Group Blog
 
All blogs
 

หัวหิน...เที่ยวมั่วซั่วอย่างสนุกสนาน

เดือนมีนาคม...หัวหน้าขอร้องแกมบังคับให้ไปประชุม HA national forums ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี ปกติแล้วเวลาไปประชุมหัวหน้าจะอนุญาตให้ไปเรื่องละ 1 คนเท่านั้น ...แต่ครั้งนี้ อย่างที่บอกเนอะ เป็นการขอร้องแกมบังคับ หัวหน้าอนุญาตให้ไปกันสองคน เป็นนัยว่าไปช่วยกันเก็บข้อมูลกลับมาพัฒนาระบบงานนะจ๊ะ ทำนองนั้น

เหมือนจะไม่อยากไปนะ (ก็เรื่องมันเครียด) แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ...ดูจากแผนที่แล้ว เอ๊ะ! หัวหินนี่เป็นทางผ่านนี่นา ...เข้าทางล่ะ! แวะหัวหินกันก่อนดีกว่า 55+

จากที่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ เราก็ทำการขออนุมัติเดินทางโดยรถไฟแทน จะได้ไปลัลล้าที่หัวหินสักสองวัน

ไปกันสองคนก็น่าจะไม่สนุกเท่าไหร่ ...ชวนน้องอีกสองคนให้ลางานไปด้วยกันแล้วกัน สนุกดี

ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้

ทริปวางแผนน้อย งงๆ หลงๆ แต่สนุกดี

สิ่งที่จองล่วงหน้าก็มีแค่ตั๋วรถไฟแล้วก็ที่พัก ส่วนอย่างอื่น...เดี๋ยวไปมั่วเอาแล้วกัน

ปล.รีวิวหัวหินในพันทิพเยอะมากกกกจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว ต้องเคลียร์งานก่อนไปประชุมด้วย เลยออกมาในสภาพที่เที่ยวไม่ครบ และหลงตล๊อดดดดด

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

จบแล้วค่ะ

ปล.รูปการ์ตูนนี้ทำไว้ให้เพื่อนๆ ดูเล่นใน facebook ก็เลยมีรูปคนเยอะหน่อยนะคะ (^^")




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2554    
Last Update : 12 มิถุนายน 2554 15:09:49 น.
Counter : 1077 Pageviews.  

หลีเป๊ะ...หวัดดีค่า

ทริปนี้...หลีเป๊ะ พวกเรา 10 คน นัดเจอกันที่หาดใหญ่ ศุกร์ที่ 27 มีนาคม หยกเองก็ถือโอกาสโดดงาน 1 ชั่วโมง ขึ้นรถตู้จากนราธิวาสมาหาดใหญ่ในวันนี้เพื่อ "กินน้ำชา" กันตามธรรมเนียมเด็ก มอ.
วันรุ่งขึ้น นัดเจอกันอีกครั้งที่ใต้หอพยาบาล ใน มอ. พวกเราก็เลยได้กินข้าวเช้ากันก่อนที่จะออกไปโบกตุ๊กตุ๊ก ให้ไปส่งที่ตลาดเกษตร ...ค่าโดยสารพี่ตุ๊กตุ๊กเค้าคิดคนละ 20 บาท ตามราคาปกติ แต่เราเหมาจ่าย 10 คน 120 บาท (ถูกกว่าเยอะเลย)
ไปถึงคิวรถตู้หาดใหญ่-ปากบารา ซื้อตั๋วราคาคนละ 100 บาท แต่นั่งรอไป นั่งรอมา รถไม่เต็มซะที (ก็มันตั้ง 15 ที่นั่งนี่นา) นอกจากเรา 10 คนแล้ว ก็มีผู้โดยสารอื่นแค่คนเดียว รอจนถึงเกือบ 9 โมงครึ่งแล้ว เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเหมาที่นั่งในส่วนที่เหลือซะเลย (คิดช้าไปหน่อยเน้อ) ราคาตามที่เราเคยโทรถามที่คิวก่อนหน้านี้ คือ 1500 บาท สำหรับรถ 15 ที่นั่ง และ 1400 บาทสำหรับรถ 14 ที่นั่ง และถ้าจะให้ไปรับนอกสถานที่ จะคิดเพิ่มอีกในราคา 200 บาท (ใช้เบอร์ในพันทิพนี่แหละ อิอิ 089-6576711)



ออกจากคิวรถตู้ประมาณ 9.30 น. พี่คนขับรถขับเรามาส่งที่นี่...หลีเป๊ะเฟอร์รี่แอนด์สปีดโบ๊ท ตอนประมาณ 11 โมง

เจ้าหน้าที่ของหลีเป๊ะเฟอร์รี่ฯ สอบถามเราพอเป็นพิธี แล้วก็พาเราเดินเข้าไปที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อรับบัตรคิวและตั๋วเรือที่ซุ้มเล็กๆ นี้ค่ะ

จากนั้นก็เป็นรายการรอ รอ รอ อันนี้เป็นอาคารที่เรานั่งรอค่ะ


เนื่องจากวันนั้นผู้โดยสารมีหลายคน เรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ไม่สามารถจุคนทั้งหมดได้ พวกเราซึ่งได้เลขที่หนึ่งร้อยยี่สิบกว่าๆ ก็เลยต้องไปนั่งเฟอร์รี่ลำเล็กแทน
เราจองที่พักของ Mountain Resort เอาไว้ ในราคา 1100 บาท/ห้อง/2 คน และฝากที่รีสอร์ทช่วยจองเรือเฟอร์รี่ให้ด้วย ราคาเฟอร์รี่ 900 บาท/คน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้เดี๋ยวคุณไหม...เหรัญญิกอย่างถาวรของเรา จะเป็นคนไปจัดการทั้งหมด (อิอิ ไม่ต้องทำเอง)
เรือแวะจอดส่งผู้โดยสารที่เกาะตะรุเตาสักพัก จากนั้นก็แล่นต่อ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางของเรา ...และสุดท้ายก็ถึงซะที เราจะรอนายคิวเรือจัดคิวลงเรือเล็กไปส่งที่รีสอร์ท ค่าบริการคนละ 50 บาท ...สังเกตสัมภาระกองโต (ที่อุดมไปด้วยของกินเล่น)


ระหว่างรอ ก็อ่านป้ายนี้กันไปพลางๆ

แอบถ่ายเรือที่พาเรามาซะหน่อย หึๆ เห็นแค่นี้ก็พอ...

หลังจากลงเรือเล็กอย่างสบายใจ (ได้หลบร้อนซะที บนโป๊ะร้อนมากกกกกกกก) ก็งง ไม่รู้ว่าคนเรือเข้าใจว่าเราจะไปที่ไหนกัน เลยพาเราผ่านที่นี่

ผ่านเมาท์เท่นรีสอร์ท

ผ่านอันดามันรีสอร์ท

และพี่คนขับเรือก็จอดเรือแถวๆ หน้าอันดามันรีสอร์ท เพื่อถามพวกเราว่า...น้องจะไปไหนนะ?
อ้าว...เราจะไปหลีเป๊ะรีสอร์ทที่พี่ผ่านมาแล้วนั่นแหละ คุณผู้ชาย 3 คนที่ลงเรือลำเดียวกับเรา และมีที่หมายที่เดียวกับเราก็เจรจากับพี่คนเรือใหม่ และคราวนี้ พี่คนเรือก็พาเราวกกลับมาลงที่เมาท์เท่นรีสอร์ทของเรา ...งานเข้าเลยจ้า แค่เห็นบันไดก็ท้อแล้วววว

ระหว่างเช็คอิน

หันกลับมามองทางที่เราเดินขึ้นมาจากบันไดเมื่อกี้...ลืมเหนื่อย...และลืมราคาห้องพักไปได้เลย

เช็คอินเสร็จแล้ว แจกกุญแจห้องพักกันเรียบร้อย ...ไปลุยห้องพักกันดีกว่า

ห้องพักของเรา อยู่แถว C D และ E เป็นห้องพักที่อยู่คนละแถว แต่ก็อยู่ในละแวกเดียวกัน นับว่าเจ้าหน้าที่ของเมาท์เท่นฯ ก็มีความใส่ใจในการมาเป็นกรุ๊ปของลูกค้าอยู่มากทีเดียว
ด้านหน้าจะมีโอ่งน้ำเล็กๆ สำหรับล้างเท้า (จริงๆ ล้างกันมาแล้วรอบนึง ตอนเดินผ่านห้องอาหาร&Lobby) แต่มีโอ่งน้ำก็สะดวกดีสำหรับใครที่ขึ้นมาบนรีสอร์ททางบันไดด้านข้าง

ระเบียงสำหรับนั่งตากลม

เปิดประตูเข้าไปก็จะเจอ...

เตียงนอนธรรมด๊า...ธรรมดา มีมุ้งสีฟ้าสำหรับกันยุง (นึกถึงบ้านคุณตา คุณยายเลย)

และห้องน้ำที่ธรรมดากว่า และแอบมีกลิ่นโชยขึ้นมาเป็นระยะๆ แถมความลาดเอียงยังผิดทิศอีกต่างหาก ทำให้น้ำไม่ไหลลงท่อ แต่กลับมากองกันอยู่อีกมุมหนึ่งในห้องน้ำแทน
ตอนอาบน้ำ เราไม่ทันสังเกตว่าฝาผนังห้องน้ำทำด้วยไม้อัด เลยอาบกันซะอย่างเมามันส์ ผลปรากฎว่ามีน้ำซึมออกมาถึงปลายเตียงด้วยค่ะ แต่ไม่เป็นไร เพราะไม่ได้มากมายอะไร ปลายเตียงก็มีที่ว่างอยู่ก่อนจะถึงบริเวณที่ฟูกตั้งอยู่


สังเกตนะคะ ห้องน้ำที่นี่จะมีม่านแทนประตู ห้องนี้โชคดีที่มีม่านเป็นสีค่อนข้างทึบ เดี๋ยวจะให้ดูห้องน้ำห้อง D-3 นะคะ

ใช่ว่าห้อง D-3 จะไม่ดีนะคะ ห้องนี้มีดีตรงที่มี "ตู้เสื้อผ้า" ค่ะ คือความแตกต่างที่ห้อง E-2 ไม่มี (เราสันนิษฐานกันว่าห้อง E จะสร้างทีหลังค่ะ ก็เลยยังไม่ได้เอาตู้เสื้อผ้ามาใส่)

มีผ้าเช็ดตัวให้ด้วย (ก็แหงล่ะ...ที่พักไม่ใช่ถูกๆ นี่เนอะ)

ทางรีสอร์ทมีน้ำขวดขุ่นให้ แต่เราไม่ได้กินกัน เพราะเหมือนมีรอยเปิดอยู่แล้ว เราก็เลยใช้น้ำที่นำไปเองจากฝั่งแทน (ประหยัดไปได้เยอะเลย)
หลังจากเก็บของกันเสร็จแล้ว บ่ายสองโมง...เราก็ออกมาทำสิ่งสำคัญ ซึ่งก็คือการ "กิน" ...มื้อนี้เรากินข้าวผัดกุ้งล่ะ มีเพื่อนๆ แอบจัดกุ้งให้เป็นรูปหัวใจก่อนจะถ่ายรูปด้วย จานนี้ราคา 80 บาท รสชาติดีมากๆ


หลังจากจบมื้อเที่ยงก็ถึงเวลาตระเวณรอบเกาะ แต่ก่อนจะออกจากรีสอร์ท เราก็ทำการติดต่อเรื่องเรือที่จะไปดำน้ำในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งอาหารเที่ยง (เรื่องกิน...ไม่เคยมีพลาด) ราคาเรือรอบใหญ่ก็ 2000 บาท พี่เจ้าหน้าที่ใจดีบอกว่าเดี๋ยวค่อยมาจ่ายก็ได้

หาดทรายหน้า Mountain Resort ดูเป็นรูปหัวใจเชียวค่ะ
แต่ที่ชอบก็คือสิ่งนี้... การตกแต่งบริเวณซุ้มขายเครื่องดื่ม (มึนเมา) ริมชายหาด


เราใช้เส้นทางเดินตามชายหาด ผ่านอันดามันรีสอร์ท ผ่านหาดชาวเล
(ในขณะที่ทุกคนเดิน...คุณออยกลับเลือกที่จะบินไป)




เห็นหาดว่างๆ ไม่มีผู้คน ก็เลยขอกระโดดซ้อมมือกันซักหน่อย


เราจะเดินไปหาดพัทยา ดังนั้น ต้องเดินผ่านตะรุเตาคาบาน่ารีสอร์ท (จริงๆ จะเดินเข้ามาทางโรงเรียนก็ได้) เพื่อเข้ามาที่ถนนคอนกรีตของเกาะ และเดินตามถนนไปเรื่อยๆ


จะว่าไปแล้ว ตะรุเตาคาบาน่ารีสอร์ทก็สงบเงียบดีแฮะ พนักงานก็มีน้ำใจ บอกทางพวกเราด้วย
เดินไปเรื่อยๆ พวกเราผ่านร้านกาแฟ ร้านตัดผม ร้านส้มตำ ร้านขายอาหารซีฟู้ด เรียกได้ว่ามีทุกอย่างเหมือนในเมืองใหญ่ๆ เลยทีเดียว แวะซื้อน้ำเย็นกันนิดหน่อยด้วยความกระหายน้ำ (ลิปตันไอซ์ที ราคากระป๋องละ 35 บาท ว้าวววว) และแวะถ่ายรูปกับเจ้านี่

และแล้วพวกเราก็เดินไปจนถึง "หาดพัทยา"
และในระหว่างที่เรากำลังยกกล้องจะถ่ายต้นหูกวางกะรถซาเล้ง... คุณฝรั่งสามลูกนี้ก็เข้าเฟรมมาพอดี

(เราได้รู้ในเวลาต่อมาว่า ฝรั่งเค้าดั้นด้นเดินสวนทางกะเราเพื่อไปเล่นโยคะที่หาดทรายหน้า mountain resort ยามพระอาทิตย์ตก)

หาดพัทยา...






ถึงแม้หาดพัทยาจะมีทรายขาวละเอียด เหมือนที่ใครๆ เค้าเอาไปเปรียบเทียบกับคอฟฟีเมท แต่พวกเราลงความเห็นกันแล้วว่า เราติดใจหาดทรายรูปหัวใจหน้า Mountain resort มากกว่า ...พวกเราก็เลยหาทางกลับรีสอร์ทกัน โดยเลือกใช้ทางใหม่ …หาทางกลับกันแบบสดๆ ไม่ใช้สแตนอิน ไม่ใช้สลิงด้วย
เริ่มจากการปีนเขาด้านหลังสิตาบีชไปเจอกับป่าละเมาะ เราก็ได้เจอคุณฝรั่งคนนึง เค้าจะไป sunset beach ดังนั้น พวกเราก็ไม่รอช้า รีบตามฝรั่งไปทันที



ทางเปลี่ยวมาก งงมาก แต่สุดท้ายคุณฝรั่งก็ไปถึง sunset beach จนได้ (เค้ามีแผนที่อะ)
แต่พวกเราสิ...ยังคงไปไม่ถึง mountain resort ซักที (เราไม่มีแผนที่ และตอนนี้ขาดคนนำทางแล้วด้วย)
มีผู้ช่วยเหลือชี้ทางเดินไปบนเขาให้เราเดินต่อไปเรื่อยๆ เค้าบอกว่าเดี๋ยวก็ถึง



ทางเป็นทางขึ้น-ลงเขานะเนี่ย เล่นเอาเหนื่อยเชียว
สุดท้าย...อยู่ๆ เราก็ไปโผล่ที่โรงตากผ้าเช็ดตัวของ mountain resort ตอนนั้นดีใจกันมากมาย พักพอหายเหนื่อย แล้วเพื่อนๆ ก็รีบออกไปเล่นน้ำที่ชายหาดทันที และก็ได้เจอเจ้านีโม่น้อยด้วย ...ส่วนเราและจุ๋ม วันนี้ยังไม่อยากเล่นน้ำ เลยขอไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่หน้ารีสอร์ทกันดีกว่า







เมื่อพระอาทิตย์หายไป เริ่มจะค่ำ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องไปอาบน้ำ และออกมากินอาหารค่ำที่ห้องอาหารของรีสอร์ท มื้อนี้เองเราได้พบกับเมนูเด็ดของรีสอร์ท ซึ่งได้แก่ ทะเลกระทะร้อน (ร้อนจริงๆ ควันขโมงตั้งแต่ออกจากประตูครัวแน่ะ ทำเอาโต๊ะอื่นๆ หันมามองกันหมดเลย และทำพวกเราจามขายหน้าโต๊ะอื่นอีก) และห่อหมกทะเล (เมนูนี้ไฟลุกท่วมมากๆ ลุกอยู่เกือบสิบนาที เล่นเอาคุณหญิงไม่สามารถจะเอื้อมมือข้ามห่อหมกเพื่อตักอาหารชนิดอื่นได้เลย แถมยังมีเจ้าเด็กน้อยจากโต๊ะอื่นมายืนมุง และบอกว่า "สั่งอะไรน่ะ อันตราย" อีกตะหาก)

ห่อหมกไฟไหม้ป่าจ้า...


กระทะอันข้างหน้าสุดนี่แหละค่ะ "ทะเลกระทะร้อน" ควันโขมง


หลังจบมื้ออาหาร เราก็จัดการเคลียร์ค่าใช้จ่ายของวันรุ่งขึ้นกับทางรีสอร์ทให้เรียบร้อย (เหตุผลคือคุณเหรัญญิกของเราไม่อยากถือเงินเพื่อนๆ เอาไว้กับตัวนานๆ) แล้วก็ออกไปนั่งชิลชิลริมทะเล ดูแพลงก์ตอนเรืองแสงอยู่ในน้ำทะเล จากนั้นก็กลับขึ้นไปนอน รอทริปดำน้ำตื้นวันพรุ่งนี้

ตอนหัวค่ำ อากาศร้อนอบอ้าวน่าดู แต่พอดึกๆ อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมา และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เราก็ทำอะไรไม่ได้ แอบทำใจว่าไม่รู้จะได้ไปดำน้ำรึเปล่าเท่านั้น
แต่แล้วโชคก็เข้าข้าง ฟ้าเปิด (แต่อบมีเมฆดำอยู่เหนือเกาะอาดังเล็กน้อย) เราตื่นไปกินบุฟเฟต์ตอนเช้ากัน อาหารเช้าก็ไม่มีอะไรมาก เหมือนบุฟเฟต์อาหารเช้าตามโรงแรมทั่วๆ ไป มีข้าวต้ม ไข่ดาว หมี่ผัด ขนมปังปิ้ง ที่นี่เค้าจะวางแยมเป็นขวดๆ ไว้บนโต๊ะอาหาร โต๊ะละ 2 ขวด เราแอบไปจิ๊กแยมรสอื่นมาจากโต๊ะที่ไม่มีคนนั่งด้วย ได้กินครบทุกรสของ Best food เลย




หลังจากอิ่ม อร่อย กันพอหอมปากหอมคอกันแล้ว เกือบๆ 9 โมงเช้าตามเวลาที่นัดเรือไว้ พวกเราไปรับสนอกเกิล และข้าวกล่อง ขนของเดินลงไปยังเรือที่จอดรออยู่หน้ารีสอร์ท พอไปถึงเรือ ก็ยื่นกระดาษที่เจ้าหน้าที่รีสอร์ทให้กับเราไว้ให้คนขับเรือ (แล้วเดี๋ยวพี่เค้าจะนำใบนี้ไปรับเงินจากทางรีสอร์ทเองค่ะ)
ผ้าใบบนเรือเขียนชื่อ Mountain Resort ไว้ชัดเจนเลยค่ะ งานนี้ไม่ต้องกลัวขึ้นผิดลำ




ต่อไปนี้ก็จะเป็นภาพล้วนๆ นะคะ ไล่ตั้งแต่หินซ้อน ไปเรื่อยๆ จนถึงร่องน้ำจาบัง และสิ้นสุดที่อาดังค่ะ
งานนี้เราเจอฝน 2 ครั้ง ตอนอยู่ที่หาดทรายขาว เกาะราวี ครั้งหนึ่ง กับตอนไปอาดังอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกลดลงไปนะคะ สนุกมากๆๆๆๆๆๆ เลย เสียดายที่วันนั้นคลื่นแรงมาก ต้องใช้แรงในการเกาะเชือกมากๆ และน้ำขุ่น มองไม่ค่อยเห็นปะการังค่ะ













หลังจากแวะครบทุกจุด (เราไม่ได้แวะเกาะไข่นะคะ เสียดายมากกกกก) เราก็ให้พี่คนขับเรือไปส่งพวกเราที่หาดพัทยา เพื่อจะไปกินโรตีเจ้าอร่อย และหาอาหารทะเลเป็นมื้อเย็นค่ะ
เราเดินวนไป วนมา วนมา วนไป ตั้งแต่หาดพัทยา ไปจนถึงหาดชาวเล และจากหาดชาวเลฟากหนึ่งไปยังหาดชาวเลอีกฟากหนึ่ง และเดินจากหาดชาวเลไปหาดพัทยาอีกครั้ง เพียงเพื่อหาร้านอาหารที่ไม่มีอยู่แล้วบนเกาะ สุดท้ายเราก็มากินอาหารร้านนี้ค่ะ เป็นร้านอาหารอิสลามเล็กๆ อยู่ระหว่างทางเดินจากหาดชาวเลไปหาดพัทยา อาหารรสชาติปกติ คือ ธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ที่เราสั่งก็คือ ปลาหมึกย่าง ปลาย่าง แกงส้ม ผัดผัก สั่งอาหาร 2 ชุด สำหรับ 10 คน หมดไปประมาณ 900 บาทเองค่ะ คนละไม่ถึง 100 บาท ก็นับว่าถูกมากๆ เลย


พอท้องอิ่มก็หิ้วสัมภาระทั้งหมดเดินกลับไป Mountain Resort ผ่านหาดชาวเลกันอีกครั้ง ...เกือบได้ผอมเพราะเดินไปเดินมานี่แหละค่ะ (แต่ก็แค่ ”เกือบ” อะนะคะ)
คืนนั้น นอนหลับสบายทั้งคืนเลยค่ะ
แต่ตื่นขึ้นมา เพื่อนก็มีรอยอย่างนี้



รอยนี้เป็นผลจากการโดนแตนทะเลค่ะ ตอนลงสนอกเกิ้ลเราก็รู้แล้วว่าวันต่อมาจะต้องคันแน่ๆ เพราะว่าเพื่อนหลายคนในกลุ่ม รวมทั้งหยกเอง แพ้แตนทะเลกันค่ะ ตอนแรก ของเพื่อนขึ้นก่อน หยกก็งงๆ ว่า เอ...ทำไมของเราไม่ขึ้นนะ ทั้งๆ ที่เมื่อวานโดนไปเยอะเหมือนกัน ปรากฎว่ามันขึ้นแบบ delayed อะค่ะ ขึ้นหลังจากนั้น 1 วันกว่าๆ แต่ prolong คือ คันอยู่นานมาก เกือบ 1 สัปดาห์เลย ก็เลยหมดยาหม่องไปเกือบครึ่งกระปุกใหญ่ นับเฉพาะที่ขาได้ 108 จุดเลย และจะคันมากๆๆๆ ตอนกลางคืนค่ะ
ถ้าอยากรู้ว่าแตนทะเลมีหน้าตาเป็นยังไง ลองเข้าไปดูได้นะคะ //topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/08/E5738251/E5738251.html

วันสุดท้ายของการอยู่บนเกาะ "หลีเป๊ะ" เดินออกไปถ่ายรูปก่อนกลับมากินข้าวเช้ากัน



กินข้าวเช้ากันแล้ว เราก็ check out และเดินไปขึ้นเรือของรีสอร์ทที่จอดไว้ที่เดิมหน้ารีสอร์ท บังเอิญได้เรือลำเดิมซะด้วย พี่เค้าพาเราไปส่งที่โป๊ะจอดเฟอร์รี่ที่หาดพัทยาค่ะ (และไม่คิดเงินค่าไปส่งนะคะ รีสอร์ทบริการฟรีค่ะ) เราไปถึงเป็นคณะท้ายๆ ที่นั่งเต็มเกือบหมดแล้ว ก็เลยต้องไปนั่งที่หัวเรือ ร้อนมากๆ เพื่อนบางคนต้องนั่งบนพื้น ติดกับกรงนกที่ใครก็ไม่รู้เอากลับเข้าฝั่งไปด้วย



และแล้วเราก็ถึงฝั่งโดยสวัสดิภาพค่ะ (ร้อนมากกกกกกกก ดีใจมากกกกที่ถึงซะที
เค้าโยนสัมภาระเราลงจากเรือค่ะ

จากนั้นเราก็โทรศัพท์เรียกรถที่คิวมารับกลับหาดใหญ่ แต่เนื่องจากวันนั้นรถหมด เค้าก็เลยติดต่อรถตู้รับจ้างไม่ประจำทางให้ กลายเป็นว่าเราต้องจ่ายเหมา 2000 บาท ...แพงกว่าเดิมไปอีก แต่นายคิวเค้าก็ดูเหมือนว่าจะช่วยเราต่อรองราคาแล้ว แต่คนขับรถเค้าไม่โอเค เนื่องจากต้องตีรถเปล่ากลับสตูล ...เป็นอันว่าเราจบทริปนี้แบบนี้ละกันค่ะ

หลังจากที่เรากลับถึงหาดใหญ่แล้ว ก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านสุดอร่อย "ร้านในรู" แถวๆ ตลาดกิมหยง ที่เพื่อนๆ จากกรุงเทพร่ำร้องจะไปกินตั้งแต่วันแรกที่มาถึง (ฝีมือไม่ตกกันเลย ...อร่อยเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก เพราะวางแล้วหาย วางแล้วหายตลอด
)
จากนั้นเราก็กลับไปเยี่ยมบ้านของเรากันค่ะ



หมายเหตุ
เบอร์โทรศัพท์ Mountain Resort 074-728131 และ 089-7384580
เบอร์โทรศัพท์ คิวรถตู้หาดใหญ่ - ปากบารา 089-6576711




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 23:08:27 น.
Counter : 4530 Pageviews.  


nifedipine
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nifedipine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.