All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่1

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”

ปี ค.ศ.1776 พระนัดดารัชทายาทลีซานเสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ขนานพระนาม พระเจ้าจองโจ โดยทรงมีขุนนางคู่พระทัยคือ ฮงกุกยง เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น และเพ็กทงซู เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ที่ได้รับสมญานามว่า จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน

ด้วยคำแนะนำของฮงกุกยง พระเจ้าจองโจเริ่มต้นรัชสมัยด้วยการนองเลือด ไม่นาน หลังจากทรงกวาดล้างสำนักโคมดำ(สำนักนักฆ่าที่ลึกลับที่แฝงรอยมาจากราชสำนักต้าชิง)ลงแล้ว ก็ทรงเริ่มกำจัดขุนนางกลุ่มอำนาจเก่าฝ่ายโนรอนพยอกพาซึ่งส่วนมากก็มาจากตระกูลฮงแห่งพงซาน อันเป็นเชื้อพระวงศ์ฝ่ายพระนางเฮคยองพระมารดาของพระเจ้าจองโจนั่นเอง

ด้วยความสามารถของจอมดาบอันดับหนึ่งเพ็กทงซู เพียงเวลาไม่ถึงปีก็ทรงกำราบขุนนางอำนาจเก่าได้เกือบหมด คงเหลือก็แต่ พระญาติจากตระกูลฮงบางคน หนึ่งในนั้นคือ ฮงอินฮัน (บิดาของพระนางเฮคยอง)และฮงซังบอม รวมทั้งขุนนางจากตระกูลคิมแห่งอันดง นำโดย คิมฮันกู (บิดาของพระหมื่นปีจองซุน) ที่ยากจะจัดการได้โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ด้วยความคิดของฮงกุกยง พระเจ้าจองโจจึงทรงวางนโยบายสมานฉันท์ เพื่อเสถียรภาพของโชซอน จึงทรงอุปถัมภ์ขุนนางทั้งสองฝ่าย คือโนรอนและโซรอน อย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทั้งสองฝ่าย คานอำนาจซึ่งกันและกัน ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไปเช่นที่ผ่านมาในรัชสมัยของพระอัยกาพระเจ้ายองโจ

กลางดึกคืนหนึ่ง ณ ร้านเหล้าเล็กๆในเมืองหลวงฮันยาง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินคนหนึ่งนั่งดื่มเหล้าเพียงลำพัง หลังจากเหล้าในถ้วยหมดลง เขาก็เติมเหล้าลงไปอีก และดื่มอีก ชายหนุ่มแต่งกายดูภูมิฐานคล้ายขุนนางคนหนึ่ง เดินเข้ามานั่งข้างๆ ก่อนจะเริ่มการสนทนากับเพื่อนรัก

“แม่นางจีซอนเคยบอกว่า.... ถ้าเจ้ามาดื่มเหล้าที่นี่ ดื่มแล้วดื่มอีกแบบนี้ ก็เพราะว่าเจ้า กำลังคิดถึง......” ฮงกุกยงเริ่มต้นคุยกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอึดอัดเล็กๆ

“อา..... แล้วเจ้าล่ะโชริบ เจ้าไม่คิดถึงมันเหรอ”

“อา.... การจากไปของเจ้านั่น เกินความคาดหมายของข้าจริงๆ”

“แต่เจ้าก็ยังอยากให้มันตายอยู่ดี ไม่ใช่หรอ....”

“อย่ามาใช้น้ำเสียงเหมือนว่าข้าเป็นคนผิดอย่างนั้นสิ ใช่....ข้าผิดที่คิดฆ่าเพื่อน แต่ที่ข้าคิด ข้าทำ ก็เพื่อโชซอน เพื่อฝ่าบาท เจ้าคิดหรอ ว่าปีกว่ามานี่ ข้าไม่คิดเสียใจน่ะ ทุกครั้งที่คิดถึงมัน ข้าก็เสียใจทุกครั้ง เสียใจ ที่พวกเรากลับไปเป็นอย่างเมื่อก่อนไม่ได้อีก”

“ข้ารู้.... ข้าเคยเห็นเจ้าแอบไปร้องไห้ที่หลุมศพของเจ้าบ้านั่น เจ้าบ้า ที่ตายหนีพวกเราไปก่อน ตายไปทั้งๆที่....”

“ข้าไม่เคยคิด ว่าอุนมันจะ..... มันจะ.....”

“จะยอมฆ่าตัวตาย... เพื่อเจ้า เพื่อข้า หรือเพื่อใครก็ตาม สุดท้าย มันก็หนีตายจากเราไปอยู่ดี แต่ว่าโชริบ... แล้วเป็นไงวะ ถึงอุนตาย ก็ไม่เห็นมีอะไรแตกต่าง ถึงจะไม่มีสำนักโคมดำ แต่ขุนนางพวกนั้น ก็ยังคงลอยนวล ยังคงทำเรื่องเลวร้ายอยู่ดี”

“ทงซู.....” โชริบถอนหายใจแล้วกินเหล้าเป็นเพื่อน

“โชริบ....... ถ้าให้เจ้าเลือกได้อีกครั้ง เจ้ายังอยากให้....”

“ถ้าชอนจูแห่งสำนักโคมดำยังอยู่.... โชซอนจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้ ฝ่าบาทจะทรงตกอยู่ในอันตรายมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น...”

“เจ้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้วโชริบ... เจ้ากลายเป็นขุนนางเต็มตัว ไม่ใช่เจ้าแว่นคนเก่าที่โตมากับข้าอีก”

“ข้ารู้ทงซู ว่าข้าเปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าก็เป็นเพื่อนรักข้า ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

“แล้วอุนล่ะ.... เป็นเพื่อนรักเจ้าอยู่มั้ย”

“อา... ที่มันไว้ชีวิตข้า ที่มันช่วยเจ้า ช่วยพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าจะระลึกไว้เสมอ”

“นั่นสินะ.....” เพ็กทงซูชูแขนขวาของตนขึ้นมาดู รอยมีดกรีดยังคงอยู่ รอยแผลเป็นที่เกิดจากยออุนเสี่ยงตายกรีดปากแผลดูดพิษงูรักษาให้กับตน หวนนึกถึงใบหน้าของนักฆ่าหนุ่มรูปงาม หน้าสวยยิ่งกว่าหญิงเสียอีก เพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกัน มือสังหารที่แอบช่วยเหลือพวกตนครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะรินเหล้าลงไปในถ้วยแล้วดื่มต่อ

“ฟังดูเหมือนเจ้าเหนื่อยนะ ทงซู ข้ารู้ ช่วงนี้ เจ้าเหนื่อยช่วยฝ่าบาทติดตามกวาดล้างพวกอำนาจเก่า เจ้ากลับมาวนเวียนอยู่กับการเข่นฆ่าอีกทั้งๆที่เคยพูดว่าจะวางดาบหลังจากอุนตาย แต่จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนอย่างเจ้า เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งของฝ่าบาทนะ พระองค์ทรงขาดเจ้าไม่ได้”

“จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนงั้นเหรอ.... โชริบ จอมดาบอันดับหนึ่งที่เคยแพ้คนๆนึงกว่าพันครั้ง แต่ว่า ครั้งเดียว เจ้าก็รู้ ซักครั้งเดียว ข้าก็ยังไม่เคยชนะอุนได้เลย แต่เจ้าบ้านั่นกลับยอมฆ่าตัวตายใต้คมดาบของข้า โชริบ เจ้ารู้มั้ย ยิ่งข้าใช้ดาบสังหารพวกคนเลวมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งคิดถึงไอ้เจ้านั่นทุกครั้ง ข้าลืมไม่ได้ ภาพที่เจ้านั่น..... ภาพที่อุน...” พูดออกเพียงแค่นั้น จอมดาบหนุ่มนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ยออุนเอาตัวพุ่งเข้าหาดาบของตน ดาบเล่มนั้นปักเข้าอกข้างซ้ายอย่างเต็มแรง คำพูดไม่กี่ประโยคสุดท้ายที่พูดกันทั้งน้ำตา ก่อนที่ใต้เท้าแห่งฟ้าแห่งสำนักโคมดำจะหมดลมหายใจไปต่อหน้า

ไกลออกไปจากเมืองหลวงฮันยาง มีกระท่อมเล็กๆตั้งอยู่ชายหมู่บ้านในชนบทที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ถึงแม้นว่าจะเป็นกระท่อมเล็กๆ ไม่โอ่อ่าแต่อย่างใด แต่กลับมีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้าออกอยู่ทุกวัน

“ท่านหมอๆ อยู่รึเปล่าขอรับ ลูกชายข้า... ลูกชายข้าถูกงูพิษกัดขอรับ” เสียงชราของผู้เฒ่าท่านหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม

“อา....” เสียงตอบรับสั้นๆจากชายหนุ่มดังออกมาจากด้านใน ก่อนที่ประตูจะเลื่อนเปิดออกช้าๆ

ชายหนุ่มผมยาว อายุประมาณยี่สิบเศษ ก้มศีรษะให้พ้นขอบประตูก้าวออกมาจากด้านใน มองเพียงชั่วขณะแรกก็รู้ได้โดยทันทีว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามที่แข็งแรงคนหนึ่ง แม้รูปร่างจะไม่สูงใหญ่แบบชายชาติทหารทั่วไป แต่ก็สามารถทำให้ผู้พบเห็นต้องยอมสยบอยู่เบื้องหน้าอย่างยำเกรง เหมือนมีรัศมีบางอย่างแผ่ออกมา

“ท่านลุงกรุณาคอยสักครู่นะขอรับ...” เสียงที่นุ่มนวลและสุภาพสร้างความเป็นกันเองให้กับผู้มาเยือน รอยยิ้มที่แย้มสรวลออกมา ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่มาพร้อมกับผู้เฒ่าต่างเขินอายราวกับต้องมนต์แห่งความหล่อเหลา ถึงแม้จะมีรอยแผลเป็นอยู่เหนือแก้มด้านขวา แต่ก็ไม่อาจลบความงามของใบหน้านั้นลงไปได้แม้แต่น้อย

ร่างโปร่งกลับเข้าไปข้างในเพื่อหยิบกล่องเข็มและยาสมุนไพรออกมา แล้วตามชาวบ้านกลุ่มนั้นออกไปเพื่อรักษาอาการป่วยของลูกชายท่านผู้เฒ่า เกือบสองปีมาแล้วที่ชายหนุ่มเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ มาพร้อมกับหญิงแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง ชายแปลกหน้าที่มาพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัสชนิดที่เรียกได้ว่าไม่น่าจะรอด แม้แต่หมอฮัวโต๋แห่งสามก๊กฟื้นคืนชีพ ก็ไม่น่าจะรักษาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ็บสาหัสอยู่หนึ่งเดือน แม่นางแปลกหน้าคนนั้นกลับทำได้ ชายหนุ่มผู้นี้หายเป็นปรกติ เขาซื้อที่ดินเล็กๆเพื่อเพาะปลูก พร้อมกับปลูกกระท่อมด้วยมือตนเอง แล้วเริ่มกลายเป็นหมอช่วยชีวิตคนในหมู่บ้าน จากหนึ่งเพิ่มเป็นสิบ จากสิบเพิ่มเป็นร้อย ด้วยวิชาฝังเข็มอันสุดยอด ชายหนุ่มหน้าสวยคนนี้ได้ช่วยชีวิตและรักษาโรคให้ชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ไม่นาน ชาวบ้านที่เคยสงสัยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ก็เลิกสนใจไปเอง แล้วเรียกเขาว่าท่านหมอ ท่านหมออุน (อุนแปลว่าโชคชะตา) เพราะโชคชะตานำเขามาที่นี่ เพื่อช่วยชีวิตผู้คนที่นี่นั่นเอง ส่วนแม่นางผู้นั้น หลังจากชายหนุ่มหายเป็นปรกติได้ไม่นาน นางก็จากไปอย่างไร้ร่องรอย

“ขออภัยที่พวกข้ามารบกวนท่านหมอตอนดึก.... แต่อาการของลูกข้า....”

“รีบไปเถอะ ขืนช้า เด็กอาจจะอาการทรุดหนักลงไปอีก” แล้วท่านหมอหนุ่มคนนี้ ก็เดินตามชาวบ้านไปรักษาคนป่วย อย่างที่เคยทำมาตลอดปีกว่าที่ผ่านมา

ท้องฟ้าสว่าง รุ่งอรุณฉายแสง หมอหนุ่มเดินออกมาจากบ้านผู้ป่วย หลังจากเฝ้าดูอาการทั้งคืน ค่อยๆแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วเดินกลับบ้าน ไปพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุขที่ได้ช่วยผู้คน ที่ได้เห็นชาวบ้านเหล่านั้นยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาได้

“วิชาแพทย์ และวิชาฝังเข็มของท่านหมอเป็นหนึ่ง ไม่มีสอง ยิ่งวิธีการที่ท่านหมอใช้นะขอรับ ท่านกล้าดูดพิษงูด้วยหรือขอรับ สุดยอดจริงๆ” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกขอรับ ถึงวิธีการขจัดพิษงูของข้าจะดีเยี่ยม แต่ถ้าพูดถึงวิชาแพทย์และวิชาฝังเข็มของข้า ได้รับถ่ายทอดมาจากผู้อื่นน่ะ ฝีมือนางสูงส่งกว่าข้าเสียอีก”

“ท่านหมอหมายถึง แม่นางที่พาท่านมาที่นี่คนนั้นหรือขอรับ คนที่รักษาท่านน่ะขอรับ” ผู้เฒ่าถามบ้าง

“ใช่ นางนั่นแหละ ข้าอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่ก่อน และวิชาการตรวจโรคที่นางถ่ายทอดให้ข้าเมื่อตอนที่นางรักษาให้ข้าที่กำลังบาดเจ็บในตอนนั้น เดิมที ข้าควรจะตายไปแล้ว แต่เพราะวิชาแพทย์ของนาง ที่ช่วยชุบชีวิตข้าขึ้นมา และเพราะความรู้ที่นางสอนข้า ข้าถึงได้เป็นหมออย่างทุกวันนี้ได้ยังไงล่ะขอรับ”

“นางมีบุญคุณกับท่านหมอมากนะขอรับ ข้าดูออกนะ ว่านางแอบมีใจให้ท่าน แต่เหมือนให้ความเคารพและไม่กล้าล่วงเกินอะไรทำนองนั้น ท่านหมอขอรับ ท่าน ที่แท้เป็นใครกันแน่” ผู้เฒ่าเอ่ยถาม

“ข้าหรือขอรับ... เป็นคนที่ตายไปแล้ว และไม่มีอดีตอีกต่อไปแล้วขอรับท่านผู้เฒ่า”

“แผลโดนดาบแทงที่อกซ้ายของท่านหมอ ถึงข้าจะไม่รู้วิชาแพทย์ แต่ข้าก็รู้ ว่านั่นมันจุดตายชัดๆ แล้วทำไมท่านหมอถึงได้......”

“ถึงได้ยังมีชีวิตอยู่เหรอขอรับ........” หมอหนุ่มใช้มือขวาคลำแผลที่อกซ้ายของตน นึกถึงตอนที่ตนใช้อกข้างนี้พุ่งเข้าหาดาบหมายจะจบชีวิตที่แสนเศร้าและโดดเดี่ยวนั้น ทว่า.....กลับยังมีชีวิตอยู่ได้

“เพราะโชคชะตามั้งขอรับ.....” ท่านหมอยิ้มให้ตัวเอง นึกถึงชะตาแห่งดาวเพชรฆาตที่ติดตัวมาแต่เกิด เพราะโชคชะตานี้กระมัง เขาถึงยังมีชีวิตอยู่ได้ เพราะชะตานี้กระมัง ทำให้เขารอดพ้นเงื้อมมือแห่งพญามัจจุราชมาได้ราวปาฏิหาริย์

“แล้วแม่นางผู้นั้น หายไปไหนแล้วล่ะขอรับท่านหมอ”

“ข้าก็ไม่ทราบขอรับ... นางจากไปโดยไม่กล่าวอำลา ข้าก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหานางที่ไหน ได้แต่หวังว่าซักวัน นางจะมาหาข้าอีกครั้ง” กล่าวจบ ท่านหมอหนุ่มรูปงามก็เดินจากไป ใจหนึ่งก็คิดถึงแม่นางกูฮยาง สายลับหญิงแห่งสำนักโคมดำผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตตน แต่เมื่อนึกถึงการรักษาคนที่ถูกงูกัดเมื่อครู่นี้ ก็ทำให้ตนนึกถึงใครอีกคนนึงขึ้นมา คนๆแรก ที่ตนดูดพิษงูรักษาอาการให้ เกือบสองปีที่ไม่ได้พบกัน เกือบสองปี ที่คนๆนั้นคิดว่าตนตายจากไปแล้ว บางครั้ง การคิดถึงคนๆนั้นก็ทำให้เขามีความสุข แต่ในทางกลับกัน ความสุขนั้น ก็มักมาพร้อมความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และเศร้าสร้อยเสมอ ท่านหมอไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้านในทันที แต่เดินไปยังร้านเหล้าเล็กๆที่เปิดแต่เช้า จากนั้นก็ซื้อเหล้ามาดื่ม เติมเหล้าลงไปในถ้วย แล้วยกขึ้นดื่ม เมื่อความคิดถึงยังไม่ทันหมดไป เขาก็เทเหล้าลงไปในถ้วยอีก แล้วก็ดื่มอีก ราวกับว่าสิ่งที่ท่านหมอคิดถึงอยู่ในเหล้าก็ไม่ปาน

...

...




Create Date : 07 มกราคม 2556
Last Update : 7 มกราคม 2556 20:26:01 น.
Counter : 1462 Pageviews.

15 comments
  
ดีใจที่ซู๊ดดดดดดดดดด ที่ได้อ่านฟิค อุน-ซู ค่ะ ^__________^

ต่างคนต่างคิดถึงกันแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกานนนนน T___T
โดย: ิbee boa IP: 180.183.131.14 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:21:26:13 น.
  
อยากให้เจอกัน เนอะ
โดย: Kate IP: 118.173.53.112 วันที่: 7 สิงหาคม 2557 เวลา:16:52:58 น.
  
มีคนอ่านฟิครายใหม่มาเม้นต์แล้ว.......

ขอให้คุณ Kate ตามอ่าน และเม้นต์ให้ด้วยนะครับ
โดย: Niramitr วันที่: 7 สิงหาคม 2557 เวลา:21:38:24 น.
  
ไม่คิดว่าจะมีคนแต่ง
หามานานนนนนนนนนน
โดย: pp IP: 27.55.213.45 วันที่: 8 สิงหาคม 2557 เวลา:22:40:45 น.
  
มีหนังสือเรื่องนี้ขายรึเปล่าค่ะ แล้วจะหาซื้อได้ที่ไหนค่ะ
โดย: noo_hnong IP: 49.48.167.213 วันที่: 28 สิงหาคม 2557 เวลา:21:28:42 น.
  
หนังสือไม่น่าจะมีขายนะครับ

เรื่องดั้งเดิมเป็นซีรี่ส์ที่สร้างใหม่ ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดัดแปลงจากหนังสือ

แต่เนื้อเรื่องก็อิงประวัติศาสตร์อยู่บ้าง ถึงแม้ว่าเรื่องเวลาจะเหลื่อมๆอยู่บ้างก็ตาม

ส่วนฟิคนี้ ผมมโนบวกจินตนาการแต่งเอง ต่อยอดจากซีรี่ส์ที่จบเศร้าจนไม่มีความสุข

เลยต้องแต่งฟิคหนูอุน ตัวละครสุดรัก ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
โดย: Niramitr (Niramitr ) วันที่: 29 สิงหาคม 2557 เวลา:12:01:18 น.
  
แต่งได้สนุกมากค่ะ รอตอนที่25อยู่นะค่ะ
โดย: noo_hnong IP: 223.204.172.201 วันที่: 30 สิงหาคม 2557 เวลา:19:49:51 น.
  
แต่งได้สนุกมากค่ะ รอตอนที่25อยู่นะค่ะ
โดย: noo_hnong IP: 223.204.172.201 วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:16:53:37 น.
  
กลับมาอ่านตอนแรกอีกครั้ง(ชักบ้า)555+
ชอบตอนที่ต่างฝ่ายต่างคิดถึงกัน
โดย: pp IP: 27.55.224.185 วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:21:45:49 น.
  
ขอบคุณ Writer นะคะ อยากให้คู่กันตั้งแต่ในseries แล้วค่ะ อาจจะเจอ fic ช้าไปหน่อย แต่ก็ดีใจมากคร้าาาา
โดย: ณ ฟ้า IP: 101.109.78.226 วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:23:09:57 น.
  
ปล่อยให้คิดถึงกันมากๆไปก่อน ตอนเจอกันจะได้....อิอิ
โดย: ณ ฟ้า IP: 101.109.78.226 วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:23:17:13 น.
  
อ่านแล้วฟิน..แถมอินจัด ขนาดอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ขอบคุณWriter จริงๆนะค้า สำหรับฟิคน่ารักแบบนี้
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:19:06:21 น.
  
Writer จะรวมฟิคเป็นเล่มจำหน่ายบ้างไหมคะ..อยากได้ฟิคเรื่องนี้เก็บไว้จังเลยค่ะ
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:19:16:19 น.
  
กลับมาอ่านอีกรอบ นึกถึงฟิคเรื่องนี้เวลาย้อนไปดูซี่รี่ย์
โดย: pp IP: 202.29.34.253 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:50:18 น.
  
กลับมาอ่านอีกรอบ ฟิคในดวงใจ
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.229.76.180 วันที่: 5 มกราคม 2559 เวลา:17:46:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments