นิราศสมุทรปราการ ตอนที่ ๑ (เมืองโบราณ)

วันอาทิตย์มีนัดกับคุณป้า
คิดกันว่าจะพาไปที่ไหน
สถานที่หนทางไม่ห่างไกล
ตัดสินใจชวนไปสมุทรปราการ

ใช้เวลาเดินทางไม่มากนัก
วิ่งทางหลักมุ่งตรงออกจากบ้าน
ด่วนบางนาอย่าช้าข้ามสะพาน
เส้นเก่านานสุขุมวิทชิดซ้ายเลย

ผ่านหลายหนชอบกลไม่เคยเข้า
แปลกหนอเราบางปูดูเฉยเฉย
ได้ยินชื่อนานนมคำชมเชย
ไฉนเลยเราเชยอยู่คนเดียว

เจ็ดสิบโลจากกรุงเทพเพียงเท่านั้น
ในหนึ่งวันเป็นทริปที่ท่องเที่ยว
มากับเพื่อนญาติมิตรชิดกลมเกลียว
หากมาเดี่ยวดูเปรี้ยวไม่เข้าที

เก็บค่าผ่านประตูร้อยห้าสิบ
อย่าลืมหยิบเงินทอนด้วยคุณพี่
ส่วนเด็กเล็กครึ่งราคาน่ายินดี
คิดแง่ดีได้ไปหลายหลายเมือง

เขามีรถบริการเข้าด้านใน
เลือกเช่าได้จักรยานหรือรถเครื่อง
หรือรถรางคนนั่งกันแน่นเนือง
ไม่สิ้นเปลืองรถเรารีบเข้าไป

หาที่จอดเดินเข้าตลาดโบราณ
สร้างเป็นร้านขายของเลือกซื้อได้
ทั้งของกินของฝากหรือของใช้
ตามแต่ใครชอบใจใคร่ซื้อมา





มองของฝากที่ระลึกที่เขาขาย
วางเรียงรายมากมายอยู่ตรงหน้า
ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่หลายราคา
เดินเลยมาผ่านไปไม่ต้องการ





มองเห็นร้านตัดผมอยู่ร้านหนึ่ง
เรายังทึ่งเก้าอี้ที่ในร้าน
เป็นของเก่าเขาเก็บมาเนิ่นนาน
ของโบราณเคยใช้ได้จริงจริง





ย้อนอดีตชุมชนในยุคเก่า
ทั้งเรือนเหย้าอาศัยในทุกสิ่ง
เฟอร์นิเจอร์ไม้สักนั่งพักพิง
น่านั่งอิงเอนนอนพักผ่อนกาย





อีกเครื่องสายดนตรีดีดสีเป่า
แต่นานเนาว์สืบต่อก่อเส้นสาย
ใช้บรรเลงเพลงร้องเพื่อผ่อนคลาย
มิเว้นวายสืบทอดตลอดมา




ผ่านบ้านเรือนหลังเก่าแต่หนหลัง
ผ่านโรงหนังโรงงิ้วชักเริ่มล้า
เข้าไปดูโรงฝิ่นใช้สูบยา
ร้านน้ำชาแวะมานั่งชิมกัน





ขึ้นรถต่อตรงไปยังด้านใน
พบเรือนไทยมีชื่อเรือนทับขวัญ
สร้างจากแบบราชวังสนามจันทร์
ก่อติดกันใช้สลักปักยึดเรือน





พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
อย่าได้พลาดเข้าชมแบบเสมือน
สร้างเอาไว้ให้เข้าชมเยี่ยมเยือน
จำลองเหมือนของจริงตามสิ่งมี








มาถึงวัดแห่งหนึ่งไม่รู้จัก
ได้หยุดพักเข้าไปถึงในที่
แสนสวยงามสีแดงแรงเหลือดี
ขอโทษทีลืมชื่อซื่อบื่อจริง











ผ่านรูปปั้นผาแดงและนางไอ่
รีบห้อไปอาชาเร่งแรงวิ่ง
พญานาควางแผนเพื่อช่วงชิง
อยากได้หญิงเชยชมเลยจมเมือง





ถึงวิหารสะเมิงเมืองเชียงใหม่
จำลองไว้ของไทยอันลือเลื่อง
จิตรกรรมข้างฝาดูแน่นเนือง
บ่งเล่าเรื่องพุทธองค์ทรงเมตตา





เมื่อมาหยุดอยู่ตรงองค์พระธาตุ
จากฐานรากสู่ยอดสูงนักหนา
เหมือนองค์จริงยิ่งใหญ่อลังกา
นี่เรามาธาตุพนมเพื่อชมเชย





ไปเรื่อยเรื่อยไม่จำเพาะเจาะจงที่
ทุกจุดมีก่อสร้างไม่นิ่งเฉย
เห็นองค์พระนิพพานไม่ผ่านเลย
ยกมือเผยวันทาไม่ช้าที





เห็นซากอิฐผุพังยังเหลือเสา
อย่าโศกเศร้าไปตามสถานที่
จำลองจากวิหารทราวดี
ยุคที่ดีรุ่งเรืองเมืองเจริญ





อีกจุดหนึ่งปราสาทศรีขรภูมิ
ที่ภาคภูมิสุรินทร์ถิ่นพาเพลิน
ย่อให้เล็กกว่าเก่าเราประเมิน
ไม่ขาดเกินสัดส่วนล้วนงดงาม





อนุเสาวรีย์ชาวบ้านบางระจัน
สู้ประจันข้าศึกเพื่อสยาม
ชาวเมืองสิงห์บุรีมิครั่นคราม
สู้จนยามดับสิ้นป้องถิ่นไทย





ใช้วิหารวัดโพธิ์เก้าต้นมั่น
รวมพลกันตั้งมั่นประชันไว้
พม่าตีเจ็ดครั้งไม่เป็นไร
ถูกปืนใหญ่ยิงซ้ำทำลายลง





ประวัติศาสตร์บันทึกผ่านเรื่องราว
เนิ่นนานยาวบางสิ่งเป็นผุยผง
บางสิ่งเหลือให้เห็นอยู่ยืนยง
ต้องดำรงรักษาวันหน้ามี




แม้นเศษหินเพียงก้อนย้อนคืนกลับ
เก็บความลับที่เคยอยู่คงที่
เฉลยความตามจริงทุกสิ่งมี
ปราสาทลี้เล้นลับกลับคืนมา





พนมรุ้งซุกซ่อนก่อนค้นพบ
พงไพรกลบลับเร้นไม่เห็นค่า
ปรากฏชัดให้เห็นแก่สายตา
ขวดเวลาเปิดออกบอกเรื่องราว




เดินชมเพลินรู้สึกเริ่มอ่อนล้า
กำลังขาเอียงอ่อนตอนย่างก้าว
ขอพักผ่อนหย่อนขาเวลายาว
เล่นแอบเสาสองคนจนครื้นเครง





ถึงศาลาท่าน้ำยามเหนื่อยอ่อน
ผู้คนจรแวะนั่งดังโฉงเฉง
เป็นเรือนไม้อบอุ่นเป็นกันเอง
มีเสียงเพลงบรรเลงเคล้าคลอฟัง





จุดต่อไปมุ่งไปหอพระแก้ว
มองเห็นแล้วหวนคิดย้อนคืนหลัง
สถาปัตย์สร้างอยู่คู่กับวัง
มีมนต์ขลังเก๋งจีนลวดลายไทย





ใจกลางหอประดิษย์ฐานองค์พระแก้ว
องค์วาวแววไม่แคว้นน่าเหลื่อมใส
พระพุทธรูปแกะสลักยืนเรียงราย
สร้างจากไม้งดงามยามได้ยล





เข้าด้านในเย็นสบายคลายความร้อน
ขอตัวนอนสักครู่ดูสักหน
เก็บความสุขเที่ยวท่องทั้งสองคน
บันดาลดลสุขกายสบายใจ




แลไกลไกลโน่นไงยอดเจดีย์
จากตรงนี้มองเห็นปราสาทใหญ่
รีบเดินข้ามสะพานเพื่อผ่านไป
แสนภูมิใจช่างไทยยอดฝีมือ





ข้ามสะพานหยุดดูหมู่ฝูงปลา
ว่ายเวียนมาแก่งแย่งแข่งยึดยื้อ
ฮุบอาหารคนโยนให้จากมือ
ดูเหมือนชื่อตะเพียนเวียนว่ายวน





พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท
จากรูปวาดถอดแบบสร้างอีกหน
พม่าเผาทำลายยับอับจน
ครั้งหลังโพ้นอโยธาราชธานี





มีรูปวาดลวดลายช่างวิจิตร
จากความคิดผ่านมือขีดเขียนสี
ซ่อนความนัยให้นึกตรึกตรองดี
เต็มแผ่นที่ผนังห้องสอดคล้องกัน







สถานที่กว้างใหญ่ไปไม่หมด
เร่งขับรถตามจุดแผนที่นั้น
เมฆครึ้มมาฝนฟ้าตั้งเค้าพลัน
ต้องเหหันรีบดูชั่วครู่ไป





ทั้งวิหารปราสาทพลาดเข้าดู
แม้นใคร่รู้เวียนแวะกระแซะใกล้
แต่ครั้งนี้แม้พลาดไม่เป็นไร
วันหน้าใหม่มาเยือนเตือนความจำ




อยู่เมืองไทยสบายไปร้อยพัน
ที่เที่ยวนั้นมากมายเกินเพ้อพร่ำ
เก็บความสุขเที่ยวท่องล่องลำนำ
เหมือนตอกย้ำเมืองทองคือเมืองไทย





ต้องลาจากนิราศเมืองโบราณ
ทางกลับบ้านย้อนกลับเริ่มต้นใหม่
พาป้ามาเข้าชมเหมือนใครใคร
คงกลับไปคุยฟุ้งพรุ่งนี้เอย





Create Date : 20 กรกฎาคม 2552
Last Update : 22 กรกฎาคม 2552 16:22:34 น.
Counter : 1912 Pageviews.

0 comment

nenenery
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อเนเน่คนนี้เป็นพี่ใหญ่
ถัดกันไปชื่อเนยเป็นน้องสาว
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยตามเรื่องราว
ทั้งสั้นยาวหนทางแตกต่างกัน
ประสบการณ์เรียนรู้สู่โลกกว้าง
มีที่ว่างเติมใจให้สุขสันต์
เมื่อลมเพพัดเอื่อยเรื่อยเรื่อยพลัน
ปล่อยใจฝันตามลมให้สมทรวง