|
|
เป็นไปได้หรือไม่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เป็นพระนิพนธ์สมัย ร.4
ในบทวิเคราะศิลาจารึกพ่อขุนรามฯ ได้พบพิรุธหลายอย่าง เช่น อักษรในจารึก ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปรากฎในจารึกพ่อขุนราม คำบางคำที่ไม่สอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองสมัยสุโขทัย และความขัดแย้งกับจารึกสุโขทัยหลักอื่น ๆ
เรามาดูกันนะครับ ว่าข้อพิรุธมีอะไรบ้าง ลองมาดูด้านที่ 1
พ่อกูชื่อศรีอินทราทีตย แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือ ผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ญังเลก เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้ สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกูหนีญญ่ายพายจแจ้น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้าง ขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้(แพ้ ภาษาสุโขทัยแปลว่า ชนะ) ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นาง ได้เงือนได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ฎั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง(ก)ลม เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขไทนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อเสื้อคำมัน ช้างขอลูกเมียเยียเข้า ไพร่ฟ้าข้าไท ป่าหมากป่าพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักนักมักผู้ซ่อน เหนข้าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือด คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อกู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงือนบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่อยมันตวงเปนบ้านเปนเมือง ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก็ดี บ่ข้าบ่ตี ในปากประตูมีกระดิ่งอันณึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท้อง ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำํแหงเจ้าเมืองได้ ^ ^ ลองมาดูหน้าแรกเลยนะครับ
หน้าแรกกล่าวถึงประวัติตนเอง ทำอะไรที่ไหน ทำกับใคร รบกับใคร และมีเรื่องการปกครองแบบพ่อปกครองลูกศึ่งคือการปกครองในสมัยพ่อขุนรามที่ชาวสุโขทัยชื่นชอบ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ลองมาดูการเมืองการปกครองนะ ว่าการปกครองแบบพ่อปกครองลูกสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่???
สุโขทัยมีพ่อปกครองลูก จีนมีการปกครองในแบบขงจื๊อ ซึ่งเป็นการปกครองในอุดมคติ จึงเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นจริงยากมาก และแนวคิดการปกครองแบบขงจื๊อ ก็โดนกวาดล้างบ่อย ยิ่งสมัยจิ๋นซี การศึกษาไม่ต้องพูดถึง ประชาชนไม่ได้เรียนหนังสือ จะประสาอะไรกับพ่อปกครองลูกล่ะ ที่เชื่อว่ามีจริง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน???
แล้วการปกครองในอุดมคติที่เชื่อว่าเป็นพ่อปกครองลูก มีแคว้นไหนเมืองไหนปฏิบัติบ้าง??? แล้วต้องปกครองยังไง??? ประชากรแค่ไหน???
การจะปกครองแบบพ่อปกครองลูก นั่นหมายถึงการไม่แบ่งชนชั้น ไม่มีขุนนาง ไม่มีระบบเจ้านาย มันหมายถึงการที่ประชาชนใกล้ชิดกับสถาบันกษัตริย์(มาก ๆ) และมีข้อความหลายตอน เช่น หน้าประตูมีกระดิ่งแขวนไว้ และ คนไปดูงานเผาเทียนเล่นไฟของกษัตริย์ และผู้คนจะค้าขายอะไรก็ได้โดยไม่มีการเก็บภาษี ผู้คนอยากได้อะไร อยากได้นางบำเรอก็มาขอได้ มันไม่แปลกหน่อยเหรอครับ???
ข้อมูลตรงนี้สำคัญ ถ้าผู้คนค้าขายโดยไม่มีการเก็บภาษี แล้วเอาเงินจากไหนมาพัฒนาประเทศ เอาเงินจากไหนเข้าคลังหลวง ไหนจะค่าบำรุงเขื่อน ทำบุญ จัดงาน ก็ต้องใช้เงิน เงินก็มาจากการเก็บภาษีจากการค้าขายกับคนต่างถิ่นและค้าขายของสำคัญ แต่กลับไม่มีการเก็บภาษี เป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเอาเงินจากไหนมาดูแลประชาชนท่าน???????
ส่วนวำนวนการเขียนหน้าแรก เหมือนการเขียนเรื่องส่วนตัว การเขียนความเรียง ที่ต้องแนะนำตัว แนะนำสารพัด แนะนำนู่นแนะนำนี่ ถามว่าเขียนให้ใครอ่านครับ??? ประชาชนอ่าน? หรือคนในครอบครัวอ่านกันเอง?
เพราะครั้งหนึ่งผมเขียนเรื่องส่วนตัวในจดหมาย ผมก็แนะนำตัวว่า พ่อผมชื่อ...แม่ผมชื่อ... ผมมีพี่น้อง...คน เมื่ออายุ...ผมก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม...ภาคภูมิใจมาก และก็บรรยายว่าผมไปทำอะไรที่ไหน เมื่อไร ผมคิดว่าข้อความในจารึกด้านที่ 1 เหมือนการเขียนจดหมายส่วนตัว ที่ต้องแนะนำตัวก่อนบรรยายเรื่องตัวเอง ดูเป็นสากลมาก ๆ
ลองมาดูสภาพภูมิศาสตร์นะครับ.....
มีคำขวัญของชาวสุโขทัยบทนึงคือ"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว"บรรยายเห็นภาพเลยอะ ถ้าผมจินตนาการบ้านเมืองในจารึก มันคือเมืองในฝันที่ผมอยากอยู่ มีความอุดมสมบูรณ์
และมีการเอาดินแถว ๆ โบราณสถานสุโขทัย พบว่าดินแห้ง ปลูกอะไรไม่ขึ้น ส่วนดินอีกที่คือดินแถวแม่น้ำยมที่ไหลผ่านสุโขทัย ซึ่งบริเวณแม่น้ำยม กับในตัวเมืองสุโขทัย มันห่างกันมาก ตีความง่าย ๆ คือถ้าต้องการน้ำมาใช้สอย หรือเอามาบริโภค ต้องเดินไปตักเอง หรือทำชลประทาน ขัดแย้งกับคำว่า"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงในสภาพภูมิศาสตร์สุโขทัย
ถ้ามีการทำชลประทาน แสดงว่าต้องมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ เลยต้องสร้างทำนบสรีดพงส์หรือทำนบพระร่วงไว้เก็บน้ำ ถ้าอุดมสมบูรณ์จริงอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างทำนบ หรือทำชลประทานให้เปลืองงบ
ส่วนข้อความตอนที่กล่าวถึงทัพขุนสามชนบุกมา ใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"ในบริบทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องสงคราม เห็นความขัดแย้งชัดเจน เพราะคำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"มันหมายความว่า"ประชาชนมีความสุข" แสดงว่าประชาชนในจารึกสุโขทัยเป็นโรคจิตหรอ??? พอมีสงครามยิ่มร่าเริง หน้าตาแจ่มใส จนในจารึกใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าใส"หรือพากันหนีด้วยความเบิกบานใจ ที่ขุนสามชนยกทัพมาตี?????
ในขณะที่ตอนที่กล่าวถึงร้องทุกข์ ใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าปก" แสดงว่าประชาชนเป็นทุกข์ร้อน และมาร้องทุกข์ เลยใช้คำว่า"ไพร่ฟ้าหน้าปก"
จบเพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวติดตามต่อตอนที่ 2
| Create Date : 01 ตุลาคม 2550 |
| Last Update : 1 ตุลาคม 2550 12:48:50 น. |
|
11 comments
|
| Counter : 6750 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:12:47:20 น. |
|
|
|
โดย: Darksingha วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:11:59:05 น. |
|
|
|
โดย: สยึมกึ๋ย วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:13:50:03 น. |
|
|
|
โดย: NickyNick วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:13:08:47 น. |
|
|
|
โดย: NickyNick วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:30:58 น. |
|
|
|
โดย: Oceanophila วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:17:23 น. |
|
|
|
โดย: คารินเน (yureasho ) วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:23:16:11 น. |
|
|
|
โดย: คารินเน (yureasho ) วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:23:56:46 น. |
|
|
|
โดย: NickyNick วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:9:48:06 น. |
|
|
|
โดย: teawpretty วันที่: 20 สิงหาคม 2568 เวลา:11:14:24 น. |
|
|
|
โดย: teawpretty วันที่: 20 สิงหาคม 2568 เวลา:14:55:48 น. |
|
|
|
| |
|
|
ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าจะพิสูจน์กันจริง ๆนั้นไม่ยากเลย
แค่นำเอาหลักศิลาจารึกดังกล่าว ไปตรวจพิสูจน์คาร์บอน
ก็สามารถที่จะยืนยันอายุของหลักศิลาจารึกได้แล้ว
ก็สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่า ทำไมถึงไม่ตรวจสอบให้รู้เรื่องกันไปเลย
แทนที่จะมานั่งถกเถียงกันอยู่
.................
แวะมาขอบคุณด้วยค่ะที่ไปเยี่ยมเราสองคนที่บล็อก
และร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณกุ้ง
ขอบคุณมากๆค่ะ