Group Blog
 
All blogs
 
เมื่อลูกป่วยครั้งแรก..ไข้ขึ้นสูง ท้องเสียจู๊ดๆ...ส่าไข้จริงหรือ


หม่ามี้ ไม่อยากให้โยชิป่วยเลย สงสารคับ
โยชิยังเบบี๋ ปวดหัว ปวดท้อง ก็พูดไม่ได้

หม่ามี้เลยพยายามให้หม่ำนมแม่ แต่หม่ามี้ก็ให้กินได้แค่ 11 เดือนเอง

ปกติหลังฉีดวัคซีน โยชิเป็นไข้ทุกครั้ง แต่ไข้จากฉีดวัคซีน หม่ามี้ไม่กังวล
เพราะเรารู้สาเหตุ

มาครั้งนี้ โยชิป่วยครั้งแรก ตอนเช้าหม่ามี้ อาบน้ำให้โยชิ ก่อนไปทำงาน
รู้สึกว่า โยชิตัวรุมๆ แต่ก็ยังอาบน้ำให้ อยากตีมือตัวเองจัง เพี๊ยะๆ Smiley

บ่ายๆ อาม่าบอกว่า โยชิมีไข้ 38 ท้องเสีย อึ๊ไป 5 รอบ Smiley
แต่ก็เล่นได้ กินดี ซนเหมือนเดิ๊ม เลย

ปะป๊า หม่ามี้กังวลมาก กลัวเป็นโรคฮิตมากๆ

วันแรก 17 ส.ค. 12

หม่ามี้บึ่งไปร.พ. ทันที แต่คุณหมอประจำเลยเวรตรวจแล้ว Smiley
คุณหมอบอกว่าน่าจะเป็นหวัด คอแดง มีเสมหะในอาเจียน
(โยชิเพิ่มดื่มนม พอโดนตรวจคอเลย แหวะ ใส่คุณหมอซะเลย)

คุณหมอให้กินยา เทมปร้า ตามน้ำหนักตัวเหมือนเดิม
(โยชิหนัก 10 กก ก็กิน 1 ml)


โยชิชอบกินยาม๊ากมาก สงสัยเพราะมันหวาน Smiley

หน้าตาคนป่วย


เที่ยงคืน วัดไข้ 39 กว่า (ไข้ชอบมาตอนกลางคืนจริงๆ นะนี่ เช็ดตัวยังไงก็ไม่ลด)
ปะป๊า หม่ามี้ ตกใจมาก
พอมาถึง พี่พยาบาลรีบเช็ดตัว ไข้ลดอย่างรวดเร็วเหลือ 37 Smiley
(แต่ทำให้โยชิกลัวการเช็ดตัวไปเลย ร้องไห้ น่าสงสารมากอ่ะ )

พี่พยาบาลใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ปิดแอร์ด้วย แล้วก็เช็ดเข้าหาหัวใจ
เช่น จากปลายแขนเข้าหา ต้นแขน แล้วก็ใช้ผ้าอีกผืนซุกไว้ที่จุดร้อน เช่น ข้อพับแขน ขา
ขาหนีบ คอ
(หม่ามี้ก็พยายามทำแบบนี้ ตอนอยู่บ้านน๊า แต่ทำไมไม่ลดน๊า)

คุณหมอบอกว่า คอไม่แดงมาก ไม่มีตุ่ม ไม่เป็นไข้เลือดออก น่าจะเป็นหวัด Smiley
แต่อยากให้ตรวจปัสสาวะด้วย เด็กติดเชื้อปัสสาวะกันเยอะ เพราะว่า จุ๊ดจู๋ยังไม่เปิด

อุปกรณ์ที่คุณหมอให้มา ก็ทำยากจัง เป็นถุงเอาไว้ แต๊บๆ และต้องรีบมาส่ง
ภายใน 1 ชม นะ ไม่อย่างงั้น แบคทีเรียอาจจะเข้าไป ทำไมตรวจสอบเชื้อโรค
ได้ยากขึ้น

วิธีการตามคุณแม่ท่านนี้ค่า
//www.gotoknow.org/blogs/posts/280082


วันที่สอง 18 ส.ค. 12

ปะป๊า หม่ามี้ ตัดสินใจ พาโยชิไปพบ คุณหมอประจำ
หมอถามคำแรกเลยว่า พาไปไหนมา เอิ๊กก Smiley
คุณหมอบอกว่า คอไม่แดง น่าจะเป็นส่าไข้ ส่าไข้จะมีไข้อยู่ 3-5 วัน
พอไข้ลด ผื่นก็จะขึ้น

ถ้าเล่นได้ กินดี ไม่ต้องเป็นห่วง
(สงสัยตอนตรวจคุณหมอ คนแรก โยชิร้องไห้หนัก)

- ไม่เป็นมือเท้าปาก (อย่างแรกที่ถาม เพราะตอนนั้นระบาดมาก)
     เพราะ ไม่มีตุ่ม กินได้กินดี ไม่ซึม คอไม่แดง อาการไม่เหมือนหวัด

- ไม่เป็น RSV เพราะ ไม่เหมือนเป็นหวัด

- ไม่เป็นไข้เลือดออก
     เพราะ ไข้สูงมาก ถ้ากินยาแล้วไข้จะไม่ลด
     แต่หมอไม่ guarantee 100% นะ ถ้าจะ 100 ต้องตรวจเลือด
     ปะป๊า หม่ามี้ ทำใจไม่ได้ เอาเลือดไปตั้ง 2 หลอดใหญ่
     คราวที่แล้ว ที่ตรวจเลือดดูเหล็ก ก็เอาไปได้ไม่ครบ ร้องใหญ่

คุณหมอก็ให้ยา นูโรเฟ่น มาเผื่อไข้สูง
คุณหมอถามว่า มีใครเคยชักมั้ย

ชูจั๊กกูแร้ฮ้า หม่ามี้เคยชัก ตอน 5 ขวบ (คุณหมอบอกทำไม ชักตอนแก่
เค้าเป็นกันตอน 1-2 ขวบ)  Smiley

ช่วงนี้ปะป๊าหม่ามี้ ก็วัดไข้ เช็ดตัวทุกชั่วโมง เลย โชคดีที่ปะป๊าไปถอย
ที่วัดทางหูมา ไม่งั้นนะ เจ้าตัวแสบร้องจ๊ากทั้งวันแน่ๆ


วันที่สี่ 20 ส.ค. 12
คุณหมอบอกว่า ถ้าไข้ยังไม่หายให้มาพบคุณหมอ
พอไปหาอีก คุณหมอบอกว่า ดูอาการแล้วไม่น่ามีอะไร
หมอไม่อยากให้เจาะเลือด เพราะไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น

ปะป๊า หม่ามี้ ก็ไม่อยากให้โยชิเจ็บตัว
แต่เราไม่รู้สาเหตุ ดูผื่นก็ไม่เห็นมี ก็เลยตัดสินใจจะให้ตรวจ

ตอนอุ้มโยชิ เข้าไปในห้อง โยชิรู้เลย หยิกหม่ามี้แน่น
แต่พอเราได้ยินเอาเลือด 2 หลอด ก็เลยเปลี่ยนใจไม่ตรวจกัน Smiley

ปะป๊าเก็บอึให้คุณหมอไปตรวจด้วย ตรวจขั้นแรก ไม่พบเชื้ออะไร
แล้วก็จะเพาะเชื้ออีก 3 วันด้วย

(คราวนี้เอามาทั้งเพิส แล้วก็ภายใน 1 ชั่วโมงด้วย เลยได้ตรวจ)

วันที่ห้า โยชิ ไข้ลดแล้ว เย้

ไข้เริ่มห่างไปเรื่อยๆ จาก 4 เป็น 6 เป็น 8 เป็น 24 ชั่วโมง

วันที่เจ็ด 24 ส.ค. 12


โยชิเริ่มมีไข้
(วัดทางหูได้ 38 วัดปรอทได้ 37 แต่เพิ่งมานึกได้ทีหลังว่า
แบตเตอรี่ปรอททางหูอ่อน มันเลยเพี้ยน เอิ๊กก)



เราไปพบคุณหมอกันอีกครั้ง

(จริงๆ คุณหมอน่ารักมาก โทรบอกหม่ามี้ระหว่างทาง
แต่เรากำลังไปหาคุณหมอพอดี เพราะร้อนใจ) Smiley

คุณหมอแจ้งว่าเชื้อที่เพาะได้ผลแล้ว ปรากฏว่าโยชิติดเชื้อบิด Salmonella type C
คาดว่า โยชิแข็งแรง เลยไม่มีอาการมาก
ปกติจะต้องอาเจียน ปวดท้อง กินไม่ได้

อาจจะเกิดจากกินผลไม้ ก่อนหน้าจะป่วย
โยชิเพิ่งกินเชอรี่กะข้าวโพดไปเยอะซะด้วย
คุณหมอให้ยาฆ่าเชื้อมาทาน 5 วัน
ช่วงนี้ให้ผสมนมเจือจาง ลดนมครึ่งนึง

ตอนป้อนนม โยชิไม่ค่อยอยากจะกินเลย
มันคงไม่อร่อย ><

วันที่สิบสอง 28 ส.ค. 12
ยาหมดแล้ว โยชิมองหาใหญ่ ชอบกินเหมือนเดิม ><

แต่โยชิยังถ่ายเหลว มีกากอยู่เหมือนครั้งแรกๆ
หม่ามี้โทรคุยกับคุณหมอ คุณหมอให้เปลี่ยนนมเป็น Lactose Free
เพราะเด็กติดเชื้อ เชื้ออาจทำลายเนื้อเยื่อที่ผลิดน้ำย่อยได้

หม่ามี้หาข้อมูล เห็นมี 3 ยี่ห้อ Enfalac lactose free
, Similac LF, Nan AL

แต่เพื่อนๆ หม่ามี้บอก similac LF รสชาดดีสุด

ด้วยความงก กลัวลูกไม่กิน หม่ามี้เลยจัดมา 1 ป๋องก่อน อิอิ Smiley



พอลองให้โยชิหม่ำ โยชิแปลกใจ ดึงออกมาดูว่าใช่หรอ 555 แล้วก็ดูดต่อ

คุณหมอให้ทานไป 2 สัปดาห์ ตอนนี้เข้าสัปดาห์ที่ 2 โยชิเริ่มอึ๊แข็ง หม่ามี้เลยผสมกับนมเดิม (Snow)
น่าจะโอเคแล้วค้าบบบ

โยชิกลัวคุณหมอมากๆ หม่ามี้เลยจัดของเล่น แล้วมาเล่นคุณหมอกัน
เดี๋ยวโยชิจะต้องไปฉีดวัคซีนเดือนกันยา เรามาดูกันนะครับ ว่าของเล่นนี้จะช่วยได้ม้าย

โยชิเล่นหูฟังคับ มีครบชุดเลย




Create Date : 11 กันยายน 2555
Last Update : 11 กันยายน 2555 17:59:22 น. 3 comments
Counter : 22076 Pageviews.

 
แวะมาทักทายน้องโยชิจ้า
แข็งแรง แข็งแรง นะคับ


โดย: Koe-Usa วันที่: 12 กันยายน 2555 เวลา:10:57:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ น้องโยชิน่ารักจัง หายไข้ไวไวนะค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:22:10:31 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาทักน้องโยชิค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:10:10:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chocolato_love
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




bg bullet font logo
Friends' blogs
[Add chocolato_love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.