images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ฝันถึงคนเคยรัก

ฉันว่าคนทุกคนชอบความฝันที่ดีๆ ฝันหวาน
ตื่นขึ้นมาแล้วแทบไม่อยากจะลืม
สองคืนแล้วที่ฉันฝันถึงคนเคยรัก คนรักเก่า...
มันอาจจะแปลได้ว่า บางเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนที่ฝันถึง
ยังวนเวียนในจิตใจ

บางทีการที่ไม่ได้พบเจอกันในชีวิตจริง
แล้วเจอกันในฝัน ก็ยังดีกว่าที่จะไม่เจอกันเลยนะคะ



หวังเพียงอย่าตื่นมาแล้วร้องไห้...
แต่เพียงเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่ทำให้เราไม่เศร้าเกินไปนัก...
และดีใจที่เราได้คิดถึงกัน

แม้จะเป็นในฝันหรือในที่ใด..




 

Create Date : 06 มกราคม 2554    
Last Update : 6 มกราคม 2554 6:05:51 น.
Counter : 523 Pageviews.  

ในขณะที่เก็บเงิน ฉันก็เก็บความสุขไปด้วย

มีเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเงินๆทองๆ จากประสบการณ์ของตัวเอง
ที่ฉันคงจะเพิ่งตื่นจริงๆ

เคยเล่านะคะว่าฉันเพิ่งจะคิดว่าตัวเองต้องสนใจเรื่องเงินๆทองๆ
ในการจัดการและเพิ่มมูลค่าของเงิน ก็เมื่อสองปีเศษๆที่ผ่านมานี่เอง
ฉันเสียเวลาไปกับอะไรมากมาย กว่าจะรู้ตัว มันก็ช้าไปมากแล้ว
เสียดายเวลาจริงๆเลย

เอาเถอะค่ะ ก็ยังดีกว่าไม่ตื่นเลยล่ะ (ฮา)

เพิ่งจะปีที่แล้วนี่เองค่ะที่ฉัน
หนึ่ง ลงทุนในกองทุนหุ้น วัตถุประสงค์เพื่อการลดหย่อนภาษี และทำกำไร
ซึ่งเมื่อซื้อช่วงปลายปี ก็จะถือไว้เพียงแค่ 3 ปีปฏิทิน ก็จะได้ผลกำไรกลับคืน
สอง บริจาคเงินช่วยเหลือมูลนิธิ วัตถุประสงค์ อยากแบ่งปัน และนำไปหย่อนภาษี ( อันนีไม่เน้นเท่าไหร่ค่ะ )
สาม เพิ่งจะริทำประกันฉบับใหม่ วัตถุประสงค์ เพื่อเก็บเงินระยะยาวให้ตัวเองและลดหย่อนภาษี
สี่ ลงทุนในกองทุนที่ไม่ใช่การฝากธนาคาร โยกเงินไปซื้อกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐ ( ไม่กล้าเสี่ยงมาก ) และ กองทุนตลาดเงิน เพื่อทำกำไรจากเงินให้ได้มากกว่าการฝ่ากธนาคาร

ที่ตะลึง ตึง ตึง ก็คือว่า กองทุนที่เสี่ยงต่ำอย่างพวก K money หรือ BBL ธนทวี พวกนี้ให้ผลตอบแทนกับเราดีกว่าออมทรัพย์อย่างเห็นๆนะคะ
ตัวอย่างของฉันในเงินต้น สมมตินะคะ เงินเจ็ดหมื่น ทิ้งไว้หนึ่งปี ผลตอบแทน เกือบหกร้อยบาท ขณะที่บัญชีออมทรัพย์ กับเงินต้นสามแสน ได้ดอกเบี้ยแค่เก้าร้อยบาท เป็นต้น เห็นจำนวนเงินต้นที่ต่างกัน และผลตอบแทนไหมคะ สมควรจะพิจารณาโยกเงินจากออมทรัพย์โดยด่วนค่ะ

และแต่ละครั้งที่มีเงินเข้าบัญชีไม่ว่าจากการทำงานที่ทำอยู่หรืองานพิเศษ หรือมีรายได้จากทางใด ฉันจะพิจารณาเก็บก่อนใช้ นั่นทำให้เงินออมของฉันโตขึ้นจากสองปีที่ผ่านมา ประมาณสามเท่า ตะลึงตึง ตึง มากกกก ค่ะ

ทั้งๆที่เก็บเงินแบบนี้ และไม่ได้กระเหม็ดกระแหม่อะไรมากมาย ยังอยากซื้อสิ่งที่อยากซื้อ แต่เงินก็ยังเหลือใช้อีก

นั่นเพราะ ฉันยึดการ 'เก็บก่อนใช้' และ 'ถามตัวเองก่อนว่าจำเป็น' หรือไม่
บางครั้งเมื่อมีเงินก้อนมากถึงหกหลักผ่านเข้าบัญชี ฉันแทบจะไม่เอามันไปใช้ทำอะไรเลย

มีเพียงการคิดว่าจะต่อยอดให้มันอย่างไร มันจะโตกว่านี้ได้

ฉันยังสนุกกับการหาทางให้เงินไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แม้จะใจไม่กล้าพอจะไปเล่นหุ้นรายวัน แต่ก็พบว่ายังมีทางอื่นให้ไปได้อีกนะคะ จากไม่เคยอ่านหนังสือการเงิน กลับมาอ่านเพื่อหาความรู้ จากไม่เคยสนใจเรื่องดอกเบี้ย เรื่องหุ้นกู้ เรื่องกองทุน ก็พยายามหาความรู้ จากรู้น้อยก็กลายเป็นค่อยๆรู้ รู้ทีละนิด เก็บมันไปเรื่อยๆ

ในขณะที่เก็บเงิน ฉันก็เก็บความสุขไปด้วย

แต่ไม่ได้เป็นความสุขจากการใช้เงินอย่างเพลินมือนะคะ เป็นความสุขจากการได้สร้างวินัยให้ตัวเอง มีก็เก็บอย่างมีหลักการ ใช้ก็ด้วยความจำเป็น เงินกับเราอยู่ด้วยกันได้ ด้วยการเคารพและให้เกียรติ

และเพราะเราเป็นคนโสด ไม่มีภาระ ไม่มีลูกให้เลี้ยงนอกจากแมว เราจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง พ่อกับแม่เคยสอนและสนับสนุนให้เราเก็บตังค์ ไม่ใช่เพื่อใครอื่น แต่มันก็เพื่อตัวเองในบั้นปลาย

ผู้หญิงโสดๆอย่างเรา ต้องดูแลตัวเองให้ได้ดีๆค่ะ อย่าไปคิดพึ่งใคร ต่อให้มีแฟน ก็ไม่ควรจะไปพึ่งพิงแฟนในเรื่องการเงินด้วย แต่เราควรจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง และหาเลี้ยงตัวเองให้ได้อย่างดี ไม่ใช่ว่าขาดเขาแล้วเราตายแน่ แบบนั้นก็อาจตายไปเลยจริงๆ

และอีกอย่างนะคะ จะรู้สึกดีกับตัวเองได้มากกว่าด้วย

บางคนบอกว่า หาเงินไปก็เท่านั้น แต่ปฏิเสธไมได้หรอกค่ะว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ตราบเท่าที่เรายังมีเงินเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนข้าวของประดามี เราก็หาไปค่ะ แต่ใช้อย่างมีสติ รู้ทันมันให้มาก
แล้วเราก็จะไม่ต้องทุกข์เพราะเงิน

เรื่องอื่นๆไว้เล่าต่อวันหลังนะคะ..




 

Create Date : 05 มกราคม 2554    
Last Update : 5 มกราคม 2554 23:16:58 น.
Counter : 319 Pageviews.  

ทำอย่างอื่นบ้างเถอะ !

ตื่นเช้าในวันหยุดอีกวัน แพคเกจสี่วัน.. วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซีนะ
ตื่นแล้วก็ปล่อยแมวออกไปเดินเล่นเช่นเคยค่ะ

คนรักแมว ยอมเป็นทาสแมว ไม่แปลกเนอะ.. เพราะแมวทำให้เรารัก
แต่ในขณะเดียวกัน เหนือยกับแมวก็เป็นความสุขใจเล็กๆของคนเลี้ยง
บางคนบอกว่า แมวเอาแต่ใจ แต่ฉันว่ายังน้อยกว่าคนแหละ แฮ่ !

หยุดมาสี่วัน นอกจากทำสวน ปลูกต้นไม้ นั่งแช่ในสวน เลี้ยงแมวไปตามเรื่อง อ่านหนังสือ เขียนบล็อก ทำกับข้าว ขาดอย่างเดียวค่ะคือไม่ได้ไปเที่ยวไหน

ปีที่แล้วอยู่บ้านมาก ไปเที่ยวน้อย ก็อยู่มาได้ ชีวิตส่วนตัวไปได้เรื่อยๆ
ส่วนการงานหรือ หนักหนา หนักหน่วง บ่อยครั้งที่ถามตัวเองว่า เหนื่อยไหม ไหวไหม พอถามตัวเองว่าไหวไหม บางครั้งมีคำตอบว่าทำไมล้าจัง
จากเรื่องที่แสนบั่นทอนจิตใจหลายๆเรื่อง เคยบอกนะคะ ว่างานกับคนน่ะ
สู้กับคนเหนื่อยและหนักกว่าเยอะ

พอปิดปี ความรู้สึกหนักหน่วงก็ถูกยกออกไป กลายเป็นความเบาสบาย
ที่จะได้พัก แล้วก็หันกลับมาดูตัวเองในหลายๆอย่าง

หนึ่งในความตั้งใจที่ฉันอยากทำอีกอย่างในปีนี้ และฉัน list เอาไว้ในสมุด
นอกจากตั้งใจจะไปทำบุญให้มาก (ทุกรูปแบบที่ทำได้ ) สวดมนต์ให้มาก
ขึ้น ฉันยังเขียนไนสมุดว่า รักตัวเองให้มาก (อย่างเป็นรูปธรรม)

รักและใส่ใจตัวเอง เป็นสิ่งที่เราแทบจะไม่ค่อยนึกถึง เพราะวันๆเรามีอะให้ทำที่เกี่ยวข้องกับคนอื่นมากมายหลายอย่าง ตัวเองต้องเร่งรีบ กินอาหารไม่มีคุณภาพ ไม่เป็นเวลา เหนื่อยก็ไม่พัก บั่นทอนตัวเองขณะทำงาน
และบางครั้งยังเก็บคำพูด หรือ 'ขยะ' จากคนอื่นมาใส่ใจอีก

ในหนังสือ 'เพิ่มความสุขเพียงลดบางสิ่ง' ของคุณ Mihiro Matsuda เขียน
เอาไว้ว่า เลิกให้งานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นนอกเหนือจากงาน

ปีที่ผ่านมาเรื่องที่ทำให้ฉันป่วย(ใจ) นอกเหนือจากเรื่องในบ้านแล้ว ก็ยังมี
เรื่องงานที่เกี่ยวกับคน จนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองหายใจไม่ออก เพราะแบกอะไรหลายๆอย่างไว้จนเกินรับ

มีบางอย่างกดทับทำให้ฉันไม่อาจจะระบายอะไรได้ถนัดถนี่ เหมือนน้ำท่วมปากพูดไม่ได้ เมื่อเราต้องแบกรับสิ่งนั้นไว้เอง มันเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจกับการทำงานมาเสมอ และฉันว่าฉันรักตัวเองน้อยมาก ที่ยังอดทนทั้งที่ไม่ควรจะอดทน

คุณ Mihiro Matsuda ให้คำแนะนำในการ balance ชีวิต ให้เราใช้ชีวิตอย่างสมดุล อย่ามัวแต่ทุ่มเทกับงาน แต่จงทุ่มเทกับชีวิตที่ใส่ใจตนเองดูบ้าง
ซึ่งฉันว่ามันออกจะเข้าท่านะคะ

แต่ไม่ได้แปลว่าให้เราทำงานแบบ 'งั้นๆ' ไม่ใส่ใจ ฉันแปลเอาจากความเข้าใจของตัวเองว่า เราก็ต้องพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แล้วก็ค่อยๆทำทุกอย่างไป control ใจของเราให้ได้ดีๆ
เวลาใจเราแย่ๆ ไม่มีใครเขาออกตังค์ให้เราไปซ่อม ไปหาหมอนะคะ
แต่เพราะใจเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีใจ ( หรือกำลังใจ ) เราก็ไม่อยากทำอะไร
มันจะส่งผลต่อเรืองอื่นๆทั้งหมด

มาดูแลใจกันนะคะ อย่าทำตัวเป็นคนบ้างานจนลืมว่ารอบๆตัวมีอย่างอื่นให้เราสนใจมากกว่า ช่วงเวลาทำงานก็คือทำ แต่หลังจากนั้น ปลดมันออกจากใจและไปทำอย่างอื่นค่ะ

ทั้งชีวิตเราจะไม่มีอย่างอื่นให้ทำบ้างก็ให้มันรู้ไปค่ะ..




 

Create Date : 03 มกราคม 2554    
Last Update : 3 มกราคม 2554 10:12:56 น.
Counter : 242 Pageviews.  

จะหาความสุข ทำไมต้องไปหาไกลๆ....

เมื่อวานพ่อโทรมาหา บอกว่าวันปีใหม่ปิดร้าน คงจะพากันไปกินข้าวนอกบ้านเหมือนเคย เข้าใจว่าทุกบ้านคงจะเป็นแบบนี้นะคะในช่วงวันหยุด
ร้านอาหารหลายๆร้านน่าจะขายดีในช่วงนี้ ช่วงที่ทุกคนตั้งใจจะปาร์ตี้กัน
เมื่อวาน bewae ก็ไปกินอาหารเวียตนามที่ร้านวีทีแหนมเนืองตรงซอย
แบริ่ง ฉันชอบทานอาหารเวียตนามมากค่ะ ชอบที่ได้กินผักสมุนไพรเยอะแยะ ที่ชอบสุดๆก็ต้องเป็นโหระพา กับผักชีฝรั่ง กินได้เป็นกำๆเลยนะคะ

ไปทานอาหารที่ร้านหลายมื้อมากในช่วงนี้ รู้สึกขี้เกียจทำขึ้นมาซะงั้นแหละค่ะ แต่ถ้าทำเองมันก็จะได้ความสนุกไปอีกแบบ ปิ้งๆย่างๆ seafood นี่แหละเหมาะกับปาร์ตี้แบบนี้ดี

แต่บ้านบางพลีปีนี้ไม่มีปาร์ตี้อะไรค่ะ ฉันอยู่เงียบๆกับเหมียวๆ หยุดสี่วัน เดินเล่น นั่งเล่นอยู่ในสวนรอบบ้าน หลังจากทำรั้วและระแนงไม้ใหม่ และปล่อยแมวโดยไม่ให้เขาออกไปนอกรั้วเลย อย่างที่ตั้งใจ

ในอาณาบริเวณ 50 ตารางวา ก็น่าจะกว้างใหญ่แล้วสำหรับแมวตัวเล็กๆ
แต่ปรากฏว่าความเคยชินของเขายังมีมาก ทุกครั้งที่ปล่อยเขาออกไป เขาจะยังลองหาทางปีน แต่ก็แพ้ความไวของแม่ค่ะ(ฮา) แม่เงื้อมือนิดเดียว
ทั้งกุ๊กกี้และไข่ดาวถอยกรูด

ทีนี้แม่กับลูกก็นั่งเล่นในส่วนวันละหลายๆครั้ง ครั้งละชั่วโมงบ้าง สองชั่วโมงบ้าง ให้ลูกๆได้ออกไปวิ่งเล่นกัน ส่วนแม่ก็เก็บกวาดใบไม้ รดน้ำต้นไม้ ย้ายกระถางโน้นไปตรงนั้น ย้ายกระถางนั้นไปตรงโน้น ดูปลาในอ่างบ้างอะไรบ้าง ฉันกับสวนเลยได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม จากที่เมื่อก่อนแทบจะไม่ค่อยได้เดินออกไปดูเลย ไม่รู้ต้นไม้ใบไม้ในสวนจะเคยน้อยใจเจ้าของบ้านหรือไม่ เพราะความที่ฉันอยู่ไม่ติดบ้าน ในบางปีฉันจะไปนั่นไปนี่แทบทุกเดือน วันหยุดทีไรต้องออกจากบ้าน จนมีคนบอกว่าบ้านคงร้อนมากจนฉันอยู่ไม่ได้ ( ซึ่งจริงๆบ้านไม่ได้ร้อน แต่เป็นใจฉันเองที่ร้อนกว่า )

แต่ความเป็นจริง ฉันว่าชีวิตก็มีช่วงจังหวะ และบางทีตอนนี้จังหวะชีวิตของฉันอาจจะเริ่มช้าลง หรืออาจจะเรียกว่าผ่อนลง หรือเป็นช่วงพัก หรืออะไรก็แล้วแต่เถอะค่ะ แต่ฉันอยู๋บ้านมากขึ้น ที่สำคัญพอมีเรื่องแมวกับคู่กรณีหน้าบ้าน ฉันมาคิดทำนั่นทำนี่ อย่างที่รู้ก็คือทำรั้วใหม่ ทำระแนงไม้โอบรอบกำแพง ทีนี้ก็เริ่มอยู่ในสวนบ่อยขึ้น มองเห็นต้นไม้ใบไม้อย่างถนัดชัดตามากขึ้น เพราะได้ใกล้

สวนเริ่มมีชีวิตชีวาเมื่อเราเข้าไปใส่ใจและเดินดู

รั้วและระแนงไม้ช่วยลดความกระด้างของเหล็กที่เป็นรั้วเดิม ระแนงไม้ยังช่วยลดทอนความกระด้างของกำแพงปูน bewae เลยได้ที ซื้อต้นไม้มาแขวนบ้าง เริ่มอยากแต่งสวนให้สวยๆ ในแบบของตัวเอง ขยันเปิดหนังสือแต่งบ้านแต่งสวน รื้อบ้านและสวนเล่มเก่าๆออกมาดู ค้นหนังสือสวนเล่มหนาๆที่เคยขนซื้อมาไว้ตั้งหลายปี ออกมาปัดฝุ่นและอ่านใหม่ เวลาเด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ในสวน ฉันจะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ที่จะมองเห็นเขาได้ แล้วก็คอยส่องแมวเป็นระยะ (ฮา)

พบว่าที่จริงมันก็เพลินดี ฉันไม่เบือแต่ไม่รู้แมวเบื่อหรือเปล่านะคะ แมวก็ยังเป็นแมว ไม่รู้เรื่องหรอกว่าเราทำอะไร ส่วนคนก็ได้ความสบายใจ ที่อย่างน้อยเลี้ยงแมวในสายตา เลี้ยงแบบนี้เขาเรียกว่าเลี้ยงระบบปิด แต่ไม่ได้ปิดทั้งหมด เพราะฉันปิดและเปิดเป็นเวลา ดีอีกอย่างตรงที่ว่า เหมียวจะไม่ออกไปกลิ้งกลางถนนให้รถทับเล่น ตรงนี้แหละค่ะที่สบายใจ

วันนี้ก็ออกไปดูเก้าอี้สนามนะคะ ที่ index living mall ตรงบางนา น่าจะแถวๆ กม.7 แค่ไปดูก็เพลินแล้ว อยากได้เก้าอี้ไม้สีขาว แบบที่นั่งๆนอนๆได้ ฉันมีแพลนจะวางเก้าอี้ไว้ตามมุมต่างๆ เพราะเมื่อใช้เวลาในสวนมากขึ้นก็พบว่า การนั่งในสวนมันช่างเพลินจริงๆนะ คนน่ะเพลิน แต่แมวน่ะ ไม่แน่ใจค่ะ (ฮา)

เมื่อเช้านี้มีลมเย็นๆให้ชื่นใจด้วยค่ะ นั่งรับลมเย็นๆอยู่หน้าบ้าน ใบไม้ร่วงพรู ฟ้าแจ่ม แมวระริกระรี้น่าดู แค่ได้ออกมาคลุกดินคลุกทราย ความสุขของแมวมันง๊าย ง่ายเนอะ ไม่เหมือนกับคนเอาซะเลย คนชอบทำอะไรให้ยุ่งยาก และซับซ้อน แต่แมวแค่วิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อ แค่นั้นก็สุขใจจะแย่

ตอนนี้ในสวนหน้าบ้านและข้างบ้านกำลังมีต้นไม้มาแขวน มาลง มาอาศัยพึ่งพิงกันค่ะ เราดูแลเขา ให้น้ำ ให้ปุ๋ย เขาก็ให้ดอก ให้ร่มเงา ธรรมชาติเอื้อกับเราอย่างที่สุดจริงๆค่ะ ถ้าเราเปิดใจรับรู้และอยู่กับเขาอย่างเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

อยู่บานชานเมือง แม้จะไม่ใช่บ้านสวน แต่เป็นบ้านจัดสรร เราก็ทำบ้านเราให้ร่มเย็นและอุ่นสบายได้นะคะ ตอนนี้หลังบ้านมีขนุนที่ทำท่าจะออกผลตั้งสี่ห้าลูกแน่ะ แล้วก็ยังมีต้นกล้วยต้นเบ้อเร่อที่ได้ใช้ใบของเขามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำอาหารตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่นับรวมกับพืชผักสวนครัวอีกหลายอย่างที่แม่มาปลูกไว้ให้ มะกรูดที่ไม่ต้องซื้อ ใช้ใส่แกงป่าทุกครั้งที่แกงเอง
โหระพา ผักชีฝรั่ง หรือแม้แต่ผักหวาน

บ้านหลังบ้านปลูกต้นปีบต้นใหญ่ ใบและดอกของเขาจะร่วงลงมาที่หลังบ้านฉันด้วย กลิ่นหอมของดอกปีบทำให้ชื่นใจเสมอ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าใบไม้หรือดอกไม้ของบ้านข้างๆหล่นร่วงเข้ามาในบ้านเราเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่กลับรู้สึกว่าดีจะตายที่เราได้ชื่นชมใบไม้ดอกไม้เหล่านั้นโดยไม่ต้องปลูกเองก็ได้ด้วย

ฉันพบว่าความสุขบางอย่างมันก็ง่ายจริงๆแหละค่ะ และมันก็ยิ่งง่ายแค่เราหยุดที่จะมองและทบทวน นึกรู้สึกว่ายังไม่สายเกินไปหรอกกับการทำอะไรบางอย่าง และนึกสะท้อนใจว่า คนเราจะหาเงินมากๆแล้วไม่ได้ใช้ไปเพื่ออะไรนะ ทำไมต้องบ้าวัตถุ ต้องขับรถยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้แล้วมาอวดกัน ต้องกินอะไรแพงๆเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเอาไปอวดใครได้ วัตถุมันให้ความสุขทางกายได้ แต่ให้ความสุขทางใจได้จริงๆหรือ

ต้นไม้ในกระถางผุๆ มันยังอยู่ได้แม้ในกระถางผุๆ แต่คนเราชอบคิดว่ากระถางผุคือเปลือก เรานับถือกันแค่ตรงนั้นเอง... เป็นเสียอย่างนี้ สังคมนี้จึงพิลึกขึ้นทุกวัน

จะหาความสุขทำไมต้องไปหาไกลๆกันละคะคุณ ในเมื่อมันก็อยู่ใกล้ๆแค่ปลายจมูกแค่นี้...




 

Create Date : 02 มกราคม 2554    
Last Update : 2 มกราคม 2554 20:15:26 น.
Counter : 314 Pageviews.  

เราเองนี่แหละที่เป็นคนกำหนดขนาดความสุขของตัวเอง...

สายๆวันนี้ ฉันหิ้วกับข้าวที่ตั้งใจทำ มีสองอย่างคือผัดดอกกะหล่ำกับปลาหมึกวง และแกงจืดผักกาดขาวลูกชิ้นปลา พร้อมข้าวกล้อง ไปถวายพระที่วัดบางพลีใหญ่กลาง

เหวอค่ะ ไปถึงราวสิบโทงครึ่ง ลืมไปว่าวันนี้วันที่ 1 พระท่านรับกิจนิมนต์ออกไปข้างนอกแทบทั้งหมด โชคยังดีทีมีหลวงพี่ท่านหนึ่ง ท่านไม่สบาย
จึงไม่ได้ออกไป ท่านกรุณารับอาหารเพลของฉัน ในขณะที่ท่านกำลังจะฉันก่อนเพลพอดี

จึงได้ถวายอาหาร น้ำและนม หลวงพี่ได้เมตตาให้พร และฉันอาหารที่นำไปถวายให้เห็นเดี๋ยวนั้น เลยรู้สึกโล่ง และเป็นสุข ฉันไม่ลืมออกชื่อ อุทิศส่วนบุญกุศลให้คุณปู่ เทวดาประจำตัวและคู่กรณีบ้านตรงข้ามด้วย

นี่คือหนึ่งในความตั้งใจของฉันที่คิดจะทำให้มากขึ้นในปีใหม่นี้ เป็นหนึ่งในหลายๆข้อที่ฉันจดเอาไว้ในสมุดบันทึก มีหลายอย่างเชียวค่ะ ที่ฉันนึกๆคิดๆ ว่าควรต้องทำ และอยากจะทำให้ได้

ไม่อยากให้ความตั้งใจดีๆ เป็นหมันเพราะไม่ได้ทำ หรือเป็นแค่ความคิดลอยลมแล้วก็หายไปกับปฏิทินที่ถูกฉีกออกไปทุกเดือน

หลายๆข้อเป็นต้นว่า จะไม่ถนอมรักษาความสัมพันธ์ที่แย่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน จะรักตัวเองให้มากอย่างเป็นรูปธรรม จดความคิดดีๆ delete ความคิดแย่ๆ ทำบุญให้มาก ทำตัวเองให้มีความแข็งแรงทางการเงิน และอย่างอื่นอีกหลายๆข้อ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าในปีที่ผ่านมา ฉันเคยบอกว่ามันสะบักสะบอม มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ คือเจออะไรหลายๆเรื่องจนแทบจะหมดความอดทน ลองคิดทบทวนดูก็เห็นว่า ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับผู้คน หรือแม้แต่เรืองความขัดแย้ง อืมมม... มันช่างบั่นทอนจิตใจเหลือหลายจริงๆ

ปีที่ผ่านมา หนังสือที่ฉันชอบซื้อเอามากๆคือ หนังสือที่ว่าด้วย 'ความสุข'
มันก็ตลกตัวเองอยู่เหมือนกันนะคะ ปรัชญาความสุขในหนังสือหลายๆเล่มบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันพบว่ามันเปล่าประโยชน์มากที่จะหาสูตรสำเร็จจากในหนังสือ สิ่งหนึ่งที่เราควรจะรู้หรือค้นพบก็คือ ความสุขของคนเราไม่เหมือนกันเลย และเราเองนี่แหละที่เป็นคนกำหนดขนาดความสุขของเราเอง ทั้งหน้าตาของมัน ทั้งขนาดของมัน จะใหญ่ จะเล็ก จะอยู่ในกล่องใบโต หรือจะอยู่ในสิ่งใดก็ตาม

ทำอะไรแล้วเป็นสุข รู้ได้ง่ายๆแค่ว่า จะยิ้มได้อย่างกว้างๆ เหมือนใจมันอิ่ม อิ่มโดยไม่ต้องกินข้าว

ความสุขบางอย่าง ก็ง่ายดายไม่ต้องใช้เงินซื้อด้วยซ้ำไป

และถ้ารู้ว่าทำอะไรแล้วมีความสุขก็จงทำ แต่ทำแล้วต้องไม่เดือดร้อนใครอื่นนะคะ

ฉันอยากจะเขียนไดอารี่ความสุขให้ได้ทุกวันด้วย ว่ากันว่าถ้าเรายิ่งบันทึกหรือซึมซับสิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆเอาไว้มากเท่าไหร่ ใจเราจะยิ่งอิ่มสุขมากเท่านั้น

จริงๆตั้งแต่วันเกิดที่ผ่านมาแล้ว ที่ฉันถือเคล็ดอยู่ว่า จะต้องทำจิตใจให้เบิกบาน ยิ้มให้ได้ทั้งวัน ไม่หงุดหงิดอารมณ์เสีย เพราะวันเกิดของเราเป็นอย่างไร ว่ากันว่าปีหน้าทั้งปีจะเป็นอย่างนั้น ทีนี้ถ้ารักษาระดับความสุขในวันนั้นให้ดีได้ทั้งวัน ปีหน้าก็จะดีด้วย

วันที่ 27 ที่ผ่านมา ฉันเลยยิ้มมันทั้งวัน

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่ได้รับในวันนั้น จากคนที่รักกันมาเสมอ จากเพื่อนที่หวังดี จากน้องๆหลายๆคน ที่สำคัญ คือพรจากพ่อกับแม่ นับเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้วค่ะ

ฉันได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ polar bear สีขาว น่ารัก น่าเอ็นดู เราจะอยู่เป็นเพื่อนกันบนหัวเตียง ขอบคุณที่เธอมา...

ฉันรับพรจาก sms มาหลายอันมาก ส่งกลับไปก็เยอะ บางทีเบอร์ใครก็ไม่รู้ แต่อวยพรมา ถือโอกาสรับมันซะเลย ขอบคุณนะคะ แม้จะส่งผิดก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้น่ะ ใครอวยพรอะไรก็รับหมด ไม่มีเกี่ยงสักนิดเดียว
เรื่องดีๆ ที่เราให้กันได้ ก็คือการส่งความสุขนี่ล่ะ

ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ ที่มีวันใหม่ๆผ่านเข้ามาให้เราได้รู้สึกดีๆ

ขนาดความสุขในเวลานี้เบ้อเร้อเลยค่ะ... รู้สึกกันหรือเปล่าคะ !!




 

Create Date : 01 มกราคม 2554    
Last Update : 1 มกราคม 2554 20:18:18 น.
Counter : 345 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.