images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

อวยพรให้ไปดี (จริงๆนะ ) !!

สวัสดีเช้าวันเสาร์ค่ะ

นอนเขียนบล็อกบนเตียงนอน ไม่สนใจเรื่องเวลา เพราะวันนี้ไม่มีภาระกิจเร่งรีบของพ่อกับแม่ มีเวลาให้ตัวเองเต็มๆ .. ดีจังเลย

เมื่อคืนสิ ฝันเป็นตุเป็นตะ เห็นตัวเองกับภาพ bacgground ในอดีต แล้วก็ตัดฉับมาปัจจุบัน เดี๋ยวๆก็หลงเข้าไปอยูในบ้านโบราณ ตัดฉับมาอีกทีที่โต๊ะทำงาน กำลังถูก audit เฉยเลย มีคนหลายคนอยู่ในความฝันมั่วๆของฉัน สงสัยจะเป็นเพราะฤทธิ์ชาชักมาเลย์เมื่อวานนี้แหงๆค่ะ

อ่านแล้วงง ก็อย่าสงสัย เพราะคนเขียนยังเบลอๆ เลย

จะเล่าเรื่องน้องสมอ ดีกว่า..

น้องสมอ เป็นสาวสวย กิตติศัพท์ของเธอไม่เบา เป็นคนที่ไม่ยอมใคร พูดเร็ว เถียงเก่งสุดๆ แบบข้างๆคูๆซะส่วนใหญ่ ขี้วีนไม่ใช่เล่น เป็นคนที่ทำงานแล้วต้อง perfect ทุกเม็ด ตัวเองผิดไม่ได้ จะต้องเอาเนี๊ยบทุกอย่าง ผิดไม่ได้ไม่เท่าไหร่ ถ้าตัวเองผิดก็ไม่ยอมผิดคนเดียว ถ้าโยนให้คนอื่นผิดได้ก็โยนไว้ก่อน

น้องสมอ มีลูกน้องที่ทำงานด้วยหนึ่งคน คนก่อนหน้า ลาออกไปเพราะทนเธอไม่ไหว ก่อนหน้านั้นก็คงด้วย น้องมาเล่าให้ฟังว่าน้องสมอ ชอบรับงานทุกอย่าง แต่รับแล้วมาโยนใส่น้อง ใช้น้องดะ แต่ตัวเองไม่ทำ ถ้างานไม่เสร็จจะโทษน้องไว้ก่อน ฉันสั่งแล้ว ทำไมเธอทำไม่ทัน

บ่อยครั้งที่น้องมาร้องไห้ เล่าให้ฟัง น้ำตาแห้งเหือดที ก็ทำใจได้ที แล้วก็ทนไม่ไหว ลาออกไปเพราะไม่อยากถูกกดดันอีก

น้องสมอ ดูเหมือนจะน่ารัก เพราะเธอหวานเจี๊ยบ หากใครสามารถทำให้เธอโตพรวดๆ ใครมีอิทธิพลพอจะดันเธอได้ น้องสมอจะหวานใส่เสมอ แต่หากระดับเท่าๆกัน น้องสมอแทบจะไม่ชายตาแล หากทำงานกับน้องสมอ ต้องระวังตัวไว้บ้าง เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะถูกโยนขี้ใส่เมื่อไหร่ ฉันเองก็เคยโดนมาแล้ว ไม่ต้องหาใครมายืนยันหรอกค่ะ

คุณอาจสงสัย ว่าคนนิสัยแบบนี้อยู่ได้ด้วยหรือ ตอบว่าอยู่ได้ค่ะ และอยู่ดีด้วย

น้องสมอ กำลังขมักเขม้น เรียนเอกอยู่ด้วยนะ อีกหน่อยหากเธอมี ph.d ต่อท้าย ไม่รู้จะหนักกว่านี้หรือเปล่า

ทำไมฉันจึงเล่าเรื่องน้องสมอ ทั้งๆที่ไม่อยู่ในความคิดเลยว่าฉันจะต้องเอาเรื่องเธอมาเขียนไว้เป็นเกียรติประวัติแก่บล็อกนี้

ในวันที่ฉันถูกน้องสมอโยนขี้ให้เต็มๆ แล้วนายใหญ่เรียกฉันไปสอบถาม
ฉันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนแทบจะเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่ด้วยความที่โตกว่า และเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีลูกน้องในปกครอง ฉันสอนน้องให้รู้จักเก็บอารมณ์ในการทำงาน แล้วหากพี่เป็นเสียเอง จะไปสอนน้องต่อได้อย่างไรคะ

ฉันจึงต้องเก็บ นิ่ง และข่มความรู้สึกชิงชังไว้ข้างใน หากข้างนอก เมื่อพบเจอหรือต้องวิสาสะด้วย ฉันก็ต้องหวานเจี๊ยบเหมือนกัน หากแต่ไม่ได้เฟคนะคะ ฉันวางตัวแบบของฉัน เราโตกว่า จะไปวีนใส่เด็ก ให้เด็กเอาไปพูดต่อก็คงไม่ดีอีก

น้องสมอ ทำให้ฉันซึ้งว่าการศึกษาไม่ได้พัฒนา 'จิตใจด้านใน' ของคนเราเลย เราเรียนหนังสือ เรียนจากตำรา เรียนเพื่อจะไป 'ทำเงิน' ให้ได้มากที่สุด ด้วยวิธีใดก็ได้ แม้กระทั่งจะให้ร้ายคนอื่น หรือเหยียบคนอื่นให้จมดินอย่างนั้นหรือ

จำได้ว่าตอนเด็กๆ มีวิชาหน้าที่พลเมือง ที่เราต้องเรียน มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาให้เราได้เข้าใจในระดับเบสิค ฉันไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้เรียนอะไร และหนำซ้ำ เด็กมหาวิทยาลัยสมัยนี้ ก็ถูกสอนให้เข้าใจว่าต้องเรียนในคณะที่ออกไปแล้วหาเงินได้มากๆ เด็กสมัยนี้ไม่อดทนเหมือนคนรุ่นฉันนะคะ ร้อยทั้งร้อยเมื่อเรียกมาสัมภาษณ์งาน ทุกคนอยากได้งานสบายแต่เงินเดือนดีๆทั้งนั้นเลย

เงินเดือนดีๆ เขาก็มีวิธีหาได้หลายๆแบบ อย่างหนึ่งคือ สังคมมันเสื่อมขนาดที่ว่า อะไรก็ได้ที่ทำแล้วได้เงินดีๆ แม้แต่การเอาตัวเข้าแลกในที่ทำงานก็มีให้เห็น นับประสาอะไรกับการจะเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นล่ะคะ

กรณีที่ฉันเจอกับตัว ฉันคิดเพียงว่า รอให้ธรรมชาติลงโทษไปเถอะ ถ้ากฏแห่งกรรมมีจริง สิ่งที่เขาทำก็คือกรรม จะย้อนกลับมาสนองเขาเองในสักวัน

น้องๆถามว่า ทำไมคนทำแบบนี้จึงได้ดี ฉันได้แต่หัวเราะหึๆ บางทีก็ไม่อาจเข้าใจ หรือว่าจริงๆแล้วเราเข้าใจ ว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมการทำงาน ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปน และจะหาคนจริงใจนั้นยากนัก เราไม่รู้ว่าคนดีๆ วันหนึ่งอาจกลายพันธ์ไหม อย่างที่ฉันเคยเอ็นดูน้องสมอ แต่วันดีคืนดี กลายเป็นเอ็นดูเขาเอ็นเราขาดเสียนี่

ฉันเชื่อว่าโดยหลักๆแล้ว ระบบการศึกษาช่วยทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ คนรุ่นพ่อรุ่นแม่พยายามส่งเสียให้ลูกเรียนก็เพราะไม่อยากให้ลูกต้องลำบากมาทำงานหนักๆเหมือนตัวเอง แต่เมื่อลูกซึ่งเป็นเด็ก โตมาโดยไม่ได้มี 'คุณภาพจิตใจ' ที่ดี ซึ่งจะว่าไปมันก็ถูกละเลยมาตลอดนั่นแหละค่ะ คุณภาพจิตใจของคนเราจึงได้ไม่พัฒนาตาม

เราจึงเห็นคนเรียนสูงๆ มุ่งแต่จะหาเงิน โดยไม่สนใจว่าวิธีการจะเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งลืมไปว่า วิถีที่ยั่งยืนที่สุดในการหาเงิน คือการหาและได้มาอย่างสุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น

ไม่เบียดเบียนคนอื่น หรือไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คือหลักที่พระพุทธเจ้าทรงสอน และเราก็รู้ แต่ทำไมทั้งรู้ คนเราถึงยังทำ น่าแปลกใจจริงๆนะคะ

ฉันทิ้งทุ่นไว้ให้คิด และอยากจะบอกว่า แม้จะโดนใครทำอะไรมา ฉันก็ไม่ปรารถนาจะจองเวร เพราะเชื่อในหลักธรรมชาติ และศรัทธาในการทำดี ยกความดีงามนี้ให้กับพ่อและแม่ค่ะ ที่สอนลูกมาโดยตลอดให้เป็นคนดี

แม่บอกว่า จะเป็นอะไรก็ได้ ( เพศไหนก็ได้ค่ะ.. ฮา ) แต่ขอให้เป็นคนดีเท่านั้น แม่ไม่ว่าหรอก เพราะความดีงามในตัวเรา คือสิ่งที่เขาภูมิใจที่
สุด ลูกอย่างเราก็ได้แต่น้ำตารื้น ตั้งใจจะเป็นคนดีของแม่ไปตลอด

ส่วนน้องสมอ ฉันขออวยพรให้เธอไปดีค่ะ (ฮา) !!




 

Create Date : 25 กันยายน 2553    
Last Update : 25 กันยายน 2553 8:34:56 น.
Counter : 375 Pageviews.  

สลัดความอายทิ้งไปเถอะค่ะ !!

พรุ่งนี้ที่ทำงานมีตรวจสุขภาพประจำปีค่ะ
แน่นอนว่าถึงเวลาแบบนี้ ก็ต้องได้ตรวจภายในและคลื่นไฟฟ้าหัวใจอีก

ปีนี้มีน้อง(ทอม)และน้องอีกหลายคนที่ถึงคราวต้องตรวจภายในแล้ว
น้องมาถามว่า เจ็บไหม จะตรวจดีไหม เราผ่านมาสองสามหนแล้วได้แต่หัวเราะขำๆ

ได้แต่บอกน้องไปว่าอย่าอายเลย ให้สลัดความอายทิ้งไปเถอะ
เพราะสุขภาพของเรานั้นสำคัญกว่านะคะ
และตรวจฟรีด้วย ทำไมไม่ยอมตรวจล่ะ

ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าตรวจภายใน เพราะกลัวเจ็บและอายหมอหรือพยาบาล ถามว่าเจ็บไหม สำหรับคนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ต้องเจ็บ
อยู่แล้วค่ะ แต่ถึงขนาดจะตายไหม มันไม่ตายหรอก

เจ็บยังไม่เท่าอาย โดยเฉพาะน้องทอม ลูกน้องฉัน แกบอกจะทำใจกล้า ไม่กลัวอายดูสักครั้ง จะลองขึ้นขาหยั่ง(ฮา) ดูสักที

ผู้หญิงเราจะตรวจทั้งที แทบจะปิดหน้าปิดตา แต่นี่ทอม !! พระเจ้าช่วยล่ะค่ะ ปกติทอมๆจะเขินอายกับเรื่องการเปิดเผยสรีระอยู่แล้ว แต่นี่
ให้ขึ้นขาหยั่งเสียด้วย คิดดูว่าจะทำตัวอย่างไร จะทำท่าแบบไหน จะเก็บความอายได้มิดไหม เป็นเรื่องลำบากไม่น้อยเลยค่ะ

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็สนับสนุนให้ทั้งทอมและไม่ทอม อย่าอายเลยค่ะ ไปตรวจเถอะ อย่างน้อยมันก็ดีนะคะ ดีต่อสุขภาพของเราเอง ความอายที่คุณมี ยังไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยที่จะได้รับเลย ว่ากันว่าการตรวจจะช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ระดับหนึ่ง ในกรณีที่ตรวจเจอเร็วจะสามารถรักษาหาย

ฉันก็ว่าดีนะคะ

น้องบางคนบอกว่าไม่เคยมีเซ็กส์เลย มันก็ไม่เสี่ยง แล้วจะต้องตรวจด้วยหรือ แหม ถ้าตรวจฟรี แล้วทำไมไม่ตรวจละคะ ถ้าไปตรวจเองก็ต้องเสียเป็นพันไม่ใช่หรือ โอย งกๆ ไว้เถอะค่ะ ค่าตรวจเป็นพันเอาไปกินข้าวได้ตั้งหลายมื้อ

สลัดความอายทิ้งไปดีกว่า บางทีเราก็ต้องด้านได้ อายอด เพื่อบางสิ่งบางอย่าง ( ฮิๆ ) และที่สำคัญ เป็นการทำอะไรให้ตัวเราเองแท้ๆ แล้วจะมาอายทำไมคะ..

basic ของการรักตัวเอง เริ่มต้นจากการดูแลตัวเองค่ะ ใจกล้าสักหน่อย ครั้งแรกผ่านไป ครั้งต่อไปก็ไม่ยากแล้ว ไม่ลองก็ไม่รู้นะคะ (ฮา) !!!




 

Create Date : 20 กันยายน 2553    
Last Update : 20 กันยายน 2553 21:46:09 น.
Counter : 507 Pageviews.  

มันก็มีอยู่สองอย่างนี่แหละ กำไร หรือขาดทุน

วันนี้อึดอัดมาก ถึงมากที่สุด กับระบบอะไรก็ไม่รู้ เรียกว่าอะไรดีล่ะคะ

ฉันผ่านการทำงานในระบบมา 17 ปีเต็ม ต๊าย.. นานเนอะ
เป็น 17 ปีที่ฉันได้เรียนรู้ชีวิต และสัจธรรมของการทำงาน และที่สำคัญ
เรียนรู้ 'คน' ค่ะ

17 ปีในการทำงาน ฉันผ่านระบบไทยไทย และระบบญี่ปุ่น
ระบบอเมริกันนั้นยังไม่เคยค่ะ แต่คิดว่าไม่ว่าจะอยู่ในระบบไหนๆ
ทุกอย่างที่เราต้องเจอมันก็วุ่นวายเพราะคำว่า คน

คนเซ็ทระบบ เพื่อให้เป็นระเบียบ แล้วก็ทำให้ระบบยุ่งเอง เฮ้อ

สัจธรรมจาก 17 ปีในการทำงานที่ฉันพบนั้นมีมากมาย คุณว่าไหม
ต่อสู้กับอะไรๆก็ไม่เหนื่อยเท่ากับการฟาดฟันกับคนหรอกค่ะ

ถึงที่สุดแล้วเมื่อระบบกร่อนใจให้ฉันท้อแท้ เราก็ต้องหาที่ยืนใหม่
ให้ตัวเอง เมื่อวันนั้นมาถึง ฉันจะยิ้มรับมันด้วยยินดี

..

คุณดาวอังคารเมลมาหา ถามว่าบล็อกคืนวานที่เขียนเรื่องการเก็บเงิน
เอาไว้นั้น น่าสนใจมาก ฉันเขียนอย่างคนที่ไม่รู้ ถ้าเป็นเด็กก็เพิ่งหัดเดินเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ

ไม่มีครูมาสอน ไม่ได้เข้าห้องเรียน แต่เราเรียนรู้มันจากชีวิตจริง
ซึ่งฉันเคยบอกแล้วว่า ฉันใช้ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์สักเท่าไหร่ ใช้ปรัชญาชีวิตผิดๆ แต่ไม่เสียใจนะคะที่เริ่มต้นช้า ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นบทเรียน
ของเราทั้งนั้น

ไม่สำคัญว่าเราจะเพิ่งเริ่มทำอะไร แค่เราตั้งใจทำ และทำจริงๆ มันก็ต้องมีวันสำเร็จได้สิ ร้อยรู้ไม่สู้ลงมือทำ -- จริงนะคะ

ฉันเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือ และหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ฉันเกิดแรงฮึดในการสนใจตัวเลขในบัญชีคือหนังสือคุณโจ มณฑานี เล่มที่ชื่อว่า
เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน

หนังสือเล่มนี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันหันมามองตัวเองอย่างจริงจังในเรื่องนี้
ต้องขอบคุณผู้เขียน ที่เขียนให้คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงินๆทองๆ เกิดแรงบันดาลใจในการหันกลับมามองตัวเอง

เชื่อไหมคะ ว่าไม่มีใครมาสอนเรื่องเงิน ว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ แม้แต่พ่อกับแม่จะหาเงินเก่ง เก็บเงินเก่ง แต่ท่านก็แค่สอนให้เราหยอดกระปุกหมูออมสิน และเก็บเงินไว้ให้ลูก พ่อกับแม่สมทบให้
( ใจดียิ่งกว่าบริษัทฯจ่ายสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้อีกนะคะ ฮิๆ )
ในอัตราที่เท่ากันหรือมากกว่า จนกระทั่งกระปุกหมูออมสินของฉันกับน้องมีเงินก้อนโตถึงเจ็ดแสนกว่าบาท และเราเอาเงินก้อนนี้มาเป็นเงินส่วนหนึ่งในการซื้อบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน

พ่อกับแม่เป็นตัวอย่างในการเก็บออม แต่ท่านจะไม่สอนให้เราเล่นแร่แปรธาตุกับเงิน เพราะที่บ้านยึดหลัก พอเพียง คือหาใช้ หากินแล้วก็เก็บ หากจะนำเงินไปลงทุน ก็คือการซื้อที่ดินเพื่อทำสวนยาง ซึ่งแม่กับพ่อวางแผนไว้หมด ว่าสวนยางที่ท่านซื้อและทำไว้จะแบ่งไห้ลูกคนละเท่าไหร่ ดูความประเสิรฐของพ่อแม่นะคะ ... ท่านห่วงแม้กระทั่งว่าฉันกับน้องไม่มีสามี ไม่มีลูก ดังนั้นให้เก็บสวนยางไว้กินตอนแก่ เฮ่อ...

นอกจากสวนยาง พ่อกับแม่ซื้อบ้านซึ่งเป็นตึกแถว และมีบ้านให้เช่า แม่บอกว่า ไม่อยู่กรุงเทพฯก็กลับบ้าน รับรองไม่อด (ฮา) ฉันไม่ค่อยซีเรียสเรื่องนี้ เพราะอย่างไรเสีย อ้อมแขนของแม่กับพ่อก็รองรับลูกอย่างฉันเสมอ นี่คือความโชคดีของฉันทีเดียวค่ะ

วกกลับมานะคะ เมื่อที่บ้านไม่ได้สอนให้เราเล่นอะไรกับเงิน นอกจากเก็บหยอดกระปุก หนำซ้ำแม่กับพ่อยังเคยห้าม ไม่ให้ฉันไปซื้อกองทุน
เพราะท่านเคยซื้อแล้วหมดน่ะสิ !! น่ากลัวนะคะ ฉันสงสัยว่าพ่อกับแม่เล่นกองทุนแบบไหน ไม่เคยถามท่าน และเพราะพ่อกับแม่ไม่ได้เป็นคนมีความรู้ หรือมาควานหาความรู้ผ่านทางหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต ที่บ้านน่ะ ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด ใกล้ชิดกับแบงค์มาก รู้จักกับ ผจก.แบงค์หมด คิดดูว่าแบงค์มารับเงินฝากเองทุกวัน

พ่อกับแม่หมดกับกองทุนอะไรนะ .. ไว้ฉันค่อยเลียบเคียงถามท่านค่ะ แต่ในประเด็นที่ท่านปรามว่าอย่าไปเล่นอะไรอย่างนี้ กลัวเสียมากกว่าได้ ฉันก็เชื่อค่ะ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ ถ้ามีใครมาชักชวนให้เล่นหุ้นโดยไม่ดูตามาตาเรือหรือไม่มีความรู้ ฉันไม่เสี่ยงแน่

เราโชคดีค่ะ ที่เกิดมาในยุคที่ข่าวสารสะพัดและถึงตัวได้ง่าย ในเมื่อเราเข้าถึงข่าวสารได้ง่าย มันก็ทำให้หูตาเรากว้างไกล แต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการทบทวนด้วย

จากหนังสือเล่มนั้นค่ะ ที่ฉันอ่านแล้วได้พบแง่มุมใหม่ๆอย่างน่าทึ่ง ที่สำคัญ คนเขียนเขียนได้อย่างไร เธอเล่าชีวิตตัวเองให้เป็นบทเรียนแก่ผู้อื่นอย่างไม่ปิดบังเลย ใครจะเชื่อว่าคนที่ยิ่งหาเงินได้มากและง่ายจะกลายเป็นคนไม่มีเงินไปได้ในวันหนึ่ง ทั้งหมดนั้นก็เพราะความประมาท
แท้ๆ

ถ้าคุณอยากลองเข้าถึงการบริหารจัดการเงินของตัวเองแบบง่ายๆ เริ่มต้นจากตรงนั้นก่อนค่ะ ความรู้ในหนังสือจะทำให้เราเห็นหลักว่าควรก้าวเดินอย่างไร

จากเล่มนั้น ฉันควานหาหนังสืออื่นๆอีกหลายเล่ม จากไม่เข้าใจเลย มาจนเข้าใจบ้าง และรอที่จะเข้าใจเรื่องยากๆอยู่ในลำดับถัดไปค่ะ เข้าใจแค่นั้นไม่พอ มันต้องลองด้วย ลองจากของจริงนี่แหละ

เมื่อเช้าไป up สมุด โรคจิตนิดนึงที่มักจะหาเวลาไป up สมุดอยู่เสมอเพราะอยากรู้ว่า LTF ที่กำไรดีนักหนา จะทำกำไรไปถึงไหน up บ่อยๆก็เห็นว่าทุกอย่างมันมีขึ้นมีลง วันนี้หุ้นตก กำไรสะสมในบัญชีก็ลดลง วันไหนหุ้นขึ้น แหม กำไรทะลักเลย ... มันก็มีอยู่สองอย่างนี่แหละ กำไร หรือขาดทุน ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรจากนี้เลยค่ะ

กองทุนหุ้นที่ฉันถือเป็นกองทุนระยะยาว ฉันจะโรคจิตดูมันบ่อยๆไปทำไมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันก็สนุกดี พร้อมๆกับการเรียนรู้ไปด้วยว่า ถ้าวันหนึ่งกองทุนเกิดขาดทุนขึ้นมา ฉันก็จะหมดเงินจำนวนนั้นไป แต่นั่นมันก็จะเป็นบทเรียน ให้เรารู้จัก อีก step ของการบริหารจัดการ บนพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทุกอย่างล้วนแต่เสี่ยง แต่ถ้าเราไม่เสี่ยง เราก็จะอยู่แค่ตรงนั้น

เขาเตือนเราแล้วล่ะค่ะ ว่าการลงทุนคือความเสี่ยง เราต้องรู้จักตัวเองว่าเราเสี่ยงได้แค่ไหน แล้วเราก็ต้องรับมันให้ได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อเรากล้าที่จะก้าวแล้ว เราจะไม่กลัว

เป็นเรื่องจริงค่ะ !!




 

Create Date : 16 กันยายน 2553    
Last Update : 16 กันยายน 2553 21:51:36 น.
Counter : 246 Pageviews.  

ชีวิตยังมีเรื่องน่าทึ่งอีกมาก .. เชื่อเถอะค่ะ !!

ช่วงนี้ ฉันงานยุ่ง งานเยอะ ดูเหมือนดัดจริตที่จะบอกว่า
เวลามันหายไป ทั้งที่หนึ่งวันของฉันกับคุณก็เท่ากันแหละค่ะ
แต่เพียงว่าในความยุ่งนั้น ปะปนด้วยความรู้สึกเหนื่อย และหนักใจ
คิดไปคิดมา ปัญหาก็ยังอยู่ของมัน แต่เมื่อไม่ไปนึกถึงหรือใส่ใจกับมันมากนัก

คิดในใจว่าอะไรจะเกิดก็เกิดไป อะไรมาชนก็ตั้งรับ มันก็ทุเลาลงได้
หันมาหาอะไรที่เบาใจ และทำแล้วมีความสุขดีกว่า

เห็นลูกน้องบางคน มีความสุขกับการตั้งหน้าตั้งหาแฟน ราวกับเป็น season ของเขา ส่วนเรา ในความยุ่ง เราก็ตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้
โดยเฉพาะเรื่องเงิน (ฮา)

ใช่ว่าฉันจะตั้งเป้าไว้ที่การหาเงิน เพราะนั่น ฉันรู้แล้วว่ามันเหนื่อย
และตัวเองก็รู้แล้วว่า เหมาะจะวางตัวเองลงที่ใด ประกอบกับจุดยืนของฉันไม่เปลี่ยน คือฉันนิยมความดี นิยมที่จะซื่อสัตย์กับการทำงาน
ที่ต้องใช้ศรัทธานำ และฉันจะไม่เปลี่ยนจุดยืนนี้ แม้จะไม่ทำให้ฉันเติบโตพรวดๆๆ ในที่ทำงานก็ตาม ฉันจะไม่เปรียบเทียบกับใคร เพราะมันทำให้เราหาความสุขไม่ได้ค่ะ

แหม ช่างเขาเถอะนะ ใครจะนั่งคุย หรือนอนคุยแล้วได้ดี แต่นั่นไม่ใช่
วิถีของฉันค่ะ

ในเมื่อเรารู้นี่คะ ว่าเราอยู่กับอะไร อย่างไรแล้วใจเราจะเป็นสุข ในความรู้สึกที่ว่าต้องเผชิญกับอะไรอยู่นั้น เราก็เรียนรู้ชีวิตไป เชื่อไหมคะว่าแม้จะใกล้เลข 4 แล้ว แต่ฉันก็ยังไม่รู้อะไรอีกตั้งเยอะ และเราก็ไม่ควรทำตัวเหมือนว่า กูรู้ กูแน่ เพราะมันจะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเติบโตทางจิตวิญญาณและทั้งภายนอกด้วย

ช่วงที่ฉันเจอมรสุมจากที่ทำงาน ชีวิตด้านอื่นยัง chill ถ้าเรามองแง่ดี
มันก็ไม้ได้แปลว่าเราซวยนะคะ เอาเถอะ คิดบวกเข้าไว้ เรายังมีอะไรดีๆอีกมากนัก

ฉันเคยเขียนไว้ในหลายๆเรื่อง เพื่อบอกและเตือนตัวเองไม่ให้ประมาทกับชีวิตทุกด้าน นั่นก็รวมถึงเรื่องเงิน แม้ฉันจะโชคดีกว่าใครอีกหลายคน ที่ไม่เคยต้องลำบากดิ้นรน ไม่เคยต้องกังวลกับที่บ้าน เพราะพ่อกับแม่ทำทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันจะงอมืองอเท้ารอรับมรดก แล้วก็ปล่อยชีวิตให้ล่องลอย อะไรยังไงก็ได้

ฉันมีสติ(ที่พร้อมจะหลุดค่ะ ฮิๆ) ใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่เสมอ และคิด
เสมอว่าเราก็ไม่ควรจะไปหวังพึ่งใคร จริงๆนะคะ อย่าไปหวังพึ่งใครเลย เราต้องทำตัวเราเองให้แข็งแรง ไม่ให้เป็นภาระของใคร นั่นน่ะดีที่สุด แล้วยิ่งเรามีชีวิตแบบนี้ ไม่มีสามี ไม่มีลูก จะว่าไปมันก็เป็นโชค ที่ไม่ต้องคอยพะวงอะไร ดูแลแต่ตัวเองเพียงลำพัง มันก็ออกจะดูดี
ว้าว...

แต่เดี๋ยวก่อน ! ชีวิตเราคนเดียวก็จริง แต่นั่นล่ะค่ะ เราคนเดียวยิ่งต้อง
คิดดีๆ และดูแลตัวเองดีๆ คนมีลูกมีสามี อาจจะไม่ต้องพะวงในข้อนี้ แต่ชีวิตเลสเบี้ยน ชีวิตคนรักเพศเดียวกัน ห่วงมันไม่แน่นเท่าค่ะ เรายิ่งต้องดูแลตัวเองให้มาก

ในเมื่อฉัน concern เรื่องนี้ และไม่อยากใช้ชีวิตประมาท ฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งตัวเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเงิน พูดเป็นเล่นไปค่ะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดนะคะกับการใช้ชีวิตน่ะ

น่าเสียดาย ที่ฉันเรียนรู้เรื่องนี้ช้าไป แต่มันก็ไม่สายไปหรอกค่ะที่จะหันกลับมาดูแลและวางแผนให้ดี คุณรู้ไหม ฉันทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกเดือน และเห็นตัวเองว่าใช้เงินอย่างไร เก็บได้แค่ไหน ตรงไหนคือรูรั่วของฉัน ที่สำคัญ ยิ่งจดยิ่งมัน ยิ่งคันมือค่ะ อยากจะจดมันทุกวันขึ้นมาเชียว เคยถามน้องนะคะ ว่าเขาใช้เงินสัปดาห์ละเท่าไหร่ พอเทียบกับตัวเอง โอ้โฮ ฉันใช้เงินมากกว่าน้องอีก แต่รายได้ของน้องก็ไม่เท่ากับฉัน อย่างไรก็ตามนั่นไม่สำคัญ คือหาได้เท่าไหร่ไม่เท่ากับเก็บได้เท่าไหร่นะคะ นั่นน่ะรวยกว่าของจริง

ย้อนไปสักสิบกว่าปีที่แล้ว ยังจำได้ว่าตัวเองอยากได้คอมสักเครื่อง แต่เงินเดือนยังน้อยนิด ขณะที่คอมพิวเตอร์สมัยนั้น แค่ PC ยังแพง ส่วนน้องสาวเราเงินเดือนมากกว่าเรา เพราะเขาเป็นวิศวกร เขาก็เลยซื้อให้ก่อน แล้วเราก็ผ่อนกับเขา(ฮา) ขณะที่น้องรวยขึ้นเรื่อยๆตามรายได้ที่เขาหาได้ แต่เรายังไม่รวยสักที(ฮาอีก) เพราะไม่ค่อยจะสนใจเรื่องการเก็บเงิน ยังจำได้ค่ะว่าภาวะการใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือนนั้นมันเป็นอย่างไร และเราหืดขึ้นแค่ไหน

ฉันว่าตัวเองแย่ก็ตรงนี้ ตรงที่ไม่เคยเห็นผลเสียของการปล่อยให้ตัวเองทำอะไรตามอารมณ์ได้เลย เช่นฉันจะมีเหตุผลว่า จะต้องใช้ชีวิตแบบคุ้มแล้ว เพราะฉันนั้นจะอยากทำอะไรฉันก็จะทำ โดยไม่คิดใคร่ครวญ โดยไม่มีปัญญาจะยั้งตัวเอง ว่านี่ควรไหม นั่นควรไหม แต่จะดำเนินชีวิตแบบ ช่างมันฉันไม่แคร์ เฮ้อ .. ฉันหนอฉัน นี่เป็นกับหลายๆเรื่องนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องกระเป๋าฟีบใกล้วันสิ้นเดือน

โชคดี ที่คำแม่ยังลอยลมเข้าหูบ้าง แม่เคยบอกว่า ทำงานแล้วน่ะหัดเก็บเงินบ้างนะ เราก็ค่ะ ค่ะ ค่ะ ตอนนั้นน่ะ ไม่คิดอะไรหรอก ใช้มากกว่าเก็บ และเก็บแบบงั้นๆ ไม่ค่อยสนใจว่าจะทำให้ดอกผลมันงอกเงยยังไง หรือบริหารจัดการยังไงให้มันเพิ่มพูน สมัยนั้น ดอกเบี้ยเงินฝากสิบกว่าเปอร์เซ็นต์นะคะ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ดอกต่ำเตี้ยเริ่ยดิน ปลูกดอกไม้ยังงามกว่าปลูกดอกเบี้ยเสียอีก

เอาน่ะ แม้เพิ่งมาสนใจเรื่องเงินๆทองๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะรวยโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ บอกแล้วค่ะ ว่ามีปรัชญาส่วนตัว คือรวยเงินอย่างเดียวไม่ได้ต้องรวยความสุขด้วย สำหรับฉันมันสำคัญพอๆกันค่ะ

ทีนี้มาดูความก้าวหน้าของการจัดการกับเงิน ฉบับย่อๆ นอกเหนือจากที่เคยเขียนไว้นะคะ ปกติ ฉันไม่ค่อยจะสนใจเรื่องตัวเลข แต่หลังจากอ่านหนังสือการเงินมากๆ และได้ทำบัญชีรายจ่าย เรื่องตัวเลขก็ดูไม่น่ากลัวหรือน่าเบื่ออีก ( น่าเบื่อมากกว่า ) เพราะแรงจูงใจมาจากตัวเลขที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นไงคะ มันทำให้เรามีแรงที่จะเก็บ แม้ดอกผลจะเพิ่มวันละห้าบาทสิบบาท แต่มันก็จะกลายเป็นเงินใหญ่ในที่สุด ฮิๆ คิดง่ายๆนะคะ เริ่มจากพื้นฐานของคนที่ไม่รู้อะไรเลยนอกจากว่าเงินจะเพิ่มด้วยการฝากธนาคาร

ตอนนี้ ฉันมีบัญชีในมือหลายบัญชี เกลี่ยเงินออกเป็นกอง ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามความกล้า

บช ออมทรัพย์ กองนี้ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นการเก็บที่ผิดที่สุดค่ะ สำหรับตอนที่ดอกเบี้ยจิ๊บจ้อยขนาดนี้ แต่ฉันมีแผนจะโยกเงิน โอเค ไปต่อ
นะคะ ถัดมาคือ บช ฝากประจำ กองนี้ไม่มากนักเพราะแรงจูงใจน้อยไปหน่อยในตอนนั้นค่ะ แต่ไม่ได้ทำอะไรกับมัน คงแช่ไว้อย่างนั้น

หลังจากที่รู้จักอยู่แค่นี้ ต่อมาก็เริ่มใจกล้าไปซื้อกองทุน เมื่อปลายปีที่แล้วฉันซื้อ LTF และ MMF ของบลจ.บัวหลวง โดยโบนัสปลายปีทั้งหมด ไม่ได้ใช้เลยแม้แต่บาทเดียว ไม่มีการอาลัยอาวรณ์ใดๆค่ะ ได้มาเท่าไหร่ใส่ไว้หมดเลย ผ่านไปเก้าเดือนแล้ว ดอกผลจาก LTF ที่ไปลงทุนในหุ้นงอกเงยให้เห็นอย่างรวดเร็ว ส่วน MMF นั้นได้นิดหน่อยจากระดับความเสี่ยงที่ต่ำกว่ามาก

จะยังไงก็แล้วแต่ เพราะฉันรู้ตัวเองว่า รับความเสี่ยงได้แค่ไหน การได้ดอกผลออกมาเท่าที่ได้เวลานี้ถือว่าพอใจ สำหรับ LTF ยังต้องถือไปอีกสองปี ยังมีเวลาที่เขาจะแตกดอกออกผลให้เราอีกค่ะ

ฉันยังซื้อกองทุนที่เข้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของธนชาตเพิ่มอีกเมื่อปล่ายสัปดาห์ก่อนแล้วก็โยกเงินบางส่วนไปแช่ไว้ที่ K money หลังจากที่ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ไม่มาก หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตหรืออ่านหนังสือของกูรูหลายๆคน ฉันยังเป็นแมงหวี่อยู่มากนะคะ แต่ก็จะไม่เป็นแมงเม่าค่ะ ประเภทไม่รู้ ไม่ศึกษา แล้วใจกล้าทำเป็นเซียน ไม่เอาเด็ดขาด ช้าๆชัวร์ๆดีกว่าค่ะ

เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกแล้วค่ะ เมื่อเรามีเป้าหมายและหาวิธีบริหารจัดการ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจะเป็นโปร เราไปแบบของเรา เพราะเรารู้ตัวเองดีที่สุดไม่ว่าเราจะทำอะไร เราต้องรู้ว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน พูดง่ายๆ ก็เหมือนเรากลับไปทำความรู้จักกับตัวเองอีกครั้งแต่คราวนี้เราได้เห็นตัวเองในมุมที่ต่างไปเท่านั้น

นอกจากเรื่องเงิน มันก็มีเรื่องอื่นๆให้รู้อีก ชีวิตมหัศจรรย์จะตายค่ะ ใครจะไปรู้ว่า เราจะได้เรียนรู้เรื่องอะไรอีก อย่างฉันนี่ ฉันยังงงๆตัวเองเลยที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาสนใจเรื่องนี้ ทั้งที่เกลียดตัวเลขมาก ไม่ชอบตัวเลขมากๆ และมีความเชื่อว่าเราจัดการเรื่องตัวเลขไม่ได้หรอก หารู้ไม่ว่าฉันคิดผิดมาตลอด และรู้แล้วว่า เราไม่ควรจะฝังความเชื่อผิดๆนี้เอาไว้ในจิตสำนึก เพราะมันจะทำให้เราเป็นไปอย่างนั้น ทั้งที่จริงเราเป็นได้มากกว่านั้นอีก

ชีวิตยังมีเรื่องน่าทึ่งอีกมาก .. เชื่อเถอะค่ะ !!




 

Create Date : 15 กันยายน 2553    
Last Update : 15 กันยายน 2553 21:43:02 น.
Counter : 294 Pageviews.  

เสาร์นี้ดีจัง

เมื่อบ่าย ฉันนั่งอยู่หน้าทีวี ดูรายการเคเบิ้ลในเครือ GMM
ซึ่งเอาเทปจากคอนเสิร์ต 7 Divos มาออนแอร์ ยิ่งดูยิ่งน้ำตาไหล
โดยเฉพาะ VTR ของ 'ตาลอมกับยายทอง' เรียกน้ำตาให้ไหลออกมา
ไม่รู้ตัว

ภาพที่คนสองคนรักและดูแลกัน แม้คุณยายจะป่วย นอนอยู่บนเตียง
มาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่คุณตาก็ดูแลคุณยาย ทำทุกอย่างให้ ไม่คิดทอดทิ้งกัน นี่มันรักในอุดมคติที่หาได้จริงๆในชีวิตจริงหรือคะ ฉันว่ายายโชคดีมากนะคะ แม้ในความจริงคุณยายจะโชคร้ายต้องนอนป่วยอยู่อย่างนั้น ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ฉันก็ภาวนาขอให้มันเกิดแก่ตากับยายคู่นี้..

ใช่แต่จะมีเรื่องของตากับยาย แต่ยังมีภาพของผู้หญิงอีกหลายๆท่าน
ที่มีชีวิตลำเค็ญเหลือกำลัง หากแต่ไม่คิดถึงตัวเอง ยังคอยช่วยเหลือผู้อื่นให้มีชีวิตที่ดี คนเหล่านี้จะทำสิ่งนี้ได้อย่างไรหากไม่ใช่เพราะ 'ความรัก' ความเอาใจใส่ รักโดยที่ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง รักเพื่อที่จะให้ตลอดเวลา

แน่นอนว่า ภาพที่น่าตื้นตันเหล่านั้น ทำให้ฉันลืมเรื่องหนักๆของตัวเองไปเสียสนิท

บางทีเมื่อเราไม่คิดถึงตัวเองให้มากนัก เราอาจเจอคำตอบของชีวิตว่าเราเกิดมาทำไมก็ได้นะคะ แต่บ่อยครั้งที่เรามักจะลืม และคิดว่าเมือ่เกิดมาแล้วต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม แต่ความคุ้มที่ว่า หลายคนมักตีความเป็น
ความสำเร็จในรูปของเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ เพราะภาพเหล่านั้นมีให้เห็นบ่อยๆ ทั้งในทีวี หรือในชีวิตจริง แล้วก็พากันตะกายหาสิ่งที่ว่านั้น หามากๆ ยิ่งหาก็ยิ่งเห็นแก่ตัว

ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอกค่ะ ดูคนแวดล้อมเราในที่ที่เราทำงานก็พอ มีคนเห็นแก่ตัวทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองใหญ่ เพื่อหน้าตาและเพื่อเงิน วิธีที่เขาใช้อาจทำร้ายคนอื่น แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ เพราะเงิน เพราะตำแหน่ง มันคือหน้าตาของเขา มันหอมหวานสำหรับเขา

คนเหล่านี้อาจจะคิดว่าเขามีความสุขกับ 'เครื่องประดับ' เหล่านั้น โดยไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้วแค่เราเลิกคิดที่จะเบียดเบียนคนอื่น และมีใจจะ 'ให้' คนอื่นบ้าง เราก็เป็นสุขได้ง่ายๆแล้ว ไม่ต้องเหนื่อยต้องตะกายไปทำร้ายคนอื่นเช่นนั้นหรอก

เอาเถอะ ช่างเขาค่ะ

....

สายๆของวันนี้แวะไปตลาดโบราณบางพลีตรงวัดหลวงพ่อโต ใกล้บ้านนิดเดียว เดินตลาดแบบชิล ชิล อากาศเย็นสบาย ใกล้น้ำก็ไม่ร้อนอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่ฝนที่ตกพรำๆมาตั้งแต่เช้าก็ยิ่งทำให้เย็นสบายมากขึ้นไปอีก

ตลาดโบราณก็มีของที่ทั้งโบและไม่โบ เหมือนตลาดน้ำโบราณในหลายๆที่นั่นล่ะค่ะ ที่นี่ก็ไม่ต่าง คุณอาจหาของอร่อยได้พอๆกับของที่อร่อยไม่จริง

มีร้านนวดแผนโบราณอยู่หลายร้านในตลาดแห่งนี้นะคะ ถ้าชอบนวด ฉันแวะไปนวดกับคุณป้าหมอที่ร้านสุรัสวดีนวดแผนไทย คุณป้านวดดี๊ ดี ทำให้คลายเมื่อยไปได้เยอะทีเดียว

ออกจากร้านนวดแผนไทย ก็เดินลัดเลาะเรื่อยๆ ถามแม่ค้าว่าแถวนี้มีปลาปล่อยไหม ฉันอยากทำบุญปล่อยปลา ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ทำบุญด้วยวิธีนี้ เพราะเขาว่ากันว่า ปลาหรือเต่าหรือสัตว์ใดก็ตามที่เขาจับมาขายเพื่อให้เราปล่อย เดี๋ยวเขาก็จะไปจับมาอีก

จริงหรือเท็จแค่ไหนก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ในเมื่อตั้งใจจะไปทำแล้ว ก็ไม่ควรคิดอะไรไม่ดี เมื่อปล่อยเขาแล้วก็อธิษฐานตามคำแนะนำ แล้วก็ตั้งใจว่าหากผ่านตลาดสด ก็จะหาโอกาสทำอีก เผื่อเราจะช่วยปลาที่เขาจับไปขาย(และกลายเป็นอาหาร) ให้เขามีโอกาสมีชีวิตตามธรรมชาติ

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก็ทำบุญกับบ้านสัตว์พิการนะคะ เป็นแม่อุปถัมภ์ของน้องหมาเร่ร่อนตัวหนึ่ง นอกจากนั้นก็บริจาคกับมูลนิธิให้น้องที่ขาดแคลนได้มีทุนเรียนหนังสืออีกเหมือนเดิม

กลับถึงบ้านก็ให้อาหารปลาที่บ้าน ช่วงนี้ปลาสอดที่บ้านออกลูกเพียบเลยค่ะ ตัวน้อยๆน่ารักดีจังเลย ไว้จะถ่ายรูปมาแปะให้ดูนะคะ

สองทุ่มกว่าๆ ที่บางพลีฝนตกอีกแล้ว ฝนตกแบบนี้ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าสดชื่น ส่วนเรานอนฟังเสียงฝน สูดกลิ่นดินก็เพลินแล้ว

พรุ่งนี้จะไปขับรถเล่นดีกว่า

แล้วจะมาเล่าให้ฟังค่ะ !




 

Create Date : 11 กันยายน 2553    
Last Update : 11 กันยายน 2553 20:12:23 น.
Counter : 279 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.