images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

หยิกตัวเองเสียบ้างก็ดี จะได้ตื่นจากฝันเสียทีค่ะ !!!

ไม่ได้เขียนบล็อกเป็นอาทิตย์ ยอมรับว่าเพราะหลายเหตุผลค่ะ
ทั้งงานยุ่ง และประเด็นใหญ่คือ 'เซ็ง'

เขียนมานานสี่ห้าปี เรื่องในชีวิตหลายแง่มุมถูกเขียนถึงจนไม่แน่ใจ
ว่าเล่าอะไรซ้ำไปบ้างหรือเปล่า บางเรื่องไร้สาระ บางเรื่องนินทาคนอื่น
แต่ไอ้ที่เขียนแล้วช้ำใจ คือเขียนเรื่อง ชีวิตช้ำๆ เมื่อสองปีก่อน
อะไรไม่อะไร เท่ากับว่าตอนนี้ชักอยากจะลบมันทิ้งซะ !!

นอกจากเซ็งดังว่าจนพาลไม่อยากจะเขียน ฉันยังเบื่อสังคมด้วย
ชนิดที่ไม่อยากเสวนาจะพาระนังกับใครนั่นแหละ ทั้งๆที่ในชีวิตก็ไม่ได้ว่าจะมีคนสักกี่คน เพราะพอใจกับการอยู่นิ่งๆมากกว่าจะเป็นขาปาร์ตี้
อยู่นิ่งๆได้ อาจเพราะชีวิตมันนิ่งแล้วก็ได้นะคะ

ไม่นิ่งก็แย่แล้ว จะสี่สิบแล้ว จะให้ตามหาอะไรอีก ไม่ไหวแล้วกระมังคะ

โอ.. ฉันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนมองย้อนกลับไปแล้วนึกขอบคุณ
บทเรียนหลายๆบทที่ผ่านมา ทำให้คิดได้ว่า ที่ผ่านมาได้ทุกๆครั้ง
ทุกๆเรื่อง จักรวาลนี้คงอยากให้ฉันรู้อะไรๆหลายๆเรื่องแน่ๆเลย
และความเข้มแข็งที่เกิดขึ้นจากการได้รับบทเรียนซ้ำๆ ( คิดว่ายัง
เรียนไม่หมดหรอกค่ะ ) ที่เรารอดมาได้ ก็เพราะเรา 'ยอมรับความจริง'
ไม่หลอกตัวเอง ไม่ฝันกลางวัน ไม่ละเมอเพ้อพก

แม้ฉันจะเขียนหนังสือ หรือชอบทำงานศิลปะ ใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย แต่ฉันจะอยู่กับ 'ความจริง' เสมอ ไม่เคยหลอกตัวเองนะคะ

ฉันกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงว่า 'สิ่งนั้นได้เกิดขึ้น' และแม้จะเคยโง่ จากหลายๆเรื่อง หาทางออกไม่ได้ โวยวาย ขี้วีน ทำร้ายตัวเอง
เพื่อเรียกร้องความสนใจ คิดซ้ำซาก สับสน เป็นคนเอาแต่ใจ ทะเลาะกับแฟนแล้วจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เจอเรื่องคิดมากจากที่ทำงานแล้วเก็บมาคิดทุกอย่าง

โอย... นี่คือฉันเมื่อก่อนนี้

และคำพูดของคนอื่นมีอิทธิพลกับฉันได้เสมอ

ทำให้เมื่อโดนว่ากระทบ หรือได้ยินใครนินทาให้เข้าหู ฉันจะเต้นเป็นเจ้าเข้าเลย ไม่แยแสได้ไหม ไม่ได้ มันติดอยู่ในหัว เอากลับบ้านทุกวัน

ฉันเมื่อก่อนนี้ ทำตัวเองให้เป็นที่สะสม 'ขยะในใจ' ได้อย่างมากมายมหาศาล

แต่ฉันคนเดียวกัน ได้ผ่านเวลาร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้รู้แล้วว่า ทุกอย่างผ่านมาก็ผ่านไป

ฉันที่เคยรู้สึกไม่มั่นคง กลับกลายเป็นมั่นคงขึ้น ต้องขอบคุณวันเวลา
ขอบคุณความศรัทธาที่ตัวเองมีต่อ 'การทำความดี' แม้บางครั้งไม่อยากจะทำดี คิดดี ไปบ้าง

ผ่านมาได้ สรรเสริญตัวเองจริงๆที่ท่องคาถา 'อดทน' และบอกตัวเอง
ให้อยู่กับความเป็นจริง การอยู่กับความเป็นจริง ไม่หลอกตัวเองทุกเรื่อง เหนื่อยก็บอกว่าเหนื่อย เจ็บก็บอกตัวเองว่าเจ็บ ยอมรับทุกอย่างที่เข้ามา เฮ้อ .. ไม่ใช่เล่นๆนะคะ

เล่าเรื่องนี้แล้วก็คิดถึงน้องที่เคยเล่าว่าเขาไปจีบแอร์ แอร์จริงๆนะ ไม่ใช่แอร์กี่ หลังจากมาอัพเดทกันเรื่อยๆ ล่าสุด น้องซึ่งชอบดูแลเทคแคร์คนอื่น แต่จะเป็นพิเศษสำหรับแอร์คนนี้ ก็ได้ยินชุดคำพูดที่บอกผ่านจากเพื่อนอีกคน มาถึงน้อง ว่า เธอ (แอร์คนนั้น ) ลำบากใจจริงๆเลย เธอไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เธออยากจะเล่น อยากจะพูดคุยกับน้องฉันได้เหมือนเดิม ไม่อยากเสียเพื่อน

ไอ้คำว่าไม่อยากเสียเพื่อนนี่มันแปลว่าอะไรนะ มันแปลว่า เขาตอบรับหรือคะ แต่ฉันว่าไม่ใช่นะ ฉันฟันธงว่าเธอไม่เล่นด้วยแน่ๆ แต่น้องไม่ยอมรับความจริง

นี่พูดในฐานะว่า ผ่านเรื่องรักๆมาก็มาก เรื่องทำนองนี้ คำพูดแบบนี้มันแปลกันได้ไม่ยากนะคะ ว่าไม่น่ะ ไม่อ่ะ แน่ๆเลย ฉันฟันธงว่างานนี้แห้วแน่ๆ แต่น้องยังไม่ปักใจ แกไม่เชื่อค่ะ เพราะแกก็ยังเชื่อของแกว่า
แกยังมีสิทธิ์ แต่คุณแอร์เธอบ่นว่าอึดอัด อยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เล่นกันได้ เฮฮากันได้ กัดกันได้ เอ่อ.. เจอแบบนี้ศิราณีก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

ก็คงต้องให้เผชิญกับ 'ความจริง' เอาเองล่ะค่ะ

แม้บางทีเรารู้นะคะว่าความจริงเป็นสิ่งเจ็บปวดขนาดไหน และเรามักจะพรางความเจ็บปวดนั้นเอาไว้ด้วยการเลือกจะ 'โกหกตัวเอง' ไว้ก่อน
แต่เราก็รู้ไม่ใช่หรือว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

ไม่มีอะไรจะกล้าหาญเท่ากับการกล้ายอมรับทุกเรื่อง แล้วยอมรับมันด้วย
สติอีกแล้วล่ะค่ะ

เขียนเรื่องนี้ ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อน้อง ไม่ได้มีประสงค์อื่น
นอกจากจะบอกว่าตัวเองผ่านมาได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องรักร้ายๆ ก็ด้วยการไม่หลอกตัวเองนี่แหละค่ะ ที่ช่วยให้ฉันตื่นจากฝันขึ้นมา

ความฝันนั้น มีไว้บ้างก็ดี ชีวิตเราจะได้ไม่แห้งแล้ง แต่ฝันกลางวันบางอย่างก็อาจไปไกลจนเราหลงลืมว่า เราต้องมีชีวิตอยู่ในโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่ความฝัน

หยิกตัวเองเสียบ้างก็ดี จะได้ตื่นจากฝันเสียทีนะคะ !!




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2553    
Last Update : 11 สิงหาคม 2553 23:15:18 น.
Counter : 329 Pageviews.  

ฉันจะรักอย่างไร

ฉันจะรักอย่างไร

หาก

คุณไม่ยอมรับฟังเลย

ว่าฉัน

รู้สึกยังไง

...




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2553    
Last Update : 7 สิงหาคม 2553 19:26:35 น.
Counter : 275 Pageviews.  

10 step ถ้าทำได้จะดีมากเลยค่ะ ...

เนื่องจากบล็อกเจอปัญหาบ่อยเรื่องการไม่แสดงผลในหน้าแรก เพราะจำนวนบล็อกในหน้าหลักมันเยอะมาก ( ราวๆ 886 บล็อก แต่รวมทั้งบล็อก ณ ขณะนี้มีบล็อกทั้งหมด 1011 บล็อก ฉันจึงต้องทำตามคำแนะนำคือเปิดกรุ๊ปบล็อกใหม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในหน้าหลักอีก

สำหรับบล็อกเก่าๆยังอยู่ทั้งหมดค่ะ ไล่อ่านได้จากด้านบนนะคะ ส่วนกรุ๊ปอื่นๆแล้วแต่จะ update ตามหัวข้อที่คนเขียนมีเรื่องจะ up กรุ๊ป slow life ก็ยังอยู่ค่ะ ค่อยๆ up กันไปนะคะ

วันนี้ฉันเขียนบล็อกจากที่ทำงาน เป็นเรื่องของอาการไม่สบายที่สัมพันธ์กับอาหารการกิน และคำแนะนำดีๆจากหนังสือที่ฉันกำลังอ่านอยู่
ตามนี้นะคะ

--------------------------------

เมื่อวันเสาร์ร่างกายประท้วง เกิดอาการปวดท้อง และปวดมากหลังจากกินส้มตำของโปรด ( ไก่ย่างส้มตำสูตรวิเชียรบุรี เจ้านี้ตำถูกปากฉันที่สุด เขาตำปูแบบสามรสซึ่งแทบไม่ค่อยเจอที่ไหน ) ปวดแบบเสียดๆ เหมือนกับกินอิ่มแล้วไปวิ่ง ตอนเดินฉับๆก็จะปวดเสียด มันสะเทือนไปทั้งท้อง

เอาแล้ว ระบบย่อยทำท่าจะเกเรอีกแล้วล่ะค่ะ สังเกตอาการว่าตอนเช้ายังไม่เป็นขนาดนี้ พอส้มตำเดินทางลงกระเพาะเท่านั้น อีกพักใหญ่ก็ปวดดังว่านี่แหละ

แล้วก็ยังดื้อตาใส ไม่ยอมกินยาด้วยนะ เก่งค่ะ รักษาตัวเองได้ จนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ บอกคนข้างๆว่าจะไปหาหมอ แต่เขาบอกว่า ลองกินคาร์บอนดูก่อน 2 เม็ด แล้วก็พอนสแตนด์ด้วย 1 เม็ด

ยอมกินคาร์บอนแต่โดยดี แต่พอนสแตนด์ไม่อยากกินค่ะ เขาว่าเราเก่ง เป็นหมอเองได้หรือ งั้นทนปวดต่อไปก็แล้วกัน แน่ะ !

พอนสแตนด์ช่วยลดอาการปวดเกร็งของลำไส้ แล้วดันทะลึ่งไม่กิน

จริงๆ จะบอกว่าฉันไม่อยากกินยา ประเด็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าฉันกินยาไม่ได้ หรือว่าอี๋ยาทุกชนิด แต่ฉันพยายามจะหลีกเลี่ยงไม่กินยาทุกชนิดอยู่แล้วถ้าทำได้ เพราะว่า ยาก็คือสารเคมี กินเข้าไปมากๆ ก็สร้างภาระให้ร่างกาย ฉันเชื่อแบบนี้ค่ะ ประกอบกับการอ่านหนังสือและค้นข้อมูลจากกูรูหลายคน ทำให้เชื่อว่าการกินยามากๆ ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่

บนพื้นฐานความเชื่อว่าร่างกายเราบำบัดรักษาตัวเองได้ค่ะ

และอีกอย่าง ฉันกินยาเยอะมาก มาตั้งแต่เด็กแล้ว เม็ดใหญ่แค่ไหน bewae ก็กินได้ กินจนตัวมีแต่กลิ่นยา เข้าห้องน้ำปัสสาวะงี้ กลิ่นยาหึ่งเลยค่ะ ฉันกินยามาตลอดทั้งชีวิต เพิ่งจะห่างๆก็ตอนโต เข้ากรุงเทพมาเรียนหนังสือ อาการป่วยค่อยๆน้อยลง แต่ป่วยเป็นโรคแปลกๆมากขึ้น (ฮา)

ตอนเด็กๆฉันป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินอาหารด้วย ทางเดินหายใจด้วย พอตอนโต ฉันป่วยด้วยโรคใจเยอะกว่าโรคกายอีก แต่โรคกายที่เบียดเบียนฉันเช่น ลำไส้แปรปรวน ก็มาจากสาเหตุทางใจด้วยส่วนหนึ่ง

พอไปหาหมอเจ้าประจำ ที่บำรุงราษฏร์ ( ไม่ได้กระแดะนะคะที่ไปหาโรงบาลแพงๆ แต่เป็นเพราะเชื่อในหมอที่รักษากันมาตลอดหลายปี ) หมอยิ้มร่า บอกว่า bewae มาอีกแล้ว หมอจำได้ว่าเราเป็น IBS ทุกปี ปีละหลายๆเดือน ปีไหนไม่เป็น หายไปได้ จะดีใจมากที่เราไม่ต้องเจอกัน เฮ้อ หมอให้โบรชัวร์ที่ฉันท่องได้มาทุกครั้งว่าควรดูแลอาหารการกินอย่างไรจึงจะไม่มีลมในท้องและไม่ทรมานด้วยอาการเดิมๆ

ที่เล่ามาทั้งหมดจะบอกว่า ฉันยังไร้วินัยในการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็อย่างนั้น(ฮา) อันเป็นนิสัยที่ไม่ดี เวลาป่วยจะดูแลตัวเองดี เวลาไม่ป่วยจะตามใจปาก เฮ้อ.. อย่าได้เอาอย่างเชียว

หากว่าฉันสามารถดูแลตัวเองในเรื่องสุขภาพได้ดีกว่านี้ ฉันจะสบายกว่านี้ และประหยัดค่าหมอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เวลาไม่สบายด้วยเรื่องปวดๆ ทั้งปวดหัว ปวดท้อง ปวดฟัน คุณคงทราบว่ามันทรมานจะตายไป
ใช่ไหมคะ และหากเราดูแลตัวเองได้อย่างดีก่อนจะป่วย นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำค่ะ ร่างกายของเรามันมีเวลาของมันอยู่ก็จริง แต่การไม่ถนอมร่างกาย ก็จะนำความทุกข์มาให้เราอย่างมหาศาล ลองป่วยดูสักครั้งแล้วจะรู้ซึ้ง

------------------------------------------

ฉันอ่านหนังสือเรื่อง 10 step การเปลี่ยนแปลงตัวเองของคุณนก ชลิดา เถาว์ชาลี แล้วรู้สึกชอบในวิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพดีของเธอค่ะ โดยแต่ละ step เธอแนะนำให้ค่อยๆทำ เริ่มจากขั้น start / medium / advance เธอเล่าไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ค่ะ

1. ให้ลดอาหารสำเร็จรูปลง
2. ลดเครื่องดื่มคาเฟอีน
3. ลดน้ำตาล ทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม
4. ลดเนื้อสัตว์สีแดง
5. จด food diary ของตัวเองและสังเกตว่าตัวเองกินอะไรไปเท่าไหร่ อย่างไร
6. food combining ใช้วิธี combine อาหารแต่ละมื้อ ให้ได้สัดส่วนที่พอดี
7. เลือกกินไขมันชนิดดี
8. ออกกำลังกาย
9. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
10. ปรับใจให้เปี่ยมพลังและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ( จะได้อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวัน )

จริงๆในสิบข้อของเธอ ฉันว่าทำไม่ยาก แต่อยู่ที่เราจะทำได้แค่ไหนเท่านั้นเอง คำแนะนำของเธอนั้นเริ่มจากขั้น start ก็เริ่มจากค่อยๆทำ ขั้น medium ก็ปรับให้เข้มขึ้นและทำให้มันอยู่ตัว ส่วนขั้น advance นั้นก็
เป็นขั้นเทพเลย เทียบง่ายๆหากเราจะลดอะไรสักอย่าง เราก็อาจจะค่อยๆลดปริมาณลงก่อน และเมื่อ advance แล้วเราก็จะงดกินมันไปได้เลยอย่างไม่มีการอาลัยอาวรณ์

ตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่ฉันชอบกินและยังลดไม่ได้ ลองดูสิคะว่าเหมือนคุณไหม เช่น
-ลูกชิ้นปลา
-ชาเย็น ชาเนสที
-ส้มตำปู
-ของหวานเช่น ฝอยทอง ทองหยิบ

แต่อาหารที่ฉันละเว้นได้ โดยไม่กินมาเป็นเวลานมนาน และไม่ยักอาลัยอาวรณ์มันแม้จะไม่กินทั้งชีวิต ซึ่งในชีวิตจริงก็คือ ไม่กินนะคะ
-เนื้อวัว
-น้ำอัดลม

ส่วนของประเภทที่กินก็ได้ และอยากกินเป็นบางอารมณ์
-ข้าวผัดแหนม
-หมูปิ้ง
-ยำต่างๆ
-ขนมจีนราดน้ำปลา
-มาม่า
-ไส้กรอก บาโลน่า
-พิซซ่า

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ ฉันมองไม่ค่อยออกว่ามันมีประโยชน์มากมายตรงไหน โดยเฉพาะประเภทหลังสุด แต่เคยเป็นไหมคะ เรารู้แหละว่ามันไม่ค่อยดีกับร่างกาย แต่เราอยากกินน่ะ แล้วพอหน้ามืดอยากกิน
ก็ต้องพยายามหามากิน โดยบอกกับตัวเองว่า ช่างมันน่า นานๆกินที

แต่ไม่รู้ว่านานๆกินที กี่ครั้งแล้วสิ (ฮา)

บอกคุณในนี้ ฉันก็เตือนตัวเองไปเรื่อยๆ วันหลังจะลองจดดูว่าวันๆตัวเองกินอะไร แล้วมาแชร์ให้อ่านบ้าง ทีนี้จะได้เห็นตัวเองว่าทำได้สักกระผีกหรือยัง ไม่หวังถึง advance ค่ะ ขอแค่ให้อยู่ใน medium ก็ยังดี

ลองทำด้วยกันไหมคะ !!




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2553    
Last Update : 2 สิงหาคม 2553 22:34:11 น.
Counter : 409 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.