All Blog
ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงรอมฎอน

ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงรอมฎอน โดย ชัยคฺ อะหมัด มูซา ญิบริล
Common Mistakes During Ramadan By Sheikh Ahmad Musa Jibril
แหล่งที่มา //www.kalamullah.com/common-mistakes-in-ramadan.html


---------------------------




 


//c.tadst.com/gfx/stock/ramadan-canada.jpg


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ

ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงรอมฎอนมีดังนี้:
1.

พี่น้องส่วนใหญ่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของการทานอาหารมากกว่าการถือศีล
อดอย่างแท้จริง โดยที่พวกเขาต้องการจะทานอาหารให้ได้ปริมาณมากกว่าปกติ
ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องใช้จ่ายเงินมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว
พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการทานอาหารปริมาณมากขนาดนั้น

2.
การทานอาหารสะฮูรฺก่อนฟัจรฺ พี่น้องบางท่านจะทานสะฮูร 2-3
ชั่วโมงหลังการละหมาดตะรอวีฮฺ หรือละหมาดอีซา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
เนื่องจากท่านควรทานสะฮูรในช่วงเวลาที่ใกล้เวลาฟัจรฺ

3.
พี่น้องหลายคนไม่ได้ตั้งเจตนา (เนียต) ที่จะถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
ซึ่งการตั้งเจตนานั้นเป็นสิ่งที่นึกคิดอยู่ภายในใจ
และไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อีกทั้งท่านควรตั้งเจตนาเพียงครั้งเดียว
ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเดือนรอมฎอน ไม่ใช่การตั้งเจตนาทุกๆ วัน

4.
หากท่านทราบภายหลังว่า เดือนรอมฏอนนั้นได้เริ่มต้นแล้ว
ท่านจำต้องงดการรับประทานอาหาร และทำการถือศีลอดชดเชยวันที่ขาดไป
ภายหลังที่เดือนรอมฏอนและวันอีดได้เสร็จสิ้นแล้ว

5.
พี่น้องหลายท่านไม่ตระหนักถึงการละหมาดตะรอวีฮฺในคืนแรกของเดือนรอมฎอน
หลายท่านเชื่อว่า การละหมาดะรอวีฮฺจะเริ่มขึ้นหลังจากวันแรกของการถือศึลอด
และมิได้ตระหนักว่าปฏิทินอิสลามนั้นนับตามการโคจรของดวงจันทร์ และ “มัฆริบ”
คือการเริ่มต้นของวันใหม่

6. พี่น้องหลายท่านเชื่อว่า
หากเขากินหรือดื่มโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้การถือศีลอดของเขากลายเป็นโมฆะ
ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะหากเขากินหรือดื่มโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขาก็ควรทำการถือศีลอดต่อไปและไม่จำเป็นต้องทำการชดใช้ในภายหลัง

7.
พี่ น้องบางท่านเชื่อว่า หากเขาพบเห็นผู้ใดก็ตามที่กำลังกินและดื่ม
พวกเขาไม่ควรที่จะกล่าวตักเตือนให้บุคคลนั้นทราบว่า
ตัวเขานั้นกำลังถือศีลอดอยู่ ซึ่งจากความเห็นของชัยคฺ บิน บาซ (รอฏิยัลลอฮุ
อันฮา) ท่านกล่าวว่า การมีความเชื่อเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ผิด
และความจริงแล้วนี่ถือเป็นคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺสำหรับท่านในการที่จะสั่งใช้
กันในการกระทำความดี และปราบปรามกันให้ละเว้นจากความชั่ว
ดังนั้นการที่ท่านบอกให้บุคคลดังกล่าวรับทราบ
ก็หมายความว่าท่านได้ปรามปรามพี่น้องของท่านให้ละเว้นจากความชั่ว

8.
พี่น้องมุสลิมะฮฺหลายท่าน เชื่อว่าพวกเธอไม่สามารถใช้ เฮนนาฮฺ
ระหว่างการถือศีลอดได้ ซึ่งนี่เป็นความเชื่อที่ผิด
เพราะพวกเธอได้รับการอนุมัติให้สามารถใช้เฮนนาฮฺได้ในช่วงเดือนรอมฎอน

9.
พี่น้องบางท่านเชื่อว่า หากเขาทำอาหารระหว่างถือศีลอด
เขาไม่สามารถที่จะชิมรสชาติอาหารได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด
เพราะแท้จริงแล้วเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นที่อนุมัติตามหลักศาสนา
ตราบใดที่เขาไม่ได้ทานอาหาร (ลงท้อง)
หากแต่เขาสามารถที่จะชิมอาหารเพื่อให้รับรู้รสว่าต้องเพิ่มเติมรสชาดใดๆ
เข้าไปหรือไม่ เช่น รสเค็ม รสเผ็ด

10.
พี่น้องหลายท่านคิดว่าเขาไม่สามารถที่จะใช้ มิสวาก
หรือแปรงสีฟันในช่วงเดือนรอมฎอนได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากศาสนทูต
(ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม) เคยใช้มิสวากในช่วงเดือนรอมฎอน
ด้วยเหตุนี้ ท่านสามารถที่จะใช้ยาสีฟันได้
นักวิชาการได้ให้เหตุผลว่ามิซวากนั้นมีรสชาติ
ดังนั้นยาสีฟันก็สามารถใช้ได้เช่นกัน (หากท่านไม่ได้กลืนมันลงไป)

11.
พี่น้องบางท่านกล่าวอาซานฟัจรฺเร็วกว่าเวลาจริง
ด้วยเพราะพวกเขาต้องการให้ผู้คนหยุดกินหรือดื่มก่อนฟัจรฺ
เพื่อที่การถือศีลอดนั้นจะไม่เป็นโมฆะ
ซึ่งนี่เป็นความเชื่อที่ผิดและท่านไม่ควรกระทำเช่นนั้น

12.
พี่น้องบางท่านกล่าวอาซานมัฆริบช้ากว่าเวลาจริง
ด้วยเพราะพวกเขาต้องการให้ผู้คนเริ่มทานอาหารช้ากว่าเวลา
และเผื่อเวลาไว้เนื่องจากเกรงว่ายังไม่ถึงเวลามัฆริบ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดอีกเช่นกันและท่านไม่ควรกระทำเช่นนั้น

13.
พี่น้องหลายท่านเชื่อว่า เขาไม่สามารถร่วมหลับนอนกับสามี/ภรรยา
ตลอดเดือนรอมฎอนได้ นี่ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด
ความจริงแล้วนั้นท่านไม่สามารถที่จะร่วมหลับนอนกับสามี/ภรรยาของท่านได้ใน
ช่วงเวลาถือศีลอด
หากแต่ว่าระหว่างช่วงเวลามัฆริบถึงเวลาฟัจรฺนั้นเป็นที่อนุมัติสำหรับสามี
ภรรยาที่จะร่วมหลับนอน

14. มุสลิมะฮฺหลายท่านเชื่อว่า
หากภาวะประจำเดือนของเธอหมดและเธอยังไม่ได้ทำการฆุซลฺ
(อาบน้ำตามศาสนบัญญัติ) เธอจะไม่สามารถถือศีลอดในวันนั้นได้ (ยกตัวอย่าง
เมื่อประจำเดือนของเธอนั้นหมดในตอนกลางคืน
และเธอได้เข้านอนโดยยังไม่ได้ทำฆุซลฺ
จากนั้นเธอตื่นขึ้นมาโดยที่ยังไม่สามารถที่จะทำฆุซลฺได้)
นี่เป็นความเข้าใจที่ผิด หากแม้ว่าเธอนั้นยังไม่ได้ทำฆุซลฺ
เธอก็ยังสามารถที่จะทำการถือศีลอดได้

15. มุสลิมีนหลายท่านเชื่อว่า
หากเขาได้ร่วมหลับนอนกับภรรยา (ในช่วงเวลาที่ได้รับการอนุมัติ)
และไม่ได้ทำฆุซลฺ (คล้ายคลึงกับกรณีข้างบน)
เขาไม่สามารถที่จะถือศีลอดได้ในเช้าวันถัดไป
นี่เป็นความเข้าใจผิดอีกเช่นกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว
เขายังคงสามารถถือศีลอดได้ แม้ว่าจะยังไม่ได้ทำฆุซลฺก็ตาม

16. พี่น้องบางท่านทำการละหมาดดุฮฺริและอัสริรวมกันในช่วงเดือนรอมฎอน (โดยเฉพาะในประเทศอาหรับ) นี่เป็นสิ่งที่ผิดและจำต้องหลีกเลี่ยง

17.
พี่น้องบางท่านเชื่อว่าเขาไม่สามารถที่จะเริ่มทานอาหารได้จนกว่ามุอัซซีน
(ผู้อาซาน) จะกล่าวอาซานมัฆริบจนจบ นี่เป็นความคิดที่ผิด เพราะแท้จริงแล้ว
เมื่อใดก็ตามที่การอาซานได้เริ่มขึ้น เขาสามารถที่จะละศีลอดได้เลยทันที

18.
พี่น้องหลายท่านไม่ถือโอกาสในการขอดุอาอฺก่อนที่พวกเขาจะทำการละศีลอด
ทั้งนี้เนื่องจากว่า “ช่วงเวลาดังกล่าว” เป็นช่วงเวลาหนึ่งใน 3
เวลาที่อัลลอฮฺตอบรับการดุอาอฺของเขา

19.
พี่น้องหลายท่านละเลยในเรื่องการตักตวงผลประโยชน์ของการใช้เวลาในช่วงท้าย
ของเดือนรอมฎอน
โดยที่พวกเขามักให้ความใส่ใจและทุ่มเทไปกับการจัดเตรียมสิ่งต่างๆ
เพื่อวันอีดมากกว่า และเพิกเฉยต่อความประเสริฐของเดือนรอมฎอน
ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผิด
ทั้งนี้ด้วยเพราะพวกเขาขาดซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับความประเสริฐของเดือนรอม
ฎอน และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในช่วงเวลาดังกล่าว

20.
พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านไม่ยอมให้ลูกๆ ของพวกเขานั้น ถือศีลอดในช่วงรอมฎอน
(เด็กเล็ก) ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดขวางการกระทำความดีงามต่อเด็ก
การที่พ่อแม่ผู้ปกครองอนุญาตให้เด็กๆ
ถือศีลอดนั้นถือเป็นการฝึกฝนเด็กไปในตัว
และเขาจะได้ตระหนักว่านี่เป็นภารกิจที่เขาจำต้องปฏิบัติเมื่อเขาเติบโตขึ้น

21.
พี่น้องหลายท่านคิดว่ารอมฎอนเป็นเดือนของการงดเว้นการกินการดื่ม
และต่างละเลยเรื่องการควมคุมอารมณ์รวมไปถึงการพูดจา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
ท่านจำต้องควบคุมอารมณ์และวาจาของท่านให้มากยิ่งขึ้นในช่วงรอมฎอน

22.
พี่น้องหลายท่านมักเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ในช่วงรอมฎอน
โดยที่พวกเขาใช้เวลาไปกับการนอนระหว่างวันและไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ
ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
ท่านจำต้องฉวยโอกาสหาประโยชน์จากช่วงเวลาอันประเสริฐในเดือนรอมฎอนนี้
โดยการทำอิบาดะฮฺให้มากยิ่งขึ้น (สุนนะหฺต่างๆ *ผู้แปล)

23.
พี่น้องบางท่านไม่ยอมออกนอกสถานที่หรือเดินทางในช่วงเดือนรอมฎอน
เนื่องจากพวกเขาคิดว่า พวกเขาต้องงดเว้นจากการถือศีลอดเมื่อเดินทาง
แต่ในความจริงแล้วนั้น มีทางเลือกสำหรับเขา
เพราะหากเขาต้องการที่จะงดเว้นจากการถือศีลอดขณะเดินทาง
เขาก็สามารถกระทำได้ (โดยที่เขาทำการชดเชยในภายหลัง)
และหากเขาไม่ต้องการที่จะงดเว้นการถือศีลอด ก็ให้เขาถือศีลอดต่อไป

24.
พี่น้องหลายท่านที่มีความสามารถที่จะทำเอี๊ยะติกาฟฺที่มัสยิด
หากแต่เขาไม่ทำ – แท้จริงแล้ว
ท่านจำต้องฉวยโอกาสเอาประโยชน์ในช่วงเวลานี้ขณะที่ท่านยังมีสุขภาพที่ดีอยู่
และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอยู่กับมัสยิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 10
วันสุดท้ายของรอมฎอน

25. พี่น้องบางท่านเชื่อว่า พวกเขาไม่สามารถที่จะตัดผม ตัดเล็บได้ในช่วงรอมฎอน นี่เป็นความคิดที่ผิดเช่นกัน

26.
พี่น้องบางท่านกล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถที่จะกลืนน้ำลายในช่วงรอมฎอนได้
ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด อย่างไรก็ตาม ท่านไม่สามารถที่จะกลืน เมือก
หรือเสมหะที่อยู่ในปากของท่านได้

27. พี่น้องบางท่านกล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถที่จะใส่น้ำมันหอมหรือน้ำหอมในช่วงรอมฎอนได้ นี่เป็นความคิดที่ผิด

28. พี่น้องบางท่านเชื่อว่า การมีเลือดออก (บาดแผล) นั้นเป็นเหตุให้การถือศีลอดของเขานั้นเป็นโมฆะ

29.
พี่น้องบางท่านเชื่อว่า หากเขาอาเจียน (โดยมิได้เจตนา)
นั้นเป็นเหตุให้การถือศีลอดของเขานั้นกลายเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด
อย่างไรก็ตาม หากท่านกระทำโดยเจตนา การถือศีลอดของท่านจะเป็นโมฆะทันที

30.
พี่น้องบางท่านคิดว่าท่านไม่สามารถสูดน้ำเข้าจมูก หรือบ้วนปากขณะทำวูฎูอฺ
(อาบน้ำละหมาด) ได้ในเดือนรอมฎอน
ซึ่งนี่ก็เป็นความเข้าใจผิดอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

ขออัลลอฮฺทรงตอบรับ
การถือศีลอด และการงานที่ดีทั้งหลายของพวกเราด้วยเถิด
และขอพระองค์ทรงให้อภัยต่อความผิดของเราทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ อามีน



 ref: annisaa.com 











Create Date : 11 สิงหาคม 2554
Last Update : 11 สิงหาคม 2554 10:10:14 น.
Counter : 890 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นะ(รก)
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เพราะเราไม่รู้ว่า ลมหายใจจะหมดลงเมื่อใด
The Doomsday Book
Date Conversion
Gregorian to Hijri Hijri to Gregorian
Day: Month: Year
Website Counter
New Comments