All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่12
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”           ตอนที่12



กองกำลังผสมของซามูไรจากญี่ปุ่นและนักฆ่าจากต้าชิงบุกเข้าวังหลวงอย่างเปิดเผย ไม่มีทหารหรือองครักษ์มาต่อต้าน เพราะต่างยังถูกพิษยาสลบอยู่ เป้าหมายที่มุ่งไปคือตำหนักใหญ่ที่ประทับของพระเจ้าจองโจ

“นอกจากพวกองครักษ์สามคนนั่นแล้ว พระเจ้าจองโจก็ไม่มีใครอารักขาอีก สงสัยข้าคงจะไม่ต้องลงมือแล้วมั้ง เสียเวลาจริงๆ เพลงดาบของข้า ต้องมาใช้กับพวกกระจอกอย่างนั้นหรือ” เฉาต้าเหยบ่น

“พวกมันสามคนเคยพ่ายให้ท่านคเยนโจมาก่อนขอรับ นายน้อย ท่านคนเดียว คงรับมือได้ไม่ยาก” ชองฮึงมุน บอกกับมัตสึโมโต้ เซจิ ที่ครั่นเนื้อครั่นตัว อยากฆ่าคนเสียเหลือเกิน

“ว้า..... เซ็งชะมัด ข้าเคยสู้กับยออุนมาแล้ว ในโชซอนนี่ มีใครฝีมือใกล้เคียงกับเจ้านั่นรึเปล่า” เซจิถามฮึงมุน

“นอกจากยออุนแล้ว ก็มีแต่จอมดาบอันดับหนึ่ง เพ็กทงซู ที่คู่ควรให้นายน้อยสู้ด้วยขอรับ”

“เสียดายว่ามัน ตายไปแล้ว......... เจ้ายออุนนั่น.... ก็บ้าไปแล้วด้วย” เซจิบ่น

“แต่พวกข้ายังอยู่......” เสียงของซาโมและฮวางจินกิดังอยู่ข้างหน้า ขวางทางไปตำหนักใหญ่

“เจ้านั่น........... ถือได้ว่าเป็นยอดฝีมือคนนึงขอรับ มันเคยเอาชนะข้าน้อยมาแล้ว” ชองฮึงมุนบอกกับเซจิ

“ดี.............. งั้นเจ้าสองคนนี้ พวกข้าจัดการเอง ท่านสามคนพี่น้อง ไปตัดหัวพระราชา กำนัลให้ฮงซังบอมเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะไปสนุกของข้าล่ะ” แล้วพวกซามูไรญี่ปุ่น ก็วิ่งไล่ตามพวกของซาโม ที่ล่อพวกนักฆ่าไปอีกทาง คงเหลือแต่พวกสามมัจจุราช และนักฆ่าจากต้าชิงกลุ่มนึงเท่านั้น

“เจ้าพวกญี่ปุ่นนั่น ถูกหลอกให้ตามไปยังไม่รู้ตัวอีก ช่างเถอะ รีบไปตำหนักใหญ่เร็วเข้า...” เฉาต้าเหย สั่งน้องๆ

...

..

มัตสึโมโต้ เซจิ เร็วอย่างเกินความคาดหมาย เพียงแค่ชั่วครู่ ก็ไล่ตามซาโมกับจินกิได้ทัน ซามูไรหนุ่ม กระโดดลอยตัวมายืนขวางหน้าผู้เฒ่าทั้งสองอย่างรวดเร็ว

“ท่านสองคน ถือว่าเป็นยอดฝีมือของโชซอนที่เหลืออยู่ในตอนนี้สินะ งั้น...... ก็เข้ามาพร้อมกันเลย....”

“นายน้อย.... ไม่ให้พวกข้าน้อยจัดการหรือขอรับ” ชองฮึงมุนถาม

“พวกเจ้ารออยู่เฉยๆ สองคนนี้ ข้าจะจัดการเองคนเดียว เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง................ ข้าจะไม่ใช้ดาวกระจาย จะประลองด้วยเพลงดาบอย่างเดียว อยากรู้จัง ว่าดาบของอดีตนักฆ่าชั้นสูงของสำนักโคมดำ กับ มีดเฉือนเนื้อของน้องร่วมสาบานดาบเทพยดา จะร้ายกาจซักแค่ไหน.... ท่านผู้เฒ่า.........เชิญลงมือ” เซจิบอกให้เฒ่าทั้งสองลงมือ ในขณะที่ตนเองก็เหวี่ยงดาบด้วยความรวดเร็วยิ่งนัก ดาบซามูไรกวัดแกว่งไปมา คมต่อคมปะทะอย่างดุเดือด หนึ่งดาบซามูไรสู้กับดาบนักฆ่าและมีดเฉือนเนื้ออย่างออกรสชาติ ดูเหมือนว่า มัตสึโมโต้ เซจิ จะสนุกกับการไล่ต้อนเหยื่อช้าๆ

เพลงดาบซามูไรที่ไวและแข็งแรงกว่า ย่อมได้เปรียบสองผู้เฒ่าที่เชื่องช้าลง ซ้ำกำลังก็เริ่มถดถอยไปตามวัย บางขณะที่ฮวางจินกิพุ่งดาบช้าไปหนึ่งจังหวะ เซจิสามารถถือโอกาสสังหารได้ทันที แต่ซามูไรหนุ่มที่สนุกกับการล่ากลับยั้งมือและแค่กรีดไหล่ของอดีตนักฆ่าเฒ่าให้เป็นแผลบางๆเท่านั้น ซาโมที่ใช้มีดคู่ฟาดลงมาที่ซามูไรหนุ่ม แต่ก็ถูกดาบยาวนั้น รับคมมีดทั้งสองไว้ได้ และใช้เท้าถีบซาโมกระเด็นออกมา

เขลากดาบยาวไปตามพื้นให้เกิดประกายไฟและเสียงดัง จ้องมองผู้เฒ่าทั้งสอง เหมือนหมูป่าแก่ๆสองตัว ที่กำลังจะถูกเสือดาวขย้ำก็ไม่ปาน ทั้งซาโมและจินกิรู้ดีว่า การเสี่ยงตายครั้งนี้ อาจร้ายมากกว่าดี แต่ในใจก็นึกว่าดีแล้ว ที่เซจิค่อยๆฆ่าพวกตนช้าๆ ถ่วงเวลาให้พวกองครักษ์ฟื้นจากการสลบ และรอให้ยออุนมาช่วยโดยไว ทั้งคู่มองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันว่า ต้องถ่วงเวลาให้นานที่สุด ทั้งสองคนเปลี่ยนจากบุกจู่โจม เป็นเดินรอบตัวซามูไรหรุ่มแทน ค่อยๆหยั่งเชิงไปเรื่อยๆ เซจิเองที่แปลกใจกับท่าทีของทั้งคู่ ก็ยังไม่กล้าลงมือ เพราะกลัวพลาดพลั้งเสียทีง่ายๆ

...

..

กลุ่มนักฆ่าจากต้าชิงที่นำโดยสามมัจจุราชแห่งซานตง เดินถึงหน้าประตูตำหนักใหญ่ เฉาต้าเหย สั่งให้ลูกน้องคนอื่นๆ รออยู่ที่ด้านนอก ส่วนตนเองกับน้องสองคน จะบุกเข้าไปด้านในเพื่อตัดศีรษะพระเจ้าจองโจให้ได้

เมื่อเข้ามาในประตูชั้นในแล้ว สามมัจจุราชก็เห็นพระเจ้าจองโจถือดาบยืนรออยู่พร้อมกับองครักษ์ทั้งสาม ที่ด้านหลังพระราชาและพวกมีประตูเปิดเข้าไปอีกห้องนึง พวกพระเจ้าจองโจ หลบเข้าไปด้านใน ฝ่ายของสามมัจจุราชคิดว่าพระราชาจะทรงหนี เลยวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวจะพลาดผลงานใหญ่ จึงลืมสังเกตว่าห้องที่พวกตนผ่านเข้าไปนั้นเป็นประตูกล ซึ่งฮงกุกยงทำเอาไว้นั่นเอง เมื่อเข้าไปแล้ว ประตูก็ปิดลง

สามมัจจุราชติดอยู่ในห้องๆหนึ่ง ด้านหน้าคือทางออกที่กลุ่มของพระราชาเพิ่งจะผ่านไป เมื่อวิ่งข้ามห้องไปได้ไม่ทันไร ลูกศรจำนวนมากก็พุ่งใส่คนทั้งสาม แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะนักฆ่าทั้งสามอาศัยความรวดเร็วหลบพ้นลูกศรได้ทั้งหมด รูเล็กๆรูหนึ่งพ่นควันออกมา แต่ทั้งสามก็เอาตัวรอดหลบไปได้อีก เฉาต้าเหยและหลูเอ้อเหย อาศัยจังหวะที่กลไกยังไม่ทำงานรีบผ่านห้องนั้นไปอย่างรวดเร็ว เหลือแต่หวีซันเหยที่ยังติดอยู่ในห้อง เพราะตามออกไปไม่ทันเนื่องจากทางเดินแคบมาก

เมื่อสองพี่น้องพ้นออกไปได้แล้ว ก็เหลือแต่น้องสาม ที่ต้องรับมือกลไกและอาวุธลับต่างๆในห้องนั้นตามลำพัง นักฆ่าเจ้าของฉายายูไลแปดกรไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย เพราะตนก็ได้ชื่อวาเชี่ยวชาญเรื่องอาวุธลับดีที่สุดไม่ด้อยกว่าใครอยู่แล้ว ทั้งสามารถหลบได้อย่างว่องไว และปล่อยอาวุธลับของตนทำลายกลไกได้ด้วย

เฉาต้าเหย และหลูเอ้อเหย ที่รอดพ้นจากห้องกับดักไปสองคนนั้น พบองครักษ์ทั้งสามยืนขวางทางเข้าห้องประทับชั้นในอยู่ ซังกัก ยงกอล และแทยง พร้อมตุอสู้ด้วยค่ายดาบสามสหาย ที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่แค่สามคน จะสู้นักฆ่าระดับพระกาฬได้กระนั้นหรือ อย่างไรเสีย ทั้งสามคนก็มีทีท่ามั่นใจมาก

“เจ้าสามคนจะสู้กับข้าสองพี่น้องงั้นเหรอ อยากตายนักใช่มั้ย” หลูเอ้อเหยถามพวกซังกัก พลางชักทวนคู่ขึ้นมา

“อย่างน้อยก็ช่วยให้ฝ่าบาทหนีพวกเจ้าไปได้ก็แล้วกัน.............. พวกองครักษ์จะตามมาช่วยอย่างแน่นอน” ซังกักพูด

“งั้นหรอ...... น้องรอง เจ้าพวกสามคนนี้เคยแพ้เจ้าแทอุงอินจูมาก่อน คงไม่เกินกำลังเจ้า ที่เคยชนะแทอุงมาแล้วใช่มั้ย......... ฆ่ามันซะ ข้าจะไปตามล่าพระราชาเอง ก่อนที่มันจะหนีรอด”

“ขอรับ ............. ท่านพี่” หลูเอ้อเหยรับคำพี่ใหญ่แล้วกระโจนเข้าจู่โจมสามสหายองครักษ์ทันที ซึ่งทั้งสามคนก็พร้อมตั้งรับอย่างเต็มที่สุดกำลัง ยอมพลีชีพเพื่อพระราชาอยู่แล้ว ทวนคู่แทงขึ้นแทงลงอย่างรวดเร็ว ดาบสามสหายก็รับมืออย่างทุลักทุเล แต่ก็ผลัดกันจู่โจมและตั้งรับเป็นระยะๆ ซังกักกระโดดลอยตัวสูงหมายจะฟันดาบใส่เอ้อเหย แต่นักฆ่าจากต้าชิงก็ไวกว่า แทงหอกขึ้นฟ้าสกัดดาบของซังกักและกรีดสีข้างขององครักษ์หนุ่มที่ลอยตัวอยู่ให้เป็นแผลบางๆและหล่นลงพื้น

ยงกอลได้จังหวะแทงดาบใส่เอ้อเหยทันที แต่ทวนอีกเล่มเหมือนมีชีวิต ควงเป็นวงกลมรับสภาวะดาบของยงกอลไว้ได้ นักฆ่าหมุนตัวและใช้ศอกกระแทกยงกอลล้มลง ขณะที่แทยงฟาดดาบจู่โจมช่วงล่าง แต่เอ้อเหยกระโดดหลบและอาศัยจังหวะเตะแทยงกระเด็นออกไป

...

..

เฉาต้าเหยวิ่งไล่ตามไป... จนพบพระเจ้าจองโจอยู่ในด้านในพระตำหนัก...................กระบี่ปลิดวิญญาณถูกชักออกมา เพื่อสังหารพระราชาแห่งโชซอน ปลายกระบี่ชี้ไปที่พระอุระของพระเจ้าจองโจ

“วันนี้ คือวันตายของพระองค์...................ศีรษะบนคอน่ะ................ขอให้ข้าเถอะ............ไม่มีใครช่วยชีวิตพระองค์ได้อีกแล้ว...............เตรียมทำใจตายได้” เฉาต้าเหยเตรียมท่าจะจู่โจมใส่ พลันสัมผัสไอสังหารได้จากด้านหลังพระราชา ........................................ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมไอสังหาร เตรียมลงมือต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามเพื่อปกป้องชีวิตของพระราชา ในมือถือดาบยาวพร้อมปะทะกับกระบี่ที่รวดเร็วของศัตรู

“เจ้าอาจจะทำไม่ได้ก็ได้มั้ง.....................เฉาต้าเหย” จอมดาบหนุ่มพูดกับนักฆ่าด้วยทีท่ากระหยิ่ม

“เพ็ก– ทง – ซู” กระบี่ปลิดวิญญาณอุทานชื่อของผู้ที่ปรากฏตัวด้วยความตกใจ

“เจ้า.........................ทำไม..............ถึงยังไม่ตาย”

“จะบอกเจ้าให้ก็ได้............... ข้า......................มีสิ่งที่กลัวอยู่สองอย่าง.............หนึ่งคือกลัวตาย........ข้าถึงไม่ยอมตายยังไงล่ะ...............และสอง..........................คือกลัวไม่ได้ฆ่าเจ้า.......”

“คิดไม่ถึงจริงๆ........................ก็เจ้า.....................ไหนพวกนั้นบอกว่าตายไปแล้ว.................เจ้าถูกพิษของถังชุนตายไปแล้วตั้งแต่เจ็ดวันก่อน.........................แล้วนี่............เจ้ากลับมาโผล่ที่นี่.................ได้ยังไง................. ก็ดี...................วันนี้................. ข้าจะได้สู้กับเจ้าให้สนุก...............เพ็ก – ทง – ซู”

“ทำไมข้าถึงยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ.....................อา..............นั่นสินะ” เพ็กทงซูอมยิ้ม ในใจหวนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นขึ้นมา แล้วยิ้มอย่างมีความสุขอิ่มเอมเป็นพิเศษ จนเฉาต้าเหยประหลาดใจ

“บอกได้มั้ย...........ว่าเจ้าถอนพิษได้ยังไง เพ็กทงซู”

“เพราะข้ามีหมออันดับหนึ่ง...........หมอที่ดีที่สุดในโชซอน ช่วยข้าไว้น่ะสิ” พลางอมยิ้มต่อไป

...

..

ที่ลานกว้างปะรำพิธี.............

“เจ้า.................... ไม่เสียใจ ที่เพ็กทงซูตายอย่างนั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ ก็เจ้านั่น เป็นคนที่เจ้ารักและห่วงใยที่สุด เจ้าอยากปกป้องมันด้วยชีวิต แล้วทำไม เจ้าถึงไม่เสียใจจนเป็นบ้าล่ะ...................อุน” ถังชุนเอ่ยถามยออุน เพราะสงสัยในสีหน้าแววตาที่สงบนิ่งของยออุน

“เพ็กทงซูเป็นคนที่รักและห่วงใยที่สุด..... ก็จริง............... ข้าพร้อมจะปกป้องเค้าด้วยชีวิต.....ก็ใช่................. แต่ทำไม ข้าจะต้องเสียใจจนเป็นบ้าด้วยล่ะ............... ชุน...................... ข้าน่ะ.............. ไม่ยอมให้เค้าตายเพราะฝีมือเจ้าหรอก”

“หรือว่า...............เจ้านั่น......มัน.......... ยังไม่..................... เพ็ก - ทง – ซู” ถังชุนอุทานชื่อของคนที่ควรจะตายไปแล้ว

“อา........... ข้าว่าเจ้าน่าจะเดาได้นี่.......ชุน” ยออุนเปิดผมที่บังแก้ม ให้ถังชุนเห็นรอยแผลทั้งสามรอยชัดๆ

“แผลเป็นนั่น.................. เจ้าได้มายังไง แผลที่ใบหน้า หรือว่า เจ้าถูกพิษจันทราอาดูรด้วยงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ พิษของข้า ถ้าข้าไม่ต้องการแพร่พิษ เจ้าจะถูกพิษได้ยังไง นอกเสียจากว่า................. ไม่จริงหรอกน่า......................เจ้าใช้วิธีการขับพิษแบบเหมันต์รัญจวนอย่างนั้นหรือ........................ แต่ว่า.....อุน............เจ้า...........กับเจ้านั่น.........เพ็กทงซู....................... ก็ในเมื่อ.............แล้ว................. ถอนพิษสำเร็จอย่างนั้นหรอ................. พิษจันทราอาดูรมีคนถอนพิษสำเร็จ.......................อุน.................เจ้า.............ถอนพิษของข้าได้................ แผลที่ใบหน้า..............แสดงว่าพิษแล่นเข้าใบหน้า................... เจ้าสกัดพิษไว้ แล้วกรีดหน้าเพื่อไล่พิษออกทางบาดแผลสินะ.................ฮ่าฮ่าฮ่า....................... นึกไม่ถึงจริงๆ............. ฮ่าฮ่าฮ่า.................” ถังชุนหัวเราะราวกับคนบ้า

...

..

คืนพระจันทร์เต็มดวง เจ็ดคืนก่อนหน้านี้

“สวยจัง..............แสงจันทร์เต็มดวงนี่ช่างงดงามจริงๆ คล้ายกับใบหน้าของเจ้าเลย..........................อุน” เพ็กทงซูค่อยๆหลับตาลง เอียงศีรษะไปซบบ่าขวาของยออุน พระจันทร์ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว จันทร์เต็มดวง แผ่รัศมีเย็นเยือกหัวใจออกมา ร่างของบุรุษหนุ่มผู้เป็นจอมดาบอันดับหนึ่งของโชซอนสงบนิ่ง ร่างกายเย็นเยียบ ผิวซีดขาว

“ทงซู..................ทงซู............................ทงซู.........” ยออุนนั่งนิ่ง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ไม่พูดอะไร ไม่ร้องลั่นเสียงดัง แต่น้ำตาก็ยังไหลทะลักออกมา เสียงร้องครวญครางเครื่ออยู่ในลำคอด้วยความเจ็บปวด แม้ร่างนั้นจะเย็นเฉียบ แต่เขาก็กอดร่างนั้นไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย พยายามเขย่า ราวกับหวังว่าร่างนั้นจะฟื้น แต่ก็ไม่เป็นผล

“ไม่....... ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตาย.....................วิธีนั้น...... อาจได้ผลก็ได้..........” ภายใต้แสงจันทร์ ยออุนถอดเสื้อผ้าของเพ็กทงซูออก เผยให้เห็นร่างกายกำยำบึกบึนเปลือยเปล่า ที่เคยผิวขาว บัดนี้ คล้ำไปบ้างเพราะผ่านการต่อสู้มาโชกโชน บนแขนของจอมดาบหนุ่ม มีรอยแผลเป็นอยู่หลายที่ แผลเหล่านั้น เกิดจากการต่อสู้กับเพื่อนรัก เพื่อกระตุ้นให้ตนยอมลงมือฆ่าอีกฝ่าย หมอหนุ่มจำได้ดี เพราะแผลบนแขนของทงซูนั้น ตนเป็นคนสร้างเอง เพื่ออยากให้ทงซูสังหารตน แต่ตอนนั้น ยออุนไม่ได้สังเกตว่า ถึงเพ็กทงซูจะถูกฟันที่แขนหลายแผล แต่ที่เจ็บที่สุดคือหัวใจ เจ็บที่ต้องเข่นฆ่ากับคนที่รักและผูกพันที่สุดนั่นเอง

หมอหนุ่มหยิบเข็มทองของตนออกมา และใช้วิชาฝังเข็มเคลื่อนย้ายชีพจรอีกครั้ง เป้าหมายไม่ใช่เพื่อสกัดพิษ แต่เพื่อกระตุ้นให้พิษกำเริบขึ้น พิษจันทราอาดูร ที่กำเริบแล้ว จะกระตุ้นกำหนัดของพลังธาตุหยินให้รุนแรงขึ้น และต้องใช้พลังธาตุหยางของบุรุษผู้ทักษะยุทธไปสร้างความสมดุล ยออุนเริ่มต้นฝังเข็มทั้งสิบแปดเล่มด้วยความรวดเร็ว แต่ละจุดแม่นยำและหนักหน่วงจนครบทุกเล่ม กระตุ้นให้เพ็กทงซูคืนสติขึ้นมาพร้อมอาการพิษกำเริบอย่างรุนแรง

“อุน................ข้า................ร้อนเหลือเกิน .................. ข้า...............ไม่ไหวแล้ว...................” เพ็กทงซูคว้าร่างที่อยู่ใกล้ตนที่สุดไปสวมกอดทันที ปากว่าร้อน แต่สักพัก ร่างกายก็เริ่มหนาวสั่นขึ้นมาอีก แล้วยิ่งกอดยออุนแน่นขึ้น

“ทงซู........................” หมอหนุ่มเรียกชื่อ แล้วไม่รอช้า อุ้มร่างของเพ็กทงซูไปที่บ่อน้ำร้อนบนเขาทันที เมื่อถึงที่หมายแล้ว ก็โยนร่างของคนถูกพิษลงไปในน้ำอย่างแรง อาศัยพลังของน้ำ ช่วยปรับสภาพพลังธาตุในร่างของทงซูเสียก่อน น้ำที่ร้อนบวกกับกระแสไหลเวียนต่อเนื่องช่วยปรับพลังธาตุหยินให้เบาลงได้ จากนั้น ตนเองก็ถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนที่ถูกโยนลงไปก่อน หยิบเข็มทองมาฝังให้ตนเอง เพื่อกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างให้ขยายตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และกระโจนตัวลงไปในบ่อน้ำร้อนเช่นกัน

ร่างเปลือยเปล่าแนบชิดภายใต้สายธารแห่งบ่อน้ำร้อน ราวกับมังกรขาวสองตัวกำลังกอดรัดพัวพันกันใต้มหาสมุทรก็ไม่ปาน บ่อน้ำร้อนเป็นราวกับบ่อน้ำวน กระแสน้ำหมุนเชี่ยว แผ่พลังคลื่นความร้อนออกมาภายนอกบ่อราวทะเลเดือด คลื่นน้ำในบ่อถาโถมทะลักล้นจนภายนอกบ่อมีน้ำสาดกระจายเปียกไปหมด

เพราะจะต้องมอบพลังธาตุหยางของตนให้กับเพ็กทงซู ยออุนจึงจำต้องเป็นฝ่ายรุก มังกรขาวเคลื่อนตัวไปยังถ้ำใหญ่ที่เข้าไปได้ หลังจากเบียดร่างเข้าไปได้แล้ว พญามังกรขาวก็พ่นเปลวอัคคีออกมาในถ้ำนั้น อดีตชอนจูสำนักโคมดำส่งเสียงครางออกมาก่อนหลังจากที่ปลดปล่อยพลังธาตุหยางออกไป จากนั้นจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนก็ร้องครางออกมาเช่นกัน ถ้ำที่เย็นเยือก ก็พลันอุ่นขึ้นมาในทันใด ความหนาวภายในถ้ำค่อยๆลดลง ลดลงเรื่อยๆ กลายเป็นความอบอุ่น และสบายกว่าก่อน พญามังกรขาวมีความรู้สึกสบายตัวและมีความสุขในแบบที่ไม่เคยสัมผัสเกิดขึ้นมา ...... ทว่า............ เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ พญามังกรขาวกลับตัวเย็น สั่นเทิ้ม และเริ่มซีด มังกรที่สูญเสียพลังธาตุหยางไปนั้นค่อยๆหดตัวและเคลื่อนออกจากถ้ำ ร่างกายเริ่มจับตัวแข็งเพราะรับเอาพิษเย็นจากในถ้ำออกมาด้วย ปากเริ่มซีด และไม่มีเสียง

เพ็กทงซูได้สติกลับคืนอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติ แต่เขายังจดจำความรู้สึกเมื่อครู่นี้ได้ดี เป็นความรู้สึกที่สุขอย่างประหลาด สุข แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ช่างปลอดโปร่งและโล่งเบาอย่างที่ไม่เคยมาก่อนจริงๆ จอมดาบหนุ่มรู้เหตุผลดี และระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ได้ แม้จะไม่เชื่อตัวเอง ว่าเมื่อครู่นี้จะมีบางอย่างพิเศษที่ยออุนทำให้กับตน บางอย่างพิเศษ ที่ผิดวิถีธรรมชาติของบุรุษทั่วไป แต่ก็เป็นสิ่งพิเศษที่มีความสุขมากๆจริงๆ และเป็นความสุขที่มีเฉพาะพวกเขาสองคนเท่านั้นจะรับรู้และสัมผัสได้ ชายหนุ่มรีบหันไปมองร่างของคนข้างๆอย่างรวดเร็ว

ร่างของยออุนนอนนิ่งในกระแสน้ำไม่สั่นไหว ตัวเย็นเฉียบและซีดขาว เพ็กทงซูรู้โดยทันใดว่า ยออุนดูดซับพิษจันทราอาดูรจากร่างของเขาไปสู่ร่างของตนเอง ไม่รอช้า ทงซูดำน้ำลงไปกอดร่างของอุนเอาไว้............... ร่างสองร่างผนึกรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน มังกรขาวสองตัวรวมร่างเพื่อถ่ายทอดพลังธาตุหยางสู่กันและกันอีกครั้ง เพ็กทงซูถ่ายทอดพลังธาตุหยางของตนเข้าสู่ร่างโปร่งของยออุน เป็นอีกความรู้สึกนึงที่แตกต่างจากเมื่อครู่ ความรู้สึกของการรุก เป็นอะไรที่เร้าใจกว่า ไม่นานนัก เพ็กทงซูก็ครวญเสียงดังด้วยความสุขแห่งการปลดปล่อย จากนั้น ผู้ที่เปลี่ยนสถานะจากฝ่ายรุกเป็นฝ่ายรับ ก็เริ่มครางเบาๆออกมาเช่นกัน พลังธาตุหยางที่ปกป้องและคุ้มครองธาตุในกายของกันและกัน ช่วยสลายพิษเย็นของจันทราอาดูรไปจนเกือบจะหมดสิ้น

ยออุนได้สติที่แจ่มชัดกลับคืนมาแล้ว และจำความรู้สึกสุขพิสดารนั้นได้แม่นยำ แต่พิษจันทราอาดูรกลับมีผลต่อสรีระของอุนแทน พิษเย็นค่อยๆแทรกซึมไปตามกระแสเลือดและผ่านขึ้นสู่ใบหน้าของหมอหนุ่ม จากใบหน้าที่เคยขาวใส กลายเป็นหน้าเขียวหน้าแดงเพราะอำนาจของพิษร้าย แม้จะอยู่ในร่างที่เปลือยเปล่าแต่ยออุนก็พาเพ็กทงซู กระโดดขึ้นฝั่งทันที ใช้เข็มทองสกัดจุดตนเองที่ตำแหน่งคอ และใบหน้า เพื่อกระตุ้นให้พิษไปอยู่รวมกันที่แก้มขวาของตนเอง

“หยีบมีดในห่อผ้าออกมา.............เร็วเข้า.....” ยออุนสั่งเพ็กทงซู

“เจ้าจะให้ข้าทำอะไร..........อุน................เจ้าจะเอามีดไปทำอะไร” เพ็กทงซูถาม

“กรีดใบหน้าข้าที เริ่มจากรอยแผลเป็นเดิมที่เจ้าทำเอาไว้เมื่อห้าปีก่อน จนกว่าจะครบสามแผล” เพ็กทงซูทำตามที่ยออุนบอก กรีดใบหน้าของยออุนให้ได้สามแผลเป็นทางเดียวกัน เลือดพิษไหลออกมาทางบาดแผลทั้งสามแผลอย่างช้าๆอย่างช้าๆ

“แล้วไงต่อล่ะอุน”

“ฝังเข็มอีกเล่มให้ข้าที เอาที่จุดกลางกระหม่อมนะ”

“แต่ข้าไม่เคยฝังเข็มแบบนี้ให้ใครมาก่อน อุน............ แล้วจะ.......”

“เจ้าต้องฝังเข็มขับไอเย็นให้ข้า............ ไม่งั้นข้าจะถูกพิษไอเย็น แทรกเข้าหัวใจจนตาย ..... ทงซู.... เร็วเข้า”

เพ็กทงซูฝังเข็มตามตำแหน่งที่ยออุนชี้บอก ควันเย็นๆลอยออกมาจากกลางกระหม่อมของยออุน หมอหนุ่มสะลึมสะลือและหมดแรงสลบลงไปในอ้อมแขนของเพ็กทงซูทั้งๆที่ยังเปลือยกายกันอยู่ทั้งคู่ เพ็กทงซูสังเกตใบหน้าของยออุนที่เต็มไปด้วยเลือดพิษซึ่งออกมาจากแผลที่ตนเองกรีด สีหน้าที่มีสีเขียวแดงเมื่อครู่ ค่อยๆจางลงเป็นสีขาวปกติแบบเดิม จอมดาบหนุ่มใช้มือของตน ค่อยๆเช็ดรอยเลือดออกจากใบหน้าของหมอหนุ่มที่หลับใหลอยู่ และมองใบหน้าที่งดงามนั้นด้วยความซาบซึ้งใจและขอบคุณ ไม่ใช่เพียงขอบคุณที่ช่วยชีวิตของตนไว้ แต่ขอบคุณที่มอบความสุขในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับตน เป็นประสบการณ์รักที่ตราตรึงใจของเพ็กทงซูจริงๆ

...

..




Create Date : 27 มกราคม 2556
Last Update : 27 มกราคม 2556 15:08:39 น.
Counter : 1161 Pageviews.

10 comments
  
ตอนต่อไป รอเดือนหน้านะครับ
โดย: นิรมิตร (Niramitr ) วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:15:15:30 น.
  
อ่านแล้วลุ้นกับตอนต้นมาก ในที่สุดทงซูก็เปิดตัวออกมาแล้ว นึกหน้าของพวกเซจิแต่ละคนออกเลยทีเดียว 555
ส่วนฉากตอนท้าย ความรู้สึก ณ ตอนที่อ่าน... (ปิดหน้าด้วยความเขินแต่แอบร้องไชโยในใจ)
เดาว่าความรู้สึกของแต่ละคน
ทงซู : ^_^
อุน : ^///^
แต่อ่านแล้วต้องยอมรับว่าความรู้สึกของอุนที่มีต่อทงซูน่านับถือจริงๆ เพราะมันหมายถึงการพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายรอดโดยไม่คำนึงถึงอะไรเลยแม้แต่ตัวเอง หลังจากจบเรื่องนี้แล้วก็ขอให้อยู่อย่างมีความสุขกันตลอดไปนะ
แล้วพบกันในตอนหน้านะคะ ^_^
โดย: Silver Sky IP: 171.98.74.35 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:16:59:20 น.
  
อย่างแรก ขอสารภาพว่า ตอนอ่านเจอประโยคนี้ถึงกับอึ้งไปหลายวิ "ยออุนจึงจำต้องเป็นฝ่ายรุก" อารมณ์ตอนนั้นห๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา (อ้าปากค้างงะ.....งะ........งะ.....หงายเงิบไปเลยทีเดียว = =") ไม่คิดไม่ฝันว่าคุณบอลจะมามุกนี้จริงๆ เง้อออออออออออออออ
อย่างที่ 2 รู้สึกหนูอุนเริ่มถึกขึ้นทุกวันแล้ว คราวก่อนแบก คราวนี้อุ้มแล้วโยนลงน้ำเลยเหรอ แม่เจ้าาาาาาาาา
จากการอ่านวนไป 2 รอบ สรุป เขาผลัดกันรุก ผลัดกันรับ มึนไปอีกรอบรอบ ไม่คิดว่าคู่นี้จะลงเอยแบบนี้ เง้ออออออออออออออออ


อ่านมาจนถึงตอนจบ สรุป ทงซูติดใจรุกหรือรับเนี่ย เริ่มกลัวแหละ = ="
---แต่ขอบคุณที่มอบความสุขในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับตน
โดย: bee boa วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:20:28 น.
  
แต่ต้องขอบอกว่า ชอบวิธีบรรยายบทอัศจรรย์ค่ะ สละสลวยสวยงาม ไม่มากและไม่น้อยเกินไป (แต่ก็แอบคิดในใจเล็กๆ เสร็จกันเร็วไปนะ ก๊าก ก๊าก ก๊าก)

จะรอตอนต่อไปค่ะ
โดย: bee boa วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:23:53 น.
  
แต่ก็แอบคิดในใจเล็กๆ เสร็จกันเร็วไปนะ ก๊าก ก๊าก ก๊าก/////////////ก็อุนฝังเข็มไว้แล้วไงครับ กระตุ้นให้กำหนัดพลุ่งพล่านเร็วขึ้น

อ้าปากค้างงะ.....งะ........งะ.....หงายเงิบไปเลยทีเดียว////////////555 ก็จำเป็นนี่เนอะ ถึงอุนจะสวยกว่า แต่ก็รุกได้นะ

อ่านมาจนถึงตอนจบ สรุป ทงซูติดใจรุกหรือรับเนี่ย เริ่มกลัวแหละ////////// ตอนหน้ามีเฉลยครับ


แต่ต้องรอเดือนหน้านะ
โดย: นิรมิตร IP: 180.183.136.135 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:31:41 น.
  
อย่างที่ 2 รู้สึกหนูอุนเริ่มถึกขึ้นทุกวันแล้ว คราวก่อนแบก คราวนี้อุ้มแล้วโยนลงน้ำเลยเหรอ แม่เจ้าาาาาาาาา///////////ถึกได้เพราะแรงรักครับ.....แต่เดี๋ยวก็ต้องมีโหมดอ่อนแอบ้าง อะไรบ้าง



ชอบวิธีบรรยายบทอัศจรรย์ค่ะ สละสลวยสวยงาม ไม่มากและไม่น้อยเกินไป//////////////// ดีใจครับ ที่ชอบ
โดย: นิรมิตร IP: 180.183.136.135 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:33:52 น.
  
ตอนหน้ามีเฉลยครับ////////////////////เริ่มกลัวจะอ่านเฉลยตอนหน้าแหละ
โดย: bee boa วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:21:37:27 น.
  
ในที่สุดก็ได้กัน 555 เขิลลลอ่ะ
โดย: ณ ฟ้า IP: 101.109.78.226 วันที่: 17 ธันวาคม 2557 เวลา:1:48:53 น.
  
“เพราะข้ามีหมออันดับหนึ่ง...........หมอที่ดีที่สุดในโชซอน ช่วยข้าไว้น่ะสิ” พลางอมยิ้มต่อไป //// รู้สึกจะภาคภูมิใจมากเลยนะทงซู

...
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.86.232 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:10:04:21 น.
  
เพ็กทงซูเป็นคนที่รักและห่วงใยที่สุด..... ก็จริง............... ข้าพร้อมจะปกป้องเค้าด้วยชีวิต.....ก็ใช่....////ตายๆ เล่นบอกเปิดเผยขนาดนี้ คนอ่านได้ลงไปดีดดิ้นตายด้วยเขิลลล..และอิจฉานิ๊ดๆ
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.86.232 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:10:10:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments