MALAYSIA รอบ 2 ทริปสุดท้ายกับแม่ "GO KL" (with mom) 26-29 Jan 2013

ทริปนี้ติดโปรทุกอย่าง ตั้งแต่ตั๋วโปรแอร์เอเซีย ที่จองไว้ตั้งแต่ปี 2012 โดยจ่ายค่าตั๋วไป 3,672 บาท และค่าอาหารสั่งล่วงหน้าบนเครื่อง 330 บาท รวมค่าเสียหายทั้งหมด 4,002 บาท

DMK-KUL เที่ยวบิน AK1941 เวลา 09.25-12.40
KUL-DMK เที่ยวบิน FD2914 เวลา 15.35-16.45

อัตราแลกเปลี่ยน 1 MYR = 9.90 บาท

มาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงจ้า

และโปรโรงแรมที่ทาง Expedia Thai ปล่อยโปรออกมาก่อนเดินทางไม่นาน

CITIN PUDU HOTEL KL รวมอาหารเช้าและไวไฟฟรี 3 คืน เราจ่ายไปแค่ 350 บาทSmiley เรียกว่าโคตรคุ้มอ่ะ จองทันทีโดยไม่ลังเล ถ้าแม่ไปไม่ได้ ทิ้งก็ยังไม่เสียดาย

ส่วนแพลนการเดินทาง ก็ไม่ได้เตรียมอะไรเลยว่าจะไปเที่ยวอะไรที่ไหนบ้าง แค่หาข้อมูลคร่าว ๆ นิดหน่อย เกี่ยวกับโรงแรมที่จะไปพักว่าดีไหม อยู่ใกล้อะไร เดินทางยังไงบ้าง เท่านั้น เพราะงานยุ่งมาก ๆ

ตอนจองตั๋วตั้งใจจะพาแม่ไปค้างที่เกนติ้งสัก 1 คืน แต่เนื่องจากกลางปีที่แล้วแม่ป่วยเป็นมะเร็ง เข้าผ่าตัดกระทันหัน และต้องทานยาคีโมติดต่อกัน 6 เดือน ซึ่ง ณ วันเดินทางก็ยังต้องกินยาอยู่ ตอนแรกทำให้คิดว่าคงต้องทิ้งตั๋วไป แต่พอใกล้ ๆ คิดว่าแม่คงจะพอไปไหว เพียงแต่จะไม่เดินเยอะ หรือระห่ำเที่ยวมากนัก ประกอบกับท่านเองก็คงอยากไปเที่ยวด้วย ใจพร้อม กายพร้อม ทริปสู้โว้ย จึงเกิดขึ้นมา Smiley

เนื่องจากแม่ไม่สามารถเดินเยอะได้ จึงต้องจองรถเข็น หรือ วีลแชร์ เอาไว้ล่วงหน้า พอไปเช็คอินหน้าเคาเตอร์ ต้องย้ำกับเจ้าหน้าที่ด้วยนะ ว่าขอปลายทางด้วย

(ปล.วีลแชร์ถ้าเดินทางในประเทศฟรี แต่ถ้าต่างประเทศต้องเสียเงินเพิ่มเอง เที่ยวละ 120 บาท  พอไปถึงมาเลก็ต้องเสียอีก 12 ริงกิต ขากลับก็เช่นกัน ดังนั้นเท่ากับว่าต้องเสียเงิน 4 รอบ จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยเข็นให้ แต่ยกเว้นขาเดินทางจากมาเลกลับมาไทย ต้องเข็นเอง Smiley แป่ว แล้วใครจะช่วยข้าเจ้าเข็นล่ะ ไปกันแค่ 2 คน แถมกระเป๋าก็ไม่ได้โหลด เลยถามเจ้าหน้าที่ว่าเดินไปเกตไกลไหม ฮีบอกว่าไม่ไกล ค่อยยังชั่วแม่พอเดินไหว ไม่ไกลเท่าไหร่)

++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันที่ 26 ม.ค. -> สำรวจรอบ ๆ โรงแรม และพักผ่อนเอาแรง

ไปถึงสนามบิน ยังเช้าอยู่ เลยไปหาอะไรกินกันก่อน สำหรับแม่คือมื้อที่ 2 แล้ว 5555

หลังจากนั้นก็เช็คอิน แล้วไปรอขึ้นเครื่อง (ปล. เจ้าหน้าที่เข็นรถบริการดีมว๊าก ๆ)

แม่บอกทริปนี้ สู้โว้ย 5555

มื้อที่ 3 ของแม่ บนเครื่อง ข้าวมันไก่ แม่บอกไม่อร่อย ส่วนเรากินไก่สเต๊ะ ก็ยังโอเคอยู่

เย้ เย้ Smileyไฟล์ท AK ของมาเล มีชานมด้วยล่ะ แต่เป็นชานมถั่วแดงนะ ไม่ใช่ชานมไข่มุกเหมือนบ้านเรา เลยสั่งมาลองซะหน่อย อืม อร่อยดี ไม่หวานด้วย 8 ริงกิต จัดไป อยากให้ไฟล์ทไทยมีบ้างนะเนี่ยะ

กินอิ่ม นอนหลับสักพัก ก็ถึง LCCT- KL แล้ว ถ่ายรูประหว่างรอรถเข็น ขอบอกรอนานอ่ะ คิดดูผู้โดยสาร แอร์ แม้กระทั่งกัปตัน ไปหมดแล้วอ่ะ รถเข็นยังไม่มาเลย Smiley

เจ้าหน้าที่รถเข็นพาไปต.ม. โดยเข้าช่องสำหรับลูกเรือเลย อิอิ เร็วดี ไม่ต้องต่อคิว ส่วนเงินค่ารถเข็นก็จ่ายกับฮีเลย 12 ริงกิต โดยฮีจะเอาบอร์ดดิ้งพาส ไปด้วย

อ๋อ อีกอย่างไปมาเลไม่ต้องกรอกเอกสารเข้าประเทศเลยอ่ะ ก็สะดวกดีนะ

เจ้าหน้าที่เห็นแม่นั่งรถเข็น เลยถามว่าจะมาหาหมอที่กัวลาหรอ เราบอกป่าว มาเที่ยว 555 ฮีคงจะ งง เนอะ ป่วยยังจะมาเที่ยวอีก 

ลงเครื่องก็เที่ยงกว่าแล้ว แม่ต้องกินข้าวมื้อที่ 4 เราเลยหาอะไรกินกันก่อนที่สนามบิน ซื้อก๋วยเตี๋ยวให้แม่ ส่วนเราข้าวมันไก่ เป็นไก่ย่าง ก็อร่อยดีนะ ดีกว่าบนเครื่อง อิอิ

กินอิ่มก็เดินทางกันต่อ โดยรถ Star Shuttle ราคา 8 ริงกิต นั่งจนสุดสายเลยประมาณชั่วโมงกว่าไปลงที่ PUDURAYA //www.starwira.com/

Smiley หาข้อมูลมา บอกว่ารถจะจอดตรง Puduraya station ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรม มีสะพานลอยข้ามมาก็ถึง แต่ปรากฎว่าคนลงกันทั้งรถเลย เราก็งง ทำไมไม่เห็นมีสะพานลอยกับโรงแรมเลยฟระ  Smiley

เลยเดินลงไปถามคนขับรถ ที่นี่ Puduraya ใช่ไหม คนขับบอกใช่ เราถามว่าแล้วไหน Citin hotel ฮีชี้มาให้ดูโรงแรม เฮ้ย มันต้องเดินข้ามแยกย้อนกลับไปอีกนี่หว่า กำ โอเคขอบคุณ

สรุป Puduraya station อยู่ตรงข้ามโรงแรม แต่รถบัสมันไม่ได้จอดขึ้นลงตรงนั้น มันจอดที่หน้าห้าง Mydin ตะหาก เพราะงั้นขากลับก็ต้องมาขึ้นที่่นี่เหมือนเดิม แต่ก็เดินไม่ไกลโรงแรมมากสักเท่าไหร่

กว่าจะมาถึงโรงแรม 16.00 check-in ก่อนเลย

แผนที่โรงแรม


ดีนะที่เราคอนเฟริ์มการจองห้องกับโรงแรมโดยตรงมาก่อน ทำให้การเช็คอินรวดเร็ว เพราะเขาเตรียมเอกสารไว้ให้เราเซ็นเลย ที่นี่จะมีค่ามัดจำคีย์การ์ด 50 ริงกิต ได้คืนหลัง check-out

ไดร์เป่าผมกับอแดปเตอร์ขอยืมได้ แต่แนะนำว่าไดร์เป่าผม ใช้เสร็จรีบมาคืนที่เคาเตอร์เลยดีกว่า ถ้าจะใช้วันต่อไปค่อยไปขอยืมใหม่ เพราะเราโดนทวงไดร์เป่าผมคืนแรกเลยตอนห้าทุ่ม 555 ตรูยังไม่ทันได้ใช้เลย กะว่าจะใช้วันรุ่งขึ้นซะหน่อย ก็เลยบอกให้ชีส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นมาเอาคืนไปก่อน แต่เจ้าหน้าที่ที่นี่ก็เป็นมิตรดีทุกคนเลย ประทับใจมาก คือถึงแม้เขาจะรู้ว่าเราจองมาด้วยโปรถูกขนาดนั้น เขาก็ไม่ได้ให้บริการที่แย่ลงเลย

หลังจากเข้าห้อง ก็ให้แม่นอนพักผ่อนก่อน ตื่นมาเราก็ไปหาอะไรกินแถว ๆ นั้น วันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มเที่ยว เราลองขึ้นสะพานลอยข้ามไปใน Puduraya station (คล้าย ๆ หมอชิตบ้านเรา)

ฟู้ดคอร์ดจะอยู่ชั้น 4 จะมีร้านขายข้าวเยอะแยะ หลายร้าน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารมาเลมากกว่าร้านอาหารจีน

ตอนแรกยังคิดว่าแม่จะกินอาหารที่มาเลได้หรือเปล่า แต่โชคดีที่ฟู้ดคอร์ดที่นี่มีอาหารประเภทปลาเยอะแยะหลายร้านเลย เราเลยได้ฝากท้องไว้ที่นี่ 2-3 ครั้ง

ที่นี่จะมีสถานีรถไฟฟ้าด้วย ชื่อ PLAZA RAKYAT RAPID KL STATION

หลังจากกินอาหารเสร็จ แม่อยากกินผลไม้ต่อ เลยข้ามสะพานมาซื้อลองกอง Smiley โลละ 100 บาท แต่ก็ต้องซื้อ เพราะไม่มีอะไรกิน 5555 เท่าที่สังเกตุที่นี่ผลไม้ค่อนข้างแพงอ่ะ

หลังจากเข้าพักได้ 1 ว้น เราก็ได้คุยกับผู้จัดการโรงแรมที่นี่ ซึ่งทำให้เราพึ่งรู้ว่า โรงแรมเครือ Citin ทั้งหมดเป็นเชนของคนไทย และผู้จัดการคนนี้ก็เคยไปเทรนที่ไทยอยู่ 6 เดือน แหมทำให้รู้สึกภูมิใจลึก ๆ เหมือนกัน อิอิ Smiley

เราบอกเขาว่าทำเลโรงแรมดีนะ แต่น่าจะปรับปรุงใหม่ เพราะห้องเก่า เขาบอกว่า โรงแรมกำลังปรับปรุงใหม่ทั้งหมด แล้วก็พาเราไปดูห้องที่มีการทำใหม่แล้ว สวยดี

ตรงข้ามโรงแรมเป็นสถานีรถไฟฟ้า มี 7-11 และ KFC ใกล้ ๆ แล้วจากโรงแรมเดินไปไชน่าทาวน์ก็ไม่ไกล แถมเดินไปขึ้นรถฟรี GO KL ได้ด้วย 5555 ทำเลดีอ่ะ แต่แนะนำว่าควรไปพักหลังจากปรับปรุงแล้วจะดีกว่า

มาดูรีวิว ห้องก่อนปรับปรุงนะ เริ่มจากวิวหน้าต่างห้องตอนกลางคืน

ห้องเก่ามากจริง ๆ สมควรปรับปรุงอย่างแรง แต่ไปคราวนี้จ่ายค่าห้องถูกมว๊าก เลยไม่ถือสา 555

++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันที่ 27 ม.ค. -> ไปห้าง Pavilion, Twin Tower โดยรถฟรี GO KL

เช้านี้ลงมากินอาหารเช้าที่โรงแรมซะหน่อย อาหารเช้าก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน รสชาดก็พอใช้ได้ บางอย่างเราก็กินได้ บางอย่างก็กินไม่ได้

หน้าตาอาหารเช้าที่ลองตักมากิน ข้าวผัดหน้าตาจืดมว๊าก แต่พอกินแล้วเผ็ดอ่ะ

พอกินข้าวเช้า กินยาเสร็จ ก็ต้องให้แม่นอนพักเอาแรงก่อน พอสาย ๆ ก็ออกเดินทางกันเลย Smiley

วันนี้ตั้งใจว่าจะลองนั่งรถเมล์ฟรีซะหน่อย เพราะดูแผนที่แล้ว รถเมล์จะผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ  หลายจุด ที่สำคัญเดินไม่ไกลอ่ะ เพราะสถานที่เที่ยวบางแห่งลงรถไฟฟ้าแล้วจะเดินไกล

จากโรงแรมต้องเดินไปทางสี่แยก ข้ามถนน ผ่านหน้าโรงแรมนี้

แล้วก็เดินตรงขึ้นไป รอรถที่ป้ายรถเมล์ปกติได้เลย ป้ายรถเมล์จะอยู่หน้า 7-11 และอยู่ใกล้โรงแรมนี้

ป้ายรถเมล์ก็อยู่ตรงข้ามห้างนี้

ป้ายรถเมล์ที่ขึ้น มีตากกางเกงยีนส์ด้วย 555

จากตรงนี้ จริง ๆ เดินขึ้นไปอีกนิดเดียวก็ไชน่าทาวน์แล้วล่ะ แต่ตอนแรกเราไม่รู้ และวันนี้ตั้งใจจะไปห้าง กับตึกแฝดมากกว่า

หน้าตารถ GO KL ซึ่งจะมี 2 สาย สายสีเขียวกับสายสีแดง แต่อย่าดูสีตัวรถนะ ให้ดูที่ป้ายหน้ารถจะเขียนว่ารถคันนี้สายสีอะไร 

ในรถมีไวไฟฟรีให้ใช้ด้วย สุดยอดเลย

แผนที่รถ แต่ขอบอกว่าดูแล้วก็ งงเล็กน้อย เพราะเวลามันจอดป้าย จะไม่มีบอกว่าป้ายไหน ก็ต้องเดา ๆ เอาเอง ตอนแรกตั้งใจว่าจะนั่งวนสัก 1 รอบก่อนให้คุ้น ๆ เพราะดูแผนที่แล้วมันเหมือนจะวิ่งวนไปวนมา ปรากฎว่านั่งไปได้แค่แปรีบเดียว อ้าวเฮ้ย ไมลงรถกันหมดเลยอ่ะ เราเลยเดินไปถามคนขับรถ เขาบอกว่าต้องไปต่อรถคันหน้า ตรงนี้สุดสายแล้ว แป่ว ปรากฎว่ามันมาสุดท้ายตรงใกล้ ๆ  Central Market  กับ Chinatown


เราก็มาต่อรถคันหน้า เพื่อไปลงป้ายตรงข้ามห้าง Pavilion ไม่ต้องกลัวหลงเพราะนักท่องเที่ยวจะลงป้ายนี้เยอะมาก ๆ

ช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว ทางห้างแต่งแบบจัดเต็มมาก สีสันฉูดฉาด สะใจจริง ๆ



ถ่ายกับน้ำพุหน้าห้างซะหน่อย




โชคดีจังมีฝรั่งหันมาสบตา เราลยถือโอกาสให้เขาถ่ายรูปให้เรากับแม่หน่อย ดีใจมาก ๆ เพราะเวลาไปเที่ยวกัน 2 คน มักไม่ค่อยมีรูปคู่กันเลย 



เดินขึ้นห้างไปชั้นบนซะหน่อย เย้มีร้านอาหารญี่ปุ่นด้วย 




ได้เวลาใกล้เที่ยงพอดี เลยชวนแม่กินอาหารญี่ปุ่นซะเลย เข้าร้านนี้ละกัน


อาหารจานใหญ่มว๊าก แม่จะกินหมดไหมเนี่ยะ


ส่วนของเราก็ใช่ย่อย จานเบ้อเริ่มเหมือนกัน Smiley



หลังจากกินอิ่ม เราก็ออกจากห้าง กลับไปขึ้นรถ GO KL ตรงที่เราลงมาเหมือนเดิม เพื่อจะไปดูตึกแฝดซะหน่อย


มาเที่ยวห้างนี้บ้าง แต่แม่บอกไม่ชอบ คนเยอะ ปวดหัว 555 เราเลยเดินแปร๊บเดียวแล้วออกมาเลย ปรากฎว่าฝนเริ่มตกแล้ว เลยต้องรีบขึ้นรถ ได้ถ่ายรูปและเห็นตึกแฝดจากบนรถเท่านั้นเอง แม่เลยไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับตึกแฝดเลย แม่บอกไม่เป็นไร แค่ได้มาเห็นก็ดีใจแล้ว Smiley


พอนั่งรถกลับฝนตกแรงมาก เราเลยตัดสินใจลงจากรถแถว ห้างพาวิลเลี่ยน แล้วต่อแท็กซี่เข้าโรงแรมทันที มื้อเย็นเลยได้ฝากท้องกับทางโรงแรมบ้าง

เราสั่งต้มยำกุ้งกับสลัดมากิน เห็นสลัดแล้วตกใจเลย จานใหญ่มาก



ห้องอาหารมีแต่เรา 2 คน มานั่งกินกัน เลยได้มีโอกาสคุยกับเจ้าหน้าที่ที่นี่ เจ้าหน้าที่น่ารักทุกคนเลย มีน้ำใจ อัธยาศัยดีมาก ๆ กินเสร็จก็ขึ้นห้องอาบน้ำนอน เพราะไปไหนไม่ได้แล้ว ฝนตกหนักเลย


++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันที่ 28 ม.ค. -> ไป CHINA TOWN

หลังจากนั่งรถ GO KL วนไป 2 รอบเมื่อวาน ทำให้เห็นว่าไขน่าทาวน์ และ Central Market อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักเท่าไหร่ ก็อยู่ตรงใกล้ ๆ ป้ายโรงแรมที่ขึ้นรถ GO KL เลยนั่นแหละ

วันนี้เลยขอไปโฉบ ไชน่าทาวน์ ซะหน่อย ถามแม่ว่าเดินไหวไหม แม่บอกโอเค หลังอาหารเช้า ก็ให้แม่กินยาแล้วนอนเอาแรงก่อน สาย ๆ เราก็ไปกันเลย






ร้านนี้ขายเป็ด คนต่อคิวยาวมาก


เดินไปเดินมาแม่เริ่มหิว เจอฟู้ดคอร์ด เลยลองเข้าไปโฉบดู มีกับข้าว น่ากินเยอะดี เลยบอกแม่ลองชิมดูไหม  ร้านข้าวแกงที่มาเลย์ เขาจะตักข้าวให้แล้วเราตักกับเอง อยากกินกับกี่อย่าง มากน้อย ก็ตักเอาเอง แล้วเขาก็จะคิดเงินทีหลัง


หน้าตาจานข้าวที่เราตักมา ร้านนี้ทำอาหารอร่อยดี สไตล์จีน 


พอกินข้าวเสร็จ บ่าย ๆ เราก็ซื้อของฝากที่นี่ต่อ เป็นพวกขนมเต้าส้อ หลายกล่องหนักมาก เลยเดินกลับโรงแรมมาเก็บก่อน แล้วก็ให้แม่นอนเอาแรงต่ออีกนิดนึง เพราะแม่บอกเหนื่อย สงสัยเดินเยอะไปหน่อย 555 ไม่เหมือนเมื่อวาน นั่งรถเล่น 

กะว่า 4 โมงจะออกมาแก้ตัวที่ตึกแฝดอีกรอบ ท้องฟ้าก็เหมือนไม่เป็นใจ ทำท่าฝนจะตกอีกแล้ว เลยตัดสินใจไปหาข้าวกินที่ชั้น 4 Puduraya ดีกว่า มีปลาที่แม่ชอบด้วย ส่วนเราก็ลองกินบะหมี่ซะหน่อย 




กินเสร็จแล้วก็กลับมาให้แม่นอนพักเยอะ ๆ 


+++++++++++++++++++++++++++++++++
วันที่ 29 ม.ค. -> กลับไทย

เนื่องจากไฟล์ทกลับ บ่าย 3 โมง ก็เลยไม่ต้องไปไหนแล้ว พอกินข้าวเช้าเสร็จ ก็เตรียมตัวเก็บของ เดินลากกระเป๋าไปขึ้นรถบัส  Star Shuttle ที่เดิมที่ลงรถมา 

มองไม่เห็นรถจอดรออยู่ ตอนแรกก็ใจไม่ดี นึกว่าจะต้องไปขึ้นที่อื่นหรือเปล่า สักพักเจ้าหน้าที่บริษัทรถ เดินเข้ามาถาม ดีนะพี่แกใส่เสื้อของบริษัทรถด้วย ไม่งั้นกลัวโดนหลอก 555 

สักพักก็เริ่มมีคนมารอขึ้นรถเยอะแยะ 

พอไปถึงสนามบิน ก็แวะกินข้าวกลางวันก่อน แล้วไป Check-in พอเราแจ้งว่าจะขอรถเข็น เจ้าหน้าที่ให้เรามาเอารถเข็นเอง เราก็งง ๆ ถามเขาว่าไม่มีคนเข็นให้หรอ เขาบอกว่าไม่มี มีแต่รถให้ ต้องเอาไปเข็นเอง Smiley ตายแล้วฉันมีกระเป๋าด้วย จะเข็นได้ไง ดีนะเกตไม่ไกล แม่เดินไหว แต่พอลงเครื่องที่เมืองไทย จะมีเจ้าหน้าที่เอารถเข็นมาเข็นให้ ก็เสียเงินไป 120 บาท แถมเจ้าหน้าที่ลัดคิวเรียกแท็กซี่ให้ด้วย 555 สบายเลย ไม่งั้นรอคิวแท็กซี่ยาวเหยียด 

ใจจริงอยากพาแม่ไปเที่ยวอีกหลาย ๆ ประเทศเลย แต่ทริปนี้คือทริปสุดท้ายของแม่ แม่หลับให้สบายนะค่ะ ยังไงแม่ก็อยู่ในใจของลูกตลอดไป ต่อไปนี้เราก็จะเดินทางไปด้วยกันทุกที่เลยนะ

รักและคิดถึงแม่มาก ๆ ค่ะ





Create Date : 30 มกราคม 2556
Last Update : 19 กันยายน 2556 18:13:17 น. 0 comments
Counter : 678 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

katjang
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




RewriteRule ^category/(.+)$ http://www.yourblog.com/$1 [R=301,L]
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add katjang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.