น้ำตกพลิ้ว พริ้วววว...จันทบุรี
![]() ที่จันทบุรี มีน้ำตกหลายแห่ง แต่ที่เลื่องชื่อมีอยู่หนึ่ง นามว่า น้ำตกพลิ้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด 84,062.5 ไร่ หรือ 134.5 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาสระบาปในท้องที่อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอมะขาม และอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2518 เดิมชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป" ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว" อันเนื่องมาจากมี "น้ำตกพลิ้ว" ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีความสวยงามและมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของประชาชนมาเป็นเวลานานแล้ว สภาพทั่วไป เป็นป่าดิบชื้นมีพันธุ์ไม้สำคัญต่างๆ เช่น กฤษณา หรือไม้หอม จันท์ชะมด สำรอง หรือพุงทะลาย ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี ที่มา: //www.aboutchan.com ![]() เราในนามของสาวจันท์ ขอการันตีได้ในเรื่องความสะอาดและเป็นระเบียบ ![]() อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลง เมื่อ พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วพร้อมกับพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ความชุ่มฉ่ำของมอส และตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า ที่เกาะบนทางเดิน ก็ลื่นใช่ย่อย ![]() น้ำใสไหลแรงเห็นตัวปลา . . . ปลาพลวงเจ้าถิ่นนับแสน เป็นมังสวิรัตชอบกินผัก ![]() ![]() ดอกอะไรก็ม่ะรู่.. ![]() เก่าจนหยั่กไหย้ขึ้น ![]() มีเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด... ![]() ดอกนี้เพิ่งเคยเจอกันจะจะ ก็น่ารักแบบแปลกๆ ดีนะ ![]() ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปไกลถึงอิยิปต์ ที่นี่ก็มีปิรามิดเช่นกัน ปิรามิดพระนางเรือล่ม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2424 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ทรงมีต่อ พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งภายในบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระนางเอาไว้ ![]() อันนี้สวยจริง สาวงามย่อมให้ความสนใจดอกไม้มากหน่อย...อิอิ .. ขอบคุณนะคะที่แวะมา ก่อนกลับเอาดอกไม้ไปยลอีกหนึ่งดอก ขอบคุณหลายฮิ :) .. ![]() กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ "มุมหนึ่งของ จ.จันทบุรี"
รำลึกถึงอดีตที่ผ่านมา กลับมาที่นี่หันมองไปทางไหน ก็ยังคงมีภาพเก่าๆ สมัยเด็กๆ ให้นึกถึงและ นั่งอมยิ้มคนเดียวได้เสมอ มันเป็นความสุขที่ยังคงมีอยู่แม้เวลาจะผ่านพ้นไป .......................... บ้านเราอยู่ อ.ปากน้ำแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี บางครั้งมีความเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครไปเที่ยวหรอกนอกจากคนแถวๆ นั้นเที่ยวกันเอง ฟังจากสำเนียงของนักท่องเที่ยวแถวๆ นั้นล่ะจ้ะ... (จะเสียงแปร่งๆ หน่อย ตามสำเนียงภาษาของชาวไทยภาคตะวันออก) ![]() เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดรึเปล่า? ไม่หรอกเราเกิดที่กรุงเทพฯ ปิดเทอมของทุกปีเราก็จะมาโตที่แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ![]() กิจกรรมของเด็กๆ แถวนั้นในสมัยของเรา ก็คือปีนต้นไม้ให้สูงๆ แล้วก็กระโดดลงมา (เป็นการวัดใจแบบเด็กๆ ) โชคดีนะที่ขาไม่หักซะก่อน...555 ![]() ตอนบ่ายๆ ก็จะชวนกันไปขอตังค์ยายเพื่อเอาไปซื้อขนมกิน ป้าที่ขายชื่อป้าเขียด แกจะเข็นขนมหลอกเด็กมาขาย เราก็เป็นคนนึงที่เป็นเหยื่อ(มาม่าช้างน้อย ไวไว กรอบๆ) เห็นมั้ยล่ะเรากินแต่ขนมดีๆ ทั้งนั้นเลย แต่เด็กสมัยนี้คงไม่ค่อยได้กินแล้วล่ะ เพราะความรู้ทางโภชนาการของผู้ใหญ่สมัยนี้ดีขึ้น เด็กๆ ก็เลยโดนคำประกาศิตจากบุพการีผ่าเปรี้ยงเข้าให้...อิอิอิ แต่อาหารที่อร่อยสุดยอดของป้าแกก็คือ เส้นจันท์ผัดปูกะตอย เป็นหมี่สีแดงๆ ห่อด้วยใบตอง ใบตองในมือนั้นหาปูไม่ค่อยเจอหรอก ใครเจอก็โชคดีไป 555 (ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกบาทสองบาทจะเอาอะไรมาก ขายให้ก็บุญแล้วใช่มั้ยป้า...อิอิอิ) ![]() กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งของเราตอนเด็กๆ ก็คือ ขุดหาแมงดิน เราเรียกมันว่าตัวกุ๋ยๆ วิธีจับมันมีดังนี้ 1.หาก้านไม้แห้งๆ เล็กๆ มาพันกับหยักไหย้ของแมงมุมตามใต้ถุนบ้าน 2.แล้วเอาไปหย่อนที่อยู่ของมัน เป็นหลุมทรายเล็กขนาดกว้างประมาณ 2-3 นิ้วลักษณะเป็นเหมือนกรวยกระดาษ หย่อนปลายหยักไหย้ลงไปให้ถึงก้นหลุม 3.แล้วนั่งร้องว่า "กุ๋ยๆๆๆๆๆ" 4.พอมันรู้ตัวมันก็ขึ้นมาเกาะหยักไหย้ เราก็จับตัวมันไว้รวมกันในถ้วยแก้วกระดาษ 5.แค่นี้ล่ะ พอใจแล้ว กลับบ้านอาบน้ำนอน มาคิดดูนะ ไร้สาระจริงๆ มิน่าเล่าโตมาถึงได้เป็นแบบนี้ ![]() ![]() ![]() บางทีเพื่อนเราก็เจอเม็ดมะกล่ำตาหนูสีแดงดำ 1-2 เม็ด อุ๊ย! ตื่นเต้นจังอยากได้มั่งไปเดินหาแทบตายไม่เห็นมีเลย... ![]() ![]() ในตอนเด็กๆ นั้น แถวบ้านเราปากน้ำแหลมสิงห์ ยังไม่มีสะพานข้ามไปอีกฟากนึงหรอก ตอนนั้นจะมีแพข้ามฟาก เสียตังค์ 5 บาท จำได้ว่าลูกพี่ญาติสนิทอายุไล่ๆ กับเรานั่นแหละ (เด็กถิ่น) พาไปเที่ยวขี่จักรยานไปคนละคัน ซ้อนน้องไปด้วย จำได้ว่าขี่จักรยานเข้าไปในหุบเขา มันจะมีทางเล็กๆ แค่ถนนสำหรับรถวิ่งผ่านได้แค่คันเดียวเท่านั้น ไม่ค่อยมีรถผ่านมาหรอก จำได้ว่ามันเปลี่ยว แต่สมัยนั้นเราไม่รู้จักหรอกคำว่าเปลี่ยวเป็นอย่างไร ระหว่างทางเจอะต้นมะม่วงหิมพานต์เราก็เด็ดจะเอาเม็ดมันมากิน แต่พี่บอกว่า ใครที่กินโดนยางของมันจะเป็นใบ้ เราเลยชะงักด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้พูดอีก แต่เราก็ยังแอบเด็ดเอาเม็ดมะม่วงเอามาฝากยาย 1 เม็ด จะเอาไปให้ยายคั่วให้กินซักหน่อย แต่จำได้ว่าพอเอาไปให้ยายเมื่อถึงบ้าน ยายเราก็ไม่เหลียวแลมันแม้แต่น้อย ![]() สงสัยจะน้อยเกินไป... ![]() ลูกยางเพิ่งหล่นมาสดๆ ร้อนๆ เลย ![]() เข้าเรื่องต่อจ้า... อ่าวแรก ที่พี่เราพาไปเป็น อ่าวยาง อ่าวนี้ในชายหาดจะมีแต่หินสีแดงแบนๆกลมมน น้ำใสมาก ตอนนี้ไปภาพที่เห็นก็ยังเหมือนเดิม จะผิดที่มีร้านอาหารทะเลเพิ่มมากขึ้น ที่ชื่อว่าอ่าวยาง สงสัยสมัยก่อนต้นยางมีเยอะที่อ่าวนี้ เดี๋ยวนี้เห็นแต่ต้นสน ต้นยางอยู่ไหนหว่า ![]() ![]() ![]() อ่าวที่ 2 อ่าวกระทิง อ่าวนี้ลึกลับมาก นึกถึงป่าดงดิบ หรือไม่ก็หนังเรื่อง The Beach (เว่อร์ไปมั้ยล่ะ สมัยก่อนไง) มีต้นเตยทะเลขึ้นเต็มไปหมด น้ำใสแจ๋ว ไม่มีคนเลย ทรายก็ขาวนะ เท่าที่จำได้ คลื่นแรงซัดเป็นเกลียวฟองฟู่ซู่ซ่า อ่าวนี้เราประทับใจที่สุด เพราะคนจันท์ จะคุ้นเคยแต่หาดตื้น น้ำใส ไม่ค่อยคุ้นกับน้ำใสสุดๆ และฟองฟูซู่ซ่าเท่าไหร่ ที่นี่หินเยอะ เราเห็นมีก้อนหินอ่อนด้วยอยู่ริมหาด แต่มีผสมปนเปกันไป แต่ไม่เยอะมากเท่า จ.สระบุรี..อิอิ ![]() ![]() ปัจจุบันตั้งแต่มีสะพานข้ามได้ คนก็จะมาเที่ยวกันง่ายขึ้น วันนี้เรามาวันอาทิตย์ คนมากขึ้น แต่ไม่มากเท่าที่อื่นหรอก มันก็เยอะสำหรับอ่าวนี้ ที่นี่มีบ้านพักของกรมป่าไม้ที่นี่เป็นวนอุทยาน เปิดปิดเป็นเวลา 8.00-18.00 น. ที่นี่มีห้องน้ำอำนวยความสะดวกอย่างดี ทางลงลึกพอดู เหมือนหน้าผาดีๆ นี่เอง แต่เราชอบนะ มันได้ออกแรงดีค่ะ ![]() ขอบอกว่า ความรู้สึกจากตอนเด็กเล็กๆ จนถึงวันนี้ ที่นี่ยังไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกเท่าไหร่ บรรยากาศเดิมๆ อากาศดีๆ แดดใสๆ ฟ้าสีสวย ก็ยังคงดีอยู่ ชายหาดแหลมสิงห์ดูดีขึ้นกว่าตอนแรกเป็นเด็กด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เรากลัวก็คือ ความเจริญที่มากเกินขอบเขต สิ่งของเหลือใช้จากนักท่องเที่ยวนี่ซิ จะทำลายบรรยากาศเดิมๆ ที่เคยมีอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราชาวบ้านและคนท้องถิ่นจะรับมือมันได้มากน้อยเพียงไรก็ไม่รู้ แต่ก็จำเป็นต้องทำให้ดีที่สุด... ![]() ........................................... แต่ที่เปลี่ยนแปลงแล้วแน่ๆ คือ ราคาที่ดินที่ปากน้ำแหลมสิงห์ แพงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล... (คนขายปลาหมึกตากแห้งที่อ่าวคุ้งกระเบนเขาบอกมา)...อิอิอิ ![]() ![]() ภาพนี้เป็นศาลากลางน้ำ ชายหาดแหลมสิงห์ เมื่อก่อนมันอยู่กลางทะเลจริงๆ ปัจจุบันทรายซัดเข้าฝั่งมากจนศาลานั้นเกยหาด เมื่อก่อนเราเคยคิดนะว่าที่นี่มีศาลากลางทะเลเหมือนที่หมู่เกาะมัลดีฟส์เล้ย.... (เว่อร์ไปมั้ย...เนี่ย )![]() ไม่ใช่นักกอล์ฟ แต่เป็นของฝากจากเราเอง ที่บ้านยายจะปลูกต้นเล็บมือนาง ดอกออกดี สวยงามมาก เลยวาดมาฝาก 1 พวงค่ะ ![]() ![]() ปล.จริงแล้วจะวาดเรือประมงซะหน่อย ไป Seascape ที่อ่าวคุ้งวิมานกันเตอะ!!!
หลายปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก....
สมัยนั้นเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเหนื่อยพอดู ไปทะเลก็เหมือนเป็นการพักผ่อน พวกเราจึงชวนกันไปเพ้นท์สีน้ำมัน แต่ด้วยความที่เรารักถิ่นฐาน บ้านเกิดเหลือล้น เราจึงขอเสนอทุกคนให้ไปเพ้นท์ที่จันทบุรี........ จะไปตีเมืองจันท์!!!! ที่นี่ดีนา........น้ำตกก็มี.........ทะเลก็ด้วย......... ธรรมดาเวลาที่เขาไป Sea เค้าก็ต้องไปเพ้นท์หมู่บ้านชาวประมงกันทั้งน้าน ที่นั่นมีทั้งบ้าน เรือ น้ำและฟ้า......ครบ........... แล้วเราก็พักที่น้ำตกพลิ้วของกรมป่าไม้.........ราคาไม่แพง น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา(ปลาพลวงหลายแสนตัว อาศัยอยู่ที่นี่!!) แย่งกันกินผักสุดฤทธิ์ อากาศก็ดี เสียงจิ้งหรีดเรไรก็เพราะ ดังลั่นสนั่นป่า...........ดั่งท่วงทำนองที่แสน Classic![]() นอนพักที่นี่ เช้าขึ้นก็บึ่งอีแก่ไปที่ อ่าวคุ้งวิมาน... ใครเคยไปบ้าง?? สวยนะ...(จริงๆ ไม่ได้โม้........ม) ![]() มีถนนลัดเลาะโอบขุนเขาเลียบชายหาด ขึ้นเนินลงเนิน โอ้ย!!!มีความสุข ยิ่งได้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์คอยซ์ Oh...my god......... "ฉันรักเธอทะเล"เมื่อเดินหาทำเลจนตัวดำได้ที่แล้ว........ก็วาดรูปเลยดีก่า ![]() ![]() เฮ้อ...ร้อนจัง....ร่างๆ แต้มๆ เอาไว้ก่อนดีกว่าเนอะ... แล้วถ่ายรูปไว้เดี๋ยวไปเก็บเนี๊ยบอีกที...อิอิไปเดินดูคนอื่นบ้าง ทำเลของเค้าจะดีกว่าเรามั้ย... ![]() ![]() อ้าวววว.......ลุงต่อเรือเองเลยเหรอเนี่ย..........เก่งจัง! ขอถ่ายรูปไว้หน่อย เผื่อเอารูปลุงไปใช้ใน Thesis ได้ ...1...2...3แช้ะ! ![]() โอ้โห!!! ทำเลดีกว่าเห็นๆ มีศาลากลางน้ำ แถมด้วยลมเย็นๆ แดดก็ไม่ร้อน.......งั้นขอนั่งด้วย.....นั่งดูเพื่อนเพ้นท์ดีกว่านะ.......![]() ![]() ![]() รู้งี้ช้านมาเพ้นท์อยู่แถวนี้ด้วยแต่แรกก็ดีแล้ว ![]() ปล.เรามารู้ตอนหลังว่า ตรงอ่าวคุ้งกระเบน ที่อยู่ใกล้ๆ กันนั้น ก็มีบ้านพักของกรมป่าไม้เหมือนกัน แหม!!!ขับรถย้อนมาตั้งไกล เฮอเฮอ..![]() ![]() ขี้เหร่เน๊อะ!!! นี่คือภาพที่ไม่ได้เข้าร่วมแสดงงานที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ มันก็สมควรแล้วล่ะ![]() |
Neilnuch_T
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]![]() ภาพทั้งหมด เป็นของ TRio Monalisa ค่ะ :) .. ขอสงวนไว้ ณ ที่นี้ค่ะ :X Group Blog All Blog Link |
||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||





































แย่งกันกินผักสุดฤทธิ์ อากาศก็ดี เสียงจิ้งหรีดเรไรก็เพราะ ดังลั่นสนั่นป่า...........ดั่งท่วงทำนองที่แสน Classic
"ฉันรักเธอทะเล"





ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [