Group Blog
 
All blogs
 
จิตรกรรมสีน้ำมัน

จิตรกรรมสีน้ำมัน หรือ ภาพเขียนสีน้ำมัน (ภาษาอังกฤษ: Oil painting) คือการเขียนภาพโดยใช้สีฝุ่นที่ผสมกับน้ำมันแห้ง (drying oil) — โดยเฉพาะในตอนต้นของยุโรปสมัยใหม่, น้ำมันลินซีด (linseed oil) ตามปกติแล้วก็จะต้มน้ำมันเช่นลินซีดกับยางสนหรือ ยางสนหอม (frankincense) ส่วนผสมนี้เรียกว่า “น้ำมันเคลือบ” (varnish) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพเขียนมีความหนาและเป็นเงา น้ำมันอื่นที่ใช้ก็มี น้ำมันเม็ดฝิ่น, น้ำมันวอลนัท, และน้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันแต่ละอย่างก็มีคุณภาพต่างๆ กัน เช่นอาจจะทำให้สืเหลืองน้อยลง หรือใช้เวลาแห้งไม่เท่ากัน บางครั้งก็จะเห็นความแตกต่างจากเงาของภาพเขียนแล้วแต่ชนิดของน้ำมัน จิตรกรจะใช้น้ำมันหลายชนิดในภาพเขียนเดียวกันเพื่อให้ได้ลักษณะของภาพเขียนออกมาตามที่ต้องการ การแสดงออกของสีก็จะต่างกันตามแต่วัสดุที่ใช้เขียน





ปี ค.ศ.1410 ศิลปินหนุ่มชื่อ แจน แวนอีค พบวิธีการเขียนภาพโดยใช้น้ำมันวาร์นิชบรูกสีขาวผสมน้ำมันลินซีดกับสีฝุ่น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนภาพแบบสีน้ำมันที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ต้นคริสต์ศตวรรษที่14 เขียนภาพด้วยฝุ่นผสมไข่แดง ลงบนแผ่นไม้ การเขียนภาพด้วยสีฝุ่นใช้ได้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นจุลจิตรกรรม ภาพประกอบในคัมภีร์และทาสีตกแต่งผนัง



การระบายสีน้ำมันเป็นกรรมวิธีสร้างสรรค์ศิลปะที่เรานำเข้ามาจากสังคมตะวันตก พร้อมกับกรรมวิธีที่ไหลบ่าเข้ามานั้น ความรู้สึกนึกคิด วัสดุ อุปกรณ์ รูปแบบ เนื้อหา และกลวิธีต่างก็ไหลบ่าเข้ามาพร้อมกัน แม้เส้นเขตนามธรรมในความเป็นชาติจะยังคงมีอยู่ ด้วยเหตุผลทั้งปวงเราคงจะปฎิเสธการไหลบ่านั้นได้ยากยิ่ง ปัญหาที่ตามมาก็คือ เราจะรับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง " เพียงบางส่วน" หรือรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะ " ตัดยอดชำ" โดยอ่อนด้อยการศึกษาเนื้อแท้ความเป็นมา ความเชื่อมโยงหรือหลักการต่างๆกระนั้นหรือ ปรากฎการณ์มากมายที่สะท้อนให้เห็นความกังวลข้างต้นนั้น ความพยายามตรงนี้จึงเป็นความพยายามหนึ่งในอันที่จะพลักดันให้ปฎิบัติการสัมพันธ์กับความรู้ความคิด มิใช่ผลกดันเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น และก็เป็นที่หวังว่า ความรู้ ความคิด และหลักการ จะช่วยพัฒนาให้ปฎิบัติการเป็นไปอย่างมีทิศทางและก้าวไกลไปด้วยดี และเราก็คงปฎิเสธความจริงไม่ได้ว่า " การนำเข้าจากตะวันตกก็จำเป็นต้องศึกษาจากตะวันตก ส่วนศึกษาเพื่อจะเป็นตะวันออก เพื่อการเป็นสากลหรือเพื่อการก้าวล้ำหน้าตะวันตกก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
ความเป็นศิลปะตะวันตกและกรรมวิธีในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้หล่อหลอมมานับด้วยพันๆปี แม้กรรมวิธีการเขียนภาพสีน้ำมัน ก็มีวิวัฒนาการมาแล้วไม่น้อยกว่า500-600ปี ถ้าเราโฟกัสลงบนการสร้างสรรค์จิตรกรรม ภาพเขียนของชาวโรมันจากซากปรักหักพังที่ภูเขาไฟวิสเวียสถล่มทลายเมืองปอมเปอี เมืองเฮอร์คิวเลเนียม และไถ่บาปด้วยการทะนุถนอมผลงานภาพเขียนเหล่านั้นไว้ ภาพเขียนของชาวโรมันได้บ่งบอกเส้นทางการเดินทางของจิตรกรรมตะวันตกไว้พอสมควร และนั่นก็เป็นปรากฎการณ์ที่นับได้ประมาณ 2000 ปีมาแล้ว
ในช่วงสมัยกลางของยุโรป ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 4-13 การสร้างสรรค์จิตรกรรมของชาวยุโรปชะงักงันลงภาพเขียนคนในช่วงเวลานั้นเป็นไปอย่างแข็งกระด้าง ดั่งงานออกแบบขาดสัดส่วนที่งดงาม มิได้มีลักษณะเลียนแบบธรรมชาติ โดยมีศาสนาเป็นตัวครอบงำทั้งรูปแบบเนื้อหา ถ้ามองย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์ยุโรปในช่วงเวลานั้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 6-8 ผู้คนได้อพยพย้ายถิ่นฐานจากเมืองไปสู่ชนบท เพื่อหลีกหนีอนารยชน แม้ราชวงศ์ก็มิได้ยกเว้น ด้วยประวัติศาสตร์และความสับสนเช่นนี้ก็คงพอเป็นที่คาดเดาได้ว่า สังคมในช่วงเวลานั้นกำลังขาดแคลนช่างฝีมือหรือจิตรกรตามไปด้วย
ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 11 รุ่งอรุณของการสร้างสรรค์ศิลปะเริ่มฉายแสงขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นไปในสาระของศาสนาและสร้างศิลปะในลักษณะที่ยังมิได้แยกให้เห็นความเป็นศิลปินของแต่ละบุคคล ต่อมาผลงานจิตรกรรมจึงค่อยๆแสดงอิสรภาพและแสดงออก ซึ่งความเป็นปัจเจกของศิลปินแต่ละคนมากขึ้น ในคริสต์ศตวรรษถัดมา ประชาชนคืนชีวิตกลับสู่เมืองมากขึ้น ศิลปะงานฝีมือ และสินค้า ได้มีบทบาทและยกฐานะชนชั้นกลางให้มีความสำคัญขึ้น ศิลปินเข้าไปมีบทบาทอยู่ในสำนักช่างหรือ " guild" ศิลปินมิได้สร้างงานศิลปะ แต่เพียงภายในโบสถ์และภายใต้คำบงการของพระสถาปนิกเท่านั้น แต่กลับสร้างสรรค์งานอยู่ในห้องทำงานของตน ศิลปินผู้เป็นเจ้าของทั้งวัสดุอุปกรณ์และเวลาในการทำงานของตนเองเขาพร้อมที่จะจินตนาการและทำงานอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา




ในประเทศอิตาลี จิออตโต ( Giotto 1276-1337) แสดงบทบาทเด่นชัดขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตววษที่14 จิตรกรผู้เขียนภาพจากคน และสิ่งของจริงๆ แต่ก็ยังคงเป็นการเขียนภาพสีฝุ่นผสมไข่แดง เขียนลงบนแผ่นไม้ การเขียนภาพสีฝุ่นที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น จุลจิตรกรรม ภาพประกอบในคัมภีร์ ภาพเขียน ภาพบนแผ่นไม้ระบายรูปเคารพ ทาสีตกแต่งผนัง และก็เริ่มมีหลักฐานว่าจิตรกรรู้จักใช้นำมันลินสีดผสมกับสีฝุ่นเขียนภาพบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยให้สีคงทน คงความเข้มของสี และเป็นเงางามดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่า มีจิตรกรทดลองใช้นำมันลินสีดผสมกับไข่แดงเพื่อใช้เป็นตัวสื่อผสมอีกด้วย ในปี 1200 มีพระในคริสต์ศาสนาชื่อ ธีโอไฟล์ รูกีรัส (Theophile Rugierus)ได้เขียนชี้แนะให้ใช้น้ำมันลินสีดผสมกับกาวอารบิก ใช้เป็นสื่อผสมสี ท่านไว้ในหนังสือ " Diversarum Artium Schedula"
การณ์กลับเป็นว่า ส่วนผสมเช่นนี้ทำให้ภาพเขียนแห้งช้า จนต้องนำภาพเขียนออกไปผึ่งแดดให้แห้งด้วยเวลาหลายวัน และก็ทำให้ภาพเขียนเลวร้ายลง คือสีออกดำคล้ำและสีขาวเพี้ยนไปในทางสีเหลือง ความพยายามในการเขียนภาพสีน้ำมันช่วงนั้นจึงยังไม่สัมฤทธิผลนัก มาประสบผลสำเร็จเด่นชัดในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 หรืออาจจะบ่งชี้ได้ในปี ค.ศ.1410 โดย ศิลปินจากฟลานเดอร์สตะวันตก แจน แวน อีค (Jan Van Eyck)
ในปี ค.ศ. 1410 ศิลปินหนุ่ม แจน แวน อีค ได้ทดลองผสมน้ำมันลงในสีฝุ่นตามคำแนะนำของพระธีโอไฟล์ แล้วนำไปผึ่งแดด สองวันต่อมาเขาเริ่มมองเห็นรอยแตกบนภาพเขียน แจน แวน อีค มิได้ย่อท้อต่อปัญหาเช่นนั้น ต่อมาเขาก็ได้ค้นพบว่า ภาพเขียนในลักษณะนี้ก็สามารถแห้งได้อย่างดีในร่ม เขาได้ทำการทดลองผสมน้ำมันกับกาวอีกหลายต่อหลายชนิดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน และก็พบว่า การผสมน้ำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาว ( " Bruges"ชื่อเมืองหลวงของฟลานเดอร์ส) กับน้ำมันลินสีดนั้น ไม่มีปัญหาในการที่จะทิ้งภาพเขียนไว้ให้แห้งในร่ม ซึ่งนักวิจัยทางด้านวัสดุอุปกรณ์ศิลปะในปัจจุบันหลายคนก็ลงความเห็นว่า " น้ำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาว" (whit Bruges varnish) ก็คือน้ำมันสนบริสุทธิ์ (turpentine)ที่ใช้เป็นส่วนผสมสีน้ำมันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง



การที่ แจน แวน อีค ได้เริ่มต้นเขียนภาพโดยใช้น้ำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาวผสมน้ำมันลินสีด เป็นตัวผสมสีฝุ่นเท่ากับเป็นการค้นพบคุณสมบัติพิเศษของสีน้ำมันอย่างแท้จริง และถ้าต้องการให้สีข้นหรือใสก็เพิ่มหรือลดน้ำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาว การลดหรือเพิ่มก็เกี่ยวข้องกับการแห้งช้าหรือเร็วของสีน้ำมันอีกด้วย นอกจากนั้น เขายังค้นพบอีกว่าแม้จะระบายสีน้ำมันผสม นำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาวบางๆ ( โดยไม่ผสมน้ำมันลินสีด) หรือระบายสีชั้นแรกให้หนา ( โดยผสมน้ำมันลินสีดและน้ำมันวาร์นิชบรูกส์สีขาว )ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วระบายสีทับซ้อนลงไปอีก สีชั้นล่างก็จะไม่ละลายหลุดออกมารบกวนสีที่ระบายทับลงไป "แจน แวน อีค จิตรกรผู้สร้างสรรค์จิตรกรรมอันเยี่ยมและการค้นพบอันเลิศ"


//www.ARTgazine ComMuNiTy อ่าน - จิตรกรรม สีน้ำมัน.mht



2 รูปนี้เป็นผลงานของผมเองครับ







Create Date : 08 สิงหาคม 2551
Last Update : 18 สิงหาคม 2551 21:50:25 น. 4 comments
Counter : 850 Pageviews.

 
ดีครับ ความรู้


โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:16:59:41 น.  

 


โดย: Neilnuch_T วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:23:04:30 น.  

 
เป็นความรู้ที่ดีมากๆเลยครับ


โดย: thai-secret วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:21:48:16 น.  

 
ดีจ้า เอาข้อมูลมาจากไหนบอกได้ป่าว
แล้วว่าง ๆ แต่งให้สวยด้วยจะดีมัก ๆ


โดย: อ.แนน (อันต้า ) วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:12:02:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

naratip_jack
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพลง ดาวกับเม็ดทราย - ลีโอพุฒ" HIDDEN="true" AUTOSTART="true"LOOP=" ใส่จำนวนรอบที่ต้องการให้เปิด" MASTERSOUND> พื้นหลัง พื้นcomment
Friends' blogs
[Add naratip_jack's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.