images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ริมถนนกับริมสายน้ำ ความผูกพันที่หายไป

คืนลอยกระทงแล้วสิคะ คืนนี้..

อิจฉคนอยู่ต่างจังหวัดจังเลย แม้ฉันจะอยู่ต่างจังหวัดแต่มันก็ใกล้กรุงเทพเสียจนแทบไม่รู้สึก

คืนนี้คงได้ยินเสียงพลุ เสียงประทัด แต่เสียงในใจตัวเองก็คงจะบอกกับตัวเองอย่างนี้เสมอ ว่าคงไม่ออกไปเจอความวุ่นวายที่ไหน หากจะลอยกระทงก็คงลอยอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้ลอยเหมือนกันแต่ไม่ต้องไปเจอรถติด

บางที พิธีการอาจจะไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งที่เราตั้งใจทำ
ถ้าเราทำพอเป็นพิธีไปอย่างนั้น กับทำด้วยความตั้งใจ ทำเพื่อต้องการจะบอกกล่าวและส่งความรู้สึกขอบคุณไปยังสายน้ำ แม่น้ำ ( หรือแม่คงคา )
ด้วยใจจริงๆ ฉันว่าทั้งวิธีที่เราทำกับผลลัพธ์มันจะต่างกันค่ะ

ความรู้สึกอิ่มเอิบจะเกิดขึ้น

อิ่มในสิ่งที่ได้ทำและบอกกล่าวกับธรรมชาติ ขอให้ได้เกื้อกูลและพึ่งพากันไปนานๆ

เดี๋ยวสายๆจะออกไปคลาดโบราณบางพลีสักหน่อยค่ะ แถวนั้นยังคงความเป็นชุมชนอยู่รืมน้ำ ยังมีห้องแถวไม้และตลาดเล็กๆให้เราได้กลับไปซึมซับความเป็น 'ต่างจังหวัด'

ฉันเองก็โตมาจากห้องแถวไม้ อยู่ริมคลอง จำได้ว่าเย็นๆเด็กๆแถวนั้นจะเล่นน้ำกันเป็นที่สนุก ผู้ใหญ่มาตกปลา แม่น้ำตาปีที่ไหลผ่านแถวบ้าน เป็นแม่น้ำสายใหญ่ของสุราษฎร์ฯนะคะ ชุมชุนริมคลองเกิดขึ้นบริเวณแนวสายน้ำแล้วเราก็โตมากับน้ำ ความชุ่มชื่นของสายน้ำยังรินรดอยู่ในหัวใจเด็กต่างจังหวัดอย่างเรา

หลายอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป เราห่างจากสายน้ำ ออกมาอยู่ริมถนน แล้วก็ไม่ทันรู้ตัวว่า ริมถนนได้นำพาอะไรมาให้เราบ้าง เรามัวแค่ปิคิยินดีกับความเจริญ เทคโนโลยี แต่ถนนได้นำพารถราที่คิดขัด ควันเขม่าไอเสียมาสู่ร่างกายเรา ..

บางคนบอกว่านั่นคือการพัฒนา เป็นสิงที่ดี
หากแต่แน่ใจหรือว่าเราปฏิเสธชีวิตที่ชุ่มเย็นไปโดยสิ้นเชิง

ฉันว่าอะไรเดิมๆ มันอาจจะเชยก็จริง แต่มันก็ไม่เป็นพิษต่อการมีชีวิตอยู่นะคะ ชีวิตที่ร้อนรนทำให้เราเหนื่อยล้า แล้วเมื่อเหนื่อยล้าทำไมเราจึงหวนคิดอยากจะอยู่ใกล้สายน้ำ เพราะน้ำเย็นๆมีแต่ความชุ่มชื่นหัวใจ

บางทีเราทนร้อนอยู่ไม่ไหวหรอกค่ะ น้ำกับไฟ.. อะไรเย็นใจกว่า ไม่ต้องบอกก็รู้




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 9:26:43 น.
Counter : 244 Pageviews.  

ขอเวลานอกให้หัวใจ

สวัสดีตอนเช้าค่ะ
ฉันตืนทำไมเนี่ย นาฬิกาบอกเวลาตีสี่ กรี๊ดดดดดด

และก็นอนไม่หลับแล้ว เป็นเหตุให้ต้องหาอะไรทำ ฉันหอบหนังสือและโน๊ตบุ๊คจากห้องนอนลงมาข้างล่าง เอาเหมียวกุ๊กกี้ลงมาด้วย ให้เขามาอยู่เป็นเพื่อน

นาฬิกาชีวิตฉันรวนเพราะกาแฟสองแก้วเมื่อวานนี้แน่ๆเลย เพราะอุตริจะดื่มกาแฟ เลยทะลึ่งซื้อเนเจอร์กิฟจากเซเว่นมา แล้วก็ดื่มด้วยอารมณ์ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาทำงานมาก งานเยอะ วันศุกร์แล้วนี่ ก็ขอซะหน่อย แก้วที่หนึ่งไม่พอ ขอต่ออีกแก้ว

เฮ้อ สมน้ำหน้าตัวเองไหมเนี่ย แทนที่จะได้นอนตื่นสายๆ ดันมาตาค้างตั้งแต่ตีสี่แบบนี้

เรื่องของเรื่อง ฉันคงสะสมความเหนื่อยความเครียดเอาไว้มาก จากการทำงานค่ะ และประกอบกับ ฉันงดดื่มชาเย็น ชาชัก ชาหวานๆ นมสดร้อนไขมันสูงๆ เพราะผลตรวจร่างกายที่ไม่ค่อยสู้ดี เรื่องน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งฉันก็รู้ว่ามันเป็นผลจากอาหารการกิน และไม่ค่อยได้ออกกำลังกายด้วย

งดดื่มของพวกนี้ แล้วฉันไปหาชาใบหม่อนแบบไม่มีน้ำตาลมาดื่มแทน ทำให้รู้จริงๆว่าตัวเองติดหวานมากๆ แต่ปกติแล้วถ้าทำกับข้าวเองฉันจะไม่ใส้น้ำตาล หรือไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ไหนก็จะไม่ใส่น้ำตาล เพียงแต่ติดหวานประเภทเครื่องดื่มหวานๆแบบนี้ค่ะ

แย่จัง ระบบร่างกายรวน เพราะผลจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ว่า
และประมาทกับกาแฟสองแก้วซึ่งคิดว่าดื่มแต่หัววันแล้วเชียว กลับทำพิษซะได้

ร่างกายเราก็เป็นผลจากเราใช้ จิตใจเราก็เป็นผลจากเราคิด มันกระทบชิ่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆนะคะ ฉันว่านะ เรามักจะไม่คิด ไม่เห็น ไม่อะไรทั้งนั้นจนกว่าเราจะเจอหรือต้องเปลี่ยนด้วยตัวเอง

ไม่เป็นไรค่ะ คิดเสียว่านอนไม่หลับเพื่อจะได้ตื่นเร็วและมาเขียนหนังสือก่อนก็แล้วกัน เพราะว่างเว้นจากการเขียนบล็อกไปหลายวัน

ความเหนื่อย ความเครียดสะสม ใช่จะทำให้เกิดอาการล้ากับตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาซะที่ไหน เพราะความเหนื่อย ความเครียดสะสม มันเกิดมาตั้งนานแล้วจากหลายๆเรื่อง เฮ้อ ใครไม่เป็นเรา ไม่รู้จริงๆ

ปกติ ฉันจะไม่อยาก moody เลยนะคะ ในการทำงาน พยายามจะใจเย็น แต่หลายอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต้องบริหารงานให้เดินต่อ หรือการต้องเผชิญความขัดแย้งระหว่างตัวเรากับลูกน้อง หรือว่าตัวเรากับระบบ หรือว่าตัวเรากับคนที่อยู่เหนือกว่า เหล่านี้มันบั่นทอนเราได้ตลอดเวลา เมื่อหมดเวลางาน กลับถึงบ้านก็สลบทุกวัน ฉันรู้สึกแย่ที่ตัวเราเองแทบไม่มีเวลาที่จะได้พูดคุยกับตัวเองเลย ยิ่งห้าวันที่ผ่านมายิ่งแล้วใหญ่ แต่ละวันผ่านไปเร็วเพราะแทบไม่มีเวลามานั่งเพ้อเจ้อ ซึ่งขัดกับจริตของตัวเองอย่างสูง เพราะฉันชอบที่จะทำงานแบบให้ตัวเองได้มีเวลาคิด และได้มีช่วงเวลา relax

มิน่าล่ะ มันจึงเป็นสัปดาห์ที่ฉันอ่อนระโหยโรยแรงอย่างมาก วันศุกร์ก่อนหน้าโน้นฉันไม่ไหวถึงขนาดต้องหาเหตุให้ตัวเองออกมาก่อนเวลาเลิกสองชั่วโมง แค่ได้เตร็ดเตร่เดินเล่นก็ยังดี เพราะรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ทันและเหนื่อยเหลือเกิน

เมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา มันก็ครบห้าปีแล้วที่ฉันทำงานตรงนี้ เป้าหมายในการจะเพิ่มเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ได้มากพอที่จะนำมาเป็นแผนสำรองในการ 'หยุด' ทบทวนชีวิตก็บรรลุแล้ว รอเพียงเวลาที่จะ 'เอาจริง'
เท่านั้นเองล่ะค่ะ

และสเต็ปของการตัดสินใจนี่ล่ะที่มันยากกว่าอะไรใดๆทั้งหมด

ฉันว่าถ้าเราได้คิดทบทวนและพูดกับตัวเอง เราจะสื่อสารกับเสียงภายในเราเอง เราจะรู้ว่าเราต้องการอะไรค่ะ การที่เราหายใจทิ้งไปวันๆ ทำงานเหมือนหุ่นยนต์มันก็คงไม่สนุกแล้วล่ะ ถ้าเราบอกตัวเองว่าเรายังไหว เราก็สู้ แต่ถ้าไม่ไหว เราก็ต้องรักษาตัวเราก่อน ถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราคงไม่ทนให้ใครก็ไม่รู้มาทำร้ายเราอยู่ได้ หรือบั่นทอนตัวเองด้วยความคิดร้ายๆตลอดเวลา

ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีแล้วด้วย ที่สามารถฟันฝ่าทุกอย่างมาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในทุกเรื่องนะคะ ขอบคุณร่างกายนี้ที่ยังหายใจสม่ำเสมอ และขอบคุณหัวใจที่ยังสู้ไม่ถอย หัวใจดวงเล็กๆอาจจะระโหยจนต้องขอเวลาตั้งตัว แล้วเราจะไม่เยียวยารักษาเขาหรือ มันจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่การขอเวลานอกให้ร่างกายและหัวใจได้พัก มันสำคัญมากอะไรใดๆ

ถ้าเราเอาเงินเป็นตัวตั้งในชีวิตตลอดเวลา ฉันคิดว่าเราคงเหนื่อยพิลึก มีเหตุผลอะไรที่เราต้องหาเงินมากๆ ในขณะที่ต้องเหนื่อยเพื่อทำแบบนั้น เพื่อซื้อความสุขหรือ เพื่อซื้อความสบายหรือ เพื่อนอนโรงแรมห้าดาวแล้วตื่นมาเหมือนๆกันหรือ หรือเพื่อกินอาหารดีๆ แล้วถ่ายออกมาเหมือนกันหรือ ???
ชีวิตต้องการอะไรแบบนี้จริงๆหรือ

ฉันว่าทุกอย่างอยู่ที่เราพอใจค่ะ ทุกวันนี้ถามว่าชีวิตดีอยู่แล้วไหม ดีจะตาย ดีเพราะฉันมีความสุขกับการที่สามารถดูแลตัวเองได้ ได้อ่านหนังสือ ได้เขียนหนังสือ ได้เลี้ยงแมว ได้ไปเที่ยวบ้างตามแต่โอกาสและวาระ ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ชีวิตทั้งหมดที่มีน่าพอใจแล้ว ฉันไม่ต้องการจะเหนื่อยเพื่อให้ตัวเองได้เงินมากๆ แล้วก็ต้องหมดสภาพคาโต๊ะทำงาน ถ้าเพื่อให้ตัวเองได้ up ตำแหน่งบนนามบัตร ด้วยวิธีสกปรก หรือต้องไปประจบสอพลอ หาพวก เล่นการเมือง แทงข้างหลัง วิธีแบบนี้อยู่นอก 'วิถี' ของคนอย่างฉันแน่ๆ

ฉันพอใจไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร มีความสุขกับทุกอย่างแล้ว ขอบคุณชีวิตนี้ที่ทุกวันนี้มันยังหาความสุขได้อยู่จากสิ่งที่เรามีและเราเป็น ไม่ต้องการเบียดเบียนคนอื่น เป็นคนดีแบบที่เราคิดว่าดี อยู่ในวิถึแบบที่เราพอใจ พอเหนื่อยๆท้อๆทีไร นึกถึงคำของแม่ทุกที แม่เคยบอกว่าถ้ามีความสุขก็ทำไป ถ้าไม่ไหวก็ถอยออกมา อย่าให้ใครมาทำให้เราป่วย

แต่เราทำตัวเองให้ป่วยหรือเปล่าล่ะนั่น (ฮา) ชักมันงงไปเล็กน้อยค่ะ

ฉันว่า ฉันอยากลองเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างนะคะ มันอาจถูกหรือผิดก็ไม่รู้ล่ะ แต่เราก็มีสิทธิ์ใช่ไหมที่จะนำพาชีวิตเราไปในทางไหน จะดีจะร้าย คงต้องบอกตัวเองให้ผ่านมันให้ได้ จะมีอะไรเลวร้ายนักล่ะคะ ในเมื่อเราตั้งมั่นว่าเราจะทำดีๆ this too shall pass ใช่ไหมคะ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่เราบอกตัวเองว่า ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว แล้วมันก็จะผ่านไป

+++++++++++

วานนี้ ฉันบอกน้องที่ทำงานให้จัดทริปไป 'น่าน' ทีสิ ฉันอยากไปเที่ยวแบบชิล ชิล น้องพยักเพยิด บอกว่าจะลองทำดู ว่าแต่ให้ชวนให้ไปมั่ง อือ พอคิดว่าจะชวนใครไปมั่ง ฉันก็บอกไม่ถูก บางทีการเลือกใครสักคนที่จะไปกับเรา เราก็ต้องดูเหมือนกันว่าเขาชอบแบบเราหรือเปล่า การทำอะไรแบบที่ฝืน มันก็คงไม่สนุกนัก เวลาไปเที่ยวฉันชอบตื่นเช้าๆไปดูนั่นดูนี่ ไปนั่งคิดอะไรเพลินๆ ให้บรรยากาศรอบข้างพาใจของเราไปด้วย คนที่จะไปเที่ยวแบบเงียบๆจะมีสักกี่คนนะนี่ บางทีกฏ like attract like มันจริงนะคะ คนที่คิดเหมิอนกันจะดึงดูดกัน จะเลือกกันและกันเอง

น้องคนนี้แกชอบเที่ยวแบบไม่เหมือนชาวบ้าน คือชอบไปเที่ยวแบบได้ทำตัวมีประโยชน์ เช่นไปทำค่ายอาสา ไปซ่อมนั่นซ่อมนี่ ไปสอนหนังสือให้เด็กๆ เราเคยไประยองกันครั้งหนึ่งเพราะแมทช์ขอร้องของที่ทำงาน ถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆก็ดีสิ คนที่รู้จักให้คนอื่น ให้ตัวเองน้อยกว่า ความสุขมันเกิดได้นะคะ เกิดง่ายด้วย

อือ ฉันก็อยากทำตัวมีประโยชน์เหมือนกัน คงได้ทำอีกมากถ้ามีเวลาให้ตัวเองมากกว่านี้ นี่คืออีกสิ่งที่อยากทำจริงๆนะคะ ไม่แน่หรอก วันดีคืนดีอาจจะขนหนังสือที่มีไปบริจาคให้หมด เพราะไม่อยากจะสะสมอะไรในชีวิตแล้วนอกจากความดีและความสุข

เหมียวเริ่มตะกุยประตูบ้านแล้วค่ะ คงอยากออกไปสูดอากาศเต็มที อะไรนี่ ตีห้าเอง ... เช้าวันเสาร์กำลังจะมา ขอมีความสุขและขี้เกียจอยู่กับบ้านอีกวัน มีอะไรให้ทำ อย่างน้อยก็ต้องถูบ้านล่ะ เพราะเลอะมากๆ ไม่มีเวลาทำมาทั้งสัปดาห์แล้ว วันนี้อาจจะต้องเป็นแจ๋วสักวัน

มีความสุขกับเช้านี้นะคะ !!




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2553 5:13:53 น.
Counter : 294 Pageviews.  

หนูเป็นสาวแล้ว...

กุ๊กกี้โชว์ตัวบนชั้นที่แม่กวาดไว้เกลี้ยง แล้วเธอก็นวยนาดขึ้นไปนั่งบนนั้น
โดยไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น

แมวตู้โชว์จริงๆนะคะ ไม่ใช่แมวไม้

แล้วก็นั่งสงบนิ่งอยู่บนนั้นหน้าตาเฉย ดูเค้าทำ !!!



แม่เพิ่งได้กล้องถ่ายรูปใหม่มา เลยอวดซะหน่อย
น้องโอลิมปัสตัวจิ๋วสีฟ้าเสียด้วย มีความสุขเลยขอเก็บรูปกุ๊กไว้ดูเล่น ฮิๆ




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2553 20:02:55 น.
Counter : 274 Pageviews.  

จัดระเบียบตู้เย็น

เคยล้างตู้เย็นไหมคะ

นี่งานหนัก งานช้างเลยนะคะ

เวลารื้อของในตู้เย็นมีประโยชน์สองอย่าง
คือได้จัดการกับของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ทำสักที ( ถ้ามันยังพอกินได้ )
กับได้จัดการ 'จัดระเบียบ' ซึ่งผลก็คือได้กำจัดของรก ของเสีย ของเน่า

ตู้เย็นนี่ เป็นที่รวมของเน่าไว้เยอะเลย(ฮา)

ไม่ค่อยได้ทำกับข้าวในวันธรรมดา ฉันจึงไม่ค่อยซื้อของตุน
แต่ถึงกระนั้นมันก็มีของที่กินเหลือแล้วเอามาใส่ไว้ และกลายเป็นของค้างปี
ที่ไม่รู้เก็บไว้ทำไม ไม่เข้าใจเหมือนกัน

การล้างตู้เย็นจึงเป็นงานน่าเหนื่อย พอๆกับน่าเบื่อ
แต่เมื่อทำแล้วมันก็สุขใจดี

ตู้เย็นโล่งไปเยอะและหายรก เหมือนกับเราได้จัดระเบียบชีวิตของเรา
ส่วนหนึ่งเช่นเดียวกันค่ะ

ของค้างปี บางอย่างไม่รู้ซื้อมาทำไม บางอย่างยังไม่ได้เปิดใช้ด้วยซ้ำ
แต่ลืมไปแล้วว่ามันมี

นานๆจัดการทีก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวอาจจะได้เมนูจากของเหลือในตู้เย็น

แต่เหนื่อยดีจัง(ฮา) ไม่อยากล้างบ่อยๆต่อไปคงต้องบอกตัวเอง
ว่าให้ซื้อน้อยๆ และอย่าสะสมค่ะ !!




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2553 12:39:47 น.
Counter : 468 Pageviews.  

ไม่มีความสุขใดเสมอเหมือน

นิยายดวงดาวดอกไม้ ที่แปะใน //www.leslady.com ฝากแปะไว้นานเกินสองปี กำลังจะถึงกาล.... น่าจะจบได้สักที อีกไม่นานแล้ว คุณดาวอังคารได้แปะตอนที่ 52 ไว้ให้แล้ว ขอบคุณอีกทีค่ะ

พูดถึงเรื่องนี้ ฉันเขียนได้ไงมาราธอนขนาดนี้คะ แรกเริ่ม ฉันเองก็ไม่คิดว่ามันจะยืดยาวมาได้จนถึง 50 กว่าตอน ขอบคุณคนอ่านใน leslady ด้วยที่ต้อนรับอย่างดี จนยอดผู้อ่านสูงกว่าเรื่องใดๆในนั้นแล้ว

เนื่องจากว่าฉันเป็นอีกคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านเรืองของนัก(อยาก)เขียน สมัยใหม่ เพราะพบว่าเกิน 90% แน่ๆ ที่ใช้ภาษาไทยแบบไม่ถูกต้อง อ่านแล้วขัดตา ขัดหูและขัดใจ

ภาษาดิ้นได้ก็จริงอยู่ แต่การใช้แบบผิดหลัก ผิดบริบท เช่นคำว่า นะคะ กับ ค่ะ หรือ คะ ยังใช้ผิดเลย อ่านแล้วเคืองมากๆ ฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหนา แต่ชอบอ่านงานเขียนที่เขียนด้วยภาษาที่ลื่นไหล ใช้คำได้ถูกต้อง เขียนด้วยคำที่ถูกหลัก คำว่า ล่ะ ก็เป็นอีกคำที่มีคนใช้ หละ เคยอ่านเจอแล้วเคืองอีกค่ะ

เช่น ทำไมหละคะ แบบนี้ เป็นต้น

ฉันเลยไม่อ่านอะไรอย่างนี้เลย บางเรื่องเขียนฉากรัก(อีโรติค) ราวกับนิยายเรท X ที่เคยอ่านในหนังสือโป๊ 5555

เนื่องจากงานเขียนออนไลน์ไม่มีใครมาจับผิด ฉันว่ามันเป็นเรื่องอันตรายพอสมควรเลยค่ะ กับการที่จะทำให้เด็กสมัยใหม่ใช้ภาษาไทยแบบผิดๆ และไม่คิดว่ามันผิดด้วยซ้ำไป

ฉันพบว่าเมื่อเราเขียน ย่อมมีคนอ่าน และการเขียนให้ใครก็ตามอ่าน มันย่อมเกิดการซึมซับ ดังนั้นภาษาที่เขียนสำหรับฉันแล้วไม่ว่าที่ไหน ฉันจะพยายามไม่ใช้ภาษาประหลาด ยกเว้นการใช้ 555 หรือ ฮ่าๆๆๆ บ้าง แต่อย่างอื่นๆ เช่นคำนิยมที่เขาใช้กัน ฉันแทบจะไม่ใช้ และการสะกดผิดหลักฉันจะพยายามระวัง ยกเว้นบางครั้งที่พิมพ์เร็ว ฉันจะพิมพ์ผิด เรียกว่า รั่ว
ได้ประจำค่ะ

เล่าต่อถึงดวงดาวดอกไม้ของฉัน อีกนิดเดียวจะจบแล้ว ฉันประมาณว่าอีกเพียงแค่ 1 หรือ 2 ตอนหน้า มันจะจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ได้

มีคนอ่านบางคนถามว่า ฉันเป็นใครในตัวละครในนั้น ฉันเอาตัวเองออกมาเขียนด้วยหรือไม่ หากไม่มีเลยคงไม่กระมังคะ ฉันเขียนจากความรู้สึก เพราะฉะนั้นมันอาจจะมี ตัวละครบางตัวเหมือนฉัน ถึงไม่เหมือนก็น่าจะใกล้เคียง คนเขียนหนังสือทุกคนเป็นทั้งนั้นแหละค่ะ เขียนในสิ่งที่คิด คิดก็มาจากที่ตัวเองรู้สึก

แต่ความรู้สึกของคนเขียนมักลึกซึ้งกว่านั้น คือเมื่อเขียนจบ และมีคนอ่านบอกว่าชอบ หรือคนอ่านหลายๆคนบอกว่า ร้องไห้ตาม บีบหัวใจเหลือเกิน หรือเศร้า หรืออินจนต้องอ่านให้จบ ไม่อยากลุกจากหน้าจอไปไหน
แค่นี้ คนเขียนก็กรี๊ดแตก(ในใจ)แล้วค่ะ

ฉันเชื่อว่าคนเขียนทุกคนเป็นอย่างนี้ ตัวหนังสือที่เราเขียน แม้มีคนบอกว่าชอบเพียงแค่คนเดียว เราก็มีความสุขและอยากเขียนต่อไปเรื่อยๆ

ไม่มีความสุขใดเสมอเหมือน เท่ากับการได้ทำในสิ่งที่รักและมีคนชอบในสิ่งที่เราทำ

จริงๆค่ะ !




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2553 17:14:27 น.
Counter : 215 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.