All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่5

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”    ตอนที่5



“อุน....   อุนใช่มั้ย.....” ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและตื่นเต้น

“ข้าน้อย... ลีพยองอันขอรับ ... ใต้เท้า”

“ไม่....ไม่ใช่....... เจ้าอาจหลอกท่านอาจินกิได้ แต่เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอก อุน.... เจ้าต้องเป็นอุนแน่ๆ เสียงหายใจของเจ้ายังเหมือนเดิม หันหน้ามาให้ข้าดูหน้าของเจ้าหน่อย”

“แม่นางจีซอนกำลังรอท่านอยู่ด้านใน แต่คงรอได้ไม่นานแล้ว เอาเถอะ.... แล้วข้าจะรอท่านอยู่ด้านนอก ไม่หนีไปไหนหรอก” เมื่อชายชุดดำกล่าวเช่นนั้น เพ็กทงซูจึงวางใจ เดินเข้าไปด้านในห้อง

“แม่นาง... ... จีซอน ท่านเป็นยังไงบ้างขอรับ” ทงซูกล่าวทั้งน้ำตา เพราะคาดเดาอาการได้ทันที

“ท่านกลับ...มา...แล้ว” น้ำเสียงเหมือนไร้แรง

“จีซอน.......”

“ไม่...ต้อง....เสียใจ ไปนะเจ้าคะ ข้าดีใจ ที่ได้เห็นหน้าของท่านก่อนที่...... ขอบ....ขอบคุณ ที่ท่าน ปกป้องข้าด้วยดีมาตลอด ข้า....กำลังจะไปเฝ้าฝ่าบาทแล้ว ข้า......ไม่เสียใจเลย ขอบคุณ... ที่ช่วยให้ข้า ได้เลือกชะตาชีวิตของตัวเอง เออะ.... ขอ... ขอโทษ... ที่ข้ายังไม่มีโอกาส ตอบแทนความรักที่ท่านมีให้ข้า.... ข้า...ขอ..ร้อง... ตามท่านผู้นั้น... เข้ามา ได้หรือไม่ เจ้าคะ” ทงซูรู้ว่านางหมายถึงใคร จึงไปตามเขาเข้ามา

“ที่แอบปกป้องข้ามาตลอด.... ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ข้าคงตอบแทนท่านได้เท่านี้..... ท่าน.... ยังเลือกชะตาชีวิตของตัวเองได้นะเจ้าคะ...... ท่าน... ไม่ใช่ ... ดาวเพชรฆาต”

“แต่พอข้ามา... เจ้าก็...... ข้าคงเป็นดาวเพชรฆาตจริงๆ” ลีพยองอัน กล่าวกับหญิงสาวทั้งน้ำตา น้ำตาที่ไม่อาจซ่อนเร้นแววตาที่แท้จริงเอาไว้ได้อีกต่อไป

“แต่ถ้าท่านไม่มา... เราคงตายกันหมด ขอบคุณนะเจ้าคะ ที่ยืดเวลาให้ข้ามีชีวิตได้อีกชั่วยามนึง ข้า.... ข้า..... อยากขอร้องท่าน....ซักเรื่อง....ได้มั้ยเจ้าคะ”

“อา...ได้สิ...ข้ารับปากเจ้า ทุกเรื่อง เจ้าว่ามา จะให้ข้าทำอะไร ข้ายอมเจ้าทุกอย่าง”

“ช่วยดูแลเค้า...... ด้วยนะเจ้าคะ” จีซอนจับมือของทงซูเอาไว้แน่น แล้วพูดกับเขา

“เลิกดื่มเหล้านะเจ้าคะ ข้าอยู่กับฝ่าบาท จะคอยปกป้องพวกท่านนะเจ้าคะ” กล่าวจบ เสียงก็เงียบหายไป มือที่จับทงซูเอาไว้ ก็หลุดออก นางสิ้นใจไปต่อหน้าเขา

“จีซอน .... จีซอน.... ออออออา .........” เพ็กทงซูร้องไห้คร่ำครวญถึงชีวิตที่ตนไม่สามารถปกป้องไว้ได้อีกครั้ง ตะโกนเสียงดังราวกับคนบ้า ขณะที่ลีพยองอัน ก็นั่งนิ่งไม่ไหวติง น้ำตาไหลอาบแก้มที่ปิดไว้ด้วยผ้าคลุมเช่นกัน หวนนึกถึงครั้งแรกที่พบนางตอนยังเด็ก นึกถึงเหตุการณ์ที่ตนแอบเฝ้ามองนางมาตลอด แต่ไม่กล้าแม้แต่จะจีบ เพราะรู้ว่าทงซูแอบชอบนางอยู่ นึกถึงตนเอง ที่คอยช่วยเหลือนางหลายครั้งโดยไม่บอกใคร ส่วนเพ็กทงซูเอง ก็นึกถึงหยกของนาง นึกถึงหญิงสาวที่ตนเรียงกลีบดอกไม้บอกรัก นึกถึงภาพวาดที่กำแพงวัด นึกถึงความใกล้ชิดที่มีให้กันมาตลอด บัดนี้ ไม่มีอีกแล้ว เสียงร้องของเขา ทำให้คนข้างนอกอดสงสารไม่ได้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน

“ซักวันนึง.......” ลีพยองอันขึ้นต้นประโยคสั้นๆด้วยเสียงที่แท้จริงของตน ทำให้ เพ็กทงซูหันมามอง

“ซักวันนึง..... ยออุนจะกลับมาหาท่าน..... ข้าน้อย ลีพยองอัน ลาก่อนขอรับ” พูดจบก็พลิ้วกายจากไป ทิ้งให้เพ็กทงซู กอดร่างไร้วิญญาณของยูจีซอนแต่เพียงผู้เดียว และยังคงร้องไห้อยู่เช่นเดิม

...

..


              หมอหนุ่มนั่งสงบใจอยู่ข้างศาลาหลังหนึ่งในวัดกัมซา อารามที่ยูจีซอนเคยพำนัก ผีเสื้อสีขาวตัวหนึ่งบินผ่านเขาไปช้าๆ ท่านหมอหวนนึกถึงคำสนทนาของตนเองกับสตรีที่ตนเชื่อว่ารักที่สุด ขณะที่ทำการยื้อชีวิตนางไว้ ก่อนที่นางจะจากไป

“เพื่ออะไรขอรับ.... ทำไม... แม่นางต้องเสียสละตนเองเพื่อข้าด้วย...”

“ไม่ทราบสิเจ้าคะ ข้าอาจจะทำเพื่อตัวข้าเองก็ได้”

“ข้าไม่เข้าใจ”

“ที่ผ่านมา ที่คอยปกป้องข้า ที่ชวยชีวิตข้า ความหวังดีของท่านทั้งหมด ขอบคุณนะเจ้าคะ ข้าติดค้างท่านมากเหลือเกิน”

“แม่นาง....”

“ข้าไม่อาจสนองคุณท่านได้ นอกจากคืนชีวิตนี้ให้ ไหนๆ ข้าก็ถูกพิษอยู่แล้ว ความตาย คงไม่น่ากลัวใช่มั้ยเจ้าคะ อย่างน้อย ข้าก็อาจจะได้พบฝ่าบาท”

“ข้าขอโทษนะขอรับ.... เพราะข้า...”

“ข้าไม่โทษใครหรอกเจ้าค่ะ ไม่โทษโชคชะตาด้วย ข้าจะไม่โกรธแค้นใคร ถึงแม้ข้าจะถูกทำร้ายก็ตาม ข้าดีใจ อย่างน้อย หลายปีที่ผ่านมา ก็มีท่าน และเค้า ที่ดีกับข้ามาตลอด ทำให้ข้าไม่รู้สึกยอมแพ้ต่อโลกใบนี้ แต่ว่า เกือบสองปีที่ผ่านมานี้ ท่านรู้มั้ยเจ้าคะ คนที่ทำให้ข้าอิจฉาที่สุด.... คือท่าน”

“เอ๊..... ข้า.... ไม่เข้าใจขอรับ”

“เค้าดื่มทุกเจ็ดวัน .... เค้าดื่ม เพราะเค้าคิดถึงท่านมาก ยิ่งคิดถึง ก็ยิ่งดื่ม บางครั้ง.....ก็เผลอเรียกชื่อท่านออกมา ถึงเค้าจะดีกับข้ามาก แต่เค้ากลับโหยหาท่านมากกว่า ถึงปากจะพร่ำว่าท่าน ที่ตายจากไปก่อน แต่เพราะที่จริง เค้าต้องเจ็บปวดกับความคิดถึงท่านต่างหาก”

“เจ้าบ้านั่น เป็นขนาดนั้นเลยหรือขอรับ”

“ต่อหน้าคนอื่น เค้าซ่อนความคิดถึงนั้นเอาไว้ แต่พอเมาเมื่อไร ข้าก็จะดูออก ว่าเค้าทุกข์แค่ไหน เค้าเคยบอกว่า ยอมให้ท่านฆ่าเค้าซะ ยังเจ็บปวดน้อยกว่าที่ท่านยอมตายด้วยมือเค้าซะอีก เค้าเคยว่า ท่านขอให้เค้าอย่าโศกเศร้า เพราะท่าน แต่เค้าก็ทำไม่ได้”

“ทงซู......” หมอลีพยองอัน อุทานชื่อของคนๆนั้นเบาๆ

“ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่.... ถ้าอุนกลับมา.... ข้ารู้ เค้าคงจะมีความสุขมาก ชีวิตของข้า แลกกับความสุขของเค้าคนนั้น มันคุ้มแล้วเจ้าค่ะ”

“แม่นาง.... รักเพ็กทงซูมั้ยขอรับ....”

“ข้า..... ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ ข้าซาบซึ้ง ที่เค้าดูแลข้า ปกป้องข้า ข้าเสียใจ ที่เค้าเสี่ยงอันตรายเพื่อข้า ข้าเป็นห่วง ถ้าเค้าได้รับอันตรายกลับมา แต่ข้าก็ไม่รู้ ว่านั่นเรียกว่าความรักรึเปล่า ข้ายังคงคิดถึงฝ่าบาท ข้ายังตัดความภักดีนั้นไปไม่ได้ ข้ามอบใจให้ฝ่าบาทไปแล้ว แม้ข้าจะมีความสุข ที่เพ็กทงซูอยู่ใกล้ๆ แต่บางครั้ง ข้าก็ยังอดคิดถึงฝ่าบาทไม่ได้ ข้าเลวมากมั้ยเจ้าคะ ที่อาจจะรักผู้ชายถึงสองคน”

“แต่หนึ่งในนั้น... ไม่มีข้า”

“ก็เพราะท่านไม่เคยแสดงออกว่ารักข้า ท่านดูแลข้า ปกป้องข้า แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้ากลับไม่รู้สึกว่าท่านรักข้า ท่านเป็นเพื่อนที่ดี แต่ก็เป็นศัตรูที่รบกวนจิตใจที่สุด ท่านไม่... ไม่แม้แต่จะพยายามครอบครองข้า ทั้งๆที่มีโอกาสนับไม่ถ้วน ได้แต่แอบช่วยข้าโดยไม่ให้ข้าหรือใครๆรู้ ข้าจึงได้แต่รู้สึกสับสน กับการกระทำของท่าน ท่านทำลายทุกอย่างที่ข้าเคยพึ่งพิง แต่กลับเอาใจใส่ข้านัก ข้าไม่รู้ และไม่เข้าใจ ว่าที่ท่านทำไปทั้งหมดนั้น เพื่อข้า เพื่อตัวท่านเอง หรือเพื่อใครกันแน่เจ้าคะ”

“ท่านหมายถึงอะไรหรือขอรับ”

“ท่านไม่คิดแย่งชิงข้า เพราะเค้าใช่มั้ยล่ะเจ้าคะ เค้าเป็นสหายรักของท่าน เหมือนกับคนอื่นๆ ท่านไม่ฆ่าเพื่อนท่านสามคนนั่น ทั้งๆที่เป็นคำสั่งชอนจู เพราะท่านต้องการปกป้องคนที่เค้าคนนั้นปกป้อง เหมือนตอนที่ปกป้องพระราชาสมัยเป็นรัชทายาท ที่ท่านเคยพูดไว้ว่า ก่อนที่เพ็กทงซูจะไปถึง ท่านจะปกป้องพระองค์เอง”

“คือว่า...ข้า.....”

“นอกจากอดีตรัชทายาทแล้ว ท่านจะปกป้องคนที่เพ็กทงซูต้องการปกป้องเสมอ ถ้าเพ็กทงซูทำไม่ได้ ท่านจะทำแทน แม้ว่าท่านจะต้องแบกรับความเจ็บปวดและโศกเศร้าเอาไว้ซะเอง แม้ว่าเพื่อนๆของท่าน จะเคยเข้าใจท่านก็ตาม ใช่มั้ยเจ้าคะ”

“คือว่า......” หมอลีพยองอัน พูดอะไรไม่ออก

“ท่านเป็นนักฆ่า เป็นมือสังหารอันดับหนึ่ง เป็นถึงชอนจูแห่งสำนักโคมดำ แต่ท่านกลับหักหลังคนที่ท่านควรจะภักดี เพราะคนๆนั้นเป็นศัตรูกับเพ็กทงซู ท่านเชื่อเสมอว่า เพ็กทงซูรักข้าที่สุด ท่านจึงเสียสละตนเอง เพื่อปกป้องสิ่งที่เพ็กทงซูรัก เพื่อเพ็กทงซู ท่านละทิ้งชะตาของตนเองได้ ท่านกำจัดศัตรูของเค้าได้ ท่านล้มสำนักโคมดำที่ท่านควรปกป้องด้วยตัวเอง และสละชีวิตตนเองได้ ขอเพียงให้ทุกคนที่เพ็กทงซูปกป้องรู้สึกปลอดภัย ใช่มั้ยเจ้าคะ”

“แต่ข้าก็รักเจ้านะ...แม่นาง”

“ท่านอาจจะเคยชอบข้า ขื่นขมข้า ..... เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไม่เคยใกล้ชิดหญิงอื่น ท่านไม่ภักดีใคร แม้แต่กับชอนจูของท่านเอง เพราะท่านคิดเสมอว่า ท่านโดดเดี่ยวไม่มีใคร แต่สำหรับความเสียสละของท่าน มีไว้เพื่อเค้าคนนั้นคนเดียว ความผูกพันของพวกท่าน แม้แต่ข้า ที่ท่านทั้งสองพยายามยึดเหนี่ยวไว้นั้น ก็ทำให้หลุดจากกันไม่ได้ ท่านทรยศเค้า ทรยศทุกคน แต่เพ็กทงซูยังไม่เคยสิ้นศรัทธาในตัวท่าน เค้าเชื่อมั่นเสมอ ว่าท่านจะกลับมา”

“ข้า.......”

“ตอนที่ฝ่าบาทสิ้นพระชนม์ เค้าเจ็บปวดจนเหมือนคนบ้า แต่ไม่ใช่เพราะเสียใจที่พระองค์ตาย หรือข้าถูกจับไปเท่านั้น แต่เพราะเค้าผิดหวัง ที่ถูกท่าน ยออุน เพื่อนรัก บุคคลที่เค้าไว้ใจที่สุดทรยศ หักหลัง ตอนที่ดาบเทพยดาคิมกวางเทคตายจากไป ถึงเพ็กทงซูเค้าจะเสียใจมาก แต่ก็แค่ไม่นาน ต่างจากการตายไปในครั้งนั้นของท่านลิบลับเลยเจ้าค่ะ ความเสียใจ ความคิดถึงที่เค้ามีให้ท่าน มันทำให้ข้ารู้สึกอิจฉาท่านขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้ว่า ... ถ้าข้าตายไปแล้ว เค้าจะรู้สึกเสียใจเท่ากันรึเปล่า”

“แม่นาง...”

“ขอร้องนะคะ ยื้อชีวิตข้าอีกนิด จนกว่าเค้าคนนั้น จะกลับมา....”

...

..

“เค้าเป็นอย่างนี้มาสองวันแล้วนะ จะดีหรือเจ้าคะท่านลุง” มิโซบอกกับซาโม

“ข้าก็ไม่รู้ แค่นั่งซึมน้ำตาเล็ดนิดหน่อย ไม่ได้ไปเมาที่ไหนนี่เนอะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น เมื่อก่อน อาการหนักกว่านี้อีก”

“น่าสงสารทงซูนะขอรับ เจอแต่เรื่องให้เสียใจตลอด” คิมกงดูพูดบ้าง

“เจ้าหายดีแล้วเหรอ” ซาโมถาม

“ขอรับ ท่านหมอลีเก่งมากจริงๆ ฝังเข็มครั้งเดียว ยาเทียบเดียว หายเลย”

“เรียกหมอลีอยู่ได้ ก็รู้อยู่ ว่านั่นน่ะ ยออุนชัดๆเลย” จางมีบอกกับกงดู

“แต่เค้ายังไม่อยากกลับไปเป็นยออุนนี่ขอรับ เราก็คงต้องรอให้เค้ายอมกลับมาจริงๆซะก่อน”

“ถ้าเจ้านั่นกลับมานะ บางที ไอ้เด็กเวรนั่น อาจจะหายเพ้อเร็วๆก็ได้”

“ท่านว่ายออุนจะปลอบใจเพ็กทงซูได้หรือขอรับ ซาโม”

“สองคนนั่น ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก เหมือนพรหมลิขิตน่ะ ข้าเลี้ยงเด็กบ้านั่นมาสิบสองปี ก่อนจะพบอุน แต่ก็มีบางเรื่อง ที่ข้าเข้าไม่ถึง แต่กับอุน เหมือนมีอะไรพิเศษ ทั้งๆที่ทีแรก เหมือนจะไม่ถูกกัน ก็เจ้านั่นทั้งหน้าตาดีกว่า...”

“ออกจะสวยกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ เห็นทีแรก ข้ายังแปลกใจเลย” มิโซเสริมคำพูดซาโม

“นั่นแหละ... แถมมีฝีมือเหนือกว่า สู้กันกี่ครั้ง ทงซูก็แพ้ตลอด แต่ยิ่งสู้กัน ยิ่งสนิทกัน และเชื่อใจกันและกันมากขึ้น อุนน่ะ เหมือนแรงผลักดันให้ทงซูอดทนฝึกปรือจนเก่งกาจขึ้นมาได้ เป็นอัจฉริยะที่น่าภาคภูมิใจทั้งคู่จริงๆ”

“ท่านพ่อเคยพูดไว้ สองคนนั่นจะกลายเป็นสุดยอดนักรบได้อย่างแน่นอน แล้วก็เป็นจริงๆด้วย” มิโซเสริม

“ทั้งวิชายุทธ ทั้งวิชาแพทย์ ข้าเดินทางมาทั่ว มีแต่พวกเค้านี่แหละ ที่น่าทึ่งที่สุดแล้ว ขนาดแผลของข้านะ ปางตายแท้ๆ ยังหายได้ในสองวันเอง”

“ไม่ใช่เพราะจินจูดูแลข้างๆหรอ” มิโซถามกวนๆ แต่จิตรกรหนุ่มเขินหน้าแดง

“ขอรับ... ข้าไปเข้าวังก่อนนะขอรับ เย็นนี้ จะกลับออกมาพร้อมใต้เท้าฮง และสามองครักษ์”

“ก็ดี เผื่อเจ้าพวกนั้น จะปลอบทงซูได้บ้าง” ซาโมบอก พลางหันไปมองทงซูที่ยังนั่งเหม่ออยู่ ขณะที่บนยอดไม้หน้าบ้าน มีร่างโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งแอบมองดูจอมดาบอันดับหนึ่งอย่างห่วงใย แต่ก็ยังไม่กล้าเข้ามาทัก ได้แต่แอบหลบบนต้นไม้

ธนูดอกหนึ่งพุ่งตรงขึ้นมาจากบ้านด้านล่าง แต่ก็ทำอะไรชายหนุ่มที่แอบอยู่บนต้นไม้ไม่ได้ เขาใช้มือขวาคว้าธนูไว้ได้ จึงพบว่ามีจดหมายผูกมาด้วย

“จะแอบถึงเมื่อไหร่ ถ้ายังเป็นเพื่อนกัน ก็ลงมาได้แล้วนะอุน ........ จินจู” อ่านจบ เขามองเข้าไปที่บ้าน เห็นฮวางจินจูยืนรออยู่บนหลังคาบ้านอยู่แล้ว และเพราะเสียงธนู ทำให้พวกซาโมหันไปมองตาม จึงรู้ว่าลีพยองอันมาแอบดูที่ต้นไม้

“เห..... เจ้าเด็กพวกนี้ ....” อุทานเบาๆ ก็หันไปมองแต่ละคนช้าๆ

เหลียวขึ้นหลังคา ฮวางจินจู หญิงสาวผู้เป็นสายโลหิตของพี่ใหญ่ร่วมสาบาน คิมกวางเทค มองมาที่ชายหนุ่มที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ เพ็กทงซู ทายาทของเพ็กซากยอง ร่างโปร่งบนยอดไม้ ยออุนลูกชายของยอโชซัง และหญิงสาวข้างๆ จางมิโซ บุตรีของจางแทโพ เลือดเนื้อเชื้อไขของพี่น้องร่วมสาบานทั้งสี่คนของตน

“เราก็น่าจะมีลูกของเราเองบ้างนะเจ้าคะ สามี” จางมีกล่าวกับซาโมเหมือนรู้ใจว่าสามีคิดอะไร

“แก่แล้วน่า อยู่กันแบบนี้แหละ รอเลี้ยงลูกๆของเจ้าพวกนี้มัน”

“เอ๊...ท่านลุง ท่านป้า นี่พวกท่านคิดอะไรกันเนี่ย”

“เห...ยายเด็กบ้านี่ ข้าคิดว่า อยากให้พวกเจ้าสี่คน สาบานเป็นพี่น้องกัน เหมือนที่พวกข้าห้าคนเคยทำ ยังไงล่ะ”

“ก็เราก็เป็นเพื่อนรักกันอยู่แล้วนี่เจ้าคะ เติบโตมาด้วยกัน แล้วก็ดูแลกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสาบานหรอก อีกหน่อย ถ้าข้ามีลูกชายกับโชริบ ทงซูก็ต้องรับเป็นศิษย์แน่นอนอยู่แล้ว”

“ถ้าเจ้านั่นหายบ้าแล้วล่ะก็นะ”

...

..

ราชเลขาฮงกุกยงเดินเข้าห้องหนังสืออย่างที่เคยทำประจำ หนังสือเล่มโปรดวางอยู่บนโต๊ะ ในกลับมีจดหมายซ่อนเอาไว้ เหมือนตั้งใจให้เขาเห็น อีกครั้งที่เขาไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร

“พิธีฉลองราชาภิเษกครบรอบปี อันตราย ตระกูลฮงคิดไม่ซื่อ” อ่านไป มือก็สั่นไป จดหมายฉบับนี้ ข่าวจริงหรือข่าวกุขึ้นก็ยืนยันไม่ได้ ถ้าไม่จริง ใครกัน ที่คิดใส่ร้ายพระญาติ มีจุดประสงค์อะไร แต่ถ้าจริง ตระกูลฮง คิดปองร้ายพระราชา ก็เป็นเรื่องใหญ่ จะทำอย่างไรดี จะปรึกษาฝ่าบาทก็ทำไม่ได้ และใครกัน ที่ส่งข่าวให้เขารู้ อยู่ฝ่ายไหน เป็นมิตรหรือศัตรู แล้วในวัง ยังมีสายลับแอบซ่อนอยู่อีกอย่างนั้นหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม ฮงกุกยงเก็บจดหมายไว้ แล้วไปตามพวกซังกัก ยงกอล แทยง ที่ออกเวรกลับบ้านพร้อมกัน และจะได้ปรึกษากับทงซูด้วย ว่าจะทำอย่างไรดี

เดินออกจากประตูวังส่วนในไปเพียงครู่เดียว ฮงกุกยงก็สังเกตเห็นฮงซังบอมเดินไปทางตำหนักพระพันปี ในเมื่อเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ใต้เท้าฮงไปเข้าเฝ้าพระพันปีเฮคยองก็ไม่แปลก ทว่า.....คนที่เดินตามหลังฮงซังบอมไปนั้น ฮงกุกยงไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชายหนุ่มแปลกหน้า ท่าทางไม่ใช่ชาวโชซอน แต่ใบหน้านั้นสวยงามชวนมองยิ่งนัก ใบหน้าที่งดงามไม่ด้อยไปกว่าหญิงงามที่ปรากฏบนร่างของบุรุษลึกลับที่ฮงกุกยงสงสัยว่าจะเป็นชาวฮั่น เพราะไม่ไว้ผมเปียแบบชาวแมนจู แต่ปล่อยผมยาวไปด้านหลัง

“อุน..... ไม่ใช่ แต่หน้าสวยอย่างกับผู้หญิงแบบนี้ ข้านึกว่ามีแต่เจ้าอุนคนเดียวซะอีก” ยงกอล สะกิดเพื่อนๆ

“ข้าก็ว่างั้น แถมข้ากลับรู้สึกขนลุก เหมือนมีรัศมีเข่นฆ่าแผ่ออกมาด้วย เหมือนอุนเมื่อก่อนนี้เลย” ซังกักพูดบ้าง

“ชักไม่ชอบมาพากลเท่าไหร่แล้ว โชริบ เจ้าคงต้องตามสืบเรื่องนี้แล้วล่ะ” แทยงบอกเพื่อน

“อา.... ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร แต่พฤติกรรมของฮงซังบอม ก็ไม่น่าไว้ใจซะแล้ว รีบไปเถอะ ดูว่า ทงซูจะคิดอ่านยังไงบ้าง” ฮงกุกยงเร่งเพื่อนๆให้รีบเดินทาง

“ป่านนี้ เจ้านั่น เลิกเศร้าโศกรึยังวะ ฝ่าบาทก็เป็นห่วงมันนะเว้ย” ซังกักว่า

“แล้วยังเรื่องเจ้าอุนอีก จริงหรือวะ ที่เจ้านั่นยังไม่ตาย แล้วยังช่วยชีวิตพวกหัวหน้าซาโมจากพวกญี่ปุ่นไว้ด้วย ช่วยชีวิตมิโซเอาไว้ด้วยนะ โชริบ” แทยงพูดบ้าง

“เรื่องอุน พวกข้ายังไม่กล้าทูลฝ่าบาทเลยนะ เพราะไม่รู้ว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย กลัวฝ่าบาทจะรับสั่งให้จัดการกับมันอีก บอกตามตรง พวกข้าไม่อยากทำร้ายมันหรอก ไม่ใช่ว่ากลัวสู้ไม่ได้นะ แต่เพราะมันเป็นเพื่อนที่โตมากับพวกเราต่างหาก ถึงมันจะเคยทำร้ายพวกเรา แต่ก็เพราะว่าตอนนั้นมันจำเป็น แล้วมันก็เคยช่วยเราตั้งหลายครั้งด้วย” ยงกอลบอก

“เรื่องนั้น ไว้พวกเจ้าไปถึงแล้ว ถามเองก็แล้วกัน ข้าก็อยากเจอมัน มีเรื่องที่ต้องคุยเยอะเลย”

...

..




Create Date : 16 มกราคม 2556
Last Update : 16 มกราคม 2556 20:48:19 น.
Counter : 906 Pageviews.

7 comments
  
ตอน 5 มาทันใจจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ ^0^

ในที่สุดยัยจีชอนก็รู้ถึงสัจธรรมที่แท้จริง คริ คริ คริ แต่ถ้าหล่อนรู้เร็วกว่านี้แล้วเป็นฝ่ายกลับไปเป็นแม่ชีซะ 2 หนุ่มคงแฮปปี้เร็วกว่านี้ แต่เอาเหอะ ไหนๆ หล่อนก็ลาโลกไปแล้ว เราหยวนให้ 555+

อุนนี่ เลิกแอบได้แล้วหนู กลับมาปลอบใจเจ้าขี้แยทงซูซะทีเถอะ ^__^
โดย: bee boa IP: 183.89.101.174 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:22:22:45 น.
  
login เข้า blog ได้แล้ว ดีจายยยยยยย ไม่เข้ามาเป็นปี ลืมแม้กระทั่งวิธี login เอาซี่
โดย: bee boa วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:22:28:36 น.
  
มีคนแต่งคู่นี้แล้ว มีคนแต่งคู่นี้แล้ว มีคนแต่งคู่นี้แล้ววววววววววววว
นึกถึงความเศร้าตอนที่ดูฉากสุดท้าย แต่พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ เพราะอุนเป็นคนที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็อยากให้ได้เจอกับความสุขจริงๆสักที (เพราะทั้งเรื่องประมาณเก้าสิบเปอร์เซนต์กลับมีแต่น้ำตา T_T)
ชอบตอนที่พูดถึงความสัมพันธ์ของอุนกับทงซู รู้สึกเหมือนกันว่าคู่นี้มันเป็นอะไรที่ผลักดันกันขึ้นมาจริงๆ เป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่แข่ง แล้วก็เป็นคนที่ผูกพันกันแบบหาอะไรมาแทนกันไม่ได้
อาจจะต้องเวลาสักนิด แต่อุนก็กลับมายืนข้างๆทงซูได้แล้วน้า ^_^
ปล.ไหนๆก็ไหนๆ ขอให้แม่นางจีซอนขึ้นไปหารัชทายาทอย่างมีความสุขนะ
ปล.2 ไม่ใช่ไม่เข้าใจเหตุผลแต่โชริบ อุนฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ก็ทำตัวดีๆล่ะ
จะรอติดตามตอนต่อไป (ด้วยใจจดจ่อ) ค่ะ ^_^
โดย: Silver Sky IP: 171.98.74.35 วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:0:04:36 น.
  
ตอนต่อไป ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาเมื่อไหร่นะครับ แต่จะพยายามอู้งาน เอ๊ยยย เคลียร์งาน มาแต่งเรื่อยๆ 555

ได้สัมผัสความสุขของคนอ่านฟิค ผ่านการอ่านเม้นต์แล้ว คนแต่งก็มีความสุขตามไปด้วยครับ

เพราะเริ่มแต่งฟิคคู่นี้ จากการอยากสนองความรู้สึกและความต้องการส่วนตัวเป็นหลัก เนื่องจากค้างคากับฉากจบเอามากๆ

ถึงจะมีคนอื่นมาอ่านแค่คนเดียว หรือจะไม่มีเลย แต่เราได้จิ้น ได้ฝัน ได้อ่านคนเดียว ก็มีความสุขเหมือนกัน

ยิ่งได้แบ่งปันความรู้สึกต่ออุนและทงซูร่วมกับคนอื่นๆด้วยแล้ว ยิ่งมีความสุขขึ้นไปอีก

แม้ต้องใช้สมองคิด แม้ต้องพิมพ์จนเมื่อย แต่ก็หายเหนื่อย เพราะคนอ่านให้กำลังใจและมีความสุขที่ได้รอตอนต่อไป




ขอบคุณนะ....
โดย: นิรมิตร (Niramitr ) วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:9:44:13 น.
  
ว่าแต่ คุณ Silver Sky รู้ได้ไงว่ามีคนแต่งและตามมาอ่านล่ะครับ
โดย: Niramitr วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:9:45:36 น.
  
อุนเจอกับทงซูได้แล้วนะๆๆๆ ทงซูคิดถึง
โดย: Kate IP: 118.173.52.220 วันที่: 10 สิงหาคม 2557 เวลา:22:35:32 น.
  
ไม่ได้เข้ามาในนี้นานมากๆๆๆๆๆเลย เพราะยิ่งเรียนยิ่งหนักขึ้นทุกวัน เปิดมาเจอตอนนี้ถึงเพิ่งเห็นคำถามของคุณ Niramitr เห็นปีที่ถามกับปีที่มาตอบแล้วมันช้าไปสุดๆเลยนะเนี่ย 555
เรียกว่าคิดว่าน่าจะมีคนแต่งดีกว่าค่ะ เพราะคิดว่าพอดูตอนจบคงมีหลายๆคนที่คิดเหมือนกันว่าทำไมถึงจบแบบนี้ คือการให้ยออุนตายมันก็ดูสมบูรณ์แบบดีอยู่หรอกแต่กับคนที่ทำดีอยู่ข้างหลังโดยไม่มีใครเห็นมาตลอดนี่ การจบแบบนี้บางทีก็ออกจะทำร้ายจิตใจกันมากไปหน่อย พอคิดว่าน่าจะมีคนคิดแบบเดียวกันแล้วลองหาดูก็ปรากฏว่ามีคนที่แต่ช่วงเวลาในตอนต่อมาจริงๆด้วย ^_^
ปล. ขอบคุณอีกครั้งที่แต่งเรื่องนี้ให้อ่านนะคะ ถึงช่วงนี้จะยุ่งไปหน่อยไม่ค่อยมีเวลาเข้าเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังไงก็จะติดตามต่อไปแน่ๆค่ะ
โดย: Silver Sky IP: 171.5.251.141 วันที่: 5 ธันวาคม 2557 เวลา:12:32:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments