Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 
ออสซี่-กีวีบอนด์..บทเรียนลงทุน FIF ( กองทุนลงทุนในต่างประเทศ )

ที่มา //www.bangkokbiznews.com



ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย


“กองทุนออสซี่-กีวีบอนด์” ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ไม่ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน กลายเป็นเรียนราคาแพงผู้ลงทุน

หลังจากเกิดกรณี “กองทุนออสซี่-กีวีบอนด์” ซึ่งไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยไม่ปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ จนเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนติดลบ และทำให้ บลจ.ที่ออกต้องขอมติผู้ถือหน่วยเพื่อขยายอายุกองทุนออกไป

เหตุการณ์นี้จะทำให้ “กองทุนปิดตราสารหนี้ต่างประเทศ” ที่เปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ในลักษณะนี้หมดไปหรือไม่

“ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย มองว่า กองทุนในลักษณะดังกล่าวนี้คงไม่ล้มตายหายไปไหน หากมีโอกาสในการลงทุนเกิดขึ้นอีก อาจจะมีบลจ.ที่นำเสนอโปรดักท์ในลักษณะนี้ให้กับผู้ลงทุนอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักลงทุนเองคงได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ลงทุนในกองทุนออสซี่-กีวีบอนด์ในครั้งนี้ไปพอสมควรว่าการไปลงทุนในกองทุนปิดโดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าในต่างประเทศ โดยไม่ได้ปิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้มีความเสี่ยงระดับไหน การที่กองทุนเปิดให้ผู้ลงทุนออกได้เพียงครั้งเดียวในวันสิ้นสุดอายุกองทุน ผู้ลงทุนก็ต้องไปลุ้นเอาว่าทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนในวันสุดท้ายนั้นจะเป็นเช่นไร

แต่เชื่อว่าการต่ออายุกองทุนออกไปในระยะยาวน่าจะช่วยลดผลกระทบต่อเงินลงทุนของผู้ลงทุนได้ไม่มากก็น้อย

“โดยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะมีค่อนข้างสูงตามขนาดของการเปิดประเทศที่มี ในกรณีของเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย หรืออังกฤษมีการเปิดประเทศค่อนข้างมาก เงินทุนสามารถไหลเข้าออกในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ โอกาสที่ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนสูงก็มีมากเช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้คือความเสี่ยงที่อาจไม่คุ้มค่านักกับผลตอบแทนที่คาดหวังจะได้รับจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ซึ่งดอกเบี้ยที่สูงในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นถ้าปิดความเสี่ยงค่าเงินหมด 100% จะเหลือผลตอบแทนประมาณ 0.5% เท่านั้น ฝากเงินในประเทศไทยก็ไม่แตกต่างกันแล้ว”

“ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.อยุธยา ที่มองว่า หากจะไปลงทุนตราสารหนี้ในต่างประเทศโดยผ่านกองทุนรวม ในกรณีที่เปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้นั้นควรจะไปลงทุนผ่าน “กองทุนเปิด” มากกว่ากองทุนปิด เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมาก

โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ผลตอบแทนของกองทุนออสซี่-กีวีบอนด์ก็เคยขยับขึ้นไปสูงแต่นักลงทุนก็ไม่ได้ประโยชน์เพราะเป็นกองทุนปิด ขายทำกำไรออกมาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นกองทุนเปิดนักลงทุนจะเข้าหรือออกตอนไหนก็ได้ ดังนั้น ถ้าจะไปลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศโดยเปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนไว้ แนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนเปิดดีกว่า

“ในส่วนของโอกาสการลงทุนในเกาหลีใต้ บลจ.อยุธยาก็กำลังดูอยู่เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามมองว่าจากวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ผู้ลงทุนน่าจะอยากจะกลับมาลงทุนในประเทศมากกว่าที่จะออกไปต่างประเทศในช่วงสั้นนี้ จึงยังไม่แนะนำนักลงทุนออกไปต่างประเทศ เพราะความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก”
กลับมาให้เห็นอีกครั้งสำหรับ “กองทุนกิมจิบอนด์” หลังจากเปิดศักราชปีฉลูมาได้ไม่นาน นำร่องมาโดย “บลจ.กสิกรไทย” และ “บลจ.กรุงไทย”

โดยดร.วิน บอกว่า มีนักลงทุนที่มีความเข้าใจต้องการที่จะลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน เพราะกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ที่จะครบอายุในกลางปีนี้มีอยู่ประมาณ “2 แสนล้านบาท” นั้น ส่วนหนึ่งก็น่าจะยังมองหาโอกาสการลงทุนในลักษณะนี้อยู่อีกคือได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยโดยไม่มีความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมีการปิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ทั้งหมด แต่นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งก็คงกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนตราสารตลาดเงินในประเทศต่อไปแทน

“โอกาสที่เปิดอยู่ตอนนี้ที่เกาหลีใต้ มาจากข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศเขาตราบเท่าที่ยังมีข่าวร้ายอยู่ โอกาสในการลงทุนก็ยังเปิดอยู่เช่นกัน โดยกองทุนพันธบัตรเกาหลีที่บลจ.กสิกรไทยออกมาอายุ 1 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.2-2.4% สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 1.0% โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ตรงนี้ก็จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่มีความเข้าใจ เพราะยังมีความต้องการจากลูกค้ากลุ่มนี้อยู่พอสมควร”

ตราบเท่าที่โอกาสการลงทุนเปิดอยู่ ย่อมจะมีเม็ดเงินลงทุนวิ่งไปหาอยู่เสมอที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า “ผลตอบแทน” กับ “ความเสี่ยง” เป็นสิ่งที่มาควบคู่กัน แล้วนักลงทุนจะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไรเท่านั้นเอง




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 6:48:04 น. 3 comments
Counter : 348 Pageviews.

 
ใช่ค่ะ ดิฉันก็อีกหนึ่งรายที่กำลังเศร้ามาก เงินหายไปเกือบล้านบาทจากการลงทุนในกองทุนเปิดนิวซีแลนด์ รุ่น ๒ ของบลจ. ทิสโก้ ไม่ทราบมีเพื่อนๆคนไหนตกชะตากรรมเดียวกันด้วยหรือเปล่า ? ( บังเอิญเงินก้อนนี้ มันเป็นเงินที่เราเก็บหอมรอมริบมาหลายปีแล้ว จึงเกือบลมใส่ เมื่อได้รับจ.ม.แจ้งตัวเลขที่เหลือจาก บลจ.ทิสโก้ค่ะ )


โดย: lilly IP: 124.121.144.90 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:48:31 น.  

 
โดนเหมือนกัน เป็น กองทุนของ SCBAM ที่ลงทุนในทองคำ แต่ พ่วงกับค่าเงิน AUD
แต่ยังโชคดี ที่ กองทุนเกาหลี ไม่โดน แต่ก็เสียวน่าดูปลายปีก่อน


โดย: dca IP: 58.8.13.251 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:33:20 น.  

 
ลงทุนในกองทุน ต่าง ประเทศต้องระวัง เรื่องอัตรแลกเปลี่ยนนึดนึงนะครับ

แต่ที่สำคัญคือถ้าไม่มั่นใจ ก็ครเลือกกองทุนเปิด แล้ว Cut Loss ( กรณี ถ้าตก ทำใจได้ ) หรือ ถือ ระยะยาว รอ จนกว่า เศรษฐกิจ จะทำให้ค่าเงินไทยแข็ง


โดย: Rushing Dandy วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:43:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.