ขอหนูไปด้วยคน ภาค2...พักโฮมสเตย์ ดูหิ่งห้อยแสงเขียว เที่ยวอัมพวา
การเดินทางในครั้งนี้ ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเด็กๆ ไปทำความรู้จักกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพักโฮมสเตย์ เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น คณะของเราก็ประกอบไปด้วย เด็กๆ และผู้ดูแล ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในผู้ดูแลเด็กๆ เหล่านั้น กิจกรรมในวันแรกก็ประกอบไปด้วย เที่ยวชมอุทยาน ร.2 จากนั้น แวะตลาดร่มหุบ และนั่งเรือเข้าที่พัก ซึ่งโฮมสเตย์ที่เราพักชื่อ บ้านริมคลอง ซึ่งบอกได้เลยว่า บริการประทับใจมากในราคามิตรภาพสุดๆ (คุณภาพเกินคุ้มอ่ะนะ)



หลังจากถึงที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัยแล้ว บ่ายสี่โมงเค้าก็มีบรรยายเรื่องการทำน้ำตาลมะพร้าว โดยพาไปดูการตัดงวงมะพร้าว เพื่อเอาน้ำหวาน การเคี่ยว แล้วก็การหยอดน้ำตาลที่เคี่ยวได้ที่แล้ว โดยในขั้นตอนต่างๆ นี้ผู้สาธิตได้ให้พวกเราช่วยกันทำอย่างสนุกสนาน ตัวเราเองได้ผ่าลูกจากด้วย จากนั้น ก็ฟังบรรยายความเป็นมาของโฮมสเตย์แห่งนี้ ก่อนที่จะรับประทานอาหารเย็น และนั่งเรือเพื่อชมบ้านเรือนของชาวอัมพวา ... จะว่าโชคดีก็ได้ ที่วันที่เราไปเป็นวันธรรมดา ทำให้คลองไม่พลุกพล่านนัก (เราชอบนะ) แต่จะว่าโชคร้ายก็ได้อีกเช่นกัน เพราะพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของตลาดน้ำยามเย็น ที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์อีกอย่างนึงเลยทีเดียวของอัมพวา



หลังจากล่องเรือชมสถาพบ้านเรือนสองฝั่งคลอง เราก็ได้มีโอกาสแวะกราบพระที่วัดสำคัญสองวัดของอัมพวา นั่นคือ วัดจุฬามณี และวัดบางแคน้อย ... ซึ่งวัดหลังนี้ เราอยากให้คนไทยทุกคน เข้าไปดูงานไม้แกะสลักที่คงหาดูไม่ง่ายแล้ว ตอนแรกเราเองไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอหลวงพี่บรรยายให้ฟังถึงความเป็นมาของอุโบสถหลังนั้น ทำให้แทบจะไม่มีใครเลยที่จะกลับไปโดยที่ไม่กดชัตเตอร์ เพราะงานไม้ด้านล่างสุด (ถ้าใครได้ไปดู) จะเป็นสีน้ำตาลอ่อน กับน้ำตาลเข้ม ที่เกิดจากการเจาะไม้สีนึง แล้วเอาไม้อีกสีนึงที่ทำเป็นรูปเดียวกันไปวางใส่แทน ภาพที่ได้จึงดูเรียบๆ แบบสองสี ซึ่งพอรู้ขั้นตอนการทำ ก็ได้แต่ตะลึงตึงตึง... แล้วก็กดชัตเตอร์ไปตามระเบียบ

ส่วนภาพด้านบนเป็นศิลปะแบบนูนสูง บอกเล่าเรื่องราวทศชาติของพระพุทธเจ้า และภาพด้านหน้า เป็นภาพประสูตร และปรินิพพาน ส่วนเรื่องราวของการตรัสรู้คือ พระพุทธรูปที่นั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ที่แกะสลักใบจากไม้สัก ทีละไบเป็นร้อยๆ ใบ ส่วนภาพด้านหลัง เป็นภาพพระพุทธเจ้าตอนมารผจญ ซึ่งช่างที่สลักได้สอดแทรกมุขตลกไว้ภายในภาพอีกด้วย



หลังจากกิจทางด้านศาสนาแล้ว คุณเล็กเจ้าของโฮมสเตย์ก็ได้นำพวกเราไปดูหิ่งห้อย ซึ่งคืนนี้ถือว่าโชคดีมาก เพราะว่าหิ่งห้อยไม่ขี้อาย เลยได้ดูกันแบบอิ่มใจ น่าเสียดายที่แสงของหิ่งห้อยมีน้อยมาก แล้วประกอบกับถ่านกล้องถ่ายรูปของเราที่มีน้อยกว่า ทำให้ไม่สามารถถ่ายรูปมาอวดได้ ได้แต่เก็บความประทับใจนี้ เอาไว้ในความทรงจำ

วันรุ่งขึ้น พวกเราก็ออกเดินทางเพื่อไปปลูกป่าชายเลน และเล่นกระดานเลน บอกได้เลยว่ามาแล้วคุ้มมั่กๆ ตอนแรกเราว่าจะไม่เล่นน้ำ เลยไม่ได้เอาชุดไปเปลี่ยน แต่สุดท้าย ก็ทนเสียงเรียกร้องจากหัวใจไม่ไหว ลงไปเล่นกระดานเลนเพื่อนเก็บหอยแครงเป็นคนแรกๆ เลยทีเดียว จากนั้นก็นั่งเรือไปยังที่ที่เค้าปลูกป่าชายเลน โดยพี่คนขับเรือเค้าบอกว่า การจะปลูกป่าโกงกางนั้น ไม่ใช่ว่าปลูกโดดๆ ได้เลย จะต้องปลูกใต้ต้นแสม เพราะว่ารากแสมจะช่วยยึดดินและไม่ให้ต้นโกงกางที่ปลูกลอยหายไป ซึ่งถือว่าเป็นความรู้ใหม่เลยก็ว่าได้ ส่วนที่เค้าปลูกกันเป็นแถว โดยไม่มีแสมพี่เค้าบอกว่ารอดยาก แต่มันก็เป็นเรื่องของการค้ากันไปแล้ว...จะทักท้วงก็เห็นจะลำบาก

ปลูกป่าเสร็จก็นั่งเรือมาขึ้นรถประมาณบ่ายสองโมง จากนั้นก็แวะตลาดเพื่อซื้อของฝาก ซึ่งส่วนมากที่ได้มาก็จะเป็นของกิน ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึก ปลาทู กุ้งแห้ง พอได้เวลาบ่ายสามโมงก็ออกเดินทางกลับเมืองกาญจน์ ถึงบ้านน้อยกลอยใจก็ราวๆ หกโมงเย็น ... แจกจ่ายของฝากเสร็จก็พักผ่อนตามอัธยาศัยเหมือนเดิม ...ไม่อยากจะบอกเลย ว่าวันรุ่งขึ้นต้องนอนนิ่งๆ หยุดอยู่กับบ้าน เพราะฤทธิ์ของกระดานเลน และป่าชายเลน (ไม่โทษตัวเองเล๊ย ... ว่า แก่แล้วมะเจียม แหะๆๆ)



Create Date : 27 กันยายน 2551
Last Update : 23 เมษายน 2554 13:14:09 น.
Counter : 733 Pageviews.

0 comments

I_am_Nin
Location :
Glasgow  United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ ท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน... ทางเว็บของเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อกส่วนตัวของหนูหิ่นค่ะ(ราวกับว่า ประชาสัมพันธ์ห้างมาเอง)

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่มีอุปนิสัยสนุกสนานร่าเริง รักการอ่านทุกประเภท ชอบท่องเที่ยว (ไม่รักสัตว์ ไม่รักเด็ก เพราะไม่คิดจะเป็นนางงาม อิอิ)... ส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวตามแต่กำลังทรัพย์ ชอบเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ

... หน้าที่การงานตอนนี้ ก็หลบเลี่ยงจากความวุ่นวายของงานการที่ทำอยู่ มาเป็นนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง (อยู่ดีไม่ว่าดี มาหาหงอกใส่หัวจนได้) ตอนนี้ก็มาเรียนต่ออยู่ที่เมืองผู้ดีค่ะ

** เพื่อป้องกันการสับสน หนูหิ่นขอแจ้งให้ทราบว่า ชื่อหนูหิ่นที่ใช้ในบล็อกนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหนูหิ่นที่เป็นนางเอกหนังแต่อย่างใด ชื่อนี้ถูกใช้เพื่อสื่อสารกับพี่น้องและผองเพื่อน... ที่ได้เรียกขานเรามาตั้งแต่หนูหิ่นยังเป็นส่วนหนึ่งของมหาสนุก... (สิบปีที่แล้ว) ... ก็ว่าตัวเองหน้าตาดีพอประมาณนะ ไม่รู้ว่าทำไมตอนที่พี่เค้าหาคนไปแสดงละคร (ถ่ายสไลด์ ประกอบละคร) เค้าถึงได้ตั้งใจเลือกเราก็ไม่รู้... เลยถือโอกาสใช้ชื่อหนูหิ่น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... แล้วที่ใช้ชื่อเป็น... แล้วหนูหิ่น ก็โกอินเตอร์... เพราะว่า ในที่สุดก็ได้มาเรียนต่อนั่นเอง (ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้อยู่บนเกาะนี้รวมเวลาเกือบหกปีแล้ว...) สุดท้ายนี้..ขอได้รับความขอบคุณจากผู้อ่านทุกท่านที่สนับสนุนงานเขียน (ในบล็อกนี้) ของหนูหิ่นเสมอมาค่า...