ครีมรองพื้น….ร่องรอยที่อยากลบเลือน
ครีมรองพื้น….ร่องรอยที่อยากลบเลือน
หกโมงเช้า ฉันตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อย นัยน์ตาลืมอย่างเหม่อลอย ร่างกายเปลือยเปล่าบนผ้าห่มผืนใหญ่ ฉันพลิกตัวสัมผัสเนื้ออุ่นๆ เขายังคงหลับสนิทอยู่ข้างกายฉัน ใบหน้ายามหลับของเขามีเสน่ห์อย่างประหลาด มันเหมือนใบหน้าของเด็กน้อยที่พริ้มหลับอยู่ในความฝันอันแสนสุข
อา ใช่แล้ว สัมพันธภาพทางอารมณ์และร่างกายอันลึกซึ้งระหว่างเราเมื่อคืน คงค้างแรมอยู่ในห้วงคำนึงของเขา เขาอาจจะกำลังฝันถึงห้วงราคะอันสุขสมอยู่กระมัง ฉันนึกภูมิใจในความสามารถเสนอและสนองอารมณ์ให้เขาได้สุขล้นจนยิ้มในฝันได้ขนาดนี้
ความหล่อยามหลับใหลของเขาทำให้ฉันอดชื่นชมไม่ได้ ฉันนอนมองเขาหลับอยู่ครู่หนึ่งก่อนพาร่างล่อนจ้อนออกจากผ้าห่ม เดินไปไม่กี่ก้าวเพื่อหยิบเสื้อผ้าที่ถอดสะเปะสะปะเอาไว้ทั่วห้องช่วงอารมณ์กำหนัดเมื่อคืน ฉันคว้าเสื้อเชิร์ตสีขาวของเขามาใส่ ติดกระดุมสามเม็ดล่างแล้วปล่อยส่วนของลำคอและช่วงอกเพื่อโชว์สัดส่วนอันเร่าร้อนของตัวเอง ฉันเซ็กซี่ ใช่แล้ว หนุ่มๆที่ออฟฟิตหลายคนมองฉัน ชื่นชมวัยสาวแม้จะไม่แรกรุ่นแต่ยังคงบานสะพรั่ง ฉันภูมิใจในความสาวของตัวเองเสมอ
………………..

หกโมงยี่สิบสามนาที เขาพลิกตัวไปมา คงใกล้ตื่นแล้วสินะ ฉันเดินไปชงกาแฟ สำหรับฉันต้องกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลผสมน้ำเย็นให้กินได้ทันที ฉันซดโฮกเดียวด้วยความรีบร้อน ล้างหน้าและมุ่งตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง บรรจงปาดครีมรองพื้นที่ควักมาจากกระปุกลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ครีมรองพื้น อุปกรณ์เสริมความมั่นใจที่ขาดไม่ได้ ครีมรองพื้นมีไว้ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน ลบเลือนรอยด่างดำบนใบหน้าให้จางลงได้ และที่สำคัญ มันทำให้ฉันสวย
ความรู้รอบด้านเครื่องสำอางทำให้ฉันรู้ว่า ครีมรองพื้นมีหลายแบบ ทั้งแบบสติกซึ่งเป็นเนื้อครีมเข้มข้นไปจนถึงแบบเหลวที่มีเนื้อบางเบา ยิ่งเนื้อครีมรองพื้นเข้มข้นเท่าไหร่ยิ่งปิดรอยด่างดำได้มากเท่านั้น ฉันเลือกครีมรองพื้นแบบเหลวผสมมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อบำรุงผิวไม่ให้แห้งเกินไปและปกปิดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรองพื้น ฉันปัดบลัชออนสีเอิร์ทโทนเพื่อปรับสีพวงแก้มให้ดูสดใสเป็นธรรมชาติ ก่อนที่จะเช็คความสวยขอตัวเองว่าเข้าที่ดีหรือยัง
ฉันเช็คใบหน้าตัวเองอีกครั้ง อืม สวยเข้าที่ พร้อมแล้วที่ใครสักคนจะลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าอันเรียบเนียนนี้แล้ว และเป็นไปตามคาด เขาลุกจากเตียงบิดขี้เกียจสองสามทีแล้วเดินตรงมาหาฉันด้วยรอยยิ้ม
ฉันไม่เคยปล่อยให้ใบหน้าดูโทรมต่อหน้าเขาเลย เขาเดินตรงมาจูบฉันฟอดใหญ่ มือที่ซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ต้นคอ และลุกลามล่วงเกินเข้าไปในเสื้อเชิร์ตตัวโพล่ง ฉันไม่ขัดขืนเขาสักนิด ซ้ำยังแอ่นตัวเข้าไปใกล้ให้ร่างกายเราได้เสียดสีกัน เราทั้งสองหายใจแรงเร็วขึ้นเป็นจังหวะเดียวกัน เป็นสัญญาณเล็กๆที่บอกว่า มหกรรมรักของวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง เขาเริ่มจูบฉันตรงโน้นที ตรงนี้ที ฉันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เหมือนกับฉันรับรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ความเคลื่อนไหวของเขาอย่างทันเกมส์ ต้นคอ เรียวขา หน้าอก และสะโพก เราทั้งสองก้าวประสานเหมือนเป็นร่างเดียวกัน ถอยกลับมายังเตียงนุ่ม และ...ใช่...สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามคาด
...เก้าโมงสิบสองนาที ฉันเหลือบมองนาฬิกา เวลาผ่านไป สองชั่วโมงครึ่งอย่างรวดเร็ว เราเสร็จกิจมาราธอนเวลาเก้าโมงสิบสองนาที ทั้งฉันและเขานอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ฉันสัมผัสได้ถึงฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจากกลิ่นเหงื่อที่ผุดเม็ดเป้งๆตามตัวเขา เช่นเดียวกัน ฉันเหงื่อโทรมกาย ให้ตายเถอะ เมื่อเช้าฉันเผลอไปปิดแอร์ด้วยกลัวว่าอากาศจะหนาวเกินไป หน้าของฉันในยามนี้มันเปลือยเปล่าหมดร่องรอยของครีมรองพื้นหน้าใสไปเสียแล้ว เจ้าผิววัยสามสินต้นๆโผล่มาจ๊ะเอ๋โดยไม่ตั้งใจ ฉันไม่อยากให้เขาเห็นหน้าฉันเลย ฉันไม่มั่นใจเมื่อไม่มีครีมริพื้นอยู่บนใบหน้า ฉันจึงนอนตะแคงหันหลังให้เขา
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
“ฮัลโหล” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เหลือบมามองฉันที่ยังคงนอนหันหลังให้เขาด้วยความอายใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย
ฉัน ที่นอนหันหลังให้เขาอยู่ในขณะนี้ รู้สึกได้ว่า เขากำลังเดินไปยังระเบียงเพื่อคุยโทรศัพท์กับปลายสายอันลึกลับ
“จ้า จ้า” เสียงของเขานุ่มนวลและสุภาพเสมอ เขาค่อยๆกระซิบ ทว่า ความเงียบของสายวันเสาร์ทำให้เสียงของเขาเล็ดลอดเข้าหูฉัน
“เดี๋ยวกลับแล้ว ล่ะจ้ะที่รัก ผมอยู่บ้านเพื่อนน่ะ”
อา ..ฉันรู้แล้ว เสียงปลายสายคงเป็น ตัวจริงของเขาที่รออยู่ที่บ้าน
ฉันชอบใช้คำว่า ‘ตัวจริง’ มากกว่าคำว่า ‘เมีย’ เพราะคำหลังมันแทงใจดำและตอกย้ำสถานะ ‘ชู้’ ของฉันเหลือเกิน เช่นเดียวกัน ฉันมักจะบอกเพื่อนสนิทว่า สถานะของเราคือ กิ๊ก หาใช่ชู้ไม่
เขาหยิบเสื้อผ้าทุกชิ้นของเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 5 นาที เขาก็คว้าครบทุกสิ่งอย่าง ก่อนจะเดินมาจูบลาฉัน แล้วจากไป
เกือบสองปีแล้วสินะที่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขา ผู้ซึ่งมีเจ้าของหัวใจทางนิตินัยแล้ว
และเกือบสองปีที่เราปกปิดความสัมพันธ์เอาไว้อย่างเงียบๆ แม้เพื่อนที่ทำงานบางคนแอบสงสัยและซุบซิบนินทาเป็นครั้งคราว ฉันเรียนรู้ที่จะปิดปากเงียบ และแสดงความรู้สึกระหว่างกันแบบลับๆ หลายครั้งที่ฉันลูบไล้ต้นคอเพียงสองสามที เป็นอันรู้กันว่าเย็นนี้ฉันจะรอคุณ เขาไม่เคยปฏิเสธความต้องการของฉันแม้แต่นิดเดียวเช่นเดียวกันกับที่ฉันไม่เคยปฏิเสธความต้องการเขาเลยสักครั้ง
อา ใช่แล้วฉันต้องการเพียงเขา อ้อมกอดอุ่นๆที่ทำให้ฉันยิ้มในใจ ...แม้เพียงชั่วข้ามคืน....
ส่วนเขาน่ะเหรอ ฉันไม่เคยถามความต้องการที่แท้จริงของเขาเลย ฉันเดาเอาว่ามันคงเป็นความสุขที่ได้ลิ้มรสรักในซอกหลืบชีวิตกับฉัน ทุกครั้งที่ฉันปาดครีมรองพื้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนเมคอัพ ฉันมักคิดถึงเรื่องนี้เสมอ....เขาเองคงไม่ต่างจากฉัน บางครั้งชีวิตอันแสนสุขภายใต้ครอบครัวอันอบอุ่นอาจเป็นครีมรองพื้นให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างสง่างามเต็มภาคภูมิ คงมีแต่ตอนที่อยู่กับฉันที่เขาจะได้เปลือยเปล่าทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างเต็มที่

บ่ายวันเสาร์ที่เดียวดายอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บลึกของคนกินน้ำใต้ศอก ถ้าใครไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจและได้แต่สาปส่งตัวเองที่รักเขาหัวปักหัวปำถึงเพียงนี้ ฉันไม่ขอความเห็นใจจากใคร ในเมื่อฉันรู้อยู่แล้วว่าเขามี ตัวจริง เป็นตัวเป็นตนพร้อมพยานรักสองคน ฉันยังคงเผลอใจและปล่อยตัวไปอย่างหลงระเริง และบอกตัวเองสั้นๆว่า “ช่างมัน”
“สองคนเป็น กิ๊ก กันรึเปล่าเนี่ย” “โน่น กิ๊ก เธอมาโน่นแล้ว”
สารพัดเสียงหยอกล้อของเพื่อนที่ทำงาน ที่รู้อยู่ว่าเราเป็นอะไรกัน ฉันยังคงอ้ำอึ้งอยู่เสมอ ก็เราไม่เคยแสดงความรักกันอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน มีบ้างบางครั้งที่เราส่งสายตาคุยกัน และน้อยครั้งที่เราร่วมรักกันที่ลับๆในที่ทำงาน...ขอย้ำว่าน้อยครั้งจริงๆ เว้นแต่ช่วงที่ทนไม่ไหว
ฉันรักเขาหรือเปล่า ฉันเคยถามตัวเอง ...ในเมื่อวัยสาว...แม้จะไม่แรกรุ่นอย่างฉัน ยังมีชายโสด สนใจอยู่บ้าง แต่ฉันไม่เคยชายตาแล หรือแม้แต่ให้ความหวังไอ้หนุ่มหน้าไหนเลย ทั้งๆที่สาวออฟฟิตทุกคนต่างรอที่จะเดินจากเกมส์ ‘รถด่วนขบวนสุดท้ายกัน’ เป็นทิวแถว แต่ฉันไม่เคยสนใจ...หรือฉันรักเขา ก็เขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ไม่ว่ายามเขาใส่สูทขึงขัง หรือยามเปลือยล่อนจ้อนอยู่บนเตียง
แต่คงไม่สำคัญแล้วในเวลานี้ เมื่อฉันคืนร่างมาเป็นแม่สาวโสดเหงาๆเฉาๆอยู่คนเดียวในบ่ายวันเสาร์ ใบหน้าที่เปลือยเปล่าไร้ซึ่งเครื่องสำอางแต่งแต้ม เวลานี้ฉันสามารถโชว์ริ้วรอยทุกเส้นบนใบหน้าได้อย่างไม่อายใคร ไม่ต้องพึ่งครีมรองพื้นและบลัชออนให้ดูเนียนใสหรือกระชับเด้งกว่าวัย ในเมื่อครีมรองพื้นมีไว้ปกปิดจุด่างดำบนใบหน้าในยามที่อยู่กับเขาเท่านั้น เช่นเดียวกับบาดแผล
ในหัวใจที่ออกมาเปิดเผยความช้ำของคำว่า ‘ชู้’ อย่างเจ็บช้ำในเวลานี้ ฉันปล่อยให้ทั้งสองสิ่งได้ออกมาเปิดเผยบ้างในเวลาอันเดียวดาย แล้วค่อยปกปิดมันอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ เมื่อฉันเดินไปหาเขาด้วยใบหน้าสดใสสวยอ่อนวัยอย่างเคย พร้อมกับปกปิดความปวดร้าวในหัวใจ และลืมความรู้สึกนั้นไปอีกพักใหญ่จนกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลับมาอีกครั้ง
อา ...ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านครีมรองพื้นเสียแล้ว




Create Date : 22 พฤษภาคม 2554
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2558 10:59:30 น.
Counter : 351 Pageviews.

2 comments
  
เขียนได้อีโรติคมากๆค่ะ
โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:59:45 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: natstered วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:59:58 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

natstered
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]