Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 
สยามแก๊สเตรียม3พันล้านต่อยอดธุรกิจบุกนอก

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน)
ทายาทเจ้าของโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ มองว่า ช่วงนี้เป็นโอกาสขยายธุรกิจ เพื่อเตรียมรับมือกับการพลิกกลับของเศรษฐกิจ แต่รูปแบบการลงทุนในแต่ละโครงการ ฝ่ายบริหารต้องมั่นใจกว่า 80% ต้องประสบผลสำเร็จ และคืนทุนภายใน 5 ปี

"สถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่การลองผิดลองถูก แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอยรุนแรง แต่ธุรกิจของสยามแก๊สยังมีผลประกอบการตามเป้า เพราะเป็นธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคของประชาชนทั่วไป"

เขาอธิบายต่อว่า จากภาพรวมอุตสาหกรรมแอลพีจีช่วง 3 เดือนแรก แม้ว่ายอดขายก๊าซแอลพีจี จะลดลงกว่า 5% แต่ยอดขายกลุ่มหุงต้มและรถยนต์ กลับไม่ปรับลดลง มีเพียงยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ลดลงรุนแรงถึง 30%
ดังนั้น สยามแก๊ส ซึ่งถือเป็นผู้ค้าก๊าซแอลพีจีรายใหญ่ของประเทศ ที่ครองมาร์เก็ตแชร์กว่า 50% จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้มากนัก

ขณะที่ปัญหาการเมืองในประเทศที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น ประเมินว่า ไม่มีผลต่อบริษัท เพราะเคยผ่านการชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลืองมาแล้ว แต่ผลประกอบการของบริษัทก็ยังเติบโต

"ความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ได้มีปฏิกิริยากับการบริโภคเชื้อเพลิง ส่วนตัวผมมองว่าปัญหาการเมืองตอนนี้ ใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ได้ แต่ขอให้มีเสถียรภาพ มีเวลาบริหารคลื่นวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังทะลักเข้ามา รัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็ต้องให้เวลาในการสร้างผลงาน ในฐานะนักธุรกิจไม่ควรยึดติดกับพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง" ศุภชัย กล่าว

ส่วนผลประกอบการปี 2551 สยามแก๊ส มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,095.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 442.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายแอลพีจีเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมาราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้แอลพีจีแทน จึงทำให้บริษัท ได้รับประโยชน์ด้วย

ส่วนในปี 2552 ตั้งเป้ารายได้ขยายตัว 15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 19,408.48 ล้านบาท โดยประเมินภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาพรวมอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ

ศุภชัย ยังได้ฉายภาพการต่อยอดในธุรกิจพลังงานของสยามแก๊ส ว่า เป้าหมายจริงๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และกระจายความเสี่ยงของกลุ่มสยามแก๊ส ซึ่งการลงทุนนี้ บริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เพราะขณะนี้ยังเหลือเงินสดที่มาจากการขายหุ้นไอพีโอ 1 พันล้านบาท

ล่าสุดบริษัทได้ขอมติจากผู้ถือหุ้นในการออกหุ้นกู้วงเงิน 3 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยจะทยอยออกหุ้นกู้ตามความจำเป็นในการลงทุน

ศุภชัย ยังบอกถึงรูปแบบการลงทุนแต่ละธุรกิจว่า ถ่านหินจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัท เพราะเริ่มดำเนินการไปแล้ว ในรูปแบบการซื้อมาขายไป ซึ่งปัจจุบันมียอดขาย 8 พันตันต่อ 2 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายก็คือฐานลูกค้าเก่าที่ต้องการลดต้นทุน โดยหันมาใช้ถ่านหินเป็นวัตถุดิบ

"ช่วงนี้เป็นการชิมลางไปก่อน เพื่อหาประสบการณ์จนกว่ายอดขายต่อเดือนจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือ 3-4 หมื่นตันต่อเดือน บริษัทจึงจะตัดสินใจเข้าไปลงทุนในเหมืองถ่านหินด้วยตัวเอง ซึ่งการลงทุนคงจะเข้าไปเทคโอเวอร์เหมืองที่มีรายได้อยู่แล้ว" ศุภชัย กล่าว

ส่วนธุรกิจเอทานอล เขาบอกว่า เป็นอีกขาหนึ่งของธุรกิจพลังงาน ที่บริษัทเข้าไปซื้อหุ้น 70% หรือ มูลค่า 260-280 ล้านบาท ใน บริษัท สยาม เอทานอล เอ็กซ์ปอร์ท จำกัด และเริ่มดำเนินการผลิตไปแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2552ที่ผ่านมา ได้ส่งออกเอทานอลล็อตแรกไปยังตลาดไต้หวัน 2 ล้านลิตร ราคาลิตรละ 16.90 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ไม่คุ้มทุน ทำให้บริษัทต้องชะลอดูแนวทางของภาครัฐก่อนว่าจะปรับเพิ่มราคาส่งออกเอทานอลให้เพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบหรือไม่

"หากยังคงใช้ราคาเดิม บริษัทจะชะลอการผลิตเอทานอลล็อตใหม่ไปก่อน ถ้าเดินเครื่องผลิตได้ทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาปีละ 500 ล้านบาท"

การตัดสินใจขยายการลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจหลักของสยามแก๊สนั้น ใช่ว่าจะได้รับประโยชน์จากฐานลูกค้าเก่าของแอลพีจีเท่านั้น แต่ยังสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เปรียบคู่แข่ง จากระบบโลจิสติกส์ของแอลพีจีที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคลังเก็บสินค้า ท่าเรือ หรือท่อขนส่ง ซึ่งทำให้ต้นทุนการต่อยอดธุรกิจของสยามแก๊สได้เปรียบคู่แข่งขัน

นั่นคือธุรกิจที่สยามแก๊สจะใช้เป็นตัวชูโรงขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต ขณะที่ธุรกิจแอลพีจี ซึ่งเป็นธุรกิจ ก็จะไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะบริษัทมีเป้าขยายสาขากว่า 70 แห่ง โดยจะเลือกลงทุนสาขาที่คุ้มทุน และไม่เป็นคู่แข่งกับดีลเลอร์เดิมที่มีอยู่แล้ว เพราะอนาคตหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีก แอลพีจีก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค

ศุภชัย ไม่ได้มองเฉพาะธุรกิจในประเทศเท่านั้น เขายังมองหาตลาดต่างประเทศเข้ามาหนุนอีกด้านเพราะเป้าหมายของสยามแก๊สอีก 3-5 ปี ต้องเป็นผู้นำของผู้ให้บริการพลังงานอันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศเป้าหมาย ได้แก่ เวียดนาม จีน และ มาเลเซีย

ประเทศแรกที่จะบุกเข้าไปทำตลาดให้บริการก๊าซแอลพีจี คือ เวียดนาม โดยจะลงทุนทั้งท่าเรือและคลังสินค้า ซึ่งใช้เงินลงทุน 400 ล้านบาท โดยจะเข้าไปเทคโอเวอร์ เพราะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการบุกเบิกธุรกิจด้วยตัวเอง ขณะนี้กำลังเจรจาคาดได้ข้อสรุปไตรมาส 2 ปีนี้

ส่วนการบุกตลาดจีนและมาเลเซีย ก็จะเป็นรูปแบบเทคโอเวอร์เช่นกัน และอาจจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้งบการเงินของบริษัทปีหน้า เริ่มบันทึกรายได้จากเงินลงทุนในต่างประเทศ

ทั้งนี้เป้าหมายการลงทุนของสยามแก๊สในต่างประเทศไม่ไกลเกินฝัน หากดูจากการเตรียมความพร้อมด้านเงินทุน น่าจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ที่จะยกระดับตัวเองเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการให้บริการพลังงานครบวงจรได้ไม่ยาก




Create Date : 16 เมษายน 2552
Last Update : 16 เมษายน 2552 7:38:49 น. 0 comments
Counter : 372 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.