Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 

KTB บุกสินเชื่อสวัสดิการ เป้า 1.7 หมื่นล้าน

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย


ธนาคารกรุงไทยเอ็มโอยูสนับสนุนสินเชื่อตำรวจ 3 พันล้านบาท วางเป้าสินเชื่อสวัสดิการปี"52 กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวนกว่า 200,000 ราย

ทั้งนี้ ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออเนกประสงค์ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สินเชื่อเพื่อศึกษาต่อ สินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ ระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 10 ปี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเตรียมเดินหน้าขยายฐานสินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจต่อเนื่อง ซึ่งปี 52 ธนาคารวางเป้าหมาย ปล่อยสินเชื่อสวัสดิการรวมกว่า 17,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20%

กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดสินเชื่อสวัสดิการแก่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจแล้วกว่า 140 แห่ง เช่น กองทัพบกและกองทัพอากาศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมประชาสัมพันธ์ กรมธนารักษ์ สำนักงานประกันสังคมฯลฯ เป็นยอดสินเชื่อสวัสดิการรวม 86,000 ล้าน

>





 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2552 22:05:35 น.
Counter : 482 Pageviews.  

ออสซี่-กีวีบอนด์..บทเรียนลงทุน FIF ( กองทุนลงทุนในต่างประเทศ )

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย


“กองทุนออสซี่-กีวีบอนด์” ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ไม่ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน กลายเป็นเรียนราคาแพงผู้ลงทุน

หลังจากเกิดกรณี “กองทุนออสซี่-กีวีบอนด์” ซึ่งไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยไม่ปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ จนเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนติดลบ และทำให้ บลจ.ที่ออกต้องขอมติผู้ถือหน่วยเพื่อขยายอายุกองทุนออกไป

เหตุการณ์นี้จะทำให้ “กองทุนปิดตราสารหนี้ต่างประเทศ” ที่เปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ในลักษณะนี้หมดไปหรือไม่

“ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย มองว่า กองทุนในลักษณะดังกล่าวนี้คงไม่ล้มตายหายไปไหน หากมีโอกาสในการลงทุนเกิดขึ้นอีก อาจจะมีบลจ.ที่นำเสนอโปรดักท์ในลักษณะนี้ให้กับผู้ลงทุนอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักลงทุนเองคงได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ลงทุนในกองทุนออสซี่-กีวีบอนด์ในครั้งนี้ไปพอสมควรว่าการไปลงทุนในกองทุนปิดโดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าในต่างประเทศ โดยไม่ได้ปิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้มีความเสี่ยงระดับไหน การที่กองทุนเปิดให้ผู้ลงทุนออกได้เพียงครั้งเดียวในวันสิ้นสุดอายุกองทุน ผู้ลงทุนก็ต้องไปลุ้นเอาว่าทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนในวันสุดท้ายนั้นจะเป็นเช่นไร

แต่เชื่อว่าการต่ออายุกองทุนออกไปในระยะยาวน่าจะช่วยลดผลกระทบต่อเงินลงทุนของผู้ลงทุนได้ไม่มากก็น้อย

“โดยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะมีค่อนข้างสูงตามขนาดของการเปิดประเทศที่มี ในกรณีของเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย หรืออังกฤษมีการเปิดประเทศค่อนข้างมาก เงินทุนสามารถไหลเข้าออกในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ โอกาสที่ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนสูงก็มีมากเช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้คือความเสี่ยงที่อาจไม่คุ้มค่านักกับผลตอบแทนที่คาดหวังจะได้รับจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ซึ่งดอกเบี้ยที่สูงในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นถ้าปิดความเสี่ยงค่าเงินหมด 100% จะเหลือผลตอบแทนประมาณ 0.5% เท่านั้น ฝากเงินในประเทศไทยก็ไม่แตกต่างกันแล้ว”

“ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.อยุธยา ที่มองว่า หากจะไปลงทุนตราสารหนี้ในต่างประเทศโดยผ่านกองทุนรวม ในกรณีที่เปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้นั้นควรจะไปลงทุนผ่าน “กองทุนเปิด” มากกว่ากองทุนปิด เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมาก

โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ผลตอบแทนของกองทุนออสซี่-กีวีบอนด์ก็เคยขยับขึ้นไปสูงแต่นักลงทุนก็ไม่ได้ประโยชน์เพราะเป็นกองทุนปิด ขายทำกำไรออกมาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นกองทุนเปิดนักลงทุนจะเข้าหรือออกตอนไหนก็ได้ ดังนั้น ถ้าจะไปลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศโดยเปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนไว้ แนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนเปิดดีกว่า

“ในส่วนของโอกาสการลงทุนในเกาหลีใต้ บลจ.อยุธยาก็กำลังดูอยู่เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามมองว่าจากวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ผู้ลงทุนน่าจะอยากจะกลับมาลงทุนในประเทศมากกว่าที่จะออกไปต่างประเทศในช่วงสั้นนี้ จึงยังไม่แนะนำนักลงทุนออกไปต่างประเทศ เพราะความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก”
กลับมาให้เห็นอีกครั้งสำหรับ “กองทุนกิมจิบอนด์” หลังจากเปิดศักราชปีฉลูมาได้ไม่นาน นำร่องมาโดย “บลจ.กสิกรไทย” และ “บลจ.กรุงไทย”

โดยดร.วิน บอกว่า มีนักลงทุนที่มีความเข้าใจต้องการที่จะลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน เพราะกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ที่จะครบอายุในกลางปีนี้มีอยู่ประมาณ “2 แสนล้านบาท” นั้น ส่วนหนึ่งก็น่าจะยังมองหาโอกาสการลงทุนในลักษณะนี้อยู่อีกคือได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยโดยไม่มีความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมีการปิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ทั้งหมด แต่นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งก็คงกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนตราสารตลาดเงินในประเทศต่อไปแทน

“โอกาสที่เปิดอยู่ตอนนี้ที่เกาหลีใต้ มาจากข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศเขาตราบเท่าที่ยังมีข่าวร้ายอยู่ โอกาสในการลงทุนก็ยังเปิดอยู่เช่นกัน โดยกองทุนพันธบัตรเกาหลีที่บลจ.กสิกรไทยออกมาอายุ 1 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.2-2.4% สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 1.0% โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ตรงนี้ก็จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่มีความเข้าใจ เพราะยังมีความต้องการจากลูกค้ากลุ่มนี้อยู่พอสมควร”

ตราบเท่าที่โอกาสการลงทุนเปิดอยู่ ย่อมจะมีเม็ดเงินลงทุนวิ่งไปหาอยู่เสมอที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า “ผลตอบแทน” กับ “ความเสี่ยง” เป็นสิ่งที่มาควบคู่กัน แล้วนักลงทุนจะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไรเท่านั้นเอง




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 6:48:04 น.
Counter : 319 Pageviews.  

นอนแบงก์ผวาหนี้เน่า สินเชื่อบุคคลวูบ4%

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



นอนแบงก์ผวาหนี้เน่าพุ่ง ฉุดยอดสินเชื่อส่วนบุคคลเดือนธ.ค.ลดลงกว่า 4% หนี้คงค้างกว่า 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาท

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขการให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบัตรเครดิต พบว่า สิ้นเดือนธันวาคม 2551 จำนวนบัตรเครดิตที่ใช้ในระบบมีทั้งสิ้น 12,987,073 บัตร เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2550 จำนวน 983,704 บัตร หรือ 8.19%

ทั้งนี้ จำนวนบัตรเครดิตดังกล่าว เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ไทย 5,031,411 บัตร เพิ่มขึ้น 295,427 บัตร หรือ 6.23% เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศ 1,365,483 บัตร เพิ่มขึ้น 64,560 บัตร หรือ 4.96%

ขณะที่บัตรเครดิตของบริษัทประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) มีทั้งสิ้น 6,590,179 บัตร เพิ่มขึ้น 623,717 บัตร หรือ 10.45%

สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรรวม 64,635.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปี 2550 จำนวน 6,128.01 ล้านบาท หรือ 10.44% ส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ไทย 32,841.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,611.83 ล้านบาท หรือ 16.34%

ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศ มี 9,285.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 742.19 ล้านบาท หรือ9.33% การใช้จ่ายผ่านบัตรนอนแบงก์ เพิ่มขึ้น 3.23% หรือ 723 ล้านบาท โดยมีการใช้จ่ายทั้งสิ้น 22,508.34 ล้านบาท

ยอดคงค้างสินเชื่อบัตรเครดิตเดือนธ.ค.พุ่ง 12%

ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 189,226.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปี 2550 จำนวน 9,951.32 ล้านบาท หรือ 12.55%

โดยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด เป็นสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทย มียอดคงค้างทั้งสิ้น 67,585.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,779.7 ล้านบาท หรือ 13% รองลงมาเป็นสินเชื่อของนอนแบงก์ มียอดคงค้าง 86,686.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,595.3 ล้านบาท หรือ 4.32%

ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคารต่างประเทศ มียอดคงค้างทั้งสิ้น 34,954.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,423.14 ล้านบาท หรือ 3.91% ส่วนสินเชื่อที่ค้างชำระ 3 เดือนขึ้นไป เข้าข่ายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 5,191 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปี 2550 จำนวน 659 ล้านบาท หรือ 11.26%

โดยหนี้เอ็นพีแอลสินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ไทยมีทั้งสิ้น 2,115 ล้านบาท ลดลง 7% เอ็นพีแอลของธนาคารต่างประเทศมี 1,156 ล้านบาท ลดลง 417 ล้านบาท หรือ 26.5% และเอ็นพีแอลในส่วนหนี้ของนอนแบงก์ มีทั้งสิ้น 1,920 ล้านบาท ลดลง 235 ล้านบาท หรือ 10.9%

สินเชื่อส่วนบุคคลเดือนธ.ค.ลด 4% นอนแบงก์คุมเข้มปล่อยกู้

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้รายงานตัวเลขสินเชื่อส่วนบุคคล พบว่า มีบัญชีลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลในระบบทั้งสิ้น 10,332,182 บัญชี ลดลงจากระยะเดียวกันของปี 2550 จำนวน 513,121 บัญชี หรือ 4.73% โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของลูกหนี้นอนแบงก์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 7,642,818 บัญชี ลดลง 595,734 บัญชี หรือ 7.23% บัญชีลูกหนี้ของธนาคารต่างประเทศ มีทั้งสิ้น 767,919 บัญชี ลดลง 4,664 บัญชี หรือ 0.6%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ไทยมีลูกหนี้เพิ่มขึ้น 87,227 บัญชี หรือ 4.75% มีจำนวนบัญชีทั้งสิ้น 1,921,455 บัญชี โดยน่าจะมาจากนอนแบงก์เริ่มมีความระมัดระวัง และดูแลความเสี่ยงของลูกค้าที่จะขอสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ขณะที่ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้างทั้งสิ้น 229,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17,332 ล้านบาท หรือ 8.18% โดยสินเชื่อของนอนแบงก์มียอดคงค้างทั้งสิ้น 102,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท หรือ 1.98% ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารต่างประเทศมีทั้งสิ้น 21,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,593 ล้านบาท หรือ 6.91%

ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยมีทั้งสิ้น 104,804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,925 ล้านบาท หรือ 7.88% โดยมีสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผิดค้างชะหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไป มียอดทั้งสิ้น 8,253 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปี 2550 จำนวน 992 ล้านบาท หรือ 10.73%

โดยเป็นเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ไทย 3,094 ล้านบาท ลดลง 303 ล้านบาท หรือ 8.91% เป็นเอ็นพีแอลของนอนแบงก์ 3,910 ล้านบาท ลดลง 260 ล้านบาท หรือ 6.23% และเป็นเอ็นพีแอลของธนาคารต่างประเทศ 1,249 ล้านบาท ลดลง 429 ล้านบาท หรือ 25.5%





 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 6:53:17 น.
Counter : 398 Pageviews.  

เกาหลีใต้หั่นดบ.ลงอีก0.5%อยู่ที่ 2%

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50 %สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.00 %

นับเป็นการปรับลดครั้งที่ 6 ในรอบ 4 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์ในการป้องกันไม่ให้วิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลให้เกาหลีใต้ต้องเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทั้งสิ้น 3.25 % แล้วนับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. ซึ่งรวมถึงการปรับลดถึง 1 % ในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 6:47:09 น.
Counter : 216 Pageviews.  

จ่อขึ้นราคาน้ำมันรอบ2ไม่เกินลิตรละบาท

ที่มา //www.bangkokbiznews.com


รมว.พลังงานเล็งปรับราคาน้ำมันครั้ง 2 ไม่เกินลิตรละ 1 บาทอุดภาษีสรรพสามิตร พร้อมนำเงินกองทุนน้ำมันชดเชยส่วนต่างราคาก๊าซหุงต้ม

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เผยขอรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกก่อนพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตครั้งที่ 2 จำนวนไม่เกินลิตร 1 บาท/ลิตร หลังจากรัฐบาลได้ปรับขึ้นภาษีสรรพามิตน้ำมันครั้งแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาจำนวน 1.55 บาท/ลิตร

ในการปรับขึ้นครั้งใหม่จะดูช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำมันและสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะนำมาชดเชยการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยขณะนี้กองทุนน้ำมันฯ มีกระแสเงินสด 17,000 ล้านบาท และต้องแบกรับภาระจากการชดเชยการชะลอปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันวันละ 140 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปชดเชยส่วนต่างราคานำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) หลังจาก บมจ.ปตท.(PTT) แบกรับภาระชดเชยราคาก๊าซหุงต้มเต็มเพดานที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยจะเสนอเรื่องขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) พิจารณาอนุมัติต่อไปทันที

"ราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 505 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากที่กระทรวงพลังงานได้เสนอต่อ กพช.ว่าราคามีแนวโน้มจะขึ้นไปถึง 510 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ราคาขายปลีกในประเทศอยุ่ที่ประมาณ 330 เหรียญสหรัฐ/ตัน" นพ.วรรณรัตน์ กล่าว

น่าจะได้เวลาเติมน้ำมัน อีกแล้วสินะ





 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2552 6:53:26 น.
Counter : 230 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.