Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังไรลวงรัก รังที่ 15




รังไรลวงรัก
รังที่ 15

รังที่ 15

รังไรนั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องผู้ป่วยสำหรับดูแลคนไข้เป็นพิเศษ เธอมองเขาผ่านกระจกใสอยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้เขานอนแน่นิ่ง ขาด้านขวาเข้าเฝือกไว้จนถึงหัวเข่าดีที่ไม่ถึงกลับต้องผ่าตัด แขนไม่ได้หัก แต่หมอขอเช็คระบบสมองอีกสักครั้งเพราะว่าเหมือนกับว่าได้รับการกระแทกมาอย่างแรง ดูสีหน้าเขาตอนนี้แน่นิ่งทีเดียว

“พี่ปวินท์คะ พี่เจ็บตรงไหนบ้าง รังไรจะทนไม่ได้อยู่แล้วนะคะ พี่ปวินท์คะ” เธอพร่ำอยู่คนเดียวหน้าห้องจนหมดเวลาเยี่ยม เธอเลยเดินออกมานั่งที่แคร่ไม้ด้านนอก

“เอ้ากาแฟ ถ้าจะเฝ้ากันทั้งคืนไม่หลับไม่นอนก็เชิญดื่มกาแฟรสเข้มกระป๋องนี้เข้าไป กำลังอุ่น ๆ เชียว” ชบาฉายยื่นกระป๋องให้เธอและลงนั่งด้านข้าง

รังไรเอียงศีรษะซบลงบนไหล่เพื่อน

“ชบา ฉันสงสารพี่ปวินท์ ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะรู้สึกยังไงบ้าง” เธอปาดน้ำตาไปพร้อมกับสะอื้นเบา ๆ

“รักเขามากขนาดนั้นเชียว ไหนบอกว่าที่ขับรถตั้งไกลเพื่อมาหาฉันบนยอดดอยเพื่อจะมาหลบพักเลียแผลใจด้วยกันไงล่ะ” ชบาฉายแขวะนิดหน่อยเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด

“มันไม่เกี่ยวกัน เรื่องความรักมันควรจะจบ แต่พี่ปวินท์มาบาดเจ็บคราวนี้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น รถไม่ได้คุณภาพ หรือว่า...” เธอแค่คิดเข้าข้างตัวเองว่าปวินท์คงไม่ได้ขอเลิกกับพลอยพิณเพียงเพื่อกลับมาหาเธอหรอกนะ ถ้าเป็นเช่นนั้น อุบัติเหตุครั้งนี้คือความผิดของเธอเต็ม ๆ

“หรือว่าอะไรรังไร” ชบาฉายย้อนถาม

“เปล่าจ้ะ”

“หิวไหมไปหาไรกินกันไหม ตอนนี้ท้องร้องแล้ว” ชบาฉายเอามือลูบท้อง

“ไปนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน ฉันกินอะไรไม่ลง ตอนที่เห็นพี่ปวินท์ครั้งแรก เลือดสีแดงฉาน แววตาของพี่เขาก่อนปิดเปลือกตาลงมันยังฝังใจอยู่เลย” รังไรลุกเดินตามชบาฉายไปอย่างช้า ๆ

“มานั่งคิดมากทำไม ทำไมไม่คิดย้อนไปถ้าตอนนี้รังไรก้าวขาลงมาจากรถเร็วกว่านั้น คนที่บาดเจ็บอาจจะเป็นเธอ ฉันเดาไม่ออกหรอกว่าถ้าคนที่บาดเจ็บเป็นเธอ ตอนนี้เขาจะมานั่งคร่ำครวญ ถามแต่ว่าเจ็บไหม เจ็บไหมตลอดแบบเธอหรือเปล่า อีกอย่างคุณปวินท์ก็มีคุณพลอยพิณเป็นคู่หมั้นเดี๋ยวเขาคงตามมาดูแล ว่าแต่เธอบอกไปยังญาติเขาหรือยัง” ชบาฉายหยุดเดินและหันมามองเพื่อนสาวของเธอที่ตอนนี้หยุดนิ่งก้มหน้าไม่พูดไม่จาอะไรออกไป

“รังไร” พอเธอเรียกเขา รังไรกลับรีบเดินนำลิ่ว ๆ ไปก่อนเหมือนไม่อยากตอบคำถาม

“รังไรหยุด” ชบาฉายวิ่งไปดึงข้อศอกเธอไว้

“ฟังนะ ถามตรง ๆ เถอะ อย่าบอกนะว่าเธอจะเก็บพี่ปวินท์ไว้ดูแลอยู่ที่นี่โดยไม่บอกกล่าวกับญาติหรือคู่หมั้นเขาสักนิด เขามีงานต้องทำ มีลูกน้องบริษัทให้รับผิดชอบ การหายตัวไปของเขาแค่วันสองวันไม่นานนัก นักสืบก็ต้องตามตัวจนพบ แล้วตอนเธอแจ้งเจ้าหน้าที่เธอบอกชื่อเสียงเรียงนามเขาไปหรือเปล่า” ชบาฉายเริ่มเสียงดัง

รังไรส่ายหน้า

“พระเจ้า รังไรเธอกำลังทำอะไรอยู่” ชบาฉายเขย่าไหล่ของรังไร

“ชบา ฉันคิดไม่ออก ฉันแค่อยาก....” รังไรไม่รู้จะอธิบายยังไง

“ถ้าคุณปวินท์ตื่นขึ้นมา ความฝันของเธอก็จบแล้วรังไร ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาความจำเสื่อมเท่านั้นแหละ ความฝันของเธออาจจะดำเนินการต่อได้เพราะเขาจำอะไรไม่ได้ แม้แต่ชื่อของเธอ” ชบาฉายรู้สึกโกรธในความงี่เง้าของรังไรที่คิดเพ้อเจ้อและทำเรื่องไม่เข้าท่า ตอนนี้ชบาฉายเดินฉับ ๆ ตรงไปศูนย์อาหารก่อนแล้ว

“แล้วจะให้ทำยังไง ความจำเสื่อมงั้นเหรอ คิดไม่ออกจริง ๆ” รังไรถอนใจออกมาและเดินตามไปอย่างเหม่อลอย

รังไรนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ในตอนนี้เธอยังรู้สึกจุกที่ลำคอ อืดท้อง แน่น ๆ หน้าอกบอกไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การตัดสินใจช่วยเหลือปวินท์ในครั้งนี้จริง ๆ เธอแค่เพียงช่วยให้เขาปลอดภัยและติดต่อญาติเขากลับไปมันก็น่าจะจบ แต่ในสมองตอนนี้ไม่อยากทำแบบนั้นเลย มันเป็นโอกาสไม่ใช่เหรอ โอกาสมาถึงแล้ว

“รังไร” ชบาฉายเขย่าไหล่รังไรให้เธอรู้สึกตัว

“เป็นอะไรไป ทานข้าวเข้าซิไม่งั้นไม่มีแรงเป็นลมไปไม่ได้เห็นหน้าพี่ปวินท์ของเธอนะ” ชบาฉายมองหน้าเธอนิ่ง ๆ

“อืม”

“แล้วติดต่อญาติเขากลับไปหรือยัง” ชบาฉายถามซ้ำและจ้องมองหน้าเธอ

“ไม่ ยังไม่อยากติดต่อ” รังไรตอบโพล่งออกไป

“เพื่ออะไรรังไร คิดทำอะไรอยู่บอกมา” เธอเซ้าซี้รังไรต่อ

“ใครโทรศัพท์มากันตอนนี้นะ” ชบาฉายบ่นอุบก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ เธอกดรับสาย

“ว่าใครคะพี่โสมนัส” เธอเอ่ยชื่อนั้นออกมา ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ สาวน้อยตรงหน้าก็คว้าโทรศัพท์และกดตัดสายปิดเครื่องโทรศัพท์ของชบาฉายทิ้งเอาเสียดื้อ ๆ

“รังไร” ชบาฉายเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธเล็กน้อย

“อย่ารับ อย่าติดต่อใครตอนนี้ได้ไหม ขอเวลาให้ฉันคิดอะไรสักหน่อย” รังไรพูดแกมขอร้องพร้อมแววตาอ้อนวอน

“รังไร บอกกันตรง ๆ ดีกว่า เปิดอกคุยกัน ตอนนี้อยากจะทำอะไร อยากได้อะไร ฉันจะไม่ขัดเธอเลย ขอเพียงแค่บอกความต้องการจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเราสองคนคงต้องทะเลาะกันแน่ ๆ” ชบาฉายพยายามใจเย็นกับเธอมากขึ้น

รังไรเม้มปากแน่นเพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปชบาฉายจะคิดยังไงละ เพื่อนยังคงจะเป็นเพื่อนกับเธออยู่หรือไม่

“คุณรังไรคะ” พยาบาลวิ่งมาตามเธอที่ศูนย์อาหารเล็ก ๆ ของโรงพยาบาลแห่งนี้

“ค่ะ” เธอหน้าตาตื่นและลุกขึ้นยืน

“ตอนนี้สามีคุณปลอดภัยแล้ว” พยาบาลพูดออกมาแบบนั้น รังไรก็รีบวิ่งตามกลับไปกับพยาบาลทันที

“สามีเหรอ” ชบาฉายทำหน้างงกับคำพูดนั้น

ชบาฉายเดินตามไปติด ๆ และตอนนี้เธอเห็นรังไรเข้าไปในห้องกระจกใสนั้นและกำลังจับมือของปวินท์อยู่ไม่ห่าง

“พยาบาลคะแล้วคนไข้เป็นยังไงบ้าง” ชบาฉายถามกับเจ้าหน้าที่แทนเพราะตอนนี้คงต้องปล่อยเวลาให้เพื่อนรักของเธอยืนมองหน้าคนที่รักอยู่ตามลำพังจะดีกว่า

“ปลอดภัยค่ะ ชีพจรต่ำนิดหน่อย ขาที่หักก็เข้าเฝือกเรียบร้อยแล้วไม่ถึงกับต้องผ่าตัดโชคดีมากเลยค่ะ แต่ด้านสมองก็รอทำทีซีสแกนอีกรอบในวันพรุ่งนี้ค่ะ” พยาบาลตอบยาวยืด ชบาฉายได้แต่ยืนถอนใจมองอยู่สักพักก็ต้องกลับออกไปนั่งรอรังไรอยู่นอกห้อง

“พี่ปวินท์ พี่เป็นยังไงบ้างคะ พี่จำรังไรได้ไหมคะ” เธอร้องไห้คร่ำครวญอยู่อย่างนั้น

“คุณรังไรคะ สามีคุณปลอดภัยแล้วนะคะ คืนนี้คุณกลับไปพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่นะคะ” พยาบาลกล่าวกับเธออย่างสุภาพ

“ขออีกสักห้านาทีได้ไหมคะ ฉันแค่อยากเห็นเขาลืมตาขึ้นมา”

“คงเพราะฤทธิ์ยานะคะ คนไข้เลยยังหลับอยู่”

“แต่ว่า” พอเธอมองหน้าพยาบาลก็รู้แล้วคงไม่เหมาะนัก เธอต้องปฏิบัติตามกฎ เพราะเธอจะปล่อยมือเขา ปวินท์ก็บีบมือเธอแรง ๆ เหมือนเขารู้สึกตัวแล้วและพยายามจะลืมตาขึ้นมาจริง ๆ พยาบาลเลยเข้าตรวจเช็คอาการ ตอนนี้เธอเลยต้องปล่อยมือจากเขาและยืนรอสักพัก มองหน้าเขาอยู่หน้าห้องกระจก ตอนนี้เขากลับมาหลับสนิท

“เมื่อกี้พี่ปวินท์บีบมือฉันด้วย บางทีเขาอาจจะรับรู้แล้วว่าฉันอยู่ข้าง ๆ เขา” รังไรหันไปยิ้มกับชบาฉาย

“สอบถามพยาบาลให้แล้ว เขาแค่ขาหักแล้วพรุ่งนี้ก็ตรวจสมองตอนเช้าอีกรอบ น่าจะย้ายเข้าห้องผู้ป่วยธรรมดาได้แล้วหล่ะ แล้วเรื่องตำรวจล่ะว่ายังไงต้องแจ้งความอะไรไหม” ชบาฉายถามขณะที่เดินกลับมาที่รถด้วยกัน

“คงไม่ต้องหรอก ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้มีคู่กรณี พี่ปวินท์อาจจะขับรถเสียหลักเอง”

“จริง ๆ ต้องแจ้งความนะรังไร เพราะบางทีอาจจะเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของรถที่เช่า ยังไงก็ฟ้องร้องได้เพราะเราเสียเงินเช่า” ชบาฉายจะอธิบายต่อ

“บอกว่าไม่ก็ไม่” รังไรเสียดังขึ้นมา จนชบาฉายตกใจ

รังไรเดินฉับ ๆ ขึ้นประจำตำแหน่งคนขับเรียบร้อยและนั่งหน้านิ่วอยู่แบบนั้น ชบาฉายเลยไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ

“ขอโทรศัพท์ด้วย”

“จะเอาไปทำอะไร”

“เอามาเถอะ”

ชบาฉายยื่นโทรศัพท์ให้รังไร พอเธอรับไว้เธอก็ยึดแบตเตอรี่ของชบาฉายไว้เรียบร้อย

“รังไรทำแบบนี้ทำไม”

“ขอเถอะนะ ตอนนี้อย่าติดต่อใครเลยโดยเฉพาะพี่นัส”

“แต่เขาจะเป็นห่วงเราสองคน รังไรเธอรู้ดีว่าพี่นัสรักเธอแค่ไหน ถ้าเธอหายตัวไปแบบนี้เขาต้องติดต่อมาหาฉันแน่นอน” ชบาฉายพูดจาด้วยน้ำเสียงใจเย็นกับเธอ แต่ตอนนี้เหมือนรังไรไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะรับรู้อะไรทั้งนั้น


จุลค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งที่โซฟาที่เขานอนหลับอยู่ทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็เห็นเจ้าเตยนอนนิ่งอยู่กับเตียงผ้าใบอย่างสงบ เขาได้แต่ยิ้ม ๆ เพราะเมื่อคืนเห็นเตยนอนเล่นเกมส์จนค่อนดึกใช้ให้ทำอะไรก็ทำเป็นเด็กว่าง่ายจริง ๆ

“คุณพลอย” เขาเอ่ยชื่อนั้นออกมาเพราะตอนนี้พลอยพิณฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ที่แปลกไปคือเธอนั่งหน้านิ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปยังฉากภูเขาด้านข้างโรงพยาบาล แววตาคู่นั้นแสนเศร้าและมีน้ำใส ๆ ไหลสองข้างแก้ม

“คุณพลอยครับ” จุลเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเธอ

พลอยพิณรีบปาดน้ำตาและหันมายิ้มให้กับจุล

“เป็นยังไงบ้างครับเจ็บตรงไหนหรือเปล่าให้ผมตามพยาบาลให้ไหมครับ” จุลถามอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไรคะ ขอน้ำดื่มหน่อยจะได้ไหมคะรู้สึกแสบคอจังเลยค่ะ” พลอยพิณส่งยิ้มเหงา ๆ มาให้จุล และดื่มน้ำที่จุลยื่นแก้วพร้อมหลอดให้เธอ

“ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ” เธอยังยิ้มอยู่

“ตอนสาย ๆ ตำรวจจะมาสอบปากคำนะครับ” จุลไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี รอให้พลอยพิณเป็นฝ่ายตั้งคำถามกลับมาดีกว่า

“ค่ะ”

“ขอบคุณที่เป็นธุระให้ นี่อย่าบอกนะว่าจุลมาเฝ้าพลอยทั้งคืนเลย”

“ครับ ผมมาเฝ้าคุณพลอยตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ นั่นเจ้าต้นเตยเป็นน้องของโสมนัสเพื่อนสนิทพี่ปวินท์ พวกเขาเป็นธุระให้ทั้งหมด” จุลค่อย ๆ เล่าเรื่องที่ไม่จำเป็นให้ฟัง เขาก็ไม่รู้จะเริ่มและดำเนินการสนทนาต่อไปยังไงจริง ๆ

“แล้ววินท์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอพูดพร้อมน้ำตา

“คือปลอดภัยดี” จุลพูดไม่เต็มเสียงนัก

“พลอยไปเยี่ยมได้ไหมคะ”

“คือ คุณพลอยกับคุณวินท์ถูกส่งตัวไปกันคนละโรงพยาบาลน่ะครับ” จุลรู้สึกโกรธตัวเองมากในตอนนี้ที่ต้องโกหกเรื่องไม่เป็นเรื่อง รังไร รังไร เป็นชื่อเดียวที่เขานึกออกในตอนนี้

“รบกวนจุลสักเรื่องได้ไหม” พลอยพิณตอนนี้ แววตาเธอดูบอบช้ำเสียเหลือเกิน

“ครับ”

“ช่วยบอกกับตำรวจทีนะคะว่าไม่ต้องสอบปากคำแล้ว ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากเราสองคนเองไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น มันเกิดขึ้นรวดเร็ว มันเป็นความผิดของพลอย อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะพลอยค่ะ” พลอยพิณร้องไห้โหออกมาเสียงเธอดังมากจนปลุกให้เตยตื่นขึ้นมาฟังการสนทนาอย่างเงียบ ๆ

“วินท์กับพลอยมีปากเสียงกัน พลอยรับไม่ได้ ถ้าจะจบกันพลอยรับไม่ได้ ตอนนั้นเลยเพียงแค่คิดไปว่าเราต้องจบด้วยกัน พลอยเอื้อมมือไปหักพวงมาลัยรถขณะที่วินท์ขับอยู่ แต่ถนนมันลื่นมาก ทางก็มีแต่หมอกรถเลยเสียหลัก ปวินท์หักหลบรถกระบะคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทาง ถ้าเขาไม่หลบรถของเราอาจจะชนผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะเปิดประตูรถออกมาก็ได้ค่ะ แล้วทุกอย่างมันก็เร็วมาก พลอยรู้แต่วินท์บอกว่าขอโทษ แล้วพลอยก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว” เธอร้องไห้โหออกมา

ครั้นจุลจะถามถึงต้นสายปลายเหตุของการมีปากมีเสียงสำหรับคู่รักที่กำลังจะลงเอยกันด้วยดีก็ใช่ที ถ้าทั้งสองคนจะเลิกกันมันก็คงไม่ใช่ หรือว่า ปวินท์บอกเลิกกลับคุณพลอยพิณเพียงเพื่อจะกลับมารักกับรังไรอย่างงั้นหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวมากขึ้นไปอีก

“พลอยเป็นยังไงบ้างลูก” พอแม่และครอบครัวของพลอยพิณเปิดประตูห้องเข้ามา จุลก็ได้เวลาหลบฉากออกมาทันที ผู้เป็นพ่อของพลอยพิณคือเพื่อนสนิทของพ่อจริง ๆ ด้วย เขากล่าวทักทายและปลีกตัวออกมาก่อน เขานั่งครุ่นคิดถึงเรื่องที่พลอยพิณเล่าให้ฟัง พยายามจับต้นสายปลายเหตุทั้งหมด

“พี่จุลหน้าเครียดจังเลย พี่พลอยก็ไม่เป็นอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ” ต้นเตยซักพร้อมยื่นน้ำผลไม้กระป๋องให้ดื่ม

“นิดหน่อยว่าแต่วันนี้ไม่มีเรียนหรือไงเรา”

“มีตอนบ่ายครับสักพักจะกลับแล้ว แล้วพี่ล่ะไปอาบน้ำที่ไร่ดีกว่า ตอนนี้พี่พลอยมีคนดูแลแล้วเราค่อยมากันใหม่ก็ได้” ต้นเตยเสนอแนะพร้อมยักไหล่

“ต้นเตยสนิทกับพี่รังไรมากไหม” เขาถามกลับ

ต้นเตยยิ้ม “สนิทกันทุกคน พี่รังไรดุจะตาย ผมโดนดุตลอด”

“รังไรนี่นะดุ”

“ว่าแต่พี่รู้จักพี่รังไรด้วยนึกว่าพี่เป็นเพื่อนกับพี่นัสอย่างเดียวซะอีก” ต้นเตยเดินนำไปเรื่อย ๆ

“รังไรเป็นลูกน้องพี่อีกทีพี่ออกแบบร้านให้เพื่อนเลยให้รังไรไปช่วยดูงานให้น่ะ”

“จริงเหรอพี่ ผมก็เลือกเรียนคณะเดียวกับพี่รังไรเลย อย่างนี้พี่เป็นที่ปรึกษาให้ผมได้หรือเปล่า” ต้นเตยรีบกุลีกุจรทันที

“ได้ซิน้องชาย แต่สัญญานะว่าจะเล่าเรื่องรังไรให้ฟังทั้งหมด แล้วเจอรังไรล่าสุดเขาบอกเตยหรือเปล่าว่าจะไปไหน” จุลถามเสียงเครียด

“เห็นบ่นเมื่อคืนก่อนว่าเบื่อ จะไปหาเพื่อนที่มาจากกรุงเทพฯ เขาพักอยู่ที่ยอดดอยชิดฟ้าโน้น”

“ไกลจากไร่มากไหม”

“ก็มากอยู่นะ ออกไปนอกตัวเมืองสักเกือบร้อยโลเห็นจะได้”

“พาพี่ไปได้ไหม” จุลถามออกไปอีก

“สบายมาก ว่าแต่พี่จะตามไปเที่ยวกับพี่รังไรเหรอ จะบอกให้นะเรื่องนี้พี่นัสไม่รู้นะ ผมคุยกับพี่รังไรแค่สองคน แต่พี่คนนี้เอาแน่ไม่ได้หรอกตั้งใจจะทำแต่บางทีก็ไม่ทำ แต่ตั้งแต่กลับจากกรุงเทพฯ รอบนี้พี่เขาดูแปลก ๆ ไปชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เวลาทำงานก็จริงจังเหลือเกิน บ่นน้อยลงว่างั้นเถอะ โน้น ๆ พี่เลี้ยวขวาครับ พอเจออีกแยกเลี้ยวซ้ายก็ตรงเข้าไล่ไปเลย” ต้นเตยหันมายิ้มพร้อมชี้ไม้ชี้มือบอกทางเป็นระยะ

จุลได้ฟังเรื่องจากต้นเตยก็ยังเดาทางไม่ออกอยู่ดี แต่ทางที่ต้นเตยบอกว่ารังไรจะไปยอดดอยชิดฟ้ามันก็เป็นทางเดียวกับที่รถเกิดอุบัติเหตุ แต่ตอนนี้เธอพาปวินท์ไปซ่อนตัวที่ไหน นั่นคือคำถามที่จุลเฝ้ารอคำตอบ


คืนนั้นหลังจากที่ไปจัดการธุรเรื่องโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว พลอยพิณก็ทำเรื่องขอย้ายกลับกรุงเทพฯ คุณพลอยพิณบอกว่าจะให้ตำรวจและสายตรวจช่วยสืบอีกทีว่าปวินท์หายไปอยู่ที่โรงพยาบาลไหนกันแน่ เล่นเอาทุกคนนั่งไม่ติดเลยทีเดียว พลอยพิณเอาแต่ร้องไห้โทษร้ายตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้ แต่จุลเชื่อว่ามีเหตุผลมากกว่านั้นที่พลอยพิณไม่กล้าบอกทุกคนออกไป

“อ้าวจุลยังไม่นอนอีก” โสมนัสเดินออกมาพร้อมชาเขียวร้อน ๆ สำหรับเขาและแขก

“ขอบคุณครับ ดื่มคาเฟอีนตอนดึกคืนนี้จะหลับตาลงได้ไหมนะ” จุลหันไปยิ้มพร้อมจิบชาเบา ๆ

“ก็ดูท่าทางจุลยังไม่ได้อยากจะหลับสักเท่าไหร่นี่”

“ครับ ต้องรบกวนเวลาที่นี่สักสองสามวันนะครับ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ผมขอทำงานต่อเลยแล้วกัน”

“ไม่ต้องเกรงใจ แล้วทีมงานของคุณล่ะ”

“ยกเลิกกันก่อนครับ ให้เรื่องของพี่ปวินท์เรียบร้อยก่อน ผมขอเก็บงานแล้วก็เสนอลูกค้าให้เรียบร้อย ตัดสินใจยังไงถ้าทุกอย่างโอเคคงต้องกลับมารบกวนสถานที่สวย ๆ ที่นี่แน่นอน” จุลพูดจาอย่างนอบน้อม

“จุลสนิทกับรังไรมากหรือเปล่า” โสมนัสพูดตรงเชียว

จุลหันมองหน้าโสมนัส ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เพราะแววตาของโสมนัสตอนนี้ดูวิตกกังวล และอีกอย่างเดาไม่ออกว่าโสมนัสมองเขาด้วยแววตาแบบหวงน้องสาวด้วยหรือเปล่า

“ทำหน้างงเลย พ่อกับแม่โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าจุลไปรับรังไรไปส่งที่สนามบิน เลยเดาเอาว่าน่าจะจุลเดียวกัน” โสมนัสยิ้มแหย ๆ

“ครับ เรารู้จักกันโดยบังเอิญครับ แล้วก็ยังได้รับการแนะนำให้รู้จักซ้ำรอบอีกตอนที่เจอกันที่บริษัทพี่ปวินท์ อีกอย่างผมจ้างให้เธอช่วยดูแลตกแต่งร้านของเพื่อนด้วยครับ” จุลพูดกลาง ๆ ไว้ก่อน

“อ้อ รังไรน่ะสนิทกับปวินท์เพราะว่าปวินท์เป็นเพื่อนของพี่น่ะ ความคิดแบบเด็ก ๆ ของรังไรที่หลงรักพี่ชายใจดีจนทุกวันนี้ความรักแบบโง่ ๆ ของเด็กคนหนึ่งยังคงอยู่ตลอดเลย ไม่รู้จะเตือนยังไงดีแล้วหล่ะ เฮ้อ” โสนมนัสถอนใจออกมา บางทีเขาอาจจะไว้ใจจุลมากเลยเล่าเรื่องน้องสาวให้เขาได้รับรู้

“รังไรไม่ค่อยคบเพื่อนผู้ชายตอนคุณแวะไปที่บ้านแสดงว่ารังไรคงต้องสนิทกับคุณพอควรหล่ะ”

“ก็ไม่เท่าไหร่ครับ เป็นเพราะรังไรผมเลยได้ทำงานกับพี่ปวินท์” จุลแหงนหน้ามองท้องฟ้า

ท้องฟ้าแสนมืดในค่ำคืนนี้มันเหมือนกับตอนนั้นเลย ตอนที่เขาขับรถพารังไรไปปลดทุกข์กันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล คืนนั้นที่เขาแอบหอมแก้มเธอโดยพละการ และในเช้าวันต่อมาเราตกลงเป็นคนรักกันภายในหนึ่งวันเต็มและบอกเลิกกันในตอนเย็น ความรู้สึกคิดถึงใครบางคนในวินาทีนั้น กับ ตอนนี้ช่างเหมือนกันโดยสิ้นเชิง

“รังไรติดต่อกลับมาบ้างหรือเปล่า แล้วถ้ารังไรทราบเรื่องพี่ปวินท์หายไปเธอจะเสียใจมากไหมครับ”

“เดาอารมณ์ไม่ถูก ที่เป็นห่วงคือการหายตัวไปของรังไรมากกว่า แต่เจ้าเตยบอกแล้วว่าไปยอดดอยชิดฟ้า และคนที่อยู่ที่นั่นคือชบาฉายเพื่อนร่วมงานและเป็นเพื่อนสนิทของรังไรในตอนนี้เลยหายห่วง แต่ที่ห่วงเพิ่มคือทำไมชบาฉายปิดเครื่องรับโทรศัพท์ตลอดเวลา ป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยขับรถตามไปดีกว่าเพราะว่าโชคดีเหลือเกินที่ชบาฉายบอกที่อยู่กับพี่ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว” โสมนัสจะเดินกลับเข้าบ้าน

“พี่นัสให้ผมไปด้วยนะครับ” จุลรีบวิ่งมาดักหน้าไว้ก่อน

“แล้วไม่ทำงานก่อนหรือไง”

“ไม่ครับ ถ้าผมจะขออยู่ที่นี่สักอาทิตย์พี่คงไม่ว่ากันใช่ไหมครับ” จุลยิ้มอาย ๆ ออกไป

“ได้ซิ ตามสบาย คืนนี้ง่วงและเพลียมาก พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่แล้วกันนะ”

“ครับ” จุลยิ้มออกมาได้ พรุ่งนี้คงจะรู้กันว่าเป็นยังไง เขามีคำถามมากมายที่จะถามกับรังไร และคำถามที่สำคัญที่เขาอยากจะถามรังไรออกไป

“ยายแม่มด เคยรักตัวเองบ้างไหม”

รังไรคงไม่โกรธเขานะ กับคำถามสั้น ๆ เพียงเท่านี้





Create Date : 28 มิถุนายน 2555
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 12:24:46 น. 0 comments
Counter : 468 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.