นับตั้งแต่วันที่ฉันลาออกจากการเป็นคุณเลขาฯ ซารังเฮโย ฉันบอกลาบอสที่น่ารักของฉัน

(คุณเลขาฯ ซารังเฮโย : เป็นปลื้มที่สุดเมื่อผิวดีและหน้าเด็กกว่าอายุจริง)

มาเป็นคุณแม่บ้านดูแลสามีและครอบครัว 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันนั้นมาชีวิตฉันเริ่มเปลี่ยน วิญญาณผีแม่ครัวเข้าสิงฉันแล้วค่ะ ฉันต้องทำอาหารให้พ่อปู่และแม่ย่าทานวันละ 3 มื้อ และเมื้อดึกสำหรับสามี 1-2 มื้อ มันทำให้ฉันต้องชิมอาหารโน่นนี่นั่นสารพัด อีกอย่างแม่ย่ากลัวฉันจะว่างและเบื่อจนขอกลับไปเป็นคุณเลขาฯ ซารังเฮโยอีกครั้ง เลยสรรหาเมนูสารพัดร้อยแปดให้ฉันทำ เพราะแม่ย่ารู้ว่าฉันชอบทำอาหารและไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน
1 เดือนผ่านไปด้วยความเบื่อหน่าย จากหญิงสาวที่สุดแสนจะโก๊ะและไฮเปอร์มากกกกก ต้องมานั่งๆ นอนๆ ทำอาหาร แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปเป็นปีและความไม่ใส่ใจในสุขภาพ โดยให้เวลากับการชิมอาหารร้อยแปดเมนูราวกับว่าตัวเองเป็นนักชิม ฮ่าๆๆ ทำให้
"ฉันอ้วน"แล้วที่ฉันต้องสัมภาษณ์ธนาคารกรุงเทพก็มาถึง เลือกเสื้อผ้าอยู่นานแสนนาน โอ้ใส่ไม่ได้เลย
ไม่น๊าาาาาาาาาา

ฉันอ้วนมาก น้ำหนักเพิ่มมากกว่า 10 กิโลกรัมใน 1 ปี
แล้วฉันก็ตกสัมภาษณ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า
"ฉันอ้วน" เป็นไงล่ะคราวนี้ฉันกรี๊ดบ้านแทบแตก
และการตัดสินใจออกมาทำงานนอกบ้านอีกครั้งก็เริ่มขึ้น
เมื่อฉันเลือกที่จะมาช่วยงานสามีติดตั้งเครื่องจักรให้กับโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดเลย
กลางดึกคืนวันหนึ่งฉันปวดท้องบิดๆๆๆ ตัวงอเป็นกุ้ง สามีพาไปหาหมอ
คุณหมอวินิจฉัยโรคจากอาการของฉันว่า "ฉันเป็นโรคกระเพาะอักเสบเฉียบพลัน" (ฉันไม่เคยเป็นโรคกระเพาะมาก่อน)
กลับถึงบ้าน สามีต้องขอความช่วยเหลือทางข้อมูลจากอากู๋(Google) ว่าโรคที่ฉันเป็นมีสาเหตุมาจากอะไร แต่ก็มีหลายปัจจัย เครียด ดื่มสุรา กาแฟ สูบบุหรี่ และทานอาหารเยอะเกินไป เท่านั้นแหละ
ฉันต้องอึ้ง ทึ่ง เสียว เพราะโดนสามีดุ ด้วยเหตุผล
ทานอาหารเยอะเกินไป
เพื่อสุขภาพที่ดีของฉัน
คุณสามีจึงขอร้องคุณภรรยาเยอะๆ ว่า
คุณอย่าทานอาหารเยอะและพยายามลดน้ำหนักพื่อสุขภาพที่ดีนะผมขอร้อง
ปฏิบัติการวิ่งสร้างภาพก็เริ่มขึ้น
ฉันเกลียดการวิ่งที่สุดใน 3 โลก แต่เพื่อสามีฉันจะพยายาม
ยกเวท ซิตอัพ ควบคุมอาหาร งดน้ำตาลและน้ำอัดลม
วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง น้ำอัดลมยังหยุดไม่ได้ขอจิบ 1 คำได้มั้ย
และขนมหวานที่มีอยู่สามีเอาไปซ่อนซะหาไม่เจอเลย
ขอบคุณในความหวังดีและอยากให้ฉันกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง