คนที่คุณก็รู้ว่าใครในอดีต
Group Blog
 
All blogs
 
เป็นไปได้หรือไม่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เป็นพระนิพนธ์สมัย ร.4

ในบทวิเคราะศิลาจารึกพ่อขุนรามฯ ได้พบพิรุธหลายอย่าง เช่น อักษรในจารึก ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปรากฎในจารึกพ่อขุนราม คำบางคำที่ไม่สอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองสมัยสุโขทัย และความขัดแย้งกับจารึกสุโขทัยหลักอื่น ๆ

เรามาดูกันนะครับ ว่าข้อพิรุธมีอะไรบ้าง ลองมาดูด้านที่ 1

พ่อกูชื่อศรีอินทราทีตย แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือ ผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ญังเลก เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้ สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกูหนีญญ่ายพายจแจ้น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้าง ขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้(แพ้ ภาษาสุโขทัยแปลว่า ชนะ) ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นาง ได้เงือนได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ฎั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง(ก)ลม เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขไทนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อเสื้อคำมัน ช้างขอลูกเมียเยียเข้า ไพร่ฟ้าข้าไท ป่าหมากป่าพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักนักมักผู้ซ่อน เหนข้าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือด คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อกู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงือนบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่อยมันตวงเปนบ้านเปนเมือง ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก็ดี บ่ข้าบ่ตี ในปากประตูมีกระดิ่งอันณึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท้อง
ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำํแหงเจ้าเมืองได้
^
^
ลองมาดูหน้าแรกเลยนะครับ

หน้าแรกกล่าวถึงประวัติตนเอง ทำอะไรที่ไหน ทำกับใคร รบกับใคร และมีเรื่องการปกครองแบบพ่อปกครองลูกศึ่งคือการปกครองในสมัยพ่อขุนรามที่ชาวสุโขทัยชื่นชอบ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ลองมาดูการเมืองการปกครองนะ ว่าการปกครองแบบพ่อปกครองลูกสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่???

สุโขทัยมีพ่อปกครองลูก จีนมีการปกครองในแบบขงจื๊อ ซึ่งเป็นการปกครองในอุดมคติ จึงเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นจริงยากมาก และแนวคิดการปกครองแบบขงจื๊อ ก็โดนกวาดล้างบ่อย ยิ่งสมัยจิ๋นซี การศึกษาไม่ต้องพูดถึง ประชาชนไม่ได้เรียนหนังสือ จะประสาอะไรกับพ่อปกครองลูกล่ะ ที่เชื่อว่ามีจริง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน???

แล้วการปกครองในอุดมคติที่เชื่อว่าเป็นพ่อปกครองลูก มีแคว้นไหนเมืองไหนปฏิบัติบ้าง??? แล้วต้องปกครองยังไง??? ประชากรแค่ไหน???

การจะปกครองแบบพ่อปกครองลูก นั่นหมายถึงการไม่แบ่งชนชั้น ไม่มีขุนนาง ไม่มีระบบเจ้านาย มันหมายถึงการที่ประชาชนใกล้ชิดกับสถาบันกษัตริย์(มาก ๆ) และมีข้อความหลายตอน เช่น หน้าประตูมีกระดิ่งแขวนไว้ และ คนไปดูงานเผาเทียนเล่นไฟของกษัตริย์ และผู้คนจะค้าขายอะไรก็ได้โดยไม่มีการเก็บภาษี ผู้คนอยากได้อะไร อยากได้นางบำเรอก็มาขอได้ มันไม่แปลกหน่อยเหรอครับ???

ข้อมูลตรงนี้สำคัญ ถ้าผู้คนค้าขายโดยไม่มีการเก็บภาษี แล้วเอาเงินจากไหนมาพัฒนาประเทศ เอาเงินจากไหนเข้าคลังหลวง ไหนจะค่าบำรุงเขื่อน ทำบุญ จัดงาน ก็ต้องใช้เงิน เงินก็มาจากการเก็บภาษีจากการค้าขายกับคนต่างถิ่นและค้าขายของสำคัญ แต่กลับไม่มีการเก็บภาษี เป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเอาเงินจากไหนมาดูแลประชาชนท่าน???????

ส่วนวำนวนการเขียนหน้าแรก เหมือนการเขียนเรื่องส่วนตัว การเขียนความเรียง ที่ต้องแนะนำตัว แนะนำสารพัด แนะนำนู่นแนะนำนี่ ถามว่าเขียนให้ใครอ่านครับ??? ประชาชนอ่าน? หรือคนในครอบครัวอ่านกันเอง?

เพราะครั้งหนึ่งผมเขียนเรื่องส่วนตัวในจดหมาย ผมก็แนะนำตัวว่า พ่อผมชื่อ...แม่ผมชื่อ... ผมมีพี่น้อง...คน เมื่ออายุ...ผมก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม...ภาคภูมิใจมาก และก็บรรยายว่าผมไปทำอะไรที่ไหน เมื่อไร ผมคิดว่าข้อความในจารึกด้านที่ 1 เหมือนการเขียนจดหมายส่วนตัว ที่ต้องแนะนำตัวก่อนบรรยายเรื่องตัวเอง ดูเป็นสากลมาก ๆ

ลองมาดูสภาพภูมิศาสตร์นะครับ.....

มีคำขวัญของชาวสุโขทัยบทนึงคือ"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว"บรรยายเห็นภาพเลยอะ ถ้าผมจินตนาการบ้านเมืองในจารึก มันคือเมืองในฝันที่ผมอยากอยู่ มีความอุดมสมบูรณ์

และมีการเอาดินแถว ๆ โบราณสถานสุโขทัย พบว่าดินแห้ง ปลูกอะไรไม่ขึ้น ส่วนดินอีกที่คือดินแถวแม่น้ำยมที่ไหลผ่านสุโขทัย ซึ่งบริเวณแม่น้ำยม กับในตัวเมืองสุโขทัย มันห่างกันมาก ตีความง่าย ๆ คือถ้าต้องการน้ำมาใช้สอย หรือเอามาบริโภค ต้องเดินไปตักเอง หรือทำชลประทาน ขัดแย้งกับคำว่า"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงในสภาพภูมิศาสตร์สุโขทัย

ถ้ามีการทำชลประทาน แสดงว่าต้องมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ เลยต้องสร้างทำนบสรีดพงส์หรือทำนบพระร่วงไว้เก็บน้ำ ถ้าอุดมสมบูรณ์จริงอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างทำนบ หรือทำชลประทานให้เปลืองงบ

ส่วนข้อความตอนที่กล่าวถึงทัพขุนสามชนบุกมา ใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"ในบริบทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องสงคราม เห็นความขัดแย้งชัดเจน เพราะคำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"มันหมายความว่า"ประชาชนมีความสุข" แสดงว่าประชาชนในจารึกสุโขทัยเป็นโรคจิตหรอ??? พอมีสงครามยิ่มร่าเริง หน้าตาแจ่มใส จนในจารึกใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"หรือพากันหนีด้วยความเบิกบานใจ ที่ขุนสามชนยกทัพมาตี?????

ในขณะที่ตอนที่กล่าวถึงร้องทุกข์ ใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าปก" แสดงว่าประชาชนเป็นทุกข์ร้อน และมาร้องทุกข์ เลยใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าปก"


จบเพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวติดตามต่อตอนที่ 2


Create Date : 01 ตุลาคม 2550
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 12:48:50 น. 9 comments
Counter : 4175 Pageviews.

 
เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาหลายกระแสเหมือนกันนะคะ
ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าจะพิสูจน์กันจริง ๆนั้นไม่ยากเลย
แค่นำเอาหลักศิลาจารึกดังกล่าว ไปตรวจพิสูจน์คาร์บอน
ก็สามารถที่จะยืนยันอายุของหลักศิลาจารึกได้แล้ว
ก็สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่า ทำไมถึงไม่ตรวจสอบให้รู้เรื่องกันไปเลย
แทนที่จะมานั่งถกเถียงกันอยู่
.................
แวะมาขอบคุณด้วยค่ะที่ไปเยี่ยมเราสองคนที่บล็อก
และร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณกุ้ง
ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:12:47:20 น.  

 
ขอบคุณครับ
เอกสารทางประวัติศาสตร์หรือที่เรียกว่าความรู้ มีวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือ
1.ในตัวมันเองคือสร้างความรู้อย่างตรงไปตรงมา
2.ประโยชน์จากตัวมันคือสรางอำนาจ
เราต้องศึกษาประวัติศาสตร์อย่างวิภากษ์ มิใช่แบบๆเรียนที่มีไว้เพื่อสร้างอำนาจหรือที่เรียกว่าสร้างชาติ(ของใคร)
เหมือกับตรรกะที่เราเข้าใจว่าโลกมันกลม เรารูได้ไงว่าโลกมันกลม นอกจากแนวคิดที่ได้จากโคเปอร์นิคัส ที่สังเกตุจากเรือในทะเล
ยังไงลองเข้าไปแลกเปลี่ยนได้ที่ ศิลาจารึกรามคำแหง รัฐธรรมนูญปกครองของรัชกาลที่ 4 https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=03-07-2007&group=19&gblog=4 และ จารึกพ่อขุนรามฯ ไม่ได้ทำในสมัยพ่อขุนรามฯ ? https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=03-07-2007&group=19&gblog=5

ขอบคุณครับ
ตกลงเอ่เราเข้าใจว่าโลกมันกลมได้ไง(อย่าเล่นมุขว่ามันเป็นผลส้มนะ)


โดย: Darksingha วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:11:59:05 น.  

 

ไม่ว่าจะมาจากสมัยไหนก็ตาม ไทย ก็เป็นไทยมาตั้งนาน และ ผมเอง ก็ภูิมิใจ ในความเป็นไทยอยู่ดีครับ


โดย: สยึมกึ๋ย วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:13:50:03 น.  

 
มาแอบอ่านนะน้องเหงา


โดย: NickyNick วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:13:08:47 น.  

 
มาอ่านนะน้องเหงา อีกรอบนึง


โดย: NickyNick วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:30:58 น.  

 
ถ้าเราเอาศิลาจารึกไปตรวจหาอายุ แล้วมันจะคลาดเคลื่อนป่าวครับ...มันจะกลายเป็นอายุที่เกิดหินก้อนนั่นมาใช่หรือไม่ครับ..ซึ่งน่าจะก่อนยุคสุโขทัย


โดย: Oceanophila วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:17:23 น.  

 
กำลังเขียนวิจารย์- -* เรื่องศิลาจารึกอยู่ดันมาเห็นเข้า
ไอ้เราก็เชื่อหมดใจว่าเป็นของพ่อขุนรามอ่านๆดูเออว่ะ

แล้วการปกครองในอุดมคติที่เชื่อว่าเป็นพ่อปกครองลูก มีแคว้นไหนเมืองไหนปฏิบัติบ้าง ///ไทย///
การอ่านที่ดีควร 1:1 หมายถึงเชื่อไม่เชื่อเท่ากันก่อนที่จะหาอะไรมาถ่วงน้ำหนัก เชื่อไม่รวมกับความคิดขัดแย้งของตนเอง เขาบอกว่าทำได้เราก็ทำได้ แต่จะจริงหรือไม่อีกเรื่องนึง แต่แค่รับคำว่าทำได้ไว้พิจารณาเฉยๆจนกว่าจะมีอะไรที่มีน้ำหนักกว่ามาลบล้าง


แล้วต้องปกครองยังไง ///อย่างที่เล่ามาในศิลาจารึก อันนี้ผมไม่ได้ค่อยศึกษานะ แต่เท่าที่เห็นก็สั่นกระดิ่งเข้าพบพ่อขุนราม///และผมก็หามาให้คุณอ่านแล้วครับ ข้างล่างอ่านไปเรื่อยๆแล้วจะเจอคำตอบว่ามันปกครองกันยังไง

ประชากรแค่ไหน ///คงจะมากพอที่จะเอาเงินที่ได้จากการตีเมืองอื่นมาเลี้ยงดูหมด เอาจริงๆมีคงไม่ถึง5ล้านคนหรอกมั๊งครับ///ลองเข้ากุเกิ้ลแล้วพิมพ์ว่า "ไพร่ฟ้าหน้าใส"คุณจาเจอวิกิพีเดียที่พอจะมีข้อมูลอยู่บ้า


เขาก็เขียนออกชัด
///เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นาง ได้เงือนได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ฎั่งบำเรอแก่พ่อกู///
เอามาจากการตีเมืองไงครับเงินหน่ะแต่ผมไม่แน่ใจว่าภาษีที่เขาว่ามันเป็นแค่ภาษีผ่านทางอย่างเดียวรึเปล่าเกิดไม่ทัน

อย่างเรื่องที่เขียนแนะนำตัวทันสมัยเนี่ย
ผมว่าคุณลองมองอียิปสิครับ เทียบกันแม่งไทยล้าหลังโคตร กะอีแค่ข้อความนิดๆหน่อยๆ
การที่คุณเขียนตั้งใจจะให้ผู้ใดอ่านเนี่ย ถามคุณบ้างเขียนทำไมครับชื่อพ่อแม่เนี่ย เพื่อ?? ถ้าคุณไม่อยากให้รู้ว่าคุณเป็นใครแล้วเขียนเพื่อ รายอ่ะ
นักวาดรูปยังลงลายเซ็นต์ตัวเองเลยคุณ
อ่ะเอาในลักษณะการเขียนจดหมายก็ได้ครับ ลงชื่อไปทำไมกัน ถ้าคิดอย่างคุณคงไม่มีใครจะจดบันทึกอะไรไหนๆก็ชอบประวัติศาสตร์แล้วคุณก็น่าจะอ่านบันทึกจีนหรืออ่า ผมว่าคุณคงเคยดูหนังจีนทั้งหลายที่นักปราชเขาแบบว่าเขียนหนังสือแล้วใส่ชื่อตัวเองอ่ะครับ
เขาแนะนำตัวไงครับอย่างที่คุณว่า ผมว่าที่ไหนเขาก็แนะกันทั้งนั้นพงศาวดารไรงี้ ถึงจะไม่ๆด้แนะนำในลักษณะการเขียนบันทึก แต่ฏ้พาดพิงถึงในหลักออกจะวิชาการ

ถ้าคุณอ่านจุดประสงค์การสร้างคือต้องการให้ไทยมีภาษาของตน คุณคงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องภาษาคุณควรจะเข้าใจอีกเรื่องนึงนอกจากคำว่ากูหรือคำแปลกๆแล้ว บางคำก็มีความหมายไม่เหมือนกัน อย่างคำว่า "ไพร่ฟ้าหน้าใส"ที่คุณว่า
ผมไม่แน่ใจว่าคุณบ้ารึเปล่าคนกำลังจะแพ้หนีตายยังยิ้ม +555
คงบ้าสินะครับ
แต่นั้นแปลตามความหมายปัจจุบันที่แปลว่าใบหน้าสดใส
ถ้าลองแปลตามความหมายของเค้าแล้ว หน้าใสแปลว่า"ประชาชนพลเมือง" ครับ ถ้าดูดีๆคำที่เห็นชัดมาก คือคำว่ากู ครับชัดเจนที่สุด การใช้ต่างกัน สมัยมันไม่ใช่เรื่องหยาบคายและเป็นปกติ แต่สมัยนี้เพื่อนสนิทเท่านั้น ลองไปพูดกับอาจารย์สิครับ จารย์วันนี้กูไม่อยากเรียนอ่ะหยุดได้มั๊ย ได้โดนถีบออกจากห้องหยุดเรียนสมใจ
//www.thai-folksy.com/L2Qua/L61-90/71-L2Q.HTM
ลองอ่านดูครับ

ส่วนอันล่างนี้ผมให้คุณดูแต่หัวข้อครับเพราะผมเองก็ไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องเหมือนกัน
"ไพร่ฟ้าหน้าใส รอคอยแต่ความหวัง โดยไม่อยากดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเอง แล้วมันจะอยู่รอดหรือ?"
//arayachon.org/forum/palawat/241
คนยิ้มบ้าอะไรครับที่จะนั่งรอความหวัง - -* ผมโง่หรือตีความไม่เข้าใจเหมือนคุณครับ
เอ๋หรือว่าคุณไม่ใช่คนไทยถึงได้
ตีความอะไรไม่ค่อยชัด

ผมเชื่อนักวัชาการบางคนที่บอกว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่สี่ เพราะมีแรงจุงใจที่ทำให้ผมโน้มตามได้

แสดงว่าประชาชนในจารึกสุโขทัยเป็นโรคจิตหรอ???
คนครับคุณ คุณก็คนเว้นจะไม่ใช่คนไทย คุณยังไม่รู้ถึงความจริงที่แน่ชัด ผมคิดว่าคุณไม่ควรพูดคำว่าโรคจิต

งั้นขอยกค้านอีกแล้วกันน่ะครับ
วิกีพีเดีย....
ด้านการปกครอง ด้านการปกครองสามารถแยกกล่าวเป็น 2 แนว ดังนี้ ในแนวราบ จัดการปกครองแบบพ่อปกครองลูก กล่าวคือผู้ปกครองจะมีความใกล้ชิดกับประชาชน ให้ความเป็นกันเองและความยุติธรรมกับประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อประชาชนเกิดความเดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนกับพ่อขุนโดยตรงได้ โดยไปสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้ที่หน้าประตูที่ประทับ ดังข้อความในศิลาจารึกปรากฏว่า "…ในปากประตูมีกระดิ่งอันหนึ่งไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าใส…" นั่นคือเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถมาสั่นกระดิ่งเพื่อแจ้งข้อร้องเรียนได้ ในแนวดิ่ง ได้มีการจัดระบบการปกครองขึ้นเป็น 4 ชนชั้น คือ

1) พ่อขุน เป็นชนชั้นผู้ปกครอง อาจเรียกชื่ออย่างอื่น เช่น เจ้าเมือง พระมหาธรรมราชา หากมีโอรสก็จะเรียก "ลูกเจ้า"

2) ลุกขุน เป็นข้าราชบริพาร ข้าราชการที่มีตำแหน่งหน้าที่ช่วงปกครองเมืองหลวง หัวเมืองใหญ่น้อย และภายในราชสำนัก เป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดและได้รับการไว้วางใจจากเจ้าเมืองให้ปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ไพร่ฟ้า

3) ไพร่หรือสามัญชน ได้แก่ราษฎรทั่วไปที่อยู่ในราชอาณาจักร (ไพร่ฟ้า)

4) ทาส ได้แก่ชนชั้นที่ไม่มีอิสระในการดำรงชีวิตอย่างสามัญชนหรือไพร่ (อย่างไรก็ตามประเด็นทาสนี้ยังคงถกเถียงกันอยู่ว่ามีหรือไม่)

ผมแนะนำหน่อยแล้วกันครับว่าตอนที่สองของคุณควรจะหาหลักฐานนอกเหนือจากที่คุณแปลเองเสียก่อน
จากนั้นก็ค่อยเอาความรู้ทั้งหมดมาประมวลและค่อยๆเขียนลงจะดีกว่า
ปล่อยไก่ตัวเท่าไดโนเสาชุบแป้งทอดออกมาวิ่งเล่นอย่างนี้อ่านะ

แล้วผมจะมาชมตอนที่สองของคุณแล้วกันครับว่าจะสนุกกว่าตอนแรกมั๊ย
สนุกมากครับที่ได้อ่านรู้สึกเหมือนเป็นนวนิยายเพ้อเจ้อ เฮ้ยไม่นวนิยายย้อนยุคเหนือคำบรรยาย เหนือความคาดหมาย

นวนิยาย

นวนิยาย
ความหมาย

น. บันเทิงคดีร้อยแก้วขนาดยาวรูปแบบหนึ่ง มีตัวละคร โครงเรื่อง เหตุการณ์ในเรื่อง และสถานที่ ที่ทำให้เนื้อเรื่องมีความสมจริง เช่น เรื่องหญิงคนชั่ว ของ ก. สุรางคนางค์ เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ของ ยาขอบ เรื่องสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องเรือมนุษย์ ของ กฤษณา อโศกสิน, ถ้ามีขนาดสั้น เรียกว่า นวนิยายขนาดสั้น เช่น เรื่องดรรชนีนาง.


โดย: คารินเน (yureasho ) วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:23:16:11 น.  

 
ลืมบอกไปครับว่าพจนานุกรม ฉบับบัณฑิตยสถาน online


โดย: คารินเน (yureasho ) วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:23:56:46 น.  

 
ขอให้มีความสุขในปีใหม่ ๒๕๕๑ นี้นะครับ
(อวยพรผ่านหลังมือไม่ได้)


โดย: NickyNick วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:9:48:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เมื่อไรจะหายเหงา
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เมื่อไรจะหายเหงา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.