ไปเที่ยว ไปกินกันนะคะ ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆทุกท่านที่แวะชมค่ะ
 

เดินเล่นไปในเมืองกอร์โดบา กับมื้อเที่ยง ประเทศ สเปน (10/4/2017)

เช็คอินเข้าโรงแรม AYRE เสร็จเรียบร้อย ออกมาเดินเล่น
ย่าน Alcazar Viejo เมือง Cordoba ประเทศ สเปน





บ้านเรือน คูหาเกือบทุกหลัง ออกสีปูนขาว
ตัดกับสีเหลืองบ้าง ขาวตัดน้ำเงินบ้าง











ย่านนี้ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะมีร้านค้า ร้านอาหาร
บ้านพักอาศัย และ โรงแรม















คุณผู้หญิงมาเที่ยวย่านนี้ อย่าใส่ส้นสูงมานะจ๊ะ เดินไม่สะดวกค่ะ
บนพื้นมีแต่ก้อนหิน ที่เชื่อมติดกับปูน มันตะปุ่มตะปั่ม มีหวังหกล้ม









อาหารมื้อเที่ยง พวกเราไม่ค่อยหิวเท่าไหร่
เลยหาอะไรกินนิดๆหน่อยๆข้างทางถนน





คุณพ่อบ้าน มาสเปน จะกินอะไร อะไร ก็ทาพาส ( TAPAS ) ตลอด
กินร้านนี้แหละ ชื่อว่า La Flor






สเต็กปลากับผักสลัด








กินเสร็จก็เดินต่อไป ท้องฟ้าสวยมากค่ะวันนี้











้เดินมาตรงด้านหลังของโบส์ถ กอร์โดบา
จะติดแม่น้ำกวาดัลกีบีร์




======





















ใกล้ๆโบส์ถ The Mosque-cathedral of Cordoba
จะมีร้านอาหาร โรงแรม และ ร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้านค่ะ



















==











=============




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 15:00:53 น.
Counter : 3075 Pageviews.  

จาก Granada >>>>Cordoba พักโรงแรม AYRE ประเทศสเปน (10 April 2017)

ล้อหมุนต่อไปจากเมือง Granada ไปเมือง Cordoba
ใช้เวลาทั้งหมดในการเดินทาง 2 ชั่วโมงครึ่ง จากเมือง Alhambra
เราใช้การโหลดจากแอ๊ปในการเดินทางต่อจากนี้



พ่อบ้านมาสเปนหลายครั้งแล้ว ดูแล้วจะขี้เกียจดู มีแต่มากิน
ส่วนเราก็ครั้งแรก ดูดิ ไล่เราลงไปดูทิวทัศน์จากภูเขาดูบ้านเรือน
บอกว่า สวยไปเถอะ ไปไป๊ ก็เลยลงไปถ่ายรูปมา ดันมาเจอะคนจู๋จี๋กันอีก
แต่หนุ่มสาว เขาแค่นอนตัก น่ารักดีค่ะ









จากนั้นก็เดินทางต่อไป สองข้างทางก็เต็มไปด้วยต้นโอลีฟหรือมะกอก
ออกนอกเมืองทีไรเจอะแต่ต้นมะกอก แบบทุกครั้ง
จนทำให้ป้าซิ่งอยาก ลงมาถ่ายรูปกับไร่มะกอกบ้างค่ะ
ก็หาไร่ที่ติดถนนหน่อย แล้วลงจอดรถข้างๆไร่ใครก็ไม่รู้
เรามาดีไม่ได้มาร้าย ไม่ทำอะไรเสียหาย แค่ขอถ่ายรูปหน่อย





ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปกับต้นมะกอก หรือ ไม่กินมะกอก
ถือว่ามาไม่ถึงประเทศสเปน เชียวนะคะ





วันนี้ท้องฟ้าสดใส ลัลล้า ค่ะ













มาถึงเมืองกอร์โดบา(Cordoba ) แล้วค่ะ



การหาโรงแรมของเมือง กอร์โดบา ไม่ได้ยุ่งยากอะไร
ตรงริมฟุตบาธ มีป้ายบอกอยู่ทุกโรงแรม ว่าไปทางไหน
มีลูกศรบอกเป็นระยะๆ







บรรยากาศ เมื่อมาถึงโรงแรม AYRE
รอบนอกตัวโรงแรม มีที่นั่งที่สนามหญ้า











มีสนามเทนนิสและสระว่ายน้ำ ด้วยค่ะ แต่ยามนี้อากาศหนาว ไม่มีใครลงเล่น
ไม่เหมือนที่มาเก๊าโรงแรมแกเล็คซี่ มีสระว่ายน้ำ อากาศหนาว
แต่ก็ได้เล่นสระว่ายน้ำอุ่นสบาย ถ้าจากุชชี่ น้ำก็ร้อนขึ้นอีก
ขออภัย อยากบอกค่ะ อิๆ









เคาน์เตอร์เช็คอินและล๊อปบี้





เรามากันสามคน พ่อแม่ลูก
ก็ได้ห้องแบบนี้ค่ะ












ส่วนอาหารเช้าที่โรงแรม ดีมากค่ะ



บรรยากาศภายในห้องอาหารเช้าของโรงแรม AYRE







เครื่องทำน้ำส้มคั้นสด หอมอร่อยมาก









====










=====




















เช็คอิน โรงแรมเสร็จแล้ว เด๊วพาไปเดินเล่นในเมือง กอร์โดบา กันนะคะ






 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2560 15:47:37 น.
Counter : 2013 Pageviews.  

เมืองมรดกโลก เมซกีตา - กาเตดรัล กอร์โดบา ( The Mosque - cathedral of cordoba ) ประเทศ สเปน

วันที่ 10 เมษายน 2017 ช่วงบ่าย
เดินมาเที่ยวชมมรดกโลก The Mosque - cathedral of Cordoba
เดอะ เมซกีตา - กาเตดรัล กอร์โดบา ของประเทศ สเปน
ค่าบัตรเข้าชมคนละ 10 EU



บริเวณด้านหน้าซื้อตั๋วผ่านประตู





ขอขอบพระคุณ เว็ปไซร์วิกิพีเดีย ประวัติศาสตร์ของกอร์โดบา ค่ะ

มหาวิหาร และอดีต มัสยิดใหญ่แห่งกอร์โดบา
มีชื่อเรียกในศาสนาคริสต์ว่า มหาวิหารการอัสสัมชัญพระแม่มารี
(สเปน: Catedral de Nuestra Señora de la Asunción)
และเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า เมซกีตา-กาเตดรัล (Mezquita-catedral,
มัสยิด-มหาวิหาร) ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลก
ร่วมกับพื้นที่ส่วนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในเมืองกอร์โดบา
ในแคว้นอันดาลูซีอา ทางตอนใต้ของประเทศสเปน

ด้านประวัติความเป็นมานั้น เริ่มจากในปี ค.ศ. 768
หลังจากการรุกรานของชาวมุสลิมบนคาบสมุทรไอบีเรีย
การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นบนพื้นที่ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ตั้งของโบสถ์
แห่งนักบวช บีเซนเต มาร์ตี โดยที่โบสถ์แห่งนี้
ได้ถูกทำลายลงและสร้างมัสยิดกอร์โดบาขึ้นมาแทนที่

ถ้ามองในมุมมองของมัสยิดแล้ว มัสยิดกอร์โดบา
ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง
ของอาณาจักรกาหลิบแห่งกอร์โดบา
ด้วยพื้นที่ขนาด 23,400 ตารางเมตร
ทำให้มัสยิดกอร์โดบามีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกเมื่อตอนที่สร้าง
อันดับที่หนึ่งเป็นของมัสยิดแห่งนครมักกะฮ์
(ภายหลังในปี ค.ศ. 1588 อันดับที่สองตกเป็น
ของมัสยิดแห่งสุลต่านอะห์มัด ประเทศตุรกี)
ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ กิบลัต
(ชุมทิศที่ชาวมุสลิมหันหน้าไปยามละหมาดและขอดุอาอ์)
นั้นไม่ได้ชี้ไปยังทิศของนครมักกะฮ์
แต่ว่าชี้ไปยัง 51 องศาทางใต้ของทิศที่เป็นที่ตั้งนครมักกะฮ์
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าที่ตั้งที่ติดกับแม่น้ำกวาดัลกีบีร์
จึงไม่สามารถทำการขยายการก่อสร้างออกไปทางทิศใต้ได้

จนกระทั่งภายหลังชาวสเปนสามารถพิชิตดินแดนคืนได้สำเร็จ
ในปี ค.ศ. 1238 มัสยิดกอร์โดบา
ก็ได้กลายสภาพมาเป็นโบสถ์ตามคำสั่งของมุขนายก โลเป เด ฟีเตโร
(มุขนายกคนแรกของมหาวิหารกอร์โดบา) ใ
นปี ค.ศ. 1523 เริ่มการก่อสร้างโบสถ์ในส่วนกลาง
ของมัสยิดโดยใช้รูปแบบปลาเตเรสโก (Plateresco)
ในภาษาสเปน "ปลาตา" (plata) หมายถึงแร่เงิน
ส่วนคำว่า "ปลาเตเรสโก" ต้องการสื่อถึงตามวิถีทางของช่างเงิน

มหาวิหารกอร์โดบาถือได้ว่ามีความสำคัญมาก
ต่อกอร์โดบาและสถาปัตยกรรม
อัลอันดะลุสเช่นเดียวกับอาลัมบรา (Alhambra)

=================
ส่วนรูปป้าซิ่ง ถ่ายเองนะคะ
บ้างรูปก็เซลฟี่เอง เพราะอยากมีส่วนร่วมกับการได้รู้ได้เห็นกับสถานที่ไปค่ะ







ภายในโบส์ถจะมีส่วนโค้งเป็นปูนออกสีขาวและสีส้มสลับ
เป็นแนวโค้งรูปเกือกม้า เป็นสองชั้น ภายในมืดๆ
จะได้แสงสว่างจากภายนอกมาบ้าง และไฟดวงเล็กๆบางดวง



มีรูปปั้นของพระเยซู พระแม่มารี และรูปนักบวชต่างๆ
เทพเจ้า เทพบุตร และภาพวาด สวยงาม







===











ความโอ่อ่า และ เพดานสูง











เข้ามาคนเดียว บัตรราคาก็แพง ป้าซิ่งเลยต้องเซลฟี่บ้างค่ะ
การเซลฟี่ก็ง่ายหากต้องการภาพเต็มตัว
ก็วางไว้ที่เสาใดเสาหนึ่งตรงหน้าได้เลยค่ะ









บางที่ ตรงพื้นก็มีจารึกอะไรไว้แบบนี้ค่ะ















เดินมาถึงจุดนี้สวยงามอลังการณ์งานสร้างมากๆๆๆค่ะ
ป้าซิ่งเลยต้องหยุดอยู่ตรงนี้นานหน่อย เพียงครึ่งชั่วโมงก็พอค่ะ
สถาปัตยกรรมวิจิตรบรรจงจริงจัง
เป็นสถานที่ประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีชั้นวาง มีที่นั่งสวดมนต์อธิษฐาน
มีพื้นที่นั่งของบุคคลสำคัญ









ฝ้าเพดานสูงมากๆขนาดนี้ มีรูปหน้าตาคนบนที่สูงๆด้วย ทำได้งัยนี่



//ภาพนี้ตรงพื้นเดิน









ส่วนโซนนี้ ดูเหมือนที่นั่งประชุมกันรึเปล่านะ??
เพราะเห็นมีเก้าอี้ นั่งได้สองชั้น และ เก้าอี้ก็สลักหน้าตาแปลกๆ

















ภาพวาด และ รูปวาดมีกระจกสี





===







ในวงกลมเป็นรูปปั้นวัว







ป้าซิ่งเดินออกจากสถานที่ประกอบพิธีไปแล้ว
ก็ยังมีรูปเกือกม้าทรงโค้งๆให้ดูอยู่ตลอดเส้นทาง













สิ่งของสำคัญทางประวัติศาสตร์ของที่นี่









เดินขึ้นหน้าต่อไปค่ะ













คัมภีร์ไบเบิ้ล ที่เก็บรักษาไว้









====











ฝาโลง กับ โลงศพ สมัยโบราณกาล





เกือบจะหาทางออกไม่ได้เพราะข้างในค่อนข้างมืด
ต้องหาคำว่า " SALIDA " แปลว่า ทางออก
ถ้าเจอะแล้วมีลูกศรชี้ทางด้วย ก็ออกจากสถานที่นี้ได้ค่ะ

จบแล้วค่ะ ต่อด้วยบล๊อคหลัก อาหารการกิน ในอันดับต่อไปนะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะเข้ามาชม นะคะ




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2560 17:15:00 น.
Counter : 2918 Pageviews.  

เทศกาลปัสกา ขบวนแห่คืนวันพระเยซูคืนพระชนม์ชีพจากความตาย ตรงกับวันอีสเตอร์ เดือนเมษายน

วันที่ 9-13 เมษายน 2017 ไปเที่ยวประเทศสเปนทั้งอาทิตย์
เป็นช่วงวันอีสเตอร์ ทางสเปนที่นับถือนิกายคาธอลิค จะแตกต่างประเทศเยอรมัน
ทางเยอรมันนับถือคริสต์จะตกแต่งพวกไข่ย้อมสี และ กระต่ายขาว
ประดับประดาตามถนนและตามบ้าน



ส่วนเราไปเที่ยวประเทศสเปน แต่ละมุมเมืองมีขบวนแห่สรรเสริญพระเยซู
เลยทำให้ป้าซิ่งนึกชอบ คนที่แต่งตัวในขบวนแห่
ที่เป็นพวกใส่หมวกทรงสูงปลายแหลม เปิดแต่ลูกตาเป็นช่องวงกลม





ป้าซิ่งไปสเปนมา 5 วัน 4 คืน ยามเย็นๆก็เริ่มตั้งขบวนแห่
แห่ไปรอบเมืองจนถึงดึกดื่น ไปมาหลายเมือง
ก็มีแห่ทุกเมืองเลยในช่วงหลังคืนพระจันทร์เต็มดวง
แต่ละเมืองใส่ชุดลักษณะเดียวกัน แต่แต่งสีเหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง
เสียงดนตรีวงโยธาก็เสียงเดียวกัน

เครดิตประวัติ วันอีสเตอร์ จากกระปุกดอสคอม

วันอีสเตอร์ หรือวันปัสกา
เป็นวันเฉลิมฉลองพระเยซูคริสต์ทรงคืนพระชนม์ชีพจากความตาย
และเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลมหาพรต ที่ชาวคริสต์ต้องระลึกถึง
พระมหาทรมานของพระเยซูก่อนที่จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
โดยตลอด 40 วันของเทศกาลนี้
เริ่มตั้งแต่วันแรก (วันปาล์มซันเดย์ Palm Sunday)
ชาวคริสต์ จะต้องตั้งจิตอธิษฐานรำลึกเหตุการณ์
อันทรมานของพระเยซูตามพระคัมภีร์
รวมไปถึงสวดภาวนา บริจาคสิ่งของ อดอาหาร
และไม่ฟุ่มเฟือย ดำเนินชีวิตอย่างสมถะที่สุด

ทั้งนี้ วันอีสเตอร์นั้น ไม่มีวันที่ระบุตายตัว แต่ชาวคริสต์ได้ถือเอา
วันอาทิตย์แรกหลังพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 4 เป็นตัวกำหนด
หลังจากเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์แล้ว จะเข้าสู่เทศกาลปัสกา
ซึ่งเทศกาลนี้ เป็นเทศกาลที่ให้ชาวคริสต์ได้รื้อฟื้นความเชื่ออีกครั้ง
เป็นการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตในพระคริสตเจ้า







บรรยากาศขบวนแห่พระเยซู เทศกาลปัสกา ที่เมือง GRANADA ประเทศสเปน









สังเกตุจะมีการยกรูปปั้นพระเยซูที่ถูกตรึงด้วยไม้กางเขน
และภาพพระแม่มารี











=======















ส่วนทางเยอรมัน
วันอีสเตอร์ จะไม่มีขบวนแห่แบบประเทศสเปน
มีแต่ข้าวของพวกไข่ย้อมสี และ กระต่ายขาว ประดับประดา แบบสวยงาม น่ารัก

วันอีสเตอร์ตามหัวมุมถนน







ตามตลาด ก็มาซื้อหากันไปประดับบ้าน









ตามร้านอาหาร

















ส่วนที่บ้านเราในเยอรมัน ก็ประมาณว่า
หาสีมาย้อมไข่ต้ม สีสังเคราะห์โดยผสมสีกับน้ำส้มสายชู
แล้วมาทาที่ไข่







ไข่ต้มกินได้นะคะ





มีช็อคโกแล๊ตเป็นรูปกระต่ายราดด้วยอัลมอนด์สไลด์
และ คุ๊กกี้รูปไข่และกระต่าย





จบแล้วค่ะ
P.S.รูปขบวนแห่พระเยซูที่ประเทศสเปน ยังมีอีกที่อยู่หัวเมืองอื่นๆ
แต่ยังไม่ได้ย่อรูปอีกเยอะเลย ขี้เกียจโพสแล้วค่ะ ไว้ว่างๆค่อยทำล่ะกัน




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2560 13:12:24 น.
Counter : 4424 Pageviews.  

เดินเที่ยวชมมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่สเปน พระราชวังอาลัมบรา เมืองกรานาดา (La Alhambra de Granada )

วันที่ 9 เมษายน 2017
หลังจากเช็คอินเข้าที่พักและออกไปหาอะไรกินมื้อกลางวันแล้ว
ได้เวลาตามนัดที่เราจองตั๋วจากหน้าเว็ปไซด์
เพื่อไปพระราชวังอาลัมบรา(Alhambra )
ซึ่งอยู่ในเมือง กรานาดา( Granada ) La Alhambra de Granada




=========================================
ประวัติศาสตร์พระราชวัง อาลัมบรา ( La Alhambra )
=====เครดิตจาก เว็ป วิกิพีเดีย=====

อาลัมบรา (สเปน: Alhambra; อาหรับ: قصر الحمراء‎)
คือพระราชวังและป้อมปราการ
ตั้งอยู่ที่เมืองกรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน
สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354
โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์
แห่งราชวงศ์นาสริด
ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน
คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า
"อัลค็อมรอ" (الحمراء; Al-Ḥamrā) แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง"
เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง
ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วย
ใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน

สถาปัตยกรรมของพระราชวังอาลัมบรามีความโดดเด่นด้วยลายแกะสลัก
อย่างละเอียดและประณีต ทั้งผนัง เสา เพดาน โค้งซุ้มประตูต่าง ๆ
ล้วนแกะสลักอย่างละเอียด นับเป็นงานศิลป์ชั้นยอดของชาวมัวร์ในยุคนั้น

แม้อาลัมบราจะมีที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง
แต่ก็มีระบบการจัดการเกี่ยวกับน้ำที่ดี
มีการทำคูคลองส่งน้ำจากด้านล่างขึ้นมายัง
พระราชวังเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค
ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึง
ภูมิปัญญาด้านการชลประทานของชาวมัวร์ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
อาลัมบราถูกทอดทิ้งจนค่อย ๆ กลายสภาพเป็นที่พัก
ของบรรดาคนจรจัดที่มาอาศัยอยู่กันอย่างระเกะระกะ
และทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ
พระราชวังบางส่วนถูกทำลายเนื่องจาก
ความไม่รู้ถึงคุณค่าของพระราชวังแห่งนี้
อย่างไรก็ดี หลังจากที่อาลัมบราได้กลายเป็นฉากหนึ่ง
ในนวนิยายเรื่อง Tales of the Alhambra
รัฐบาลสเปนก็ได้ให้ความสนใจในการบูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังแห่งนี้
ให้กลับมามีสภาพที่ดีอีกครั้ง และได้รับการขึ้นทะเบียน
เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่ในบริเวณเดียวกันอีกสองแห่งในนามว่า
"อาลัมบรา, เคเนราลีเฟ และอัลไบย์ซินแห่งกรานาดา"

==========================
ส่วนครอบครัวป้าซิ่งก็เพิ่งจะมาเที่ยวสเปนเป็นครั้งแรก
แต่พ่อบ้านนั้นมาหลายครั้งแล้ว ประมาณ 4 ครั้งได้ค่ะ
เขาทำเรื่องจองตั๋วผ่านประตูเข้าเวลา 16:30 pm.
ค่าตั๋วคนละ 15.40 EU.
ควรไปเข้าคิวก่อนครึ่งชั่วโมง
ที่พักของเราอยู่ใกล้พระราชวังนี้มาก เดินมาแค่ 3 นาที
ชื่อที่พัก GUADALUPE Hotel (ทำบล๊อคไว้แล้ว ดูถัดไปค่ะ)












สถานที่สะอาดกว้างใหญ่แบบนี้ มีสวนใหญ่ด้วย
และก็ถ่ายรูปอีก พวกเราใช้เวลาเดินเที่ยวชมประมาณชั่วโมงครึ่งได้ค่ะ
คุณพ่อบ้านก็จัดเวลาแบบโพล้เพล้เลยเดินแบบสบาย แดดไม่ร้อน
รวมวันนี้ก็โชคดีที่ฟ้าสดใสโปร่งดี



พระราชวังสมัยเดิมคงมีน้ำล้อมรอบเยอะ ปัจจุบันไม่มีแล้ว



เราเดินมาทางด้านสวนตกแต่งก่อน คืออยู่ด้านนอกพระราชวังจะเป็นสวน













=====



ถ่ายกับลูกชายน้องโรบิน ค่ะ ใต้ต้นฟิจิ ดอกไม้ย้อยสีม่วง



เนื้อปูนสีแดงอิฐบางส่วนเป็นซากหักพัง



ที่ทำการของรัฐบาล



มีโรงแรมอยู่ใกล้ๆร้านขายของที่ระลึกด้วย







ด้านหน้ามีต้นดอกไม้ฟิจิสีม่วง ดอกบานฟูเต็มที่เลยสวยงามค่ะ
เป็นฤดูดอกไม้ชนิดนี้







เดินมาเรื่อยๆก็จะเจอะกับป้อมปราการและอาคารปูนสีแดงใกล้ๆกัน









เนื้อปูนแดงของอาคาร




ภาพแกะสลักงดงามบนหินปูน



สถาปัตยกรรม เป็นลานกว้าง ส่วนบนเป็นห้องโถงมีหลายช่อง







เดินมาตรงโซนที่มีคนเข้าคิวเยอะนี้
เพื่อผ่านประตูเข้าไปชมภายในพระราชวัง
ซึ่งจะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลัก ภาษาเขียน
ซุ้มโค้งๆที่แข็งแรงและงดงาม ประตู หน้าต่าง ฝาผนังและเพดาน บรรเจิดค่ะ



เข้าคิวกว่าจะถึงพวกเราเกือบครึ่งชั่วโมงเลยค่ะ
แม้จะโพล้เพล้ก็มีแดดออกอ่อนๆ
แถวๆที่เข้าคิวก็มีสวนดอกไม้ และ ร้านขายของที่ระลึก
ใครมาเป็นกลุ่มนั้นก็ดีค่ะ ได้ฝากแถวกับเพื่อนๆไว้
ขอไปดูแล้วกลับมาเข้าคิวเช่นเดิมได้










ช่วงระหว่างที่รอคิว ผู้คนฮือฮา เพราะเห็นแมวคาบลูก
ดูด้วยความน่ารักและผูกพัน





ส่วนที่ป้าซิ่งนั่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นระเบียงของพระราชวังอาลัมบรา
ที่เป็นสวนและอาคาร ที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาสูง
ซึ่งเราก็จะสามารถมองเห็น บ้านเรือนราษฏร์ที่อยู่เบื้องล่าง
ยิ่งได้ขึ้นไปอยู่บนที่สูงของพระราชวัง จะยิ่งได้มองเห็นรอบตัว
ตอนที่นั่งรอคิวอยู่ตรงนี้ เราเห็นเป็นกระจุกเดียว
แต่พอหลังจากได้ขึ้นไปบนหอของพระราชวัง ได้เห็นไกลออกไปและเห็นได้รอบ









ได้เวลาถึงคิวเราผ่านประตูแล้วค่ะ











พอผ่านเข้ามาก็จะเห็นหน้าต่าง ประตู ซุ้ม มีลายสลักสวยงาม
แต่ตรงนี้ยังไม่ค่อยสวยเท่าด้านใน ต้องเดินกันต่อไปค่ะ















เดินกันต่อไปค่ะ เพราะมีอีกหลายห้อง



















ส่วนตรงนี้ ที่เขาบอกว่าเป็นคูคลองระบบภายในพระราชวัง













บางห้องมีช่องลม มีแดดส่องบ้างค่ะ





เพดานสูงโค้ง







เดินมาตรงนี้เป็นบริเวณลานกว้าง ได้รู้สึกโล่งหน่อยค่ะ









แถวๆนี้สถาปัตยกรรม แกะสลักส่วนของโดม และ ฝาผนัง
แกะบนปูนขาวได้น่ารักงดงาม มีสีของฟ้าๆ สวยดีค่ะ ดูเพลินเลย















มองจากที่สูงซึ่งเป็นสะพานเชื่อม เห็นบ้านเรือนที่อยู่ด้านนอกพระราชวัง





พวกเราเดินดูภายในพระราชวังเสร็จแล้ว
ก่อนจากตรงนี้ ยังได้เดินมุมสวนต่างๆได้อีกค่ะ









จบแล้วค่ะ
ไว้พบกับบล๊อคไปเที่ยวไปกินในเมืองกรานาดา ค่ะ




 

Create Date : 28 เมษายน 2560    
Last Update : 28 เมษายน 2560 11:52:03 น.
Counter : 3245 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  
 
 

ป้าซิ่ง Naomichan
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




........หลังไมค์ถึงป้าซิ่งค่ะ.........
[Add ป้าซิ่ง Naomichan's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com