All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่10
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”         ตอนที่10



“เจ้านั่น....... ไว้ชีวิตเจ้างั้นเหรอ..............แถมยังรักษาให้เจ้าด้วย” ถังชุนถามมัตสึโมโต้ เซจิ

“อือ...... ตอนที่ไอ้เจ้ายออุนบ้าคลั่งขึ้นมานะ ปีศาจชัดๆ เพลงดาบว่องไวและรุนแรงมาก ไม่มีใครต้านอยู่จริงๆ”

“เพลงดาบสูงส่งอย่างเจ้า ยังเสียท่าอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ เซจิคุง เจ้าแค่ไม่กล้าสู้ตายกับเจ้านั่นมากกว่าล่ะมั้ง”

“ก็คงใช่......... ยออุนนั่น.... สู้แบบไม่กลัวตาย ไม่กลัวบาดเจ็บ ขนาดโดนดาวกระจายของข้าเข้าไป ยังไม่มีอาการบาดเจ็บให้เห็นเลย สู้ไป ร้องไห้ไป ยังกะคนเสียสติ สภาวะจิตใจของหมอนั่น เหนือธรรมดามากจริงๆ”

“สมกับที่เป็นคู่ต่อสู้ที่ข้าเฝ้ารอมาสิบสามปี.................. ยออุน................ ความเจ็บปวดที่เพ็กทงซูถูกพิษ เจ้าใช้มันในเพลงดาบสินะ ไร้เทียมทานอย่างที่ข้าคาดหวังจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า” พูดจบ ก็เลียแผลที่หลังมือของตน

“เจ้าจะทำยังไงต่อไป เพ็กทงซูถูกพิษที่ไม่มียาแก้ของเจ้า คงจะขัดขวางแผนปลงพระชนม์ไม่ได้แน่ และก็เท่ากับว่า ข้าได้แก้แค้นให้ศิษย์พี่แล้วด้วย”

“ทำตามแผนเดิม ข้าจะวางยาบรรดาเชื้อพระวงศ์ พวกขุนนาง เหล่าขันทีนางกำนัลทั้งหมดในวันฉลองราชาภิเษก ส่วนจะจัดการพระราชายังไง ให้เป็นเรื่องของพวกสามมัจจุราชนั่น แต่ถ้ายออุนขัดขวางแผนการของเราล่ะก็ ข้าจะจัดการกับมันเอง เข็มพิรุณโปรยของข้า ไม่ได้ใช้กับยอดฝีมือที่คู่ควรมานานแล้ว จริงสิ... ชองฮึงมุน หายไปไหน”

“ข้าใช้ให้กลับไปที่หมู่บ้านญี่ปุ่น.... เกณฑ์พลมาอีกกลุ่มใหญ่ ไว้จัดการเจ้าเพ็กทงซูกับเพื่อนๆ แต่ดูเหมือน คงไม่ต้องแล้วมั้ง”

“อือ.... ยังไง เพ็กทงซูก็ต้องตายในเจ็ดวันแน่นอน วิธีปรุงยารักษาน่ะ ไม่มีหรอก มีแต่จะเร่งให้ตายเร็วขึ้นเท่านั้น”

...

..

“นี่จะครบเจ็ดวันแล้วนะ... แต่อาการของทงซูยังไม่............” ซังกักพร่ำให้เพื่อนๆฟัง

“ฝ่าบาทก็ทรงกังวลมาก ยิ่งใกล้วันฉลองราชาภิเษก ยิ่งมีราชกิจมากมาย ขนาดว่าทรงอยากไปเยี่ยมทงซู.......... ยังหาโอกาสไม่ได้เลย” ยงกอลก็บ่นเช่นกัน

“คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ออกเวรแล้ว ไปบ้านซาโมกัน” แทยงบอกเพื่อนๆ

“โชริบล่ะ..... จะพาไปด้วยมั้ย” ยงกอลถาม

“เจ้านั่นทำงานตัวเป็นเกลียวเลย คงจะไม่อยากคิดมากเรื่องทงซู เลยพยายามทำงานหนักให้ลืมเรื่องนี้ ข้าแอบเห็นมันพลิกตำราตั้งหลายเล่ม แต่สงสัยจะจนปัญญาเช่นกัน” ซังกักบอก

“วิชาแพทย์ของอุน เหนือกว่าพวกหมอหลวงซะอีก ถ้าอุนยังขับพิษให้ทงซูไม่ได้ ข้าเกรงว่า....คืนนี้...”

“ไม่แน่หรอก แทยง คืนนี้...... อาจจะมีปาฏิหาริย์ก็ได้” ยงกอลปลอบใจเพื่อน

เจ็ดวันผ่านไป ยออุนปรุงยาเพิ่มพลังธาตุหยางและระงับพลังธาตุหยินให้เพ็กทงซูได้กินทุกวัน แต่อาการของจอมดาบหนุ่ม ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลย ยาที่ออกฤทธิ์ต้านกับสภาพร่างกายที่เป็นอยู่ กลับยิ่งทำให้เพ็กทงซูทรมานยิ่งขึ้น ความร้อนความเย็นที่แปรปรวนอยู่ในร่างกาย ทำให้หลายครั้ง เพ็กทงซูต้องกระอักเลือดออกมา อาการเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวยิ่งทรมานยิ่งนัก ชายหนุ่มทรมานเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกับว่าอวัยวะภายในมันจะระเบิดออกมา แต่ถ้ายออุนอยู่ใกล้ จอมดาบจะอดทนต่ออาการเจ็บ และฝืนความทรมานนั้นไว้ เพื่อไม่ให้ยออุนเสียกำลังใจ

แอบเขียนจดหมายลาเพื่อนๆทุกคนเอาไว้หมดแล้ว ในจดหมาย คนแรกที่เพ็กทงซูพูดถึง คือซาโม น้องร่วมสาบานของพ่อ ที่เลี้ยงตนมาตั้งแต่เล็ก จนทงซูรักเสมือนพ่อของตน คนต่อมาคือยางโชริบ เพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน เพื่อน ที่ร่วมเป็นร่วมตายกันหลายครั้ง เป็นเพื่อนรัก ที่เพ็กทงซูสนิทที่สุดรองจากยออุนเลยทีเดียว คนต่อมาที่ทงซูเอ่ยถึงในจดหมาย คือเพื่อนรักอีกสามคนที่โตมาด้วยกัน เกือบสองปีที่ผ่านมาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แล้วยังร่วมกันฝึกยุทธ จนได้วิชาดาบสามสหาย เป็นวิชาที่ทั้งซังกัก ยงกอล และแทยง ประสานการจู่โจมอย่างยอดเยี่ยม ชนาดทงซูเอง ยังเกือบเสียทีมาแล้ว ต่อด้วยจางมีกับมิโซ ที่เอ็นดูทงซูมากกว่าใครๆเสมอมา ฮวางจินจู เพื่อนหญิงคนแรกที่แอบรักทงซู และมีส่วนช่วยให้ทงซูหายจากอาการซึมเศร้าตายทั้งเป็นเมื่อห้าปีก่อน และสุดท้าย ฮวางจินกิ ที่พาตนไปหาซาโมตั้งแต่เป็นทารก แต่ในจดหมายฉบับนั้น เพ็กทงซูไม่กล่าวถึงยออุนแต่อย่างใด

“คืนนี้.......พระจันทร์เต็มดวงแล้วใช่มั้ย.................อุน”

“อา................... คืนนี้แล้ว” น้ำเสียงเยือกเย็นและนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ออกมานัก

“อุน............ เจ้าช่วยพาข้าไปที่แห่งนึงได้มั้ย” เพ็กทงซูกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ที่ไหนหรอ..................” ยออุนสงสัย

“บนเขา............. ที่ที่เจ้าเคยสอนเพลงดาบให้ข้าไง”

“แต่อาการของเจ้ายัง...................”

“ขอร้องนะ..............อุน...................ข้าอยากไปดูพระจันทร์บนหน้าผานั้น อีกซักครั้ง ก่อนที่ข้าจะ....”

“ตกลง....” ไม่รู้ว่ายออุนคิดอะไร แต่ก็แบกเพ็กทงซูไว้กลางหลัง หยิบถุงผ้าสัมภาระของเพ็กทงซูติดมาด้วย แล้วเดินออกไป       โดยไม่ให้ใครตามไปด้วย ทิ้งไว้แต่จดหมายที่เพ็กทงซูเขียนไว้นั่นเอง

เดินออกมาจากบ้านไกลพอสมควร ยออุนกำลังแบกเพ็กทงซูเดินขึ้นเขา เพ็กทงซูก็เกิดอาการหนาวๆร้อนๆขึ้นมา แต่ก็อดทนข่มอาการพิษกำเริบเอาไว้ และเริ่มคุยกับเพื่อนรัก เพื่อให้ลืมอาการเจ็บของตน

“หนักมั้ย................”

“หนักสิ...........ก็เจ้าตัวสูงใหญ่กว่าข้าซะอีก”

“นั่นสินะ ใครจะคิดว่าหนุ่มร่างบอบบาง ตัวเล็กยังกะผู้หญิงอย่างเจ้า จะแบกร่างข้าไว้ แถมสู้กับพวกซามูไรได้อย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น ทำไมตอนนั้น เจ้าไม่วางข้าลงล่ะ”

“ก็ข้ากลัวว่า..... ถ้าข้าวางเจ้าลง เจ้าพวกนั้น จะทำร้ายเจ้า หรือชิงตัวเจ้าไป สู้ข้าแบกเจ้าไว้เองดีกว่า”

“เจ้ายอมปกป้องข้า ด้วยชีวิตของเจ้าหรอ.......อุน”

“ข้าไม่รู้.........ข้าทำไปตามสัญชาตญาณ รู้แต่ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้” คำตอบของอุน ทำให้ทงซูยิ้มออกมา

“ขอบใจนะ......อุน......... ชีวิตของข้า เพ็กทงซู นอกจากจะมีท่านลุงเคยเสียสละปกป้องข้า ด้วยแขนซ้ายของท่าน และมีซาโม ที่เคยรับอาวุลับของแทอุงแทนข้าแล้ว ก็มีแต่เจ้าอีกคน ที่เสี่ยงปกป้องข้า ด้วยชีวิตของเจ้าเอง เจ้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อข้าตั้งหลายครั้ง เจ้าเสี่ยงตายเพื่อข้า ปกป้องข้า ด้วยชีวิตของเจ้าเอง............. ข้า.........ข้าไม่รู้ว่า.......ความรู้สึกผูกพันกันด้วยชีวิตแบบนี้ มันคืออะไร..... แต่ว่า..... แอะ...แอะ...” เพ็กทงซูไอออกมาเสียงดัง และมีเลือดไหลที่มุมปาก

“ทงซู.......... หยุดพักก่อนเถอะนะ...... ให้ข้าดูอาการของเจ้าก่อน” ยออุนกระวนกระวายเป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นไรหรอก เห็นมั้ย ว่าตอนนี้ข้าไม่เจ็บแล้ว..............อีกเดี๋ยว... ข้าก็หาย” เพ็กทงซูบอกกับยออุน ขณะที่อยู่ตามลำพัง ถึงหน้าผาที่เคยฝึกดาบด้วยกันพอดี ตอนอาทิตย์กำลังจะตกดินของวันที่เจ็ด ก่อนพระจันทร์ขึ้นไม่นาน

“อย่าหลอกข้าเลย...... ทงซู ข้าเป็นหมอนะ มีหรือ จะดูไม่ออก ว่าคนเจ็บดีขึ้น หรือว่าทรุดลง อาการของเจ้าตอนนี้ ข้า...................... ข้า.........”

“อุน.................. ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามทำดีที่สุดแล้ว พิษจันทราอาดูร เป็นพิษร้ายแรงที่สุด อย่างน้อย........ ข้า....... เพ็กทงซู ก็ตายด้วยวิชาที่พิสดารที่สุดวิชานึงของโลกนี้ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ”

“แต่ที่เจ้าต้องถูกพิษ ก็เพราะว่าข้า ................... หมอนั่น ชุน........ เลือกวางยาพิษเจ้า ก็เพราะว่าข้า ข้าเป็นคนทำร้ายเจ้า ................ ถึงข้าจะพยายามหาวิธีรักษาเจ้า แต่กลายเป็นว่า ข้ากลับทำให้เจ้าทรมานมากกว่าเดิม ไม่เพียงรักษาไม่ได้ แต่กลับเร่งให้เจ้า............ ข้า............. ข้าขอโทษ.............ทงซู”

“อย่าโง่น่า........................... ข้ารู้มาจากกูฮยางแล้ว............ ถ้าไม่ใช่เพราะการรักษาของเจ้า ข้าอาจตายเพราะพิษกำหนัดกำเริบก็ได้ ข้ายังมีสติอยู่ถึงตอนนี้ เพราะวิชาแพทย์ของเจ้านะ..............อุน”

“แต่ถึงยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะข้า.............. ถังชุนคงไม่เคียดแค้น ขนาดใช้วิธีนี้ วิธีที่จะทำให้ข้าเจ็บปวดที่สุด”

“อุน.....................จริงรึเปล่า ที่ถังชุนทำร้ายข้า ที่เจ้านั่นเลือกข้า เพราะจะทำให้เจ้าเจ็บปวดที่สุด”

“ทงซู............................”

“ตอบข้ามาก่อนสิ............... จริงรึเปล่า เจ้าจะหลั่งน้ำตาเพื่อข้าจริงๆเหรอ การปกป้องข้าไม่ได้ จะทำให้เจ้าเจ็บปวดและเสียใจที่สุด จริงอย่างที่ถังชุนพูดรึเปล่า”

“อา........................ ทงซู ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่รู้จะอยู่บนโลกที่โดดเดี่ยวใบนี้ยังไง ฉะนั้นแล้ว....... อย่าตายนะ.... เพื่อข้า..... เพื่อทุกๆคน..... อย่าตายนะ”

“การตายไม่น่ากลัวไม่ใช่หรอ อย่างน้อย ข้าก็รู้ว่า เจ้าจะเสียใจที่สุด ถ้าข้าตาย.............. อุน..............ข้ารู้สึกดีใจมากนะ ที่เจ้ามีความรู้สึกนั้นกับข้า ตั้งแต่ห้าปีก่อน ที่เจ้าหักหลังรัชทายาท จนถึงตอนนี้ นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับข้าแล้ว ........... ถ้าข้าไปโลกโน้น จะบอกท่านลุงใหญ่ ว่าเจ้ากลับมาแล้ว กลับมาเป็นอุนคนเดิม อย่างที่ท่านลุงหวังไว้ บอก พ่อของเจ้า ว่าดาวเพชรฆาต ไม่มีอีกต่อไป”

“แล้วจะทิ้งให้ข้านั่งดื่มเหล้าทุกๆวันงั้นหรอ ยิ่งคิดถึงเจ้า ข้าก็ต้องยิ่งดื่ม และคอยเติมเหล้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายคิดถึงงั้นหรอ................ทงซู............. ความรู้สึกแบบนั้นข้าไม่ต้องการหรอกนะ”

“เจ้าทำดีที่สุดแล้ว............ อุน...........ข้ารู้ดี เจ้าทดลองยาทุกตำรับที่เจ้าคิดค้นได้ เจ้าฝังเข็มเคลื่อนย้ายชีพจรให้ข้า ทั้งๆที่เสี่ยงและยากมาก ถ้าไม่ได้เจ้า.................ข้าอาจทรมานเพราะพิษกำเริบมากกว่านี้ก็ได้ ข้าดีใจ........... และวางใจ ที่ได้ฝากชีวิตไว้กับเจ้า........ ขอบใจนะ....................อุน”

“แต่ข้าไม่อยากเสียเจ้าไป ไม่อยากเสียเจ้าไปอีก ข้าอยากมีชีวิตสงบสุขก็จริง แต่ไม่อยากโดดเดี่ยวอีกแล้ว ถ้าข้าจะต้องตายพร้อมใครซักคนนึง ข้าอยากตายพร้อมกับเจ้า....................... ทงซู”

“ข้าก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้น...................... แต่เสียดาย ข้าคงต้องไปก่อนเจ้าจริงๆแล้วแหละ...................... อุน............ ข้ารู้...................เจ้าจะต้องเสียใจ.................. แต่เพื่อข้าแล้ว........................... จงมีชีวิตต่อไป..................เพื่อข้าแล้ว.................อย่าเศร้าโศกเลยนะ.......................... สำหรับ ความรู้สึกดีๆ ที่เจ้ามีให้ข้า.............. ขอบคุณนะ..........อุน”

“ทงซู...................เจ้า.......” ยออุนปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม น้ำตาหยดผ่านรอยแผลเป็นบนแก้มเป็นทางอย่างเศร้าสร้อย

“เจ้าช่วยประคองข้านั่งริมหน้าผาหน่อยได้มั้ย................... ข้าอยากเห็นพระจันทร์ชัดๆ” ยออุนประคองร่างเพ็กทงซูให้นั่งลง ให้ไหล่ซ้ายของจอมดาบหนุ่ม พิงไหล่ขวาของตน และนั่งมองพระจันทร์ที่กำลังขึ้นด้วยกัน

“สวยจัง..............แสงจันทร์เต็มดวงนี่ช่างงดงามจริงๆ คล้ายกับใบหน้าของเจ้าเลย..........................อุน” เพ็กทงซูค่อยๆหลับตาลง เอียงศีรษะไปซบบ่าขวาของยออุน พระจันทร์ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว จันทร์เต็มดวง แผ่รัศมีเย็นเยือกหัวใจออกมา ร่างของบุรุษหนุ่มผู้เป็นจอมดาบอันดับหนึ่งของโชซอนสงบนิ่ง ร่างกายเย็นเยียบ ผิวซีดขาว

“ทงซู..................ทงซู............................ทงซู.........” ยออุนนั่งนิ่ง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ไม่พูดอะไร ไม่ร้องลั่นเสียงดัง แต่น้ำตาก็ยังไหลทะลักออกมา เสียงร้องครวญครางเครื่ออยู่ในลำคอด้วยความเจ็บปวด แม้ร่างนั้นจะเย็นเฉียบ แต่เขาก็กอดร่างนั้นไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย พยายามเขย่า ราวกับหวังว่าร่างนั้นจะฟื้น แต่ก็ไม่เป็นผล

...

..

ใกล้สว่างแล้ว ทุกคนยังคงรอคอยด้วยความหวัง ว่ายออุนอาจจะกลับมาพร้อมกับเพ็กทงซูที่ขับพิษได้สำเร็จ แต่การรอมาเกือบทั้งคืน ก็ไม่เห็นผล ซาโมจึงหยิบจดหมายของทงซูมาให้ทุกคนดู

หลังจากที่ทุกคนอ่านจดหมายของเพ็กทงซูจบลง ไม่มีแม้คนเดียวที่ไม่ร้องไห้ แม้แต่ฮวางจินกิที่ใจแข็งที่สุด ก็ยังต้องเสียน้ำตาให้กับหลานชายคนนี้

“เค้าไม่อยากให้พวกเราเห็นศพของเค้างั้นหรอ..........คงน่ากลัวมากใช่มั้ย........หรือกลัวพวกเราจะถูกพิษไปด้วย อุนเคยเล่าว่า ศพของคนที่ถูกพิษจันทราอาดูร จะปล่อยไอพิษออกมาด้วย” จินจูถามความเห็นคนอื่นๆ

“พวกเราจะอยู่รออุนเผาศพทงซู แล้วนำกลับมาแค่เถ้ากระดูกจริงๆน่ะเหรอ” มิโซบ่นเสียงดัง

“แต่นี่คือคำขอสุดท้ายของเค้านะครับ........... ข้าว่า พวกท่านควรจะทำตาม” คิมกงดูให้ความเห็น

“ทำไม........ในจดหมาย ทงซู ถึงไม่เขียนถึงอุนล่ะ............. คู่นี้ซี้กันที่สุดแล้ว หรือว่าไง โชริบ เจ้าสนิทกับสองคนนั้นมากกว่าใครๆนะ” ซังกักหันไปถามเพื่อน

“เพราะอุนไปกับทงซูน่ะสิ คงได้ร่ำลากันแล้ว แต่ทงซูเป็นห่วงความรู้สึกพวกเรา กลัวจะทนเห็นสภาพตอนเค้าตายไม่ได้ ก็เลยลาด้วยวิธีนี้ เอาเถอะ...............ทำตามที่ทงซูขอร้อง มีอะไร..... ไว้รออุนกลับมา ค่อยถามแล้วกัน”

“แล้วเรื่องอารักขาจะทำยังไงล่ะ ลำพังพวกเราสามคนกับพวกเจ้า และองครักษ์ในวังจะพอเหรอ พิธีฉลองราชาภิเษก จะมีคนแปลกหน้าเข้าวังเต็มไปหมด ถ้าพวกนั้นมีสายในวังล่ะก็ อาจสับเปลี่ยนกำลังพล หรือลอบเข้าวังได้ไม่ยาก ถ้าทงซูอยู่ จะได้ช่วยวางแผน” ซังกักเป็นกังวลเรื่องอารักขาพระราชา

“แถมยังพวกซามูไรกับสามมัจจุราชและเหล่านักฆ่าอีก พวกเราคงรับมือไม่ไหวแน่ ถ้าทงซูอยู่ อาจจะพอมีหวัง” ยงกอลออกความเห็น ที่ทำเอาทุกคนพะวงตาม

“ถ้าจะลอบสังหารใคร อุนมีประสบการณ์ที่สุด แถมเป็นจอมวางแผนด้วย ถ้ามันยอมช่วยเจ้านะโชริบ ด้วยสติปัญญาและฝีมือของมัน รวมถึงความรอบคอบและละเอียดอ่อนของเจ้า อาจจะพอเอาอยู่ก็ได้” แทยงบอก

“แต่กว่าอุนจะกลับมา.............. เมื่อไหร่ก็ไม่รู้............ แล้วถ้าอุนไม่ยอมกลับมาล่ะ ข้าแอบสังเกตเห็นนะ ตอนที่ทงซูพิษกำเริบน่ะ อุนแอบไปร้องไห้ยังกะคนบ้าแน่ะ เหมือนจะเป็นจะตายให้ได้ แต่ไม่ยอมให้ใครรู้” มิโซบอก

“กลางคืนก็ไม่ยอมหลับยอมนอน คอยเช็ดตัวและฝังเข็มให้ทงซูตลอดเลย คงเพราะไม่อยากให้ทงซูทรมานเพราะพิษกำเริบแน่ๆ แต่ร่างกายอุนน่ะสิ จะป่วยแทนรึเปล่าก็ไม่รู้” จางมีก็พูดเช่นกัน

“ข้าเกรงว่า................ อุนอาจจะนำกระดูกของทงซูไป แล้วไม่กลับมาอีก ไม่รู้ข้าคิดไปเองรึเปล่า แต่สองคนนั่น มีอะไรแปลกๆ อาการของอุนเวลาเห็นทงซูเจ็บนะ เหมือนกับอาการที่ข้าเคยเป็นสมัยหลงรักทงซูเลย ดูจะหนักกว่าข้าด้วยซ้ำ ถึงจะเพื่อนสนิทซี้ปึ้กก็เถอะ ถ้าคู่รักกันก็ว่าไปอย่าง” จินจูออกความเห็น

“ใช่ๆ..... ข้าก็ว่าแปลก ทงซูนะ ถ้าเห็นสีหน้ากังวลของอุน ก็จะแกล้งทำเป็นแข็งแรง เหมือนคราวที่เจ้าเจ็บหนักตอนนั้นไง โชริบ ที่เจ้ากลัวข้าจะร้องไห้เพราะเจ้าเจ็บหนักน่ะ เจ้าก็เลย ทำทีว่าไม่เป็นไรไง” มิโซพูด

“พวกเจ้าอย่าคิดไปไหนไกลเลยน่า ดูสิ ฟ้าสว่างแล้ว เดี๋ยวทงซูกับอุน...ก็จะกลับมาพร้อมกันแล้ว” ซาโมพูดแบบฝืนยิ้ม ฝืนร้องไห้ ทั้งๆที่แอบทำใจมาสองวันแล้ว แต่ก็ยังรอปาฏิหาริย์อยู่

“ซาโม....................” ฮวางจินกิพยายามปลอบใจ พอดีกับที่หน้าบ้าน มีหญิงสาวนางหนึ่งมาถึงพอดี

“เจ้าเองหรอ” ฮงกุกยงเอ่ยทักกูฮยาง

“นางคือ..........................” มิโซกำลังจะถาม แต่สายตาพลันมองเห็นโถสีขาวในมือนางเสียก่อน

“แม่นางกูฮยาง คนสนิทของอุนไง ที่เจ้าถือมาด้วย คงจะไม่ใช่............” กุกยงปากสั่นมือสั่นถาม

“เจ้าค่ะ อัฐิของท่านเพ็กทงซู.............. เผาเมื่อตอนเที่ยงคืน นายท่านให้ข้านำมาให้เจ้าค่ะ”

“แล้วนายของเจ้าล่ะ...............” กุกยงถามต่อ เพราะมองไม่เห้นอุน

“ไปแล้วเจ้าค่ะ............... นายท่านฝากจดหมายมาให้กับใต้เท้าฮงด้วยเจ้าค่ะ” ฮงกุกยง เปิดจดหมายอ่านทันที

“เพ็กทงซูถูกวางยาพิษเพราะข้าเป็นต้นเหตุ ข้าไม่อาจที่จะรักษาเค้าได้ รู้สึกละอายใจต่อพวกเจ้ายิ่งนัก จนไม่กล้าที่จะมีหน้าอยู่ในเมืองหลวงต่อไป โชริบ..... ข้าเสียใจ ที่การกลับมาของข้า กลับนำมาแต่ความสูญเสีย ถ้าข้าไม่กลับมาซะ พวกเจ้าคงจะยังมีชีวิตที่ปลอดภัยกันอยู่ แต่เพราะข้า.............ทงซู...ถึงได้................

ก่อนตาย ทงซูขอให้ข้าช่วยเจ้าปกป้องชีวิตฝ่าบาท แต่ขอเวลาข้าทำใจสักพัก แล้วจะกลับมาช่วยพระราชาของเจ้า...........................ถ้าข้าไม่ถูกถังชุนสังหารซะก่อน...........................จาก เพื่อนที่ทำให้เจ้าผิดหวัง..............อุน”

ปล. เรื่องการลอบปลงพระชนม์ เจ้าต้องระวังให้มาก ถ้าถังชุนจะวางยาพิษ นอกจากอาหารแล้ว เจ้าต้องตรวจสอบทุกอย่างที่สัมผัสได้ เก้าอี้ทุกตัว ดอกไม้ที่ปลูก แม้แต่ธูปเทียนที่ใช้ อย่าให้ผิดพลาด ข้าเตือนได้แค่นี้

ข้าฝากยาระงับพิษมากับกูฮยางแล้ว ขอเพียงไม่ใช่พิษจากเข็มของถังชุนและพิษที่วางยาซ้ำซ้อน เมื่อทานยานี้แล้ว ถ้าถูกพิษอะไรก็ตาม จะถอนได้ในเวลาไม่นาน ใช้ให้ดี”

“ไม่จริงใช่มั้ย........... ไม่จริงใช่มั้ย โชริบ....... ทงซู..... ทงซู.... เจ้าคนบ้านั่น จะตายง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง ไม่.....ข้าไม่เชื่อ...ข้าไม่เชื่ออออออ....” ฮวางจินจูสลบลงไปข้างๆคิมกงดู พวกเพื่อนๆต่างยืนนิ่ง ไม่มีใครทำอะไรต่อไปได้ ข่าวการจากไปของเพ็กทงซู มีผลต่อสภาพจิตใจของพวกเขายิ่งนัก

...

..





Create Date : 23 มกราคม 2556
Last Update : 23 มกราคม 2556 20:35:03 น.
Counter : 808 Pageviews.

4 comments
  
เขาไม่เชื่อหรอกว่าทงซูตายแล้ว อุนต้องวางแผนอะไรอีกแน่ ใช่ไหมมมมมมมมมมมมมม


ว่าแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ คนอื่นเริ่มสังเกตุเห็นแล้ว เมื่อไหร่เขา 2 คนจะสังเกตุเห็นความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อกันได้สักทีละเนี่ย
โดย: bee boa วันที่: 23 มกราคม 2556 เวลา:16:42:48 น.
  
อ่านถึงบรรทัดสุดท้าย ความรู้สึกแรกคือแทบจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ
เศร้ามากๆเวลาที่ทงซูพุดกับอุนตอนที่รุ้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย มันแสดงถึงความผูกพันแล้วก็อะไรอีกหลายๆอย่างแบบที่ไม่ว่าใครก็แทนที่ไม่ได้จริงๆ
คิดเหมือนกันว่าคงไม่ตายจริงๆหรอกใช่ไหม มันน่าจะมีปาฏิหาริย์หรือไม่ก็แผนการบางอย่างใช่ไหมอ่ะ ไม่อยากเห็นอุนร้องไห้อีกจริงๆ
ชุนกับเซจินี่ไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอให้เจอกับจุดจบที่สมควรสักทีเถอะ
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ^_^
โดย: Silver Sky IP: 171.98.74.35 วันที่: 24 มกราคม 2556 เวลา:13:24:31 น.
  
TT
โดย: Kate IP: 118.173.169.147 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:22:45:20 น.
  
ไอ้ที่พูดความในใจออกมาทั้งหมดนั่นน่ะมันไม่ใช่ความรู้สึกของเพื่อนแล้ว..นั่นมันคนที่รักกันชัดๆ รู้ตัวกันได้แล้วอุน ทงซู
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.86.232 วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:14:16:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments