 |
| |
|
ทริปวันที่ 6 สุดท้ายเดินทางกลับเมืองไทย กับสายการบิน ANA NH807 from Narita to Suwannapumi
เช้าวันนี้แพ็คข้าวของกันแต่เช้า แล้วออกไปหาอะไรกินตามร้านสะดวกซื้อ ที่อยู่ข้างๆที่พัก เดินแค่ 3 นาที ก็ถึง 7-11 , Family mart เวลาขึ้นเครื่องที่สนามบินนาริตะ ตอน 16:55 PM.

เตรียมตัวเดินทางออกจากบ้านกันตอนเที่ยง จากสถานีรถไฟ Kawaguchi ไปสถานีรถไฟ Nippori ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
พวกเรานั่งรถไฟสาย Keisei ธรรมดา ราคาคนละ 1,030 yen ไปลงที่สนามบินนาริตะ หรือ Narita airport ลงที่ Terminal 1 เพราะสายการบิน ANA ขึ้นเครื่องที่ Terminal 1 ใช้เวลาเดินทางจากสถานี Nippori ไปสนามบินประมาณชั่วโมงครึ่ง ต้องมีน้ำดื่มไว้บ้างค่ะ บนรางรถไฟมีตู้กดเครื่องดื่่ม ง่ายมากค่ะ

ช่วงเที่ยงวัน คนไม่ค่อยมี รอรถไฟก็ถ่ายรูปกันนิดนึงค่ะ


เวลารถไฟถึงอันดับของเราแล้ว ก็เอาสัมภาระเตรียมมาจ่อเข้าคิว ตรงหน้าเส้นขึ้นรถไฟ เพราะต้องยกกระเป๋าอย่างเร่งรีบ เพื่อไปนั่งที่เหมาะๆ เลือกที่นั่งริมซ้ายไว้ เพราะ ป้ายสิ้นสุดของTerminal 1 จะอยู่ริมซ้ายมือของรถไฟ ( ส่วน Terminal 2 ถึงก่อนT.1 จะอยู่ริมขวามือของรถไฟ )


ถึงสนามบินนาริตะแล้วก็ทำการเช็คอินกับสายการบิน ANA ไฟล์ทบิน NH 807 เวลาเครื่องออก 16:55 pm. ทางออกขึ้นเครื่องประตู Gate 59A , เวลาบอร์ดเรียก 16:15 pm.

ยังพอมีเวลาอยู่ต้องกินอาหารมื้อกลางวันกันก่อน นี่ก็เลยเวลามาเยอะแร๊ะ แต่ก็ไม่ต้องเร่งรีบกับการไปเช็คอินกับกองตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น มาที่สนามบินนาริตะ Terminal 1 มากินร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้อร่อยประจำค่ะ ร้านที่มีบู๊ธร้าน Sanrio หรือร้านคิตตี้ อยู่ข้างหน้าร้าน



อาหารประจำที่ต้องกินค่ะ ข้าวปั้นไข่หอยเม่นหรือ อูนิ กับ ฟองเต้าหู้สดๆใหม่ๆ ของร้านนี้ ราดด้วยโชยูและแต้มๆวาซาบิหน่อย เริ่ดดดด..............ค่ะ


หลังจากผ่านเซนเซอร์สัมภาระ ก็ตามด้วยลงบันไดไปเช็คกับ เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง หลังจากผ่านกองตรวจฯแล้ว ก็ตัวใครตัวมันล่ะค่ะ คือต่างคนก็ต่างไปช๊อปแหลกกับดิวตี้ฟรี ต่างไปทำหน้าที่่ที่ใจต้องการ ใครอยากได้อะไรให้ซื้อกันตามสบาย แล้วไปเจอะกันที่หน้าประตูขึ้นเครื่อง 59A นะจ๊ะ






เพื่อนๆมาเจอะกันตรงหน้าประตูทางออกขึ้นเครื่องแล้วค่ะ มีถุงใหญ่พลาสติกสีขาวและแดง ของสนามบินนาริตะกันทุกคน อิ่มเอิ่ม หน้าชื่นตาบาน กันทุกคน
ขึ้นเครื่องแล้วก็มีกินอาหารกันต่อ นะคะ เป็นข้าวหน้าซีฟู๊ด


ถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 4 ทุ่ม ส่วนตัวเพื่อความปลอดภัย จะนั่งรถของสนามบินกลับบ้านประจำ ของบริษัท AOT


กว่าจะนอนได้ก็เที่ยงคืนกว่า ล่ะค่ะ จบทริปเที่ยวซากุระญี่ปุ่น แล้วค่ะ ทริปต่อไปเที่ยวไทย ผีตาโขน จังหวัด เลย วันที่ 23-25 มิถุนายน และ ทริป เขาหลัก 1 อาทิตย์ วันที่ 2-8 กรกฏาคม มีเที่ยวทุกเดือนเลย
แล้วไปซ้ำญี่ปุ่นอีกมีตั๋วเรียบร้อยแล้ว 8-13 กันยายน พาคนเล่นพันทิปไป 3 คน มีค่ากินมื้อกลางวันและค่ำ รวม ค่าตั๋วรถไฟและบัสเดินทางด้วยตนเอง 13,000 บาท ยกเว้น ถ้าเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์หรือซี จ่ายค่าประตูเอาเอง
ส่วนค่าตั๋วเครื่องบินแล้วแต่คนไปจะสมัครใจนั่งสายการบินไหน ทริปนี้เป็นทริปที่คนเขาพยายามตั้งใจเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นตามฝัน แต่งบน้อย เลยนั่งแอร์เอเชียเอ๊กซ์ Airasia X ค่ะ ค่าตั๋วเครื่องได้มา 9,030 บาท
พอไปรวมค่าสนามบิน + ค่าที่นั่ง+ ค่าอาหารบนเครื่อง+ ค่าน้ำหนักสัมภาระ รวมประมาณ 2,900 บาทได้ ค่าตั๋วเครื่องบินไปรวมค่าบริการต่างๆของสายการบิน ก็ร่วมๆ 12,000 บาท
สรุป 13,000 + 12,000 = 25,000 บาท
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
| Create Date : 19 มิถุนายน 2560 | | |
| Last Update : 20 มิถุนายน 2560 4:45:05 น. |
| Counter : 3813 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
ทริปวันที่ 5 พาไปช๊อปปิ้งย่านชิบูยะ และ ฮาราจุกุ ดินเนอร์ชูซิ แถวบ้าน JAPAN
วันนี้เป็นวันเที่ยวสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับไทยวันพรุ่งนี้ค่ะ ทริปนี้เราพาไปช๊อปปิ้งย่าน Shibuya ต้องพาเพื่อนมาตรงแยกศูนย์กลางการค้า Shibuya ใกล้สถานีรถไฟ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปถนนยอดฮิตเหมือนมาไม่จริง5555


เพื่อนๆก็เหมือนจะสตางค์จะหมดแล้ว ได้แต่เดินดู คือพวกเขาจะเก็บตังค์ไว้ไปช๊อปฯดิวตี้ฟรี ที่สนามบินนาริตะ มาย่านนี้ พาไปหลายที่แหละ เช่น ตึก 109 for women, ร้านรองเท้า UGG, ร้านรองเท้า Onitsuga Tigers, Tokyu hands , Loft , H&M, ABC Mart,...
เป้าหมายอีกที่คือ Harajuku ไปร้าน Kiddyland ไปล่ะช๊อปฯกันมันส์ เพราะมีคนสั่งซื้อของเยอะค่ะ ส่วนป้าซิ่งได้มาตัวเดียว ตัวกระต่ายซากุระ แต่ที่ชอบคือ ร้าน ADIDAS อยู่ฝั่งเดียวกับร้าน Kiddyland เดินๆไปทางตึกChanal เข้าไปในซอยไม่ลึกมาก



จุดนัดเจอะ หลังการช็อปปิ้งสิ้นสุดที่ ร้านกาแฟ Segafredo ใครอยากดู อยากช๊อปปิ้งตรงถนน Omotesando ก็มาเจอะกันที่ร้านกาแฟนี่แหละ เราจะคอยค่ะ อยู่ฝั่งตรงข้าม Kiddyland

ช๊อปฯย่าน Omotesando เสร็จก็พาเดินที่ Harajuku ตรงถนน Takeshita street บอกให้กินเครปกัน แต่ละคนก็อิ่มกันมาแล้ว เลยไม่ซื้อกินล่ะ ได้แต่เดินดูผู้คนและร้านค้าทั้งสองฟากฝั่ง มีแต่เราซื้อเสื้อแมว น่ารักๆ
จากนั้น กลับบ้านไปหาอะไรกินเป็นมื้อเย็นกันค่ะ มากับกรุ๊ปคนไม่กินเนื้อ ไม่กินปลาดิบ ป้าซิ่งก็ต้องพาไปร้านที่มีเขตใกล้ๆรัศมีไม่ไกลกัน ก็จะมีพวกร้าน คาเระญี่ปุ่น, ร้าน ราเมง , ร้านสเต็ก, ร้าน ยากิโซบะ และ ทาโกะยากิ แถวบ้านร้านอาหารเยอะ เพราะมันเป็นถนนคนเดิน และ ก็มีร้านมัสทสุโมโตะ คิโยชิน แต่ร้านไม่ใหญ่มาก ไว้กินเสร็จก็ช๊อปฯได้อีก และ ซุปเปอร์มาเก็ตญี่ปุ่น มีหลายร้านเลย
เพื่อนเปิ้ลคนนี้ อยากกินชูซิ เลยได้ถ่ายรูปอยู่กับป้าซิ่งค่ะ อีก 3 คนไปกินร้าน ราเมง บอกอร่อยมาก อร่อยกว่า ร้านราเมงข้อสอบ อีก
เพื่อนเปิ้ลอยากกินชูซิสายพานค่ะ แต่ร้านก็มีเครื่องสั่งอาหารแบบไอแพ็ดให้เลือกว่าต้องการกินอะไรเพิ่ม

อันนี้กระปุกขิงดอง กับ ชาเขียวผง ชงเอง หาก๊อกน้ำร้อน ตรงที่นั่งได้เลย ส่วนวาซาบิ เป็นซองๆอยู่บนสายพานชูซิ อยู่แล้ว หยิบตามสบาย





จานนี้กุ้งซากุระสดๆค่ะ


อูนิของโปรดของป้าซิ่ง

เอ็งกาวะ




ซุปมิโซะหอยลายหรือ อาซาริ
อิ่มอร่อยเสร็จ มีกินต่อในร้านสะดวกซื้อ ก็พวกไอศครีมญี่ปุ่นและพุดดิ้ง ของที่ซื้อ ไปกินกันที่ห้องพัก กินเสร็จแพ็คข้าวของก่อนนอน เพราะพรุ่งนี้เดินทางกลับไทยแล้วค่ะ
 เหลืออีกบล๊อควันเดินทางกลับและช๊อปฯในดิวตี้ฟรี นะคะ ติดตามชมตอนต่อไปค่ะ
| Create Date : 17 มิถุนายน 2560 | | |
| Last Update : 27 มิถุนายน 2560 13:44:05 น. |
| Counter : 2075 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
 |