Under the Blue Sky
Group Blog
 
All blogs
 

England 2013#6 : London @ 2

England2013 : เที่ยวเมืองผู้ดีปี 2

Chapter @6 : London#2

วันที่สองในลอนดอน วันนี้เราไปตะลุยสถานที่ที่เป็น highligh ของลอนดอนค่ะ ที่ใครมาที่นี้มักจะไม่พลาด(แต่เราก็พลาดไปหลายที่ เป็นแผนว่าจะได้กลับมาเก็บตกอีกคราวหน้า แหะๆๆๆ)

นี่เลยค่ะที่แรก ชิงช้าสวรรค์ London Eye

มาถึงแล้วใครๆก็คงอยากขึ้น เราก็อยาก แต่ดูคนรอเข้าคิวแล้ว มหาศาลมาก แต่ก็ถามเด็กๆ นะ ว่าจะรอขึ้นไหม๊ม่ายค่ะ หนูขอเล่นที่สนามเด็กเล่น ข้างๆ สนุกกว่า ไม่ต้องรอด้วย เออแฮะ..ดีเหมือนกัน ตอนแรกก็นึกว่าเค้าอยากจะร้องขึ้นซะอีก ความสุขของเด็กๆ นี่ช่างไม่เหมือนผู้ใหญ่เลยเน๊อะ


ให้เด็กๆ เล่นกันสักแป๊บนึง แล้วก็เดินเลาะแม่น้ำเธมส์มาเรื่อยๆ ผ่านสะพาน Westmister ซึ่งฝั่งตรงข้ามก็คือที่ตั้งของนาฬกายักษ์ Big Ben และ Houses of Parliament


เราก็ยังคงเดินชมนกชมไม้ชมวิวของแม่น้ำเธมส์มาเรื่อยๆ 


มาจนถึงสะพาน Lambeth จะได้เห็นทั้ง London Eye และ Big Ben คู่กัน 


จากนั้นก็ข้ามฝั่งมาอีกฝากค่ะ เดินผ่าน Victoria Tower Gardens ก็จะเห็นด้านข้างของ Houses of Parliament

เดินผ่านสวนร่มรื่นมาเรื่อยๆจนถึงด้านหน้า Houses of Parliament และ Bigben แต่เราไม่ได้เข้าไปชมใกล้ๆ นะคะ เพราะจุดหมายของเราคือ Westminster Abbey ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน

WestminsterAbbey เป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธิกรรมทางศาสนาของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอังกฤษ รวมทั้งพิธีอภิเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลี่ยมและพระชายาเมื่อสองปีที่ผ่านมาด้วย และเมื่อสองวันก่อนที่เราเดินทางมาถึงลอนดอน พระชายา (เคส) ก็ได้ประสูติพระราชโอรส มีการเฉลิมฉลองกันทั่วทั้งลอนดอนค่ะ

จากนั้นก็แวะพักทานอาหารกลางวันใน St. James’s Park สักพัก จากที่นี้เห็น Household Cavalry Museum อยู่ไกลๆ

เติมพลังวังชากันแล้วก็เริ่มเดินกันต่อ ผ่านมายังถนน The Mall ซึี่งจะปิดการจราจรวันอาทิตย์และเป็นวันที่เราไปพอดี ก็เดินกันสบายๆ จากถนนนี้มองไปทางซ้ายจะเห็น QueenVictoria Memorial  ที่ตั้งอยู่หน้า  Buckingham Palace และทางด้านขวาจะเห็นAdmiralty Arch ซึ่งเราจะไปทางนี้กันค่ะ

Admiralty Arch โค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

แล้วเราก็เดินมาถึงTrafalgar Square จัตุรัสกลางเมือง London มีอนุสาวรีย์ Nelson’s Column ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ศูนย์กลาง พร้อมกับสิงห์โตสี่ตัวที่เป็นยามอารักขา ด้านหลังจะเป็น The National Gallery ซึ่งก็ฟรีอีกแล้วค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปชม เพราะคนเยอะด้วย และเด็กๆ ก็เริ่มงอมกันแล้ว


บริเวณรอบๆอนุสาวรีย์นอกจากมีสิงห์โตรูปปั้นทั้งสี่แล้วยังมีงานรูปปั้นประติมากรรมตั้งอยู่รอบๆ ด้านนอกอีกด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือพ่อไก่โต้งหรือไก่แจ้สีน้ำเงินสะท้อนแสงตัวนี้ ที่ใครๆก็คงเห็นและสงสัยว่ามีที่มาที่ไปหรือสำคัญอย่างไรหนอ พ่อจึงมายืนโดดเด่นเป็นสง่าเช่นนี้ อย่ากระนั้นเลย ต้องถามให้ได้ความ และก็ได้ความจริงจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณนั้นว่า รูปปั้นงานประติมากรรมต่างๆ รอบๆ บริเวณนี้จะถูกเปลี่ยนไปทุกๆ สองปีตามแต่ว่าศิลปินนักปั้นนั้นจะคิดอะไรขึ้นมา มิได้มีความหมายอะไรพิเศษว่าเป็นไก่ของพระลอหรือใครแต่อย่างใด เป็นความคิดของศิลปินในช่วงนั้นค่ะ ถ้าใครไปอีกแล้วไม่เจอพ่อไก่ตัวนี้ก็อย่าได้แปลกใจไปนะคะ เพราะเค้าคงเปลี่ยนเอาไปทำเป็นต้มยำไก่ลอนดอนไปแล้วกระมัง

และก็เดินกันต่อไปถึงPaccadilly Circus ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของลอนดอนก็ว่าได้ค่ะ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อถนนดังๆหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนช๊อปปิ้ง Regent st.หรือถนนแหล่งรวมศูนย์อินเตอร์แทรนเม้นท์ โรงหนัง โรงละคร โรงโอเปร่า บน ShaftesburyAve. ก็เลือกเดินกันได้ตามสบาย แต่เราก็ไม่เลือกสักสายค่ะ คนเยอะมากเดินมากันเกือบทั้งวันแล้ว เริ่มมึน แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว เดินดูร้านรวงระแวกนั้นสักพักแล้วก็มุดลงดินไปที่อื่นดีกว่า


เรานั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี Piccadilly Circus จำไม่ได้แล้วว่าต้องเปลี่ยนรถไฟกี่ขบวนในที่สุดก็มาโผล่ที่สถานี Tower Hill จากสถานีก็เดินมุ่งสู่แม่น้ำเธมส์เพื่อที่จะไป Tower Bridge เอกลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของลอนดอน จากฝั่งนี้ก็จะผ่าน Tower of London/Jewel House มีด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ของล้ำค่าของราชวงค์อังกฤษเปิดให้เข้าชม แต่เสียตังค์ค่ะ

ถึงแล้ว TowerBridge


เดินมาถึงกึ่งกลางสะพานระหว่างสองหอคอย ซึ่งก็เปิดให้ขึ้นไปชมวิวได้เหมือนกัน เห็นอาคาร The Shard สูงแหลมเด่น และ HMS Belfast เรือรบโบราณที่ตอนนี้มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมแบบเสียตังค์เหมือนกัน


แล้วก็เดินข้ามมานั่งพักกินไอติมชิมสะพานม่ายช่ายสิ...ชมสะพานกันที่ Potters Fields Park


เมื่อลูกทัวร์เริ่มกะฉับกะเฉงหลังจากได้พักและโด๊บไอติมกันคนละแท่งแล้วก็เริ่มเดินกันต่อเลยค่ะ เราเดินเลาะริมแม่น้ำเธมส์มาเรื่อยๆค่ะ มีอะไรให้ดูเพลินตาเพลินใจมากมายตลอดสาย ถ้าไม่เมื่อยไม่เหนื่อยกันเสียก่อน สามารถเดินกลับไปถึง London Eye ได้เลยที่เดียว เพราะเค้ามีเส้นทาง Riverside Walk ค่ะ ถ้ามากันสองคนตายาย ก็คงพากันเดินเล่นเลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ อ่ะค่ะ น่าจะโรแมนติกดีนะ


HMS Belfast

เดินผ่านมาถึง London Bride และ Golden Hindel  เรือสำเภาโบราณ

Clink Prison Museum : England’s Oldest Prison


แล้วเราก็พบกับความงามที่แตกต่าง The Shard – SouthwarkCathedral


และที่สุดท้ายของวันนี้ก็จบลงที่ Fish & Chip ในร้านเก่าแก่ชื่อดังริมแม่น้ำเธมส์

 The Anchor

*****


วันสุดท้ายในลอนดอนและวันสุดท้ายของทริป วันนี้ขอเป็นวันเบาๆ ก่อนกลับบ้านค่ะ เราเลือกที่จะเดินเล่นกันใน Greenwich ย่านที่พัก ซึ่งก็มีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ

(//www.visitgreenwich.org.uk) 

จากที่พักเราเดินมาชมตลาดนัด Greenwich กันก่อน เนื่องจากเราไปค่อนข้างเช้า 9-10 โมง ร้านรวงต่างๆ เลยยังมาตั้งแผงกันไม่มาก แต่ก็พอมีอะไรให้ดูเพลินๆ ค่ะ


จากนั้นก็เดินไปชมเรือสำเภาโบราณที่มีความเร็วที่สุดในยุคปี คศ.1869

Cutty Sark : Clipper Ship

Cutty Sark นั้นตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเธมส์ ที่นี้จึงเป็นจุดชมวิวอีกที่หนึ่งของ Greenwich

จากจุดนี้มองไปทางซ้ายมือเห็น London Eye และ The Shard ด้วย และจากที่นี่สามารถเดินลอดอุโมงค์ใต้น้ำข้ามแม่น้ำเธมส์ไปยังอีกฝั่งนึงที่ Island Gardenได้ด้วย

บริเวณใกล้ๆ กันนั้นเป็นที่ตั้งของ Discover Greenwich ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบริเวณนี้ รวมทั้งเป็น Visitor Information Center อีกแห่งด้วย ภายในจัดนิทรรศการไว้ให้ชมได้น่าสนใจมาก



เดินเลาะริมน้ำต่อไปยัง Old Royal Naval Collage ซึ่งจะประกอบด้วยสี่อาคารหลัก สองอาคารแรกริมน้ำจะเป็น Gallery และห้องสมุดของมหาวิทยาลัย Greenwich ส่วนสองอาคารที่มีโดมถัดมาด้านในจะเป็น Painted Hall และ Chapel ซึ่งสองอาคารนี้ Must See และ Free of Charge ค่ะ  (//www.ornc.org/visit)


(ด้านบน : ภาพจากอินเตอร์เน็ท)

Painted Hall Dome & Chapel Dome


University of Greenwich


Painted Hall



ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในสวยงามมากค่ะ มีโต๊ะกระจกให้ชมภาพบนเพดานด้วย จะได้ไม่ต้องเมื่อยคอดู เกร๋ดีนะ

Chapel

เดินข้ามฝั่งถนนมาก็จะเห็น National Maritime Museum


และด้านหลังของ National Maritime Museum ก็คือ Greenwich Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะใหญ่มากๆ และ ณ บริเวณสวนแห่งนี้ยังเป็นบริเวณเส้นผ่านของ The world’s Prime Meridain – Longitude หรือเรียกกันว่า Greenwich Mean Time

Greenwich Park


บริเวณใจกลางสวนสาธารณะแห่งนี้ ซึ่งต้องเดินขึ้นเนินเขาไป ยังเป็นที่ตั้งของ Royal Observatory Greenwich ที่นี้จะแสดงเส้น Meridain-Longitude ซึ่งสามารถเสียตังค์เข้าชมได้นะคะ เราได้แต่ดูอยู่ข้างนอกรั้วค่ะ


เนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขา จึงเป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของ Greenwich

หลังจากนั้นเรานั่งพักปิคนิคจิบกาแฟชมวิวกันสักพัก ก่อนพากันเดินกลับลงมา และทริปในลอนดอนและอังกฤษของเราก็คงหมดแค่นี้ค่ะ

*****

ช่วงบ่ายเราเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่รู้จักกันที่เมือง Harlow ซึ่งอยู่ทางเหนือของลอนดอนไปประมาณสี่สิบกิโลเมตร ระหว่างทางไปผ่าน Olympic Stadium และ Emirates Air-Line ซึ่งเป็นบริการกระเช้าลอยฟ้าข้าม

แม่น้ำเธมส์ด้วย


และตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะที่ Cotswold หรือลอนดอน อากาศดีมากๆ ค่ะ 20-28 องศา เกือบทุกวัน เราไม่เจอฝนเลย มีครึมฟ้าครึมฝนบ้าง แต่แป๊บๆ ก็เห็นพระอาทิตย์ออกมายิ้มแฉ่งอีก นับว่าโชคดีมากๆ ค่ะ ซึ่งคนที่นี้เค้าว่า มันไม่ใช่ธรรมดาของอังกฤษเลยนะเนี่ย แต่ก็นะ อย่ากระนั่นเลย มาอังกฤษทั้งที ไม่เจอฝนก็เหมือนไม่ได้มา เอาซะหน่อย เย็นวันสุดท้ายประมาณ 5-6 โมงเย็น ก่อนเราจะออกจาก Harlow กลับลอนดอน พระพิรุณคงอัดอั้นตันใจมานาน ก็เทลงมาซะมากมาย ให้ต้นไม้ใบหญ้าได้สดชื่นกันบ้าง แต่ฟ้าหลังฝนก็มักจากสวยงามเสมอใช่ไหม๊ค่ะ อย่างที่เราได้เห็นรุ้งสีสวยๆ หลังฝนพรำก่อนกลับบ้าน

********


วันรุ่งขึ้นเรากลับฮอลแลนด์โดยนำรถขึ้นรถไฟลอดอุโมงค์ใต้ทะเลกลับมายังฝั่งยุโรปที่เมือง Calais ประเทศฝรั่งเศส กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยประมาณสี่โมงเย็น ไปเที่ยวก็สนุกค่ะ แต่เป็นสุขกว่าเมื่อกลับมาถึงบ้านนะคะ

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาอ่านหรือผ่านแวะเข้ามาชมค่ะ

*******




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2556    
Last Update : 19 สิงหาคม 2556 0:13:06 น.
Counter : 549 Pageviews.  

England 2013#5 : London @ 1

England2013 : เที่ยวเมืองผู้ดีปี 2

Chapter @5 : London#1

วันนี้เราขับรถออกจากKemerton หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ความตั้งใจเดิมคือจะแวะ Oxford และ Windsor Castle ก่อนเข้าที่พักในกรุงลอนดอน แต่จากการถามคุณลุงคุณป้าที่เดินทางล่วงหน้ามาก่อนได้รับคำแนะนำว่า ถ้าแวะสองที่จะเหนื่อยและรีบร้อนเกินไปเพราะแต่ละทีมีอะไรให้ดูมากมาย ควรจะเลือกที่ใดที่หนึ่งดังนั้นเราจึงเลือกแวะที่ Windsor Castleเพราะเข้าเขตเมืองหลวงแล้ว ใกล้ที่พักอีกนิด

WindsorCastle

(//www.windsor.gov.uk)

เราใช้บริการ  Park & Ride เหมือนเดิมแต่ที่นี่ค่อนข้างผิดหวังและเจ็บใจนิดนึง เพราะเราไปจอดที่ Legolandค่าจอดและค่ารถบัสค่อนข้างแพง ถ้าไปจอดในตัวเมือง Windsor แบบ Longstay จะถูกกว่าค่ะ ส่วนถ้าจอดแบบเป็นชั่วโมงก็จะรีบร้อนเกินไปและต้องคอยพะวงดูเวลาอยู่เรื่อยๆ

กำแพงรอบนอก Windsor Castle

คนรอเข้าชมเยอะมาก ควรไปแต่เช้าค่ะ

กำลังเข้าไปในปราสาท

ภายในดูใหญ่โตอลังการณ์

พิพิธภัณฑ์ภายในน่าชมมาก มีบ้านตุ๊กตาของเจ้าหญิงอังกฤษข้าวของเครื่องใช้หรูหราสวยงาม แต่ห้ามถ่ายรูปภายใน

ส่วนพ่อทหารยามคนนี้ถ่ายรูปได้ แต่เค้าไม่ยิ้มให้นะคะ เพราะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ค่ะ


บริเวณในเมือง Windsor เดินเล่นได้สบายๆ เจอร้านอาหารไทย2-3 ร้านแหนะ

แม่นางที่ใส่กระโปรงสุ่มนี่ มายิืนรอนักท่องเที่ยวให้ใช้บริการถ่ายรูปค่ะ

เราทานอาหารเย็นกันที่Windsor ก่อนขับรถต่อเข้าที่พักในลอนดอน เพราะคิดว่าคงถึงกันค่ำๆเนื่องจากลอนดอนก็เหมือนกันเมืองหลวงใหญ่ๆ ที่การจราจรคับคั่ง และเด็กๆ ก็เหนื่อยกันมาทั้งวันจะได้ไม่ต้องตระเวณหาที่กินกันอีก

เราพักที่โรงแรมDe Vere Venues Devonport ใน Greenwich

โรงแรมน่าพักค่ะ อยู่ในโลเกชั่นที่ดี ไม่พลุกพล่าน ใกล้สวนสาธารณะ Greenwich และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในระยะที่สามารถเดินได้ ที่สำคัญเด็กๆ พักฟรีพร้อมเตียงเสริม และจอดรถฟรีที่บริเวณโรงแรมซึ่งในลอนดอนค่อนข้างหายากมากที่โรงแรมจะมีบริการจอดรถฟรีค่ะ  (//www.deverevenues.co.uk/locations/devonport-house.html)

การเดินทางในลอนดอนนั้นเราใช้บริการรถไฟฟ้าและขาสองข้างค่ะ รถไฟฟ้าก็ใช้กันทั้งบนบกและใต้ดิน สะดวกมากๆไปได้ทุกที่ทั่วลอนดอน วันแรกขึ้นๆ ลงๆ กันจนมึนหัวไปหมด เดี๋ยวขึ้นผิดลงถูกเดี๋ยวขึ้นถูกลงผิด เพราะรถไฟมีหลายขบวน ต้องดูต้นทางและปลายทางให้ดีๆค่ะ แต่เด็กๆสนุกนะคะตั๋วรถไฟก็มีให้เลือกหลายประเภทตามความสะดวกและแพลนการเดินทางของแต่ละคนเราเลือกแบบ 1 day travelcard ใช้ได้ทั้งวัน และเด็กๆ ที่เดินทางกับผู้ปกครองฟรีค่ะ

(//www.visitlondon.com)

อ้อ...ขอเล่าความประทับใจของเจ้าหน้าที่ในสถานีรถไฟฟ้านิดนึงนะคะตอนเราซื้อตั๋วรถไฟ เราซื้อจากตู้อัตโตมัติที่สถานี Greenwich ในตู้มีให้เลือกบัตรครอบครัวและระบุอายุเด็กด้วยคือเด็ก อายุ 5 -14 มั้ง มีให้กดเลือกด้วยด้วยความที่เราไม่อยากมีปัญหาที่หลังก็กดเลือกไปด้วยให้พี่ณิชา ปรากฏว่าต้องซื้อตั๋วเด็กเพิ่มที่แรกก็แปลกใจนิดๆ เพราะหาข้อมูลจากเน็ทมาว่าเด็กฟรีค่ะ ก็นะ ไม่เป็นไรไม่ใช่บ้านเรา จ่ายไปละกัน กดไปแล้วนิ แต่พอไปลงอีกสถานีนึง มีเจ้าหน้าที่มาให้บริการเปิดปิดประตูสำหรับรถเข็นเด็กเค้าเห็นพี่ณิชาจะสอดบัตรของตัวเอง ก็ขอดู พอดูเท่านั้นก็มาโวยวายกับป๊ะป๋าว่าว้ายยย...ตายแล้ว..ทำไมเด็กตัวแค่นี้ยูต้องมาเสียตังค์ด้วย ไม่ใช่เรื่องแพงๆๆๆๆ แพงเกินไป ป๊ะป๋าและเราก็เป็นงงแต่ก็ได้อธิบายไปตามความจริง คุณเธอก็แนะนำว่า สามารถแคลมได้นะจ๊ะถ้าไปสถานีไหนแล้วมีเจ้าหน้าที่นั่งในเคาท์เตอร์อยู่ ติดต่อขอเงินคืนได้เลยแล้วเราก็ได้เงินค่าตั๋วเด็กคืนมาค่ะ จริงๆ เค้าไม่ต้องบอกเราก็ได้เน๊าะ เพราะไหนๆก็ซื้อไปแล้ว เป็นผลประโยชน์ขององค์กร แต่เค้าก็ซื่อสัตย์กับลูกค้าค่ะนับว่าเป็นความประทับใจของเราอีกเรื่องหนึ่งทีเดียว


*******

เช้าวันแรกในลอนดอน เราจะไป Backingham palace ไปดู Changing Guard กัน จากนั้นเดินไปแวะที่ Harrods แป๊บนึง เดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้มาลอนดอนนิ แล้วก็ไปดูไดโนเสาร์ที่ Natural History Museum ค่ะ

นั่งรถไฟฟ้าจากสถานี Greenwich มาลงที่สถานี Green Park แล้วเดินผ่านสวนสาธารณะ Green Park เผื่อไป Buckingham Palace เวลา Changing Guard ของที่นี่คือ 11:15 นาทีค่ะ มีผู้คนไปรอดูกันแต่เช้ามาก เพราะจะได้ไปเกาะริมรั้วเห็นกันชัดๆ แต่เราไปแบบเรื่อยๆ ให้ทันเวลาก็พอ เพราะมีเด็กเล็ก แดดก็ร้อนมากกก ถ้าไปรอกันแต่เช้าเด็กๆ คงหมดสนุก พ่อแม่ก็คงพลอยหมดอารมณ์ไปด้วย เราก็ได้ดูอยู่ห่างๆ นอกรั้ว เห็นแต่ขบวนทหารที่เดินเข้าและเดินออก แต่มีหลายขบวนมากค่ะ


เสร็จจาก Buckingham Palace ก็มานั่งพักใน Green Park แป๊บนึง เพราะอากาศร้อนมาก

จากนั้นก็เดินต่อไปยังห้างดัง Harrods ผ่าน Wellington Arch

Harrods

เดินเล่นใน Harrods รับแอร์เย็นๆ และดูของหรูหราใน Harrods กันสักพัก แบบไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกับมา แม้แต่ถุงพลาสติกติดตรา Harrods จากนั้นก็เดินไปดูไดโนเสาร์กัน

Natural History Museum


อาคารใหญ่โตอลังการณ์มาก มีนิทรรศการจัดไว้น่าสนใจให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่สำคัญฟรีนะคะ

(//www.nhm.ac.uk/visit-us/index.html)

นิทรรศการมี 4 zone แบ่งตามหมวดหมู่ แต่ที่เป็น Highlight ก็น่าจะเป็นโซนไดโนเสาร์ค่ะ เค้าจัดไว้น่าสนใจและน่าชมทุกๆ โซน เด็กๆ ดูแล้วไม่เบื่อ


ในลอนดอนนั้นมีพิพิธภัณฑ์ดีๆ ที่เปิดให้ชมฟรีมากมายค่ะ ถ้ามีเวลาก็เลือกเดินชมกันได้ทั้งวัน สำหรับเราที่มีเวลาจำกัด ก็เลือกมาที่นี่ เพราะเด็กๆ ดูได้ และผู้ใหญ่ก็ดูเพลิน เราอยู่ที่นี่กันถึงช่วงเย็น แล้วก็นั่งรถไฟกลับ Greenwich แล้วแวะทานอาหารจีนกันก่อนกลับที่พัก

ไปตะลุยลอนดอนกันต่อตอนหน้านะคะ

***


***





 

Create Date : 18 สิงหาคม 2556    
Last Update : 19 สิงหาคม 2556 0:12:13 น.
Counter : 198 Pageviews.  

England 2013#4 : Bath & Castle Combe

England 2013: เที่ยวเมืองผู้ดีปี 2

Chapter @4 – Bath & SymondsYat


Bath

วันนี้เราเดินทางกันไกลหน่อยค่ะประมาณร้อยกิโลได้จาก Kemerton ถึง Bath แต่ก็ไปกันแบบสบายๆ ค่ะ ไม่รีบร้อนอะไรทานอาหารเช้ากันเสร็จก็ออกเดินทาง เราใช้บริการ Park & Ride โดยนำรถไปจอดด้านนอกตัวเมืองBath และนั่งรถบัสเข้าไปในตัวเมืองค่ะ ประมาณ 10-15 นาที ก็ถึงค่ะ และสะดวกสบายมาก เด็กๆ ก็ชอบ เพราะสนุกสนานได้เปลี่ยนบรรยากาศการนั่งรถ รวมทั้งประหยัดค่าที่จอดรถในเมืองด้วยซึ่งราคาแพงกว่าบริการ Park & Ride ที่สามารถจอดได้ทั้งวัน ส่วนใหญ่ตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆของอังกฤษ มักจะมีบริการนี้ค่ะ

(//visitbath.co.uk)

รถบัสที่นำเราสู่ตัวเมือง Bath

ลงจากรถแล้วก็กางแผนที่เริ่มเดินทางสำรวจ Bath ไปชมจุดHighlight ของที่นี่กัน

Pultenney Bridge


สามารถเดินข้ามสะพานนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งได้ค่ะ บนสะพานมีร้านค้าเล็กๆ และร้านกาแฟให้นั่งจิบชมวิวแม่น้ำด้วย

บริการให้เช่าเรือคายัค


เราเดินข้ามมาอีกฝั่งค่ะ และเดินชมวิวเลาะแม่น้ำ Avon ไปยังอีกสะพานหนึ่งเพื่อข้ามกลับมายังฝั่งตัวเมือง

Sally Lunn’s Historic

The Oldest house in Bath

ตอนไปถึงร้านยังไม่เปิดค่ะ เลยอดเข้าไปชมด้านใน

ร้านขายของน่ารัก ๆ

Bath Abbey

โบสถ์นี้เปิดให้ชมภายในได้ทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์เพราะจะมีพิธิกรรมทางศาสนาค่ะ และเราก็โชคดีเสียนี่กระไรที่ไปกันวันอาทิตย์พอดีค่ะ


Roman Baths : Hot Spring

ถ้ามา Bath แล้วไม่ได้เข้าชมที่นี่ก็เหมือนไม่ได้มานะคะ

สามารถเดินชมได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

แม่นางสองนางนี้ มานั่งสาธิตทำเครื่องหอมโบราณให้ดู

ส่วนพ่อหนุ่มโรมัน ก็สาธิตการทำอะไรสักอย่าง (ลืมถามค่ะ)

ส่วนสองนางนี้ มานั่งกด Audiogiede ฟัง ริมอ่างน้ำร้อนประหนึงว่าเธอฟังรู้เรื่อง ถ้าเข้ามาชม Roman Bath จะได้รับแจก Audioguideให้กดฟังตามจุดต่างๆ มีเวอร์ชั่นสำหรับเด็กๆ ด้วย มีถึง 8 ภาษาให้เลือก ยกเว้นภาษาไทยและภาษาดัตช์อืมมมม....นะ..

ภายในยังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติและความเป็นมาของRoman Bath

ใช้เวลาอยู่ในRoman Baths ค่อนข้างนานพอสมควรค่ะ เพราะมีอะไรให้ดูเยอะมาก จากนั้นก็เดินออกไปยังBath Center กัน นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ


ตกบ่ายพลังงานก็หมด หยุดพักเติมพลังกันนิดนึงที่ RoyalVictoria Park

(คุณพ่ออาสาไปหาเสบียง ส่วนคุณลูกกับคุณแม่ของีบเอาแรงแป๊บนึง)

เดินเล่นใน Victoria Park แป๊บนึง

Royal Crescent (บน) & The Circus (ล่าง)

จากนั้นก็ใช้บริการPark & Ride กลับมายังที่จอดรถเหมือนเดิน เพื่อเดินทางกลับระหว่างทางเราแวะที่เมือง Castle Combe กันแป๊บนึง ที่นี้อยู่ไม่ไกลจาก Bathเท่าไรค่ะ

Castle Combe

ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์อีกเมืองนึงเลยค่ะ

Symonds Yat – Wye river

วันต่อมาก็เอาใจเด็กๆกันหน่อยค่ะ เพราะเที่ยวแต่เมืองโบราณ ตึกโบราณ เดี๋ยวจะเซ็งก็เลยพาไปพายเรือแคนูกันค่ะ ชอบกันมาก เพราะได้จอดเรือปิคนิค เล่นน้ำกันด้วย เราขับรถออกไปทางตะวันตกไปพายเรือแคนูกันที่แม่น้ำ Wyeแม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำเล็กๆ แต่ธรรมชาติมากๆ ไหลผ่านหลายเมืองเราเลือกไปพายกันที่เมือง Symonds Yat ก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากค่ะเพราะหาข้อมูลที่ให้เช่าเรือได้ที่นี่นี่เอง แต่วันนี้เราค่อนข้างเสียเวลาพอสมควรกับการหาที่เช่าเรือแคนู เรื่องของเรื่อง ที่อังกฤษนี่ค่อนข้างเข้มงวดมากกับกฏระเบียบและความปลอดภัยของผู้เช่า เค้าจะอนุญาตให้เด็กอายุตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไปเท่านั้น ในวันที่เราไปคุณหญิงเล็กเธอยังไม่4 ขวบเต็ม ขาดไป 1 วัน!!ค่ะ 1 วัน เท่านั้นจริงๆ พรุ่งนี้ก็สี่ขวบแล้ว แต่ที่แรกที่เราไปเช่าเค้าไม่ให้ค่ะ คุณพ่อเธอซื่อสัตย์บอกตามความจริง เพราะคิดว่าเค้าคงหยวนๆฮะฮ้า....ไม่เลยค่ะ สี่ขวบก็คือสี่ขวบ น้อยกว่านั้น ไม่ว่าจะกี่วัน ก็หมดสิทธิ เซร็งงงงงอย่างมากกกก ขับรถมาตั้งหกสิบกว่าโล แล้วไงล่ะ จะขนแห้วกับไปกินดีไหม๊เนี่ยไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ ชีวิตยังมีหว้งไม่อยากให้เด็กๆ เสียความตั้งใจ ก็เลยลองหาที่ใหม่โดยไปถาม tourist information center ก็ได้รายชื่อมาสองสามรายและในที่สุดเราก็ได้พายเรือลั่ลล้ากัน แต่จริงๆที่ที่สองนี่เค้าก็เข้มงวดเรื่องอายุเด็กนะคะ แต่คราวนี้น้องญาณิณเธอสี่ขวบแล้วค่ะแหะๆๆ ว่าไป ก็ไม่ดีเท่าไรนะคะ กฏก็คือกฏ รวมทั้งความปลอดภัยด้วย อันนี้ก็ต้องใช้วิจารณญาณของผู้ปกครองค่ะว่าจะตัดสินใจอย่างไร


แล้วเวลาที่เราพักใน Cotswold หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ก็หมดลงอย่างมีความสุขและสนุกสนาน

ตอนหน้าเข้าเมืองหลวงกันนะคะ




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2556    
Last Update : 13 สิงหาคม 2556 16:40:26 น.
Counter : 724 Pageviews.  

England 2013#3 : Cotswold

England 2013 : เที่ยวเมืองผู้ดีปี 2

Chapter@3 – Cotswold District #2

วันนี้เรามีสมาชิกทัวร์มาเพิ่มค่ะคุณลุงกับคุณป้าที่เดินทางไปเที่ยวเวลล์มาก่อนหน้านี้แวะพักและมาเยี่ยมเราก่อนกลับฮอลแลนด์ ทำให้บรรยากาศทัวร์ของเราสนุกสนานเพิ่มขึ้นและทำให้คุณแม่สบายขึ้นนิ๊ดนุง เนื่องจากมีคนช่วยดูเด็กๆ คุณลุงกับคุณป้าพัก B&B ใกล้ๆ กับที่พักของเราสองคืนค่ะ เราเข้าเมืองกันมาหลายเมืองแล้ววันนี้เปลี่ยนไปเดินชมทุ่งกันค่ะ จุดมุ่งหมายของเราอยู่ที่Bredon Hill ซึ่งสามารถเดินจากที่พักของเราใน Kemerton ขึ้นไปได้

นี่ค่ะจุดมุ่งหมายของเรา หอคอยที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขา (ภาพจากอินเตอร์เนท)

และตามคำบอกเล่าของคนที่นี้รวมทั้งแผ่นพับของที่พัก เค้าว่าวิวข้างทางสวยมาก และถ้าเดินไปถึงหอคอยจะได้เห็นภาพพาโรนามาที่งามมากๆ ดังนั้นเราจึงพลาดไม่ได้ตามคำที่เค้าว่า ว่าแล้วก็เดินทางกันเลยค่ะขึ้นบ้าง ลงบ้าง สนุกสนาน



เดินผ่านทุ่งข้าวบาร์เลย์ที่กำลังออกรวงเหลืองอร่ามทำให้คิดถึงรวงข้าวบ้านเราเลย



แปลงนี้่ยอดยังอ่อนสีเขียวก็สวยดีนะ



มีดอกป๊อบปี้แซมบ้าง



ทุ่งดอก canola (or field mustard มีหลายชื่อค่ะ) เหลืองอร่าม ที่นำเมล็ดมาสกัดเป็นน้ำมัน



แต่เอ...เดินๆกันไป ชั่วโมงกว่าๆ ทำไมไม่เห็นหอคอยบนยอด Bredon hill สักทีนา ชักเริ่มไม่แน่ใจ เนื่องจากเราไม่มีแผนที่ที่แน่นอนและไม่มีป้ายบอกทางชัดเจนนัก เราจึงเดินกันตามเส้นทางที่เค้าว่ามา ขาสั้นๆของลูกทัวร์ตัวเล็กเริ่มชักไม่อยากจะเดินแล้วสิ ลูกอมเพิ่มพลังขาที่เอาไว้หลอกล้อก็ใกล้จะร่อยหรอลงทุกทีจึงคิดกันว่า เดินกลับกันดีกว่า เราคงหาทางไปไม่เจอ และก็จริงอย่างที่คิดระหว่างทางที่เดินกลับ เจอสาวน้อยขี่ม้ามา ก็เลยถามทางเค้าเธอบอกว่าต้องไปอีกทางนึง ซึ่งเราเลี้ยวผิดไปนิดเดียว (ทำไมไม่เจอกันก่อนหน้านี่นะ) แต่ถ้าจะให้เดินย้อนไปก็คงไม่ไหว ท้องเริ่มหิว เธอบอกว่าถ้าขี่ม้าแบบเดินไปเรื่อยๆก็ประมาณ 20 นาที ดูเหมือนจะไม่ไกลแฮะ แต่กับขาสั่นๆ นี่คงอีกเป็นชั่วโมงแน่ๆแล้วเราก็เดินกันมาชั่วโมงกว่าแล้ว อีกทั้งมีแพลนว่าช่วงบ่ายจะไปอีกที่หนึ่งด้วย และทุกๆคนก็เห็นว่าได้เดินเล่นชมวิวทุ่งข้าว ทุ่งดอกไม้ กับอากาศดี ๆ ก็มีความสุขแล้วค่ะวันนี้ก็ชม Kemerton hill ไปแทน แล้วไปดู Bredon hill จากทางอินเตอร์เนทละกันนะ


ร้อนมากกกก แต่ยังยิ้มออกข้า :-)


หลังจากที่เราเดินลงมาจากKemerton hill แล้ว ก็ขับรถไปยังเมือง Warwick ซึ่งห่างจาก Kemerton ประมาณ 60 กม. ไปชมWarwick Castle กัน

Warwick

WarwickCastle สวยและอลังการณ์มาก มีกิจกรรมและโชว์รอบๆ รวมทั้งภายในปราสาทหลากหลายให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รวมกิจกรรมกันได้ทั้งวันและแน่นอนค่าเข้าชมปราสาทก็สูงตามค่ะ แต่เราก็ตัดสินใจเข้าไปค่ะ เพราะไหนๆก็มาแล้วตั้งไกล และคงจะเสียเวลาถ้าต้องหาที่ไปที่อื่นอีกถ้าเรามากันตั้งแต่ช่วงเช้า คงจะคุ้มกับค่าเข้าชม เพราะจะได้ดูทุกๆ โชว์ และได้ร่วมกิจกรรมหลากหลาย

กำแพงรอบนอกปราสาท


ลานกว้างด้านใน


สามารถขึ้นไปชมวิวบนหอคอยรอบๆ ปราสาทได้ค่ะ


ปีนขึ้นไปสูงมาก แต่ก็ได้ชมวิวสวย ๆ




บันไดวนที่ต้องปีนขึ้นปีนลง หลายปล่องมาก กว่าจะครบทุกหอคอย


ลำธารด้านหลังปราสาท มีเขื่อนทดน้ำด้วย


ด้านข้างปราสาท


ส่วนหนึ่งของสวนภายในบริเวณปราสาท มีนกยูงเยอะมากค่ะ สิบกว่าตัวได้


นิทรรศการภายในปราสาทชั้นบน มีการแสดงส่ิงของเครื่องใช้โบราณ และหุ่มขี้ผึ้งบุคคลสำคัญ


ส่วนหนึ่งของนิทรรศการในชั้นใต้ดินของปราสาท แสดงวิถีชีวิตและการทำเครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อน


ส่วนหนึ่งของนิทรรศการด้านนอกรอบๆ ปราสาท


Show : Jousting Tournament

Show : Flight of the Eagles


วันรุ่งขึ้นคุณลุงกับคุณป้าต้องเดินทางต่อเพื่อกลับฮอลแลนด์ ส่วนเราก็พักผ่อนอยู่ที่พักไม่ได้ออกตะลอนค่ะวันนี้ เพราะต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าและเปลี่ยนฐานทัพย้ายไปเมืองหลวงกันในวันต่อไป

ก็ดีนะคะ ได้พักบ้าง ตะลอนทุกวันก็ไม่ไหว เด็กๆ ได้ว่ายน้ำเล่น ดูการ์ตูนอยู่บ้านก็มีความสุขแล้วค่ะ ช่วงเย็นเราออกไปทานอาหารกันที่เมือง Winchcombe ที่นี่เรามาทานข้าวเย็น แล้วเดินเล่นย่อยอาหารกันนิดนึงเท่านั่นค่ะ




เราเที่ยวใน Cotswold เพียงแค่นี้ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วยังอยากไปในอีกหลายเมืองในแถบนี้นะคะ แต่เราก็ต้องเลือกเอาน่ะค่ะและต้องดูสภาพลูกทัวร์ด้วย แค่นี้ก็ประทับใจแล้วค่ะ


ตอนหน้าเราไปลงอ่างกันที่ Bath นะคะ




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2556    
Last Update : 11 สิงหาคม 2556 4:12:33 น.
Counter : 501 Pageviews.  

England 2013#2 : Cotswold

England#2 : เที่ยวเมืองผู้ดีปี 2

Chapter @2 – Cotswold District

Cotswold เป็นหนึ่งใน 38 AONBs (Areaof Outstanding Natural Beauty) ของอังกฤษและเวลล์

ลักษณะเด่นของCotswold ก็คือกำแพงหินที่ตั้งเรียงรายทอดยาวไปทั่วทุ่งซึ่งคนสมัยก่อนจะนำหินมาว่างเรียงก่อตั้งกันเป็นกำแพง หรือรั่วบ้านโดยไม่ได้ใช้ปูนหรือวัสดุอะไรเชื่อมระหว่างก่อนหินเลย แต่รั้วก็ไม่พังค่ะพอนานเข้าธรรมชาติจะเชื่อมต่อหินกันโดยธรรมชาติ โดยมอสบ้าง หรือรากไม้บ้าง

ซึ่งปัจจุบันเมืองแต่ละเมือง หรือเกือบแทบทุกเมืองในเขตCotswold ยังออกกฏหมายบังคับ ให้ประชาชนที่จะสร้างรั้วบ้านต้องเป็นแบบ Cotswoldwall เท่านั้น (แต่สามารถใช้ปูนเชื่อมได้ค่ะ)เพื่อเป็นการอนุรักษ์และรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเอาไว้

(ประวัติและข้อมูลเพิ่มเติมเชิญที่เวปไซด์  //www.cotswoldsaonb.org.uk ค่ะ)


วันแรกของการทัวร์ Cotswold หลังจากทานอาหารเช้ากันแล้ว เราก็พากันเดินสำรวจบริเวณในเมืองที่พักกันก่อนเมือง Kemerton ซึ่งน่าจะเรียกว่าเป็นหมู่บ้าน หรือ Village ก็น่าจะได้มั่ง เพราะเมืองเล็กมาก เดินแป๊บเดียวก็ทั่วค่ะ จริงๆ แล้วเมืองนี้ไม่มีจุดเด่น หรือสถานที่ท่องเที่ยวอะไรค่ะ แต่เราเลือกพักที่นี้ก็เพราะกระท่อมน้อยริมธารนั่นเอง





หลังจากนั้นเราก็ขับรถออกทัวร์ เมืองดังๆ ในย่านนี้กัน เริ่มต้นด้วย Stratford upon Avon ผ่านเมือง Chipping Compden แวะที่ Stow-on-the-Wold แป๊บนึง และสุดท้ายสำหรับวันนี้ที่ Bourton on –the-water

Stratford-upon-Avon : Shakespeare's Town

ใครที่ชื่นชอบผลงานของ Shakespeare คงไม่พลาดที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนเมือง Stratford-upon-Avon นะคะ (ขนาดเราเองไม่ได้อินกับวรรณคดีฝรั่งอะไรมากมาย ยังอยากมาดู ตามเขา แหะๆๆ) เพราะที่นี้เป็นสถานที่เกิดของ Shakespeare รวมทั้งครอบครัวของเค้าด้วย บ้านเกิดของ Shakespeare รวมทั้งบ้านของเหล่าวงศาคณาญาติจึงนับว่าเป็นจุดขายของเมืองนี้ค่ะ และแน่นอน นักท่องเที่ยวเยอะมากกกกก โดยเฉพาะทั่วญี่ปุ่นและจีน



นี่ค่ะ บ้านเกิดของ Shakespeare

เราไม่ได้ไปเยี่ยมครอบครัวของ Shakespeare ทุกบ้านหรอกนะคะ แค่เห็นคนรอเข้าชมบ้านของเค้าเอง ก็เหนื่อยแล้วค่ะ คนเยอะมาก ก็เดินเล่นในเมืองกันแป๊บนึงแล้วก็เดินทางต่อค่ะ

ระหว่างทางผ่านเมือง Chipping Campden เห็นหลังคาและรัวของบ้านนี้มาแต่ไกล ไม่ได้แล้วค่ะ....เบรคคคคคค…จอดรถ แล้วลงไปถ่ายรูปทันที 

แถมยังเดินต่อไปถ่ายรูปบ้านอื่นๆ ด้วย


Stow-on-The-Wold

เมืองนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ แวะพักทานอาหารกลางวันกันไม่นาน แล้วก็ไปกันต่อ


Bourton-on-The-Water

เมืองนี้น่ารักค่ะ ผู้คนพากันมานั่งเล่นริมน้ำ ปิคนิคบ้าง อ่านหนังสือกันบ้าง เด็กๆ ก็ลงไปเล่นน้ำได้เพราะน้ำตื้น ที่นี้ยังมี Motor Musuem ด้วยนะคะ

กิจกรรมประจำวันเวลามาเที่ยวนี่เลยค่ะ ไอติมกันคนละแท่ง อื่มมมม…Yummy!!


ปล..สองวันต่อมาเราขับรถออกไปเที่ยวนอกเขต CotswoldDistrict ไปถึงเมืองอ่างอาบน้ำ Bath ซึ่งคราวที่แล้วพลาด ไม่ได้ไป ครั้งนี้ก็เลยต้องมาเก็บตก และอีกวันก็พาเด็กๆ ไปพายเรือแคนนูกันที่แม่น้ำ Wye แต่เก็บไว้เล่าในตอนหลังดีกว่าค่ะ ตอนนี้จะได้เป็นเนื้อที่ของ Cotswold District ล้วนๆ นะคะ

อีกสามวันถัดมาเราไปเมือง Bibury ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักไปทางใต้ประมาณ 60 กม. หลังจากนั้นก็ย้อนขึ้นมาชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่เมือง Snowshill และแวะ Broadway Tower ซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับที่พัก

Bibury : a charming & Tripically Cotswold Village

Bibury is one of the world's most picturesquevillages (From Fox News)

ความมีเสน่ห์ของเมืองนี้อยู่ที่Arlington Row cottate ค่ะ อีกทั้งยังมีลำธารเล็กๆไหลผ่าน และยังเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลาเทราธ์ที่มีชื่อด้วยนะคะ


เดินเล่นอยู่ที่ Bibury กันสักพักใหญ่แล้วก็เดินทางต่อ แวะปิคนิคทานอาหารกลางวันข้างทางสักแป๊บ ก่อนจะไปถึงเมือง Snowshill

Snowshill

จริงๆแล้วเรามาที่นี้เพื่อที่จะดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่เค้าปลูกไว้ทำเครื่องหอมต่างๆ แต่ว่าพอมาถึงหญิงเล็กของเราหลับไปซะแล้ว เราเลยไม่ได้เข้าไปชมใกล้ๆ ข้างใน เพราะถ้าจะเข้าไปต้องเสียตังค์ด้วย และครั้นจะปลุกคุณหญิงเธอขึ้นมา ก็คงงอแง และอารมณ์เสียกันไปหมด ดอกม้งดอกไม้และนางแบบคงไม่เหลือความงาม แต่อย่ากระนั้นเลย ไหนๆ มาก็ถึงแล้วนี่นะ ซูมถ่ายเอาข้างทางก็น่าจะพอได้เน๊อะ

แปลงที่อยู่ข้างทางสีไม่สดใสเหมือนแปลงที่ต้องเสียตังค์เข้าไปดูเลย ให้ตายสิ

Broadway Tower


หมดแรงแล้วค่ะ ขอพักเติมพลังก่อน แล้วต่อ Cotswold อีกนิดหน่อยตอนหน้านะคะ 




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2556    
Last Update : 8 สิงหาคม 2556 4:34:23 น.
Counter : 953 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

Natteke
Location :
Thailand- Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





This blog is created by love :-)




Friends' blogs
[Add Natteke's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.