Group Blog
 
All blogs
 

อัพเดท อัพเดท กันหน่อยเร้วววววว




มาอัพเดทสุขภาพกันหน่อยนะ หลังจากไม่ได้อัพเดทสุขภาพมาซะนาน
แล้วอีกอย่าง นี่ก็จะครบสองปีและ จะมีใครงงมั๊ย อัพเดททำไม
ลอง คลิกไปอ่านบทความอันเก่าก่อนแล้วกัน <<มาอัพเดทสุขภาพกันจ้า (ฟัน ฟัน ฟัน)>>

แต่สำหรับคุณอ้อนไม่งงแน่นอน อิอิ

เมื่อเดือน ก.พ. เราไปหาหมอมา โดยรวมก็โอเคนะ
แต่...
.
.
เรายังมีฟันคุดอีกหนึ่งซี่ ถ้ามองจากข้างนอก มันจะอยู่ใต้จมูกด้านซ้าย
ดูได้จากฟิล์มที่เราเอามาให้ดูกัน ตรงที่เราวงไว้นั่นแหละ
แต่ว่าเราได้คุยกับหมอฟัน ที่เคยรักษาเราตั้งแต่แรก แล้วก็ดูแลเราเป็นอย่างดีด้วย
เค้าบอกว่า "ดูจากฟิล์มแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าต้องหมั่นเอ๊กซเรย์ ทุกปี
เพื่อดูความเคลื่อนไหว ว่ามันจะมีอะไรหรีอป่าว"

และหมอที่ผ่า เค้าก็บอกว่า "ไม่มีอะไรเหมือนกัน และต้องคอยมาหาหมอเรื่อยๆ เอีกซเรย์ ปีละหน เพือดูความเปลี่ยนแปลงของมัน แล้วอีกอย่าง ตรงที่ผ่าไว้ของเก่า ก็ต้องหมั่นมาหาหมอเพื่อเช็คดูว่า มีการลามไปอีกเหรอป่าว แค่หมอได้ตัดออกไปเผื่อไว้แล้ว แต่ว่าก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะบางคน ผ่านไป 10 ปี ก็เพิ่งจะออกอาการ ว่ามันเกิดการลาม"


เฮ้อ!!!

เหนื่อย!!!


แต่ว่าตอนนี้เราไม่ได้คิดมากไรหรอก อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิด
แล้วเราเองก็ทำงาน จนเกือบลืมไปเลย ว่าร่างกายไม่ได้ 100% เหมือนเดิม
สู้ๆๆ

ฝากถึงทุกคนนะคะ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ




 

Create Date : 28 มีนาคม 2552    
Last Update : 28 มีนาคม 2552 23:38:58 น.
Counter : 3331 Pageviews.  

มาอัพเดทสุขภาพกันจ้า (ฟัน ฟัน ฟัน)

มาแล้ว..มาแล้ว  วันนี้จะมาขออัพเดทสุขภาพกันหน่อยนะ


ใครหลายที่เคยเข้ามาอ่านประจำ หรือไม่ประจำหรือใครที่ไม่เคยเข้ามาอ่านบล็อคเรา
มาอ่านครั้งอาจจะสงสัย ว่าทำไมต้องมาอัพเดทสุขภาพกัน


จะบอกว่าตอนนี้   เรามีฟันนน  เหมือนกะคนอื่นแล้วววว
งง งง งง มีฟันไมต้องดีใจ 



เฉลย


ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วที่ผ่านมา   19 ก.พ. 50 เราไปหาหมอฟัน เพราะรู้สึกว่าเหมือนฟันเราจะคุด
ไปหาหมอให้เอาฟันออกดีกว่า  แต่พอไปเอ๊กซ์เรย์ ก็กลับเจอก้อนเนื้ออะไรบางอย่าง 
กินกระดูกช่วงกรามของเราไปแล้ว แล้วฟัน ก็ดันจากข้างล่างไป ข้างบน ตามรูปด้านล่างนี้นะจ๊ะ




หลังจากที่ตรวจเจอ ก็ทำการผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 50 ซึ่งใช้เวลาในการผ่าตัดรวมทั้งพักฟื้น  ตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00น  รวมแล้ว 9 ชม. ซึ่งหลังจากที่ฟื้น กินน้ำไม่ได้  กลืนน้ำลายไม่ได้ หน้าบวม ขยับนิดหน่อย น้ำลายก็ไหลเป็นทาง ต้องคอยบ้วนปาก อยู่ตลอด กินอาหาร น้ำ และ ยา ผ่านสลิ้ง เราโดนหมอมัดฟันไว้  ถ้าหากจะสื่อสารกับใคร เราต้องใช้วิธีการเขียนบอกเล่าให้คนอื่นรู้   เรานอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 สัปดาห์ และ พักฟื้นต่อที่บ้านอีก ประมาณ 1 เดือนได้  การผ่าตัดครั้งนี้ หมอได้เลื่อยเอากระดูกตรงกรามครึ่งหน้าของเราและฟันออกไป 3 ซี่ และเอาเหล็กมาใส่แทนกรามที่ตัดไป เหมือนกับรูปด้านล่างนี้นะ



ต่อมาหลังจากที่พักฟื้น 1 เดือน  ก็ไปทำงานและเตรียมตัวรอการผ่าตัดครั้งสองต่อไป ระหว่างที่รอ การกินข้าวหรือกินอะไรแล้วแต่ลำบากมาก กับข้าวบางอย่างจะต้องบด ถึงจะกินได้ ต้องหอบข้าวไปกินที่ทำงานทุกวัน  บางทีนั่งอยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลเอง ไม่สามารถบังคับได้เลย  ครึ่งหน้าด้านซ้ายของเราไม่สามารถสั่งการอะไรได้เลย   หลังจากที่ผ่าตัดครั้งแรกมาได้ 2 เดือน หมอก็นัดเราผ่าอีกครั้ง และได้บอกกับเราว่า หากเป็นไปได้ ให้หาคนที่เลือดกรุ๊ปเดียวกับเรา มาบริจาคเลือดด้วยก็ดีนะ เพราะครั้งจะต้องใช้เลือดเยอะมาก ซึ่งเราก็ได้เลือดจากญาติๆ และเพื่อนของพี่ พี่รหัส  มาบริจาคให้ แม้จะได้ไม่มาก แต่ก็ดีใจที่เค้าเต็มใจมากัน   ผ่าครั้งนี้หมอนัดให้นอนที่โรงพยาบาลก่อน 2 คืน  เราก็มาเริ่มนอนวันที่ 28 พ.ค. 50  และผ่าตัดวันที่ 30 พ.ค. คืนก่อนที่เข้าห้องผ่าตัด ดีใจมากที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ส่ง sms มาให้กำลังใจกัน และที่ดีใจสุดๆ เจ้านายทั้งสองคน  มาให้กำลังใจก่อนเราเข้าห้องผ่าตัด  แม้เจ้านายจะมาไม่ทันส่งเรา แต่ก็ได้โทรมาก่อนเราเข้าห้อง ทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย  เราเข้าห้องผ่าตัดตอน 8.00 น. และออกจากห้องผ่าตัดพร้อมกับพักฟื้นแล้ว ตอน 23.00 น. รวมเวลาแล้วก็ 15 ชม.  นานมากเลย ที่นานก็เพราะหมอก็เอาเหล็กที่ใส่ไว้ตอนแรกออก แล้วเอากระดูกที่ขาข้างซ้ายมาใส่แทนกราม   ซึ่งดูได้จากรูปด้านล่าง จะเห็นว่าใส่น็อตไว้ 12 ตัวด้วย



และจะเห็นได้ว่า หมอได้มัดฟันของเราไว้ทั้งสองข้าง ซึ่งทำให้เวลาพูด เราต้องกัดปากพูด   กินได้ก็แค่น้ำอย่างเดียว แล้วก็ต้องใส่เฝือก  ที่หูเราก็จะมีท่อสำหรับให้น้ำเหลืองออกมา 2 หลอด  ดูรูปกันให้ชัดๆ






ขาเราที่ใส่เฝือกไว้ แอบดูแผลที่ขา หมอเย็บแผลเหมือนใช้แม๊กยิงไว้เลย ใครเห็นก็แปลกใจกัน   เราเองก็ยังแปลกใจเลยเพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน เรานอนอยุ่บนเตียง 2 อาทิตย์ ไม่ได้ลุกไปไหนเลย หมอไม่ให้เดิน ได้แต่นอน มองนู้น มองนี่ไปเรื่อย บางทีก็มองทางเข้าว่าวันนี้จะมีใครมาเยี่ยมเรามั่งมั๊ยน๊า  แอบเศร้าบ้างเวลาไม่มีใครมาเลย  แต่พ่อกะแม่เราสิ  มาเฝ้าเราตั้งแต่ 8.00-20.00 น. ทุกวันเลย  


เออลืมบอกไปคิดดูนะ หมอไม่ให้เรานอนสองอาทิตย์  เรากิน นอน ฉี่ ถ่าย เช็คตัวบนที่นอนอย่างเดียวเลย   จะทำอะไรทีก็ต้องให้คนอื่นช่วย
คิดดูจากที่อายๆ ก็ต้องกลายเป็นไม่อายเลย 5555   เห็นหมดเลย 








หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ต้องเดินสี่ขา ใช้ไม้เท้าเดินไปเดินมา แถมต้องไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลทุกวัน ลำบากนะเนี่ย ต้องนั่งแท็กซี่ ทุกวันเลย นอนอยู่บ้านได้สักอาทิตย์ หมอก็เอาเฝือกออก  เอาลวดที่มัดปากไว้ออก เอาแม๊กที่ขาออก ตอนเอาออกทั้งลวดและแม๊กเจ็บมากมายเลย


หลังจากที่รักษาตัวอยู่บ้านได้สักพัก ก็สงสัย ทำไมแผลไม่หายสักที  หมอก็บอกว่าเราแพ้ไหมละลาย ทำให้ไหมละลายไม่ละลาย และพอทำแผลทุกวัน นานๆ เข้า เราก็แพ้ พลาสเตอร์  (ซวยแล้วกรู แพ้ทกุอย่าง)  แผลมันเลยไม่สวยเท่าไหร่ทั้งขาทั้งคอ





หลังจากที่เรานอนพักรักษาตัวที่บ้าน 2เดือน เราก็ไปทำงานตามปกติ  แต่ยังต้องไปทำแผลทุกวันก่อนไปทำงาน  ทุกอย่างก็ค่อยๆ เข้าที่ ดีขึ้นๆ จนวันนึง  แปลกใจทำไมแผลมีอะไรโผล่ออกมา  โอ้แม่เจ้า!!!!  มันเหมือนเหล็กหรือน็อตอะไรสักอย่างโผล่มาตรงแผล  ไปหาหมอ หมอบอกว่าน็อตหลุด แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะกระดูกมันเข้าที่แล้ว  เราก็เข้าห้องผ่าตัดเล็กให้หมอเอาน็อตออก  วันต่อมา เราก็เห็นน็อตอีกตัวโผล่มาอีกแล้ว  แต่ตัวนี้ เราเอาออกเอง..อิอิ เก่งป่ะหล่ะ  ตอนนี้เลยเหลือน็อตอยู่ 10ตัว ไม่ต้องตกใจไป หมอบอกไม่เป็นอันตราย เก็บไว้อย่างนั้นก็ได้







และตอนนี้ ผ่ามาแล้ว ครบปี กับสองเดือน เราก็ไปๆ มาๆ หาหมอทุกเดือน อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หน้าเรายังไม่ปกติ ข้างซ้ายก็ยังสั่งการเองไม่ได้ หมอบอกต้องใช้เวลาเป็นปีแหละ  ขาเราก็ดีขึ้น เดินได้นานขึ้น วิ่งเบาๆ ขี่จักรยาน ขับมอเตอร์ไซค์ได้ แล้ว แต่ว่าหากยืนนานมาก หรือเดินนานมากก็จะปวดขาหน่อย แล้วก็ใส่แว่นกันฝุ่นเข้าตา   และท้ายสุดคือ เรามีฟันแล้วววว  หมอใส่ฟันปลอมให้แล้ว ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่ก็พยายามจะทำให้ชิน จะได้กินอะไรได้มากขึ้น (รึป่าว)





ขอบคุณที่ทุกคนตั้งใจอ่านจนจบ..อิอิ ยาวไปหน่อย ยังไงก็ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วยนะ
ปัญหาสุขภาพเล็กๆ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยก็ได้นะ

อิอิ
 







Free TextEditor




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2551 22:08:52 น.
Counter : 1126 Pageviews.  

เคยรู้ไหมว่าฟัดคุดร้ายแรงแค่ไหน



หลังจากที่เราต้องผ่าใหญ่มาถึง 2 ครั้ง แล้วจะมีครั้งต่อไปหรือป่าวไม่รู้ เลยอยากจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังสักหน่อยว่าฟันคุด มันร้ายแรงกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณรู้ว่าคุณมีฟันคุด โปรกแข็งใจไปเอามันออกเถอะ อย่าให้เหมือนกับเราเลยที่ต้องมาเป็นอย่างนี้เลย เราเองก็ไม่รู้จริงๆว่าเรา มีฟันคุดที่น่ากลัวอย่างนี้ วันนี้เลยมีสิ่งดีๆมาเล่าให้ฟัง


ฟันคุด คืออะไร?

ฟันคุด (Impacted tooth) หมายถึง ฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาใจช่องปากได้ตามปกติ หรือขึ้นได้เพียงบางส่วน เนื่องจากกระดูกหรือเหงือกที่ปกคลุมหนามาก หรือถูกขัดขวางจากฟันข้างเคียง พบบ่อยในฟันกรามซี่สุดท้าย

ฟันที่ไม่ขึ้น (Unerupted tooth) หมายถึง ฟันซี่ใดก็ตามที่ยังไม่ขึ้นมาในช่องปาก ซึ่งอาาจะเป็นฟันคุด หรือฟันที่สามารถขึ้นมาได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

คำว่า "embedded" เป็นศัพท์ที่ใช้แทนคำว่า impacted ในกรณีที่ฟันทั้งซี่ยังคงฝังอยู่ในกระดูก แม้ว่ารากฟันจะถูกสร้างโดยสมบูรณ์แล้ว

ทำไมจังมีฟันคุด ?

เนื่องจากขนาดของฟันแต่ละซี่รวมกันแล้ว มีสัดส่วนใหญ่กว่าขนาดของขากรรไกร ดังนั้นฟันกรามซี่สุดท้านซึ่งขึ้นทีหลังสุด จังไม่สามารถขึ้นได้เต็มซี่ ทำให้ฟันคุด การเกิดถุงน้ำเนื้องอก หรือการอักเสบเฉพาะที่ ก็อาจเป็นอุปสรรคขัดขวางการขึ้นของฟันได้ นอกจากนี้ความผิดปกติบางอย่าง เช่น Cleidocranial dysostosis, Cretinism จะมีฟันหลายซี่ฝังตัวอยู่ในขากรรไกร





ถ้าเราไม่ถอนฟันคุดออก อาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ดังนี้

เกิดการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน (Pericoronitis)
ปกติพบในฟันคุดที่โผล่พันเหงือกบางส่วน pericoronitis คือการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟันที่ขึ้นไม่เต็มที่ เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถแปรงทำความสะอาดบริเวณฟันคุดได้ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดการสะสมของเศษอาหาร และเมื่อร่วมกับเชื้อจุลินทรย์ในช่องปาก จะทำให้เหงือกอักเสบ บวมแดง เป็นหนองได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีสุขภาพไม่แข็งแรง เช่น เมื่อเป็นหวัด เชื้อจุลินทรย์ที่ทำให้เกิดการอักเสบ ได้แก่ กลุ่ม Streptococcus viridans บางครั้งเชื้อ anaerobe อาจจะร่วด้วย ถ้าเกิดการอักเสบระยะเฉียพลัน (Acutepericoronitis) เหงือกบริเวณนั้นจะอักเสบ ปวดบวมและมักจะลุกลามไปที่ใบหน้า ลำคอ ทำให้อ้าปากไม่ขึ้น กลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองใต้คางหรือบริเวณคอโต
การอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟันหากไม่รีบรักษา และกำจัดสาเหตุผู้ป่วยจะมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก และอาการอาจจะรุนแรง และลุกลามไปยังบริเวณใต้คาง และหลอดอาหาร (parapharyngeal space) และใต้ลิ้น

ฟันคุดที่มีเหงือกปกคลุมบางส่วนนี้ ถ้ามีการอักเสบ 2 ครั้งขึ้นไป ภายในระยะ 6 เดือน ควรพิจารณาถอนออก การป้องกันที่ดีที่สุดคือ พิจารณาถอนออกเสียแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้มีรายงานว่าร้อยละ 75 ของฟันที่ขึ้นบางส่วนจะมีการอักเสบรุนแรงมากขึ้นในครั้งต่อๆ ไป

เกิดโรคฟันผุ (Dental caries)
ฟันคุดที่โผล่บางส่วนพ้นเหงือก ทำให้เศษอาหารติดระหว่างซอก ฟันที่ขึ้นแล้วกับตัวฟันคุด ทำให้ฟันผุทั้ง 2 ซี่ เนื่องจากทำความสะอาดยาก จึงควรพิจารณาถอนออกเพื่อป้องกันมิให้ฟันข้างเคียงผุ



เกิดโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis)
ฟันคุดโดยเฉพาะฟันกรามล่าง ซี่ที่สาม จะทำให้ฟันกรามซี่ที่สองไม่แข็งแรง โดยมีแรงกดดันกระดูกที่หุ้มรากฟันทางด้านท้าย (distal) ทำให้กระดูกละลาย ผลคือฟันกรามซี่ที่สองเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ควรทำการผ่าตัดออก
ทำให้รากฟันละลาย (Root resorption)
ฟันคุดอาจจะมีแรงดันทำให้รากฟันข้างเคียงละลายได้ ดังเช่น รากฟันน้ำนม ซึ่งละลายเนื่องจากถูกฟันแท้ดัน
ฟันคุดที่อยู่ใต้ฟันปลอม (Impacted teeth under a dental prosthesis)

หากภาพรังสีพบฟันคุดอยู่บริเวณที่จะใส่ฟันปลอม ควรฟ่าตัดฟันคุดออกก่อน หากทำฟันปลอมทั้งที่ยังไม่ได้ผ่าเอาฟันคุดออก ฐานฟันปลอมจะกดเหงือก เป็นเหตุให้กระดูกที่อยู่ข้างใต้มีการละลายตัว และฟันคุดอาจโผล่พ้นกระดูก หรือเหงือกได้ ทำให้ต้องถอนออกในที่สุดในขณะที่ผู้ป่วยมีอายุมากขึ้น และสุขภาพไม่ดีจะทำให้การผ่าตัดยุ่งยาก นอกจากนี้อาจพบว่ากระดูกขากรรไกรมีการละลายตัวมาก ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยในการผ่าตัด เนื่องจากขากรรไกรอาจหักได้ง่าย



เกิดถุงน้ำ และเนื้องอก (Odontogenic Cysts and Tumours)
เมื่อทิ้งฟันคุดไว้นานๆ ส่วนของเนื้อเยื่อหุ้มหัน (Dental follicle หรือ Dental sac) อาจมีการเปลี่ยนแปลง เกิด ถุงน้ำ และ เนื้องอก ได้ เนื้องอกที่พบบ่อยได้แก่ Ameloblastoma แม้ว้าอุบัติการของการเกิดถุงน้ำ และเนื้องอกมีอัตราต่ำ แต่ไม่ควรประมาท

อาจเกิดการปวดศรีษะ หรือปวดฟัน โดยไม่ทราบสาเหตุ (pain of unexplained origin)
ผู้ป่วยอาจมาพบด้วยปัญหาปวดฟัน และปวดศรีษะโดยไม่ทราบสาเหตุ และในภาพรังสีพบว่ามีฟันคุดที่ยังไม่ขึ้น กรณีเช่นนี้ให้ถอนฟันคุดออก อาการปวดจะหายได้

กระดูกขากรรไกรหัก (Fracture of the jaw)
ฟันุคดที่อยู่ในกระดูกขากรรไกรนานๆ จะทำให้กระดูกขากรรไกรนั้นไม่แข็งแรง มีโอกาส หักได้ง่าย
ฟันซ้อนเกภายหลังการจัดฟัน (Orthodontic Relapse and to Facilitate Orthodontic Treatment)
ฟันคุดที่เอียงในลักษณะ mesioangular และ horizontal จะมีแรงดันไปในแนวข้างหน้า ทำให้มีผลโดยตรงต่อฟันกรามซี่ที่สอง และแรงจะถ่ายทอดต่อๆ ไปยังฟันซี่อื่นๆ อาจจะเป็นสาเหตุให้ฟันหน้าซ้อนเกได้ การถอนฟันกรามซี่ที่สามออกจะช่วยให้สามารถเคลื่อนฟันกรามซี่ที่หนึ่ง และสองไปข้างหลังได้มากขึ้น และสามารถช่วยให้จัดฟันได้ดีขึ้น


ด้วยเหตุผลข้างต้น ท่านยังอยากเก็บฟันคุดไว้อีกหรือ?



โดย ทพ.ลม จันทร์ชัยมงคล
ทบ., ปริญญาโท สาขาปริทันตวิทยา
(DDS.,MSc. PERIODONTICS)


//www.sukumvithospital.com/modules.php?name=News&file=article&sid=97




ด้วยความปรารถนนาดีจากประสบการณ์ที่เจอกับตัวเอง




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2550    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2551 22:09:11 น.
Counter : 461 Pageviews.  

~~เจ็บนี้อีกนาน..ไม่อยากจะเจ็บอีกเลย~~

หวัดดี เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กลับมาแล้วน้องอิ๋ว หลังจากไปรับการผ่าตัดมา นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลซะ 2 อาทิตย์ และมาพักฟื้นที่บ้านต่อ ณ ตอนนี้ก็เกือบจะสองเดือนแล้วอ่ะ ยังไม่ได้ไปทำงานเลย เราเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. และ ผ่าตัดวันที่ 23 พ.ค. เข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ 8 โมงเช้า และกลับมาที่เตียงตอน 5 ทุ่ม รวมๆ แล้วก็ประมาณ 14 ชม. นานเหมือนกันเนอะ เอ้อ ลืมบอกไป เราไปผ่าเอากระดูกที่ขามาใส่แทนกราม เพราะกรามถูกตัดออกไปแล้ว เพราะเป็นเนื้องอกที่กราม หมอผ่าตั้งแต่ ใต้คางยาวไปจนเกือบถึงใบหู และก็หลังใบหู และที่หน้าแข้ง ยาวประมาณ 1 ฟุต ที่ขาหมอเค้าเย็บ แผลเหมือนเอาแม๊กมายิงที่ขาเลย ก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันว่าเค้ามีเย็บแบบนี้ด้วย หลังผ่าตัดมา เราก็กินอะไรไม่ได้นอกจากน้ำ เพราะว่าหมอเค้าเอาลวดมัดฟันล่างกับฟันบนไว้ไม่ให้ขยับปากเลย ขาก็ต้องใส่เฝือกไว้ เพราะหมอยังไม่อยากให้ขาเสียรูป เดินก็๋ไม่ได้ (ตอนใส่เฝือก เจ็บมากๆเลยและก็ร้อนมากๆด้วย) ฉี่ก็ต้องใช้สายยาง เปลี่ยนเสื้อผ้าเองก็ไม่ได้ เพราะสายน้ำเกลือเราโยงเข้ากับเครื่องวัดน้ำเกลือ จะเปลี่ยนเสื้อทีก็ต้องให้พยาบาลมาช่วย (อายเหมือนกันนะเนี่ย!!)น้ำเกลือที่ใช้ก็เป็นแบบพิเศษสำหรับส่งไปเลี้ยงระบบประสาทที่หมอเค้าเชื่อมต่อกระดูกไว้ซึ่งที่โรงพยาบาลเอง ก็มีสำรองไว้แค่ไม่กี่ขวดเท่านั้น ต้องไปหาซื้อที่อื่น ซึ่งกว่าจะหาซื้อได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน (เราไม่ได้เหนื่อยหรอกนะ แม่ไปซื้อมาให้) ขวดนึงก็แพง 500 และยังไม่ค่าบริการอีก ให้ทั้งน้ำเกลือปกติ น้ำเกลือพิเศษ และยาฆ่าเชื้อ ให้ที 3 สายเลย ทำให้เราฉี่บ่อยมาก ต้องคอยเอากระจกส่องถุงฉี่ไว้ ว่าเต็มแล้วหรือยัง ทรมานเหมือนกันนะ นอนโรงพยาบาลคราวนี้ เหงาเหมือนกัน ไม่เหมือนเมื่อตอนผ่าครั้งที่แล้ว คราวที่แล้วมีคนมาเยี่ยมเราทุกวัน แต่คราวนี้ เรานอนนานมั้ง บางวันไม่มีใครมาเยี่ยมก็จะเหงา เดินไปไหนก็ไม่ได้ ก็จะมีแต่พ่อกับแม่ที่มาโรงพยาบาลทุกวัน แต่เราก็สงสารเค้าเหมือนกัน เค้ามาก็ต้องมานั่งหง่าวทั้งวัน เหนื่อยด้วยมาแต่เช้ากลับก็มืด



ขาเราใส่เฝือกอ่อนไว้

หลังจากผ่าตัดมาได้ 3-4 วัน หมอก็ให้เอาสายฉี่ออก แหมไอ้ตอนที่เอาออกอ่ะนะ มันทั้งเสียวทั้งแสบเลย และหลังจากที่เอาสายฉี่ออกได้ ไม่กี่ชัวโมง ไอ้ประจำเดือนตัวป่วนก็ดันมาซะนั่น เดินไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ ฉี่ก็ต้องใช้กระโถน จะฉี่แต่ละทีก็ต้องให้แม่มาช่วย แถมดันมามีประจำเดือนอีกโอ้! แม่เจ้า อะไรมันจะขนาดนั้น แล้วกลางคืนหละถ้าปวดฉี่ขึ้นมา จะทำยังไง แม่ก็เลยไปซื้อแพมเพส(เขียนถูกป่าว)ของผู้ใหญ่มาให้ใส่ ไอ้เราก็ไม่เคยใส่อ่ะนะ ก็เลยทำให้ฉี่ไม่ออกเลยทั้งคืน กว่าแม่จะมาก็เกือบแปดโมง อั้นไว้ก็ไม่ดีแน่ เตียงข้างๆ เค้าก็เลยมาช่วย เค้าชื่อพี่เพลง ลูกเค้าชื่อ น้องแอนสนิทกับทุกเตียง เค้าชอบช่วยเหลือทุกเตียง ลูกเค้าไม่สบาย นอนอยู่ข้างๆเตียงเรา และเค้าก็นอนเฝ้าลูกเค้าทุกคืน เค้าจะคอยถามเราว่าจะให้ช่วยมั๊ย มีของอะไรเค้าก็แบ่งให้พ่อกับแม่เรา แม่เราก็แบ่งขนม แบ่งข้าว ซื้อมาเผื่อเค้ากับลูกด้วยเป็นประจำ เลยสนิทกันเลย เค้าก็จะช่วยเราฉี่ตอนเช้าทุกวัน กลางคืนเราฉี่ไม่ออก และอีกอย่างเห็นเค้าหลับเราก็ไม่กล้าเรียกเค้าด้วยแหละ ทรมานเมหือนกันเนอะแต่มันก็ผ่านมาแล้ว และหวังว่ามันคงจะผ่านไปด้วยดีนะ สู้ๆ



รอยหมอผ่าและก็มีสายเดนสำหรับน้ำเหลืองกับเลือดที่อยู่ข้างในออก






หมอเย็บเหมือนใช้แม็คยิงเลย






 

Create Date : 04 สิงหาคม 2550    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2551 22:09:31 น.
Counter : 550 Pageviews.  

ยิ่งใกล้วันเกิด ยิ่งไม่อยากให้ถึง

หวัดดีกับตัวเองอีกครั้ง จริงๆ มีเรื่องอยากพูด อยากเล่ามากมาย แต่บางทีก็ไม่อยากเขียน เพราะบางเรื่องเขียนไปใจก็เศร้า ไม่รู้จะเขียนทำไมเนอะ555

จะบอกว่า นี่ก็ใกล้จะถึง วันที่ 8 มิ.ย. แล้วสินะปกติเราเองก็อยากให้ถึงวันนี้นะ มันคือวันเกิดของเราเองหละ สำหรับปีนี้ไม่ค่อยอยกจะให้ถึงซะเท่าไหร่เลย เพราะจะครบ 25 เบญจเพสพอดี แล้วเราจะต้องผ่าตัดใหญ่ด้วย ต้องผ่าเอาเหล็กที่มาแทนกรามออก แล้วก็ต้องเอากระดูกที่หน้าแข้งมาให้แทน ฟังดูอาจจะไม่น่ากลัว หรือป่าว ถามเรานะ กับการผ่าตัดครั้งแรก อันไหนกล้วมากกว่ากัน

ไม่มีอันไหนน่ากลัวมากกว่า แต่มันพอๆ กัน แต่ครั้งแรก ก้รู้สึกกลัวเพราะไม่เคยเข้าห้องผ่าตัด ก็กลัว แต่ครั้งที่สองทำใจในเรื่องการเข้าห้องผ่าตัดในระดับนึง แต่ที่กลัวอ่ะกลัวที่ตัวเองจะครบ 25 ซึ่งจะเบญจเพส ไม่ได้แช่งตัวเองนะ แต่ถ้าเกิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นมา มันก็อาจจะ... ช่วงเบญจเพสมันเป้นอะไรที่น่ากลัวไม่ใช่เหรอ

เพราะที่เราผ่าตัดมันก็ใกล้เส้นระบบประสาทนะ ขนาดผ่าครั้งแรก ตอนนี้หน้าเรายังไม่เข้าที่เลย ยังขยับไม่ได้เลย ก็มีบ้างแหละนะ ที่คิดว่า หลังจากที่ผ่าครั้งที่สองแล้ว จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมมั๊ย จะปกติเหมือนเดิมหรือป่าว ไอ้นานไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ว่าอยากกลับไปเหมือนเดิมแค่นั้นก็พอแล้วหละ

แต่สมมุติว่าเกิดอะไรขึ้นมา เรายังไม่ได้บอกอะไรต่ออะไรที่อยากบอกเลย ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากจะทำ

คิดมากเนอะ ถ้าใครรู้คงว่าเรา และถ้าใครรู้ว่าเราไม่สบายใจ เค้าก็คงจะคิดมากตามเราไป อย่างคราวที่แล้วที่ผ่าครั้งแรก เราร้องไห้ออกมาสงสารพ่อกับแม่ที่ต้องมาเฝ้าเราทั้งวันเลย ก็ทำให้พ่อกับแม่ร้องไห้ออกมาเช่นกัน ไม่ดีเลยที่ทำ ให้พ่อกับแม่มีน้ำตา พอครั้งนี้เราเลยไม่อยากจะพูดกับใครเลยว่าเรากลัว บางทีก็นอนไม่หลับนะ แต่ก็ไม่อยากพูด นัยหนึ่งก็ไม่อยากให้คนอื่นว่าเรา คิดมากไปหรือป่าว ไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้นเลย บ้าไปแล้ว ส่วนอีกนัยนึง ก็ไม่อยากให้คนรอบข้างคิดมากตามเรา ไม่อยากให้เค้านอนไม่หลับ ไม่สบายใจ ก็เลยเก็บไว้คนเดียวดีกว่า ตอนนี้หมอก็ให้หาเลือด หาได้เท่าที่ได้..แต่ว่าบริจาคทนอกเวลาราชการไม่ได้ ก็เลยไม่ค่อยมีใครมาได้ เราเองก็เกรงใจไม่อยากให้เค้าเสียเวลางานกัน ไม่รู้ว่าคิดถุกหรือป่าวอ่ะนะ ชีวิตเรามันก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน คิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะบอกดีมั๊ย


แต่ก็ยังดีนะ มีคนรอบข้างให้กำลังใจเราอยู่เหมือนกัน ขอบคุณทุกๆคนมากที่เป็นกำลงัใจให้ อาเราเองก็เป็นกังวลเหมือนกันนะ พอรู้ว่าเรา จะเบญจเพสก็ ขอให้เราสร้างพระ ทำสังฆทาน เค้าก็สบายใจ ก้ให้เราสบายใจเหมือนกัน มีคนทักเรานะว่าช่วงนี่เราดวงตกไปที่ 0 เราเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเชื่อหรือป่าว แต่เพื่อความสบายใจของคนที่เค้าห่วงเรา เราก็ทำแล้วกัน...


พร่งนี้(21 พ.ค.จะต้องนอนโรงพยาบาล วันพุธ(23 พ.ค.)ก็ต้อง ผ่าแล้วสินะ ขอให้เราโชคดีนะ ไม่รู้บล็อกเราจะมีใครอ่านหรือป่าว







 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2551 22:09:47 น.
Counter : 540 Pageviews.  

1  2  

natadee_aew
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บันทึกเรื่องราวมากมาย...ต่อสู้กับโชคชะตา ด้วยกำลังใจของตัวเองและของคนรอบข้าง ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้
Friends' blogs
[Add natadee_aew's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.