images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ตอนนี้ หนูรู้แล้วค่ะแม่...

ขึ้นเดือนใหม่แต่เป็นเดือนสุดท้ายของปีแล้ว วันเสาร์ที่ผ่านมาสำนักงานจัดพิธีเลี้ยงพระถวายเพล และกิจกรรม start new year plan สำหรับมดงานตัวเล็กๆทุกคน

เป็นเดือนที่ฉันตั้งใจหยุดพักงานบางอย่าง(แต่จริงๆเราก็ต้องทำต่อเนื่อง) หรืออาจจะหยุดหายใจหายคอสักอาทิตย์ หลังจากเหนื่อยทำงานมาค่อนปี

หลายเรื่องในชีวิตที่เราต้องวางแผนค่ะ และมีงานรอให้ทำ นั่นรวมถึงงาน celebrate ต่างๆกับรางวัลที่เราได้รับจากปีที่ผ่านมา

เมื่อสักครู่ นั่งดูรูปที่ไปลองชุดมาวันนี้ พบว่าตัวเองอ้วนขึ้นมาก ตั้งสามกิโลแน่ะ ทำให้ลองชุดบางชุด กว่าจะเอาตัวเองยัดลงไปได้ แทบแย่ค่ะ
แต่ชุดบางชุดก็สวยจังเลย และจะสวยมากถ้าน้ำหนักลดลงได้สามกิโลภายในสี่วัน 55 ฝันไปแล้วมั้ง

ฉันขำตัวเองที่ทำน้ำหนักขึ้นไปได้สามกิโลภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน
ก็จะไม่ให้ขึ้นยังไงไหว แม้จะวิ่งทำงาน แต่บางคืน ฉันยังจอดรถหน้าเซเว่น ซื้อมาม่ากินตอนตีสาม นอนตีสี่ บางคืนก็ไม่ใช่มาม่า แต่มันเป็นพิซซ่า

นอกจากกินแป้งตอนดึก ฉันยังไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอีก ( รู้ตัว ) แล้วจะไม่ให้น้ำหนักขึ้นยังไงไหวนะคะ

แต่เทียวลองชุดวันนี้ บอกตัวเองว่า ต้องงดเครื่องดื่มหวานๆและห้ามกินตอนดึกๆ ไปสักพัก ห้ามใจไม่ให้เลี้ยวเข้าปั้มที่มีร้านราบิก้าคอฟฟี่สักพักนะ เพราะฉันติดชาเขียวร้านนี้มาก อร่อยกว่าร้านไหนๆในบรรดาร้านกาแฟในปั๋มทุกร้าน (ยกเว้นสตาร์บัคส์ ที่เป็นหนึ่งในใจตลอดมา กับเมนู Green tea latte หนึ่งเดียวที่ฉันชอบ )

กินแบบนี้ แล้วยังมีความเชื่อว่ากินไม่ดี แบบนี้ต้องอัดวิตามิน จึงเป็นที่มาของการกินวิตามินB และอื่นๆอีก ก็พวก Centrum มั่ง Banner มั่ง บ่อยครั้งที่ฉันกินแบรนด์ โดยอาศัยซื้อในเซเว่น กินตอนเหนื่อยๆ มันรู้สึกมีแรงขึ้นทันที วิตามินพวกนี้ทำให้เจริญอาหารเป็นบ้าเลย

พี่ที่เคารพรักของฉันบอกว่า หนูกินข้าวเก่งมาก พี่เขาคงสังเกตเวลาไปงานและกินอาหารด้วยกัน ฉันจะกินข้่าวหมดเกลี้ยงแต่เหลือกับข้าว ในขณะที่พี่เขาตัวบางๆเล็กๆ กินแต่กับและแตะข้าวน้อยมาก พี่เขากลัวอ้วน แต่ฉันไม่กลัวเลย มีแต่อยากอ้วน เพราะรู้สึกว่าตัวเองผอม เวลาผอมๆ ใส่อะไรจะไม่สวย แต่ก็อีกแหละ พออ้วนขึ้นมาหลายกิโล ก็ effect กับการหาชุด โดยเฉพาะชุดราตรี(ฮา)

ตอนนี้น่ะรู้แล้วค่ะ ว่าอ้วนมากก็ไม่ดี ผอมมากก็ไม่ดี

ยิ่งตอนนี้ก็มีปัญหาสุขภาพหลายอย่างรุมเร้า ทั้งภูมิแพ้ ทั้งปวดต้นขาบริเวณสะโพก มีปัญหากับการขึ้นลงบันไดมาก และทั้งสายตาไม่ดีเลย อายุขึ้นเลข 4 แล้ว ทุกอย่างเสื่อมตามสภาพจริงๆนะคะ

แม่บอกว่า ฉันอ้วนมากไม่ดีนะ เพราะช่วงขาน่ะ โดยเฉพาะข้อเท้าเล็ก จะรับน้ำหนักไม่ไหว จะมีปัญหาในอนาคต แม่เตือนแล้วนะ ยังไม่สำเหนียกอีก

ตอนนี้หนูรู้แล้วค่ะแม่

ผู้หญิงเรานะคะ เวลาใส่ชุดอะไรสวยๆแล้วรูปร่างดีๆไม่มีส่วนเกิน มันก็ยิ่งส่งเสริมให้เราดูสวยสง่า โชคดีที่ตัวเองไม่ได้เตี้ย พอใส่ส้นสูงสามสี่นิ้วเข้าไปมันก็ยิ่งดูเพรียว แต่ความอ้วนของดิฉันไปกองอยู่ที่พุงค่ะ(ฮาไม่ออกแล้ว) ทำให้พลาดชุดบางชุดไปอย่างน่าเสียดาย บางทีก็ติดสะโพก บางชุดต้องแขม่วจนเครียด

เล่าขำๆนะคะ คืนนี้นอนดึกอีกแล้ว เพราะทำบัญชีไปด้วย เห็นภาษีที่ถูกหักไปแล้วก็ตกใจ เฮ่อ เยอะมาก แต่มันก็มากเพราะรายได้ที่เราได้รับ มันก็เป็นสัดส่วนอยู่แล้ว ในเมื่อกฏหมายบังคับให้เราต้องทำหน้าที่พลเมืองดี เราก็ตอบแทนแผ่นดินก็แล้วกัน คิดบวกซะ จะได้ขำๆกับภาษีที่เขาหักเราไป คิดอะไรมาก มันคือค่าตอบแทนแผ่นดินที่เรายืน

เดี๋ยวค่อยเขียนเรื่องเงินๆทองๆอีกค่ะ นี่ก็เรื่องโปรดของฉันเหมือนกัน คุยเรื่องเงินๆทองๆแล้วสนุกค่ะ โดยเฉพาะประเด็นการบริหารเงินให้งอกเงย

คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ค่ะ




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2555    
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 0:29:44 น.
Counter : 676 Pageviews.  

ขอบคุณข้อความดีๆจากเพจคุณปู

ใน เฟซบุ๊ค มีคนเอาข้อความดีๆ หรือหากจะหาเพจที่มีเนื้อหาดีๆก็เยอะมากนะคะ น่าเสียดายที่ไม่สามารถ share ทั้งภาพและข้อความจากเฟซบุ๊คมาไว้ในนี้ได้ แต่เราแชร์ข้อความจากบล็อกไปเฟซบุ๊คได้ ถ้าทำได้ จะมีอะไรดีๆให้อ่านได้อีกเยอะ และสะดวกด้วย

เพจที่เคยแนะนำให้อ่านแล้วคือเพจของคุณกมลชนก ปานใจ
เช้านี้มีข้อความดีๆอีกแล้วค่ะ ขอ copy มาให้อ่านตามด้านล่างนะคะ


>ใส่ใจกับสัญชาตญาณของคุณ..ฟังว่าลึกๆแล้วคุณต้องการอะไร ถ้าคุณรู้สึกหงุดหงิดกับการใช้เวลากับใคร ให้เดินจากเขามา อย่าฝืน

>ฟังหัวใจของคุณ อย่าเร่งรีบกับชีวิตจงลืมฟัง ผู้ชายห่วยๆที่คนทั้งโลกชื่นชม อาจไม่ใช่คนที่หัวใจของเราพอใจก็ได้ งานที่ใครยก
ย่อง อาจไม่ใช่ที่ใจเรารักก็ได้ก็จงฟังและเชื่อหัวใจของคุณ

>พูดอย่างที่ใจคิด คิดแบบไหนก็พูดออกไปอย่างสุภาพ

>รักและมีความสุขกับตัวเอง จงออกจากโซนที่ปลอดภัยของคุณ บ้าน ห้องเดิมๆ หนทางที่เดินทุกวัน

เมื่อคุณรู้สึกสับสน >มุ่งเน้นไปที่โลกภายในของคุณ
>อย่าได้สนว่าโลกภายนอกเขาจะว่าอย่างไร ถ้าคุณพอใจว่าคุณสวย จะไปแคร์ทำไมว่าโลกเขาไม่สนับสนุน

Pay attention to your intuition>Listen to your heart>Speak your mind>Love yourself and Happy with yourself >focus on your inner world>not on your outside world

ใช้ชีวิตให้ได้อย่างนี้แล้วจะมีความสุขขึ้นเยอะเลยค่ะ

เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่ดีมาก ฉันชอบเดือนนี้มากที่สุด ไม่ใช่เพราะเป็นเดือนเกิด แต่เพราะเป็นเดือนที่เราจะได้ทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่นๆ เป็นเดือนที่มีสีสัน เป็นเดือนแห่งความสุข เป็นเดือนที่เราจะได้ทบทวนทุกสิ่งคั่งค้างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้น

หนึ่งปี มีเดือนนี้สักเดือนก็ยังดีนะคะ

เช้านี้นอกจากข้อความดีๆในเฟซแล้วก็ตื่นมาอ่านหนังสือดีๆเล่มหนึ่งชื่อ ไอเดีย พลิกชีวิตของคุณเดวิด บุญทวี

ฉันเคยเชื่อเรื่อง input ดี output ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาจึงชอบอ่านอะไรดีๆ ขวนขวายจะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า วางจิตใจและใช้ชีวิตให้สมดุลตามหลักพุทธ

ใช้ชีวิตให้สมดุลทุกด้าน คือสิ่งที่ดีที่สุด ฉันเชื่ออย่างนี้ จะทำอย่างนี้ค่ะ

สวัสดีเช้่าวันอาทิตย์ค่ะ




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2555    
Last Update : 2 ธันวาคม 2555 9:11:27 น.
Counter : 597 Pageviews.  

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ สิ่งมหัศจรรย์ในชีวิตฉันค่ะ

วันนี้ทำเรื่องสนุกๆน่ารัก สายๆไปซาลอนเจ้าประจำ บอกให้เค้าม้วนทำลอนปลายๆผมให้ ออกจากร้านแบบไม่เหมือนทุกที แทบไม่กล้าสะบัดผม เพราะเดี๋ยวลอนจะคลาย เพราะไม่ได้ทำถาวรน่ะค่ะ
แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

น้องบอก เอ่อ สวย เซ็กซี่ ก็ขำๆดีค่ะ เดี๋ยวจะให้น้องทำผมให้
วันที่ 7 มีนัดถ่ายรูปชุดราตรี ต้องสวยค่ะ เพราะรูปจากวันที่ 7 จะไปอยู่หน้างานวันที่ 23 จะมีรับรางวัล Best of Duanthong ของสำนักงาน ภูมิใจมากกับรางวัลนี้ เพราะทำงานอย่างหนัก ตั้งใจ จนพิชิตได้ เป็นอันดับหนึ่งของ new agent ปี 2012

ออกจากซาลอน เลยไป Ikea ตั้งใจไปซื้อกรอบรูปสวยๆ มาใส่รูปลูกค้า VIP ที่จะนำไปมอบเป็นของขวัญ ตั้งใจมาก ที่ Ikea มีของน่าซื้อทั้งนั้น อดใจไม่ไหวเป็นต้องหยิบ ได้กรอบรูปมาหลายอันมากและได้กระป๋องมาใส่เครื่องเขียน น่ารักดี

จากนั้นแวะไปสำนักงานต่อ เอาเอกสารไปทิ้งไว้ให้น้อง แล้วก็พบว่าเป็นวันศุกร์ที่รถติดแซ่บเวอร์มาก เพราะดิฉันขับรถไปเมืองทองตั้งแต่บ่ายสาม เข้าไปสำนักงานแค่สิบนาที กลับออกมาขึ้นทางด่วน กว่าจะถึงบ้านปาเข้าไปสองทุ่ม ขับจนแก๊ส LPG หมดถัง รถติดจนต้องร้องเฮ้อ ปวดขามาก

เข้าบ้านอยู่ได้สองชั่วโมงต้องออกจากบ้านมาตึกใหญ่บางรักอีก เพราะสำนักงานโดยท่านเจ้าสำนัก คุณศิริภรณ์ พุทธรักษ์ ท่านไหว้ศาลที่ตึกใหญ่ตอนเที่ยงคืน เนื่องจากวันที่ 30 พฤศจิกายน เป็นวันปิดบัญชีของ AIA พรุ่งนี้เจ็ดโมง มีนัดไปไหว้ศาลที่เมืองทองอีก

นี่เป็นเหตุทำให้ไม่ต้องนอนค่ะ เพราะอีกชั่วโมง สองชั่วโมงก็ต้องออกจากบ้านไปเมืองทองอีกแล้ว และมี start session สำหรับปีบัญชี 2013

ปีนี้เป็นปีที่แปลกออกไปสำหรับฉัน ถ้าใครอ่านบล็อกก่อนหน้า หรือบล็อกก่อนๆ ก็จะรู้ว่าฉันเจอวิกฤติชีวิตที่ค่อนข้างหนัก หลายเรื่องกระทบพร้อมกันเหมือนกับเป็นช่วงชีวิตที่แย่ที่สุดก็ว่าได้ นอกจากเรื่องงานแล้ว ปัญหาความสัมพันธ์ต่างๆนานากับคนรอบตัว ก็มากมายเหลือเกิน ฉันเคยเล่าแล้วว่าฉันผ่านช่วงเวลาทุกข์ยากมาได้อย่างไร มันดีเหลือเกินที่ฉันเข้าหาธรรมะ และยึดคำสอนของพระพุทธองค์เป็นเครื่องนำจิตใจ

ผ่านมาได้แต่ใจก็บอบช้ำอย่างหนักช่วงก่อนหน้านั้น แต่ฉันโชคดี เพราะเรื่องเหล่านี้มันทำให้ฉันแข็งแกร่ง และคิดอะไรๆเพื่อตัวเองได้มากมาย

อย่างน้อย เส้นทางใหม่ที่ฉันเดินต่อมา ก็ทำให้ฉันค้นพบตัวเองใน
มุมใหม่ด้วยเช่นกัน

เป็นปืที่แย่มาก แต่ก็เป็นปีที่โชคดีมากเช่นเดียวกันค่ะ

จึงอยากบอกคุณว่า หากในเวลานี้เจอเรื่องทุกข์ร้อน เรื่องยาก เรื่องแย่ ขอให้อดทนจนพ้นผ่านช่วงเวลานี้ เพราะเรื่องร้อน เรื่องยาก เรื่องแย่ มันไม่อยู่กับเราตลอดไปหรอกค่ะ มันมีวันผ่านพ้น

ฉันหัวเราะได้แล้ว ยิ้มได้นานแล้ว หัวเราะให้กับวันเวลาขื่นๆ และคนบางคนที่ทำให้เราไม่แฮปปี้ คนหลายคนนะคะ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับเราไว้ กรรมที่เขาทำ มันเป็นของเขา เขาก็ต้องรับไป ส่วนเรามีหน้าที่ทำความเข้าใจและแก้ปัญหา อยู่ให้ได้ในสภาวะที่ต้องเจอ

คำเดียวแหละค่ะ อดทนจนกว่ามันจะผ่านพ้น...

ผ่านวิกฤติชีวิตรอบนั้นทำให้ฉันเติบโต ค้นพบศักยภาพบางอย่าง ทำตามใจเรียกร้องและเปิดใจเรียนรู้กับโอกาสใหม่ๆ ฉันเคยบอกตัวเองว่า ไม่เสียใจเลยที่เลือกหันหลังให้กับระบบ(และคนเส็งเคร็ง) เพราะแม้จะเหนื่อยยากกับการทำงานเพียงใด แต่ฉันมีความสุข

ฉันวิ่งไล่ พิชิตถ้วยรางวัล ถ้วยแล้วถ้วยเล่า มันพิสูจน์ศักยภาพในตัวเราว่าเราทำได้ วิ่งทำคุณวุฒิ ในขณะที่วิ่งบริการลูกค้า ไล่ตามเป้าหมายที่เราตั้งและคติที่เรายึด ว่าวันพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้เสมอ ทำให้คนรอบข้างที่รักฉัน เห็นความตั้งใจในการทำความดี

วันนี้ ปิดบัญชี และมีรางวัล Of the year ตั้งเป็นธงเอาไว้ ก่อนหน้านี้สองเดือน ฉันวางเป้าหมายจะเดินไปให้ถึง วันนี้ได้รู้ ว่าเป้าบางอย่างมันสูง แต่เราทำดีที่สุดแล้ว ขอบคุณลูกค้าและคนที่รักฉันทุกคน คนที่เห็นเราตั้งใจทำความดี เห็นเราตั้งใจทำงาน ทุกคนคือผู้มีพระคุณที่ชาตินี้ทั้งชาติ ฉันต้องทำความดีตอบแทน

ก่อนออกจากบ้านไปบางรัก ฉันนั่งเขียนการ์ดขอบคุณให้คนสองคน คนแรกคือคุณกัญญกาญจน์(พี่ปู) คนที่คอยผลักดันและเป็นลมใต้ปีกให้ฉันมาเสมอ อีกคนคือพี่จุ๋ม(คุณศิริภรณ์) ผู้ใหญ่ที่คอยให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวฉันตลอดเวลา แม้กระทั่งเกือบจะปิดบัญชีแล้ว พี่จุ๋มส่งการ์ดมาให้ฉัน พี่เขาเชื่อใน law of attraction มาก มันมีเหตุผลเดียวแหละที่ทำให้ ฉันกับผู้มีพระคุณทั้งสองท่านได้มาเจอกัน นั่นคือ จักรวาลจัดสรร มันคือเหตุผลเดียวจริงๆ

บนการ์ดทั้งสองใบ มีแต่ความรู้สึกขอบคุณที่พี่ทั้งสองให้โอกาสแก่คนตัวเล็กๆอย่างฉัน

มันคือสิ่งมหัศจรรย์ในชีวิตของคนๆหนึ่งเลยนะคะ

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การยินดีในโอกาสนี้ และตั้งใจทำความดีเป็นการตอบแทนพี่เขา รวมถึงทุกคนที่รักและสนับสนุนจนทำให้คนตัวเล็กๆคนหนึ่งได้มายืนอยู่แถวหน้าในสำนักงานนนทบุรี2 พิชิตคุณวุฒิที่บริษัทฯมีแทบทุกรางวัล

รางวัลทุกรางวัลขอมอบให้ผู้มีพระคุณทุกคนค่ะ




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2555    
Last Update : 1 ธันวาคม 2555 4:21:13 น.
Counter : 781 Pageviews.  

อย่าถามหาความสำเร็จ ถ้าวันนี้ยังมีข้ออ้าง

คืนนี้อยากเขียนถึง ข้อแม้ ข้ออ้าง ในชีวิตเราค่ะ
ฉันเชื่อว่าทุกคนมี

ข้อแม้ นั่น นี่ โน่น หรือที่เราจะเรียกมันว่าข้อจำกัด ที่เรารู้
ถ้าจะว่ากันตามตรง ข้อแม้หรือข้อจำกัด

มันคือสิ่งกีดขวางที่เราสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น

เวลาจะทำอะไรสักอย่าง ถ้าเราคิดถึงความเป็นไปได้
มากกว่าความเป็นไปไม่ได้ เราจะมีแรงฮึด
และพร้อมจะทลายกำแพงที่เราเรียกว่าข้อจำกัด

ตลอดจนข้อแม้่ต่างๆนานาที่เรามี

แต่หลายครั้งที่เรามองเห็น ความเป็นไปได้ เป็น ความเป็นไปไม่ได้
จึงทำให้ เราคิดไปว่า มันไม่มีทางหรอก มันต้องเป็นอย่างนั้นแหละ

คนเรามี comfort zone ค่ะ ตลอดจนบางครั้งเรามีเกราะอะไรบางอย่างที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อความปลอดภัย หรือพูดง่ายๆว่าเรากลัว
บางทีมันเป็นความกลัวที่ กลัวไปก่อน กลัวล่วงหน้า ทั้งที่ยังไม่ทันทำอะไรเลย หรือเรื่องยังไม่เกิดเลย กลัวไปก่อนแล้ว

ยังไม่ลงมือทำ แล้วจะรู้หรือว่ามันทำได้หรือไม่ได้

เขียนถึงตรงนี้แล้วคิดถึงตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา รู้สึกดีที่ไม่ได้ใช้
ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว ฉันก็เป็นอีกคนที่ชอบคิดถึงคำว่า posible เพราะเชื่อว่าอะไรก็ตามที่ยังไม่ได้ทำ มันท้าทายให้ทำ

ฉันเชื่อค่ะว่าทุกสิ่งที่เราอยากทำ แล้วเราตั้งใจทำ เราจะทำได้
ต่อให้ผลมันออกมาไม่ได้ หรือไม่ใช่อย่างที่หวัง เราก็รู้สึกดีมากกว่า
แค่พูด

ฉันเชื่อในการกระทำ และผลลัพธ์ที่เกิดจากความพยายาม
เราต้องทำก่อน ก่อนจะคิดว่ามันไม่ได้ ทำแล้วไม่ได้ก็ช่าง ก็เราทำดีที่สุดแล้วนี่

เอกชัย วรรณแก้ว หนุ่มร่างพิการที่มีแค่แขนเล็กๆกุดๆ มีขาพอเดินได้
เขาเป็นจิตรกรวาดภาพด้วยอวัยวะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้ได้นั่นคือปาก และเท้า ฉันเคยไปฟังเอกชัยพูดในงาน MDRT ที่ เอไอเอ จัด เอกชัยคือตัวอย่างของคนที่น่าจะมีข้อจำกัด แต่เขากลับไม่เคยคิดว่าตัวเองพิการ

พูดง่ายๆ เขาไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง หรือข้อจำกัดในการใช้ชีวิตทำสิ่งที่ฝัน

ยังมีอีกมากมายนะคะ ตัวอย่างที่ดีๆแบบนี้

การมีข้ออ้าง ข้อแม้ นั่นก็ไม่ได้ โน่นก็ไม่ได้ จะว่าไปแล้วเทียบกันไม่ได้เลยกับคนพิการแต่ใช้ชีวิตได้ยิ่งกว่าคนธรรมดา เขาลำบากกว่าเราตั้งเท่าไหร่ แต่เขาไม่มีข้อแม้เลยนะ

วันนี้เราใช้ชีวิตแบบไหน มีอะไรมากมายที่เราชอบอ้าง หยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลไม่ให้เราทำในสิ่งที่ควรต้องทำ ทั้งที่เราทำได้ แต่เราไม่ทำ
ข้ออ้าง ข้อแม้ ข้อจำกัด ไม่ต่างอะไรกับกำแพงที่มันขวางเรา แต่กำแพงที่ว่านี่น่ะ เรานั่นแหละสร้างขึ้นมาเอง

ไม่มีใครทำลายกำแพงที่ว่านี้ได้ นอกจากตัวเรา

อย่าถามหาความสำเร็จถ้าคุณพยายามไม่พอหรือลากข้ออ้างนั่นนี่โน่นมาเป็นเหตุผล

ความสำเร็จมีค่าคู่ควรกับความพยายามที่มากพอเท่านั้นค่ะ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2555 22:20:29 น.
Counter : 430 Pageviews.  

life management เราจัดการชีวิตเราได้นะคะ

เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยอาการภูมิแพ้(อีกแล้วอ่ะ) น้ำมูกเต็มเลย แล้วก็ลงคอทำให้ไอ ร่างกายส่งสัญญาณอีกแล้วค่ะ มันเป็นภาวะที่เกิดจากการเหนื่อยสะสมและภูมิชีวิตน้อย ทำให้ไม่แข็งแรง

สังเกตอาการตัวเองพบว่า มันไม่ได้เป็นทุกวัน มันจะมาเป็นช่วงๆ

รีบปิดแอร์ ( แต่เมื่อเช้าตื่นสาย ) แล้วก็ลงมาอยู่ในอุณหภูมิห้อง อากาศปกติ กลับกลายเป็นปวดหัวไมเกรนอีกแล้ว อะไรนักหนานะเนี่ย

ฉันขึ้นล่องและเดินทางบ่อยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา รู้เลยว่าไม่ได้ดูแลตัวเองดีๆหรอก เพราะบางทีเราไม่มีเวลาจะมาปราณีต เราคิดแผนงานและลุยทำงาน จนถึงช่วงที่ต้องบอกตัวเองว่าอีกนิดนะๆ เดี๋ยวจะได้พักยาว

เพื่อนชายที่น่ารักของฉันบอกว่า คุณทำงานอิสระที่ควบคุมเวลาของตัวเองได้ จะว่าไปมันก็ดีอย่าง ที่ไม่ต้องมีคนมาบอกคุณให้ซ้ายหันขวาหัน การควบคุมดูแลทุกกิจกรรมในชีวิตของเรา มันก็หน้าที่เรานี่ จะต้องให้ใครมาสั่ง

ยกเว้นเรื่องงานนะคะ เพราะถ้าคุณเป็นมนุษย์ 9to5 คุณต้องอยู่ในกติกา

แต่ใช่ว่าฉันจะไร้กติกา แม้ฉันจะทำงานอิสระ ฉันก็มีกรอบของฉัน มีเกณฑ์ของฉัน ที่แน่ๆคือ คุณค่าในตัวเราเองน่ะค่ะ มันจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะเราทำตัวเราเองให้มีคุณค่า การทำงานคือการสร้างค่าให้ตัวเองค่ะ ผลตอบแทนในรูปของตัวเงิน มันก็คือผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม แต่ผลตอบแทนทางใจมันมีอยู่ค่ะ

งานบางอย่างให้ความสุขกับเราได้มากกว่าตัวเงินอีกนะคะ เขาถึงบอกว่าให้คุณทำงานที่รัก เพราะคุณจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย

ชีวิตเราประกอบด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่างเหล่านี้ ฉันขอเรียกมันว่าสมดุลชีวิตก็แล้วกันค่ะ เราวัดได้ ว่าส่วนใดในชีวิตเราที่มันไม่ balance สัญญาณที่เตือนเรามันก็มี

เช่นร่างกายที่ล้าแล้ว แสดงให้เห็นว่าเราเหนื่อย อาจเกิดจากการทำงานมากไปหรือโหมเกินไป / ใจที่ไม่มีความสุข อาจเกิดจากการทำงานมากไป เครียดไป หรือหนักกว่านั้นคือไม่ได้ทำงานที่เรารักเราชอบ /ร่างกายที่ส่งสัญญาณว่า 'ไม่สบายดี' แล้วนะ ก็บอกเราได้ว่า เราต้องพักเหมือนกัน และต้องปรับบางสิ่งในชีวิตแล้วกระมังเช่นการออกกำลังกาย การกินอาหาร

ชีวิตทุกด้านต้องการสมดุล แต่วิชา life management ก็ไม่มีคนสอน แต่มันเป็นสิ่งจำเป็นมาก ที่เราต้องเรียนรู้และจัดการให้ได้

ชีวิตที่ดีน่าจะต้อง balance ให้ได้ทุกด้าน และเคลื่อนไหวอย่างมี passion
มีความสุข และ เป็นอิสระ

ลองถามตัวเองดูก็ได้ค่ะว่าชีวิตคุณ ณ เวลานี้มันสมดุลดีอยู่หรือเปล่า มันขาดหรือมันเกิดตรงไหน แล้วก็สังเกตุจากร่างกายและจิตใจตัวเองว่าวันนี้คุณมีความสุขไหม มันดีอยู่หรือเปล่าชีวิตนี้

อย่างที่ฉันยกตัวอย่างของตัวเองนะคะ ที่ว่ารู้สึกร่างกายล้า ไม่สบาย ไม่อยู่ในภาวะ 'สบายดี' เพราะภูมิแพ้กำเริบ ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ฉันใช้ร่างกายไม่ถูกอยู่หรือเปล่า ดูแลเค้าน้อยไปหรือเปล่า ส่วนด้านอื่นๆ มันยังดีอยู่ใช่ไหม เช่น ใจที่ยังมีความสุขกับชีวิตได้ทุกวัน มันก็เป็นอย่างนั้นนะ ถ้าถามว่าชีวิตนี้มีเรื่องอะไรกลุ้มหรือทุกข์ ก็คงจะไม่มีอะไรทุกข์ เพราะเรารู้ว่าทุกวันเราใช้ชีวิตดีที่สุดแล้ว วางแผนเพื่อความเสี่ยงไว้หมดแล้ว ไม่มีเหตุให้ทุกข์ค่ะ เพราะปัจจัยที่ทำให้เราทุกข์เช่น ความโกรธ ความเกลียด ความไม่เข้าใจ ความอิจฉาริษยา สิ่งนี้มันไม่มีในใจเราเลย

ทุกวันนี้ฉันเชื่อในเรื่อง input ที่ดี ส่งผลต่อ output มากค่ะ คือใจเรานี่แหละสำคัญที่สุด เรารับอะไรเข้าไป มันจะส่งผลต่อเราข้างในและออกข้างนอกทั้งหมด นิสัยของเรานี่แหละค่ะที่จะทำให้เราทุกข์หรือสุข มันมีผลจริงๆต่อความคิดของเรา

นิสัย = การใช้ชีวิต นะคะ และการจัดการชีวิต life management ให้สมดุลได้ นิสัยของเราต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็มีผลมากทีเดียว

หาอ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมจากหนังสือที่มีคุณค่าหลายๆเล่มนะคะ ฉันใช้หลักบางอย่างจากหนังสือของคุณบัณฑิต อี้งรังษี เรียกว่ายกเซ็ทมาเลย นอกจากนั้น หลักการของ The secret / The power / The Magic ของนักเขียนระดับโลก รอนด้า เบิร์น ก็เป็นหลักการที่ใช้ได้จริง และแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ที่สุดของที่สุด life management สามารถจัดการได้ด้วยธรรมะของพระพุทธองค์ เพราะมันคือความจริงของชีวิตที่เรียบง่ายมาก สอนให้เราจัดการชีวิตทุกด้าน ( หาอ่านได้จากหนังสือธรรมะทุกเล่ม โดยเฉพาะท่าน ว วชิรเมธี )

ทุกวันนี้ฉันจะมีสมุดบันทึกที่เขียนเป้าหมาย และเขียนขอบคุณ ซึ่งฉันติดตัวไปด้วยทุกที่และหยิบมาอ่านเสมอ มันทำให้ฉันไม่เคยหลงลืมเลยว่าตัวเองต้องทำอะไร และอะไรที่ฉันทำได้แล้วบ้าง ( บิงโก !!! )

พอเหนื่อยก็หยุดพัก มันจะทำให้คุณมีแรง มีแรงแล้วก็เดินต่อไป ชีวิตที่มี balance แบบนี้แหละค่ะ ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปด้วย อย่างมีแรงบันดาลใจและให้คุณค่า

แค่เขียนก็เห็นภาพแล้ว ว่าชีวิตที่มีความสุขมันต้องเป็นแบบนี้

ชีวิตคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2555 12:57:57 น.
Counter : 552 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.