All Blog
''จุ๋ย''ไม่ท้อละครหด-พ่อป่วยมะเร็งบอกตัวเอง''สู้ๆ''โวแฮปปี้ทำพิธีกร


เจอมรสุมข่าวอย่างหนักเรื่องจะข้ามค่ายย้ายช่อง ทำเอานางเอกหน้าคม ''จุ๋ย'' วรัทยา นิลคูหา ถึงกับมึนเมื่อมีกระแสข่าวออกมาว่าโดนช่อง 7 แบนงานละคร แถมช่อง 3 ก็ไม่เอา ซึ่งสาวจุ๋ยยืนยันว่าตนไม่ได้โดน ''ตัดหาง'' แต่เพราะคิวงานไม่ลงตัวทำให้เธอไม่มีงานในช่วงนี้ ส่วนช่อง 3 ก็ยังไม่มีการทาบทามอะไรมาทั้งสิ้น งานนี้หลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นช่วงที่ ''เคราะห์ซ้ำกรรมซัด'' เพราะว่านอกจากงานละครหดแล้ว คุณพ่อก็กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ระยะที่ 3 อีก


เมื่อผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เจอ ''จุ๋ย-วรัทยา'' ที่มาร่วมงาน ฮาร์ท ทู กิฟวิ่ง ปันน้ำใจ...สู้ภัยน้ำท่วม ที่สยามพารากอน วันก่อน จึงได้อัพเดตเรื่องงานในตอนนี้ รวมถึงสภาพหัวใจกับมรสุมชีวิตในช่วงที่ผ่านมาด้วย


อัพเดตงานให้ฟังกันหน่อยดีกว่า

''ทางช่อง 9 มีพิธีกร เดอะ ลุกส์ ทุกวันพุธ 4 ทุ่ม 50 นาที คู่กับพี่ท็อป-ณัฐเศรษฐ์ เป็นรายการใหม่ และอีก 1 รายการคือ คิดเปลี่ยนโลก อันนี้ทำกับพี่ท็อป-พิพัฒน์ และพี่โก๊ะตี๋ ก็มาทำในเรื่องของพิธีกรมากขึ้น ติดตามจุ๋ยได้จากผลงานนี้ เร็วๆ นี้ก็มีถ่ายแบบนิตยสารหลายๆ เล่มที่ถ่ายไป ก็ฝากติดตามผลงานด้วยค่ะ''


แล้วเมื่อไหร่จะมีงานละครล่ะ

''จริงๆ แล้วตอนนี้เรื่องคิวมันยากอยู่ เพราะถ่ายรายการเยอะ รายการหนึ่งจันทร์-อังคาร อีกรายการหนึ่งพุธ-พฤหัส-ศุกร์ โชว์ตัวก็ทุกวันเสาร์ ตอนนี้คิวมันค่อนข้างยากอยู่ เพราะว่ารายการเดอะ ลุกส์ ยังไม่มีสต็อก ต้องถ่ายหลายวันด้วย เรื่องคิวไม่ได้ ไม่ลงตัว แต่ถามว่าละครเป็นอะไรที่เราเกิดมาจากตรงนี้ มีแน่นอน''


จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราหันมารับพิธีกรมากขึ้น

''เปล่านะ พิธีกรรับมาก่อนที่จะมีข่าว จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการทำงานที่เราคุยกัน แต่ข่าวมันเหมือนความลับไม่มีโลก ข่าวมันออกไปก่อน คนก็พูดกันไปเรื่อย มันไม่ได้มีปัญหาอะไรขนาดนั้น เรายังทำงานที่เรารักอยู่ ผู้ใหญ่ก็ใจดี ไม่มีใครใจร้าย และทุกคนยังให้โอกาสอยู่ ไม่ว่าจะงานในสาขาไหนก็ตาม''


งานพิธีกรกับละครชอบอย่างไหนมากกว่า

''ตัดสินใจยากนะ เพราะว่าพิธีกรเป็นอะไรที่เราได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ สบายนะ พิธีกรอยู่ในสตูดิโอ ออกเอาต์ดอร์ก็ไม่ได้ลำบาก มันก็มีความลำบากแตกต่างกัน แต่ว่าในเรื่องของเนื้องาน งานละครคนจะจำเราได้ง่าย พูดถึงเรา ส่วนพิธีกรจะเป็นอะไรที่ให้ความรู้คนมากกว่าค่ะ ตัวเราเองก็จะได้ไหวพริบมากกว่า รู้จักคนในหลายๆ วงการ จุ๋ยเคยพูดกับผู้ใหญ่ไว้ว่า จุ๋ยชอบงานพิธีกรนะคะ มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรักษาการเป็นนางเอกไว้จนถึงอายุเยอะๆ เราก็ต้องไปเล่นเป็นบทบาทอื่น ซึ่งอันนี้เป็นธรรมดาของวงการนะคะ พิธีกรเนี่ยมันสามารถรักษาได้ สามารถทำให้เรายังทำงานได้ต่อไป ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม เกี่ยวกับบุคลิก ความเหมาะสมของรายการด้วย แจ้งผู้ใหญ่ไว้แล้วว่าเราชอบทางด้านนี้''


แฟนๆ ถามถึงงานละครเยอะไหม

''เยอะค่ะ ด้วยข่าวด้วยไง กระตุ้นความอยากรู้ของคน''


คนมองว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดงานหดแถมพ่อก็ป่วย

''ไม่หรอก หลายคนไม่เห็นได้ถ่ายละครเลย เขาก็ยังแฮปปี้ดี เพราะว่าเขาก็ได้ไปทำงานส่วนอื่นๆ แต่สำหรับจุ๋ยเนี่ยจริงๆ ละครทิ้งไม่ได้ เป็นอะไรที่เราชอบด้วย ผู้ใหญ่คงหาจังหวะอยู่ ตอนนี้เราไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันเป็นเรื่องอะไรยังไง ถ้าทุกอย่างมันเคลียร์ลงตัว สามารถมาพูดให้ฟังได้ว่ามันคืออะไร เดี๋ยวมันก็มาเอง เรามองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาดีกว่า อย่างเรื่องพ่อเจ็บป่วย ทุกคนก็เป็น ใครๆ ก็เป็น เป็นโรคที่ปัจจุบันนี้คนเป็นเยอะมาก ถ้าเราคิดว่าทำไมชีวิตเราโหดร้าย ทำไมต้องเป็นกับพ่อเรา มันไม่ได้ประโยชน์ค่ะ เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด เรารู้ว่ามันเป็นโรคภัยไข้เจ็บ แล้วเราก็จะมีกำลังใจต่อสู้กับมันไป คิดว่าเราทำให้มันดีที่สุด เดี๋ยวก็หาย ก็คือสิ่งที่สำคัญเ เพราะว่าหลายๆ คนก็เป็นแล้วก็หาย เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรที่ซีเรียสในชีวิตขนาดนั้น ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เราโตมาขนาดนี้แล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ มีประสบการณ์เห็นชีวิตคนอื่น ชีวิตตัวเองด้วย ก็สู้ๆ ต่อไปค่ะ''


เรียกว่าไม่มีท้อแน่นอน

''ไม่เลยค่ะ ส่วนเรื่องของข่าวจุ๋ยเข้าใจว่ามันธรรมดาที่จะเอาไปเขียนกันแบบนั้นแบบนี้
จริง บ้างไม่จริงบ้าง เป็นแค่คำวิจารณ์ คำวิเคราะห์บ้าง บางทีก็เขียนกันแบบ นี่ยังไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในชีวิตของหนูเลย ก็ตามแก้กันไปนะคะ หรือไม่ก็ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ไปเอง''


ผอมลงเยอะมากนะช่วงนี้เป็นเพราะข่าวหรือเปล่า

''โอ๊ย ไม่เลย ผอมลงเพราะว่ากินเจด้วยค่ะ เน้นทานพวกผักไม่ทานแป้ง มันเป็นจังหวะมากกว่า ไม่ได้ชั่งว่าลงไปกี่กิโล แต่มีความรู้สึกว่ากางเกงหรือกระโปรงมันหลวมขึ้น แม่กับพ่อก็บอกผอมไปแล้วนะ อย่าผอมไปกว่านี้เลย''


แต่ว่าตอนนี้ก็เปิดธุรกิจรองรับเอาไว้แล้ว

''ไม่หรอกค่ะ ธุรกิจร้านตำเพลิน ถือว่าเป็นงานอดิเรก ไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นธุรกิจเล็กๆ สนองความต้องการของตัวเอง ว่าอยากมีร้านอาหารกินแถวๆ บ้าน มีเพื่อนฝูงมาหาแถวบ้าน สนองความชื่นชอบเราเอง อยากมีอาหารอีสานทาน โอเคในอนาคตถ้าเราสามารถขยายสาขาได้ก็คงจะมีผลกำไรเป็นกอบเป็นกำรวย แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับอาชีพการแสดงมากกว่า เรื่องของร้านอาหารเป็นเรื่องของวันว่าง''


อนาคตอาจจะหันไปเอาดีทางด้านธุรกิจเลยหรือเปล่า

''มันอาจจะมีช่วงเปลี่ยนวัย ช่วงรู้สึกอยากเปลี่ยน มันอาจจะมีอะไรในอนาคต แต่ตอนนี้เรายังแฮปปี้กับงานพิธีกรเนอะ และยังแฮปปี้กับงานละคร ก็คงต้องมีตรงจุดนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าถึงจุดๆ หนึ่งเรามีครอบครัวแล้ว มีลูก มีสามี มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อการทำงานมากกว่าก็คงจะเป็นแบบนั้น''


''นิว-วงศกร'' ยังมาช่วยที่ร้าน

''ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้เจอกัน เพราะเวลาไม่ตรงกัน ไม่แน่ใจว่าเขาดูในส่วนไหน แต่เข้ามาบ้าง เห็นเด็กที่ร้านบอก แต่ของจุ๋ยชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการคุมคน ยังมีคุยกันบ้าง ล่าสุดพ่อไม่สบายพี่นิวเขาก็วอทแอพมาถาม ก็ยังเป็นห่วงเป็นไง แหม คนรู้จักกันเนอะ คบกันมาตั้งหลายปี ไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน บางอย่างมันละเอียดอ่อนกว่าที่ทุกคนคิด''


เรื่องหัวใจตอนนี้เปิดรับใครใหม่หรือยัง

''ก็เปิดค่ะ ด้วยความที่อยู่ในวงการนี้ จุ๋ยไม่ค่อยได้เจอใคร ยากนิดนึงที่จะเจอคนที่ถูกใจในเร็วๆ นี้ด้วยความที่เราไม่ค่อยไปเที่ยวไหน ไม่ค่อยเข้าสังคมชอบอยู่บ้าน จะเจอคนได้น้อย มีบ้างแรกๆ ที่เพิ่งเลิกมีคนมาคุย แต่ตอนนั้นใจมันยังไม่พร้อมที่จะมีใคร ก็ดูๆ กันต่อไปค่ะ เรื่องของอนาคตไม่มีใครคาดได้ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจเราเนอะ ถ้าวันหนึ่งมีแน่นอนว่าวงการบันเทิงพี่ๆ น้องๆ นักข่าวต้องเจาะลึกขึ้นมาจนได้แหละ''

CR สยามดารา



Create Date : 10 ตุลาคม 2554
Last Update : 10 ตุลาคม 2554 23:43:37 น.
Counter : 704 Pageviews.

"ก้อย-รัชวิน'' งงข่าวเตรียมวิวาห์ "ตูน'' ปัดแอบเสริม "อึ๋ม'' โต้ขี้วีนจนงานหด


เรียกว่ายังคงเป็นสาวฮอตที่ได้รับความสนใจอยู่อย่างต่อเนื่องสำหรับ นักแสดงสาว ''ก้อย'' รัชวิน วงศ์วิริยะ โดยเฉพาะข่าวคราวกับ คู่รักนักร้องหนุ่มสุดเซอร์ ''ตูน'' อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ''ตูน บอดี้สแลม'' ที่มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และท่ามกลางกระแสข่าวคู่รักดาราหลายคู่ที่มีกระแสข่าวเรื่องวิวาห์ในช่วงนี้ คู่ของ สาวก้อยและหนุ่มตูน ที่มีกระแสข่าวเรื่องวิวาห์กับเขาด้วยเช่นกัน ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบนักแสดงสาว ''ก้อย-รัชวิน'' ในงานแถลงข่าว ''ดับเบิ้ล เทส ดับเบิ้ลทรัสการันตีความปลอดภัย ด้วยระบบแก๊ส เอนเนอร์จี รีฟอร์ม'' ที่จัดขึ้นที่สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ งานนี้หลังจากที่เจ้าตัวได้เล่าถึงสรรพคุณความปลอดภัยของระบบแก๊ซ เอนเนอร์จี รีฟอร์ม เป็นที่เรียบร้อย จึงได้ตอบคำถามเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องที่ว่าสาวก้อยกำลังคุยเรื่องวิวาห์กับ หนุ่มแฟนหนุ่ม


''ตูน-บอดี้สแลม'' ซึ่งเจ้าตัวก็รีบปฏิเสธทันทีโดยบอกว่า
''(หัวเราะและทำหน้างง) ก็คงยังค่ะ ยังสนุกกับการทำงานกันอยู่ทั้งคู่ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องอนาคตมากกว่า ก้อยว่าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้ววันข่าวหน้าจะเป็นยังไงก็อีกเรื่องนึง''

แสดงว่ายังไม่มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้?
''ใช่ค่ะ''

เมื่อถามเรื่องความรักเสร็จผู้สื่อข่าวจึงเปิดประเด็นถาม ต่อเกี่ยวกับเรื่องการที่เจ้าตัวแอบไปเสริมอึ๋มมา โดยเจ้าตัวตอบในเรื่องนี้ว่า
''ไม่มีค่ะไม่มีแน่นอน เรื่องนี้''

เป็นเพราะรู้สึกหรือเปล่าว่ามันดูใหญ่ขึ้น เลยทำให้คนมองอย่างนั้น?
''ถ้าถามก้อยเป็นตัวก้อยเองก้อยก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเราไม่ได้ไปทำอะไรเพิ่มเติมค่ะ''

งั้นเวลาออกงานเรามีเสริมโน่นเสริมนี่บ้างหรือเปล่า ก็เลยเป็นสาเหตุที่คนเอาไปเม้าท์กัน?
''อือ ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาถ่ายแบบมากกว่า เรื่องของการรีทัชด้วย บางทีเพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวย และช่วยเสริมบุคลิกภาพผู้หญิงก็ต้องมีตัวช่วยบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไร''

แล้วอย่างนี้มีความคิดว่าจะไปอัพบ้างไหม?
''ไม่เลย'' (หัวเราะ)

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าเรางานน้อยลง เพราะชอบเหวี่ยงทีมงานจริงหรือเปล่า?
''โอ้ย ไม่จริงแน่นอนค่ะ ไม่จริงแน่นอน ก้อยว่ามันก็คงเป็นแค่ข่าว ก้อยว่าก้อยก็ยังเหมือนเดิมนะ เวลาทำงานเราก็ยังแฮปปี้ยิ้มแย้มสดใสตามแบบของเราเหมือนเดิม ไม่มีเหวี่ยงใครแน่นอน''

ช่วงนี้คนจะโฟกัสเรื่องความรักกันเยอะเลย ถามฉันเรื่องงานบ้างเหอะ เคยคิดอย่างนี้บ้างไหม?
''ก็อาจเป็นเพราะช่วงนี้ผลงานของเรายังไม่ได้ออนแอร์มั้งค่ะ คนก็เลยมาโฟกัสเรื่องนี้ก้อยไม่ได้ซีเรียสอะไรถามได้ ถามมาก็ตอบไป แต่ถ้าถามเรื่องงานด้วยก็ดีค่ะ''

ตอนนี้ถ่ายเรื่อง ''หมูแดง'' อยู่หรือเปล่า?
''เสร็จแล้วค่ะ ตอนนี้ถ่าย เรื่อง ''สะใภ้พญายม'' อยู่ค่ะ สะใภ้พญายมน่าจะเหลืออีกสัก 20% ถึงจะเริ่มเดินสายโปรโมตบ้าง ไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้า''

แล้วอย่างเรื่อง ''หมูแดง'' ล่ะ?
''ยังอยู่ในขบวนการตัดต่อค่ะ''

ของเก่า พี่แอน ทองประสม เล่นไว้ กลัวไหมว่าพอละครออนแอร์แล้วจะถูกไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเก่า?
''เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ก้อยก็ทำหน้าที่ของก้อยให้ดีที่สุด จริงๆแล้วถ้าเป็นการติเพื่อก่อก้อยก็ยินดีรับฟังค่ะ มันก็เป็นเรื่องที่นักแสดงอย่างเราต้องฟัง เพราะเราก็ไม่ใช่นักแสดงที่เก่งกาจอะไร แต่ว่าเราอาศัยว่าที่เราตั้งใจที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด เวอร์ชั่นปัจจุบันมันอาจจะแตกต่างไปตามยุคสมัย ผู้กำกับ ตัวละครก็เปลี่ยนแปลงไปก็มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พี่แอนก็คงเล่นไว้ได้ยอดเยี่ยมมาก แต่เวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นของ ''ก้อย-รัชวิน'' แล้วกันอยากให้ดูที่ความเป็นก้อยมากกว่า อย่าเปรียบเทียบกันเลย''

ผลงานภาพยนต์ดูเงียบไป เร็วๆ นี้จะมีให้ชมบ้างหรือเปล่า?
''ตอนนี้ยังค่ะ แต่ก็กำลังดูบทที่น่าสนใจอยู่ บทท้าทายหน่อย เราอยากเล่นอะไรที่มันแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเองก็ชอบเล่นหนัง เราเกิดมาจากหนังเราก็ยังอยากจะเล่นหนังอยู่แล้ว ดรามา ร้องไห้เครียดๆ มาเยอะเราก็อยากเล่นอะไรที่สบายๆ บ้าง พวกโรแมนติกคอมเมดี้บ้าง จริงๆ เป็นคนตลกนะแต่ไม่ค่อยมีใครรู้ (หัวเราะ)''

แฟนคลับของ ''สาวก้อย'' และ ''หนุ่มตูน'' คงยังลุ้นไม่ขึ้นสำหรับเรื่องานวิวาห์ ก็เอาเป็นว่าติดตามผลงานของทั้งคู่ไปพลางๆ ก่อน มีข่าวดีเมื่อไหร่จะรีบมารายงานทันที ซิบอกไห้..

เครดิต สยามดารา



Create Date : 08 ตุลาคม 2554
Last Update : 8 ตุลาคม 2554 23:58:58 น.
Counter : 370 Pageviews.

ครี โต้ เสพติดศัลยกรรม ยืนยันแค่สร้างความมั่นใจ..


กลายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทาง ทองหล่อคลินิกเวชกรรม สำหรับสาวเซ็กซี่ ครี พัสวีพิชญ์ จน หลายคนมองว่าเธอกลายเป็นคนที่เสพติดเรื่องศัลยกรรมไปแล้ว งานนี้สาวครีเลยออกมาโต้ข่าวนี้ในงานเปิดตัว ทองหล่อคลินิกเวชกรรม สาขาพัทยาจอมเทียน ว่าจริงๆ แล้วตนไม่ได้เสพติดศัลยกรรม เพียงแค่ศัลยกรรมบางอย่างในร่างกายเพื่อสร้างความมั่นใจ และมองว่าทุกวันนี้ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และทำให้คนที่ทำมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

“ครีอยากจะบอกว่าทุกวันนี้ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่แปลกและน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่...ถ้าเราทำแล้วเราพอใจกับมันหรือเปล่า เพราะมันเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง อย่างครี...บอกตรงๆ ได้เลยว่าครีไปเสริมอึ๋มมา ครีก็ออกมายอมรับจริงๆ ว่าไปเสริมกับทางทองหล่อคลินิก เพราะที่นี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ครีมั่นใจในคุณภาพ เพราะเขามีเครื่องไม้เครื่องมือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริงๆ ส่วนตัวครีก็ศัลยกรรมแค่นี้ แต่จะมาฉีดพวกสารบำรุงต่างๆ หรือไม่ก็ดูแลเรื่องของผิวหน้า ไม่ได้เสพติดศัลยกรรมใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ” ครีกล่าว



Create Date : 04 ตุลาคม 2554
Last Update : 4 ตุลาคม 2554 22:48:02 น.
Counter : 563 Pageviews.

ณเดชน์รวย70ล้าน!ไม่สนภาษีย้อนหลัง


''ณเดชน์'' ไม่หวั่นโดนภาษีย้อนหลัง ยิ้มรับตำแหน่งเจ้าพ่อโฆษณารับเงินรายได้ในปี 2554 กว่า 70 ล้านบาท ในขณะที่สาวฮอตมาแรงจากช่อง 3 ญาญ่า ขำกับรายได้รวม 65 ล้าน เบียดรุ่นพี่ร่วง พลอยรับแค่ 60 ล้าน, ''อั้ม-พัชราภา'' 50 ล้าน


หลังจากที่นิตยสาร Request ฉบับเดือนกันยายน 2554 ได้มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้รวมของเหล่าดารานักแสดงในวงการบันเทิง ประจำปี 2011 ของบรรดาดาราคนดังของไทย 10 อันดับแรก ผลปรากฏว่าคนดังชาย-หญิง ที่คว้ารายรับจากงานโฆษณารวมสูงที่สุดประจำปีนี้ ได้แก่ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ''ญาญ่า-อุรัสยา'' ขณะที่ฝ่ายหญิงของนาง เอกเบอร์ 1 ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ นั่นเอง ถึงแม้โฆษณาอั้มปีนี้จะรับไม่มาก แต่ค่าตัวต่อชิ้นนั้นถือว่าแพงสุด ซึ่งถ้าหากรวมงานแสดง, อีเวนต์, โฆษณา ของดาราหญิงทั้งหมด อั้มก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าหากวัดที่รายได้รวมจากงานโฆษณาปี 2554 ไม่รวมงานแสดงประจำปีนี้ 10 อันดับแรกนั้นมีดังต่อไปนี้


1 ณเดชน์ คูกิมิยะ 70 ล้านบาท ซึ่งณเดชน์ ถือเป็นเจ้าพ่อโฆษณาที่มีงานโฆษณาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2552 เป็นต้นมา กระทั่งในปี 2554 ณเดชน์รับโฆษณารวดเดียว กว่า 12 ชิ้น เฉลี่ยค่าตัวไม่ต่ำชิ้น 5 ล้านบาท


2 ''ญาญ่า'' อุรัสยา สเปอร์บันด์ 65 ล้านบาท ถือเป็นนางเอกน้องใหม่มาแรง ตำแหน่งเจ้าแม่โฆษณา ที่ฮอตคนหนึ่งทางช่อง 3 ซึ่งในปี 2554 นั้นญาญ่ารับงานโฆษณาทั้งกับศิลปินฮอตเกาหลี อย่าง ซูเปอร์จูเนียร์ และกับคู่ขวัญอย่าง ณเดชน์ และ ''หมาก-ปริญ'' รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 7 ตัว กันเลยทีเดียว


3 พลอย ไลลา หรือ เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ 60 ล้านบาท, 4 พัชราภา ไชยเชื้อ 50 ล้านบาท, 5 เขมนิจ จามิกรณ์ 45 ล้านบาท, 6 ปกรณ์ ลัม 40 ล้านบาท, 7 อารยา เอ ฮาร์เก็ต 30 ล้านบาท, 8 อารักษ์ อมรศุภศิริ 25 ล้านบาท, 9 แอน ทองประสม 20 ล้านบาท และ 10 อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม 20 ล้านบาท


ทางด้าน ''เอ-ศุภชัย'' ผู้จัดการของพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ นั้นได้เปิดเผยว่า รายได้จากโฆษณาของของณเดชน์ว่า ''ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะ คือสินค้าบางตัวเราก็ได้เป็นบราเธอร์กันมากกว่า อย่างถ่ายพรีเซนเตอร์คอนโด ก็ได้เป็นคอนโดมาอย่างนั้น ไม่ได้เป็นตัวเงินไปทุกชิ้นทุกอย่างหรอก''


ส่วนกรณีของอั้มที่เป็นรองณเดชน์นั้น ในฐานะผู้จัดการคนเดียวกัน ''เอ-ศุภชัย'' ได้กล่าวว่า ''ไม่จริงหรอก แต่ละคนก็มีทาเกตส์เป็นของตัวเองนะคะ ลูกค้าส่วนมากก็จะเลือกดูตามทาเกตส์ที่เหมาะสม ณเดชน์เป็นผู้ชาย ส่วยอั้มเป็นผู้หญิง ลูกค้าก็จะเป็นคนเลือก แต่ละคนก็จะมีกลุ่มของตัวเองอยู่แล้ว แล้วพี่เอก็จะช่วยดูในแต่ละตัวบุคคลด้วยค่ะ ก็ไม่ได้มีใครมาแทนใครหรอกค่ะ''


และสำหรับคู่ขวัญ ที่เมื่อเห็นณเดชน์ต้องเห็นญาญ่า นั้นเอกล่าวว่า ''มันก็ไม่ได้ทุกชิ้นไปอะน่ะ บางทีลูกค้าเค้าต้องการญาญ่าด้วย แล้วอีกอย่างน้องญาญ่ากับคุณแม่ก็เป็นคนน่ารักด้วย'' กับรายได้ที่เข้ามามากมายนั้น เกรงสรรพากรจะตรวจสอบและเจอปัญหาเรื่องภาษีย้อนหลังหรือไม่


''ไม่กลัวเลยอ่ะ เพราะพี่เอทำงานทุกอย่างเสียภาษีทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้วด้วย เพราะว่าเราเป็นคนไทย เราเกิดในแผ่นดินไทย เราก็ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทยค่ะ'' ผู้จัดการของดาราหนุ่มกล่าวในที่สุด


ทางด้านญาญ่า โดยคุณแม่ของนางเอกสาว วิก 3 ได้บอกว่ารู้สึกขำๆ กับข่าวกรณีที่ญาญ่า ได้รับค่าตัวจากงานโฆษณาปี 2554 กว่า 65 ล้านบาทนั้นว่า ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด เพราะรายได้จริงที่รับมาไม่มากถึงขนาดนั้น

เครตดิต สยามดารา



Create Date : 13 กันยายน 2554
Last Update : 13 กันยายน 2554 1:18:20 น.
Counter : 575 Pageviews.

1 comment
“ออย“แรง!ออก“วู้ดดี้“คุ้ยประเด็นเกาเหลา“ชมพู่“


เข้มข้นทุกประเด็นร้อน วู้ดดี้เกิดมาคุย สัปดาห์นี้ เสิร์ฟประเด็นฮอตอีกเช่นเคย กับแขกรับเชิญ สาวสวยที่ตกอยู่ในกระแสข่าวเพียงชั่วข้ามคืน ออย ศรุตา พร้อมควงแฟนหนุ่ม บุตร สุริยะ มา ร่วมแจม เธอสารภาพว่าตกใจมากเมื่อได้รับสายติดต่อจากทีมงานเกิดมาคุย ต้องใช้เวลาตัดสินอยู่นานและปรึกษาแฟนหนุ่มก่อน จึงตอบตกลงที่จะมาเปิดใจทุกประเด็นแบบคำถามต่อคำถาม ตอบกันแบบไม่มีสคริปต์ วู้ดดี้เริ่มการสนทนาด้วยความเป็นตัวตอนของออย ศรุตา เธอเป็นใครมาจากไหน มีผลงานอะไรก่อนที่จะมาเป็นนางร้าย นางรองอยู่ในปัจจุบัน

“ออย เริ่มเข้าวงการเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เริ่มจากงานโฆษณา ถ่ายมาเรื่อยๆ แล้วมีโอกาสได้เจอกับพี่แก้ว ผู้มีพระคุณอีกท่านที่ต้องกล่าวถึง พี่แก้วเลือกออยไปประกวดดัชชี่ ก็ได้รองอันดับ2 มา แล้วเริ่มมาแสดงละคร ช่วงแรกๆ เป็นนางเอก แล้วเริ่มรับบทนางรองบ้าง จนมาพลิกบทรับบทร้ายตอนเล่นละครที่ช่อง 3 เป็นบทที่ยากมาก ไม่อยากรับเล่นเลย บทก็ยาว ต้องกรี้ด ต้องร้อง เหนื่อยมาก ต้องทาตัวดำน่าเกลียด เล่นร้ายสุดๆ จำได้ว่าร้องไห้เลยบอกแม่ว่าไม่เล่นแล้ว ผู้กำกับบอกว่าหน้าตาไม่ดีก็ใช้ความสามารถซิ มันจุกอกมากกับคำพูดพวกนี้ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดี ผลตอบรับดีมากคนเกลียดกันทั้งเมืองเลย แล้วออยก็หายไปจากวงการ 3 ปี เพื่อไปเรียนหนังสือ เพราะย้ายที่เรียนมาแล้ว 3 มหาวิทยาลัย ด้วยความไม่มีเวลาไปเรียนอย่างจริงจัง ตอนนี้เรียนที่รัฐศาสตร์ รามคำแหง เพราะเคยคิดว่าถ้าไม่มาทำงานในวงการก็อยากเป็นนักการเมืองตอนนี้ใกล้จบแล้ว ค่ะ ต้องการทำปริญญาให้พ่อ พ่ออยากเห็นออยรับปริญญา

เครดิต: news.sanook.com

กลับเขามาวงการอีกที งานแรกที่ไปคืองานทีวีพูล วันนั้นคิดว่าตัวเองสวยมาก เสื้อผ้าหน้าผมแต่งไปเต็มที่ แล้วเดินเข้างานกับเพื่อนๆดัชชี่ แต่ปรากฏไม่มีใครจำออยได้เลย มีแต่คนมาถามว่าใครเหรอ แม้กระทั้งพี่ๆนักข่าวก็ถามว่าใครๆ วันนั้นรู้สึกว่าวงการนี้ไม่ใช่ที่ของเราแล้ว เหมือนเป็นอากาศน้อยใจมากรีบกลับก่อนใครเลยรับไม่ได้เราเองก็ตกใจมาก ด้วย....อีกสิ่งที่ออยขอสารภาพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาออยปฏิเสธตลอดว่าไม่ได้ทำศัลยกรรม จริงๆแล้วออยทำค่ะ ทำจมูกซึ่งทำมาแล้วมันเบี้ยวด้วย เสียใจมากรับตัวเองไม่ได้ หน้ามันดูปลอมมาก มันเป็นความจริงที่ตัวเองรับไม่ได้ พอพี่ๆนักข่าว หรือใครถามก็จะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ เพราะรับความจริงไม่ได้ หน้าปัจจุบันนี้เอาจมูกออกแล้ว เป็นหน้าเดิมของออยจริงๆ

มาถึงประเด็นร้อนทุกหน้าหนังสือพิมพ์ กับประโยค “อยากหน้าเหมือนออย ศรุตา”ที่ซุปตาสาวคนนึงโพสต์ในทวิตเตอร์ จนเป็นเรื่องเป็นราวออกมาแถลงข่าวกัน “สำหรับออยตอนนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องตลก ขำๆไปแล้ว เพราะออยไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นประเด็นจนกลายเป็นมรสุมมีผลกระทบมากมาย จริงๆจุดเริ่มต้นมาจากออยไปออกรายการเกมโชว์ทางช่อง 9 แล้วเขาถามว่าเคยคบกับไฮโซคนนี้มั้ย ออยก็ตอบว่าเคย ซึ่งไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น ตอบไปตรงๆ เพราะมันผ่านมา 5-6 ปีแล้ว แล้วการคบกันมันมีหลายระดับแต่เราไม่ได้อธิบายอะไรยาวไป แล้วมีพี่ส่งข้อความนี้มาให้ดูผ่านทางบีบี ก็งง และตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนทำ เพราะเราไม่ได้คิดอะไร เราก็มีแฟนคบกันมานาน 2 ปีแล้วด้วย แล้วหลังจากนั้นก็มีขอความขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือประชดประชัน มีการขอโทษผ่านสื่อ ผ่านการแถลงข่าวชี้แจง ก็ต้องถามว่าขอโทษใคร เพราะเวลาโพสต์ โพสต์ว่า “อยากหน้าเหมือนออย-ศรุตา” มีการให้สัมภาษณ์แบบแบ่งชนชั้น ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น เรื่องต้นทุนสูงต้นทุนต่ำ การเป็นนางรองพูดอะไรทำอะไรมันก็ผิดเสมอหรือเปล่า ออยพลาดเองที่ไปตอบคำถามนั้นในรายการ ผลที่ออกมามันตั้งรับไม่ทันจริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดจะฟ้องหรืออะไรเพราะตอนนี้คิดว่าเป็นเรื่องตลกไปแล้ว เป็นบทเรียนราคาแพง ออยเคยบอกไว้ว่าไม่ขอร่วมงานด้วย แต่ตอนนี้คิดใหม่แล้ว ออยสามารถร่วมงานด้วยได้ มองเรื่องนี้เป็นแค่น้ำผึ้งหยดเดียวไปแล้ว โชคดีที่มีคนค่อยให้กำลังใจและเข้าใจเรา บุตรแฟนออยเขาก็เข้าใจเรื่องนี้ และคอยอยู่ด้วยเสมอ เขาเคยบอกว่า “ในฐานะของแฟนพอเรื่องนี้มันเกิดเขาก็โกรธ หลายคนไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของออย แต่ตัดสินออยไปแล้ว เขาต้องให้กำลังใจเติมกำลังเราเสมอ” ออยจะขอพูดและจบเรื่องนี้ที่รายการวู้ดดี้เกิดมาคุยเท่านั้น จะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว ออยไม่ได้ต้องการอยู่ในกระแสด้วยข่าวแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยแย่งแฟนใคร ไม่เคยเป็นมือที่ 3 ของใคร นี้คือเรื่องจริง” ออยเผย

ติดตามชมเนื้อหาแบบอัดแน่นทุกคำพูด ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก ของออย ศรุตา ได้ในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน นี้ เวลา 22.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี

CR: news.sanook.com



Create Date : 10 กันยายน 2554
Last Update : 10 กันยายน 2554 1:36:14 น.
Counter : 357 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

Aor_duan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]