Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 5



รังไรลวงรัก
รังที่ 5


รังที่ 5

จวนเวลานัดเข้าไปทุกที จุลออกอาการกระสับกระส่าย เหลียวซ้ายแลขวา แววตาบอกถึงความวิตกกังวลอะไรบางอย่าง

“เป็นอะไรมากไหมคุณชายแปลกหน้า ทำท่าพิกล”

“เปล่า” น้ำเสียงเขาขาดความมั่นใจเล็กน้อย จนรังไรสังเกตเห็นได้

“ฉันจะไปแล้วนะ คุณนั่งรอนัดพบสาวของคุณไปแล้วกัน” รังไรลุกขึ้น แต่เขากำลังถือวิสาสะจับข้อมือเธอไว้

“อยู่กับผมก่อน”

“แต่ฉันมีนัดกับลูกค้า” เธอหันมาตอบทันควัน แต่มองจากสีหน้าของเขาตอนนี้ ทำไมความทะเล้นมันหายไปเหลือเพียงความไม่มั่นใจในตนเองขึ้นมาดื้อ ๆ

เสียงกระดิ่งห้อยประตูดังขึ้น จุลเหลือบมองพร้อมกับหันมาพูดกับเธอ

“ขอเวลาสักห้านาทีเถอะนะ” เขาส่งสายตาอ้อนวอน โดยที่เธอไม่ทันได้ปฏิเสธอใด ๆ ทุกอย่างก็เหมือนจะดำเนินไปตามอย่างที่ใจของเขาอยากให้เป็น

เสียงทักทายของสาวสวย ตาคม สูงโปร่ง ถึงผิวจะคล้ำแต่เนียนราวน้ำผึ้ง

“ขอโทษทีนะจุล ลันมาช้าไปหน่อย”

“ลันนา” เสียงเขาพร่ำออกมาแผ่วเบา ต้องบอกแบบนั้น

“ไม่เป็นไร จุลรอได้ นานแค่ไหนจุลก็รอได้” สายตาหวานเยิ้มและคำพูดน้ำเสียงที่ผสมความดีใจ ความเศร้า บอกไม่ถูก รังไรได้แต่รอบสังเกตอาการของเขาที่เธอไม่เคยเห็น บางทีนายจุล ชายแปลกหน้าก็มีอะไรบางอย่างที่แสดงออกมาอย่างไม่เป็นตัวของตัวเองชอบกล

พอสาวสวยลันนา เข้ามายืนใกล้เขามากขึ้น จุลรีบปล่อยมือของเขาออกจากข้อมือของรังไร แล้วกระวีกระวาดเชื้อเชิญให้แขกที่เพิ่งเดินเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างเขาและเธอทันที ตอนนี้เหมือนรังไรคนนี้เริ่มไม่มีตัวตนในสายตาของเขาแล้ว

“ดื่มอะไรดี ลัน”

“เอ เอาอะไรดีนะ” ขนาดท่าครุ่นคิดของเธอ ยังดูน่ารักและสง่างามทีเดียว ไม่หวาน ไม่แข็งกระด้าง เป็นอาการที่ไม่ได้มีในตัวรังไรสักนิด

เขาเดินออกจากบาร์นั่งริมกระจก รังไรรู้จังหวะเวลาเป็นอย่างดี เธอเลยค่อย ๆ ลุกออกจากเก้าอี้ออกมาโดยไม่ร่ำลาชายแปลกหน้า พอออกมาถึงหน้าร้าน เหมือนหัวใจมันหล่นวูบ เธอได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าให้กับตัวเอง

“ยังไงเราก็เป็แม่มดและหญิงแปลกหน้าสำหรับเขาเหมือนกัน ตาบ้าเอ้ย เล่นเอาฉันเสียเซลฟ์เหมือนกันนะ พอแฟนมาปุ๊ปสายตาที่ก่อนหน้านั้นอ้อนวอนให้ฉันอยู่มันก็หายวับไปเลย เฮ้อ” พึมพำคนเดียวจบเธอก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับรีบจ้ำไปยังร้านอาหารใกล้เคียงกับร้านเครื่องดื่มเดิมตามนัดของเธอ

จุลเดินกลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มใหม่สามแก้ว

“เอ้ายายแม่มดหายไปไหน” เขาชะเง้อคอเหลียวมอง แต่สัมภาระของหญิงแปลกหน้าก็หายไปแล้ว

“ใครกัน” ลันนาหันมองตามกับเขาด้วย พบแต่เก้าอี้ว่างเปล่าข้างเธอ

“อ้อ ไม่มีอะไร”

“แล้วทำไมสั่งมาสามแก้วล่ะจ๊ะจุล” เธอทอดเสียงเอ็นดูเขา เป็นน้ำเสียงที่จุลรู้สึกว่า เขาเป็นเด็กในสายตาของอดีตคนรักพี่ชายเขาเสมอ

“ก็ร้อน เลยอยากดื่มสองแก้ว” เขาแก้เก้อ พร้อมยิ้มเขินออกมา

“เด็กน้อย” ลันนายิ้มแล้วแซวเขาออกมา เป็นคำพูดที่เธอใช้กับเขา เวลาเขาทำอะไรไม่ถูกทางเสมอ ยิ่งได้ยินก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจจริง ๆ

“วันนี้ลันรบกวนจุลหน่อยนะ นี่จ้ะธีมคร่าว ๆ ที่ลันพอจะมีฝีมือวาดมันออกมา จุลจะเข้าใจไหมนะ” เธอกางกระดาษสีขาวที่วาดรูปการตกแต่งภายในร้านออกมา ฝีมือเธอก็อยู่ในขั้นพื้นฐาน แต่มันดูง่าย ไม่รู้เป็นเพราะว่าหัวใจของเขาใส่ใจในตัวเธอมากไปหรือเปล่า ถึงแม้ว่าภาพที่กางมานั้น ลันนาจะแค่เพียงขีดเส้นคร่าว ๆ ไม่กี่เส้น จุลคิดว่า เขาก็คงเข้าใจมันอย่างทะลุปรุโปร่งเป็นอย่างดี

“ว่าไงจ้ะ จุล พอเข้าใจความคิดของลันไหม”

จุลยิ้ม “เข้าใจทุกอย่าง เราไปที่ร้านกันเลยดีไหม”

“เอาซิ”

ลันนาเดินนำจุลออกไปนอกร้าน เขามองตามหลังของเธอ ทรวดทรงแสนสง่า มีความเป็นผู้ใหญ่เต็มพร้อม ถึงเธอจะอายุมากกว่าเจ็ดปี แต่หัวใจดวงนี้ของเขามองข้ามข้อจำกัดนั้นไปเลย

“ยายแม่มด” เขาเรียกชื่อนั้นออกมา เพราะตอนเดินผ่านร้านขนมแห่งหนึ่ง เขาเห็นเธอกำลังนั่งคุยกับลูกค้าอยู่ ดูท่าทางของแม่มดสาวจะดูจริงจัง ผิดกับเวลาที่อยู่ใกล้ชิดเขา เขาสัมผัสได้แต่ความเปิ่นเฉิ่มในตัว

“ซีเรียสกับคนอื่นก็เป็นนะ”

“ว่าไงนะจุล” ลันนาหันมามองและทำหน้าสงสัย

“เมื่อกี้จุลว่าอะไรนะจ้ะ” ลันนานถามย้ำ

“อ้อ เปล่า พอดีเห็นอะไรตลก ๆ น่ะ”

“จุลนี่ฝันกลางวันอีกแล้วใช่ไหมจ้ะ อย่างที่ตุลย์บอกเลย ว่าจุล....” ลันนาเผลอหลุดนึกถึงพี่ชายของเขาอีกแล้วในตอนนี้

“ช่างเถอะจ้ะ ถึงร้านแล้ว” ลันนาไขประตูกระจกเข้าไปในร้านที่ตอนนี้มีเพียงแต่ความว่างเปล่า มีเพียงเก้าอี้และโต๊ะตัวเล็กวางอยู่ใกล้ทางเข้าและฝุ่นฟุ้ง

จุลเดินอยู่ที่หน้าร้านและถ่ายรูป ร้านนี้มีผนังรวมถึงประตูเป็นกระจกทั้งหมดขนาดหน้ากว้างหกเมตร เขาเดินเอาตลับเมตรวัดและจดข้อมูลลงไป ความสูง ความลึก และนั่งดูบนแผนความฝันของลันนาที่จะเนรมิตรร้านเล็กนี้สำหรับเป็นที่ขายไหมพรมและงานฝีมือที่เธอถนัดจากเส้นไหมนุ่มสีหวานทั้งหลาย


ช่วงบ่ายที่แสนจะร้อนจัดการพูดคุยกับลันนาทุกอย่างเหมือนเวลามันผ่านไปรวดเร็ว ภาพฝันของลันนาบนแผ่นกระดาษนี้ เขาจะทำมันขึ้นมาให้สมกับที่ใจเธอต้องการ

“จุล ลันถามอะไรหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงเธอเศร้า

“รู้เลยว่าจะถามอะไร” จุลพูดจบถอนใจออกมา

“พี่ตุลย์สบายดี” เขาตอบสั้น ๆ

“แล้วเขาถามถึงลันบ้างไหม”

“ให้บอกตรง ๆ ไหม” จุลสังเกตแววตาเศร้าของสาวรุ่นพี่

ลันนาพยักหน้า

“ไม่ได้ถาม”

“อืม ไม่เป็นไร ก็คิดอยู่แล้วหล่ะว่าต้องเป็นแบบนี้ วันนี้จุลมีธุระอีกหรือเปล่า” ลันนาเปลี่ยนเรื่องฉับพลัน

เขาส่ายหน้า แค่เสียดายว่าทำไมเวลาระหว่างเขากับเธอในวันนี้จวนจบลงอีกแล้วหรือ

“ลันนัดเพื่อนไว้จ้ะ เรื่องไหมพรมที่ออเดอร์จากญี่ปุ่น” ลันนาพูดไปก็หันไปเปิดกระเป๋า และหยิบกุญแจพร้อมที่ห้อยฝีมือถักทอจากไหมพรมเป็นปลอกสำหรับใส่กุญแจดูน่ารัก ผู้ชายก็พกไว้ได้ไม่น่าเกลียด และยื่นให้เขา

“สำหรับผมเหรอ”

เขารู้สึกว่า เขามีความสำคัญขึ้นมาเลย

“ร้านนี้ก็เหมือนร้านของจุลนะ” ลันนายิ้มแสนอบอุ่น ละมุนละไม คำพูดนี้ทำให้ความร้อนจากภายในเย็นฉ่ำลง

“ทำไมทำหน้าชวนฝันแบบนั้นล่ะ ไม่ใช่กุญแจห้องของลันสักหน่อย” เธอหัวเราะเสียงใสออกมา
จุลเลยตื่นจากพะวังเลย “รู้หลอกน่า ก็ตอนนี้จุลกลายเป็นผู้รับเหมาของลันนี่ ยังไงกระผมจะตกแต่งร้านเล็ก ๆ นี้ให้สวยและอบอุ่นสมใจเลยนะครับ”

ลันนาเลยหัวเราะเสียงใสออกมา

“ยิ้มแบบนี้ไว้นะลัน ผมเชื่อว่าพี่ตุลย์ มีเหตุผลที่บอกเลิกกับคุณ ถ้าคนเราเป็นโซลเมทกัน ยังไงวันหนึ่งต้องได้พบและได้กลับมารักกัน” เขาพูดให้กำลังใจเธอ

“ลันเชื่อแบบนั้น แต่ตุลย์จะเชื่อแบบเดียวกับลันหรือเปล่า”

“จบเลย นึกว่าลันนะบอกจุลซะอีกนะว่า ไม่แล้ว ไม่รอแล้ว” เขาแค่นหัวเราะออกมา

“จุลพูดเล่นอยู่เรื่อยของแบบนี้ขอเวลาให้ลันทำใจสักพักเถอะนะ” เธอเดินนำออกมานอกร้านแล้วไขประตูปิดล็อก

“ถ้าจุลจะเข้ามาตอนไหนก็โทรศัพท์บอกลันด้วยแล้วกัน จะได้เข้ามาช่วยดูร้านนะ”

เขาเดินไปส่งเธอขึ้นแท็กซี่ การร่ำลาจบลง ใจหายทุกครั้งที่ต้องแยกจากลันนา และรู้สึกมีความสุขผสมความเจ็บปวดเล็ก ๆ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับลันนา เขาเดินคอตกอยู่ในเจแปนทาวน์ ที่มีแต่ร้านรวงแบบญี่ปุ่น บ่ายนี้เหมือนเริ่มเคว้งขว้าง เขาเดินเตร่เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นอย่างเดียวดาย


โปรเจคงานสุดท้ายที่รังไรเคลียร์มันจบลง การลาออกจากงานครั้งนี้คือการทำงานชิ้นนี้เป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว ผลงานที่ออกมาลูกค้าพอใจเป็นอย่างยิ่ง งานสำหรับพวกเธอไม่ว่ามันจะดีมากน้อยแค่ไหนตอนที่ทำจบ ถ้าลูกค้าพูดว่า ไม่เอาไม่พอใจ ก็ถือว่างานไม่ดี แต่ถ้าลูกค้าบอกคำเดียว พอใจ ทุกอย่างจบ เธอยิ้มกว้างออกมา เหลือบดูนาฬิกา มันบ่ายแก่เข้าไปแล้ว วันนี้ไม่ต้องกลับเข้าไปออฟฟิศอีก

เสียงเรียกสายจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังขึ้น

“ค่ะ”

“เย็นนี้ให้พี่ไปรับไหมรังไร”

เสียงอบอุ่นแบบนี้ “พี่ปวินท์รังไรไม่ได้อยู่ที่โรงงานค่ะ วันนี้มาพบลูกค้าที่เจแปนทาวน์ค่ะ”

“เสร็จงานหรือยัง”

“เรียบร้อยค่ะ รอที่นั่นพี่ไปรับนะครับ” เขาตัดสายเธอโดยเธอยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ฉันต้องรอใช่ไหม” เธอรีบเดินจ้ำเข้าไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เพื่อไปซื้อของเครื่องใช้ แต่ปรี่เข้าห้องน้ำเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองทันที แล้วต้องทำหน้าเซ็ง พอนึกได้ว่าวันนี้โดนนกโปรยเสน่ห์ใส่

“ผมจะเหม็นหรือเปล่า” เธอดึงเส้นผมมาสูดดม

“ยังหอมอยู่” จู่ ๆ นึกไปถึงชายแปลกหน้าที่เช็ดผมให้เธอ ช่วงเวลาขณะนั้นเล่นเอาใจเธอเหม่อลอยทีเดียว

“มีเสน่ห์เหมือนกันนะชายแปลกหน้า” เธอยิ้มและหัวเราะอยู่คนเดียวยามที่ส่องกระจกดูความเรียบร้อย

“ตายหละ เสื้อฉันเปรอะกาแฟนี่นา เซ็งเลย หวังว่าพี่ปวินท์คงไม่ถือสานะ” เธอเดินฉับ ๆ ออกจากห้องน้ำเพื่อรอเวลาที่เขาจะมารับเธอ เดินวนไปวนมาในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีของน่ารัก น่าหม่ำอยู่หลายอย่าง แล้วก็อีกจนได้ซินะ น้ำเสียงของใครบางคนกำลังตะโกนไล่หลังเธอ


“ยายแม่มดไร้มารยาท นึกจะขี่ไม้กวาดหนีก็หนีมาเลยนะ ไม่ร่ำลาสักคำ”
รังไรหันมาตามเสียงพร้อมขมวดคิ้ว และยืนกอดอก

“ก็ชายแปลกหน้าอยู่กับคนรัก แล้วแม่มดจะนั่งเป็นก้างทำไม” เธอเดินเข้ามาหาเขาพร้อมนิ้วชี้ไปที่หน้าอกของเขาเบา ๆ

“หึงเหรอ” จุลถามพร้อมยักคิ้ว

“ตลกใหญ่แล้ว”

“เวลาอยู่กับลูกค้า แม่มดอย่างคุณก็ดูจริงจังเป็นนะ ทำไมพอเจอผมทีไร ก็ทำตัวเป็นเด็กกวนประสาทได้นะ คนเรานะคนเรา พูดดีด้วยก็ชอบกวนใส่” เขาเดินยิ้มยียวนและแกล้งเดินเบียดเธอ จนเธอเกือบจะล้ม

รังไรรีบจ้ำเท้าเดินตามเขา

“ก็คุณพูดจาไม่สุภาพ เรียกฉันยายแม่มด”

อยู่ ๆ เขาก็หยุดและหันมาจนเธอชนเข้าที่กางอกของเขา เขาประคองไหล่เธอไว้

“แอบรักผมป่ะเนี่ย ตามต้อย ๆ”

“เปล่าย่ะ” เธอถอยหลังมาหลายก้าวเชิดหน้าแสนงอนใส่เขา

“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร ก็คุณไม่บอกชื่อ อ้อผมก็ไม่ใช่ชายแปลกหน้าของคุณสักหน่อย ผมชื่อจุล” เขายื่นมือแสดงความรู้จักพร้อมแนะนำตัว

“ฉันรู้แล้ว” เธอส่งน้ำเสียงไม่ดีนักแต่ไม่ได้ยื่นมือไปจับรับไมตรีจากเขา

“แล้วทำไมไม่เรียกชื่อผมดี ๆ” เขายวนเธอต่อ

“ฉัน... ชื่อ รังไรน่ะ”

“รังไรน่ะ เออชื่อแปลกดีนะ คนอะไรมีคำว่า น่ะ ลงท้ายชื่อ” เขาหัวเราะออกมา แต่สาวเจ้าเริ่มอยากจะแยกเขี้ยวใส่เขาแล้ว”

“เอาน่า อย่าโกรธเลย ชื่อน่ากินดีนะ วันหลังต้องลองขอชิมหน่อยแล้ว ว่ารังไร นี่มันอร่อยแค่ไหน”

“รังไรโรยด้วยแป้ง เหมือนนกแกล้งทำรังลวง โอ้อกนกทั้งปวง ยังยินดีที่มีรัง” เขาพูดจบก็หัวเราะออกมา

“พุดกันดี ๆ สักครั้งไม่ได้หรือไง” เธอถามเขา

เขายักไหล่พร้อมส่งยิ้มกลับมา ก่อนที่เขาจะเดินนำเธอออกไป

“นี่ชายแปลกหน้าจะไปไหน” รังไรวิ่งตามหลังเขาต้อย ๆ ออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต

“กลับบ้านซิ” เขาตอบห้วน

“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณจุล ดูเศร้า ๆ นะ หรือว่า ที่นัดแฟนมาเพื่อบอกเลิกกัน” เธอยวนไม่ตรงจุด เขาเลยชักสีหน้าไม่ดีนักกลับมา

“ขอโทษ ล้อเล่นนิดเดียวเอง”

“รังไร” เสียงเรียกของใครบางคนดังขึ้น

“พี่ปวินท์” เธอยกมือสวัสดีเขา

“เหนื่อยไหม” นั่นคือคำถามแรกที่ปวินท์ทักเธอ เล่นเอาจุลเริ่มรู้สึกว่าตัวเหมือนก้างชิ้นงามขึ้นมา

“ไม่ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ยังไม่ทันหันมาแนะนำเพื่อนใหม่ของเธอให้ปวินท์รู้จัก จุลก็หันหลังกลับแล้วหายวับไปซะแล้ว

“คนอะไรไร้มารยาทไปก็ไม่ร่ำลากันบ้างเลย”

“ว่าอะไรนะครับรังไร” ปวินท์ถามเธอ

“เปล่าค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ว่างหรือคะ”

เขาส่ายหน้า และยิ้มออกมา “ไม่ว่างหรอก แต่อยากเจอหน้ารังไรมากกว่า อยากได้คำตอบที่เมื่อวานเราคุยค้างกันไว้”

“แต่ว่า....”

“เอาน่าไม่ต้องรีบตอบหรอก เราไปหาร้านนั่งเย็น ๆ กันดีกว่านะครับ รถพี่จอดอยู่ด้านโน้น” เขาเดินนำเธอไป

พอถึงลานจอดรถก็พบเข้ากับจุลพอดี เขากำลังเอาของใส่ท้ายรถอยู่ พอเขาปิดประตูหลังรถเสร็จ เขาก็เพียงแค่หันมามองเธอ แต่ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“ไม่น่าเชื่อชายแปลกหน้า ขับรถยี่ห้อแพงซะด้วย” เธอมองเขาแล้วก็แลบลิ้นให้หนึ่งครั้งก่อนจะเข้าไปนั่งรถหรูของปวินท์

“แสบนักนะ เฮ้อ สาว ๆ สมัยนี้เขาก็ชอบผู้ชายรวยกันทั้งนั้นนะ เอ แต่ผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นจังเลย คลับคล้าย” พอนึกออกเท่านั้น เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะโทรศัพท์หารังไร

“อ้าว ไม่มีเบอร์ยายแม่มดนี่นา แต่จะโทรศัพท์หาเธอทำไม จำได้แล้วชายคนนี้ที่มากับคนรัก คนนี้แหละที่ทำให้รังไรดูซึมเศร้า แล้วนี่เธอยังไปกับเขาอีกนี่มันรักสามเศร้าหรือไงนะ ชักเป็นห่วงแล้วซิ” จุลได้แต่นึกคิดไปมาอยู่ลำพัง นับจากวินาทีนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟ้าจะประทานเวลาให้เขาได้พบกับรังไร แม่มดตัวแสบคนนี้อีกหรือเปล่า

“แล้วแต่บุญกรรมนะยายแม่มด” จุลถอนใจออกมา หัวใจของเขาเหมือนปวดร้าวแปลก ๆ การที่ได้พบกับลันนาในวันนี้ก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย ยิ่งภาพสนิทสนมของรังไรกับหนุ่มภูมิฐานคนนั้นก็ทำให้เขาเหมือนถูกฉีกหน้านิด ๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกกังวลถึงแต่รังไรก็ไม่รู้




Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 13:05:01 น. 3 comments
Counter : 436 Pageviews.

 
มาแอบอ่านค่ะ

*รู้สึกต่างคนก้อต่างแอบชอบกันนะคะน่ารักดีค่ะ



โดย: แม่น้องลูกแก้ว (skyandsky ) วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:33:41 น.  

 
เอาฝันมาใส่กระพุ้งแก้มให้นลิน จะได้แก้มป่องๆ ขึ้นกว่าเดิมจ้า ^ ^


โดย: สายธาร/กนกนารี วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:07:57 น.  

 
ตอนนี้แก้มป่องแล้วจ้า
ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายกันนะคะ ทั้งแม่น้องลุกแก้วและสายธาร


โดย: nalinnovel วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:33:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.