดึกคืนนั้น นักกายภาพบำบัดหนุ่มกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นที่พี่สาวจะแต่งงานในวันรุ่งขึ้น แต่เป็นเพราะตนไม่สามารถติดต่อกับพีได้นั่นเอง ตอนที่ก้องโทรศัพท์ไปหาพี พีก็ไม่ได้รับสาย แต่จู่ๆสัญญาณโทรศัพท์ก็ขาดหายไป โทรกลับไปอีกหลายครั้ง กลับกลายเป็นว่า สัญญาณขาดหายเหมือนปิดเครื่องหนีอย่างนั้น


“ขอแลกทั้งใจแค่ได้รักเธอ.... ถึงเจออะไรก็ยอม...” เสียงโทรศัพท์มือถือของก้องดังขึ้นกลางดึก แต่ชายหนุ่มยังนอนไม่หลับ ใจนึงก็คาดหวังว่าพี่คงโทรมา จึงรีบรับสายทันที


“สวัสดีครับ...” ก้องเอ่ยผ่านสายโทรศัพท์


“สวัสดีครับ ผมโทรมาจากแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลวิภารามนะครับ”


“ครับ... มีอะไรรึเปล่าครับ ผม..ก้องบดินทร์ แผนกกายภาพบำบัดที่วิภารามเช่นกันครับ”


“งั้นดีเลยครับ ผมโทรหาคุณเพราะเราติดต่อญาติผู้ป่วยไม่ได้ คือว่า....”


“ใคร... มีใครเป็นอะไรเหรอครับ...” ก้องถามปลายสายด้วยความรู้สึกเป็นห่วงชอบกล


“คุณพีรวิชญ์ประสบอุบัติเหตุครับ...”


“พี... ” ก้องอุทานเอ่ยชื่อคนรักออกไปเพราะรู้สึกเป็นห่วงพีขึ้นมา และร้อนรนเป็นพิเศษ หลังจากไต่ถามเรื่องราวจากปลายสายแล้ว ก้องก็รับเป็นเจ้าของไข้และรีบแต่งตัวออกไปโรงพยาบาลทันทีโดยยังไม่ได้บอกคนในบ้าน



...



...



นั่งบ้างยืนบ้าง และเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย ก้องมองนาฬิกาข้อมือของตนสลับกับไฟหน้าห้องผ่าตัด ตีสามแล้ว แต่นักกายภาพบำบัดหนุ่มยังไม่ได้พักผ่อนเลย ชายหนุ่มปิดเปลือกตาไม่ลงเมื่อยังไม่รู้ว่าคนรักจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง


ชายสวมแว่นตาในชุดเสื้อกาวน์เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน นักกายภาพบำบัดหนุ่มกุลีกุจอลุกจากที่นั่งแล้วรีบตรงไปหาคุณหมอทันที


“คนไข้ที่รถคว่ำเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” ก้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


“เอ่อ.... คือคุณเป็น...”


“ผมเป็นเพื่อสนิทกับคนไข้น่ะครับ ว่าไงครับหมอ คนไข้ที่รถคว่ำเป็นยังไงบ้างครับ”


“ก็.... หมอเสียใจด้วยนะครับ คนไข้เสียเลือดมาก เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่.... คนไข้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วครับ” หมอหนุ่มพูดจบ ก็ก้มหน้าเดินจากไปด้วยสีหน้าปลงกับชีวิตที่พรากจากไปได้ง่ายดายนัก ทิ้งให้นักกายภาพบำบัดหนุ่ม เพื่อนร่วมงานโรงพยาบาลเดียวกัน ทิ้งตัวลงเข่าทรุดไปกับพื้นด้วยความตกใจ หน้าก้มมองพื้น สองมือค้ำยันช่วยรับน้ำหนักที่แทบจะทิ้งถมลงไปกับพื้นปูนหน้าห้องฉุกเฉิน


หยดน้ำไหลรินหลั่งออกมาจากดวงตาของชายหนุ่ม สองแก้มเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เสียงระทมร่ำไห้ดังอยู่ลึกๆในใจของก้อง ผู้ที่ผ่านไปมาคงได้ยินแต่เสียงสะอื้นคร่ำครวญของชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ประตูห้องฉุกเฉินค่อยๆเปิดออก บุรุษพยาบาลกระทาชายนายหนึ่งเข็นเตียงออกมาจากด้านใน ร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้นถูกคลุมด้วยผ้าคลุมสีขาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก้องสะอื้นร่ำไห้หนักกว่าเก่า เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณถูกเข็นออกมา ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปใกล้เตียงแล้วร่ำไห้โหยหาร่างไร้ชีวิตที่นอนอยู่


“พี... พี... คุณ.... ไหนคุณว่าจะไม่ทิ้งผมไปไง ไหนคุณเคยบอกว่าเราจะไม่แยกจากกันไงล่ะพี แล้วทำไมคุณถึง....” ก้องเขย่าร่างที่นอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมเหมือนกับจะพยายามปลุก เสียงสะอื้นโศกเศร้าเริ่มดังขึ้นกว่าเก่า หว่างคิ้วของชายหนุ่มย่นเข้าหากันทุกครั้งที่ร้องไห้ เมื่อรู้ว่าทำอย่างไรร่างนั้นก็คงฟื้นขึ้นมาไม่ได้ ก้องจึงพยายามเข้าไปประคองร่างนั้นแล้วก้มลงกอด ใบหน้าที่เริ่มเรื่อเป็นสีแดงจากการร้องไห้ยังคงเปื้อนคราบน้ำตาอยู่โดยไม่ได้เช็ดออ



“คุณ นี่คุณจะทำอะไรเนี่ย” บุรุษพยาบาลประหลาดใจกับการกระทำของก้องที่สวมกอดศพไว้ไม่ปล่อยไปไหน ฟังจากการคร่ำครวญของก้อง ทำให้พยาบาลและบุรุษพยายาลกระทาชายที่อยู่ใกล้ๆ รู้ได้ทันทีว่าก้องเป็นอะไร ต่างคิดไปกันต่างๆนานา บ้างก็ตกใจที่เห็นชายรักชายกำลังสวมกอดร่างคนรักที่ตายจากไป แต่ส่วนใหญ่ก็นึกสงสารที่ต้องมาเห็นน้ำตาของชายหนุ่มที่ความรักหลุดลอย



บุรุษพยาบาลสองคนเข้ามาดึงร่างของก้องออกจากศพ นักกายภาพบำบัดหนุ่มพยายามสลัดให้หลุดจากการยึดเหนี่ยวของบุรุษพยาบาลทั้งสอง ก้องใช้ร่างกายที่อวบแน่นกว่าเหวี่ยงใส่ แต่ก็ไม่ค่อยเป็นผล สุดท้าย ชายหนุ่มจึงต้องยอมหลีกออกมาเอง


“พีเค้าเกิดอุบัติเหตุได้ยังไงครับ” ก้องหันไปถามพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ


“คือ....เพื่อนคุณคงไปเมามา แล้วก็ขับรถน่ะค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่ารถของเค้าพุ่งเข้าชนต้นไม้อย่างแรง หน้ารถพังไปเยอะ คนไข้กระเด็นทะลุกระจกหน้ารถออกมาอยู่ข้างนอกค่ะ”


“แต่ว่า.... พีเค้าไม่เคยดื่มเหล้านะครับ ดื่มเป็นแต่น้ำชา แล้วเค้าก็เป็นนักแข่งรถด้วย มันก็ไม่น่าที่จะ....” ก้องรู้สึกตกใจที่รู้ว่าร่างที่นอนปิดหน้าอยู่เป็นคนที่เมาแล้วขับ ชายหนุ่มย่นจมูกเพื่อสูดดมกลิ่นใกล้ๆศพ แล้วก็ได้กลิ่นเหล้าจางๆลอยออกมา


“พวกคุณอายุห่างกันมากเลยนะครับ คนไข้น่ะ อายุสี่สิบเข้าไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะคบเด็กอย่างคุณ” บุรุษพยาบาลกระทาชายบอกกับก้อง ในใจก็แอบคิดไปว่าคนไข้ที่เสียชีวิตเป็นพวกชอบกินเด็ก ส่วนก้อง ก็เป็นเด็กของเขานั่นเอง


“สี่สิบกว่า...” ก้องทวนคำเสียงดัง ก่อนจะเข้าไปดึงผ้าคลุมหน้าสพออกมา

“เฮ้ยยย... ใครที่ไหนล่ะเนี่ย นี่ไม่ใช่... นี่ไม่ใช่พีนี่ครับ แล้วพีล่ะครับ พีอยู่ที่ไหน..” ก้องอุทานตกใจกึ่งดีใจและประหลาดใจที่รู้ว่า ศพที่ตนเข้าไปกอดร้องไห้คร่ำครวญไม่ใช่ศพของพี


“อ๋อ... นึกออกแล้ว คุณหมายถึง คุณพีรวิชญ์ใช่มั้ยคะ” พยาบาลสาวเอ่ยถามก้อง


“ครับ พีรวิชญ์.. แล้วพีอยู่ที่ไหนล่ะครับ”


“คือ... คุณพีรวิชญ์ก็ประสบอุบัติเหตุพร้อมกับคนๆนี้แหละค่ะ แต่ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนและได้รับบาดเจ็บต้องผ่าตัด ขาซ้ายก็เหมือนจะหักด้วย ตอนนี้ คุณหมอกำลังผ่าตัดให้อยู่ค่ะ” พยาบาลสาวบอกก้อง ขณะเดียวกันก็ชี้ทางไปห้องผ่าตัดให้รับรู้



...



...



เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนในบ้านตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่พร้อมกับแต่งองค์ทรงเครื่อง รอรับขบวนขันหมากของปรมินทร์ที่จะมาสู่ขอแก้วกัญญาในช่วงสาย ชุดไทยสีครีมของแก้วดูสวยสง่ากว่าใครๆทั้งหมด เพื่อนเจ้าสาวอย่างผึ้งที่แต่งชุดไทยสีคล้ายกันแต่เป็นคนละแบบอดยิ้มชื่นชมกับความสว
ยของเพื่อนไม่ได้ ระหว่างที่ฟองจันทร์ประดับผมให้แก้วอยู่ ก็ชวนคุยต่างๆนานา


“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ คุณธันวาเค้าจะขอชั้นแต่งงานซะที เห็นแกสวยแบบนี้แล้ว นึกอิจฉายังไงไม่รู้”


“แหมๆๆ... น้องผึ้งอยากแต่งงาน แล้วทำไมไม่ไปขอคุณธันวาเค้าก่อนเลยล่ะคะ” ตุ่มแกล้งแซว


“พี่ตุ่มก็.... เรื่องแบบนี้ จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายพูดก่อนได้ไงล่ะคะ” ผึ้งเขินแก้มแดง


“ปกติ ยายผึ้งมันก๋ากั่นไม่เคยอาย ดูซิ พูดเรื่องแต่งงานกับพ่อธันวาขึ้นมาปุ๊บ เขินหน้าแดงใหญ่แล้ว” ฟองจันทร์ก็แซวกับเค้าบ้าง ก่อนจะมองสำรวจคนในบ้านแล้วพบว่าก้องไม่อยู่


“มองหาอะไรเหรอคะป้าฟอง” ผึ้งถาม


“ก็ก้องน่ะสิ ป่านนี้ยังไม่ลงมาเปลี่ยนเสื้อเลย ทำไมชักช้าอย่างนี้ไม่รู้ลูกคนนี้”


“คุณป้าขา... น้องก้องเป็นผู้ชายนะคะ ไม่แต่งตัวยืดยาดเหมือนผู้หญิงอย่างเราหรอกค่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จ ยังเหลือเวลาอีกตั้งนาน กว่าน้องปอจะมา” ตุ่มเอ่ยกับผู้เป็นป้า


“แต่นี่ก็เริ่มสายแล้วนะ ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ เจ๋งเอ๊ย.. ช่วยไปดูน้องให้ป้าหน่อยลูก”


“ครับป้า...” เจ๋งที่วันนี้ใส่ชุดไทยหล่อเช่นกัน รับคำป้าฟอง แล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองเพื่อไปตามญาติผู้น้องลงมาเปลี่ยนชุดได้แล้ว


“แล้วน้องพีจะมาพร้อมขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าว หรือมากั้นประตูเงินประตูทองเป็นญาติฝ่ายเจ้าสาวล่ะคะป้าฟอง” ตุ่มเอ่ยถาม


“เออ... ชั้นก็ลืมถามไป สงสัยคงจะมาพร้อมพ่อปอล่ะมั้ง ก็พ่อปอเค้าเป็นน้องชายของพี่สะใภ้พ่อพีเค้านี่เนอะ แล้วนี่จะมาใส่ชุดเข้าเซตกับก้องทันรึเปล่าเนี่ย”


“กลัวน้องพีไม่หล่อเหรอคะป้าฟอง” ผึ้งเอ่ยถามขณะที่มือก็บรรจงแต่งหน้าให้แก้วอยู่ ระหว่างที่กำลังยิ้มรอคำตอบจากฟองจันทร์อยู่นั้น เจ๋งก็วิ่งลงบันไดมาด้วยความตกใจ


“น้องก้องไม่อยู่ในห้องจ้ะป้า ชั้นหาดูทั่วชั้นบนแล้ว แต่หาไม่เจอเลย ไปไหนก็ไม่รู้”


“อ้าว... ตายแล้ว แล้วนี่ก้องไปไหนล่ะเนี่ย” ฟองจันทร์ตกใจมากกับการหายไปของลูกชาย


“ใจเย็นๆนะคะคุณป้า เดี๋ยวตุ่มโทรหาน้องก้องให้เอง” ตุ่มรีบคว้าโทรศัพท์มาโทรหาญาติผู้น้อง ขณะที่เจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าสาวเข้ามาช่วยกันประคองหญิงชราที่อยู่ในอารามณ์ตกใจอยู่



.....


.....



เริ่มจะสายแล้ว นักกายภาพบำบัดหนุ่มยืนกระสับกระส่ายกระวนกระวายอยู่หน้าห้องผ่าตัด ไฟแดงยังคงสว่างอยู่หน้าห้องผ่าตัดข้างๆห้องฉุกเฉินบอกให้รู้ว่ายังผ่าตัดไม่เสร็จ ก้องมองนาฬิกาข้อมือ เวลาล่วงมาไม่น้อย ป่านนี้ที่บ้านคงกำลังวุ่นวายรอรับขบวนขันหมากพี่ปอ แล้วจะรู้รึยังนะว่าตนไม่อยู่บ้าน



ขอแลกทั้งใจแค่ได้รักเธอ.... เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของก้องดังขึ้น แต่เพลงรอสายยังคงเป็นเพลงเดิม ชายหนุ่มหยิบมาดูหมายเลขโทรเข้า เห็นชื่อพี่ตุ่มจึงรีบรับทันที


“ครับพี่ตุ่ม...”


“น้องก้องเหรอคะ อยู่ไหนคะเนี่ย ทำไมถึงไม่อยู่บ้าน รู้มั้ยว่าทุกคนเป็นห่วง ป้าฟองตกใจจนเกือบจะเป็นลมแน่ะค่ะ วันนี้มันงานแต่งน้องแก้วกับน้องปอนะคะ แล้วน้องชายเจ้าสาวดันไม่มาอยู่บ้าน พี่ตุ่มกับไอ้เจ๋งอุตส่าห์ตัดชุดใส่สวยๆ แล้วตกลงว่าน้องก้องอยู่ไหนล่ะเนี่ย รีบกลับมาบ้านเร็วๆนะคะ ขบวนขันหมากกำลังจะมาแล้วนะ” ตุ่มใส่เป็นชุดจนก้องตั้งรับไม่ทัน


“ก้องอยู่โรงพยาบาลครับพี่ตุ่ม คงจะกลับไปไม่ทันงานเช้า ฝากบอกแม่กับพี่แก้วด้วยนะว่าไม่ต้องห่วง” ก้องบอกกับญาติกระเทยสาว


“แล้วนี่น้องก้องออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะคะ”


“โทรศัพท์ตามตัวด่วนเมื่อคืนน่ะพี่ตุ่ม ก้องไม่บอกเพราะกลัวทุกคนเป็นห่วง”


“แล้วถ้าน้องก้องไม่กลับมา อย่างนี้เสื้อที่ป้าฟองตัดไว้ให้น้องก้องก็เป็นหมันสิคะ รีบกลับมาเถอะน่า ป้าฟองอุตส่าห์ตั้งใจตัดชุดให้น้องก้องอย่างหล่อเลยนะ”


“เดี๋ยวเสร็จธุระแล้ว ก้องจะรีบกลับไปครับพี่ตุ่ม ฝากบอกแม่ด้วยล่ะ”


“แล้วทำไมถึงไม่บอกเองล่ะคะ อยู่ใกล้ๆนี่เอง”


“อย่าเพิ่งเลยพี่ตุ่ม บอกแค่ว่าก้องติดธุระด่วนอยู่โรงพยาบาล แล้วจะรีบกลับให้ทันงานเที่ยงนะ”


“แหม.... อย่างนี้เดี๋ยวน้องพีมากับขันหมาน้องปอแล้วไม่เจอน้องก้องจะไม่โมโหแย่เหรอคะ”


“พีเค้าคงไม่ไปกับขบวนหรอกครับพี่ตุ่ม แค่นี้ก่อนนะ ก้องต้องรีบแล้ว” ก้องรีบวางสายแล้วไปที่ประตูห้องผ่าตัดที่ถูกเปิดออก นักกายภาพบำบัดหนุ่มยังไม่ยอมบอกตุ่มเรื่องของพี เพราะกลัวว่าทุกคนจะเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไร จึงวางสายแล้วปล่อยให้ตุ่มยืนงงอยู่ต่อไป


“ว่าไงบ้าง... ก้องเค้าว่าไง บอกมาเร็วๆสิ ชักช้าอยู่ได้” ป้าฟองตวาดใส่ตุ่มด้วยความร้อนรนและเป็นกังวลจนตุ่มตกใจไปบ้าง แต่ก็ค่อยๆเล่าให้ป้าฟองและทุกคนฟัง


“ก้องนี่ยังไงนะ ไปไหนก็ไม่บอก ปล่อยให้เป็นห่วง แล้วนี่หายไปวันไหนไม่หาย มาหายเอาวันที่พี่สาวจะแต่งงานซะอย่างงั้น ก็ไหนว่าให้พ่อพีรีบพาลับจากเมืองนอเพื่อจะมาทันงานแต่งยายแก้ว นี่ถ้าขบวนขันหมากพ่อปอเค้ามาถึงแล้วไม่เห็นน้องเจ้าสาวเค้าจะว่ายังไง แล้วยังพีอีก นี่อุตส่าห์ไปทำของขวัญพิเศษให้กับก้อง แล้วก้องดันไม่อยู่อย่างนี้แล้วจะไม่น้อยใจแย่หรอ”


“แต่น้องก้องบอกว่าน้องพีจะไม่มานะคะป้าฟอง ไม่รู้ว่าน้องก้องรู้ได้ยังไงเหมือนกัน” ตุ่มบอก


“หรือพีจะไปกับน้องก้องก็ได้มั้งเจ๊” เจ๋งลองเสนอความเห็นบ้าง แต่ไม่ทันที่ใครๆจะว่ายังไงต่อ เสียงโห่ก็ดังขึ้นมาจากหน้าปากซอย


“มาแล้ว มาแล้ว พี่ฟอง หนูแก้ว ขบวนขันหมากพ่อปอมาโน่นแล้ว” เสียงป้าแต๊วดังลอยเข้ามาแต่ไกล ทำเอาตุ่มนึกหมันไส้รีบออกไปรับหน้า


“แหมๆๆ ตื่นเต้นยังกะเป็นงานแต่งตัวเองเลยนะจ๊ะป้า อยากเป็นเจ้าสาวกะเค้าบ้างรึไง อยู่บนคานมาตั้งนาน ไม่ชินอีกหรอไง” ตุ่มแขวะป้าแต๊วเข้าให้


“ย่ะ... รอขบวนขันหมากพ่อปอมาขอหนูแก้วตั้งหลายปี ชั้นก็ช่วยตื่นเต้นบ้างสิยะ ก็ยังดีกว่าหล่อนแหละย่ะนังตุ่ม ชาตินี้ ยังไงก็หาไม่ได้” ป้าแต๊วแซวกลับบ้าง จากนั้น คนในบ้านก็พากันตั้งแถวประตูเงินประตูทองรอต้อนรับ ถึงจะนึกห่วงและแอบน้อยใจก้องอยู่บ้างที่หายไปในงานวันแต่ง แต่ทุกคนก็ยิ้มรับกับสิ่งดีๆท่ำลังเกิดกับครอบครัว



...



...



ในที่สุด ก้องก็ได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ถูกย้ายมาในห้องพัก ร่างของพีนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ศีรษะที่พันด้วยผ้าสีขาวเพราะต้องผ่าตัดจากอาการบาดเจ็บที่ถูกกระแทกอย่างแรง ขาซ้ายต้องเข้าเฝือก หมอบอกว่าพีปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้สติเพราะศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนและยังบอกไม่ได้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร
่ เจ้าของไข้นักกายภาพบำบัดหนุ่มเข้าไปใกล้ๆร่างที่นอนอยู่นั้น กุมมือของพีไว้ และเอ่ยเรียกชื่อของคนรัก พยายามปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา










“พี พี พี”

เสียงเรียกของคนคุ้นเคยดังแว่วอยู่ในที่ไกล ร่างของชายหนุ่มคนนั้น กำลังเดินหาที่มาของเสียง แต่มันชั่งว่างเปล่าเหลือเกิน ที่ไหนกันนะ ทำไมถึงได้เคว้งคว้างแบบนี้ แล้วทุกคนหายไปไหนกันหมดล่ะ



“ก้อง คุณอยู่ที่ไหน ผมอยู่นี่นะ ก้อง ก้องงงงงงงง” ร่างนั้น ตะโกนเข้าไปในความว่างเปล่า รอคอยเสียงที่จะตอบกลับมา








นักกายภาพบำบัดหนุ่ม กุมมือเรียกชื่อคนรักอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ด้วยความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งคืน ในที่สุด ก้องก็ฟุบหลับไปข้างเตียงของคนไข้ที่หลับไม่ได้สติ








ชายหนุ่มนั่งลงกับพื้นที่เย็นเยียบ เหลียวมองไปรอบกาย กลับพบแต่เพียงความว่างเปล่า หัวใจของพีเต้นช้าๆ แต่แรง บอกเจ้าของให้รู้ว่ากลัวเพียงใด เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วทุกคนหายไปไหน ก้องหายไปไหน เสียงเรียกของก้องหายไปไหน ทำไมก้องถึงได้ทิ้งเราไปอีกแล้ว เสียงเรียกเมื่อครู่นี้ของก้องเงียบหายไป ใช่ เมื่อครู่นี้ พีได้ยินเสียงของคนรักเรียกหา ว่าให้ตื่นขึ้น ตื่นขึ้น แต่นี่เราก็ตื่นอยู่ไม่ใช่หรอ หรือว่าเราหลับไป เราอยู่ในความฝันใช่มั้ย ถ้าเราฝัน แล้วเสียงเรียกของก้องเมื่อครู่นี้ล่ะ มันคืออะไร ความเหงา ความกลัว เริ่มเข้ามาพันธนาการหัวใจของนักแข่งรถหนุ่ม พีก้มหน้ากอดเข่าตัวเอง ด้วยร่างกายและหัวใจที่สั่นเทิ้ม





“ ก้อง .......................................................ผมกลัว “







Create Date : 29 สิงหาคม 2553
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 11:29:58 น.
Counter : 373 Pageviews.

43 comment
ตอนที่ 17 +++ เรื่องที่ไม่คาดคิด +++





“ว่าไงนะเจ๊........ ไม่จริงมั้ง เจ๊หูฝาดไปเองรึเปล่า” เจ๋งไม่เชื่อสิ่งที่ตุ่มเล่าให้ฟัง


“มันจะไม่จริงได้ยังไงไอ้เจ๋ง ชั้นได้ยินเต็มชัดสองหู ว่าน้องพีกับน้องก้องทำอะไรบางอย่างกันเมื่อคืน” ตุ่มพยายามยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเอง


“น้องก้องกับน้องพี อาจจะทำอย่างอื่นกันก็ได้”


“ถ้าทำอย่างอื่น แล้วทำไมน้องก้องถึงเจ็บก้น แล้วน้องพีถึงเจ็บสะโพกล่ะยะ”


“แล้วชั้นจะไปรู้เหรอ ก็อาจจะ....”


“แต่เค้าทำกันสองคน แถมน้องก้องยังใช้ปากด้วยนะ แล้วกว่าจะเสร็จ น้องพีบอกว่าเหนื่อยแทบแย่ ถ้าไม่ใช่เรื่องอย่างว่าแล้วมันจะเรื่องอะไรล่ะ”


“เจ๊น่ะ... คิดมาก ถ้าสงสัยนักแล้วทำไมเมื่อกี๊เจ๊ไม่ถามน้องก้องให้รู้เรื่องล่ะ”


“ก็แหมไอ้เจ๋ง ใครมันจะไปกล้าถามล่ะ แค่เมื่อเช้าตอนชั้นเข้าไปตามน้องก้องน้องพีที่ห้องนะ เห็นจะๆ เต็มสองตาเลย สองคนนั้นกำลัง..... อึ๊ยยยยย... พูดแล้วชั้นยังเขินไม่หาย”


“เห็นอะไรอีกล่ะเจ๊...”


“ก็คนนึงนอนคว่ำอยู่ข้างบน อีกคนนึงก็นอนหงายอยู่ข้างล่าง หน้าชิดหน้า ตาจ้องตา อร๊ายยยย”


“เก็บๆหน่อยเจ๊ ชั้นว่า น้องก้องน้องพีคงไม่มาทำอะไรอย่างที่เจ๊คิดในบ้านหรอกมั้ง”


“ไม่เชื่อก็ตามใจแกนะไอ้เจ๋ง ... อิ๊อิ๊อิ๊...” เจ๊ตุ่มหัวเราะขำแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขกแล้วเดินเข้าไปในครัว แต่ก็ไม่วายสะดุดล้มคะมำไปชนโซฟาตีลังกาหงาย


“สมน้ำหน้า” เจ๋งยิ้มขำเจ๊ตุ่มแล้วคว้าม็อบมาถูพื้นต่อไป



...



...




“ผมขอด่วนเป็นเย็นนี้เลยได้มั้ยครับ ผมต้องการใช้พรุ่งนี้เช้า”

“ค่ำๆเหรอครับ ได้ครับ งั้นเดี๋ยวก่อนร้านปิด ผมจะแวะเข้ามาเอานะครับ”

“ครับ... เหมือนกับแบบที่ให้ดูนั่นแหละครับ ฝากด้วยนะครับ สวัสดีครับ”

ชายหนุ่มผิวคล้ำวางสายโทรศัพท์มือถือจากร้านเครื่องประดับมีชื่อแห่งหนึ่ง ก่อนจะบึ่งรถไปยังสนามแข่งรถเพื่อไปหาเพื่อนๆที่นัดเอาไว้




...



...





“จริงครับพี่อัปสร ผมหายแล้วจริงๆ”


“ดีจังเลยน้องก้อง นี่หัวหน้าก็บ่นคิดถึงแน่ะ คนไม่พอจริงๆ งานพี่ก็ล้นมือไปหมด”


“ผมจะกลับมาทำงานชดเชยเวลาให้นะครับ”


“ดีจ้ะ.. ช่วงนี้เหนื่อยมากเลย คนไข้เพิ่มขึ้นทุกวัน สงสัยเที่ยวกันมาก ถึงได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยซะจนคนไข้ล้นไปหมด แถมเจ้าหน้าที่เก่งๆเนี่ย ก็ไม่ค่อยมีเอาซะเลย คนที่จบกายภาพฯโดยตรงก็ลดลง ก้องกลับมาได้จังหวะงานหนักพอดีเลยล่ะ”


“ครับพี่ แต่คงต้องรอวันมะรืนก่อนนะครับ พี่สาวก้องแต่งงาน นี่ก้องก็แวะเอาการ์ดมาแจกหัวหน้ากับพวกพี่ๆที่นี่ด้วยครับ”


“พี่สาวแต่งงานแล้ว ว่าแต่น้องก้องเหอะ มีแฟนกะเค้าแล้วรึยังล่ะ”


“คนที่ผมรักน่ะ มีแล้วครับ แต่ยังไม่ใช่แฟนกัน” ก้องตอบสีหน้าเจื่อนๆเล็กน้อย เพราะว่าเพื่อนร่วมงานยังไม่รู้ว่าก้องเป็นอะไร


“คุยซะเพลินเลย หัวหน้าอยู่ในห้องแน่ะ เข้าไปสิ แกคอยอยู่”


“ครับพี่” ชายหนุ่มบอกลาเพื่อนร่วมงานสาวใหญ่รุ่นพี่ แล้วเดินเข้าไปในห้องของหัวหน้า



...



...




“ไปที่ไหนกันต่อล่ะก้อง” เสียงชายหนุ่มเจ้าของรถเอ่ยถามผู้โดยสารร่างอวบที่ตนไปรับมาจากหน้าโรงพยาบาลวิภาราม
เมื่อตอนบ่ายสองโมง


“เดี๋ยวเราแวะตลาดสดกันดีกว่าพี ผมจะซื้อของไปทำกับข้าวมื้อเย็น”


“ทำอะไรหรอ อยากรู้จังว่าคุณจะทำอะไรให้ผมทาน” พีถามด้วยใบหน้ายิ้มกวนๆอย่างเคย


“เดี๋ยวก็รู้เองแหละน่าว่าผมจะทำอะไรให้คุณทาน โน่นถึงแยกข้างหน้าแล้วเลี้ยวซ้ายเลยนะ” ก้องกำลังนึกถึงเมนูที่เคยบอกว่าตนจะทำให้พีทาน แต่พอตนเองพูดจบก็มีเสียงท้องร้องดังมาจากพุงของเจ้าตัวเอง นักกายภาพบำบัดหนุ่มเอามือลูบท้องแล้วหันมามองหน้าคนขับรถ


“ที่จริงคุณน่าจะให้ผมแวะมารับไปทานข้าวตั้งแต่เที่ยงตามที่ตกลงกันไว้นะ เห็นมั้ย ทนหิวจนท้องร้องซะดังเชียว อยากลดน้ำหนักนักรึไงครับ”


“ก็คนไข้รอคิวเยอะ ผมว่างงานไปนาน ก็เลยครั่นเนื้อครั่นตัวอยากทำงานน่ะสิ รู้มั้ย ฝีมือผมยังดีเหมือนเดิมเลยนะ คนไข้ชมผมกันใหญ่เลย”


“คร้าบคนเก่ง แล้วก็ทนอดให้ท้องร้องแบบนี้ไงคร้าบบบ เดี๋ยวก่อนเข้าไปซื้อของในตลาด คุณแวะทานอะไรก่อนดีกว่านะก้อง บะหมี่เกี๊ยวก็ได้ เอามั้ย” คนขับรถพูดจบก็ท้องร้องขึ้นมาบ้าง


“ผมไม่ใช่พีทีกับพี่จอนนะพี จะได้ชอบกินบะหมี่เกี๊ยวทุกวัน เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างได้ปะพี ว่าแต่คุณเถอะ หิวข้าวเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ แล้วทำไมคุณไม่ทานมาก่อนล่ะพี”


“ก็ผมเป็นห่วงคุณนี่ก้อง ผมจะทานก่อนคนเดียวโดยทนเห็นคุณทนหิวได้หรอ”


“ขอบคุณนะ.. แล้วตกลงจะทานอะไรกันดีล่ะพี”


“งั้นนี่เลยก้อง ผมขอนำเสนอ... ข้าวหน้าไก่ทอด เป็นไง ใช้ได้ปะ เมนูล่าสุดก่อนที่คุณจะ...”


“เมนูที่ผมทำไม่เสร็จเพราะดัน........” ก้องนึกถึงวันที่ตนทำกับข้าวให้พีไม่เสร็จเพราะตาพร่าเสียก่อนจนต้องไปหาหมอและได้รั
บคำตอบที่ทำให้เจ็บปวด


“ก้อง....” พีที่สังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติของคนรักหันมามอง


“ผมไม่เป็นไรพี.. ก็ดีเหมือนกันนะ ผมจะได้ซื้อไก่กลับไปทำด้วย จะได้ชดเชยวันนั้นไง”
ไม่นานหลังจากนั้น พีก็จอดรถที่ลานจอด แล้วลงรถไปกับก้องมุ่งหน้าสู่ร้านข้าวไก่ทอด ก่อนจะไปจ่ายตลาดเพื่อซื้ออาหารสดไปทำกับข้าวมื้อเย็น



...



...




“แล้วนี่คุณจะต้องซื้ออะไรเพิ่มอีกล่ะก้อง” พีเอ่ยถามหลังจากที่ช่วยก้องเดินหิ้วของในตลาดสด สองมือเต็มไปด้วยของมากมาย หลังทานมาอิ่มๆ พีก็เริ่มหาวขึ้นมาบ้าง


“กระชายสองขีดครับน้า แล้วก็.....” นักกายภาพบำบัดหนุ่มมัวแต่สนใจซื้อของ เลยไม่ได้ฟังสิ่งที่คนช่วยหิ้วของพูด


“ก้อง.... คุณฟังผมบ้างมั้ยเนี่ย..” พีแอบมีน้ำเสียงน้อยใจขึ้นมาบ้าง จนต้องขึ้นเสียงดังให้ก้องได้ยิน ทำให้ชายหนุ่มนักซื้อต้องหันมามองคนรักที่ยืนหิ้วของอยู่ข้างๆ


“ฮึ.... ว่าไงพี ผมยังซื้อของไม่เสร็จเลย”


“ก็คุณเล่นซื้อเอาซื้อเอาแบบนี้อะก้อง ผมหิ้วเมื่อยแล้วนะเนี่ย ดูดิ ทั้งไก่ทั้งปลา แล้วก็ผักเยอะแยะเลย” พีหาวตามหลังจากบ่นจบ


“ก็แค่นิดหน่อยเองพี น่านะ อีกไม่กี่อย่างเอง... แค่นี้ง่วงแล้วหรอ เดี๋ยวคุณค่อยไปงีบที่บ้านผมก้ได้ รออีกแป๊บนึงนะ” ก้องบอกพีแล้วหันไปคุยกับแม่ค้าต่อ

“ขอพริกแห้งด้วยนะครับ ใช่ครับป้า... ไม่เอาครับ พอแล้วครับ เท่าไหร่ครับ...” ก้องซื้อเสร็จก็จ่ายเงินให้เรียบร้อยแล้วชวนพีกลับไปที่รถ

“เสร็จแล้วพี กลับบ้านได้แล้วล่ะ”



“ค่อยยังชั่ว แล้วตกลงคุณจะทำอะไรให้ผมทานล่ะก้อง นอกจากไก่ทอดสูตรเด็ดน่ะ”


“คุณจำที่ผมเคยบอกคุณก่อนผมจะถูกรถชนได้มั้ยล่ะ” ก้องหันมายิ้มถาม พีทำท่าคิดสักครู่ก็ยิ้มออกมา เพราะจำได้ดีถึงเหตุการณ์ในวันนั้น


“จำได้สิ คุณบอกว่าจะทำ....... เค้าเรียกอะไรนะก้อง... แกงส้มยอดกระโถนใช่ปะ แล้วมันคือผักอะไรหว่า ชื่อประล้าดประหลาด” พีทำหน้างงๆ ขณะที่ก้องยิ้มขำพี


“เค้าเรียกว่ากระถิน .. ไม่ใช่กระโถนซะหน่อย ผมว่าคุณไม่น่าจะไม่รู้นะพี นี่แกล้งใช่มั้ยเนี่ย”


“รู้ทันจนได้ ไปเถอะ ผมง่วงแล้ว เมื่อคืนยิ่งนอนน้อยอยู่ด้วย...”



...



...




“เอาจริงหรอเจ๊ ไม่ดีมั้ง ถ้าน้องก้องรู้ จะไม่โกรธเราแย่เหรอ” เจ๋งโวยวายใส่เจ๊ตุ่ม ที่ชวนตนมาแอบเปิดเข้าไปดูห้องน้องก้อง


“ก็รีบๆไปดูไงไอ้เจ๋ง จะได้รู้กันไปเลยว่าน้องก้องกับน้องพีแอบกุ๋ยๆกันรึเปล่า”


“ชั้นว่าเจ๊น่ะลามก คิดทะลึ่งไปเอง เค้าอาจจะแค่ช่วยกันจัดห้องก็ได้มั้ง”


“ตั้งแต่คืนแรกที่กลับมาถึงเนี่ยนะไอ้เจ๋ง ชั้นไม่เชื่อหรอก .. แต่รึจะจริงวะ แกว่าไง”


“ก็ชั้นจะไปรู้หรอ ชั้นไม่ใช่คนที่อยากจะรู้ซะหน่อย เจ๊นั่นแหละ อยากรู้ไปซะทุกเรื่องเลย”


“ก็ถ้าไม่รู้ มันก็ไม่สบายใจน่ะสิยะ มันค้างคาอยู่ในอกอยู่เนี่ย อึดอัดมาก...รู้มั้ย”


“เอ้า..ก็ได้ แต่เจ๊แน่ใจนะ ว่าเจ้าของห้องเค้าจะไม่โผล่มาซะก่อน”


“เออสิวะ ก็น้องก้องโทรมาบอกว่าจะไปจ่ายตลาดกับน้องพี คงไม่กลับมาเร็วนักหรอกน่า” จากนั้น เจ๊ตุ่มก็ดึงเจ๋งเข้าไปไขห้องของก้องแล้วสำรวจห้องด้วยกัน โดยเจ๊ตุ่มสำรวจบริเวณเตียง และที่นอนเป็นหลัก ส่วนเจ๋งก็สำรวจส่วนต่างๆของห้อง



...




“ไอ้เจ๋ง แกลองดูให้ทั่วๆนะ ว่าอะไรแปลกๆไปรึเปล่า” ตุ่มสั่งเจ๋งที่เข้าไปดูก่อน


“ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่เจ๊ นอกจาก.....”


“หาอะไรในห้องของก้องเหรอครับพี่ตุ่ม”


“ก็แอบหาหลักฐานสิคะ ว่าเมื่อคืนน้องก้องกับน้องพีมีอะไรกันรึเปล่า” ตุ่มตอบโดยสัญชาตญาณคนช่างพูด เลยลืมเอะใจว่าใครเป็นคนถาม


“พี่ตุ่มว่าไงนะครับ...” เสียงผู้ชายอีกคนเอ่ยถาม


“ก็บอกว่า.... อู้ยยยย....” ตุ่มตกใจเมื่อเห็นเจ้าของห้องและหนุ่มคนรักกลับมาโดยตนไม่รู้ตัว


“ว่าไงครับเจ๊.......” ก้องและพีเอ่ยถามพร้อมกัน



...



“ก็แหม... ก็ใครจะไปคิดล่ะคะ ว่าน้องก้องกับน้องพีจะจัดห้องกันอยู่จนดึกดื่น” เจ๊ตุ่มแกล้งทำเป็นแก้ตัว หลังจากที่ทั้งสี่คนลงมานั่งข้างล่างแล้ว


“หรอ......” ก้อง พี และเจ๋งพูดพร้อมกัน


“ก็.... น้องพีแหละที่ผิด ไหนบอกว่าเหนื่อยทั้งคืนไง แล้วยังบ่นว่าเมื่อยเอวอีก เจ๊ก็คิดว่า...”


“ก็ผมจัดห้องอยู่ เดี๋ยวยกโน่น เดี๋ยวย้ายนี่ ก็ต้องเมื่อยเอวสิครับพี่ตุ่ม” พีบอก


“แล้วน้องก้องอีก ก็น้องพีบอกว่าน้องก้องใช้แต่ปาก พี่ก็แอบคิดว่า....”


“พี่ตุ่มน่ะคิดอะไรก็ไม่รู้ ก้องก็แค่....”


“คุณก็แค่.....เอาแต่สั่ง แล้วก็ชี้นิ้วใช้ผมท่าเดียวเลย” พีพูดแทรกขึ้นมาบ้าง


“แล้วที่บอกว่าน้องก้องเจ็บก้นล่ะคะ”


“ก็ก้องล้มลงไปให้ก้นจ้ำพื้น ก้องก็ต้องเจ็บก้นสิครับพี่ตุ่ม”


“พี่บอกเจ๊ตุ่มแล้วนะน้องก้อง ว่าอย่าคิดเลอะเทอะ แต่เจ๊แกก็...”


“พี่ตุ่มผิดเองค่ะ พี่ขอโทษน้องก้องกับน้องพีด้วยนะคะ ... ก็.. พี่ไม่รู้จริงๆนี่คะ”


“ช่างเถอะครับพี่ตุ่ม นี่ก็บ่ายแล้ว เดี๋ยวก้องไปทำกับข้าวก่อนดีกว่า พี่ตุ่มกับพี่เจ๋งก็จัดบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับพี่แก้วกลับมาจะได้ไม่โดนบ่น”


“ค่ะ... ไปเลยไอ้เจ๋ง ไปจัดข้างบ่นต่อให้เสร็จเลย” ตุ่มรีบลากเจ๋งกลับขึ้นไปจัดที่ข้างบนด้วยความอาย ขณะที่พีก็ขอนอนรอทานข้าวเย็นบนโซฟาแทน ขณะที่เดินขึ้นบันไดไป เจ๋งก็คุยกับตุ่มต่อ ถึงเรื่องห้องนอนของก้อง


“ก็แค่เขยิบโน่น ย้ายนี่อะไรทำนองนั้นอะเจ๊ แต่ที่เห็นแน่ๆนะ รูปถ่ายคู่ของน้องก้องกับพีอะ ใบเบ้อเริ่มเลย แขวนอยู่ตรงข้างฝา ก็รูปตอนที่ไปเที่ยวระยองคราวที่แล้วไง แล้วยังมีอีกตั้งหลายรูปนะ ตั้งอยู่บนตู้โชว์ ทั้งรูปที่ระยอง ที่โรงพยาบาล ที่สนามแข่งรถ ที่บ้านนี้ก็มี แล้วก็.... ที่คอนโดน้องพีมั้ง”


“เสียดายจัง....” ตุ่มเปรยขึ้นมา


“เสียดายที่น้องกับน้องพีเค้าไม่กิ๋วกิ้วอย่างที่เจ๊คิดลามกน่ะเหรอ” เจ๋งสวนทันควัน


“ก็ใช่น่ะสิ.... นี่ไอ้เจ๋ง แกหลอกด่าชั้นเหรอ...” แล้วตุ่มกับเจ๋งก็ช่วยกันจัดบ้านไป ทะเลาะกันไปอย่างที่เคยเป็นมา ในขณะที่ข้างล่าง พีนอนหลับอยู่บนโซฟา แต่ชายหนุ่มอีกคนกำลังสนุกอยู่กับงานครัว ด้วยการทำอาหารให้คนที่รักได้ทานนั่นเอง



...



...



“ทานเยอะๆนะพี เดี๋ยวพรุ่งนี้คงต้องอาศัยแรงงานแต่เช้า” แก้วบอกกับคนรักของน้องชาย


“ครับพี่แก้ว แกงส้มยอดกระโถน เอ๊ยยย.. ยอดกระถินของก้องเนี่ย อร่อยมากๆเลยครับ”


“อร่อยก็ทานเยอะๆสิลูก... แล้วนี่คืนนี้ พีจะนอนที่นี่เลยรึเปล่า หรือจะกลับไปคอนโดก่อน”


“ผมว่าจะแวะไปเอาของซะหน่อยอะครับป้าฟอง แล้วคงกลับไปนอนคอนโด แล้วค่อยมาที่นี่แต่เช้า” พีตอบขณะที่ตักแกงส้มใส่จานตนเอง แล้วตักทอดมันใส่จานของก้อง


“ของอะไรเหรอคะน้องพี” ตุ่มที่เริ่มสนใจเรื่องชาวบ้านเริ่มถาม


“ก็... นิดหน่อยเองครับพี่ตุ่ม” พียังไม่ตอบ แต่ทุกๆคนก็พอจะเดาออกว่าต้องเป็นของขวัญให้ก้องแน่ๆ จึงได้แต่พากันยิ้ม มีแต่ก้องที่แอบเขินจนต้องรีบอิ่ม


“ก้องอิ่มแล้ว เดี๋ยวขอตัวไปนอนก่อนนะครับแม่ พี่แก้ว” พูดลาแม่กับพี่สาวก็หันมาทักคนรัก

“ขับรถดีๆนะพี แล้วเดี๋ยว....” ก้องทำท่ายกมือขึ้นแนบหน้า สามนิ้วตรงกลางกำไว้ นิ้วโป้งชี้ที่หูตน ส่วนนิ้วก้อยก็ชี้ที่ปาก สื่อให้รู้ว่าคงจะให้โทรศัพท์หากัน จากนั้นก็ขึ้นบันไดไป




...



...




พีไปรับของที่ห้างตามที่นัดกันไว้ แล้วขับรถกลับคอนโดอย่างร่าเริง ยิ้มรื่นกับของขวัญที่ตนเตรียมไว้ให้กับก้อง ด้วยความที่ยังแอบมีอาการง่วงอยู่ จึงหาวหลายครั้ง ขับรถไปก็หาวไป ขณะนั้นเอง เสียงสัญญาณโทรศัพท์จากก้องก็ดังขึ้น มือขวากำลังจับพวงมาลัยอยู่ มือซ้ายก็ควานหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกางเกงยีนส์ ชายหนุ่มต้องละสายตาจากหน้ารถเพื่อล้วงหาโทรศัพท์มือถือจนเจอ กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แสงสว่างจากไฟหน้าของรถที่กำลังขับสวนมาก็ทิ่มตาของชายหนุ่ม ทำให้พีต่องหรี่ตาลง



“เฮ้ยยยยยย..... อ๊ากกกกกกกกกก” พีหมุนพวงมาลัยหลบด้วยความเร็ว ทำให้รถยนต์หมุนคว้างบนถนนอย่างเร็วและแรงก่อนจะมีเสียงดัง



โครม!!!!!!!!!!!



...



...






Create Date : 02 สิงหาคม 2553
Last Update : 2 สิงหาคม 2553 15:13:34 น.
Counter : 308 Pageviews.

34 comment
ตอนที่ 16 +++ เรื่องบน (พื้นห้อง ข้างๆ) เตียง +++




วันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าเพื่อใส่บาตรร่วมกันเหมือนเมื่อเช้าวาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แก้วจะได้อยู่ที่นี่ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของปอในฐานะภรรยา ข่าวดีของครอบครัวก็คือ ตาของก้องหายเป็นปรกติและมองเห็นเหมือนเดิมแล้ว นักกายภาพบำบัดหนุ่มยังคงบริหารกล้ามเนื้อตาที่ไม่ค่อยได้ใช้มานาน นี่เป็นเช้าแรกในการกลับมามองเห็นของก้อง เช้าแรก ในบ้านที่แสนอบอุ่น เช้าแรก ที่ตื่นขึ้นมาแล้วมองเห็นใครบางคนบนเตียงของตนเอง



ร่างที่บางกว่า คล้ำกว่า กำลังนอนขดอยู่ข้างๆตัวบนเตียงเดียวกัน เจ้าของห้องออกจะแปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยคุ้นตา แต่ก็ยิ้มได้ และแอบขำที่ได้เห็นท่านอนของพีแบบเต็มตาบ้าง ถึงก้องจะเคยไปนอนค้างที่คอนโดของพีมาก่อน แต่เพราะความที่ยังไม่ชินสถานที่ ก้องจึงนอนไม่ค่อยหลับ เลยตื่นที่หลังทุกครั้งไป ผิดกับครั้งนี้ ที่ได้กลับมานอนบนเตียงของตน เจ้าของห้องจึงตื่นก่อน ทำธุระส่วนตัวแล้วก็มาปลุกคนที่มานอนกับตนให้ออกไปใส่บาตรด้วยกัน



“พี...พี... ตื่นได้แล้ว จะได้เวลาใส่บาตรแล้ว เร็วเข้า... ลุก อย่าดื้อดิ..”



“เดี๋ยวนะก้อง ขอผมนอนต่ออีกแป๊บนึง เมื่อคืนนี้ผมเหนื่อยมาก คุณก็รู้”



“เดี๋ยวไม่ได้ นี่มันหกโมงกว่าแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันใส่บาตรพร้อมแม่กับพี่แก้วกันพอดี เร็วพี... ลุก... ไหนคุณสัญญากับผมว่าจะไม่ดื้อไง” ก้องพยายามลากพีให้ลุกจากเตียง ใช้มือสองข้างของตนจับข้อมือพีแล้วดึงขึ้น แต่พีไม่ยอมลุกท่าเดียว ออกแรงต้านแรงของก้องด้วยการฉุดยื้อแขนของตนกลับ ดึงยุดฉุดยื้อแขนกันไปมา สุดท้ายแขนของพีก็หลุดจากมือก้อง ด้วยแรงต้านที่เหวี่ยงออก ทำให้ร่างของก้อง ล้มลงไปด้านหลัง ก้นกระแทกพื้นจั้มลงไปเสียงดัง จนคนที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตกใจต้องรีบหันไปดู



ก้องที่เจ็บตัว ก็กำลังโมโหและงอนที่พีดื้อกับตน เมื่อเห็นว่าพีหันกลับมาดู ตนจึงนั่งหันหลังให้เตียง ชันเข่า แล้วก้มหน้าลงด้วยใบหน้าบึ้งตึง



“ก้อง เป็นไงบ้าง” พีรีบลุกจากเตียงแล้วเข้ามาดูก้อง



“สนใจด้วยหรอ ทำไมไม่ไปนอนต่อล่ะ” ก้องเหวี่ยงด้วยใบหน้างอนๆ



“ก้อง... ก็ผมเป็นห่วงคุณนี่นา”



“ผมไม่เป็นไร คุณอยากนอนก็ไปนอนแล้วกัน” ก้องยังงอนอยู่



“ก้อง.. นี่คุณโกรธผมเหรอ”



“ผมไม่ได้โกรธ ผมแค่ โมโหคนดื้อที่รับปากแล้วไม่ทำตาม”



“ก็ผมง่วงนี่ก้อง คุณก็รู้ ว่าเมื่อคืนคุณทำให้ผมเหนื่อยแค่ไหน”



“ถ้าเหนื่อยนัก คราวหลังก็ไม่ต้องทำ ผมทำเองคนเดียวก็ได้”



“จะทำคนเดียวได้ยังไงล่ะก้อง คุณก็รู้ ว่าเรื่องแบบนี้มันต้องทำร่วมกัน”



“ก็คุณบ่นว่าเหนื่อย... ผมไม่เห็นจะเหนื่อยเท่าไหร่เลย”



“ก็คุณน่ะ.. ใช้แต่ปากทำ แต่ผมสิ ทั้งมือทั้งขา นี่ยังเมื่อยเอวไม่หายเลยนะเนี่ย”



“ก็เมื่อคืนผมบอกคุณแล้วไง ว่าถ้าเมื่อยให้บอก ผมจะได้นวดให้.... คุณก็ไม่ยอม”



“ก็ผมกลัวคุณเหนื่อยนี่ก้อง เรื่องเมื่อคืนน่ะ ให้ผมออกแรงคนเดียวก็พอ”



“ออกแรงคนเดียว แล้วมันจะเสร็จได้ยังไงล่ะ มันก็ต้องให้เสร็จพร้อมๆกันสิ”



“ก็ใช่ไงก้อง แล้วเป็นไงล่ะ กว่าจะเสร็จ เล่นเอาซะดึกเลย แล้วคุณยังมาปลุกผมแต่เช้าอีก”



“อ้าว..พี ก็เมื่อคืน ก่อนจะทำ ... เราก็ตกลงกันไว้แล้วไง ว่าถึงจะเสร็จดึกแล้วเหนื่อยแค่ไหน ยังไง ก็ต้องตื่นมาใส่บาตรกับแม่และพี่แก้วให้ได้ แล้วคุณยัง....... โอ๊ยยยยย”



“เป็นไรมั้ยก้อง ยังไม่หายเจ็บก้นหรอ”



“เจ็บดิ... ใครจะคิดล่ะ ว่าคุณจะแรงเยอะขนาดนี้ ก้นผมจะระบมรึเปล่าก็ไม่รู้”



“ผมนวดให้เอามั้ยก้อง”



“อื๋อ... อย่าเลย ผมเป็นนักกายภาพบำบัดนะครับ ผมนวดเองได้ .... ผมว่าคุณนั่นแหละ ไปเลย ไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวได้ลงไปใส่บาตรด้วยกัน” ก้องพูดจบ พีก็พยักหน้าและลุกจากเตียง แต่ก่อนที่จะไปเปลี่ยนชุดและทำธุระส่วนตัว พีก็มาช่วยพยุงก้องให้ลุกขึ้นยืนเสียก่อน



เพราะความที่ก้องอยากจะเอาคืนพีบ้าง ขณะที่พีกำลังดึงก้องให้ยืนขึ้นนั้น ก้องจึงแกล้งออกแรงฉุดพีให้ล้มลงนั่งที่พื้นด้วยกัน แต่เพราะออกแรงผิดท่าหรือจังหวะบังเอิญก็ไม่ทราบ ร่างของพี จึงล้มมาทับบนร่างของก้อง ที่เอนล้มลงนอนหงายไปพอดี ขณะที่ร่างของพีนั้นก็คว่ำลงมาร่างของก้องเช่นกัน ใบหน้าที่หงายอยู่ของก้อง เกือบจะชนกับใบหน้าที่คว่ำลงมาหาของพีห่างกันเพียงสองนิ้วเศษๆ ตาของพีมองสะท้อนเข้าไปในแววตาของก้อง ตาของก้อง ก็จ้องจับแต่นัยน์ตาของพีเช่นกัน ชายหนุ่มทั้งสอง หนึ่งนอนคว่ำ อีกหนึ่งนอนหงาย ต่างจ้องมองซึ่งกันและกันอยู่อย่างนั้นราวับเวลหยุดนิ่งก็ไม่ปาน จาระยะห่างประมาณสองนิ้วเศษ ปลายจมูกของคนทั้งคู่กลับเขยิบเข้าใกล้กันเรื่อยๆ ช้าๆ เรื่อยๆ ชายหนุ่มที่เป็นฝ่ายนอนอยู่เบื้องล่างกำลังจะปิดเปลือกตา เพื่อเปิดใจรับการรุกรานของชายหนุ่มข้างบน ริมฝีปากก็ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ช้าๆ เรื่อยๆ ....... ทันใดนั้น ประตูห้องนอนที่ไม่ได้ล็อกเอาไว้ก็เปิดพรวดออกมา ทำเอาคนทั้งคู่สะดุ้งตกใจและหันไปมอง



“ทำอะไรกันอยู่คะน้องก้อง น้องพี .............. อู้ยยยยยย...........” ตุ่มเปิดประตูพรวดเข้ามา ทันได้เห็นพีกับก้องนอนกลิ้งกันอยู่บนพื้นพอดี ในจังหวะที่ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองเกือบจะชิดกัน



“พี่ตุ่ม....” พีและก้องตะโกนพร้อมกันด้วยความตกใจ หันไปมองทางพี่ตุ่ม หันมามองหน้ากันเอง แล้วต่างรีบกุลีกุจอลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ปัดเนื้อปัดตัว แล้วทำหน้าเขินๆ โดยเฉพาะเจ้าของห้อง ที่หน้าแดงด้วยความอายอย่างเห็นได้ชัด



“แหม..... น้องก้อง น้องพีคะ ไม่เห็นต้องอายพี่เลย อยากทำอะไรกัน ก็ทำไปเถอะค่ะ พี่ไม่บอกใครหรอก” ตุ่มพูดไปอมยิ้มไป พลางเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ



“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ตุ่ม มันก็แค่....... อุบัติเหตุ... เท่านั้นเอง” ก้องรีบแก้ตัว



“ค่ะน้องก้อง มันแค่.... อุบัติเหตุ ไม่มีอะไรกัน............ใช่มั้ยคะ” ตุ่มพูดยิ้มๆ



“แล้วพี่ตุ่ม มีอะไรเหรอครับ” พีเป็นฝ่ายถามบ้าง



“อ้อ... เกือบลืมเลย คุณป้าให้ขึ้นมาตามน้องพีกับน้องก้องน่ะค่ะ เห็นว่าพระรูปแรกมาแล้ว เลยให้รีบมาตามไปใส่บาตรพร้อมกัน ทุกคนรออยู่หน้าบ้านกันหมดแล้ว นี่พี่ก็จะเข้ามาเอาดอกไม้ออกไปด้วย” ตุ่มพูดจบก็ขอตัวลงไปข้างล่างเพื่อเอาดอกไม้ออกไปหน้าบ้าน



“เดี๋ยวพี่ตุ่ม รอก้องด้วย.... พี .. คุณเปลี่ยนชุดแล้วรีบตามลงไปเลยนะ” ก้องบอกกับพีเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งตามตุ่งลงไป ทิ้งให้พียืนยิ้มหน้าแดงกับเรื่องเมื่อครู่อยู่คนเดียว




...



...




หลังจากตักบาตรและรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว พีก็ขอตัวไปทำธุระ โดยไม่ลืมหยิบกระดุมเสื้อสีทองที่ขอมาจากป้าฟองไปด้วย ก้องที่สังเกตเห็น จึงเข้าไปถามแม่ของตน



“แม่จ๋า... พีเค้ามาขอกระดุมเสื้อก้องไปทำอะไรหรือจ๊ะ” ชายหนุ่มถามแม่ของตน



“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันลูก เค้าบอกจะเอาไปเป็นแบบทำอะไรซักอย่างนี่แหละ แต่มันเป็นงานด่วน พีเค้าว่าจะทำให้ทันเสร็จงานพรุ่งนี้น่ะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ พีเค้าก็บอกเราเองแหละ”



“เหรอจ๊ะ” ก้องยังคงอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ทำใจรอคำตองพรุ่งนี้แทน



“พูดถึงงานพรุ่งนี้ แก้ว... แก้วเอ๊ย... เสร็จรึยังลูก ใกล้จะได้เวลาที่พ่อปอจะมารับไปโรงแรมแล้วนะ ก้องไปด้วยกันมั้ยลูก”



“ไปทำไมเหรอจ๊ะแม่...”



“ปอเค้าชวนแม่กับพี่แก้วไปดูความเรียบร้อยที่โรงแรม ว่าอยากจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรรึเปล่า เผื่อมีอะไรไม่ถูกใจจะได้แก้กันทัน นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ” ฟองจันทร์พูดไม่ทันขาดคำ เสียงรถของปรมินทร์ก็เข้ามาใกล้จนได้ยินพอดี ชายหนุ่มร่างสูงจอดรถไว้ที่รั้วหน้าบ้านแล้วเดินเข้ามาด้านใน สองมือยกไหว้หญิงชรา และรับไหว้น้องชายของคนรัก ก่อนจะเริ่มทักทาย



“สวัสดีครับแม่ ไงก้อง พี่ยินดีด้วยนะ” ปอหมายถึงเรื่องที่ก้องมองเห็นแล้ว



“ปอคุยกับก้องไปก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ขึ้นไปดูยายแก้วแป๊บนึง ดูสิ... ชักช้าอยู่ได้ .... เอ๊อ....” ฟองจันทร์บ่นสั้นๆ แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ปล่อยให้สองหนุ่มคุยกัน



“พี่แก้วเค้าคงตื่นเต้นน่ะพี่ปอ เลยแต่งตัวนาน” ก้องบอกว่าที่พี่เขย



“แล้วนี่ ตาของก้อง หายเป็นปกติเหมือนเดิมแล้วใช่มั้ย ตอนที่แก้วโทรบอกพี่นะ น้ำเสียงแก้วแบบ ตื่นเต้นดีใจ ร้องไห้ตลอดเลย”



“ครับพี่ปอ ก้องก็ว่าอย่างนั้น แล้วก้องก็ดีใจนะ ที่ก้องหายทัน ไม่อย่างงั้น ไม่รู้ว่าพี่แก้วจะว่ายังไง” น้ำเสียงชายหนุ่มสื่อความรู้สึกแทนพี่สาวได้เป็นอย่างดี



“พี่ยังกลัวว่าจะต้องยกเลิกงานแต่งเลย ตอนที่แก้วเค้ามาคุยกับพี่อะนะ พี่รู้ว่า ถ้าก้องยังไม่หาย แก้วเค้าก็คงจะไม่มีความสุข นี่พี่ก็เกือบจะโทรยกเลิกงานอยู่แล้วนะเนี่ย โชคดีที่ก้องหายทัน”



“พี่กิ่ง พี่ปัท แล้วก็หนูนิ่ม คงกำลังอวยพรให้พี่ทั้งสองอยู่มั้งครับ ขอให้พี่ปอกับพี่แก้วได้สมหวังกันซักที หลังจากต้องรอคอยมาถึงหกปีครึ่ง” คำพูดของก้อง ทำให้ปอคิดถึงพี่สาวและหลานสาวของตน คิดถึงพี่กิ่งที่ต้องตายจากไปก่อนเวลาอันควรเพราะความเข้าใจผิดของพี่ปัท ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ตนกับแก้วก็คงสมหวังกันไปนานแล้ว และคงมีลูกน่ารักๆด้วยกันแล้วด้วย



“พี่กิ่ง กับพี่ปัท และหนูนิ่มคงจะดีใจ ที่ในที่สุด พี่กับแก้วได้สมหวังกันเสียที” ปอพูดเบาๆ



“ต้องดีใจสิครับ ก็พี่ปัทเค้ารักพี่ปอมาก พี่กิ่งก็รักพี่แก้วมาก ยิ่งหนูนิ่ม ยิ่งรักพ่อปอกับแม่แก้วที่สุดเลย คงเฝ้ารองานแต่งของพ่อปอกับแม่แก้วอยู่แน่ๆ”



“พี่ก็คิดอย่างนั้น นี่ก็ตั้งใจจะพาแก้วเค้าไปทำบุญให้พี่ปัทกับหนูนิ่มด้วย ก้องไปด้วยกันมั้ย”



“ไม่เป็นไรครับ ก้องว่าวันนี้จะเข้าไปโรงพยาบาล ไม่ได้ทำงานมาหลายเดือน ก้องโทรไปหาหัวหน้าเมื่อคืนนี้ บอกว่าก้องหายดีแล้ว แกบ่นคิดถึงแทบแย่ สั่งให้ก้องรีบกลับไปทำงานได้เลย”



“แล้วก้องจะกลับไปทำที่เดิมเหรอ”



“ครับ... ตั้งใจจะเริ่มงานมะรืนนี้เลย ชดเชยแทนพี่ๆที่เค้าต้องรับเคสของก้องไปทำ”



“แล้วเรื่องของก้องกับพีล่ะ”



“ก็ดีครับ... นี่พีเค้าจะเซอร์ไพร้ส์อะไรก้องในวันงานพรุ่งนี้ก็ไม่รู้”



“พี่ดีใจด้วยนะก้อง ที่ก้องได้เจอคนดีๆอย่างพี”



“ครับพี่ปอ... พีเค้าเป็นคนดีจริงๆแหละ ถ้าไม่ได้เค้า ตาของก้องก็คงยัง...... จริงสิ บ่ายนี้ พีเค้าก็จะมารับก้องไปเยี่ยมพี่ชายเค้าด้วย เป็นไงบ้างก็ไม่รู้”



“คงเหมือนเดิมมั้ง พักหลังพี่มัวแต่ยุ่ง แทบไม่ได้ไปเยี่ยมเลย”



“ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะนั่นก็เป็นสิ่งที่เค้าควรได้รับอยู่แล้ว ก้องให้อภัยเค้าแล้วด้วย ..... นั่นพี่แก้วกับแม่ลงมาแล้วครับ” ก้องชี้ให้ปอดูแม่กับพี่สาวที่เพิ่งเดินลงบันไดมา



“ไปกันรึยังปอ” แก้วเอ่ยถามแฟนหนุ่ม



“ไปสิแก้ว... พี่ไปก่อนนะก้อง”



“ครับ...” ก้องยกมือไหว้ปอ ปอรับไหว้ตอบ แล้วช่วยแก้วจูงมือฟองจันทร์ไปขึ้นรถ ส่วนก้องก็หันไปหยิบหนังสือกายภาพบำบัดขึ้นมาอ่าน เพื่อทบทวนความรู้ที่ไม่ได้ใช้มานาน




...



...




“ครับ.. พี่อัปสร ผมกำลังจะเข้าไปครับ หายดีแล้วจริงๆ.... ใช่ครับ.... พรุ่งนี้ครับ ก็ตั้งใจว่าจะเอาการ์ดเข้าไปให้ จริงๆเหรอครับพี่ ฝากขอบคุณหัวหน้าด้วยนะครับ ครับๆ อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่โรงพยาบาลนะครับ สวัสดีครับ” ก้องบดินทร์คุยโทรศัพท์กับนักกายภาพบำบัดรุ่นพี่ ก่อนจะวางสายและเตรียมตัวออกไปจากบ้าน



“จะไปไหนเหรอคะน้องก้อง” เสียงแจ๋นๆของตุ่มลอยออกมาจากครัว



“ไปโรงพยาบาลน่ะครับพี่ตุ่ม ก้องนัดหัวหน้าเอาไว้ แกจะให้ก้องทำงานชดเชยช่วงหลายเดือนที่ก้องลาป่วยน่ะครับ” ก้องตอบ พร้อมกับสะพายกระเป๋าขึ้นบ่า เตรียมออกจากบ้าน



“เพิ่งจะหายป่วยแล้ว หัวหน้าน้องก้องเค้าใช้งานหนักเลยเหรอคะ”



“พี่ตุ่มครับ ก้องหายดีแล้ว ก้องก็ต้องไปทำงานสิครับ”



“มันก็จริงนะคะ แต่ว่า....”



“พี่ตุ่มไม่ต้องห่วงก้องหรอกครับ ก้องดูแลตัวเองได้”



“แต่น้องพีเป็นแฟนน้องก้อง ทำไมไม่มาคอยไปรับไปส่งน้องก้องล่ะคะ ปล่อยให้ไปเองคนเดียวแบบนี้จะดีเหรอ เกิดอาการกำเริบกะทันหันแล้วน้องก้องจะทำยังไง”



“พี่ตุ่ม.... พีเค้าก็ต้องไปทำธุระของเค้าบ้างสิครับ เดี๋ยวตอนเที่ยง พีเค้าก็จะไปรับก้องที่โรงพยาบาลเองแหละ ก้องนัดพีเค้าไว้แล้ว อีกอย่างนะพี่ตุ่ม ก้องกับพี เราไม่ได้เป็นแฟนกันซักหน่อย” ประโยคสุดท้าย น้ำเสียงก้องแอบซึมนิดๆ



“ไม่ได้เป็นแฟนกัน.. มันอะไรกันคะน้องก้อง หรือว่าน้องก้องกับน้องพีเป็น....... อะไรกันมากว่านั้นแล้ว....” ตุ่มแอบนึกถึงเรื่องที่ได้ยินได้เห็นในห้องของก้องเมื่อเช้า



“เมื่อกี๊พี่ตุ่มว่าอะไรนะครับ” ก้องที่ไม่ทันได้ฟังเพราะมัวแต่เช็กกระเป๋าอยู่หันมาถาม



“เปล่าค่ะ ... ไม่มีอะไร พี่ก็แค่สงสัยว่า น้องพี กับน้องก้อง ก็คบกันเปิดเผยแล้ว ทำไม น้องก้องถึงบอกว่า ไม่ได้เป็นแฟนกับน้องพีเท่านั้นเอง”



“ก้องกับพีรักกัน ก้องกับพี่คบกัน จริงครับพี่ตุ่ม แต่พีเค้ายังไม่เคยขอก้องเป็นแฟนแบบเป็นทางการซักกะหน่อย ตอนพี่ปอขอพี่แก้วเป็นแฟน ยังมีอะไรเซอร์ไพร้ส์ และทำอะไรๆให้พี่แก้วประทับใจและซึ้งใจตั้งหลายอย่าง พี่ตุ่มจำได้ปะ ตอนนั้นพี่แก้วเก็บมาเพ้อตั้งหลายวัน”



“น้องก้องอยากให้น้องพีเอาอย่างน้องปอ ทำอะไรพิเศษๆให้บ้างอย่างนั้นเหรอคะ”



“ก็ไม่ต้องขนาดนั้น... แค่เอ่ยปากขอก้องเป็นแฟน พร้อมกับแลกของกันบ้างก็เท่านั้นเอง” ก้องพูดไป หน้าก็แดงไปด้วยความเขินอาย



“แหม... ไม่ต้องมาอายพี่หรอกค่ะน้องก้อง” ตุ่มบอกก้องที่ยืนหน้าแดงอยู่หน้าประตู



“แต่พี่ตุ่มอย่าเอาเรื่องที่ก้องพูดไปบอกพีนะ ก้องอยากให้พีคิดจะทำด้วยตัวเอง”



“น้องพีเค้าอาจจะกำลังจะทำก็ได้มั้งคะ ไม่งั้นคงไม่ขอกระดุมเสื้อจากคุณป้าไปหรอก”



“จริงด้วยสิพี่ตุ่ม ก้องว่า...... ไม่พูดดีกว่า ไว้พรุ่งนี้ ก้องก็คงรู้เอง ว่าพีจะเซอร์ไพร้ส์อะไรก้อง”



“ค่ะ... พรุ่งนี้ น้องพีเค้าอาจจะขอน้องก้องเป็นแฟนก็ได้มั้ง” คำพูดตุ่มทำให้ก้องหน้าแดงขึ้นไปอีก

“ไหนน้องก้องว่า จะรีบไปหาหัวหน้าไม่ใช่หรือคะ งั้นก็รีบไปสิคะ เดี๋ยวเค้าจะคอยนาน”



“จริงด้วย... พี่ตุ่มอะ ชวนก้องคุยตั้งนาน สายกันพอดี จะโดนหัวหน้าเอ็ดรึเปล่าก็ไม่รู้” พูดจบ นักกายภาพบำบัดหนุ่มก็รีบเดินออกไปจากบ้าน มุ่งหน้าสู่ โรงพยาบาลทันที



“อ๋าวววว..... กระเทยผิดอีก คนบ้านนี้เป็นอะไรกันนักนะ อะไรๆก็ลงที่ตุ่มทุกที ทั้งแม่ทั้งลูก” ตุ่มบ่นไปตามประสา จากนั้นก็นึกถึงเรื่องที่ได้ยินและได้เห็นน้องก้องกับน้องพีเมื่อตอนเช้าขึ้นมาอีก ด้วยความที่คันปาก อยากระบายให้ใครฟัง จึงรีบวิ่งเข้าไปในครัวทันที



“เจ๋ง... เจ๋ง... อยู่ไหนเนี่ย เจ๋ง....”



“อะไรของเจ๊เนี่ย ชั้นกำลังถูบ้านอยู่” เจ๋งเดินลงบันไดมาพร้อมเสียงบ่น



“วางไม้ถูไว้ก่อนเลย ชั้นมีอะไรจะเล่าให้ฟัง.....”




...




...




Create Date : 03 กรกฎาคม 2553
Last Update : 3 กรกฎาคม 2553 11:18:51 น.
Counter : 369 Pageviews.

33 comment
ตอนที่ 15 +++ เห็น(ความรู้สึกดีๆ ที่มีแก่กันและกัน) +++





“อย่าทะเลาะกัน” นักกายภาพบำบัดหนุ่มตะโกนเสียงดังเพื่อดึงความสนใจของคนอื่นๆ ด้วยความตกใจที่ได้ยินเสียงของก้อง กระเทยอ้วนญาติผู้พี่จึงสะดุดขาตัวเองไปชนจนหุ่นลองชุดล้มลงไปกับพื้น



หุ่นตัวนั้นล้มลงไปยังร่างของนักกายภาพบำบัดหนุ่มที่เพิ่งกลับจากอเมริกาไม่นาน ท่ามกลางสายตาและเสียงร้องตกใจของทุกคนในบ้าน พียืนอยู่ที่ประตู ไกลเอาการที่จะเข้ามารับหุ่นไว้ได้ทัน แต่กระนั้น ชายหนุ่มผิวเข้มก็รีบวิ่งเข้ามาเพื่อจะช่วยคนรัก ฟองจันทร์และเจ๋งที่อยู่ใกล้กว่าก็ตกใจมากเกินกว่าจะเข้าไปช่วยได้ ทั้งคู่ยืนนิ่งเหมือนโดนสะกด หุ่นตัวนั้นมีน้ำหนักไม่น้อยเลย ถ้าล้มลงมาทับใครก็ตาม คนนั้นจะต้องเจ็บตัวไม่เบา ยิ่งถ้าโดนอวัยวะสำคัญเช่นศีรษะก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอย่างน่าใจหาย



มือขวาลอยขึ้นไปคว้าจับตรงบริเวณหัวไหล่ซ้ายของหุ่นได้ทัน มือซ้ายเข้าไปช่วยรองรับน้ำหนักอีกข้าง และดันหุ่นลองชุดให้ยืนขึ้นในสภาพเดิม กระดุมข้อมือขลิปทองเม็ดหนึ่งหลุดออกมาจากรังดุม หล่นลงไปยังพื้น ชายหนุ่มตั้งหุ่นเรียบร้อยแล้วก็ก้มลงไปเก็บท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆ



“พี่ตุ่มระวังหน่อยสิครับ ดูสิ กระดุมแขนเสื้อก้องหลุดหมดเลย แต่สีนี้สวยดีนะ ก้องชอบจังเลยแม่” คำพูดของก้องทำเอาคนอื่นๆตกใจ เพราะไม่คาดว่าก้องจะรับหุ่นไว้ได้ และยังมองเห็น
แขนเสื้อกับกระดุมอีกด้วย



“ก้องชอบกระดุมสีทองหรอลูก” ฟองจันทร์เอ่ยถาม



“ชอบสิแม่ สีสวยดี เข้ากับเสื้อดีด้วย”



“ตอนที่แม่เลือกให้ก้อง พี่ยังนึกว่าเม็ดมันเล็กไปหน่อยเลย” แก้วลองถามบ้าง



“ไม่เล็กหรอกพี่แก้ว กำลังดีต่างหาก ขืนใหญ่กว่านี้ ได้เด่นเกินเสื้อแน่ๆ”



“แล้วน้องก้องว่า ถ้าน้องก้องได้ใส่แล้วจะหล่อรึเปล่าล่ะ” ตุ่มถามอีกคน



“หล่อสิพี่ตุ่ม คนหน้าตาดี ใส่อะไรก็ดูดี”



“ใช่ๆ หล่อๆอย่างน้องก้องน่ะ ใส่อะไรก็หล่อ” เจ๋งร่วมบอกด้วย ซึ่งก้องก็หันไปมองทางเจ๋งด้วยความเขินที่ถูกชมก่อนจะตอบ



“เฮ้ยยย... พี่เจ๋ง ไปตัดผมทรงอะไรมาเนี่ย ก้องเคยบอกพี่เจ๋งแล้วไง ว่าไม่ชอบสกินเฮด”



“ก็..........” เจ๋งตื่นเต้นบางอย่างจนพูดไม่ออก



“ก้อง...” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังจากหน้าประตู นักกายภาพบำบัดหนุ่มหันไปทางต้นเสียงของคนที่คุ้นเคย ซึ่งกำลังยืนยิ้มเผยอรอยเขี้ยวชัดเจน



“ฮึ...” ก้องขานรับ ทันใดนั้น ชายคนดังกล่าวก็โยนพวงกุญแจรถส่งมาให้ ซึ่งนักกายภาพบำบัดหนุ่มก็สามารถรับได้อย่างชำนาญ ภาพการรับพวงกุญแจรถของก้องสะท้อนเข้าไปในสายตาและห้วงความรู้สึกของทุกๆคน



“ก้อง....นี่คุณ” พีเอ่ยเรียกพลางปาดคราบน้ำตาบนใบหน้า



“ว่าไงพี” ก้องตอบรับ ขณะเดียวกัน ทุกๆคนก็มารุมล้อมรอบตัวก้อง



“ก้อง...ลูก” ฟองจันทร์เป็นคนแรกที่เข้ามากอดลูกชายพร้อมน้ำตา ก้องกอดกลับพร้อมกับทำสีหน้างงเล็กน้อย มองเสื้อสีเหลืองหม่นลายดอกของแม่แล้วยิ้มออกมา



“ก้องชอบให้แม่ใส่เสื้อตัวนี้จังเลย”



“ก้อง... นี่ก้อง...” แก้วเองก็น้ำตาไหลเช่นกัน แล้วเข้ามากอดน้องชายด้วยคน ตุ่มกับเจ๋งก็กอดกันเองด้วยความปลาบปลื้มดีใจ



น้องชายคนเล็กของบ้านเหมือนจะจำได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน กับทุกๆคน กับความรู้สึกและน้ำตาที่คนในบ้านแสดงออกมา กระพริบตาช้าๆแล้วพูดออกมาด้วยความปิติใจ



“ก้องมองเห็นแล้ว.... แม่... พี่แก้ว ก้องมองเห็นแล้ว” น้ำตารื้นขึ้นบนสองตาที่ส่องประกายสดใสของชายหนุ่ม ก้องมองไปที่ประตูบ้าน ชายหนุ่มผิวเข้มที่ก้องโหยหาอยากเห็นใบหน้ามานาน ยืนส่งยิ้มพร้อมใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตามาให้ ก้องยิ้มตอบพีอย่างมีความสุข ขณะที่สองมือก็โอบกอดแม่กับพี่สาวอยู่





........





........






“ก้อง... ผมดีใจนะ ที่คุณ....” พีนั่งใช้หลังของตน อิงกับหลังของก้องในศาลาหน้าบ้าน ชายหนุ่มทั้งสองนั่งลงคุยกันบนพื้น โดยไม่สนใจเก้าอี้แต่อย่างใด



“ขอบคุณนะ....” ก้องขัดจังหวะการพูดของพี พร้อมกับใช้น้ำหนักตัวออกแรงพิงหลังพีแรงขึ้น



“ก้อง.....” พีว่าก้องที่แกล้งดันหลังของตนแรงๆ แต่ก็แอบรู้สึกชอบใจเหมือนกัน นักแข่งรถหนุ่มจึงแกล้งล้มตัวลงไปข้างหน้า ทำให้ก้องล้มหงายหลังของตนไปบนหลังของพี



“พีอะ..” ก้องแกล้งทำเสียงหงุดหงิดหลังจากลุกขึ้นนั่งอย่างเดิม แล้วเปลี่ยนจากการนั่งหลังพิงหลัง มาเป็นการหันหน้าเข้าหากัน ประสานสายตาต่อกัน จ้องสะท้อนไปในแววตาของกันและกัน



“ขอบคุณนะ....” ก้องพูดซ้ำประโยคเดิม



“ขอบคุณผมทำไมก้อง...”



“ก็เพราะคุณพาผมไปรักษาที่อเมริกา ผมถึงได้มีโอกาสมองเห็นอีกครั้ง ทีนี้ คุณก็ไม่ต้องมาเป็นตาให้ผมแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องรบกวนคุณอีก”



“แต่ผมเต็มใจและมีความสุขที่ได้เป็นตาให้คุณนะก้อง ถ้าคุณไม่ให้ผมเป็นตาแล้ว แล้วใครจะเป็นยายให้ผมล่ะ อีกอย่างนะ...ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณนะก้อง เพราะถ้าคุณไม่ช่วยผมไว้ตอนนั้น คนที่ตาบอด อาจจะเป็นผมก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะ....”



“ไม่เอา.. ไม่ต้องพูดแล้ว ผมเคยบอกแล้วไง ผมเต็มใจเสียสละเพื่อคุณ...”



“ใช่ก้อง ผมรู้ ผมถึงกำลังจะบอกอยู่นี่ไง ว่าเพื่อทำให้คุณกลับมามองเห็นเหมือนเดิม ผมก็เต็มใจทำทุกอย่างเช่นกัน ผมไม่มีวันทิ้งคุณ เราจะไม่มีวัน...”



“แยกจากกัน.. ผมรู้พี ผมรู้” ก้องพูดจบก็สวมกอดพีไว้ ทั้งคู่นั่งกอดกันซักพัก แล้วพีก็หยิบกระดุมเสื้อสีทองที่หลุดออกจากเสื้อของก้องออกมาโชว์ให้ก้องดู



“พี .... นี่มัน”



“ก็กระดุมเสื้อของคุณไงก้อง ผมไปขอคุณป้ามา ว่าจะเอาไปเป็นแบบหน่อย”



“แบบอะไรเหรอพี”



“เหอะน่า... เดี๋ยววันมะรืนนี้ คุณก็รู้เองแหละ”



“วันแต่งงานของพี่แก้วกับพี่ปออะนะ”



“ใช่... ผมขออนุญาตคุณป้าเรียบร้อยแล้วด้วย”



“พี คุณนี่แอบมีเรื่องลับๆกับแม่ของผมแล้วให้ผมรู้ที่หลังอยู่เรื่อยเลยนะ”



“เถอะน่า บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพร้ส์น่ะสิ” พีส่งยิ้มมาให้ ก้องยิ้มรับ แล้วจูงมือพีออกไปเดินเล่นด้วยกันนอกบ้าน



“น้องก้องนี่ก็ไม่เบานะไอ้เจ๋ง ดูดิ๊ เพิ่งจะกลับมามองเห็นไม่ทันไร ก็พาน้องพีไปหนุงหนิงกันสองต่อสองแล้ว ชั้นล่ะอิจฉาอิจฉา อยากมีแฟนหล่อๆแบบน้องพีบ้าง เมื่อไหร่จะมีผู้ชายดีๆหน้าตาหล่อๆผ่านมาแถวนี้บ้างนะ” ตุ่มบอกกับเจ๋งหลังจากที่แอบดูน้องพีกับน้องก้องคุยกันจากหน้าต่างกระจกบานเดิมที่เค
ยใช้แอบดูน้องแก้วกับน้องปอทะเลาะกันเมื่อหกปีก่อน



“ชาติหน้าตอนบ่ายๆไงเจ๊ ก่อนเจ๊จะตายก็อย่าลืมอธิษฐานซะก่อนล่ะ เดี๋ยวเทวดาไม่รู้” เจ๋งได้โอกาสก็กัดเข้าให้หนึ่งดอก ตุ่มได้ยิน ก็ฟาดมือเข้าใส่หัวกบาลของเจ๋งทันที แต่เจ๋งเหมือนจะรู้ทัน ใช้มือข้างที่ถือถาดอยู่ ยกมารับได้ทัน มือของตุ่มจึงฟาดใส่ถาดอลูมีเนียมเต็มๆ



“อ๊ายยย..ไอ้เจ๋ง เดี๋ยวนี้ชักกล้านะยะ เอาถาดมารับมือชั้นเนี่ย”



“ก็ใครใช้ให้เจ๊......” เจ๋งอ้าปากพูดได้ไม่ทันไร ก็ถูกเจ๊ตุ่มเอาเศษซี่โครงไก่ที่เหลือจากอาหารมื้อเย็นเมื่อครู่นี้ จับยัดเข้าปากทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว



“อะ..เอาไป สำหรับการปากหมาของเอ็งนะไอ้เจ๋ง” ตุ่มทำหน้าสะใจที่เอาคืนได้สำเร็จ ขณะที่เจ๋งก็ได้แต่จ้องหน้าตาโตเพราะความเจ็บใจที่ตนเองเสียท่า แต่หันไปจ้องเจ๊ตุ่มซักพัก ก็ลุกขึ้นยืนและรีบไปทำงานเก็บล้างในครัวต่อทันที ทิ้งให้ตุ่มอยู่คนเดียว



“อะไรของมันวะไอ้นี่ แค่ซี่โครงไก่ชิ้นเดียว ถึงกับวิ่งหนีไปเลย อุ๊ยยย... น้องพีน้องก้องออกไปเดินเล่นนอกบ้านแล้ว ตามไปดูดีกว่า ว่าไปจู๋จี๋กันถึงไหนแล้ว” ตุ่มพูดคนเดียว



“แล้วจะไปดูที่ไหนล่ะ” เสียงคุ้นๆดังขึ้น แต่ตุ่มไม่ได้ใส่ใจนักเพราะในใจห่วงอยากไปแอบดูน้องพีกับน้องก้องกระหนุงกระหนิงกันม
ากกว่า



“ก็สนามเด็กเล่นท้ายซอยไง ชั้นเคยเห็นน้องพีพาน้องก้องไปเดินเล่นบ่อยๆ ตอนที่ตามองไม่เห็นน่ะ อู้ยยยยย....” ตุ่มเหมือนจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเสียงที่ถามเป็นเสียงของใคร จึงรีบกลับหลังหันไปดูทันที



“หรอ......” เสียงนั้นยังคงหันมาถามตุ่ม



“ชะอู้ยยยย.. ป้าฟอง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมตุ่มไม่ทันเห็น” ตุ่มตะกุกตะกักกลัวโดนป้าดุ



“ก็ตั้งแต่ที่เราเอากระดูกไก่ใส่ปากเจ้าเจ๋งมันนั่นแหละ ไง... งานเสร็จแล้วรึจ๊ะ ถึงได้มีใจมาแอบดูน้องๆเค้าทำอะไรกัน มาแอบดูคนอื่นเนี่ย มันเสียมารยาท รู้มั้ย .... ไปเลย ไปล้างครัวให้เสร็จ มืดค่ำแล้ว เดี๋ยวได้มาช่วยชั้นติดกระดุมเสื้อให้ก้อง แล้วก็ไปเอาชุดออกมาให้พ่อพีเค้าลองด้วย” ตุ่มรับคำแล้วเดินเข้าไปทำงานในครัวต่อ ก่อนถึงครัวก็ทันได้เห็นหน้าของเจ๋งที่ยิ้มสลอนแอบสะใจที่เห็นตุ่มโดนป้าฟองดุ แถมยังทำตาเย้ยหยันสมน้ำหน้าตุ่มอีกด้วย โชคดีที่เจ๋งทันเห็นป้าฟองก่อน เลยเลิกอู้ได้ทัน และทิ้งให้ตุ่มโดนดุคนเดียว




...




...





“คุณชอบมาเดินเล่นที่นี่เหรอก้อง ผมเห็นคุณชอบให้ผมพามาบ่อยๆตอนที่ยังมองไม่เห็นน่ะ ว่าจะถามหลายทีแล้ว แต่ลืมทุกทีเลย” พีหันซ้ายไปถามก้องที่เดินจูงมือมาด้วยกัน ขณะที่มาถึงทางเข้าสนามเด็กเล่นสาธารณะท้ายซอย



“ใช่พี.... ผมชอบที่นี่ และก็มาที่นี่บ่อยๆตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว พี่กิ่งกับพี่แก้วชอบพาผมมานั่งชิงช้า แล้วพี่กิ่งก็จะเป็นคนแกว่งให้ประจำเลย แต่หลังจากที่ผมเสียพี่กิ่งไป ผมก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย จนกระทั่งผมตาบอดแล้วคุณเป็นคนพาผมออกมาเดินเล่นเนี่ยแหละ” ก้องตอบพี ขณะที่สายตาก็มองหาชิงช้าตัวที่ตนเคยนั่งมาก่อน แต่หาไม่เจอ



“ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะเลย ชิงช้าตัวเดิมของผมก็ไม่อยู่แล้ว สงสัยมันคงจะพังไปแล้วมั้ง” ก้องพูดจบก็ถอนหายใจแสดงความเสียใจกับการเปลี่ยนแปลง ใช่.... ทุกอย่างมักจะเปลี่ยนแปลง และไม่มีใครจะฝืนเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ชิงช้าที่เคยนั่งให้พี่สาวคนโตแกว่งไกวเป็นประจำในอดีต บัดนี้ ไม่มีอีกแล้ว ความทรงจำสีจางๆมันผ่านไปแล้ว....... นานแล้ว



“แต่ก็ยังโชคดีที่มีตัวใหม่มาแทนที่ไม่ใช่เหรอก้อง ถึงจะไม่ใช่ตัวเดิม แต่ชิงช้าก็คือชิงช้า ที่สามารถแกว่งไกวได้เหมือนเดิม ก้อง ... คุณนั่งลงก่อนนะ เดี๋ยวผมจะแกว่งให้คุณเอง” พีรอให้ก้องนั่งลงบนชิงช้า อาจจะดูแคบไปเสียหน่อย เพราะก้องตัวโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับสิบกว่าปีก่อนที่เคยนั่งให้พี่กิ่งไกวชิงช้าให้ จากนั้น พีก็เป็นคนไกวชิงช้าให้ก้องด้วยตัวเอง



เสียงชิงช้าไกวไปมา ความรู้สึกวูบไหวไปกับจังหวะการแกว่งของชิงช้าไหลวนอยู่ในท้องน้อยของชายคนที่นั่งอย
ู่ ก้องหวนนึกถึงความรู้สึกในวัยเด็กที่มีพี่สาวคนโตคอยแกว่งชิงช้าให้ แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ภาพเด็กหญิงตัวโตๆกำลังจะแตกเนื้อสาว ที่คอยแกว่งชิงช้าให้เด็กชายตัวเล็กๆนั่งเล่น สลับไปมากับภาพหญิงสาวในชุดนักศึกษาพยาบาล กับเด็กนักเรียนชายชั้นม.ต้น ที่สลับผลัดกันแกว่งชิงช้าให้กันและกัน ไหลเวียนในห้วงคำนึงแห่งความทรงจำของนักกายภาพบำบัดหนุ่มที่เพิ่งจะหายเป็นปรกติกับอ
าการที่ตามองไม่เห็น ชายหนุ่มที่นั่งชิงช้าอยู่อมยิ้ม และลืมตาขึ้น เหลียวไปมองชายอีกคนที่กำลังไวชิงช้าให้ตนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขเช่นกัน สีหน้าที่บ่งบอกความเต็มใจและไม่รู้สึกเหนื่อยเลย



ข้างๆของชายคนนั้น ก้องอาจจะตาฝาดไปเองหรือเผลอฝันไปก็บอกไม่ได้ สตรีในชุดพยาบาลสีขาวสวยงามคนหนึ่ง กำลังส่งรอยยิ้มมาให้ตน พี่กิ่งยืนอยู่ข้างๆพี คอยส่งยิ้มให้ก้องเหมือนกำลังจะบอกว่าพี่ยินดีด้วยนะ ก้องยิ้มตอบ จากนั้นภาพหญิงสาวในชุดพยาบาลก็เลือนลางหายไป คนบนชิงช้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง และยิ้มให้กับตัวเองอย่างอิ่มใจ



“คุณรู้สึกไงบ้างก้อง...” นักแข่งรถหนุ่มเอ่ยถามคนที่นั่งชิงช้า



“ก็...... ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย” ก้องตอบยิ้มๆ ยั่วโมโหพีเล็กๆ ชายหนุ่มใช้มือซ้ายแกว่งชิงช้าข้างเดียว และใช้มือขวาชูกำปั้นและบีบแบบคนโมโหตะหงิดๆ



“ก้อง.... คุณ.... คุณไม่รู้สึกดีหรืออะไรบ้างหรอ ที่ผมแกว่งชิงช้าให้เนี่ย...” พีมีสีหน้างอนเล็กน้อย ส่วนก้องก็ยิ้มออกมา จนพีต้องยิ้มตาม



“ก็.... รู้สึกดีมากต่างหากล่ะ การมีคุณอยู่ที่นี่กับผมตอนนี้ เหมือนมีบางสิ่งช่วยเติมเต็มชิ้นส่วนของชีวิตผมที่หายไปนับจากพี่กิ่งตาย ..... อย่าเข้าใจผิดว่าคุณมาแทนที่พี่กิ่งของผมนะ ไม่มีใครแทนที่ใครได้ ผมแค่หมายถึง.....”



“อะไรหรอก้อง”



“ผมแค่หมายถึง ผมได้รู้จักความรักต่างหากล่ะ ได้รู้สึกรักคนที่ผมรัก ได้เผยความในใจอย่างเต็มที่ ... อีกครั้ง .... พี... คุณรู้มั้ย ทำไมผมถึงเจ็บแค้น และโมโหคุณมากตอนที่ผมรู้ว่าคุณเป็นน้องของนายพิพัฒน์” คำถามของก้องทำให้พีหยุดแกว่งชิงช้าและรอฟัง



“ทำไมหรอก้อง”



“พี่กิ่งเป็นคนแรกที่รู้ว่าผมเป็นอะไร พี่กิ่งรู้ว่าผมแตกต่างจากผู้ชายทั่วไป เป็นคนเดียวในบ้านที่ผมกล้าเปิดใจและสามารถคุยได้ทุกเรื่อง คุณเข้าใจผมใช่มั้ยพี”



“คุณหมายถึง เรื่องที่คุณ..... แปลว่าก่อนหน้านั้นก็ไม่มีใครที่รู้... ยกเว้นพี่กิ่ง”



“ใช่... ตอนที่เสียพี่กิ่งไป ผมถึงรู้สึกว่า ผมสูญเสียที่พึ่งทางใจหนึ่งเดียวของผมไป ผมไม่กล้าบอกแม่ บอกพี่แก้ว หรือใครๆเรื่องที่ผมเป็น.... จนกระทั่งผมมาเจอคุณนี่แหละ”



“ยังไงเหรอก้อง”



“ตั้งแต่เสียพี่กิ่งไป ผมก็ปิดกั้นตัวเองมาตลอด ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบใคร ไม่กล้ามีแม้กระทั่งเพื่อนชายที่สนิท มันกลัวไปหมด ไม่กล้าปรึกษาใคร แต่พอมาเจอคุณ ความรู้สึกมันก็เริ่มเปลี่ยนไป” ก้องหมุนสายชิงช้า ให้ใบหน้าของตนหันไปเผชิญหน้ากับพี สองตาประสานกันกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่พระจันทร์ส่องสว่างครึ่งดวง



“เล่าต่อสิก้อง” ชายหนุ่มคุกเข่าลงนั่งข้างๆคนรักที่นั่งอยู่บนชิงช้า



“ผมรู้สึกกับคุณอย่างประหลาด ใจมันสั่น และเต้นผิดปกติ ผมก็เลย.....”



“คุณแอบชอบผมตั้งแต่แรกเจอเลยหรอก้อง” พีถามยิ้มๆ



“ก็..... ไม่รู้เหมือนกันน่ะพี แค่รู้สึกวูบวาบบ้าง แบบว่า มันไม่เคยรู้สึกมาก่อนมั้ง”



“แต่ตอนที่ผมเจอคุณครั้งแรก ผมรู้สึกโกรธมากกว่า แต่พอคุยไปซักพัก ก็รู้สึกถูกชะตายังไงชอบกลเหมือนกัน จนมาเจอครั้งที่สองที่คอนโดนั่นแหละ ผมถึงรู้ว่า ผมสนใจคุณมากๆ มากกว่าใครทั้งหมดที่ผมรู้จักเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน”



“ก็คงงั้นมั้งพี ทีนี้ พอผมรู้ว่า ผมอาจจะแอบชอบคุณ ผมถึงพยายามจะห่างจากคุณ เพราะผม.... ผมกลัวความรู้สึกตัวเอง แต่พอมาใกล้ชิดกัน ผมกลับรู้สึกดี จนแอบคิดในใจว่าอยากจะเก็บความรู้สึกที่ดีต่อคุณไว้ รู้มั้ยพี แค่ใกล้ชิดกับคุณครั้งเดียว ใจผมมันก็เตลิดไปไหนต่อไหนเลยล่ะ” ก้องอธิบายให้พีฟังพร้อมใบหน้าที่แอบแดงซ่านเพราะความเขินอาย



“เวลาคุณหน้าแดงนี่ น่าหอมดีเนอะ” พีมองหน้าก้องแล้วแอบยิ้มกริ่มในใจ



“บ้า... ทะลึ่ง มืดค่ำแล้ว ยังจะมาทำพิเรนอยู่ได้”



“ไม่ก็ได้ เล่าต่อดิ อยากฟังต่อแล้ว”



“ก็....... พอผมรู้ว่าคุณเป็นน้องของคนที่ทำให้....... ของพี่ชายคุณน่ะพี ผมก็เลยโกรธคุณ แล้วก็โกรธตัวเองเอามากๆน่ะสิ โกรธที่ผมมีความรู้สึกดีๆกับน้องชายของคนที่ทำร้ายคนที่ผมรักและเข้าใจผมที่สุด คุณเข้าใจใช่มั้ยพี ว่าผมไม่ได้โกรธคุณ หรือเกลียดคุณ เพราะว่าคุณเป็นน้องของใคร แต่ผมโกรธคุณ เพราะคุณมาทำให้ผม.........” ก้องยังไม่ทันพูดจบ พีก็จู่โจมด้วยปลายจมูกของตนซัดตรงเป้าหมายคือแก้มอวบๆสีแดงของก้อง ทำให้ใบหน้าของนักกายภาพบำบัดหนุ่มที่แดงอยู่แล้ว มีสีแดงเข้มยิ่งขึ้น



“เฮ้ยยย....” เสียงก้องแสดงความตกใจออกมา แต่ก็แอบคลำแก้มแดงของตนตรงตำแหน่งที่โดนหอม พร้อมกับลูบไปมา แล้วจ้องหน้าคนแอบงอนด้วยแววตางอนๆ



“แล้วคุณก็มาคอยเหวี่ยงใส่ผมตลอดเวลาเนี่ยนะก้อง” พีแกล้งว่าก้อง เพื่อให้ก้องลืมโกรธที่โดนตนเองรุกเข้าใส่ก่อน ทั้งๆที่ก้องห้ามไว้แล้ว



“ก็ผมรู้สึกผิด ผมรู้สึกผิดต่อพี่กิ่ง ต่อพี่แก้ว ต่อแม่ แล้วก็ต่อตนเอง ผมถึงพยายามไม่ใกล้ชิดคุณ เพราะผมบอกแล้วไง.............. ว่าผมกลัวความรู้สึกตัวเอง”



“ผมรู้ก้อง และยิ่งคุณถอยห่างผม ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า ต้องเอาชนะคุณให้ได้ เพราะผมเป็นคนที่....”



“ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ผมจำได้น่าพี ว่าคุณน่ะ.... ดื้อมากกกก แล้วก็ชอบเอาเปรียบผมด้วย”



“ครับ... ต่อไปจะไม่ดื้อแล้วครับคุณยาย” พีพูดพร้อมลอยหน้ายิ้มๆมาหาหน้าของก้อง



“ดีมากกกกก...” ก้องพูดพลางจับใช้มือจับสองแก้มของพีเหวี่ยงไปมาเบาๆอย่างนุ่มนวล โดยที่ไม่รู้ว่า ด้านนอกสนามเด็กเล่น ถัดไปไม่ไกลนัก หญิงชรากับหญิงสาวผู้เป็นแม่และพี่สาวคนกลางกำลังแอบมองดู และยิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นลูกชายและน้องชายคนเล็กมีความสุขกับคนที่รัก



“แหมๆๆ ป้าฟองขา น้องแก้วคะ แอบมายืนดูน้องก้องจู๋จี๋กับน้องพีอยู่ที่นี่เองนะคะ” ตุ่ม ที่จู่ๆก็โผล่มาด้านหลัง แอบแซวป้ากับญาติผู้น้องของตน



“ชั้นก็อยากรู้บ้างน่ะสิ ว่าเวลาที่ก้องเค้าอยู่กับพ่อพีน่ะ เป็นยังไง” ฟองจันทร์พูดจบก็นึกได้ว่า เสียงที่ถามตนเป็นเสียงของตุ่ม จึงหันไปมอง



“ไหนเมื่อกี๊ป้าฟองบอกว่า.. แอบดูคนอื่นมันไม่ดีไงคะคุณป้า......รู้มั้ยคะ ว่ามันเสียมารยาท” ตุ่มซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ ที่เห็นป้าของตนก็สนใจอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นเหมือนกัน



“คนอื่นที่ไหน ก้องน่ะ ลูกชายชั้น ส่วนตาพี ก็จะมาเป็นลูกชายชั้นอีกคน” ฟองจันทร์มีแอบเถียง แต่หลังจากนั้น ก็เรียกตุ่มเข้ามาแอบดูพีกับก้องด้วยกัน




...




...





Create Date : 30 มิถุนายน 2553
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 20:43:09 น.
Counter : 282 Pageviews.

10 comment
1  2  3  4  

Valentine's Month



Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments