นิราศนครปฐม ตอนที่ ๑ (พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง)

ด้วยตั้งใจชวนน้องกันสองคน
พาผจญตะลอนนครปฐม
นั่งรถไปชิวชิวปลิวตามลม
เพื่อไปชมห้องหุ่นขี้ผึ้งไทย

จากเส้นทางปิ่นเกล้านครปฐม
คมนาคมสะดวกทางใช้ได้
ผ่านเลยวัดไร่ขิงไม่เท่าไร
กลับรถไปขวามือคือปลายทาง

เป็นอาคารสองชั้นสร้างด้วยตึก
อยู่ไม่ลึกเดินไปไม่ไกลห่าง
ปลูกต้นไม้รายล้อมพร้อมจัดวาง
คนเบาบางพอดีมีเพื่อนเดิน





ราคาบัตรผ่านประตูดูเล็กน้อย
เดินค่อยค่อยเข้าในให้เขอะเขิน
เปิดแอร์เย็นชุ่มฉ่ำทำให้เพลิน
ก้าวย่างเดินดูชมหุ่นสมจริง





เห็นรูปปั้นเกจิท่านอาจารย์
นั่งเข้าฌาณสงบสนิทนิ่ง
เหมือนดั่งอยู่ห้วงในไม่ไหวติง
นั่นรูปจริงหรือหุ่นวุ่นคิดไป





หลวงพ่อชากำลังจ้องมองหน้า
ดูเหมือนว่าเตรียมตัวจะไปไหน
หรือว่าท่านกำลังรอคอยใคร
นิมนต์ไปเทศนาประชาชี





หลวงปู่ศุขแห่งวัดมะขามเฒ่า
ชื่อนี่เรารู้จักและมักจี่
ทั้งประวัติเล่าขานตำนานมี
พระที่ดีควรค่าบูชาตน





หลวงปู่มั่นตั้งมั่นบำเพ็ญเพียร
คนแวะเวียนกราบไห้วทุกแห่งหน
เป็นที่รักนับถือของหมู่ชน
ทุกตำบลทั่วแคว้นถึงแดนไกล





มาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานครู
กำลังดูตรวจตราตำราใหญ่
พระคุณครูเสริมสร้างรู้กว้างไกล
พายเรือไปส่งคนจนล้นเมือง





นั่นคุณลุงกำลังทำอะไร
คิดไวไวสมองจะปราดเปรื่อง
หากเดินช้าคิดนานเพื่อนพาลเคือง
อย่ามีเรื่องรุกฆาตบาดใจกัน





มาถึงห้องราชวงศ์จักรีวงศ์
แปดพระองค์ประทับอยู่ที่นั่น
รัชกาลเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ความสำคัญรวมใจไทยทุกคน





รัชสมัยผ่านมาเก้าพระองค์
สถิตย์คงบารมีเป็นล้นพ้น
ใต้พระบาทเทิดไท้ใฝ่ดำรง
ขอจงทรงเป็นมิ่งขวัญปวงประชา





มองดูหุ่นพรานบูรพ์นั่งแต่งเพลง
ร้องบรรเลงละครจันทร์เจ้าขา
ศิลปินรุ่นเก่าคราวคุณตา
เนิ่นนานมาชื่อยังอยู่ยืนยง





อีกท่านหนึ่งรู้จักกันทุกรุ่น
ตั้งแต่คุณพ่อแม่ยังไหลหลง
มาถึงรุ่นลูกหลานก็ยังคง
ติดตามวงดนตรีสุนทราภรณ์





ท่านมหาตะมะคานธีนั่น
จงจำมั่นความดีที่สั่งสอน
อหิงสาแนวทางใช้ต่อกร
พึงสังวรณ์ยึดมั่นกันทั่วไป




มหาชนคนรู้ว่าลินคอนท์
กล่าวสุนทรถ้อยแถลงอันยิ่งใหญ่
โลกได้รู้ประชาธิปไตย
ใช่อื่นใดนั่นคือประชาชน




จากห้องหนึ่งผ่านไปอีกห้องหนึ่ง
ยังแอบทึ่งคนเก่าเข้าอีกหน
การละเล่นเขาใช้หัวล้านชน
พิลึกปนขำขันกันน่าดู

หากที่ใดอยู่ยงคงรักษา
คิดไว้ว่าชวนพ่อไปแข่งสู้
หากชนะรางวัลเปิดออกดู
คงอดสูข้างในให้หวีแทน





การละเล่นของเด็กน่าสนุก
ชนล้มลุกขี่หลังรั้งวงแขน
ผู้ชายเล่นส่วนหญิงคงโดนแบน
ถูกดูแคลนกำลังชั่งน้อยไป





วังเวงแว่วได้ยินเสียงปี่เป่า
โถ..นี่เราเคลิมเคลิ้มจนหลงไหล
ท่วงทำนองของปี่พระอภัย
อาจหลงไปเผลอจิตคิดล่องลอย





แม้นางเงือกยังหลงตามติดป้อง
จนตั้งท้องกำเนิดเกิดลูกน้อย
สุดสาครเฝ้าหาตั้งตาคอย
เป็นเด็กน้อยหาพ่อพระอภัย





ไม่วายเว้นนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร
เป็นที่สุดอาวรณ์จะหาไหน
ตามงอนง้อล่อลวงบ่วงดวงใจ
เสกมนต์ไว้ซ่อนกายหมายสมสู่





เป็นเรื่องราวกล่าวไว้ในบทกลอน
เพียงบางตอนของท่านสุนทรภู่
กวีเอกของไทยให้เป็นครู
ได้เรียนรู้ถ้อยคำจดจำมา





ทั่วทั้งโลกผู้คนที่เกี่ยวข้อง
ต่างยกย่องเรียงร้อยถ้อยภาษา
พิมพ์เผยแพร่อยู่คงลงตำรา
เลยผ่านมาไม่น้อยร้อยกว่าปี





เดินไปต่อเห็นคนแต่ก่อนเก่า
ช่างอับเฉาด้อยค่าราคาดี
ขายเป็นทาสรับใช้คนมั่งมี
ตามวิถีคนจนข้นแค้นใจ





แต่เป็นเพราะบารมีพระจอมเกล้า
ปกครองชาวประชาพาเลื่อมใส
ทรงปลดแอกประกาศเลิกทาสไป
ทั้งผองไทยแส่ซ้องสดุดี





เดินกันนานประมาณชั่วโมงกว่า
ชักเริ่มล้าปนหิวกันแล้วนี่
อากาศเย็นสบายกำลังดี
หลานตัวดีรอยายพักกายลง





แต่ทางนี้ไฉนเหนื่อยอ่อนนัก
เพียงนั่งพักแว๊บเดียวเดี๋ยวไหลหลง
ปล่อยทั้งแขนทั้งขาท่าจะปลง
เผลอหลับลงคงเพลินเจริญใจ





ได้เวลาจากลากันอีกครั้ง
แต่ก็ยังคงอยู่ไม่ไปไหน
ไว้วันหน้าติดตามกันต่อไป
เจอกันใหม่ตอนหน้าไม่ช้านาน






Create Date : 24 กรกฎาคม 2552
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 9:52:37 น.
Counter : 2526 Pageviews.

1 comment

nenenery
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อเนเน่คนนี้เป็นพี่ใหญ่
ถัดกันไปชื่อเนยเป็นน้องสาว
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยตามเรื่องราว
ทั้งสั้นยาวหนทางแตกต่างกัน
ประสบการณ์เรียนรู้สู่โลกกว้าง
มีที่ว่างเติมใจให้สุขสันต์
เมื่อลมเพพัดเอื่อยเรื่อยเรื่อยพลัน
ปล่อยใจฝันตามลมให้สมทรวง