Group Blog
 
All blogs
 

Kusatsu Onsen : The best loved hot spring in Japan

ออนเซน (onsen) เป็นสิ่งที่คู่กับคนและวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานานกว่าร้อยปี จากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ประกอบกับภูเขาไฟ จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศนี้ จะมี “น้ำพุร้อน หรือออนเซน” เป็นจำนวนมาก

คุซัทสึ ออนเซน (Kusatsu Onsen) เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น เพราะออนเซนแห่งนี้ถือเป็นออนเซนที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ คุซัทสึ ตั้งอยู่ในจังหวัดกุนมะ อยู่ทางทิศเหนือของโตเกียว เป็นจังหวัดเล็กๆและเงียบสงบ (จนบางครั้งรู้สึกว่ามากไป) คุซัทสึออนเซนก็จะถูกโวตติดอันดับ Top 5 ออนเซนที่ดีที่สุดของดินแดนซามุไรทุกปี

ดังนั้น เมื่อวันหนึ่งฤกษ์งามยามดี รุ่นพี่เดินทางมาเยี่ยมจากโตเกียว เลยพาเจ๊แกไปเปิดซิง เอ๊ย! ไม่ใช่ ไปสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นดู

การเดินทาง สามารถไปโดยรถไฟJR จากสถานี Takasaki ถึงสถานี Naganohara-kusatsuguchi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และนั่งรถบัสต่ออีก ครึ่งชั่วโมง สิริรวมแล้วก็ ประมาณ 2 ชั่วโมงได้
แต่เมื่อมาถึงก็คุ้มค่ากับการรอคอย

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
//www.kusatsu-onsen.org/index.html


เอาละ มาดูบรรยากาศกันดีกว่า






หน้าสถานี Kusatsu



หลังจากลงรถบัส ตอนเดือนกุมภา หิมะยังตกอยู่ ที่นี่อากาศจะเย็นกว่าที่อื่นเพราะอยู่ในหุบเขา



Yubatake พอเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นกำมะถันแรงมากๆ



Yubatake : แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคุซัทสึ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ สามารถผลิตน้ำพุร้อนได้ถึง 4000 ลิตรต่อนาที และจะถูกส่งไปยังเรียวกัง(โรงแรมแบบญี่ปุ่น)




มุมยอดฮิต ใครมาก็ต้องถ่ายรูปคู่กับแอ่งน้ำสีเขียวมรกตนี้




อาคารบ้านเรือนรอบๆ



Yukemuri-tei : เป็นอ่างเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ Yubatake สำหรับแช่มือแช่เท้า ฟรี แช่เท้าแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากๆเล้ยยยย




ตามสองข้างทางมีร้านขายของฝากจำนวนมาก และสินค้าขึ้นชื่อก็คือ
“ออนเซน มันจู” มีให้ชิมฟรีด้วยนะ
เราเดินไปเดินมาหลายรอบ ชิมจนอิ่ม จนลุงจำหน้าได้แล้ว



เดินตามแผนที่ เพื่อจะลงไปแช่ออนเซนที่ Sai no kawara กว่าจะไปถึงก็ถ่ายรูปจนเพลิน






น้ำในลำธารก็เป็นน้ำอุ่นนะคะ


ทางขึ้นศาลเจ้า ถูกกลบไปด้วยหิมะ


จิโสะ ยังหนาวเลย



พอไปถึงจ่ายตังค์500 yen (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เพื่อเข้าไปอาบออนเซน แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ เลยเอามาจากเว็บแทนค่ะ


ก่อนเข้าไปก็ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ด้วยความที่สายตาสั้น แล้วยังหยิ่งไม่ยอมใส่แว่น พอจ่ายตังค์เสร็จก็เดินดุ่มๆ เข้าไปยังส่วนของคุณผู้ชาย จนผู้ชายที่เดินมาตามหลังต้องสะกิดบอกว่า “ที่นี่ของผู้ชายครับ ของผู้หญิงอยู่ทางโน้น” ถ้ามีรูแถวนั้นคงจะรีบมุดลงอย่างรวดเร็วค่า อายเหลือเกิน เจ๊แซวมาจนถึงทุกวันนี้

เข้าไปในที่อาบน้ำ ก็ต้องถอดเสื้อผ้าให้หมด ไม่เหลือสักชิ้น แล้วก็เดินไปยังที่อ่างที่เขาเตรียมไว้ให้ ตักน้ำล้างตัวให้สะอาดแล้วก็เดินลงอ่างไปแช่ บรรยากาศดีมากๆ เพราะเป็นแบบ open air สามารถชมบรรยากาศรอบๆได้อย่างเพลิดเพลินใจ เราไม่ค่อยทนความร้อน แค่ 20 นาทีก็ไม่ไหวแล้ว ขึ้นแล้วจ้า แต่คุณป้าข้างๆ ล่อเข้าไปเกือบชั่วโมง ไม่กลัวผิวเปื่อยหรือไง

ยังจำประสบการณ์ตอนลงออนเซนครั้งแรกได้ไม่ลืมเลือน อายมากๆ กว่าจะทำใจถอดเสื้อผ้าแต่ละชิ้นนั้นยากกว่าทำข้อสอบสักร้อยข้ออีก ยึกๆยักๆอยู่นาน จนคนญี่ปุ่นเริ่มมองแปลกๆ คงจะคิดในใจว่า “ยัยเด็กกะเหรี่ยงนี่ทำอะไรอยู่” สุดท้ายก็เลยรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย ถอดตามคุณป้าข้างๆ เขาทำยังไงก็ทำตามเขาไป ทำนองที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม” “เป็นไงเป็นกันโว๊ย” แล้วเดินถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ ลงไปผืนเดียว จัดการอาบน้ำ ล้างตัวแล้วเดินลงออนเซนหน้าตาเฉย หลังจากวันนั้นก็หลงมนต์เสน่ห์ของมันจนถอนตัวไม่ขึ้น


หากมีโอกาสมาญี่ปุ่น อย่าลืมมาลงออนเซนดูนะคะ
แล้วจะรู้ว่า ทำไมคนญี่ปุ่นจึงหลงรักออนเซนมากมายขนาดนี้











 

Create Date : 23 สิงหาคม 2551    
Last Update : 23 สิงหาคม 2551 15:50:41 น.
Counter : 7602 Pageviews.  

สายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ ที่ นากาโทโร่

ช่วงนี้ญี่ปุ่นกำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน ที่หลายๆคนรอคอย
แต่สำหรับเราแล้ว ไม่ชอบเอาเสียเลย
เพราะว่า แสงแดดที่แผดเผา มันเหมือนจะหลอมเราให้ละลายซะให้ได้
ว่าบ้านเราร้อนแล้วนะ มาเจอที่นี่ ไม่ไหวอ่ะ

คิดถึงทะเลบ้านเราจริงๆเลย


ร้อนๆอย่างนี้ ก็ต้องไปที่เย็นๆ ดีกว่า
วันเสาร์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) ไปนั่งเรือที่
นากาโทโร จ.ไซตามะ มา

ลงจาก สถานี นากาโทโร เดินไปอีกนิดนึงก็จะถึงบริเวณที่ขายตั๋วนั่งเรือ

ราคาตั๋ว ผู้ใหญ่ 1550 yen เด็กน้อย ประมาณ 1300 yen
(จำไม่ค่อยได้)





แต่ก่อนขึ้นเรือ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เลยสั่ง
"โทโรโระ อุด้ง" มากิน รสชาติใช้ได้เลย



ท้องอิ่มก็ได้เวลานั่งเรือละ แต่เราเลือกคอร์สที่ต้อง นั่งรถบัสไปแล้วค่อยล่องเรือ มาที่เดิม



บริเวณที่จะเริ่มล่องเรือ มีเรือจอดอยู่หลายลำ



บรรยากาศ ริมฝั่งแม่น้ำ


ระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะมีนายท้ายเรือ คอยให้ความรู้ พร้อมทั้งสอดแทรกอารมณ์ขัน แต่เราฟังไม่ทัน เลยไม่ค่อยได้ข้อมูลอะไร และมัวแต่ถ่ายรูปอย่างเดียว



อากาศดีอย่างนี้ คนญี่ปุ่นก็จะหอบลูกจูงหลาน มาแค้มป์ปิ้งกัน บางคู่ก็มาเดท เห็นแล้วเกิดอาการอิจฉาเป็นที่สุด แต่บ้างก็มาเป็นกลุ่ม อย่างที่เห็น






บรรยากาศดีมากๆ แต่ว่า เห็นอย่างนี้แล้ว นึกถึงการล่องเรือที่แม่น้ำเพชรบุรีมากๆ





แล้วในที่สุด เรือจ้างก็พาเรามาถึงฝั่ง

ทำไมเวลาแห่งความสุข มันช่างสั้นเหลือเกิน


รูปวิวอีกใบส่งท้าย




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2550    
Last Update : 19 มิถุนายน 2550 22:34:47 น.
Counter : 638 Pageviews.  

สักการะ พระใหญ่ ไดบุทซึ ที่ คามาคุระ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 มีโอกาสไปเที่ยวที่คามาคุระ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง นักเดินทางทั้งหลายมักจะไม่พลาดการมาชมที่นี่

คามาคุระ เป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัด คานะกาว่า ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น สามารถจัดเป็น 1 day trip ได้เลย

ด้วยความที่อยู่บ้านนอก ไปหน่อย (จังหวัดกุนมะ ) ก็เลยต้องออกเดินทางแต่เช้า โดยรถไฟธรรมด๊า ธรรมดา นั่งจนรากงอก เปลี่ยนขบวนหลายครั้ง จนในที่สุดก็มาถึง สถานี “คามาคุระ”





จากสถานีคามาคุระ ก็ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ สาย Enoden และลงที่ สถานี Hase








ไม่ต้องกลัวหลงเลย เพราะนักท่องเที่ยว จะเดินกันไปเป็นกลุ่ม สองข้างทางก็มีอะไรให้ดูมากมาย และหลอกล่อเงินในกระเป๋าจริงๆ





แล้วในที่สุดก็มาถึงหน้าวัดแล้ว ต้องเสียค่าเข้าชม 200 เยน (ถูกที่สุดเท่าที่เคยไปเที่ยวมา)





ก่อนเข้าไปไหว้พระก็จะมีศาลาให้ล้างมือ บ้วนปากก่อน





จากนั้นก็เข้าไปข้างใน วัด เพื่อสักการะพระใหญ่ ซึ่งสูงถึง11.47 เมตร ทำมาจากบรอนซ์ เราเห็นแล้วรู้สึกทึ่งจริงๆ






แล้วเราก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ ชมซากุระบ้าง แล้วก็ไปสะดุดตา ต้นสนด้านข้าง และมีป้ายที่ระบุว่า ราชวงศ์ของไทยทรงปลูกไว้ ขณะเสด็จเยือนญี่ปุ่น





บรรยากาศภายในร่มรื่นมากๆ ดอกไม้ก็สวย และที่นี่เจอนักท่องเที่ยวชาวไทยเยอะมากๆ แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราก็ยิ้มให้กันเสมอ




ออกมาจากวัดใหญ่ ก็มาสะดุดตากับคนลากรถ เป็นผู้หญิง น่ารักด้วย ทำงานแบบนี้หนักนะ แต่ไม่เห็นว่าเขาจะรู้สึกอายเลย กลับดูภูมิใจซะอีก





เสร็จก็เดินกลับมาเรื่อยๆ ก็จะมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อ “ Hase dera” ก็ขอแวะสักหน่อย วัดนี้เสียค่าเข้าชม 300 เยน



เดินขึ้นบันไดไปก็จะเห็นคล้ายๆศาล(ตามความคิดเรา) ซึ่งมีตุ๊กตารูปปั้นเด็กเยอะมากๆ บางตัวก็มีหมวก บางตัวก็ไม่มีหมวก ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถามใครเพราะว่า ภาษาญี่ปุ่นยังไม่รู้เรื่องเลย




แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปอีก ก็จะเป็นวิหาร ซึ่งภายในมีเจ้าแม่กวนอิม 11 เศียร แต่เรานับยังไงๆ ก็ได้แค่ 9 เองง่ะ





ออกมาเดินข้างนอกชมวิว ทะเลสวยๆ (แต่เราว่าทะเลเมืองไทยสวยกว่า)



มุมนั่งพัก ใต้ต้นไผ่




หายเหนื่อยแล้ว ก็เดินกลับ ไปสถานีรถไฟ Hase แล้วนั่งกลับไปที่สถานีคามาคุระ แล้วก็เดินตามกระแสผู้คนไปยัง Tsurugaoka Hachimango Shrine เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงของคามาคุระอีกแห่งหนึ่ง

เดินมาจากสถานีรถไฟ ก็จะเห็น Torii สีแดงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่หน้าทางเดิน ที่สองข้างทางขนาบไปด้วยต้นซากุระ
เสียดายที่ช่วงนั้นยังไม่ค่อยบาน








เดินชมไปเรื่อยๆ เหนื่อยมากมายแล้ว ก็เดินกลับ มาทางถนนสายช้อปปิ้ง Komachi-dori สองฟากฝั่งมีร้านรวงมากมาย ทั้งอาหาร ขนม และอื่นๆมากมาย แต่ที่ประทับใจก็คือ “เซมเบ้” ทำกันสดๆเลย น่าอร่อย แต่คนเข้าคิวยาว เราก็เลยไปซื้อที่เขาขายในร้านเลยได้เซมเบ้ เป็นของฝากคนที่ทำงาน ซะเลย

แล้วก็นั่งรถไฟกลับ เมืองกุนมะ นั่งรถจนรากงอกอีกรอบ
จบแล้วสำหรับทริปอันแสนสนุก แถมอิ่มบุญอีกต่างหาก




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2550    
Last Update : 2 มิถุนายน 2550 18:55:35 น.
Counter : 363 Pageviews.  


Valentine's Month


 
นริวรา
Location :
Gunma Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง
ที่ดั้นด้นมาเรียนไกล
ถึงเมืองอาทิตย์อุทัย
หวังว่าจะได้ประสบการณ์
และความรู้
กลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทย
อย่างมีความสุข
Friends' blogs
[Add นริวรา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.