ความกังวลในตลาดทุน..??
อีกข้อสังเกตในตลาดทุนคือเรื่องของ ความกลัว ความกังวล ความเชื่อมัน ความคาดหวัง


หลังจากวันที่หุ้นตก... “นักลงทุนกังวลเรื่อง..... ทำให้นักลงทุนแห่เทขายหุ้นออกมาในกลุ่ม....”

ในวันที่หุ้นขึ้น... “นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นใน... ทำให้คาดการว่าอุตสาหกรรม..... จะขยายตัวดีขึ้น......”

นักลงทุน/คนเล่นหุ้นทุกคนคงเคยได้ยินอะไรทำนองนี้กันมาแล้วทั้งนั้น เคยถามตัวเองรึเปล่าว่า ก่อนวันที่เหตุผลเหล่านี้ออกมา เรามีความกังวล หรือ เชื่อมัน ในเรื่องบ้าบอเหล่านั้นรึเปล่า?


เหตุผลเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้ออ้าง/คำอธิบายที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ (ปกติแล้ว เหตุ จะเกิดก่อน ผล แต่ในกรณีของตลาดหุ้น ผล มักจะเกิดก่อน เหตุ)


จริงๆแล้วเหตุผลต่างๆนานา ที่สรรหามาอธิบายเหตุการณ์ เป็นแต่การพยายามคาดเดาเพื่อประติดประต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่เข้าใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เหตุผลที่ยกมาอ้างนั้นจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย หรือมันอาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เรารับรู้มันไปเรียบร้อยแล้ว

และบางทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพียงความตั้งใจของคนกลุ่มหนึ่ง ตามด้วยเหตุผลที่อธิบายโดยคนกลุ่มนั้น ด้วยเจตนาบางอย่าง..

ตัวอย่างเช่น การที่ตลาดปรับตัวลงอย่างรุนแรง อาจจะไม่ได้มีเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นสาเหตุเกิดขึ้นจริงๆ มันอาจเป็นเพียงแค่การ ขาย ของคนที่มีหุ้นปริมาณมาก พอที่จะชี้นำตลาดได้เท่านั้น ก่อให้เกิด Exceeding Supply อย่างรวดเร็ว และผลของการขายนำทำให้เกิดผลทางจิตวิทยากันนักลงทุน/คนเล่นหุ้น ให้พยายามคิดหาเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน!? ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก...


[Note: ไว้ว่างๆจะมาแก้ให้มันอ่านง่ายกว่านี้หน่อย]



Create Date : 29 สิงหาคม 2554
Last Update : 29 สิงหาคม 2554 16:19:47 น.
Counter : 220 Pageviews.

2 comment
เทศกาลปั่นหุ้นระดับโลก?
ถ้ามองในแง่ผลประโยชน์ มองว่าตอนนี้ทั้ง S&P (ที่ได้ประกาศลดระดับเครดิต US ไปก่อนหน้านี้) และ Morgan Stanley ที่ออกมาประกาศลดประมาณการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทยอยซื้อทองคำไว้จำนวนหนึ่ง ทั้งสองสถาบันใหญ่ได้ออกมาสร้างความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก อันจะมีผลทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในบริษัทมหาชนต่างๆ ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่(นักลงทุนมองว่า)ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตร และทองคำ ทำให้สินทรัพย์ทั้งสองอย่างนี้มีความต้องการสูงขึ้นและราคาสูงขึ้น (Price ≠ Value) ผลคือ พันธบัตรมีราคาสูงขึ้นแต่จะมี %yield ลดลง ส่วนทองคำราคาสูงขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทมหาชนตกต่ำลง

ในส่วนนี้ถ้าคิดว่าสถาบันลงทุนขนาดใหญ่สะสมทองคำมาตั้งแต่ 1,500$ ขณะนี้ 1,800$ เท่ากับผลตอบแทน 20% (หากสะสมตั้งแต่ราคาต่ำกว่านี้ก็จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่านี้ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องคาดเดากันว่าสถาบันต่างๆ ต้องการผลตอบแทนหรือกำไรจากการลงทุนในทองคำเท่าไหร่ เช่น สมมติว่าต้องการผลกำไร 50% เริ่มสะสมมาตั้งแต่ 1,350$ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการขายทำกำไรตั้งแต่ 2,000$ เป็นต้นไป)

อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นคือรัฐบาลประเทศต่างๆ แห่ซื้อทองคำเพื่อใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ รวมไปถึงนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกที่ช่วยกันสร้าง Demand ในทองคำ

แต่เหตุที่มองการเข้าสะสมทองคำเป็นการเก็งกำไรเนื่องจากว่าปริมาณการใช้ทองคำในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการผลิตมีปริมาณน้อยมากเทียบกับสินแร่อื่นๆ แม้ทองคำจะเคยถูกใช้เป็นตัวอ้างอิงค่าเงินในมาตรฐานทองคำก็ตาม แต่ปัจจุบันหากย้อนกลับไปใช้มาตรฐานทองคำจะสร้างปัญหาให้กับระบบการเงิน(Financial) คือไม่สามารถผลิตเงิน(Money) ได้ทันกับความต้องการที่เกิดจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพราะไม่สามารถหาทองคำมาสำรองไว้ได้อย่างเพียงพอนั่นเอง


แค่สมมติฐานเท่านั้น คงอีกนานกว่าจะเฉลย...


.. ใจจริงอยากให้ US มันเจ๊งไปเลยมากกว่า



Create Date : 19 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 0:26:26 น.
Counter : 333 Pageviews.

6 comment
ครั้งที่ 3 .. !?
เป็นแนวคิดที่ฟังจากคุณพิชัย จาวลา ตอนมาออกรายการตามรอยเซียน ตอนไหนจำไม่ได้..

เป็นแนวคิดเกี่ยวกับเจ้ามือ หรือรายใหญ่ว่าเค้าจะคิดในมุมกลับกับรายย่อย

ตอนนั้นคุณพิชัยพูดถึงราคาทองคำที่ขึ้นสามครั้ง
การขึ้นแต่ละครั้งมีการพักฐาน
ครั้งแรกราคาทองขึ้นมา รายย่อยยังไม่รู้ตัว แล้วก็พักฐาน ไม่รู้จะขึ้นหรือจะลง
ครั้งที่สองราคาทองขึ้นมา รายย่อยยังไม่แน่ใจ แล้วก็พักฐาน
ครั้งที่สาม รายย่อยรู้ตัวแล้วว่ากราฟหน้าตาแบบนี้มันน่าจะขึ้นต่อ ดังนั้นรายใหญ่น่าจะ... (ทำตรงข้าม แต่ยังไม่เฉลย)



ที่มาพูดถึงเรื่องนี้เพราะเห็นตลาดไทสามวันที่ผ่านมานี้ เลยนึกถึงแนวคิดนี้ขึ้นมา

ศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2011
ตลาดเปิดลบ ดิ่ง แล้วบ่ายเด้งกลับมาปิดดีกว่าที่เปิดนิดนึง (รายย่อยยังไม่รู้ตัว เอ๊ะแต่รายย่อย Net buy นะ หรือรายย่อยไม่รู้ตัวที่ต่างชาติ Net sell)

จันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2011
ตลาดเปิดลบอีก บ่ายเด้งอีกแล้ว!? กลับมาปิด+ขึ้นจากตอนเปิดพอสมควร (รายย่อยยังไม่แน่ใจ)

อังคารที่ 8 สิงหาคม 2011
ตลาดเปิดลบอีกแล้ว (รายย่อยมั่นใจ คราวนี้เด้งอีกชัวร์) บ่ายเปิดโดดขึ้นมา แล้วดิ่งทันที่!?


เจอเหตุการณ์นี้เข้าไปเลยคิดว่าแนวคิดนนี้มันน่าสนใจเหมือนกัน อาจจะไม่ 100% แต่เอาไว้ลุ้นเอามันพอไหว




.
.
.
.

สุดท้ายผู้ทำราคาก็คือ เจ้าของเงิน หรือเจ้าของหุ้นเท่านั้นเอง

กราฟ 1 นาที วันอังคารที่ 25 มกราคม 2011



แหม่.. เหมือนในหนังสือเลย



Create Date : 10 สิงหาคม 2554
Last Update : 21 สิงหาคม 2554 11:43:47 น.
Counter : 210 Pageviews.

0 comment
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น
ด้วยประสบการณ์น้อยๆ ณ ตอนนี้ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาหุ้นอยู่นิดหน่อย


ผู้ทำราคาหุ้นมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ
1.เจ้าของเงิน
2.เจ้าของหุ้น


ราคาหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆได้โดยที่ไม่ต้องมีเหตุ ถ้าเจ้าของเงินพอใจจะซื้อ และเหตุผลจะตามหลังการวิ่งขึ้นของราคา

และในทางกลับกัน..

ราคาหุ้นจะดิ่งลงไปตราบเท่าที่เจ้าของหุ้นพอใจที่จะขาย โดยไม่มีเหตุผลเช่นเดียวกัน และเหตุผลจะตามมาหลังจากราคาลงไปแล้ว


ไม่มีเหตุผลที่แท้จริงในตลาด เหตุผลในตลาดเพียงแค่เติมเต็ม "ส่วนที่ขาดหายไป" ในความทรงจำ ดูๆไปแล้วก็เหมือนกระบวนการของสมองสร้าง ความฝัน เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวให้สอดคล้องดูมีเหตุผล ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง...



Create Date : 08 สิงหาคม 2554
Last Update : 8 สิงหาคม 2554 14:53:57 น.
Counter : 289 Pageviews.

3 comment
1  2  3  

KiD_sr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กลับมาเขียน Blog อีกครั้ง โดย Blog นี้จะเขียนพล่ามไปบนแนวคิดหลักๆ คือ iKiD (ไอ้คิด)

"Individual, Knowledge, Interest and Delight."

คำแปลแบบมั่วๆเป็นไทยก็คงประมาณว่า

"ความรู้ ความสนใจ และความพอใจส่วนตัว"


Enjoy. :)