ฝันร้ายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

ก่อนหน้านี้ น้องที่ออฟฟิศชอบถามบ่อยๆ ว่า อาทิตย์นี้ไม่ไปหาแม่เหรอ ไม่เห็นค่อยไปหาแม่เลย ฉันก็มีข้ออ้างให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ ที่จะไม่ไปหาแม่ จะทำงานบ้านบ้างล่ะ แม่เพิ่งมาบ้างล่ะ เพิ่งเจอกันไปเองบ้างล่ะ ต่างๆ นานาที่จะหามาอ้างได้ ไม่ใช่ไม่รัก ไม่ใช่ไม่คิดถึง แต่ก็มักคิดเสมอว่าไว้ก่อน ไว้วันหลัง

จนถึงวันนึงที่ได้ข่าวจากน้องสาวว่าแม่ล้ม เข้าไอซียู ความรู้สึกตอนนั้นบรรยายไม่ถูก นั่งรถไปราชบุรี ร้องไห้ไปตลอดทาง ได้แต่ภาวนาในใจ และบนบานศาลกล่าวสารพัดเท่าที่นึกออก ไปถึงโรงพยาบาลเห็นหน้าแม่แล้วยังดีใจ ที่แม่ยังไม่จากพวกเราไป แต่ก็ทรมานใจที่เห็นแม่เจ็บปวด กับสายที่ระโยงระยางและอาการปวดหัวอย่างหนัก ญาติเล่าให้ฟังว่า ก่อนแม่จะหมดสติ แม่ได้แต่บ่นว่า ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว 

หมอวินิจฉัยว่าแม่เส้นเลือดในสมองแตก โรคนี้ได้ยินแล้วน่ากลัวเหลือเกิน เพราะคนที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ไม่เป็นอัมพฤกษ์ก็เป็นอัมพาต แต่พวกเราพี่น้องก็ภาวนากันว่าขอให้แม่รู้เรื่องสื่อสารกับพวกเราได้ก็ยังดี

ช่วงอาทิตย์แรก ฉันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงพยาบาล ถึงแม้โรงพยาบาลมีกฏว่าห้ามเฝ้า เพราะแม่อยู่ในไอซียู แต่พวกเราพี่น้องก็ผลัดกันไปเฝ้า หน้าห้องก็ยังดี ปกติฉันเป็นคนบ่อน้ำตาตื้นอยู่แล้ว พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็แทบจะกินน้ำตาต่างข้าว ร้องไห้ได้ทุกที่ ทุกเวลา แค่คิดถึงแม่น้ำตามันก็เอ่อขึ้นมาเองเฉยๆ

 

ผ่านมา 3 อาทิตย์แล้ว แม่อาการดีขึ้นมาก รู้สึกตัวตลอด แต่หมอยังไม่ยอมให้ออกจากไอซียู บอกแต่ว่ารอดูอาการ ฉันเข้าใจว่าหมอระแวงเกินไป แต่ระแวงเกินไปก็ดีกว่าประมาทเกินไป ถึงแม้ห้องไอซียูฟังชื่อแล้วดูน่ากลัว แต่การดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอกับพยาบาลและอาการดีวันดีคืนของแม่ ก็ทำให้พวกเราสบายใจ

 

ตอนนี้ก็รอผลการตรวจรอบสุดท้าย หมอแนะนำให้สแกนคลื่นแม่เหล็กตรวจดูเผื่อมีเส้นเลือดโป่งพอง อาจจะต้องผ่าตัด ยังไม่รู้ผลออกมาจะเป็นยังไง พวกเราก็ได้แต่อธิษฐานขอกับสิ่งที่มองไม่เห็นว่าขอให้แม่ปลอดภัยและกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม

 

น้องที่ทำงานบอกว่าพอได้ยินเรื่องนี้แล้วก็ต้องกำชับกันเองกับพี่น้องว่าให้โทรหาแม่บ่อยๆ ก่อนไม่มีแม่ให้โทร สำหรับฉันถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม วันหยุด วันว่างก็ไม่ค่อยไปหาแม่ โทรศัพท์ก็ไม่ค่อยโทร เพราะไม่รู้จะคุยอะไร แต่ถึงตอนนี้แล้วอยากได้ยินเสียงแม่ใจจะขาดติดอยู่ตรงที่หมอยังไม่ยอมให้ถอดท่อช่วยหายใจออก ต้องใช้วิธีเขียนสื่อสารกัน

 

ฉันคิดว่าหลายคนที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว คงเป็นแบบฉัน อย่ารอให้ถึงวันนั้น แล้วค่อยคิดได้ มันอาจสายเกินไป ฉันยังโชคดีที่แม่ยังไม่จากไป ไม่รู้จะขอบคุณใคร คงต้องขอบคุณคนบนฟ้า ที่ให้โอกาสฉันได้แก้ตัวอีกครั้ง...

 

หมายเหตุ : เรื่องนี้เคย publish ที่ blog อื่นมาแล้ว แต่ขอเอามาลงอีกที เพราะหลายๆ คนฉันว่ายังคงเป็นแบบฉันอยู่ (คืออยู่ห่างพ่อห่างแม่แต่ไม่ค่อยโทรหา) ล่าสุดเพื่อนก็เพิ่งเสียพ่อไป โดยบอกว่าก่อนพ่อเสียก็ไม่ค่อยได้โทรหา พอท่านเสียไปแล้ว ก็ย้อนเวลากลับมาไม่ได้

 

 

 




Create Date : 27 กรกฎาคม 2555
Last Update : 27 กรกฎาคม 2555 21:54:25 น.
Counter : 912 Pageviews.

1 comment

What would life be
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สนใจหนังสือเล่มใด สั่งจองได้ที่อีเมล keekybooks[at]gmail.com หรือโทร 083-9038618 ค่ะ

ที่นี่จะมีหนังสือแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีหนังสืออีกมากมายให้คุณเลือกที่ http://www.mu-alan.com
New Comments