นิราศบางกอก ตอนที่ ๒ (พาย่าย้อนอดีต พระที่นั่งวิมานเมฆ)


ตอนปิดเทอมย่าบอกจะมาเยี่ยม
จำต้องเตรียมต้อนรับไม่ไปไหน
จากโคราชเดินทางมาตั้งไกล
ความตั้งใจพาย่าไปชมเมือง

นั่งรถทัวร์มากันเพียงสองคน
น้องจอมซนไม่เคยอยู่เชื่องเชื่อง
ชื่อปังปอนด์เคยมาตั้งนานเนือง
คงมีเรื่องให้เล่าเช้ายันเย็น

ออกจากบ้านพร้อมกันแต่เช้าตรู่
ความใคร่รู้ไม่เกินกว่ายากเข็ญ
เดินตามรอยราชวังที่เคยเป็น
ย้อนคืนเช่นวันวานโบราณมา





จุดมุ่งหมายพระที่นั่งวิมานเมฆ
ปลีกวิเวกพร้อมกันกับคุณย่า
ราชวิถีเส้นทางย้อนเวลา
วิ่งเลยมาเข้าเขตพระราชวัง





อยู่ใกล้หมู่มวลสัตว์สวนดุสิต
รั้วรอบชิดติดกันแต่หนหลัง
ที่แห่งนี้เป็นเขตราชวัง
เคยได้ฟังคำเล่าแต่เยาว์วัย





จ่ายค่าบัตรเข้าชมพอสมควร
แล้วชักชวนเกาะเกี่ยวมือน้องไว้
หาข้าวกินรองท้องหน่อยปะไร
ต้องเดินไกลชมวังกำลังมี





ระหว่างรอเข้าชมพระที่นั่ง
จนกระทั่งถึงคิวพวกเรานี้
หยุดยืนดูแผนที่กว้างเหลือดี
ตำหนักมีมากมายหลายจุดชม





ผ่านประตูตรวจค้นสรรพวุธ
ต้องเปลี่ยนชุดผ้าถุงเพื่อนุ่งห่ม
นึกแปลกใจแต่ปล่อยไปตามลม
รอเข้าชมตามรอบตามเวลา





พระที่นั่งจากเรือนไม้สักทอง
สมัยของรัชกาลองค์ที่ห้า
ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา
ย้อนเวลากลับคืนยุคแม่พลอย





เดินตามหมู่มวลชนคนไหลหลั่ง
จีนฝรั่งปะปนบ้างเล็กน้อย
มีไกด์สาวพาเพลินเดินทยอย
เสียงเจื้อยจ้อยอธิบายสิ่งสำคัญ





เป็นเรือนไทยประยุกต์คลุกยุโรป
ทรงเรือนโอบตัวแอลมีสี่ชั้น
ล่างเป็นตึกบนเป็นไม้ลวดลายพัน
ต่างห้องกันห้าสีที่งดงาม





ห้องเมืองจีนเก็บของสะสมไว้
บางห้องใช้บรรทมบนชั้นสาม
ระหว่างชั้นจุดยืนทหารยาม
นึกภาพตามเหมือนย้อนเวลาไป





แต่ละห้องจัดแสดงหมวดข้าวของ
ทั้งฉลองพระองค์ที่ทรงใช้
มีรูปภาพเจ้านายฝ่ายชั้นใน
ซาบซึ้งในพระองค์ทรงเมตตา





ได้สัมผัสที่เห็นเคยอยู่จริง
ทั่วทุกสิ่งได้ยลเพียงข้างหน้า
เก็บบันทึกความจำจากสายตา
มิอาจมาเป็นภาพคงทราบดี





ทางออกมาซ้ายมือพระที่นั่ง
เรือนหลายหลังที่เห็นอยู่ด้านนี้
เรียกเรือนต้นเรือนไทยแลสวยดี
สำหรับที่รองรับเหล่าเจ้านาย





จุดสำคัญยังมีหลายตำหนัก
เคยพิงพักบ่าวนายที่มากหลาย
แม้อดีตมิอาจคืนกลับกลาย
หลงเหลือลายรอยอดีตขีดเส้นเดิม





ปัจจุบันย่อมเกิดจากอดีต
คนเก่าขีดคนใหม่ต้องช่วยเสริม
หากขาดไปสิ่งใดควรช่วยเติม
สองแรงเพิ่มคุณค่าพารุ่งเรือง





บริเวณราชวังยังร่มรื่น
ความสดชื่นรับรู้อยู่ต่อเนื่อง
แม้ท่ามกลางตึกสูงอยู่กลางเมือง
เหมือนฟันเฟืองนาฬิกาพาหยุดลง





ผ่านโรงเก็บรถยนต์พระที่นั่ง
สภาพยังดูใหม่ไม่ลืมหลง
ล้วนหลากสีสดสวยด้วยบรรจง
ยังเก็บคงรักษาคุณค่ามี




แม้แต่รถรุ่นเก่าโบราณนัก
อนุลักษณ์เอาไว้เรียงแถวที่
เป็นครั้งแรกได้เห็นปลื้มยินดี
โอกาสมีให้เห็นเป็นบุญตา





ใช้แรงม้าลากรถให้ขับเคลื่อน
ม้าเขยื้อนพาวิ่งไปข้างหน้า
เปิดประทุนรับลมชมนำพา
ตามติดมาเป็นแถวเป็นแนวกัน





บูรณะซ่อมแซมไว้อย่างดี
มีแต่สีเหลืองสดทั้งหมดนั้น
ยังใช้งานได้จริงเกือบทุกคัน
วันสำคัญนำออกมาใช้งาน





รถที่เห็นใช้อยู่เมื่อเร็วนี้
เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และโอฬาร
เฉลิมฉลองครองราษฎร์ที่ยาวนาน
รัชกาลพ่อหลวงปวงชาวไทย





เดินมุ่งไปตำหนักสวนหงส์นั้น
มีสองชั้นสีเขียวเรือนหลังใหญ่
พระบรมราชเทวีประทับใน
เดี๋ยวนี้ใช้แสดงภาพงานพิธี





หลายตำหนักปิดไว้ไม่ให้เข้า
เพียงคาดเดาปรับปรุงสถานที่
บริเวณกว้างขวางร่มรื่นดี
สมเป็นที่ขอบเขตพระราชวัง





กวาดตามองผู้คนทั้งเทศไทย
ภาคภูมิใจอดีตแต่ครั้งหลัง
รวมเป็นไทยจนถึงวันนี้ยัง
ยังอยู่ยั้งยืนยงคงเลือดไทย





เหลียวหันไปถามย่าเป็นอย่างไร
ย่าชอบใจไม่เคยไปที่ไหน
ภูมิใจนักที่เกิดแผ่นดินไทย
ใต้ร่มไทรร่มโพธิ์ทุกพระองค์





แม้ผ่านร้อนผ่านฝนจนเจ็ดสิบ
สองมือหยิบจับดินเป็นผุยผง
อีกไม่นานคงหมดเวลาลง
แต่ย่าคงจดจำที่นำมา





มองทางออกประตูสู่ถนน
ได้มาค้นย้อนรอยที่ไข่วหา
ประวัติศาสตร์ชวนให้เราตรึงตรา
หมุนเวลาสู่อดีตร้อยกว่าปี




หมดเวลานิราศอีกหนึ่งตอน
พาย่าย้อนกลับอดีตขีดตอนนี้
เมื่อคืนวันผันเปลี่ยนเวียนเป็นปี
คงยังมีวิมานเมฆอยู่คู่เมือง









Create Date : 05 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 15:56:11 น.
Counter : 873 Pageviews.

0 comment
นิราศบางกอก ตอนที่ ๑ (วัดพระแก้ว)

เป็นศูนย์รวมมากมายคือเมืองใหญ่
ศิวิไลตึกรามหลากแสงสี
ทั้งถนนหนทางล้วนมากมี
รู้กันดีเรียกชื่อคือบางกอก





ไปทางไหนรถวิ่งกันขวั่กไขว่
ตึกสูงใหญ่มากมายเกินคำบอก
คนมีดีมีร้ายและลวงหลอก
แต่บางกอกมากล้วนเสน่ห์เมือง





ก่อกำเนิดเกินกว่าสองร้อยปี
ธนบุรีผ่านผันพลันต่อเนื่อง
จนมาเป็นกรุงเทพที่รุ่งเรือง
บันทึกเรื่องร้อยพันอันร้อยเรียง





นิราศเริ่มบันทึกการเดินทาง
อย่าเลือนลางห่างไกลใจบ่ายเบี่ยง
ไปหลงไหลแดนไกลใคร่ลำเอียง
แว่วสำเนียงเสียงสั่งจากข้างใน





ตื่นแต่เช้ากินข้าวกันเสร็จสรรพ
พร้อมขยับเดินทางที่วางไว้
เป็นวันหยุดธรรมดาทั่วทั่วไป
จึงตั้งใจจะไปวัดพระแก้ว





แท้ที่จริงสักครั้งยังไม่เคย
ได้เพียงเลยผ่านพ้นจนคลาดแคล้ว
มองภายนอกกำแพงยาวเป็นแนว
เมื่อถึงแล้วเสียงใจเต้นตูมตาม





อารามหลวงแต่ไร้ซึ่งพระสงฆ์
สร้างดำรงเคียงอยู่คู่สยาม
อวดชาวโลกรู้ชื่อระบือนาม
ความงดงามวิจิตรจิตรกรรม





จิตรกรบรรจงลงฝีมือ
ฝากไว้ชื่อลงสีฝีแปรงซ้ำ
วาดเป็นเรื่องรามเกียรติเพียรจดจำ
เล่าลำนำเรียงร้อยเรื่องราวมา





เป็นสงครามระหว่างเชื้อเผ่าพันธ์
สู้ประจันฝ่ายคนกับยักษา
หนุมานจะเผากรุงลงกา
ชิงสีดากลับคืนองค์พระราม





การต่อสู้ต่างฝ่ายต่างมีดี
บางครั้งมีเยาะเย้ยและเหยียดหยาม
เรื่องสนุกให้เราชวนติดตาม
ทั้งพระรามพระลักษณ์ยักษทศกันย์





แหนงหน้ามองขึ้นไปยังปลายสุด
ตาสะดุดความงามที่สร้างสรรค์
ระฆังแขวนส่งเสียงทุกคืนวัน
เคียงข้างกันรอบพระอุโบสถ





ด้านในนั้นมีสิ่งที่สืบสาน
ประดิษฐานพระแก้วมรกต
คงคุณค่ายิ่งกว่าสิ่งใดหมด
ดั่งมรกตคู่บ้านคู่เมืองไทย





แสนเสียดายเค้าห้ามเราถ่ายภาพ
เพียงไหว้กราบหยุดยืนไม่ไปไหน
คนล้นหลามเบียดเสียดกันเข้าไป
ฉงนในทำไมไม่เข้าใจ





มองด้านนอกที่เห็นว่างามแล้ว
ในผ่องแผ้วงดงามจะหาไหน
ทั้งแต่งองค์ทรงเครื่องโบราณไทย
หมุนเวียนไปตามแต่ฤดูกาล





บริเวณรอบนอกล้วนวิจิตร
เพ่งพินิจขวาโบส์ถซ้ายวิหาร
เราคนไทยแม้เห็นมาเนิ่นนาน
คงตระการตื่นตาผู้มาชม





ศิวิไลแท้จริงอยู่ตรงไหน
ตึกสูงใหญ่ระฟ้าที่ว่าข่ม
หากเปรียบเทียบตรงหน้าสายตาชม
ต่างกันจมเทียมที่ไม่มีทาง





ยืนตะหง่านสองตนอยู่หน้าโบส์ถ
ยักษ์พิโรธหากใครมาถากถาง
โดนตะบองสองยักษ์ระหว่างกลาง
สลบข้างแทบเท้าร้าวทั้งตน





เดินทั่วรอบผ่านมาคงหลายไร่
ยืนพักใจถ่ายรูปไว้สักหน
ที่ระลึกความจำกันสองคน
ได้มายลวัดงามหนึ่งของไทย





เสียงผู้คนจอแจแลไปทั่ว
ต้องขอตัวจากลาก่อนได้ไหม
กราบพระแก้วมรกตจดจิตใจ
ขอให้ไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว







Create Date : 05 ตุลาคม 2552
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 10:38:19 น.
Counter : 1121 Pageviews.

4 comment

nenenery
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อเนเน่คนนี้เป็นพี่ใหญ่
ถัดกันไปชื่อเนยเป็นน้องสาว
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยตามเรื่องราว
ทั้งสั้นยาวหนทางแตกต่างกัน
ประสบการณ์เรียนรู้สู่โลกกว้าง
มีที่ว่างเติมใจให้สุขสันต์
เมื่อลมเพพัดเอื่อยเรื่อยเรื่อยพลัน
ปล่อยใจฝันตามลมให้สมทรวง